Star Wars Fiction(s) by Arielqueen

ตอนที่ 14 : (Reylo) Everything I need

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 547
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    13 เม.ย. 62


Everything I need

(Ben Solo x Rey / Reylo)

Inspired by Everything I need – Skylar Grey

 

 


NOTE: ไม่ได้เขียนเรย์โลมาปีเต็ม ๆ ฮือ พอเทรลเลอร์มาเท่านั้นแหละ เรือชั้นมาแล้วโว้ย!!!!เพลงนี้เป็นเพลงที่ฟังครั้งแรกแล้วนึกถึงเรย์โลเลยค่ะ ฮือ TT ฟิคต้องมาแน้ว เราอยู่ต่างประเทศ เลยไม่สะดวกแต่งยาว ๆ มาสั้น ๆ ก่อนแล้วกันนะคะ ไว้มีโอกาสจะแต่งอีก อิอิ

** ฟิคมีเนื้อหาอ้างอิงมาจากหนังนะคะ





Born on the wrong side of the ocean
With all the tides against you
You never thought you'd be much good for anyone
But that's so far from the truth

 

I know there's pain in your heart
And you're covered in scars
Wish you could see what I do

 

Cause baby, everything you are
Is everything I need
You're everything to me
Baby, every single part
Is who you're meant to be
Because you were meant for me
And you're everything I need

 

You can say I'm wrong
You can turn your back against me
But I'm here to stay
Like the sea
She keeps kissing the shoreline
No matter how many times he pushes her away









ต่อให้สิ่งมีชีวิตทั้งกาแล็คซีจะมองว่าเขาเป็นปีศาจจากนรกขุมไหน


 

เขาไม่เคยสนใจ


 

เบน โซโล— หรือไคโล อัศวินแห่งเร็น— จะว่าว่าเป็นหมาป่าเดียวดายก็คงไม่ใช่คำอธิบายที่มากเกินไป

 


เบนมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และตัวเองเท่านั้น


 

เขาฆ่าล้างดวงดาว พรากชีวิตผู้คน ทรมาณพวกเขาทั้งร่างกายและวิญญาณ แต่ในนัยน์ตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า— ราวกับกลายเป็นคนด้านชาไร้ความรู้สึก



ไฟโกรธและแรงแค้นเป็นเพื่อนเพียงหนึ่งเดียวที่เบนมี เขาถูกสอนมาแบบนั้น ให้จงเกลียดจงชังบิดามารดาบังเกิดเกล้า และภักดีต่อผู้ที่ให้ชีวิตใหม่แก่เขา

 


กระนั้น

 


ทุกอย่างที่เคยเชื่อกลับแหลกสลายไปอย่างง่ายดาย


 

เพียงแค่ได้สบตากับดวงตาคู่นั้น


 

เรย์

 


ผู้หญิงที่เบนรู้อยู่เต็มอกว่าควรฆ่าเธอทิ้งตั้งแต่แรกพบ แต่กลับเลือกที่จะไม่ลงมือ


 

ปล่อยเธอเอาไว้ หนำซ้ำยังคิดจะชวนเธอหนีไปด้วยกัน


 

ใช่— ผู้หญิงคนนั้นท้าทายความเชื่อทุกอย่างที่เด็กชายเบน โซโลเคยมี


 

ความเชื่อ ที่ว่าเขาอยู่ตัวคนเดียว


 

มือของเธอ


 

เล็กกว่ามือของใครก็ตามที่เบนเคยเห็น


 

เหตุการณ์เมื่อวันนั้นที่เธอนั่งคุยกับเขา จากที่ไหนสักแห่งในจักรวาล


 

นั่นเป็นความรู้สึกใหม่เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนตั้งแต่เกิด


 

เธอเป็นฝ่ายยื่นมือมาหาเขาก่อน


 

แววตาของเธอสั่นระริกเธอไม่มั่นใจ ไม่ใช่ในตัวเขา แต่ในตัวของเธอเอง


 

เบนอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไปหา ด้วยมือที่ว่างเปล่าปราศจากถุงมือสีดำ


 

ปลายนิ้วทั้งสองแนบสัมผัส


 

ความรู้สึกใหม่อีกหนึ่งถูกส่งผ่าน


 

วินาทีนั้น เบนรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกเรย์โอบกอดเอาไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างเขารู้ว่ามันจริง รู้ว่าเธอสัมผัสเขาได้ และรู้ว่าเธอจะต้องตามหาเขา


 

เป็นครั้งแรกที่อยากเอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้ใครสักคน


 

พวกเขาไม่ได้เปล่งเสียงออกมา


 

แต่เสียงความคิดของเรย์กลับลอดผ่านเข้ามายังห้วงความคิดของเขา— ราวกับว่าเธอกำลังกระซิบมันอยู่ข้างหู


 

นายไม่ได้เป็นแบบนั้น เบน


 

เขามองเธออย่างไม่วางตา


 

ไม่— ไม่ใช่แบบที่ใคร ๆ คิด และไม่ใช่แบบที่ตัวนายเองคิด


 

เธอพูดราวกับรู้จักเขาดี


 

ฉันรู้ว่านายผ่านอะไรมาบ้าง ความเจ็บปวดของนาย


 

แรงกดที่นิ้วเพิ่มมากขึ้นไปอีก


 

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ พวกเขาทั้งคู่ก็ถูกขัดด้วยการมาเยือนของลุค สกายวอล์คเกอร์


 



และนั่นสัมผัสสุดท้ายที่เบนจำได้






 

 

 

 

 

 

อัศวินแห่งเรนในกางเกงสีดำเอวสูงนอนแผ่บนเตียงในห้องพักบนยาน ดวงตาสีมืดจ้องมองเพดานว่างเปล่ามานานหลายชั่วโมง แต่กระนั้นก็ยังคิดไม่ตก


 

คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมด


 

เธอทิ้งเขาเอาไว้บนดาวดวงนั้น และเธอเลือกที่จะไปกับพวกฝ่ายต่อต้าน

 

 

สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดมากที่สุดคงจะเป็นดวงตาคู่เดิมที่เขาชอบ มองมายังเขาราวกับคนแปลกหน้า 


 

นายพลฮักซ์เคยจิกกัดว่าเขากำลังทำตัวเหมือนชายหนุ่มที่เพิ่งอกหัก— แน่นอนว่าจบลงที่เบนจับเจ้าคนปากดีโยนลงจากชั้นสองของยานเป็นการลงโทษ

 





 

“เบน”


 

เบนคิดว่าบางทีเขาคงจะคิดถึงเรย์มากเกินไปหน่อยจนประสาทหลอน แต่เสียงที่ได้ยินกลับคุ้นหูเสียเหลือเกิน— ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคิดถึงเสียงของเธอเวลาเรียกชื่อของเขา และอยากได้ยินมันซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น


 

“เบน โซโล”


 

เบนหลับตาลง ในใจก็หวังจะให้เสียงของหญิงสาวคนนั้นหายไปจากโสตประสาทเสียที หรือไม่บางทีเขาก็อาจจะต้องข่มตาหลับให้พ้น ๆ เสีย เพราะมันได้ผลทุกครั้ง อย่างน้อยก็ทำให้เขาลืมเรย์ได้ชั่วขณะหนึ่ง (แม้บางทีเบนจะฝันถึงเรย์ก็ตาม)


 

“ใจคอจะหลับอัดหน้าฉันแบบนี้จริง ๆ เหรอ”


 

คราวนี้คนที่กำลังพยายามเข้าสู่ห้วงนิทราถึงกับสะดุ้งเฮือกใหญ่และดีดตัวลุกขึ้นนั่ง เพราะนี่มันแปลกกว่าทุกครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่เสียงของเรย์จะพูดอะไรมากกว่าการเรียกชื่อของเขาเลย


 

และทันทีที่ลุกขึ้นนั่ง เบนก็พบกับเจ้าของเสียงห้าว ยืนอยู่ที่ปลายเตียงของเขาเอง


 

หญิงสาวเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มและผมมัดสามจุกอันเป็นเอกลักษณ์

 


“เธอ...”


 

เบนมีคำพูดอยากจะพูดนับร้อย แต่ดูเหมือนว่าสมองของเขาจะอนุญาตให้เขาพูดแค่คำว่าเธอคำเดียว และนั่นทำให้เรย์หลุดยิ้ม


 

“ตกใจอะไร” เธอว่า “เราก็เคยเจอกันแบบนี้ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว”


 

ก็ต้องตกใจอยู่แล้วสิ เธอเพิ่งจะทิ้งเขาไปไม่กี่วันที่แล้วไม่ใช่หรือไงกัน


 

น่าแปลก— ทั้งที่ทีแรกเขาเจ็บปวดเจียนตาย แต่แค่ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ความเจ็บปวดที่ทรมาณจิตใจมาหลายวันกลับหายไปในพริบตา


 

เวทย์มนตร์อะไรของเธอกันแน่ เรย์


 

“ขอโทษที่ปิดยานใส่หน้านายไปแบบนั้น” เรย์เข้าประเด็น “ยังโกรธกันอยู่หรือเปล่า”

 


เบนไม่ตอบ— ความโกรธมันไม่ได้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะไอ้ความรู้สึกพารานอยด์ที่มีน่ะมันคือความน้อยใจต่างหาก— แววตาของเขาสั่นระริกราวกับลูกสุนัขที่เพิ่งโดนเจ้าของทิ้ง


 

นั่นเรียกรอยยิ้มจากเรย์ได้เป็นอย่างดี


 

ใครว่าไคโล เร็นน่ากลัวกันล่ะ จริง ๆ แล้วเขาก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเอง

 


และนั่นคือเหตุผลที่เธอมาหาเขาในวันนี้


 

ใช่ว่ามีแต่เบนที่รู้สึกอะไร เธอเองก็รู้สึกเหมือนกัน


 

และสิ่งที่เธอรู้ดียิ่งกว่าใครแสงสว่างในตัวของเบนยังคงอยู่ และมันไม่เคยหายไปไหนตั้งแต่แรก


 

การที่เด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งต้องผ่านเรื่องอะไรต่อมิอะไรมาเพียงลำพังแบบนั้น ไม่น่าแปลกที่แผลในใจของเบน โซโลจะมีมากเกินเสียจนใคร ๆ ต่างก็คิดว่ามันไร้หนทางเยียวยา และนั่นทำให้ในท้ายที่สุดเจ้าตัวก็หมดหวังในตัวเองเช่นเดียวกัน


 

แต่เรย์กลับไม่คิดแบบนั้น


 

ตั้งแต่วันที่เธอได้คุยกับเขาดี ๆ แบบนั้น ได้สัมผัสมือของเบน ได้รู้จัก เบน โซโล’ ที่ไม่ใช่ ไคโล เร็น’ กำแพงในใจที่เธอเคยสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านเขาก็ค่อย ๆ ถูกทลายลง


 

จนเธอรู้สึกอะไรบางอย่าง


 

“ฉันไม่ได้มาเพื่อบังคับขืนใจหรือพูดจาโน้มน้าวอะไร— ฉันเคารพการตัดสินใจของนาย” เรย์รู้ดีว่าการพูดจาอ้อมค้อมไม่เคยส่งผลดีอะไร ที่สำคัญ พูดอ้อมไปแค่ไหนคนตรงหน้าก็คงจะไม่เข้าใจอยู่ดีนั่นแหละ


 

“แค่อยากมาบอกสิ่งที่ยังไม่เคยได้บอก”


 

เรย์รู้ว่าเบนไม่ใช่คนช่างพูด ผิดกับเธอที่บางทีก็จ้อมากเกินเสียจนคนรอบตัวรำคาญ


 

แต่นั่นก็นับว่าเป็นข้อดี เพราะเขาคงไม่ขัดสิ่งที่เธอกำลังจะพูดต่อไป


 

“นายไม่ได้อยู่คนเดียวนะ เบน”

 


เรย์พูดประโยคเดิมที่เคยพูดซ้ำอีกครั้ง ในขณะที่ร่างของเธอถือวิสาสะหย่อนตัวเองนั่งลงบนพื้นเตียงถัดจากร่างสูงของชายหนุ่มอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล


 

“ฉันรู้ว่าการที่ฉันทิ้งนายเอาไว้แบบนั้นมันแย่— นายรู้สึกแย่มากเลยใช่หรือเปล่า” พูดพลางเอื้อมมือสัมผัสใบหน้าประดับรอยแผลเป็นเบา ๆ


 

สัมผัสอุ่นจากมือเล็กที่แตะลงบนผิวแก้ม ความอุ่นนั้นกระจายไปทั่วร่างกำยำ แทนที่ความจริงแล้วควรจะปัดมันออก แต่เบนกลับปล่อยให้เธอสัมผัสอยู่แบบนั้นทั้งยังภาวนาให้เธอไม่ถอนมือออกไปในเร็ว ๆ นี้ด้วยซ้ำ


 

“ขอโทษนะ”

 


คำขอโทษเพียงคำเดียวก็แทบจะทำให้เบน โซโลลืมทุกอย่างและดึงร่างของเธอเข้ามาแนบอก อยากจะประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากคู่นั้น อยากสัมผัสกลุ่มผมสีน้ำตาลท่าทางนุ่มลื่น อยากบอกเธอว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอ


 

แต่ร่างกายก็อนุญาตให้ทำเพียงแค่กลืนน้ำลายอึกหนึ่ง— แบบที่เขาชอบทำเวลาต้องเก็บกดอารมณ์เอาไว้


 

“ฉันเชื่อในตัวนาย ถึงแม้ว่านายจะไม่เชื่อในตัวเองก็ตาม” เรย์พูดต่อ “จะบอกว่าฉันคิดผิด หรือจะหาว่าฉันโง่งมงายก็ได้ แต่ไม่มีอะไรเปลี่ยนความคิดนี้ได้ทั้งนั้น”


 

มือเล็กเลื่อนจากผิวแก้มสากและสันกรามมายังบริเวณปลายคางแหลม และเบนก็ยังคงปล่อยให้เธอสัมผัสเขาได้ตามใจชอบ


 

“แม้ในตอนนี้ฉันกับนายจะไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะทำอะไรได้มากกว่านี้ แต่ฉันอยู่นี่อยู่ตรงนี้กับนายเสมอ เข้าใจใช่ไหมเบน”


 

เรย์ไม่ต้องการให้เบนคิดว่าเขาไม่เหลือใคร


 

ไม่— เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็เอาตัวเองออกมาจากเขาไม่ได้ ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหนก็ตาม


 

“ตอบฉันสิว่านายเข้าใจ”


 

เธอไม่สามารถใช้เวลาไปนานกว่านี้ได้อีกต่อไป และสิ่งที่เธอต้องการก็แค่ให้เบน โซโลรู้ความจริงที่ว่า ต่อให้คนทั้งจักรวาลจะหันหลังให้เขา แต่เธอจะเป็นคนที่คอยฉุดเขาขึ้นมาจากความโดดเดี่ยวนั่นเสมอ’ 


 

“เบน—!

 


คำพูดทั้งหมดถูกกลืนกลับลงคอ เมื่อจู่ ๆ ริมฝีปากของเบนกดประทับลงริมฝีปากของเรย์อย่างอุกอาจ จาบจ้วง และไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว


 

นั่นเป็นจูบแรก— ทั้งของเขาและของเธอ


 

แม้สัมผัสจะแผ่วเบาราวกับปุยเมฆ แต่ความโหยหา อาลัยอาวรณ์ และยิ่งไปกว่านั้นคือความปรารถนาที่ซ่อนเร้นกลับถูกส่งผ่านรสจูบนั้นอย่างไม่มิดแม้น มือของคนทั้งคู่ประสานเข้าด้วยกัน ในขณะที่มือข้างหนึ่งของเบนประคองศีรษะทุยเอาไว้ราวกับจะไม่ให้หนี


 

เรย์หอบหายใจ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะผละออก


 

พวกเขาแลกสัมผัสกันอยู่นานนานมากพอที่จะทำให้รู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ


 

เบนเป็นฝ่ายผละออก และเขาทำท่าที่จะประกบริมฝีปากกลับลงมาอีกครั้ง แต่ก็ถูกมือเล็กปิดปากของเขาเอาไว้ก่อน


 

“ยังไม่ตอบเลยว่าเข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่า”


 

สำเนียงของเธอและน้ำเสียงของเธอ— เบนรักมันไปหมดทุกอย่าง


 

ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนฝ่ามือที่ปิดปากของเขาเอาไว้อยู่แทนคำตอบ


 

นั่นทำให้เรย์เผยรอยยิ้มออกมา


 

“พูดน้อยจนฉันอายเลยให้ตายเถอะ” ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังชอบมันอยู่ดี— ทุกสิ่งที่เป็นเบน โซโล 


 

เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง


 

“ต้องไปแล้วนะ” เธอว่า “แต่เอาไว้ถ้ามีโอกาส ฉันจะมาหานายอีก”


 

“รอบหน้า...”

 


เบนเปิดปากพูดเป็นครั้งแรกของวัน และนั่นเรียกความสนใจจากคนที่กำลังจะต้องไปเอาไว้


 

“รอบหน้า— ขอจูบอีกได้หรือเปล่า”


 

เรย์ไม่ตอบ


 

แต่รอยยิ้มสดใสเล็ก ๆ นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับแทนคำอนุญาต

 

 

 





นับจากวันนั้น ผู้นำสูงสุดของฝ่ายปฐมภาคีก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งอย่างไม่ทราบสาเหตุ บรรดาสตรอมทรูปเปอร์และผู้นำตำแหน่งน้อยใหญ่ต่างก็พากันเดาเหตุผลไปต่าง ๆ นา ๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเดาถูกสักคน (และถ้าใครดวงดีถูกจับได้ ก็จะถูกไคโลจับบีบคอจนหน้าเขียวหน้าแดงกันยกใหญ่)

 





แต่ดูเหมือนคนที่โดนหนักที่สุดจะเป็นนายพลอาร์มิเทจ ฮักซ์คนดีคนเดิมนี่แหละนะ

 

 







 

 

Writer’s talk

 

ซาหวัดดีค่า กรี้ดดดดด /ไหว้ย่อรอบทิศ

มีแรงเขียนเพราะตัวอย่างใหม่ที่ออกเลยค่ะ แง ก็ไม่มีอะไรมาก แค่แบบกาว ๆ ว่าเออ เขาแยกกันปุ๊ป ต่อมาหนูเรย์นี่แหละจะเป็นคนเชื่อมั่นในตัวอิพี่ และไปให้กำลังใจอิพี่ที่อกหัก!!อารมณ์เรย์เป็นคนเดียวที่เบนจะรู้สึกอะไรแบบนี้ด้วย ก็เป็นคนสำคัญเอ่าะ เรย์เองก็ไม่ได้อยากทิ้งเบนเอาไว้แบบนั้น แต่มันไฟลท์บังคับตะหาก กิ้ว ๆ (เนี่ย กาวเก่งงงงงง)

 

อันนี้เรารีบเขียนมาก ฮือ ถ้าไม่ชอบก็ขอโทษด้วยนะคะ TwT มาไวไปไวมาก จริง ๆ คิดว่าในด้อมคงมีคนแต่งแนวนี้ไปเยอะแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปเหมือนกับของใครหรือเปล่า ถ้ายังไงขออภัยล่วงหน้าก่อนนะคะ ไม่ทราบจริง ๆ /กราบ

 

อ้อชอบเพลงนี้เพราะรุ้สึกมันเป็นเพลงแทนใจจากเรย์ให้เบนที่ดีมั่ก ๆ ใครยังไม่เคยฟังลองไปหาฟังกันดูนะคะ แงร มันดจีย์จิง ๆ มันโคตรเรย์โลเรยยยย

 

รอบหน้าจะแต่ง AU แล้วงานถนัดของเราเลยค่ะ (เราเป็นคนแต่งอะไรจากเนื้อเรื่องหลักไม่ค่อยเก่ง ก้าก แต่เรื่องนี้มันต้องโดนจริง ๆ)

 

เจอกันเรื่องหน้าค่า <3

 

ฝากด้วยนะคะ ชอบไม่ชอบติชมได้น้า 

 

ทวิตเตอร์เรา > @arielqueenss ค่า แวะมาเม้ากันได้นะ <3

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #49 Anemone2526 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 19:47

    อะไรๆก็มาลงที่ฮักซ์คนเดียว ถถถถถ

    #49
    0
  2. #48 Audaidaj (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 13:00
    เขินบิดจนจะเป็นเลข8แระ ฟินเกินพิกัดมาน้อยแต่มีคุณภาพค่าไรท์
    #48
    0
  3. #47 ck94 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 22:59
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ดีงามมากค่ะ ดีงามจริงๆ ฮรืออออออออ เริ่มแอบมีความหวังจริงๆว่าจะมีฉากเปิดใจอย่างงี้ในภาคหน้ารึป่าว
    #47
    0
  4. #46 erney007 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:40

    กรี๊ดดดดดด มีแวะมาปลอบใจคนอกหักด้วยอ้ะ ครั้งหน้าอย่าเอาแค่จูบนะคะ เอามากกว่านั้นเลยค่ะ!!!

    #46
    0
  5. #45 Ahappipy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:14
    โอยยยย หัวจายยยยยย รอบหน้าอีกทีเมื่อไหร่ดีคะ ^^
    #45
    0
  6. #44 จุ๊จัง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:10

    ว้ายยยยยยยยยย Made in UK! ความเว้าวอนนี้คืออัลลัยยยยยย

    #44
    0
  7. #43 mamomew21 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 13:09
    ไม่รู้ตั้งใจรึเปล่าแต่หลุดขำตรงกางเกงเอวสูงสีดำ สำลักเลยค่ะ แล้วตอนหลับหนีสาวอีก555555 โอ้ยพ่อคุณ พอเค้าคุยด้วยหน่อยก็งี้ดๆเลยนะ รอบหน้า ขอจูบอีกได้หรือเปล่า<<<เว้าวอนมากเลยน้าตาเบนโซโลลลลล//กรี๊ดอัดหมอน
    #43
    0
  8. #42 มิลลิเซนต์ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 12:56
    กรี๊ดดดดด ปั่นเร็วโคตรรรร ยอมมม ยอมแล้วววว /เดี๋ยวมาหวีดอีกรอบบบ กรี๊ดดดดด
    #42
    0