Star Wars Fiction(s) by Arielqueen

ตอนที่ 15 : (Reylo) young and beautiful

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 310
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    26 ธ.ค. 62



Young and Beautiful

(Ben Solo x Rey / Reylo)

Inspired by Young and Beautiful – Lana Del Rey

 


 

NOTE: Spoiler Alert / Bittersweet

มีการดัดแปลงเนื้อหาจากภาพยนตร์ Star Wars: The Rise of Skywalker ค่ะ 

ไคโล เร็นไม่ได้กลายเป็นฟอร์ซนะคะ คือจากไปจริง ๆ ค่ะ ฟิคเรื่องนี้ตั้งใจดัดแปลงตอนจบ เพื่อที่จะได้เชื่อมต่อไปยังเหตุการณ์ในอนาคต (Next life) ของเรื่องต่อ ๆ ไปนะคะ

 ** ไม่ใช่ฟิคดราม่านะคะ ไม่ต้องกลัว55555555



 


I've seen the world, done it all
Had my cake now

Hot summer nights, mid July
When you and I were forever wild
The crazy days, city lights


The way you'd play with me like a child

 

I've seen the world, lit it up
As my stage now
Channeling angels in a new age now


Hot summer days, rock and roll
The way you play for me at your show
And all the ways, I got to know
Your pretty face and electric soul

 




Will you still love me
When I'm no longer young and beautiful?
Will you still love me
When I've got nothing but my aching soul?













 

 

          เราทั้งคู่ต่างเหมือนดาวดวงน้อยที่หลงทาง ท่ามกลางจักรวาลอันแสนใหญ่โต

 

 


          ตลอดชีวิต ทั้งเขาและเธอต่างตามหาคำตอบที่ไร้คำถาม ยิ่งลุ่มหลงมัวเมาไปกับสิ่งเหล่านั้นที่พัดผ่านเข้ามามากเท่าไหร่ ก็รังแต่ทำให้ชีวิตยุ่งเหยิงตีกันพัลวัน ทำให้เรื่องราวของเราไม่เป็นไปตามอย่างที่ลึกลงข้างในพวกเราต่างก็ต้องการ

 

 


          แต่อย่างน้อย ก็คงจะยังไม่สายเกินไปเขาคิดแบบนั้น

 


 

          เบน โซโล ตระกองโอบอุ้มร่างไร้ลมหายใจเอาไว้แนบชิด สายตาของเขาที่ทอดมองร่างนั้นเป็นเครื่องยืนยันว่าเธอคือสิ่งที่เขาเฝ้ารอมาโดยตลอด ไร้ข้อกังขา ไร้ซึ่งคำถาม แม้เธอจะปฏิเสธเขาอีกกี่ครั้ง เขาก็ยังจะเลือกยื่นมือออกไปหาเธอเสมอ และในคราวนี้ เขาก็ได้ยื่นมันไปหาเธออีกครั้ง

 

 


          มือของเบน โซโลแนบลงบนบั้นเอว ส่งมอบพลังให้กับอีกครึ่งชีวิตที่เหลือของเขา

 

 



          ไม่กี่อึดใจ สิ่งที่เขาเห็นคือรอยยิ้มโชว์ฟันครบสามสิบสองซี่ คือเธอที่กระชับอ้อมกอดแนบแน่น และคือเธอที่รั้งเขาเข้ามาจูบ เบนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครั้งสุดท้ายของความรู้สึกพองฟูในอกซ้ายเช่นนี้มันเป็นอย่างไร ทั้งอาณาบริเวณเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของพวกเราเท่านั้นที่ถึงกระนั้นก็ยังเบากว่าเสียงหัวใจที่เต้นตึกตักราวกับเสียงกลอง

 

 


          เมื่อผละออก เบนกำลังจะพูดอะไรบางอย่างอะไรบางอย่างที่เขาควรจะพูดมันออกมาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเธอ แต่ดูเหมือนว่าจักรวาลจะไม่อยากให้เขาทำเช่นนั้น พลังที่มองไม่เห็นอาจคิดว่าเรื่องของพวกเรายังง่ายเกินไปที่จะพบกับคำว่า สมหวัง

 

 


          ใบหน้าของเรย์ค่อย ๆ เลือนหายไป พร้อมกับร่างของเขาที่เอนลงแนบพื้นและรู้สึกได้ว่ามันกำลังจะหายไปเช่นเดียวกัน ไม่เหลือจังหวะให้อาวรณ์ ไม่เหลือช่วงให้เอ่ยคำร่ำลา

 

 


          “เบน”

 

 


          เสียงเล็กของคนที่เพิ่งจะกลับมาเพรียกหาอีกครึ่งชีวิตของตน มือเล็กทั้งสองข้างกำเครื่องแต่งกายของเขาไว้แน่น หยาดน้ำสีใสหยดลงบนพื้น เขาไปจากเธอแล้ว ที่ผ่านมา มีเพียงเธอที่เอาแต่ไปจากเขา ลึกลงไป เธอก็รู้ว่าเมื่อหันกลับไป เธอจะพบเขาเสมอ เขาไม่เคยเป็นฝ่ายอยู่ห่างเธอเลย แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ไม่ว่าจะหันไปทางไหน เธอก็จะไม่มีวันได้พบเขาอีก

 

 


          ทั้งที่แววตาคู่นั้นยังคงติดอยู่ในใจ แววตาคู่ที่มองเธออย่างที่เธอรอคอยมาตลอด

 

 


          คนร่างเล็กเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม สองมือไม่ลืมที่จะถือเสื้อของใครบางคนเอาไว้แนบอก เธอสาบานกับตัวเองว่าจะเก็บมันเอาไว้ติดตัวเสมอ ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ





               ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ

 

 



          แต่แล้ว

 


 


          เรย์รู้สึกเหมือนดาวทั้งดวงที่เธออยู่กำลังจะหยุดหมุน เธอทรุดร่างลงกับพื้นทั้งที่เพิ่งยันกายให้ลุกขึ้นได้ไม่กี่วินาทีก่อน อุณหภูมิรอบกายลดฮวบกะทันหัน แต่เหงื่อกาฬกลับผุดขึ้นบนใบหน้าของตัวเอง หรือเธอจะจับไข้? ไม่ ไม่ใช่ เธอไม่ได้ไม่สบาย เรย์จำความรู้สึกนี้ได้ มันคือความรู้สึกเหมือนเมื่อครู่ ความรู้สึกหลังจากสามารถเอาชนะพัลพาทีนได้ ความรู้สึกในตอนก่อนที่เบนจะช่วยเอาไว้

 

 


          เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย

 

 


          ทุกอย่างรอบข้างสลายหายไปจากโสตประสาทราวกับมีใครบางคนกำลังยืนลบมันอยู่รอบ ๆ แม้กายจะขดคู้ มือเล็กยังคงกำเสื้อสีดำตัวสำคัญไม่ปล่อยห่าง ในห้วงสุดท้ายของชีวิตนี้ เรย์คิดว่าเธอเข้าใจมันทั้งหมด ไม่ใช่แค่พลัง แต่มันคือจิตวิญญาณ พวกเราทั้งสองถูกเชื่อมเข้าด้วยกันในทุกอณูของชีวิต หากใครคนใดคนหนึ่งตาย อีกคนก็ย่อมจะอยู่ไม่ได้เช่นกัน นั่นเป็นสาเหตุว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงกำลังเกิดขึ้น เพราะอย่างนั้น แม้ว่าก่อนหน้านี้เบนจะไม่ได้ช่วยชีวิตเธอ เขาก็ต้องสลายหายไปอยู่ดี บางทีอาจเป็นสิ่งที่จักรวาลอาจต้องการตั้งแต่แรก

 

 


               ถึงจะรู้เช่นนั้น แต่ใบหน้าของเรย์กลับปรากฏรอยยิ้ม

 


 



               Be with me”

 




              Be with me”





              Be with me”

 





          เอ่ยประโยคสุดท้ายซ้ำไปซ้ำมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอ้อนวอน ก่อนที่ร่างของเรย์จะสลายหายไป

 

 




          ในที่สุดก็รู้เสียที





     

     

          สิ่งที่เธอปรารถนาจะให้อยู่กับเธอมากที่สุด หาใช่ใครอื่น แต่คือ เบน โซโล คนนี้มาโดยตลอด

 



 

.


.


.


.


.


.


.



 


          ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไรหนอ?


 

 


          เรย์ไม่เคยคิดถึงในจุดนี้ เธอไม่ได้มีเวลามากพอขนาดนั้นเมื่อครั้งยังมีชีวิต บางคนบอกว่าตายแล้วจะได้ไปอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาอีกโลกหนึ่ง บางคนบอกว่าตายแล้วจะต้องเกิดใหม่ บางคนเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ หรือบางคนก็บอกเธอว่ามันไม่มีอยู่จริง

 

 



          อย่างน้อยข้อสุดท้ายนั่นก็น่าจะต้องเป็นอันถูกปัดตกไป

 

 



          หญิงสาวที่ยังคงหลับตาพริ้มค่อย ๆ ได้สติ กระนั้นเปลือกตาทั้งสองข้างก็ยังปิดสนิทอยู่อย่างเดิม เธอรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไล้ไปกับเส้นผม มันช่างแผ่วบาวราวกับกำลังถูกใครสักคนสัมผัสอย่างอ่อนโยน อีกทั้งเธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้นอนราบไปกับพื้นเย็นเยือกเฉกเช่นก่อนหน้า มีอะไรบางอย่างรองรับศีรษะของเธอเอาไว้ และมันช่างให้ความรู้สึกดีเหลือเกิน ดีเสียจนไม่อยากลืมตาตื่น

 

 


 

          แพขนตาหนากระพริบถี่ ปรับทัศนวิสัยของตนเองให้ชัดขึ้น





               บรรยากาศรอบข้างเป็นเฉดสีที่เรย์ไม่เคยพบมาก่อน มันคืออะไรกันนะ? รู้แต่เพียงมันช่างว่างเปล่า ราวกับว่าเธอลอยอยู่ท่ามกลางห้วงอวกาศ ราวกับสถานที่นี้ไม่มีอยู่จริงอย่างไรอย่างนั้น  

 

 


 

          สิ่งถัดมาที่เธอเห็นคือใบหน้า

 

 



 

          “เธอคือ...”

 

 


 

          ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรต่อ นิ้วเรียวยาวก็แตะลงบนริมฝีปากของเธอเป็นเชิงปราม ราวกับไม่ต้องการให้เธอซักไซ้ไถ่ถามอะไรไปมากกว่านี้

 

 

 


 

          “ตกใจขนาดนั้นเชียว นึกว่าเธอจะดีใจที่ได้เจอฉันซะอีก”

 

 



          อา เสียงนั้น เสียงทุ้มนุ่มหูที่แสนคุ้นเคย

 

 



          น้ำสีใสไหลรินอาบสองแก้มนิ่มทันทีที่มั่นใจว่าใครคือเจ้าของแผ่นตักที่เธอนอนหนุนอยู่

 

 

 


          เบน โซโล ของเธอ

 

 

 

     

          “ดีใจสิ” เรย์ขยับปากพูดทั้งที่นิ้วของเบนยังคงแนบชิดอยู่แบบนั้น “เธอไม่รู้หรอกว่าฉันดีใจแค่ไหน” หญิงสาวสะอื้นในลำคอ เอื้อมมือขึ้นสัมผัสใบหน้าประทับรอยแผลเป็นแผ่วเบา เธอแตะเขาได้ เธอรู้สึกถึงผิวเนื้อของเขา นี่หรือคือสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากคนคนหนึ่งตายไป เรย์ไม่รอช้า รีบยันร่างขึ้นนั่ง ก่อนจะโผอ้อมกอดเข้าหาร่างหนา กระชับอ้อมแขนแน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยไปแล้วจะไม่ได้ทำเช่นนี้อีก

 

 

 


          รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเล็กเมื่อสัมผัสได้ถึงมือใหญ่ทั้งสองข้างบนแผ่นหลังของเธอเช่นกัน

 

 

 

          

          “ไม่อยากรู้หน่อยเหรอว่าที่นี่ที่ไหน” เบนกระซิบถามข้างใบหูเล็ก คางของเขาเกยอยู่บนไหล่มน

 

 

 


          “ใครสน” เรย์ไม่ยอมผละออก “ไม่ว่าจะคือที่ไหน เธออยู่กับฉันตรงนี้แล้ว และฉันจะไม่ปล่อยเธอไปอีกแน่” เธอไม่ต้องการเช่นนั้น ไม่อีกต่อไปแล้ว หากเธอต้องกอดเขาเอาไว้เช่นนี้ตลอดชีวิตเพื่อจะได้รักษาเขาเอาไว้ เธอก็ยินดีจะทำเช่นนั้น ภาพที่ร่างของเบนสลายหายไปต่อหน้ายังติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด เป็นวินาทีเดียวกับที่เธอรู้สึกราวกับจักรวาลจะแหลกสลาย และเธอไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นอีก

 

 

 


          เบนไม่ตอบ เขาต้องการให้พวกเราทั้งคู่ตักตวงช่วงเวลานี้ที่ยังพอเหลืออยู่เอาไว้ให้ได้นานที่สุด แม้เรย์จะไม่ใส่ใจ แต่ทั้งเขาและเธอก็รู้ดีว่าทั้งหมดนี่เกิดขึ้นเพราะจิตของเราเชื่อมกันอย่างไร้ซึ่งหนทางที่จะตัดมันได้ เธอนึกถึงเขาเป็นคนสุดท้าย เช่นเดียวกันกับเขาที่นึกถึงเพียงเธอมาตลอดชีวิต เพราะเหตุนั้น นี่จึงเป็นเพียงช่วงเวลาแสนสั้น ก่อนที่จิตของทั้งเขาและเธอจะต้องแยกจากอีกครั้ง โดยที่เขาจะไม่มีวันรู้เลยว่าเรย์จะไปอยู่ที่ไหน และไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเราจะจำกันและกันได้หรือไม่

 

 

 


          จำได้สิ” เสียงเล็กเอ่ยตอบทั้งที่ใบหน้ายังคงซุกอยู่กับแผงอกแกร่ง “ต่อให้เธอจะกลายเป็นชาววูคกี้ หรือกลายเป็นดรอยด์รุ่นเบน โซโล ฉันก็จะจำเธอได้เสมอ” เธอได้ยินความคิดของเขาโดยไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ และเธอก็แน่ใจว่าเขาก็รู้ทันความคิดของเธอเช่นเดียวกัน




               เพราะมันก็เป็นเช่นนั้นมาโดยตลอดไม่ใช่หรือ

 

 

 


          “ดรอยด์รุ่นเบน โซโล” เขาทวนคำพูดของอีกฝ่าย พ่นลมหายใจออกเบา ๆ เพราะรู้สึกขบขันกับความคิดของอีกฝ่าย “แต่ดรอยด์... มันจูบไม่ได้นะ” ไม่รู้อะไรดลใจให้เบนแหย่คนร่างเล็กในอ้อมแขนไปเช่นนั้น แต่การตอบกลับของเรย์ก็ทำให้เขาประหลาดใจได้เสมอ

 

 



          หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มรั้งใบหน้าของเขาเข้ามาจูบ 





          เป็นอีกครั้งที่เธอทำมันก่อน ริมฝีปากบางที่ขบเม้มลงมา จูบที่แผ่วเบาราวกับขนนก 

 

 

 


          “งั้นอย่าเกิดเป็นดรอยด์แล้วกัน ขอเป็นอย่างอื่นที่จูบได้” เรย์พูดติดตลกทันทีที่ถอนริมฝีปากออก “เอ อาจจะต้องขอเพิ่ม ให้เธอเกิดเป็นอะไรก็ได้ที่ เริ่มจูบก่อนเป็นด้วย แบบนั้นดีไหม...!” ยังไม่ทันจบประโยค ร่างเล็กทั้งร่างก็ถูกรั้งเข้ามาชิด ริมฝีปากของเธอถูกบดเบียดลงมาโดยเขา สัมผัสรุกล้ำหนักแน่น รุนแรงกว่ารสจูบที่เรย์เคยมอบให้เขา แผ่นหลังของเธอสัมผัสกับพื้น ศีรษะของเธอถูกรองเอาไว้โดยฝ่ามือหนา ตามมาด้วยร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมา และไม่มีทีท่าจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระในเร็ว ๆ นี้

 

 



          เราจูบกันอยู่นานนานพอที่จะทำให้เรย์เป็นฝ่ายยอมผละออกมาก่อนและยันร่างขึ้นนั่งข้าง ๆ เขา

 

 

 


          “ใช่แล้ว เธอห้ามเกิดเป็นดรอยด์เด็ดขาด เข้าใจตรงกันนะ เบน โซโล” เรย์เอ่ยด้วยท่าทางหนักแน่นจริงจัง ก่อนจะหัวเราะออกมา เธอไม่ได้คาดหวังว่าคนพูดน้อยที่ปล่อยให้เธอรุกก่อนถึงสองครั้งสองคราจะจัดการกับเธอได้ถึงเพียงนี้ ไหนจะเมื่อครู่ที่นัวเนียกันเป็นพัลวัน เธอรู้สึกได้ถึงมือซุกซนที่ปัดป่ายผ่านแผ่นหลังและเคลื่อนลงต่ำ หากเธอไม่จับมันเอาไว้ ป่านนี้สายคาดเอวเธออาจจะโดนปลดออกไปแล้วก็เป็นได้ ร้ายกาจนักนะพ่อคุณ





               เมื่อเห็นเธอยิ้ม เขาก็ยิ้มตามไปด้วย

 

 

 



          เขารักเธอเหลือเกิน

 

 

 



          รักมากพอที่จะสละชีวิตของตนให้ มากพอที่จะหันหลังให้กับสิ่งมีชีวิตทั้งจักรวาล มากยิ่งกว่าสิ่งใดที่เขาจะสามารถนึกออก เบนอดคิดไม่ได้ว่าจะดีสักแค่ไหน หากเราได้ใช้ชีวิตด้วยกันในจักรวาลที่ไม่มีฝ่ายต่อต้าน ไม่มีปฐมภาคี มีเพียงเบน โซโล และ เรย์ เท่านั้น

 

 

 



          หรือมันคงจะดีไม่น้อยเลย หากเราได้ใช้ชีวิตด้วยกันหลังเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อชาติก่อนจบสิ้นลง 





          

          "ถ้าเรายังมีชีวิต เธอว่าตอนนี้ตัวเองจะกำลังทำอะไรอยู่" เรย์เอ่ยถาม ธรรมชาติของเธอไม่ใช่คนช่างจ้อ เทียบไม่ได้กับเพื่อนรักอีกสองคนของเธอเลย แต่พอเทียบกันกับเบนแล้ว เธอกลายเป็นคนพูดมากไปเสียอย่างนั้น






          "คงพาเธอหนี" เบนตอบอย่างไม่ลังเล "พาเธอไปให้ไกลจากทุกอย่าง ไปเกาะร้างสักที่ ไปดาวที่ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อมาก่อน ฉันจะกระโดดเข้าไลท์สปีด ใช้เชื้อเพลิงให้หมดและทิ้งยานซะ ที่ไหนคือที่สุดท้ายก็คงจะอยู่ที่นั่น... กับเธอ" นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเบนพูดเป็นต่อยหอย น้ำเสียงของเขาตอนพูดเหมือนกับเด็กชายตัวน้อยกำลังเล่าความฝันของตัวเองอยู่อย่างไรอย่างนั้น เรย์อดหลุดยิ้มเอ็นดูไม่ได้ 





               คงเป็นนิทานก่อนนอนที่ฟังสนุกไม่น้อยเลย หากการผจญภัยของเรย์จากแจคคูและเบน โซโลเกิดขึ้นจริง ๆ






          "คิดไว้ซะดิบดี เสียดายจังที่ไม่ได้ทำแบบนั้น" เรย์ว่า "ภาพในหัวของฉันก็ไม่ต่างอะไรกัน อาจพาเธอกลับไปหาฝ่ายต่อต้าน แล้วก็ขอลา"






          "ฉันคงโดนพวกนั้นยิงตายตั้งแต่โผล่หน้าออกมาจากยาน"






          "บ้าบอ ข้ามศพฉันไปก่อนเถอะ" เรย์เอ่ยเสียงเข้ม "ใครกล้ายิงเธอด้วยหรือไง ทำเหมือนว่าตัวเองจะใช้ฟอร์ซสกัดเอาไว้ไม่ทันอย่างนั้นแหละ มีอะไรบ้างที่เธอจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน" เธอพูดติดตลก หากแต่ไม่ได้รับคำตอบจากเบน เธอจึงผินหน้ามองคู่สนทนา 





          ".... อย่ามองกันแบบนั้นสิ" สายตาดุ ๆ ที่ทอดมองมาแทนคำตอบที่ว่า 'ก็เธอไง' เล่นเอาเรย์ทำตัวไม่ถูก พูดอีกก็ถูกอีก ที่ผ่านมาเขาก็ไล่เธอไม่ทันจริง ๆ แต่นั่นก็เพราะเธอหนีหัวซุกหัวซุน แถมขัดขืนเขาอีกต่างหาก ลองเธอไม่มีพลังสักอย่าง บางทีอาจจะถูกรวบหัวรวบหางตั้งแต่แรกแล้วก็ได้






          หรือถูกรวบตัวไว้แต่แรกจะเป็นความคิดที่ดีนะ ?






         ไม่กี่อึดใจ ทั้งเขาและเธอก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง 





          เราเพียงแค่นั่งข้างกัน มือข้างหนึ่งของเขาวางประสานลงบนมือของเธอที่ใช้ยันกับพื้น เราปล่อยความคิดให้โลดแล่นไหลไปตามห้วงเวลาที่ราวกับจะหยุดเดิน แต่ในขณะเดียวกันก็ดำเนินไปรวดเร็วเกินคาดคิด ต่างก็รู้ดีว่าอีกไม่นานก็ต้องได้เวลาแยกจากกันอีกครั้ง เราทั้งคู่ไม่อยากให้มันมาถึง แต่เราทั้งคู่ก็ไม่อาจหลีกหนีมันได้เช่นกัน 




               

          

 

 



          “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะยังรัก ฉันอยู่ไหม” 






               แม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วเต็มอก แต่ก็อดที่จะพูดมันออกมาไม่ได้






          เรย์เอ่ยถามหลังจากความเงียบผ่านไปสักพัก “ไม่ว่าเราจะเจอกันอีกครั้งตอนฉันใกล้จะตาย ไม่ว่าเธอจะเจอฉันที่เหลือเพียงวิญญาณ หรือไม่ว่าเธอจะเจอฉันหรือไม่ก็ตาม” เธอเพียงแค่รู้สึกอยากพูดมันออกมาเพราะเบนคืออีกครึ่งชีวิตของเธอ และมันจะเป็นเช่นนั้นไม่ว่าพลังที่มองไม่เห็นจะเล่นตลกอะไรกับเราก็ตาม

 

 

 



          เป็นอีกครั้งที่เบนเลือกจะไม่ตอบอะไร ถึงอย่างนั้น แววตาแสนแน่นหนักไม่ละไปไหนขณะที่ก้มสัมผัสของริมฝีปากหนาบนหน้าผากของเธอนั้น ก็เพียงพอแล้วที่จะแทนคำตอบทุกสิ่งอย่าง คำตอบที่มีเพียงเราที่รู้

 

 

 


 


          การจากกันในครั้งนี้ แค่เพียงชั่วคราวเท่านั้น

 

 

 

 


          ทั้งเขาและเธอจะได้อยู่เคียงข้างกันในท้ายที่สุด จนกว่าเวลานั้นจะมาถึง

 

 

 

 



          แล้วสักวันหนึ่ง ดาวดวงน้อยทั้งสองจะไม่หลงทางอีกต่อไป






 

Dear lord, when I get to heaven
Please let me bring my man
When he comes tell me that you'll let him in
Father tell me if you can
All that grace, all that body
All that face, makes me wanna party
He's my sun, he makes me shine like diamonds





ถึงพระผู้เป็นเจ้า,


หากเมื่อฉันถึงสรวงสวรรค์แล้ว

ได้โปรด ให้ฉันพาใครคนนั้นของฉันไปด้วย

เมื่อเขามาถึง โปรดบอกฉันว่าท่านจะยอมให้เขาเข้ามา

พระเจ้า ท่านทำแบบนั้นได้หรือไม่

ความสง่างามนั้น ร่างกายนั้น

ใบหน้านั้น ทำให้ฉันรื่นรมย์

เขาคือดวงอาทิตย์ของฉัน

เขาทำให้ฉันสว่างสไวราวกับเพชรเม็ดโต

 








 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 


Writer’s talk

 

ในที่สุดก็เข็นอะไรออกมาจนได้ค่ะ ฮือ T___T /ทรุด

ไม่มูฟออนใด ๆ อยากจะเขียนเอยูฟลัฟฟี่ที่เป็นแนวถนัดก็ยังทำไม่ได้ เลยต้องขออนุญาตมามอบอะไรกึ่งหน่วงกึ่งฮีลให้กับทุกท่านแก้ขัดไปก่อนนะคะ มิเช่นนั้นจะยาวมาก ทั้งตัวฟิค แล้วก็ทั้งคนเขียนนี่แหละค่ะ ใช้เวลายาวมาก5555555

 

เรื่องนี้ก็จะปูไปถึงเรื่องชาติหน้าเนอะคะ แต่ก็คงไม่ได้เชื่อมอะไรกันเบอร์นั้น คือจะอ่านต่อกันก็ได้ อ่านแยกก็ได้ ได้หมดถ้าสดใจ แต่จริง ๆ วางแพลนไว้แล้วว่าอยากเขียนแนวระลึกชาติ สัญญาเก่า บุพเพสันนิวาศ อะไรพวกนี้ค่ะ ชอบมาก แต่จะเป็นระลึกชาติแบบฟลัฟฟี่สุดติ่งกระดิ่งแมว (หวังว่าจะทำได้ เหิก) เพราะด้อมเรามีเรื่องราวดราม่า (ของพวกเขาสองคนในหนัง) เยอะมากพอแล้ว เราจะไม่เพิ่มมันอีกแล้วค่ะ TwT

 

แต่เอาจริง ๆ ยังไม่ได้ฟันธงกับตัวเองเลยว่าจะเขียน AU อะไรดี ใครมีไอเดียเสนอได้เลยนะคะ เปิดรับข้อเสนอแนะค่ะ เผื่อมีไอเดียอะไรดี ๆ ให้กัน อิอิ

 

นี่ไม่ได้เขียนฟิคมานานมากกกกก แบบมากจริง ๆ มันก็จะใช้เวลา (ไม่) หน่อยอ่ะ แก่แล้ว (?) ไม่เหมียนช่วงก่อนหน้าที่เขียนฟิคมันวันเว้นวัน สุดยอดไปเลยตัวชั้นในอดีต อยากได้เอเนอร์จี้แบบนั้นกลับมา ฮรึก ขอยาดโทษ TROS เลย นังทัวดี!!! ตอนนี้อะไรก็โทษหนังไปก่อนอ่ะ ฮื้อ

 

ในส่วนของเพลงนี้ ก็คือว่าเราชอบเพลงนี้มากกกกกกก แบบมากจริง ๆ พอดูหนังจบมาฟังแล้วก็รู้สึกว่าทำไมมันเรย์โลจังแก จับยัดใส่เป็นธีมของเรื่องไปเลย คิ้กค้าก (แม้เนื้อเพลงจะเข้าเค้ากับฟิคอยู่แค่ไม่กี่ท่อนก็ตาม...) เพลงเพราะมากเลยค่ะ ลองหาฟังกันดูนะคะ แนะนำจริง ๆ เรารัก Lana del Rey <3

 

 

อ้อ! และใช่ค่ะ เราแต่งให้พวกเขาซี้ตามกันจริง ๆ นะคะ (แอบมาคิดว่าถ้าสมมติตอนจบในเรื่องคือซี้ทั้งคู่ เราจะรู้สึกเบาใจกว่านี้ไหมนะ แบบอย่างน้อยเขาก็ไปอยู่ในภพเดียวกัน T_T)

 

ทอล์คยาวมากเหมือนเก็บกด5555 ไปแล้วคับ เจอกันใหม่เรื่องหน้า! คงผลิตฟิคแก่เรือเรย์โลที่เรารักไปอีกพักใหญ่เลย ฝากติดตามด้วยนะคับผม

 

 

ชอบไม่ชอบติชมได้เช่นเคย

 

 

รัก,

 

Arielqueen

(Twitter: @arielqueenss)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #56 Cherry Wanlada (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มกราคม 2563 / 18:30
    ตอนนี้รีดก็ยังมูฟออนไม่ได้เหมือนกันค่ะ รอตอนต่อไปนะคะไรท์ อยากอ่านชาติต่อไปของทั้งคู่ล้าววววว
    #56
    0
  2. #55 Skye1907 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 19:14

    ทำไมนึกถึงมุกชาติหน้าขอเกิดเป็นม้าน้ำของพี่หมื่น--

    #55
    0
  3. #53 DaisySelvin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 10:38
    น่ารักทั้งคู่เลย รออ่านต่อไปนะคะ ดูซิว่าจะไปเกิดแล้วเป็นยังไง เพลงเข้ากับเนื้อเรื่องมากเลย โคตรจะเรย์โลเลยค่ะ ขอบคุณที่กลับมาแต่งคู่นี้อีกนะคะ เลิฟ
    #53
    0
  4. #52 Audaidaj (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 02:06
    หนังจบคนไม่จบค่ะ ดีค่ะฟิคเรย์โลแบบภพชาติยังไม่เคยอ่านเจอเลยค่ะ อย่างน้อยตรงนี้ยังฮีลใจเราได้เสมอ ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวให้เรามีกำลังใจนะคะ
    #52
    0
  5. #51 Piiicha (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 19:41
    อุแงงงงงง ดีงามมากค่ะ ถ้าหนังจบแบบเรื่องนี้เราคงไม่ห่อเ-่ยวมองยิ้มตีนกาพิดัมวนลูปแบบนี้แน่นอนค่ะแงงงงงงงง้ ชาตินี้เวลาอยู่ด้วยกันน้อยเกินไปก็ทดเวลาไปอยู่ด้วยกันในภพต่อไปแล้วกัน TvT เราไม่รู้จะแนะนำอะไรนอกจากขอล้องว่าอย่าดราม่าเลยนะคะ เพราะเจเจนังทำเราแสบทรวงจริงๆค่ะฮรืออออออ /แคปเจอร์ที่บอกว่าจะไม่ดราม่าแงๆๆๆๆๆๆ
    #51
    0
  6. #50 มิลลิเซนต์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 19:31
    ชอบเพลงนี้เหมือนกันเลย ตอนเห็นชื่อแล้วเอ๊ะ นึกถึงท่อนฮุค จะใช่เกี่ยวกับชาติหน้าภพหน้ารึเปล่านะ แล้วก็ใช่จริงๆ ด้วย อยากอ่านพล็อตแนวๆ นี้กับเรย์โลมานานแล้ว ตั้งแต่ฟิคที่ใช้เพลงเธอแต่ง ขอตอนต่อเลยได้มะ อยากอ่าน55555 อยากอ่านตอนใครคนใดคนหนึ่งตามหาอีกคนมาตลอด แง
    #50
    0