Star Wars Fiction(s) by Arielqueen

ตอนที่ 4 : (Reylo) Diamond (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 245
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 ก.พ. 61









Diamond

(Ben Solo x Rey)

inspired from หยาดเพชร / ใจรัก











2

 

 

 

“แล้วเราจะใส่ชุดอะไรไปล่ะทีนี้”

นี่คือปัญหาถัดมา สองพ่อลูกโซโลไม่คิดมาก่อนว่าพวกเขาจะต้องมาพบกับการไปงานเลี้ยงงานเต้นรำ พวกเขาจึงไม่ได้เตรียมชุดทางการใดๆมา และลำพัง เงินที่พวกเขามีก็คงไม่สามารถซื้อชุดที่เหมาะกับงานหรูแบบนั้น

 

“ไม่งั้นก็ใส่ชุดที่มี” ฮานยักไหล่ “ยังไงซะเราก็คงไปไม่นาน” ถ้าจะพูดว่าเบนไม่สันทัดกับพวกงานเลี้ยงแล้วล่ะก็ สำหรับฮานคงเรียกได้ว่างานเลี้ยงคือฝันร้ายสำหรับเขาก็เห็นจะได้ ตั้งแต่อยู่ที่บ้านเกิดแล้ว น้อยครั้งนักที่พวกเขาจะตอบรับการรับเชิญไปงานที่ต้องพบปะผู้คน


 

ทักษะการเข้าสังคมที่ติดลบของเบนนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นพันธุกรรมมาจากผู้เป็นพ่อ

 

“ชุดที่เรามี มันก็แค่เสื้อกับกางเกงไม่ใช่เหรอพ่อ งานพวกนี้อย่างน้อยก็ต้องมีเสื้อนอก” ถึงจะไม่สนใจงานพวกนี้ก็ตามที แต่เบนคิดว่าการแต่งตัวให้ถูกกาละเทศะถือเป็นมารยาททางสังคมอย่างหนึ่งที่ควรปฏิบัติ

 

แม้ฮานจะไม่ได้สนใจมารยาทบ้าบออะไรเลยก็เถอะ

 

“งั้นเอ็งก็ไปขอยืมมิสเตอร์โพธิ์สิ” เบนแทบจะเป็นลมกับวิธีการแก้ปัญหาแบบขอไปทีของพ่อ มันเป็นการเสียมารยาทอย่างมาก หากจะไปขอยืมเสื้อผ้าของคนที่เรียกได้ว่ารู้จักแค่ผิวเผิน

 

ดูเหมือนว่าโอบีวัน เคโณบีจะคาดการณ์เรื่องนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

หลังจากที่พวกเขามาถึงเรือนรับรองของบ้านเคโณบี พวกเขาก็พบว่าสัมภาระของพวกเขาถูกนำมาไว้ก่อนแล้ว รวมถึงมีชุดสูทสองชุดถูกแขวนเอาไว้ เป็นชุดสูทที่แค่มองปราดเดียวก็รู้ได้ว่าเนื้อผ้านั้นคุณภาพสูงขนาดไหน และเบนก็ไม่อยากจะนึกถึงราคาของมัน ตัวเรือนรับรองถูกปลูกเอาไว้ในที่ดินแปลงเดียวกัน แต่อยู่ลึกเข้าไปข้างในอีก ใช้เวลาเดินไม่นานนัก

 


เบน โซโลยอมรับว่าที่นี่ช่างดูดี ใหญ่โตกว่าบ้านจริงๆของเขาที่บ้านเกิดเสียอีก

 

 

สองพ่อลูกใช้เวลาไปกับการจัดข้าวของ(แบบลวกๆ) และเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบตลอดทั้งวัน เบนพบว่าใกล้ๆกับที่พักของพวกเขามีตลาดขนาดใหญ่ ที่ตอนกลางคืนจะมีงานที่เขาเรียกว่างานวัดในทุกๆสุดสัปดาห์ ถึงแม้ผู้คนที่นี่จะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้มากนัก แต่คนที่นี่เป็นมิตร ยิ้มเก่ง และพยายามอธิบายหลายๆอย่างผ่านภาษามือ สมกับชื่อสยามเมืองยิ้มจริงๆ


 

 

วันถัดมา เบนและฮานถูกเชิญให้ขึ้นไปรับประทานอาหารเช้าพร้อมกับพวกเคโณบี แม้อาหารที่เสิร์ฟจะไม่ได้แตกต่างอะไรจากที่พวกเขากินประจำ  แต่มารยาทบนโต๊ะอาหารของโอบีวัน โพธิ์ รวมไปถึงคุณหนูเรญาก็ช่างสุภาพเสียจนเบนไม่กล้ากินอะไรมากไปกว่าขนมปัง พวกเขาเป็นมิตรมาก และคุยกับฮานราวกับรู้จักกันมานาน เบนเองก็ได้คุยกับเรญาเล็กน้อย เธอยืนยันให้เขาเรียกเธอว่าเรย์

 

“หลังจากนี้คุณจะทำอะไรต่อ” เรย์ถามเขา “คุณได้ไปเดินรอบๆละแวกนี้มาหรือยัง” แน่นอนว่าเขาไปมาแล้ว เขาจึงเล่าให้เธอฟังว่าเขาไปเจออะไรมาบ้าง ผ่านมุมมองของเขา และเรย์ก็ให้ความสนใจในสิ่งที่เขาพูด

 

“ชุดสูทน่ะ ลองแล้วใช่ไหมคะ ฉันเป็นคนเลือกให้คุณเอง” เบนแปลกใจเล็กน้อย เรย์คนนี้มีสายตาที่แหลมคม มันพอดีกับขนาดตัวของเขาและฮานมากๆ ทั้งๆที่เธอไม่เคยเจอพวกเขามาก่อน

 

“ผมชอบมันครับคุณเรย์” และเรย์ก็เผยยิ้มออกมาอีกครั้ง เธอดีใจที่เขาชอบ มันน่าแปลกที่ตั้งแต่เขาพบเธอ ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยหยุดยิ้มเลย นับครั้งไม่ถ้วนที่เธอแจกรอยยิ้มสดใสนั่น ราวกับชีวิตของเธอช่างมีความสุข หรือนั่นอาจจะเพราะเธอถูกสอนมาแบบนี้

 

“เรญา ลูกมีเรียนวันนี้ไม่ใช่หรือ” จู่ๆโอบีวันก็พูดขึ้นมา และรอยยิ้มของเรย์ก็หุบลง เบนพอเดาได้ว่าเธอไม่อยากไปเรียนนัก “ถ้ากินเสร็จแล้วก็รีบไปสิ โพธิ์ด้วย แล้วกลับมาก่อนบ่ายสี่โมงล่ะ” เหมือนว่าจะไม่มีใครกล้าขัดโอบีวัน เรย์และโพธิ์รีบลุกขึ้น กล่าวลาเบนและฮาน ก่อนจะเดินออกไปจากห้องอาหาร

 

เบนมองตามร่างบาง เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อครู่เขาเหมือนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ฉายออกมาผ่านแววตาของเธอ เหมือนกับเธอกำลังเศร้า หรือเหมือนกับว่าเธอกำลังเผชิญกับอะไรบางอย่าง เบนไม่ได้รู้จักเธอมากพอ แต่เขาสัมผัสได้ถึงมัน

 

แต่ไม่ว่าจะเรื่องอะไร มันก็คงไม่เกี่ยวกับเขาอยู่แล้ว

 

คิดได้ดังนั้น เบนจึงสลัดความคิดนั้นให้หายไป

 

เวลาประมาณห้าโมงเย็น ฮานและเบนในชุดสูทก็ได้เดินทางมาถึงสถานที่จัดงานเลี้ยง มันอยู่ห่างจากที่พักของพวกเขาไปประมาณสองช่วงถนน สถานที่จัดงานคือโรงแรมขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ เมื่อพวกเขามั่นใจว่าพวกเขามาถูกที่ สองพ่อลูกก็เดินเข้าไปทางประตูทางเข้า

 


น่าอึดอัดเป็นที่สุด

นั่นคือความคิดของฮานและเบน หลังจากที่ฮานและเบนเดินเข้าไปทักทายโอบีวัน เคโณบีเจ้าของงานเลี้ยง ดูเหมือนกับว่าเขาจะยุ่งมากเสียจนไม่มีเวลาหยุดคุยกับทั้งคู่ โอบีวันบอกให้สองพ่อลูกทำตัวตามสบาย และเขาก็เดินหายไป ขณะนี้ทั้งคู่ยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของงาน มองซ้ายทีขวาที พวกเขาไม่รู้จักใครเลยที่นี่ และพวกเขาก็อยากออกไปจากที่นี่ใจจะขาด

 

“อ้าว สวัสดีครับมิสเตอร์โซโล ผมมองหาพวกคุณตั้งนาน” โพธิ์เดินเข้ามาทักทายพวกเขา และเบนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย โพธิ์อยู่ในชุดสูทสีขาว ท่าทางสง่าผ่าเผย โพธิ์บอกว่าเขากลับจากเรียนพิเศษช้าไปหน่อย เขาเลยพึ่งจะมาถึง พลันเบนก็คิดถึงใบหน้าของหญิงสาวอีกคนที่ก็ไปเรียนกับโพธิ์เช่นเดียวกัน เขาอยากจะถามถึงเธอ แต่ก็คิดว่าสงบปากสงบคำเอาไว้ดีกว่า

 

“น่าอึดอัดใช่ไหมล่ะ ผมเองก็อึดอัด พูดตรงๆผมไม่รู้จักใครที่นี่เลยนอกจากพวกคุณ” น่าประหลาดใจอยู่เหมือนกัน เบนนึกว่าโพธิ์จะชินกับงานแบบนี้เสียอีก แต่ดูจากอายุของผู้มาร่วมงาน เขาคิดว่าเขาอาจจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับโพธิ์ภายในงานนี้

 

“ผมอยากจะออกไปจากที่นี่จริงๆ” การพูดจาขวานผ่าซากของผู้เป็นพ่อ ทำให้เบนอยากกัดลิ้นตัวเองตาย แต่โพธิ์ก็ทำเพียงหัวเราะ พร้อมกับบอกว่าเขาก็เช่นกัน สองคนนี้ดูจะเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย คงอยากพากันวิ่งออกจากงานเลี้ยง และกลับไปนอนที่บ้าน

 

“อยู่ไปอีกสักพักแล้วกันมิสเตอร์โซโล” โพธิ์บอก “แล้วคุณค่อยกลับพร้อมผมก็ได้ ผมไม่มีความคิดที่จะอยู่จนงานเลิกอยู่แล้ว”

 

พลันเสียงคุยในงานก็ค่อยๆเงียบลง บรรดาแขกเหรื่อต่างมองไปยังทางเดียวกัน นั่นคือทางประตูเข้างาน เมื่อเบนเห็นดังนั้น เขาก็มองตามไปเช่นเดียวกัน และภาพตรงหน้าก็แทบทำให้เขาลืมหายใจ

 

ร่างบางของหญิงสาวที่มีใบหน้าคุ้นตา ผมที่เคยเกล้าขึ้นเป็นมวยถูกปล่อยลงและถูกดัดเป็นลอนเล็กน้อย เส้นผมสีน้ำตาลเข้มคลอเคลียไปกับดวงหน้าคม ใบหน้าของเธอถูกแต่งโดยเครื่องสำอาง แต่ก็ไม่ได้มีปริมาณมากจนน่าเกลียด ผิวของเธอขาวนวลเหมือนอย่างก่อนหน้านี้ที่เขาพบ เธอใส่ชุดราตรีเกาะอกสีเงิน นั่นยิ่งขับผิวของเธอให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ท่วงท่าการเดินของเธอราวกับนางพญา หลังยืดตรง ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อย ทำให้รู้ได้ในทันทีว่าเธอต้องผ่านการฝึกเดินมาแล้ว และเธอเองก็รู้ว่าตอนนี้ทุกคนในห้องโถงนั่นให้ความสนใจกับเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ดูประหม่าเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงกันข้าม หญิงสาวมองไปรอบๆ สบตากับทุกสายตาที่มองมาที่เธอ

 

เบนรู้ดี สีหน้าของเขาตอนนี้คงจะดูเหมือนไอ้โง่ แต่เขายอมรับ เขาไม่เคยพบกับผู้หญิงคนไหนที่สง่างามและน่าดึงดูดเช่นนี้มาก่อน เธอสวย สวยมาก สวยจนเขาไม่อาจละสายตาไปได้เลย

 


เธอเป็นเหมือนเพชรน้ำหนึ่ง เป็นหยาดเพชร ล้ำค่า น่าปกป้องรักษา

เขารู้สึกเหมือนเธออยู่สูงเสียจนคนแบบเขาทำได้เพียงแหงนหน้ามอง

 


“มาช้าจริงๆ” คำพูดของโพธิ์เรียกสติของเบนกลับมา โพธิ์ส่ายหัวนิดๆ แต่ดูเหมือนว่าโพธิ์จะชินเสียแล้วกับการที่เรย์จะตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน

 

เรย์มองไปรอบๆ และเธอก็พบโพธิ์ แทบจะในทันที เธอเดินตรงมายังโพธิ์ ซึ่งมีเขาและพ่อของเขายืนประดับเป็นพื้นหลังอยู่ข้างๆ

 

เบนลอบกลืนน้ำลาย เอาละสิ แล้วเขาควรจะทำตัวยังไงกับเธอดี

 

เสียงในงานเลี้ยงเริ่มกลับมาดังขึ้นอีกครั้ง ผู้ร่วมงานหันกลับไปสนใจอาหาร และคู่สนทนาของตนตามเดิม และเรย์ก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขาทั้งสาม ใบหน้างามที่เมื่อครู่ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ เมื่อพบโพธิ์ เธอก็ถอนหายใจยกใหญ่

 

“ยังไงฉันก็ไม่ชินกับงานเลี้ยงนี่จริงๆ” เรย์ว่า “เมื่อกี้ฉันอึดอัดสุดๆไปเลย พี่เห็นหรือเปล่า” โพธิ์ยักไหล่ แต่ถ้าถามเบน เขาตอบได้ในทันทีว่าเขาดูไม่ออกเลยว่าเธออึดอัดเพราะท่าทางของเธอนั้นนิ่ง เยือกเย็นเสียจนทำให้ผู้มองเช่นเขานั่นแหละที่รู้สึกอึดอัดเสียแทน

 

“มาสายนะยัยหนู” โพธิ์ดุเธอ “พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าให้เธอรีบ” เรย์ขอโทษขอโพยยกใหญ่ เธอบอกว่าเธอขี้เกียจ แถมมีการบ้าน ขอให้ญาติผู้พี่ของเธอเข้าใจ ท่าทางติดทะเล้นของเรย์ในตอนนี้ผิดกับเรย์คนเมื่อครู่ราวฟ้ากับดิน

 

“แล้วคุณพ่อล่ะ ฉันยังไม่เห็นคุณพ่อเลย” เรย์มองซ้ายมองขวา

 

“มิสเตอร์เคโณบีแขกเยอะมาก เมื่อครู่ผมไปทักท่านแล้ว ตอนนี้ท่านคงกำลังรับแขกอยู่” ฮานว่า และเรย์ก็พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการรับทราบ

 

“ดีแล้ว ถ้าอยู่กับคุณพ่อนะ คงต้องเจอพวกผู้ใหญ่เยอะ” ไม่พูดเปล่า เรย์กรอกตาไปมา “ฉันเกลียดมากเลยรู้ไหมคะ การต้องไปคุยกับผู้ใหญ่พวกนั้น” เธอหันมาทางเบน ราวกับกำลังพูดกับเขา เบนพยักหน้าว่าเขาเข้าใจแทนคำตอบ

 

พวกเขายืนคุยเรื่องสัพเพเหระซักครู่ และสักพัก วงดนตรีก็เริ่มบรรเลงเพลงสำหรับเต้นรำ เบนเห็นโอบีวัน เคโณบี เดินออกไปเปิดฟลอร์พร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ดูเหมือนกับว่าจะเป็นคนรู้จักของเขา และก็เริ่มมีคู่อื่นๆเดินตามออกไป

 

“มิสเตอร์โซโล” โพธิ์กระซิบเสียงเบาพร้อมสะกิดเบน “ไม่ออกไปเต้นรำเหรอ” เบนส่ายหน้าเป็นพัลวัน ไม่ใช่ว่าเขาเต้นไม่เป็น เขาเต้นได้ แต่ขั้นตอนการชวนออกไปเต้นรำเป็นขั้นตอนที่เบนเกลียดที่สุด เขาเขินอายเกินกว่าจะทำแบบนั้น

 

“คุณออกไปเถอะมิสเตอร์เคโณบี” เบนตอบ “ในนี้ต้องมีสาวๆที่รอให้คุณชวนออกไปเต้นรำอยู่แล้ว” และเบนก็คิดแบบนั้นจริงๆ เพราะโพธิ์คนนี้ก็หน้าตาดีใช่เล่น

 

“คุณก็เหมือนกัน ไม่สังเกตหรือ พวกผู้หญิงมองมาทางคุณ” โพธิ์พยักเพยิดหน้าไปทางกลุ่มของหญิงสาว อายุอานามน่าจะไม่ต่างจากเขามากนัก พวกเธอมองมาทางเขา ก่อนจะซุบซิบกันตามประสา และพวกเธอก็ยิ้มให้เขา เป็นรอยยิ้มเชิญชวนที่แค่หรี่ตาเขาก็ดูออก

 

“หรือถ้าคุณไม่อยากไปกับพวกเธอ คุณก็ชวนยัยเรย์สิ” โพธิ์เสนอน้องสาวของตน ที่ตอนนี้ยืนคุยกับฮาน โซโลพ่อของเขา ห่างจากเขาไปเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น

 

“เอ่อ ไม่ดีหรอกครับ” โดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของเบนก็ขึ้นสีจาง โอเค เขายอมรับ เขาอยากเต้นกับเธอ แน่นอนอยู่แล้ว แต่เขาไม่คิดว่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีเท่าไหร่นัก ขนาดกับผู้หญิงทั่วไปเขายังไม่กล้า แล้วกับเธอล่ะ? ผู้หญิงที่เพียบพร้อม เป็นจุดสนใจของทุกคนในงาน

 

“คุณมีเวลาไม่มากหรอกนะ ผมคิดว่าคุณรู้ว่าคุณควรทำอะไร เชื่อผมเถอะ เบน” คำพูดแปลกๆของโพธิ์ และการที่เขาเริ่มเรียกชื่อของเบนทำให้เบนขมวดคิ้วงุนงง แต่นั่นก็ทำให้เขารู้สึกว่าเขาควรทำอะไรซักอย่าง เบนสูดหายใจเข้า ก่อนจะเดินเข้าไปหาเธอ

 

“คุณเรญา” เขาเรียกชื่อเต็มของเธอ นั่นทำให้เรย์หยุดการสนทนากับฮาน และหันมาหาเขา

 

“บอกแล้วไง เรียกเรย์ก็พอค่ะเบน” เธอเรียกชื่อของเขาแทนนามสกุล นั่นยิ่งทำให้เขาประหม่ามากขึ้นไปอีก

 

“เรย์ .. เอ่อ คือ ผมอยากจะถามว่า” เบนเม้มปากเป็นเส้นตรง กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ “คือ ถ้าคุณไม่ติดขัดอะไร ผมอยากจะชวนคุณ ..​ เอ่อ” ไม่รู้ทำไม เมื่อเธอมองมาที่เขา รอว่าเขาจะพูดอะไร คำพูดที่เขาเตรียมมาในหัวก็ตีกันมั่วไปหมด เขาไม่กล้า ไม่กล้าจริงๆ

 

เต้นรำ ใช่ไหมคะ” เธอจบประโยคให้เบน และก็เผยรอยยิ้มสดใสออกมา เขาหลุดหัวเราะ เพราะความประหม่าของเขาที่มันล้นทะลัก และดูเหมือนว่าเธอก็ดูออก

 

“ครับ เต้นรำ” ในที่สุดเบนก็พูดมันออกมาได้ วูบนึงเขาคิดว่าเธออาจจะปฏิเสธเขา แต่ตรงกันข้าม เรย์พยักหน้าน้อยๆเป็นการตอบตกลง เห็นดังนั้น เบนจึงยื่นมือออกมาด้านหน้า และแทบจะในทันที เรย์ก็วางมือเล็กนั่นลงบนมือเขา เบนสังเกตว่ามือของเธอเล็กกว่าเขามาก และพวกเขาทั้งคู่ก็เดินออกไปกลางฟลอร์เต้นรำ เบนดึงเธอเข้ามาแนบชิด มือใหญ่วางบนเอวของหญิงสาว และมือของเรย์ก็วางอยู่บนแผ่นอกกว้างของเบน มืออีกข้างของทั้งคู่สอดประสานกัน จากนั้น เบนก็เริ่มขยับเท้าเป็นการนำจังหวะ

 


“พนันได้ว่าคุณคงเต้นมาไม่รู้กี่งานแล้ว” เบนเปิดบทสนทนา “คุณดูไม่ประหม่าเลยเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คน”

 

“แรกๆฉันก็ประหม่านะคะ ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่ทุกครั้งที่มีงานแบบนี้ทุกคนดูเหมือนจะให้ความสนใจกับฉันมากเสียเหลือเกิน” เรย์อธิบาย “จากความประหม่า มันเปลี่ยนเป็นน่ารำคาญค่ะ รู้ตัวอีกทีฉันก็ชินเสียแล้ว” ไม่แปลกที่คนจะให้ความสนใจเรย์ เธอเป็นคนสวย มีเสน่ห์ และโดดเด่นออกมาจากคนอื่นๆ แต่เบนคิดว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของเธอ มันคงจะน่าเบื่อและน่าอึดอัดมาก ที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็เหมือนจะถูกจับตามองเสมอ และตอนนี้ก็เช่นกัน

 

“ไม่แปลกหรอกครับ” เบนตอบ “ขนาดผม ยังละสายตาจากคุณไม่ได้เลย” ไม่รู้อะไรดลใจให้เบนพูดแบบนั้นออกไป รู้ตัวอีกทีเขาก็เลิ่กลั่ก ทำหน้าไม่ถูก ในหัวคิดได้แต่คำว่าไอ้โง่เบน แกพูดอะไรออกไป แต่ดูเหมือนเรย์จะไม่คิดว่าเขาโง่ เธอยิ้มให้เขา เธอไม่ได้ตอบอะไร นั่นทำให้หัวใจของเบนเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

“คุณจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนคะ ที่ประเทศของฉันน่ะ” เรย์ถาม

 

“คงอยู่ไปเรื่อยๆจนกว่าทุกอย่างจะลงตัวล่ะมั้งครับ” เบนว่า เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฮาน โซโล ผู้เป็นพ่อ

 

“อยู่ให้ได้นานที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้นะคะ” เรย์กระซิบเสียงแผ่ว “ฉันชอบคุยกับคุณ” เพียงเท่านี้ ความอดทนของเบนก็หมดลง เขาจ้องลึกไปยังนัยน์ตาสีเข้มของหญิงสาวตรงหน้า เธอจ้องตอบ ราวกับทั้งคู่ถูกสะกดเอาไว้ในห้วงความคิดของกันและกัน ในขณะที่สองเท้าของทั้งคู่ขยับไปตามจังหวะดนตรี ใบหน้าของเบนค่อยๆโน้มลงช้าๆ เข้าใกล้เธอมากขึ้น และมากขึ้น เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เขารู้สึกอยากสัมผัสเธอ แค่เธอคนนี้เท่านั้น

 



 

อย่าค่ะ เบน” ราวกับเรย์ได้สติกลับมา ราวกับเมื่อครู่เธอเผลอตัวไป เธอหันหน้าหนีเขา นั่นทำให้เบนชะงักอยู่กลางอากาศ เขารู้สึกหน้าชาที่เธอปฏิเสธเขาแบบนี้ ทั้งๆที่เมื่อครู่ดูราวกับเธอเองก็รู้สึกอะไรบางอย่าง

 

“ฉันทำแบบนี้ไม่ได้” แทบจะทันที เรย์หยุดฝีเท้าของเธอ ปล่อยมือทั้งสองข้างของเธอออกจากเขา เบนสังเกตเห็นใบหน้าของเธอหมองลงอย่างเห็นได้ชัด เรย์เม้มริมฝีปากเข้าหากัน เป็นครั้งแรกที่เขาไม่เห็นรอยยิ้มจากเธอ และแววตาของเธอก็วูบไหวอย่างเห็นได้ชัด

 

 



 

“ฉันมีคู่หมั้นแล้ว ขอโทษนะคะ”

 

 

 

 

 

Writer’s talk

 

ฟ้าผ่ากลางหัวพี่เบนคนงามเลยยยยย ฮือออออออ ไม่ร้องนะคะพี่

ตอนนี้ยาวมาก ยาวเป็นพิเศษเลย เพราะเราไม่รู้จะแบ่งตอนยังไงดี 55555555

ตอนนี้มีแพลนอยากแต่งฟิค kylux ค่ะ แต่คิดอยู่ว่าจะเอายังไงดีนะ พล็อตมันไม่เด้งเข้ามาในหัวเหมือน reylo เลย ฮือ

สุดท้ายนี้อย่าลืมคอมเม้นติชมกันมาได้นะคะ <3

ปล.ไม่อัพฟิควันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์นะคะ วันหยุดทำการของเรา ฮา มาหวีดรอกันได้ที่ทวิตเตอร์ของเราน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #7 ploymanoy1994 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:44
    อื้อหื้อออออออ ค้างมากเว่อออออออ สงสารพี่เบน ฮรืออออออออ ไปรักคนมีคู่หมั้นแล้วซะได้
    #7
    0