Star Wars Fiction(s) by Arielqueen

ตอนที่ 10 : (Reylo) No running from me: The Last Jedi side story

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 457
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    11 ก.พ. 61




No running from me: the last Jedi side story

-after-

(Kylo ren x Rey)

inspired by no running from me – Toulouse








**แนะนำให้ฟังเพลงก่อนอ่านค่ะ เพื่ออรรถรส 5555555


Well I'm alive
Your blood is pumping through these veins

 

เอาละ ฉันมีชีวิตแล้ว

เลือดของเธอนั่นแหละที่สูบฉีดไปทั่วเส้นเลือดดำเหล่านี้

 


I'll catch you by surprise
I'm coming back to take the rein

 

ฉันจะทำให้เธอประหลาดใจ

ฉันกลับมาเพื่อคุมเกมนี้แล้ว

 

Now you're free and well
Just giving a while
Time will tell
You're under my spell

 

ตอนนี้เธอเป็นอิสระและสบายดี

แค่รอซักพักเถอะ

เวลาจะบอกเอง

ว่าเธออยู่ภายใต้เวทย์มนตร์ของฉัน

 


There ain't no running from me

 

เธอหนีจากฉันไม่พ้นหรอก

  

I'm not a saint
Nor am I one for smooth edges

 

ฉันไม่ใช่นักบุญ

หรือพวกคนที่จะทำอะไรนิ่มๆหรอกนะ


When I'm around
Calamity comes out to play

 

เวลาฉันอยู่ที่ไหนก็ตาม

มักจะเกิดอุบัติภัยเสมอนั่นแหละ

 

 

Haven't you heard the news
That I get to choose
How it plays out
No matter how you scream and shout

 

ไม่เคยได้ยินมาก่อนเหรอ

ว่าฉันมีสิทธิ์เลือกอะไรก็ได้

ว่าฉันคุมเกมได้เสมอ

ไม่ว่าเธอจะกรีดร้องยังไงก็ตาม

 

 

There ain't no running from me,

 

เธอหนีจากฉันไม่พ้นหรอก

You're sure you don't want me back?

 

แน่ใจเหรอว่าไม่ต้องการฉันกลับไปน่ะ?















     เมื่อไคโล เร็นฟื้นขึ้นมา คนที่เขาพบมีเพียงนายพลอาร์มิเทจ ฮักซ์ ซึ่งมองมาที่เขาอย่างสมเพช



 

            “นังนั่นมันฆ่าสโนค”

 



            ไคโลโกหกคำโต ก่อนจะใช้พลังอันแกร่งกล้าของเขาบีบบังคับให้อีกฝ่ายยอมจำนน พร้อมกับแต่งตั้งตัวเองขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนต่อไป จากนั้นไคโลก็ออกคำสั่งให้ปฐมภาคีบุกตามพวกฝ่ายต่อต้านไปที่ดาวเคราะห์อันเป็นแหล่งกบดานใหม่ของพวกมัน ที่นั่น เขาได้พบกับลุค สกายวอล์คเกอร์ ชายที่เขาเกลียดแสนเกลียด  พวกเขาประลองไลท์เซเบอร์กัน และสุดท้ายไคโลก็พบว่าเขาคว้าน้ำเหลว เขาจัดการลุคไม่ได้ และพวกฝ่ายต่อต้านนั่นก็แอบหนีออกไปได้ โดยอาศัยความช่วยเหลือจากเรย์ คนที่ทิ้งเขาเอาไว้ในยานที่ใกล้จะระเบิด

 



            ภาพสุดท้ายบนดาวนั้นที่เขาเห็น พลังของเขาและเธอเชื่อมต่อกัน เขาเห็นเธอ พาพวกคนอื่นๆขึ้นยานฟอลค่อน เธอมองมาที่เขา สายตาของเธอว่างเปล่า ถึงแม้เขาจะใช้สายตาที่เจ็บปวดนั่นอ้อนวอนแค่ไหน หรือพยายามเรียกชื่อเธอภายในหัวของเขามากเพียงใด ท้ายที่สุด เธอก็กดปิดประตูยาน ก่อนที่พลังของพวกเขาจะขาดออกจากกัน

 

 



 

            ไคโลกลับมายังยานหลักพร้อมกับคนอื่นๆในปฐมภาคี เขาเดินเข้าห้องส่วนตัวของตนเองแทบจะในทันที ปิดประตูลงกลอน และเขาก็ระบายอารมณ์ไปกับผนังห้องอย่างที่เขาเคยทำ ไคโลทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ทั้งโมโห ทั้งผิดหวัง สารพัดความคิดในด้านลบประดังประเดเข้ามาในหัวของชายหนุ่ม ทั้งๆที่เขารู้สึกเหมือนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่เจอเธอ แต่เธอกลับทำแบบนี้กับเขาได้ลง

 


            หลังจากระบายอารมณ์จนพอใจ ความหัวร้อนที่มีก็ค่อยๆลดลง ไคโลยอมรับ เขาชอบการระบายความโกรธของพวกซิธมากกว่าการควบคุมความโกรธของพวกเจได เขานั่งลงบนเตียง ดวงตาสีดำสนิทจ้องไปยังผนังห้อง ที่ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นเป็นเธอที่กำลังทำสิ่งต่างๆตอนยังอยู่บนเกาะศักดิ์สิทธิ์ ความเจ็บปวดแล่นเข้ามาในจิตใจของเขา ไคโลไม่เคยรู้สึกอ่อนแอขนาดนี้มาก่อน เขารู้สึกได้ถึงน้ำสีใสที่คลอหน่วงอยู่ในเบ้าตา เขาพยายามจะกดมันเอาไว้ แต่ดูเหมือนมันพร้อมจะไหลออกมาเสียเหลือเกิน

 


 

            “เจ้าจะนั่งคอตกให้มันได้อะไรขึ้นมา”

 


            ไคโลคิดว่าเขาคงเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ เขาสาบานว่าเขาได้ยินเสียงแปลกๆ เสียงที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน และไม่น่าเชื่อว่ามันดังออกมาทางหน้ากากเวเดอร์ของผู้ที่มีศักดิ์เป็นท่านตาของเขา

 


            “เสียแรงที่เป็นหลานข้า”

 


            และยิ่งมั่นใจว่าเขาไม่ได้คิดไปเอง ไคโลลุกขึ้นยืน เดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีก เขาพบชายหนุ่มผมสีทอง ทรงผมคล้ายคลึงกับเขา ใส่เสื้อคลุมสีน้ำตาลเข้มยืนอยู่ข้างๆหน้ากากที่เขาเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี หากแต่ชายผู้นั้นตัวโปร่ง และไม่ได้ยืนอยู่บนพื้นเหมือนกับเขา


 

            “นี่ไม่ใช่วิธีที่ข้าใช้จีบยายของเจ้าหรอกนะ ให้ตายสิไคโล เร็น”

 


            แล้วเขาก็ยอมให้ชายตรงหน้ายืนด่า ไคโลไม่รู้สึกว่าเขาอยากจะเข้าไปบีบคอคน(?)ตรงหน้า ตรงกันข้าม เหมือนเขาจะได้สติขึ้นมาเล็กน้อย เขารู้ได้ในทันทีว่านี่คือวิญญาณฟอร์ซของ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ผู้ที่เขาแสนนับถือ

 


            “ผมควรจะทำยังไง ท่านตา”

 


            ไคโลรู้สึกต้องการที่พึ่งทางความคิด เป็นครั้งแรกที่เขาตกอับจนต้องมาปรึกษาผีฟอร์ซ

 


            “เจ้าคิดยังไงกับนางเจ้าก็รู้แก่ใจ แล้วเจ้าจะปล่อยนางไปแบบนี้น่ะหรือ”

 


            อนาคินในร่างวัยหนุ่มส่ายหน้าไปมาราวกับเขาผิดหวังในตัวหลานชายคนเดียวอย่างมาก เด็กสมัยนี้มันไม่เหมือนสมัยก่อนจริงๆ คิดอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด ถ้าเขายังอยู่ป่านนี้เขาคงจะไปลักพาตัวหญิงสาวคนนั้นมากกไว้ที่ยานแล้ว ไม่ปล่อยให้รอดจนถึงตอนนี้หรอก

 


            “เจ้ามีพลังเชื่อมอยู่กับนาง เจ้าได้เปรียบขนาดนี้แล้ว เจ้ายังจะรออะไรอีก”

 


            ไคโล เร็นไม่ใช่คนโง่ พูดเพียงไม่กี่ประโยคเขาก็รู้แจ้งในสิ่งที่ท่านตาของเขาต้องการจะสื่อ

 


            “ใช้มันสิ ความปรารถนาที่ลุกโชนของเจ้า เด็กน้อย”

 


            และอนาคินก็ค่อยๆหายไป แต่การมาของอนาคินไม่ได้สูญเปล่า ไคโลรู้สึกเหมือนเขาฟื้นขึ้นมาใหม่อีกครั้ง รู้สึกเหมือนเขาคิดอะไรได้บางอย่าง รู้สึกเหมือนว่าก่อนหน้านี้เขากลายเป็นใครก็ไม่รู้ที่ไม่ใช่ตัวเขา นั่งทำหน้าโง่แบบนี้เนี่ยนะ จอมอัศวินแห่งเร็น? คิดได้ดังนั้น ริมฝีปากหนาของไคโลก็กระตุกยิ้ม

 



            รอยยิ้มของปีศาจ

 

 

 


            อีกฟากฝั่งของกาแล๊คซี่ ยานของฝ่ายต่อต้านเดินทางมาถึงดาวเคราะห์แห่งใหม่ ที่ซึ่งพวกเขาคิดว่าพวกปฐมภาคีน่าจะตรวจไม่พบ ทันทีที่พวกเขาลงจากยาน ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปประจำตำแหน่ง ทำหน้าที่ของตนอย่างแข็งขัน สำรวจพื้นที่ และไม่ลืมที่จะติดต่อไปหาพันธมิตรของพวกเขาที่กระจายอยู่ตามดาวอื่นๆ


 

            หญิงสาวเจ้าของทรงผมจุกสามจุกเดินสำรวจพื้นที่ เธอพบว่าดาวเคราะห์แห่งนี้มีทรัพยากรที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ที่ราบลุ่ม มีทั้งป่าไม้และสิ่งมีชีวิตน่าอัศจรรย์ เธอได้ยินเสียงน้ำไหล และคิดว่าจะต้องมีแหล่งน้ำอยู่บริเวณใกล้ๆนี้เป็นแน่


 

            เธอเดินไปเรื่อยๆจนเจอแหล่งน้ำนั่น แม่น้ำขนาดเล็กที่น้ำมีสีใสเสียจนมองลงไปเห็นพื้นข้างล่าง เรย์คิดว่ามันไม่ได้ลึกมากนัก เพราะสามารถมองเห็นก้นแม่น้ำได้ เธอจุ่มมือตนเองลงไปเพื่อวัดอุณหภูมิ พบว่าน้ำในแม่น้ำสามารถใช้ทำความสะอาดร่างกาย รวมทั้งดื่มกินได้อีกด้วย อีกทั้งสายน้ำไม่ได้ไหลแรง เรย์ยิ้มกับตนเอง ฝ่ายต่อต้านช่างโชคดีเสียจริงที่เดินทางมาพบดาวเคราะห์แห่งนี้ พวกเขาคงจะลงหลักปักฐานที่นี่ไปได้อีกสักพัก

 



            และแล้ว รอยยิ้มของเรย์ก็หายไปแทบจะในทันที

 



            คราวนี้ไม่ได้มีสัญญาณเตือนใดๆ ไม่ได้รู้สึกว่าถูกห้อมล้อมไปด้วยพลังงานแปลกๆ แต่เรย์เห็นเขา ชายคนที่เธอทิ้งเอาไว้บนยานใกล้จะระเบิดนั่น เขายืนอยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ ใบหน้าของเขาไม่ได้เจือไปด้วยความเจ็บปวดผิดหวังเหมือนครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นมัน ตรงกันข้าม เขามองมาที่เธอ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาแรงกล้า มันมากจนท่วมท้นและลามมาถึงจุดที่เธอยืนอยู่ ริมฝีปากของเขายกยิ้มน้อยๆ มันไม่ใช่รอยยิ้มปกติ เรย์ไม่เคยเห็นเขายิ้มมาก่อน และเธอก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆกับภาพตรงหน้า


 

            “ไม่คิดจะบอกลากันหน่อยเหรอ” กลับกลายเป็นไคโลที่เปิดบทสนทนาก่อน เรย์ยังคงนิ่งอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองประมวลผลไม่ทัน คนตรงหน้าไม่เหมือนเบนที่เธอเคยพบ เขาดูอันตราย ... อันตรายมากกว่าตอนที่เขาไม่ยิ้มเสียอีก

 


            “ทิ้งกันไว้แบบนั้น ฉันเสียใจนะ” ไม่พูดเปล่า เขาเดินเข้ามาหาเธอ เรย์พยายามคิดว่านั่นคือเขากำลังอยู่ในห้องของเขา และใช้พลังเชื่อมต่อกับเธออีกตามเดิม เขาคงไม่สามารถทำอะไรเธอได้

 


            ไคโลเดินลงไปในแม่น้ำ และผลที่ออกมาคือเขาเปียก แม้น้ำนั่นจะสูงแค่ครึ่งแข้งของเขาเท่านั้น และเรย์สาบานว่าเธอได้ยินเสียงจ๋อม และเสียงน้ำที่กระทบถูกเขาขณะเดิน แม้ข้อสรุปที่ว่าจริงๆแล้วไคโล เร็นอยู่ที่นี่นั้นจะชัดเจน เรย์ก็ยังไม่กล้าขยับเขยื้อนตัว ราวกับถูกตรึงเอาไว้โดยคนตรงหน้า


 

            และแล้วไคโล เร็นก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว


 

            “ของจริง” ราวกับเขาได้ยินความคิดเธอ ไคโลตอบคำถามในหัวของเรย์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่เชื่อเหรอ” ไคโลย่างสามขุมเข้ามาหาเรย์ ในขณะที่หญิงสาวผู้ถูกคุกคามค่อยๆถอยหลังหนี เธอถอยหลัง เขาก้าวมาข้างหน้า เป็นอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งหลังของเธอชิดกับต้นไม้ใหญ่

 


            ซวยแล้วสิ เรย์

 


            ดูเหมือนทุกอย่างจะเข้าทางชายหนุ่มเสียเหลือเกิน เขายันแขนทั้งสองข้างคร่อมรอบตัวของเธอเอาไว้ไม่ให้เธอหนีได้ ใบหน้าคมยาวนั่นอยู่ใกล้กับใบหน้าของเธออย่างน่าหวาดเสียว

 


            “คิดว่าจะหนีฉันพ้นงั้นสิ” น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบชิดใบหูเล็ก ลมหายใจร้อนพ่นออกมาเบาๆราวกับจะหยอกล้อ เรย์หลับตาปี๋ ไม่อยากจินตนาการสถานการณ์อันเสียเปรียบของเธอในตอนนี้

 


            “คิดว่าฉันจะหาเธอไม่เจองั้นเหรอ นิสัยไม่ดีจริงๆ ทั้งที่ลึกๆเธอก็อยากเจอฉันมากขนาดนั้น” ไคโลแหย่ “มากขนาดไหนก็เห็นแล้วนี่ เธอมาหาฉันเองเลยนะเรย์ ที่ยานของฉันไง”

 


            มือใหญ่ลูบไปตามไหล่กลมมน ผิวกายของเธอช่างเนียนนุ่มแม้เจ้าตัวจะไม่ได้บำรุงมันเลยก็ตาม สัมผัสวาบหวามไล่ลงมาตามแขนของเธอ ก่อนจะเลื่อนเข้าไปโอบรอบเอวคอดของหญิงสาว เรย์สะดุ้ง ราวกับเพิ่งหลุดออกจากเวทย์มนต์สะกดใจที่ร่างสูงร่ายเอาไว้ เธอใช้ฟอร์ซของเธอดันเขาออก และดูเหมือนไคโลจะรู้ทัน เขาใช้ฟอร์ซของเขาต้านมันเอาไว้เช่นกัน ทำให้เรย์ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย

 


            “นายต้องการอะไร เบน” หลังจากที่เงียบอยู่นานสองนาน เรย์ก็ได้ปริปากพูดบ้าง เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ

 


            “เธอ” เขาตอบในทันที “ต้องการเธอ” ไม่พูดเปล่า ริมฝีปากซุกซนของเขาละออกจากใบหูเล็ก เขาประทับริมฝีปากลงไปบนหน้าผากมน ไคโลรู้ดีว่าคนใต้ร่างจะต้องผลักเขาออกเป็นแน่ ออกแรงเพียงนิดเดียว เขาก็รวบข้อมือของเธอเอาไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว เรย์นึกเกลียดตัวเองขึ้นมาที่ปล่อยให้เขามีอิทธิพลเหนือจิตใจของตนเอง ไม่ระวังตัวเสียจนกลายเป็นแบบนี้


 

            “เราคิดคนละอย่างกันเบน” เรย์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทิ้ม “ฉันต้องการนายไม่ได้” คำพูดของเรย์ไม่ได้หนักแน่นพอ มันมีนัยยะ นัยยะที่ว่าเธอก็ต้องการเขา เพียงแค่โชคชะตาของเธอขีดมาให้เธอทำสิ่งที่สำคัญมากกว่า


 

            “ต้องการไม่ได้? นั่นไม่ใช่คำตอบ” ดูเหมือนไคโลจะไม่พอใจคำตอบของเธอเท่าไหร่นัก เขาประทับริมฝีปากลงไปบนลำคอขาวเนียน ใช้จมูกโด่งชอนไชไปทั่ว แกล้งหายใจรดหนักๆ ทำให้เรย์ส่งเสียงเบาๆออกมาอย่างห้ามไม่ได้

 


            “ฉันไม่ต้องการนาย” แม้จะเป็นการโกหกก็ตาม แต่เธอต้องพูดอะไรสักอย่างที่จะทำให้เขาล่าถอยออกไป

 


            “แน่ใจ?” ไคโลขึ้นเสียงสูง

 


            “แน่ใจเหรอว่าไม่ต้องการฉันกลับไป”

 


             คนอะไร หน้าด้านหน้าทนเป็นที่สุด!

 


            เรย์แทบจะกัดลิ้นตัวเองตาย ดูเหมือนว่าสงครามน้ำลายของเธอจะไม่ทำให้เขาหมดความมุ่งมั่นเลยแม้แต่น้อย เธอคิดว่าเขาจะเกลียดเธอ แล้วก็เลิกยุ่งกับเธอแล้วเสียอีก แม้จะรู้ดีว่าเธอควรจะหนีออกจากสถานการณ์อันน่าสุ่มเสี่ยงนี้ ลึกๆในใจแล้ว เรย์กลับดีใจอย่างประหลาดที่ได้พบเขา

 


            “เธอไม่ตอบ” ไคโลยกยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้ง และยิ่งพอใจหนักขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่เขาชอบขึ้นสีระเรื่อ ไม่พูดพล่าม ไคโลประทับริมฝีปากของเขาลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มของเรย์ เขาบดเบียดมันลงไป เริ่มจากเชื่องช้า และแปรเปลี่ยนเป็นรุนแรงเต็มไปด้วยแรงปรารถนา เขากัดริมฝีปากล่างของเรย์ ทำให้ปากของเธอเผยอออกเล็กน้อย และไคโลก็เริ่มรุกเข้าไปในโพรงปากหวาน ลิ้มรสทุกอย่างอย่างพอใจ รสชาติของเธอช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน แค่ได้ลองเพียงครั้งเดียวก็ติดใจ

 


            ไคโลผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะเลื่อนลงดูดเม้มขบกัดลำคอขาวของเรย์ มือข้างที่โอบเอวหญิงสาวค่อยๆสอดเข้าไปใต้สาบเสื้อ สัมผัสสิ่งที่อยู่ด้านใต้นั่น สะกิดมันเบาๆ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เรย์ส่งเสียงร้องออกมา เธอพยายามกลั้นมันเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ไม่อยากให้คนของฝ่ายต่อต้านมาเห็นอะไรน่าอายแบบนี้

 


            “ฉันไม่ใช่เจไดผู้ใจบุญนี่นะ” ไคโลกระซิบ “ฉันเป็น .. เธอเคยเรียกฉันเอาไว้นี่ เรียกว่าอะไรนะ” น้ำเสียงของไคโลเต็มไปด้วยความกระหาย ซึ่งเขาไม่ต้องการจะปิดมันเอาไว้ ไม่อีกต่อไป

 



            “ปีศาจ

 



            เรย์เติมคำในช่องว่าง น้ำเสียงของเธอก็แหบพร่าเช่นกัน

 



            “จำเอาไว้ให้ดีสาวน้อย เธอซ่อนตัวจากฉันได้ไม่นานหรอก” เขากัดริมฝีปากของตัวเอง ก่อนจะก้มลงขบเม้มริมฝีปากบางของเรย์

 


            “เธอเป็นของฉัน และฉันไม่เคยปล่อยให้ของของฉันอยู่ห่างตัวเองนานจนเกินไป”


 

            “นับวันรอได้ รอบหน้าฉันจะไม่หยุดแค่ จับเฉยๆแน่”

 


            “เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก เรย์”

 


            และเขาก็ค่อยๆหายไป

 


            ทิ้งให้เธอ หญิงสาวที่ถูกลวนลามเมื่อครู่ยืนค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น อยู่กับสัมผัสวาบหวามที่ยังตราตรึงอยู่บนทุกอณูผิวหนัง

 


            เขาสัมผัสเธอได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ไม่เห็นจะได้


 

            ไม่ มันอาจจะได้มานานแล้ว แต่พวกเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้

 


            ก่อนหน้านี้ก็แค่สัมผัสมือกันในกระท่อม เป็นความสัมพันธ์ที่ออกจะใสๆ อยู่ในศีลธรรมอันดีงามแท้ๆ


 

            ทำไมตอนนี้มันถึงรุนแรงและอีโรติกขนาดนี้

 


            แล้วทำไมไคโล เร็น ผู้ชายขี้อายพูดน้อยคนนั้นถึงกลายเป็นคนพูดจาร้ายกาจแบบนี้ไปได้



            เรย์คงต้องหาคำตอบไปอีกพักใหญ่ ว่านั่นคือไคโล เร็นหรือจริงๆแล้วคือเบน โซโลกันแน่

 


            คำพูดของไคโลยังคงดังก้องในโสตประสาทของเรย์ ทำให้เธอลอบกลืนน้ำลายอย่างไม่รู้ตัว




 

            “เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก เรย์”

 





            ควรจะไปบอกพวกฝ่ายต่อต้านเรื่องนี้ไหมนะ?

 






Writer’s talk

 

ฮรือออออ แต่งไปบิดไป อีพี่ผีบ้า คนผีทะเล ทำอะไรของพี่น่ะ >//////////<

เอาจริงๆคิดว่ามันคงไม่มีอะไรแบบนี้หรอกค่ะในภาคหน้า (เอ้ะ แต่มีก็ดีนะ) แต่เพราะกาวมาก ก็เลยอยากได้อะไรกาวๆ 5555555 คิดว่าพี่ไม่น่าจะนั่งคอตก โดนสาวหักอกแล้วไงใครแคร์ เป็นถึงไคโล เร็น จะยอมแพ้แบบนี้ได้ไง๊

 

ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ตามอ่านมาตลอด เรื่องหน้าต่อคิวลงแล้ว ภายในอาทิตย์นี้แน่นอนค่ะ เสร็จเรียบร้อย ขอเวลาพรู๊ฟรีด เป็น Short fic หนึ่งตอนจบ แต่งเพราะกาวมากเหมือนกัน 55555555555 โว้ย งานยังไม่เสร็จเลยค่ะคุณเธอ แต่ฟิคเสร็จไปไม่รู้กี่เรื่องแล้ว กร้ากกกกกก

 

แล้วเจอกันค่ะ <3

ชอบไม่ชอบติชมได้เหมือนเดิมนะคะ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #25 Skye1907 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:16
    ท่านตามาชี้ทางที....หลานไปรุกสาวเรย์หนักมากจ้าาาา
    #25
    1
    • #25-1 arielqueenn(จากตอนที่ 10)
      13 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:00
      เรียกว่าก่อนหน้านี้ไม่มีประสบการณ์ค่ะ ต้องมีการไกด์ไลน์กันเกิดขึ้น555555
      #25-1
  2. #24 ฟ็อกซ์ทร็อต (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:44
    โอยยยย ขุ่นพรี่เบนนนนน กำไรเว่อ!!!!
    ใจเย็นๆนะคะ ขอชิปเปอร์ตั้งสติแปป //กระพือคอเสื้อ
    ท่านตาสะกิดนิดเดียวนี่พี่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะคะ
    คาเบะด้งไม่พอยังคอมโบแต๊ะอั้งน้องจนช้ำไปหมดอีก
    ชิปเปอร์จะไม่ทนนนน //หวีดอย่างเสียสติ
    #24
    1
    • #24-1 arielqueenn(จากตอนที่ 10)
      12 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:32
      เรียกได้ว่ารุกหนักมากค่ะคุณพี่ โฮรกกกกกกก /กระพือคอเสื้อด้วยคน
      เขาเรียกเชื่อฟังผู้ใหญ่ค่ะ ตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัดไรงี้ กร้ากกกกก
      #24-1
  3. #23 ploymanoy1994 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:26
    อื้อหื้ออออออออออ อ่านไปบิดไป ถ้านี่เป็นเรย์ ทำอิพี่คืนไปแล้ววว 555555
    #23
    2
    • #23-1 arielqueenn(จากตอนที่ 10)
      12 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:31
      แต่งไปบิดไปเหมือนกันค่ะะะ5555
      ถ้านุ้งเรย์ไม่เอาไรท์เอาแล้วนะะะะะ กร้ากกก
      #23-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #22 กิฟฟรุ้ตโตะ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:42
    ตอนแรกอ่านแล้วงงว่าท่านตาให้ทำอะไร พูดประโยคซะโชเน็นพลังวัยรุ่นมากอะ ละตอนสุดท้ายนี่คือ แอนี่บร้าาาา ตาแก๊ๆๆๆ ทำไมชักจูงหลานไปในทางแบบเน้ โอ๊ยยยย /หลบไปกรี๊ดอัดหมอน/
    ปล อห ปริปเปิ้ลฟิคหรือปลาสามรสอะคะ มาทุกอารมณ์เลยเด้ออออ
    #22
    1
    • #22-1 arielqueenn(จากตอนที่ 10)
      12 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:30
      ทั่นตาแกเปนคนตรงๆ 5555555555
      ดูเหมือนหลานจะไม่ทำให้ตาผิดหวังแล้วล่ะค่ะ -.,-
      ฟิคนี้อร่อยกว่าปลาสามรสนะคะ อิอิ /ขายตรงไปอี้ก
      #22-1
  5. #21 janyanis (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:24
    คุณตาเป็นเมนเทอร์ให้สินะ ข้าไม่ชอบทราย ในตำนาน ฮี่ๆๆ
    #21
    1
    • #21-1 arielqueenn(จากตอนที่ 10)
      12 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:29
      คุณตากุมขมับค่ะ ต้องออกโรงเองแล้ววว555555
      #21-1