Star Wars Fiction(s) by Arielqueen

ตอนที่ 11 : (Reylo) The Tooth Fairy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    13 ก.พ. 61


The Tooth Fairy

One shot

(Ben Solo x Rey / Reylo)

Inspired by tooth fairies’ myth/ Up all night – Charlie Puth    











Well I get the thrill run down my spine
When I see you hitting me up
Feeling so electrified
With the heat of a million suns

 

คือว่า ฉันมีความรู้สึกประหลาดแล่นไปทั่วร่าง

ตอนที่ฉันเห็นเธอ

รู้สึกเหมือนโดนช็อต

ด้วยความร้อนจากดวงอาทิตย์เป็นล้านดวง


You know just one touch can keep me high
And I think I'll never come down
'Til a couple days go by
And you're nowhere to be found

 

รู้ไหม แค่สัมผัสครั้งเดียวของเธอก็ทำให้ฉันลอยได้

และฉันคิดว่าฉันไม่อยากกลับลงมาอีก

จนกระทั่งไม่กี่วันผ่านไป

ฉันก็หาเธอไม่พบอีกเลย

 

Up all night
All the things that you said to me yesterday
Playing over in my mind
It's a crime

 

ฉันนอนไม่หลับทั้งคืนเลย

สิ่งที่เธอพูดกับฉันเมื่อวันก่อน

วนเวียนอยู่ในหัวของฉัน

นี่มันเป็นอาชญากรรมนะรู้หรือเปล่า

 

So, I try to shake you out my head
But you got those lips so red
And that smoking voice, you do

 

ฉันก็เลยลองสะบัดเธอออกจากความคิด

แต่เธอมีริมฝีปากแดงๆนั่น

และเสียงเล็กๆนั่น เธอมีมันจริงๆนะ

 


So
, I know it's pointless anyway
'Cause there ain't nobody else
That could light me up so bright
And break this crazy spell

 

ฉันก็เลยรู้ว่ามันไร้ประโยชน์ที่จะลืมเธอ

เพราะมันไม่มีใครอีก

ที่จะสามารถทำให้ฉันรู้สึกสว่างสไวได้

และไม่มีใครมาแทนที่เวทย์มนตร์ของเธอได้










“แม่ฮะ นางฟ้ามีจริงหรือเปล่าฮะ”

 


เสียงเล็กๆของเด็กชายวัยเจ็ดปีถามผู้เป็นแม่ของเขา

 


เสียงของ เบน โซโลลูกชายคนเดียวของนายพลเลอา ออร์กาน่า และ ฮาน โซโล

 


“แม่คิดว่างั้นนะ แล้วลูกคิดว่ามีจริงหรือเปล่า” ผู้เป็นแม่ที่ตอนนี้กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาในห้องพักบนยานของตนถามเด็กชายตัวน้อยกลับ

 


             “ถ้ามีจริงแล้วทำไมผมไม่เคยเห็นเลยล่ะฮะ” ดูเหมือนว่าเด็กชายจะสนอกสนใจในเรื่องของสิ่งมีชีวิตลี้ลับนี้เป็นอย่างมาก เขาถือหนังสือ ตำนานนางฟ้าอยู่ในมือ เขาได้หนังสือเล่มนี้มาเมื่อวันเกิดปีที่ผ่านมา และเขาก็อ่านมันซ้ำไปซ้ำมา มันกลายเป็นหนังสือเล่มโปรดของเขาไปเสียแล้ว


 

“เขาขี้อายละมั้งเบน” เลอาตอบ “แม่ว่าน่าจะขี้อายกว่าลูกอีก” และไม่ลืมที่จะแหย่เด็กชายตัวเล็ก เบนทำหน้าบึ้ง ก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือในมือเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้

 



เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่านางฟ้ามีจริงหรือเปล่า

 


 

ผ่านไปไม่กี่วัน สิ่งที่เบนรอคอยมาตลอดตั้งแต่จำความได้ก็เกิดขึ้น ฟันน้ำนมของเขาหลุดออกมาในขณะที่เขากำลังจัดการกับอาหารเช้า ถ้าเป็นเด็กทั่วไปคนอื่นๆคงจะร้องไห้จ้า กลัวว่าฟันของตนจะร่วงหมดปาก แต่กับเบน เขาศึกษาเรื่องนี้มาเป็นอย่างดี เขารู้ว่าฟันซี่ใหม่จะงอกออกมา และฟันซี่เก่านั้น เขาจะต้องนำมันไปวางเอาไว้ใต้หมอน เมื่อถึงเวลา นางฟ้าประเภทที่เรียกว่า นางฟ้าฟันน้ำนม จะมาหา หลายคนอาจจะหวังได้รับเงินเหรียญที่นางฟ้าจะนำมาวางไว้ใต้หมอนขณะหลับใหล แต่ไม่ เบนอยากพบนางฟ้ามากกว่าได้เงินอะไรนั่น

 


เบนแทบจะรอให้ถึงเวลานอนไม่ไหว

 


และทันทีที่ถึงเวลานอน เลอาไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก เบนที่รู้งานอย่างดีก็รีบนำฟันน้ำนมของตนวางเอาไว้ใต้หมอน เขาจงใจวางให้ลึกที่สุด เผื่อว่าเขาเผลอหลับไปแล้วนางฟ้ามาหา เธอจะได้ล้วงเข้าไปลึกและใช้เวลาควานหาฟันนานกว่าปกติ และมันจะทำให้เขารู้สึกตัว

 



เขาวางแผนมาเป็นอย่างดี



 

แน่นอนว่าเด็กก็ยังเป็นเด็ก เมื่อเบนหัวถึงหมอนเขาก็หลับแทบจะในทันที

 

 


 

เบนรู้สึกถึงสัมผัสอันบางเบาวนอยู่บริเวณศีรษะของเขา และทันใดนั้นเองเบนก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ให้ตายสิ เขาเผลอหลับไปงั้นเหรอ แล้วนางฟ้าฟันน้ำนมจะมาหรือยัง หมดเวลาทำการของนางฟ้าหรือยังนะ

 


แต่เมื่อมองไปข้างหน้า เขาก็พบกับหญิงสาวที่มีใบหน้าไม่คุ้นตา เธอลอยอยู่เหนือพื้นหลายฟุต ผิวของเธอมีแสงเปล่งออกมา และเธอมีปีก เบนพิจารณาใบหน้าของเธอ เขาไม่ค่อยได้เจอผู้หญิงเท่าไหร่บนยานแห่งนี้ และถึงเจอเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่กับเธอคนนี้ เบนยอมรับว่าช่างสวยเสียเหลือเกิน เป็นใบหน้าที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนตั้งแต่เกิดมา เขารู้ได้ในทันทีว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเขาจะเป็นใครไม่ได้เลยนอกจาก ...

 


“นางฟ้า .. นางฟ้าใช่ไหมฮะ”

 


            เสียงเล็กๆของเบนเรียกสติของเธอให้กลับมา เธอยิ้มแห้งๆ ก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ เธอรู้สึกพลาดที่สุดในชีวิตการเป็นนางฟ้า เธอทำหน้าที่นี้มานาน เจอเด็กมาก็หลายหมื่นคน แต่ไม่เคยมีเด็กคนไหนทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูได้เพียงนี้ ใบหน้ายามหลับของเขาช่างดูไร้พิษภัย จนเธออดใจไม่ไหว ลูบศีรษะของเขาไปเบาๆโดยที่เธอเองก็ไม่รู้สึกตัว

 


“ผมว่าแล้วว่านางฟ้ามีจริง” เบนร้องออกมาอย่างดีใจ “แต่แม่ผมบอกว่านางฟ้าขี้อาย คุณไม่ขี้อายเหรอฮะ คุณปลุกผมด้วยนะเนี่ย” เหมือนจะโดนแขวะเล็กๆกับไอ้ประโยคที่ว่าคุณไม่ขี้อายเหรอ .. แต่เธอก็ไม่ได้ติดใจอะไร ก็เป็นเด็กนี่นะ

 


“คุณมีชื่อหรือเปล่าฮะ” เด็กชายส่งสายตาวิบวับ “ผมบอกก่อนแล้วกัน ผมเบนฮะ เบน โซโล” ถ้าเป็นเด็กทั่วไปอาจจะตกใจร้องไห้กระจองอแง ร้องเรียกหาแม่ไปนานแล้ว แต่เด็กชายคนนี้เหมือนจะรู้งาน เขาไม่ได้พูดเสียงดัง เขาไม่อยากปลุกแม่ของตนให้ตื่น และท่าทางเขาจะไม่อยากให้เธอหายไปเร็วๆนี้

 


“ฉันชื่อเรย์” เธอนิ่งไปสักพัก ก่อนตัดสินใจตอบ “ยินดีที่ได้รู้จักนะเบน” เรย์ ยิ้มให้เด็กชายตรงหน้า เอาวะ ฝืนจรรยาบรรณนางฟ้าซักนิดหน่อยคงไม่เป็นไร ก็เด็กมันน่ารักนี่นา

 


“นั่งก่อนไหมฮะ บินอยู่แบบนั้นคุณไม่เมื่อยเหรอ” ช่างใสซื่อเสียจริง เรย์เองก็ไม่รู้จะอธิบายกับเขายังไงดี เธอจึงลดระดับลงมา และนั่งลงบนเตียงเล็กของเด็กชาย

 


“ว้าว ผมตื่นเต้นมากเลย เผื่อคุณไม่รู้” เบนยังคงเก็บอาการตื่นเต้นไม่อยู่ “คือว่า คุณมาเก็บฟันผมใช่ไหมฮะ ไม่เป็นไรนะ ผมจะบอกว่าคุณไม่ต้องเอาเงินให้ผมก็ได้ ผมให้ฟันผมฟรีๆเลย แต่ว่ารอบหน้าถ้าคุณมาอีก คุณปลุกผมได้ไหมฮะ” เบนพูดเร็วและรัว ทำเอาเรย์ไปต่อไม่ถูก เธอได้แต่พยักหน้าตกลง ไม่รู้จะปฏิเสธความใสซื่อนี้อย่างไรดี

 


“ฉันจะมาก็ต่อเมื่อฟันเธอหลุดอีกครั้งนะเบน” เรย์อธิบาย “รู้ใช่ไหมว่าฉันเป็นนางฟ้าฟันน้ำนม เราจะมาหาเด็กๆพร่ำเพรื่อไม่ได้” ใบหน้าของเบนเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด และนั่นก็ทำให้หัวใจของนางฟ้าสาวกระตุกวูบเช่นกัน

 


“แต่ฉันสัญญา ทุกครั้งที่ฉันมาเก็บฟันของเธอ เธอจะได้เจอฉัน” เรย์รีบแก้สถานการณ์ทันที ทำให้สีหน้าเศร้าสร้อยของเบนกลับมาสดใสราวกับกดสวิตช์

 


คุณนางฟ้า ใจดีที่สุดเลยฮะ” น้ำเสียงของเบนมีความสุขมากอย่างปิดไม่มิด เขาซุกตัวลงกับหน้าตักของเรย์ เล่นเอาเธอทำหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว เธอลูบกลุ่มผมสีดำนั่นอีกครั้ง และกล่อมให้เขาหลับ เพราะนี่ก็ค่อนข้างเลยเวลานอนทั่วไปของเด็กวัยนี้มากแล้ว

 


จนกระทั่งเรย์สัมผัสถึงลมหายใจเข้าออกที่นิ่งสนิท แสดงให้เห็นว่าเด็กชายเบนเข้าสู่ห้วงนิทราเป็นที่เรียบร้อย เธอค่อยๆอุ้มเขาให้นอนลงบนหมอน ห่มผ้าห่มให้เขา ก่อนจะค่อยๆหายตัวไป


 

แม้จะรู้ดีว่าเธอไม่ควรให้เขารับรู้ถึงการมีตัวตนของเธอก็ตามที


 

แต่เขาก็พบเธอได้จนกระทั่งฟันน้ำนมของเขาร่วงหมดปากเท่านั้น


 

หลังจากนั้นเธอก็จะมาหาเขาไม่ได้อีก

 


เพราะฉะนั้นเธอก็จะทำในสิ่งที่เธออยากทำก็แล้วกัน

 


 

หลังจากคืนนั้น ฟันของเบนก็หายไปจริงๆ และไม่ได้มีเงินวางเอาไว้เป็นการตอบแทน เหมือนที่เขาเคยขอคุณนางฟ้าเอาไว้ว่าไม่ต้องเอาอะไรให้เขา เด็กชายก็ยิ่งเชื่อสนิทใจว่านางฟ้ามีอยู่จริงๆ และที่เขาเจอก็คือนางฟ้าฟันน้ำนม เบนแทบรอไม่ไหวที่จะได้เจอเธออีก นางฟ้าคนสวยแสนใจดีคนนั้น เมื่อเบนรู้สึกว่าฟันน้ำนมของเขาเริ่มโยก เขาก็แทบจะทำทุกวีถีทางให้มันหลุดออกมาเร็วที่สุด


 

            เพื่อที่จะได้เจอกับคุณนางฟ้าของเขา

 




 

“เดือนนี้ฟันหลุดซี่ที่สี่แล้วนะเบน” เรย์ทัก “เธอคงไม่ได้จงใจให้มันหลุดเร็วๆใช่ไหม” เธอหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด แต่เด็กชายเบนก็ยิ้มกว้างจนเห็นฟันที่หลอของเขาเป็นการกลบเกลื่อน

 


“ก็อยากเจอคุณนางฟ้านี่ฮะ” เบนติดเรียกเรย์ว่าคุณนางฟ้าเสียแล้ว ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน และเรย์ก็ชอบชื่อนี้เสียมากๆ หรือเธอควรเปลี่ยนชื่อจากเรย์เป็นคุณนางฟ้าไปเลยดีนะ


 

“มีอะไรจะเล่าให้ฟังล่ะรอบนี้” ราวกับเป็นกิจวัตรของเบนและเรย์ไปแล้ว เพราะทุกครั้งที่เธอมาเก็บฟันของเบน เบนมักจะมีเรื่องนั่นนี่มาเล่าให้เธอฟังเสมอ อย่างเมื่อครั้งที่แล้ว เบนบอกว่าเขาได้ไปดาวเคราะห์ดวงหนึ่งกับแม่ของเขา ที่นั่นเต็มไปด้วยสัตว์รูปร่างประหลาด และเขาก็ได้พบกับพ่อที่ไม่ค่อยจะสนใจเขาเท่าไหร่ กับชิววี่หรือชิวบาคก้า ชาววูกกี้ขนรุงรังเพื่อนซี้ของพ่อ ดูเหมือนชิววี่จะชอบเขามากกว่าที่พ่อชอบเขา เขาชอบมากโดยเฉพาะเวลาที่ได้ขี่คอชิววี่

 


“ไม่ได้เจอคุณนางฟ้าตั้งเกือบอาทิตย์ ผมคิดถึงคุณนางฟ้าฮะ” บาป .. นี่มันบาปมากๆเลยยัยเรย์! อีกฝ่ายเป็นเด็กเจ็ดขวบแท้ๆ เขาพูดออกมาเพราะเขาไม่ได้คิดอะไร พูดไปตามความรู้สึกเท่านั้น แต่หัวใจเจ้ากรรมของคุณนางฟ้าดันเต้นไม่เป็นจังหวะเสียนี่

 


“ปากหวาน” เรย์แก้เก้อด้วยการหยิกแก้มตุ้ยนุ้ยของเด็กชายเบน โซโล และเขาก็ร้องออกมาก่อนจะบ่นว่าเจ็บ

 


“ผมเหงาจังฮะ” อยู่ๆบรรยากาศก็เปลี่ยนไป ใบหน้าของเด็กชายเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด “คุณนางฟ้าเคยรู้สึกว่าอยู่คนเดียวในกาแล็คซี่นี้หรือเปล่า ทั้งๆที่รอบตัวก็มีคนมากมาย” เรย์ตกใจกับคำพูดนั้น เธอไม่คิดว่าเด็กอายุเพียงเท่านี้จะมีความรู้สึกแบบนี้ได้ และนี่มันไม่ดีเอาเสียเลย

 


“ทุกคนก็ต้องมีความรู้สึกแบบนี้กันบ้าง เป็นธรรมดา ฉันเองก็เคย” เรย์บอก “เธอต้องเข้มแข็งนะเบน ไม่มีใครอยู่คนเดียวหรอก เธอก็เหมือนกัน” เป็นครั้งแรก เธอรู้สึกเหมือนความคิดของเธอเชื่อมโยงกับความคิดของเบน เธอสัมผัสความรู้สึกโดดเดี่ยวของเขาได้ เขาไม่ได้พูดแบบนั้นแค่เพราะอยากได้ความสนใจ เขาพูดเพราะเขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ


 

“ผมไม่ได้อยู่คนเดียวจริงๆด้วย” เบนค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมา “ผมมีคุณนางฟ้านี่นา” ไม่พูดเปล่า เขาเขยิบเข้ามาหาเธอ ร่างเล็กค่อยๆเอนตัวลงนอนบนหน้าตักของหญิงสาว และเรย์ก็รู้หน้าที่ของเธอ เธอลูบศีรษะของเขาเบาๆ เรย์รู้ว่าเบนชอบให้เธอลูบศีรษะของเขา และเธอก็ชอบทำมันเช่นกัน

 


“ก็รู้นี่” เรย์กระซิบ “อย่าคิดอะไรแบบนั้นอีกล่ะเข้าใจหรือเปล่า” สิ่งสุดท้ายที่เรย์เห็นก็คือใบหน้าของเด็กชายตัวน้อย พยักหน้าตอบรับ ก่อนเขาจะเข้าสู่ห้วงนิทราไป

 

 

 



 


            เวลาผ่านไปหลายเดือน เบนที่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวก็ค่อยๆกลับมารู้สึกดีขึ้น ทั้งหมดคงต้องขอบคุณนางฟ้าของเขา ที่ถึงแม้เขาจะไม่ได้เจอเธอบ่อย และถึงเจอก็ได้ใช้เวลาด้วยไม่นาน แต่เขารู้สึกว่าความสบายใจทั้งหมดของเขาคือเธอ

 


            ฟันน้ำนมของเบนหักไปซี่แล้ว ซี่เล่า ... จนกระทั่งเบนไม่รู้สึกตัวเลยว่าฟันน้ำนมซี่สุดท้ายของเขากำลังร่วงหล่น และนั่นหมายถึงวันสุดท้ายที่เขาจะได้เจอกับเธอ

 




 

“มาหาผมอีกไม่ได้จริงๆเหรอฮะ” ทันทีที่เบนเห็นเธอ ร่างเล็กก็หลุดเสียงสะอื้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่  “คุณนางฟ้าจะอยู่ได้เหรอฮะถ้าไม่มีผม” คำพูดคำจานั่นดูหลงตัวเอง แต่เรย์ก็ยอมรับ เธอก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะทนไม่มาหาเขาได้อย่างไร


 

“มันเป็นกฎนี่ ฉันฝ่าฝืนไม่ได้” เรย์อธิบาย เธอไม่อยากพูดอะไรมาก ความผูกพันธ์ของเธอที่มีต่อเด็กชายเบนมันมากเสียเหลือเกิน เวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เธอมาหาเขา เก็บฟันของเขาไป และนั่งคุยเป็นเพื่อน เด็กก็ยังเป็นเด็ก เบนไม่สามารถอดนอนได้นานเท่าไหร่นัก แต่นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับเรย์

 


“แล้ว .. เราจะได้เจอกันอีกไหมฮะ” คำถามนั่น เรย์เองก็ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร อาจจะได้เจอตอนเขามีลูก และลูกของเขาฟันน้ำนมหักล่ะมั้ง? หรืออาจจะตอนที่เธอไม่ได้เป็นนางฟ้าฟันน้ำนมอีกต่อไป ตอนที่เธออาจจะเกิดเป็นคน เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอจะเป็นอย่างอื่นนอกจากนางฟ้าได้หรือไม่


 

“เจอสิ เราจะได้เจอกันอีกแน่ๆ” ไม่รู้ว่าอะไรดลใจ อาจเพราะเธอไม่อยากทำให้เด็กชายตรงหน้าผิดหวัง หรืออาจเพราะเธอจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้เจอเขาอีก เรย์กลับตัดสินใจตอบแบบนั้นไป และนั่นก็ทำให้เบนหยุดสะอื้นได้ทันตาเห็น

 


“จริงเหรอ เราจะได้เจอกันอีกจริงๆใช่ไหมฮะ” เบนกระโจนเข้าหาเรย์ที่กระพือปีกลอยอยู่เหนือพื้น และเธอก็จับเด็กชายตัวเล็กเอาไว้แทบไม่ทัน “คุณนางฟ้าไม่หลอกผมนะ ไม่หลอกเบนนะฮะ” ใบหน้าเล็กซุกลงกับอกของเรย์ เธอกอดเขาเอาไว้แน่น ราวกับไม่อยากจะปล่อยให้เขาหายไปไหน

 




 

“ฉันสัญญา”

 




 

.

.

.           

 

 



 

“เร็น”

 

“....”

 

“เร็น!!     

 



เสียงตะโกนที่ดังอยู่ชิดใบหูทำเอาเขาสะดุ้งหลุดออกมาจากห้วงความคิด ใบหน้าภายใต้หน้ากากหันไปมองคนที่เรียกชื่อของเขา .. อาร์มิเทจ ฮักซ์

 


“แผนที่ที่จะนำไปสู่ลุค สกายวอล์คเกอร์อยู่ที่แจ็คคู” เสียงขึงขังจริงขังของฮักซ์เหมือนจะเตือนเขาว่าให้มีสติ “นายจะไปหรือให้ฉันไป” ปิดท้ายด้วยประโยคคำถาม

 


“ฉันไปเอง” เสียงที่ถูกดัดผ่านเครื่องกรองตอบกลับ เมื่อสักครู่เขาเผลอมีความรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว มันเหมือนจะมีเรื่องอะไรบางอย่างติดอยู่ในหัวของเขา ทำอย่างไรก็นึกไม่ออก แต่ก็ลืมไม่ได้เช่นเดียวกัน เขาเหมือนจะเห็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่ง ภาพของเธอเลือนลางแต่ชัดเจนอยู่ในความรู้สึก เขาคิดว่าเขารู้จักเธอ เขาพยายามนึกชื่อของเธอแต่ก็นึกไม่ออกเสียที สิ่งที่เขารู้สึกคุ้นเคยก็คงจะเป็นเสียงของเธอที่แผ่วเบาราวเสียงกระซิบ แต่ที่เขาแน่ใจก็คือเธอในความคิดของเขามีปีก และไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น

 


หลังจากที่แม่ของเขาพาเขาไปทิ้งเอาไว้กับลุค สกายวอล์คเกอร์ และหวังว่าจะทำให้เขากลายเป็นเจได เบนก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก เขาเกลียดพ่อของเขาที่ไม่เคยสนใจเขา เกลียดแม่ที่ให้ความสำคัญแต่กับกองทัพฝ่ายต่อต้านบ้าบอนั่น และทำให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว ไม่ต่างอะไรจากขยะที่ถูกโยนทิ้งซ้ำแล้วซ้ำอีก สิ่งที่เหมือนจะเป็นความทรงจำที่ดีในวัยเด็กของเขา ก็คือภาพเลือนรางของสิ่งที่เบนคิดว่าคือนางฟ้า เขารู้สึกเหมือนเขาเป็นบ้า เรื่องเหลวไหลพรรค์นั้นมันมีจริงที่ไหนกัน นิทานหลอกเด็ก แต่งขึ้นเพื่อให้เด็กๆมีความหวัง ไร้สาระสิ้นดี แต่กระนั้นเบนก็ยังมิวายคิดถึงแต่เธอ เธอที่ติดอยู่ในความคิดตลอดมา จนกระทั่งเขาตัดสินใจที่จะมาอยู่กับปฐมภาคี และกลายเป็นไคโล เร็นอย่างทุกวันนี้

 


“นายพลฮักซ์” จู่ๆไคโล เร็น ก็เรียกชื่อของนายพลแห่งปฐมภาคี

 


“ว่าไง” ฮักซ์ถามส่งๆ น้ำเสียงของเขาเจือความรำคาญเล็กน้อย

 


 

 

“นางฟ้ามีจริงหรือเปล่า”

 


 

 

และอาร์มิเทจ ฮักซ์ก็คิดว่าวันนี้ไคโล เร็นอาจจะไม่เหมาะกับภารกิจที่แจคคู

 


หรือเขาอาจจะไม่เหมาะกับภารกิจใดๆอีกเลยก็เป็นได้

 



 

Writer’s talk

 

มาไวมากกก คิดออกปุ๊ปก็แต่งเลย ฮาาาาาา

นี่ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากอยากเห็นเรย์เลี้ยงต้อย 555555555555 อยากแต่งเป็นฟิคยาวเหมือนกันค่ะ แต่แค่ Fortune Cookie น้องก็ปั่นไม่ทันแล้วเด้ออออ ฮรือ

ตอนนี้มี short fic กำลังอยู่ในช่วงแต่งค่ะ เรย์โลอีกแล้ว55555555 นี่กะจะแต่ง All Rey ก็ไม่ได้แต่งซักทีเนี่ยยย ถถถถถถถถถ

 

ขอเวลาน้องหน่อยนะคะ X____X)/


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #27 ฟ็อกซ์ทร็อต (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:46
    หูยยย คิ้วเว่ออออ >< หญ้าอ่อนจะโพซิชั่นไหนก็อร่อยจริงๆ 555
    ชอบความขี้อ้อนของหนูเบนมาก หนูรูก ตัวแค่นั้นรุกแรงจริงๆ ตลกตอนท้ายที่ถามฮักซ์เรื่องนางฟ้า คือปั้บ หน้าคงเหว่อมาก ในใจคงด่าไปแล้วอะไรของเมิงงง แต่พอดีต้องคีพลุคนายพล 555 ชอบๆ รอเรื่องต่อไปนะคะ
    #27
    1
    • #27-1 arielqueenn(จากตอนที่ 11)
      16 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:48
      เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ อรั้ย
      ทุกคนต่างเห็นด้วยว่าคุณฮักซ์เป็นพล็อตทวิสของเรื่องที่แท้ทรู ก้ากกกก

      ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคะ ดีใจที่ชอบค่าาา <3 >w<
      #27-1
  2. #26 กิฟฟรุ้ตโตะ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:06
    กร๊ากกกก มาอย่างละมุนๆ แต่จบแบบตลกซะงั้น นี่ขำความคิดฮักซ์ตอนสุดท้ายมาก ตล๊กกกกกก555555
    #26
    1
    • #26-1 arielqueenn(จากตอนที่ 11)
      16 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:47
      นึกภาพพี่แกพูดแบบนั้นจริงๆน่าจะกลายเป็นคอมเมดี้ไปเลยจ้าา 55555
      #26-1