Star Wars Fiction(s) by Arielqueen

ตอนที่ 1 : (Reylo) Kid in love (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 588
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    5 ก.พ. 61












Kid in love

(Ben solo x Rey)

Inspired by Kid in love – Shawn Mendes


Ps. แนะนำให้ฟังเพลงไปด้วยขณะอ่าน หรือฟังเพลงก่อนอ่่านนะคะ <3



 

 

 

I know that we just met and maybe this is dumb

But it feels like there was something

from the moment that we touched

 

ฉันรู้ว่าเราเพิ่งเจอกัน และมันก็คงฟังดูโง่นะ

แต่ฉันรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่าง ตั้งแต่เมื่อตอนที่เราสัมผัสกัน

Cause it’s alright,

I wanna make you mine

 

เพราะมันไม่เป็นไรเลย ฉันอยากให้เธอเป็นของฉัน

 

 

The way you’re lighting up the room

caught the corner of my eye

We can both sneak out the back door,

we don’t have to say goodbye

 

ท่าทางของเธอทำให้ที่นี่สว่างสดใสขึ้น และมันก็จับความสนใจของฉัน

พวกเราสามารถแอบออกไปทางประตูนั่น

และไม่จำเป็นต้องบอกลากัน

 

 

Cause it’s alright,

To waste time tonight

 

 

เพราะมันไม่เป็นไรเลย ที่จะเสียเวลาไปกับคืนนี้

 

 

  

Maybe I’m just a kid in love

If this is what it’s like falling in love

Then I don’t wanna ever grow up

 

บางทีฉันอาจจะเป็นแค่เด็กที่กำลังมีความรัก

และถ้านี่คือการตกหลุมรักละก็

ฉันไม่อยากโตขึ้นอีกแล้ว

 

 

Said your place is kinda close

and your parents are out of town

 

บอกสิว่าบ้านของเธออยู่ใกล้แค่นี้

และพ่อแม่ของเธอก็ไม่อยู่บ้าน

 

Baby there’s no pressure, but if you’re down I’m down

Cause it’s alright, to just talk tonight

 

ที่รัก ไม่ได้จะกดดันนะ แต่ถ้าเธอไม่โอเค ฉันก็ไม่โอเค

และมันก็ไม่เป็นไรนะ ถ้าเราจะทำแค่คุยกันในคืนนี้

 


If you’re feeling kinda crazy, turn down the lights

We can take our time, do whatever you like

 

แต่ถ้าเธอรู้สึกอยากทำอะไรบ้าๆ ปิดไฟลงสิ

เราจะใช้เวลาของเรา ทำอะไรก็ได้ที่เธออยากทำ

 

 

It’s alright,

I wanna make you mine

 

เพราะมันไม่เป็นไรเลย ฉันอยากจะให้เธอเป็นของฉัน




 

 




 

“มาเถอะหน่า เรย์ เธอจะทิ้งเพื่อนรักของเธอได้ลงคอเหรอ” เป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ที่เจส พาวาสาวลูกครึ่งเอเชียทำการตื๊อเพื่อนรักของเธอ และคำตอบที่ได้คือไม่และไม่เท่านั้น


“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบงานแบบนี้” เรย์ตอบ “ไม่ว่าใครจะเป็นโฮสต์ ฉันก็ไม่ไปทั้งนั้น” เรย์ เคโนบีบอกปัดเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ เธอและเจสสนิทกันมาก เรียกได้ว่าตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ แต่นิสัยของพวกเธอค่อนข้างต่างกัน เจสเป็นคนชอบเข้าสังคม ชอบงานสังสรรค์ ในขณะที่เรย์ .. เธอก็ชอบเข้าสังคม ทำความรู้จักคน แต่เธอไม่ค่อยชอบสถานที่คนเยอะ และเสียงดัง และหนึ่งในนั้นก็คืองานปาร์ตี้ที่เด็กหอของมหาลัยชอบจัดกันเหลือเกิน ซึ่งรอบนี้ โฮสต์ของงานก็คือเจส เพื่อนรักของเธอนั่นแหละ


“โถ่ เรย์ เธอเป็นคนช่วยฉันจัดการเตรียมการทุกอย่างในงานนะ”​ เจสว่าต่อ “เธอจะไม่ไปดูผลงานตัวเองหน่อยเหรอ” ไม่พูดเปล่า เจสส่งสายตาวิบวับเป็นการขอร้อง


“เธอดูแทนฉันก็ได้นี่” เรย์ยักไหล่ พลางมือก็ยังจดเลคเชอร์ต่อไป คลาสเรียนนี้นักเรียนไม่ค่อยตั้งใจเรียนกันหรอก แต่สำหรับเรย์ เธอตั้งใจแทบจะทุกวิชานั่นแหละ


“ของานนึง นะเรย์” เจสเขย่าแขนเรย์ “สัญญา ถ้าพรุ่งนี้เธอไป ฉันจะไม่บังคับเธอให้ไปปาร์ตี้ไหนกับฉันอีกเลยตลอดสี่ปี ยกเว้นเธออยากไปเอง” เรย์หันหน้าไปมองเพื่อนสนิทที่ทำหน้ามีความหวังสุดๆ เฮ้อ เธอเองก็ไม่อยากจะใจร้ายกับเพื่อน และเห็นแก่ความที่เจสตามตื๊อเธอมานาน ปกติเจสไม่ใช่คนเซ้าซี้แบบนี้ เรย์ถอนหายใจ ก่อนจะพยักหน้าเป็นการตกลง

 

ไปก็ได้ แค่ครึ่งชั่วโมงแล้วก็กลับบ้าน ตอนที่ยัยเจสกำลังระเริงไปกับการพบปะคนใหม่ๆ เธอค่อยเฟดตัวออกมาก็ไม่เป็นไร

 

 

 

เวลาประมาณหนึ่งทุ่มครึ่ง ขณะนี้ที่หอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างเนืองแน่นไปด้วยนักศึกษา ทั้งที่พักอยู่ที่หอและมาจากข้างนอก หอนพักนี้อนุญาตให้จัดปาร์ตี้ได้ แต่ต้องเป็นคืนวันเสาร์เท่านั้น ทางมหาลัยมีห้องรับรองขนาดใหญ่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ เรย์มองไปรอบๆงาน ก่อนจะนึกสงสารนักศึกษาคนอื่นๆที่ไม่ได้ร่วมงานนี้และคงจะกำลังนั่งรำคาญเสียงอันน่าหนวกหูอยู่ในห้องของตน จริงอยู่ที่ผนังห้องของมหาลัยนี้กันเสียงได้ แต่เรย์คิดว่ามันคงจะกันได้ไม่หมดร้อยเปอร์เซ็นต์ เรย์ยืนอยู่ในงานข้างๆเจส ทำความรู้จักนักศึกษาคนอื่นๆที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน จริงอยู่ว่านี่คือปีแรกของเธอ แต่เธอก็เรียนเข้าสู่เทอมที่สองแล้ว ไม่คิดว่าจะเจอคนที่อยู่คณะเดียวกันแต่ไม่เคยพบหน้ามาก่อน ทุกคนต่างดูแฮปปี้กับปาร์ตี้ เสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม กลิ่นแอลกอฮอลล์คลุ้งไปทั่วงาน เสียงผู้คนคุยกัน ให้ตายเถอะ เธออยากจะออกไปจากที่ตรงนี้เสียจริง

 

 

 

“เบน อย่าทำหน้าเบื่อโลกงั้นสิวะ แล้วสาวที่ไหนจะกล้าเข้ามาคุยด้วย” อีกฝั่งหนึ่งของห้องโถงขนาดใหญ่ โพ ดาเมร่อนชายหนุ่มหน้าตาดียืนอยู่ข้างกับชายผมดำ ตัวสูงใหญ่ มือข้างหนึ่งถือแก้วแอลกอฮอลล์ อีกข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง และทำหน้าบอกบุญไม่รับสุดๆ


“ก็ไม่ได้อยากคุยกับใครอยู่แล้ว” เบน โซโลชายเจ้าของผมสีดำตอบ ก่อนจะกระดกแอลกอฮอลล์เข้าปาก เขาไม่ได้อยากมางานปาร์ตี้นี้เลยซักนิด แต่เพราะเพื่อนโพสุดที่รักของเขา เอาแอลกอฮอลล์มาล่อ เบนที่อาศัยอยู่ในหอของโรงเรียนอยู่แล้วจึงตอบตกลง


“เป็นผู้ชายจริงเหรอวะเนี่ย” โพหรี่ตามอง “หรือถ้าแกอยากคุยกับหนุ่มละก็ ฉันก็พอรู้จักอยู่คนสองคน” สิ้นคำพูด เบนก็ต่อยแขนโพเต็มรักไปหนึ่งครั้ง เขายืนยันกับโพ เขาชอบผู้หญิง แต่เขาแค่ไม่คิดจะหาผู้หญิงในงานปาร์ตี้ไปเดทด้วย เขาหมายถึง เขาไม่อยากรู้จักผู้หญิงที่มาเพื่อเมาและหาผู้ชาย เบนมองหาความสัมพันธ์ที่เป็นผู้ใหญ่มากกว่านั้น


“โอ๊ะ นั่นเจสนี่ เจส พาวา” โพสะกิดให้เบนหันไปมองตามตน พบกับหญิงสาวร่างเล็ก ยืนคุยกับกลุ่มเพื่อนสาวอย่างออกรสชาติ เจสเป็นผู้หญิงที่โพเคยพูดถึงอยู่หลายครั้ง เขาบอกว่าเขาสนใจเธอ และคิดว่าอยากจะลองกับเธอซักครั้ง


เบนมองสำรวจกลุ่มเพื่อนที่เจสคุยด้วยอยู่ และสายตาก็ไปสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยืนอยู่ห่างจากเจสเล็กน้อย เธอคนนั้นไม่ได้เข้าร่วมวงสนทนา เธอยืนเฉยๆในขณะที่คนอื่นๆโยกตัวไปตามเสียงเพลง เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง ใบหน้าของเธอบ่งบอกว่าเธออยากออกไปจากที่นี่ใจจะขาด มือของเธอถือแก้วกระดาษอยู่ก็จริง แต่ดูเหมือนว่าของเหลวสีเหลืองข้างในมันไม่ได้พร่องลงไปเลย เบนเหลือบไปมองเพื่อนโพของตนที่ตอนนี้เดินไปทักเจส พาวา ก่อนที่เขาจะตัดสินใจค่อยๆเดินไปหาหญิงสาวหน้าตาเบื่อโลกคนนั้น


ไม่รู้ทำไม สำหรับเบนเธอโดดเด่นออกมาจากคนรอบข้างทั้งหมด อาจจะเป็นเพราะใบหน้าหงิกงอนั่นที่สำหรับเบนแล้วมันดูน่าเอ็นดู เบนพอจะเดาออกว่าเธอไม่ได้อยากมา แต่คงโดนบังคับให้มา เรือนผมสีน้ำตาลเข้มมัดเป็นจุกสามจุก ทรงผมประหลาดที่เบนมั่นใจว่าเกิดมาไม่เคยเจอใครทำผมทรงนี้มาก่อน เธอใส่เสื้อกล้ามสีขาว กางเกงยีนส์สีดำ ไม่แต่งตัวเยอะหรือพยายามเซ็กซี่เหมือนผู้หญิงคนอื่นในงาน แต่นั่นไม่ทำให้เธอดูน่าค้นหาน้อยลงเลย เบนแน่ใจว่าเขาไม่เคยเห็นเธอมาก่อน


แต่ตอนนี้เขาเห็นเธอแล้ว

 

“อ้ะ!” ขณะที่เบนเข้าไปใกล้เธอ ผู้ชายคนหนึ่ง ท่าทางจะเริ่มเมา เดินตัดหน้าเขาและชนเข้ากับเธอ นั่นทำให้แก้วที่เธอถือตกลงพื้น แอลกอฮอลล์ข้างในแก้วหกกระจายไปทั่ว และเหมือนว่าผู้ชายคนนั้นจะไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ เขาไม่แม้แต่จะขอโทษเธอ และเดินหายไป

 

 


เรย์กรอกตาบน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะก้มลงจะเก็บแก้วกระดาษบนพื้น แต่เธอก็พบว่ามีคนที่มือไวกว่าเธอ ก้มลงเก็บแก้วให้เธอในจังหวะเดียวกัน มือของเขาและเธอสัมผัสกันเล็กน้อย เรย์เงยหน้าขึ้นมอง พบกับชายหนุ่มผมสีดำ เขายิ้มเล็กน้อยอย่างสุภาพ ก่อนจะหยิบแก้วกระดาษขึ้นมาให้


“ขอบคุณนะคะ” เรย์ขอบคุณเขา เธอหยิบแก้วมาจากมือเขา ก่อนจะถือไว้เอง


“ทิชชู่ไหมครับ เหล้าเปื้อนคุณหรือเปล่า” เขาถาม เรย์ตกใจนิดหน่อย ไม่คิดว่าเขาจะชวนคุยต่อ เรย์เคยมีผู้ชายเข้ามาคุยด้วยบ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้ามาอย่างสุภาพเท่าคนคนนี้


“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันโอเค” เธอตอบเขา ดวงตาของเธอจ้องมองไปยังดวงตาของเขา เขามีนัยน์ตาสีดำเข้ม ดุดัน แต่เธอสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่แฝงอยู่ในสายตาที่เขามองเธอ มันไม่เหมือนกับที่ผู้ชายคนอื่นมองเจสเวลาคุย หรือแม้แต่มองเธอ


“ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ” เขาว่า “ผมเห็นคุณยืนอยู่ตรงนี้ซักพักแล้ว คุณดูไม่เอ็นจอยเท่าไหร่” ถึงตรงนี้ เรย์ก็ยิ่งประหลาดใจเขาไปอีก นี่เขาแอบมองเธอมานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย


“ฉันมาเป็นเพื่อนเจสน่ะค่ะ เจส พาวา เจ้าของงานนี้” เรย์ตอบ “แล้วก็ต้องยอมรับ ปาร์ตี้กับฉันไม่ใช่ของคู่กันจริงๆ” เธอหัวเราะเบาๆ เขาพยักหน้าและบอกว่าเขาก็มาเป็นเพื่อนเพื่อนของเขาเช่นกัน และเขาก็แนะนำตัว เขาบอกว่าเขาชื่อเบน โซโล เป็นนักศึกษาปีหนึ่งคณะแพทยศาสตร์ เรย์จึงแนะนำตัวไปเช่นกัน และเธอก็ไม่แปลกใจที่เธอจะไม่เคยเจอเบนมาก่อน คณะแพทย์ของเบนและคณะศิลปศาสตร์ของเธอเรียกได้ว่าอยู่คนละฟากฟ้าของมหาลัยเลยทีเดียว


“ปาร์ตี้นี่น่าเบื่อจริงๆ” เรย์ว่า “ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนถึงชอบนัก มันทั้งเสียงดัง วุ่นวาย แล้วก็มีแต่แอลกอฮอลล์” เบนเห็นด้วยทุกอย่าง ยกเว้นอย่างหลังสุด เขารักแอลกอฮอลล์ที่สุด และเขาก็ไม่เคยเมาเลยซักครั้งด้วย


“คงเพราะ มันเป็นโอกาสดีที่จะได้เจอคนใหม่ๆมั้งครับ” เบนตอบ ก่อนจะมองมายังเรย์ เธอมองตอบ ยิ้มน้อยๆก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น ใช่สิ เหมือนที่เธอเจอเขาไง ไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนแบบนี้อยู่ในมหาลัยของเธอด้วย


“ถ้านี่ไม่ใช่ที่ที่คุณชอบ แล้วคุณชอบที่ไหนเหรอครับ” เบนถาม เรย์หันกลับไปมองเขาอีกครั้ง นั่นสิ ที่ไหนกันนะที่เธอชอบ


“อยากไปไหมละคะ” ไม่รู้อะไรดลใจ ทำให้เธอถามย้อนกลับไปที่เขา เบนเลิกคิ้วขึ้น ราวกับไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด


“คุณไม่ชอบที่นี่ ฉันก็ไม่ชอบที่นี่” เรย์ว่า “งั้นเราก็ไปที่ที่พวกเราชอบ ดีกว่าไหมคะ” เธอเผยรอยยิ้มออกมา และรอยยิ้มนั่นก็สดใสมากเสียจนเบนเแทบลืมหายใจ


“คุณกำลังชวนผมหนี” เบนหัวเราะ “จะดีเหรอครับ คุณจะกลายเป็นกบฏสำหรับงานปาร์ตี้นะ” ไม่พูดเปล่า เบนกอดอกมองเธอ ราวกับจะถามว่าเธอแน่ใจเหรอที่จะทำแบบนี้ แต่สีหน้าของเขากลับบอกว่าเขาเห็นด้วย อยากจะไปจากที่นี่เต็มทน


“เจสลืมฉันไปแล้วละค่ะ” เรย์มองไปทางเจส ที่ตอนนี้กำลังยืนคุยกับโพอย่างออกรส “หรือคุณไม่อยากไปกับฉันเหรอคะ เบน โซโล” เธอเน้นย้ำชื่อของเขา ราวกับจะยั่วยวนท้าทาย เมื่อเห็นดังนั้น เบนเอื้อมมือไปจับมือเล็กๆของเรย์ และพาเธอเดินออกจากประตูหอพัก

 


 

“ที่ไหนคือที่ที่คุณชอบไปเหรอครับ เรย์ เคโนบี”

 

 

“สวนกลางของมหาลัยเหรอครับ” เบนแปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าสถานที่ที่เรย์พาเขามาไม่ใช่ที่อื่นไกล เดินประมาณยี่สิบนาทีก็มาถึงสวนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสวนกลางของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เขาไม่เคยมาที่นี่ซักครั้งตั้งแต่เปิดเทอมมา แน่นอน เพราะมันไกลคณะเขา


“ฉันมาแทบทุกวันค่ะ” เรย์ไม่พูดเปล่า คราวนี้เรย์คือคนที่จับมือเขาก่อน เรย์จูงมือเขา เดินเข้าไปภายในสวน ซึ่งมีต้นไม้และดอกไม้นานาชนิด แม้นี่จะเป็นเวลาประมาณสองทุ่มกว่าแล้ว แต่สวนแห่งนี้ก็ยังให้บรรยากาศร่มรื่น และความสดชื่นจากพันธุ์ไม้นานาชนิดก็ทำให้รู้สึกสบายอย่างเหลือเชื่อ เรย์จับมือเขา พาเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าบ่อน้ำพุที่มีที่นั่งอยู่ข้างหน้า เธอนั่งลง ตบมือลงข้างๆตนเองเป็นสัญญาณให้เบนนั่งตาม


“นี่คือที่นั่งประจำของฉัน” เรย์ยิ้ม เธอหลับตาลงช้าๆ “คนไม่ค่อยเดินเข้ามาถึงตรงนี้เท่าไหร่ มันเงียบมาก” เบนมองใบหน้าของหญิงสาวข้างกายเขา ที่กำลังหลับตาพริ้ม ริมฝีปากบางยิ้มน้อยๆราวกับกำลังผ่อนคลาย อา นี่คงเป็นเหตุผลที่เขาไม่เคยเจอเธอเลย เพราะเขาไม่เคยเข้ามาถึงที่นี่ อย่างดีก็เพียงแค่เดินผ่าน เบนสัญญากับตัวเองว่าหลังจากผ่านคืนนี้ไป เขาจะมาที่นี่ทุกวัน


“ชอบมาทำอะไรที่นี่ครับเรย์” เบนมองสำรวจไปรอบๆบริเวณ


“อ่านหนังสือค่ะ” เรย์ตอบ “แล้วก็ฟังเพลง เชื่อไหมคะ บางวันฉันสามารถร้องเพลงเสียงดังแค่ไหนก็ได้ ไม่มีใครได้ยิน” เรย์หัวเราะเบาๆ ก่อนที่เธอจะนึกอะไรออก เธอหยิบโทรศัพท์ของเธอออกมา และเปิดเพลงผ่านแอพพลิเคชั่น


“คุณจะร้องเพลงให้ผมฟังเหรอ” เบนถาม และเรย์ก็ส่ายหน้าเป็นพัลวัน เธอบอกว่าเสียงเธอห่วยแตกมาก เธอไม่เคยร้องเพลงให้ใครฟัง และเบนก็มีความคิดว่า คราวหน้าเขาจะมาแอบฟังเธอร้องเพลงดีไหมนะ


“เบน ชอบฟังเพลงอะไรเหรอ” เรย์กดหยุดเพลงของเธอ “ฉันจะเปิดเพลงที่คุณชอบบ้าง” นั่นน่ะสิ เขาชอบฟังเพลงอะไรกันนะ เบนก็ไม่รู้ว่าเขาชอบฟังเพลงอะไร จึงเลือกเพลงเก่าๆที่เขาได้ยินบ่อยจากฮาน โซโล พ่อของเขา


Can’t take my eyes out of you” เบนตอบ “รู้จักหรือเปล่าครับ”


“ชอบฟังเพลงเก่าเหรอคะ ฉันรู้จักเพลงนั้น มันนานมากแล้ว” เรย์ทำท่าคิด “ความหมายก็ดีนะคะ” เรย์ยิ้มน้อยๆ นั่นทำให้เบนรู้สึกหน้าร้อนผะผ่าวจากรอยยิ้มเล็กๆนั่น แน่ละ ความหมายเพลงนี้มันค่อนข้าง เอ่อ จะว่าติดเรทซักหน่อยก็ได้


“แล้วเรย์ชอบอ่านหนังสือแบบไหนครับ” เบนถามกลับบ้าง เขาอยากรู้จักผู้หญิงคนนี้มากขึ้น มากขึ้นไปอีก น่าแปลก ชีวิตของเขาเจอผู้หญิงมามาก มีทั้งเขาเข้าหาก่อน และเข้าหาเขาก่อน แต่ไม่มีใครให้ความรู้สึกเหมือนเธอคนนี้ เขาสารภาพ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนแล้วรู้สึกว่าต้องเข้าไปคุยให้ได้ เหมือนกับเรย์ เคโนบีคนนี้เลย


“อ่านหมดแหละค่ะ แต่ส่วนมากจะเป็นแนวทริลเลอร์ ฆาตกรรมอะไรพวกนี้” เบนตกใจกับคำตอบนั้น เขาไม่เคยเจอผู้หญิงที่บอกว่าชอบอ่านนิยายแนวนี้  “ฮ่าๆ หน้าคุณเหวอเลย ตกใจเหรอคะที่ฉันชอบอะไรแนวนี้” เรย์มองหน้าเบนก่อนจะหัวเราะออกมา ดูท่าผู้ชายคนนี้จะซ่อนความรู้สึกไม่เก่งเอาเสียเลย


“ผมไม่เคยเจอน่ะครับ คนที่ชอบอ่านอะไรแนวนี้” เบนว่า “ปกติก็จะเป็นแนวรักโรแมนติก” ได้ยินดังนั้น เรย์ก็เบะปากนิดๆ เธอบอกว่าเธออ่านได้ แต่เธอไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เธอคิดว่าเรื่องโรแมนติกมันเหมือนกันไปเสียหมด ไม่ทำให้เธอตื่นเต้นเท่าไหร่


“ฉันเคยคิดนะคะ ถ้าจะมีที่ไหนควรจะมีศพหมกเอาไว้เพื่ออำพรางคดี หรือที่ที่เหมาะกับการฆาตกรรม ฉันว่าที่นี่นี่แหละ” จู่ๆเรย์ก็พูดแบบนี้ขึ้นมา ทำให้เบนหน้าถอดสี


“คุณคงไม่คิดจะฆ่าผมหมกสวนหรอกนะครับ” ท่าทางของเบนมันน่าหมั่นเขี้ยวซะจนเรย์อยากแกล้งเขาอีก


“ไม่แน่ค่ะ” เรย์ยักไหล่ “แล้ว .. คุณละคะ ที่ที่คุณชอบคือที่ไหนคะเบน” เธอหันมาถามเบน


“ที่ที่ผมชอบ” เบนเว้นระยะไปเล็กน้อย “ไม่น่าสนใจเท่าที่นี่หรอกครับ” เบนนึกถึงสถานที่ที่เขาไปบ่อย และก็พบว่ามันไม่ได้น่าไปเลยแม้แต่น้อย


“พาฉันไปหน่อยสิคะ” เรย์กระเถิบเข้าไปใกล้เขาอย่างไม่รู้ตัว มือสองข้างจับเข้าที่แขนของเบน นั่นทำให้เบนสะดุ้งเล็กน้อย อา สัมผัสจากมือเล็กๆนั่น พูดตรงๆว่าเขาอยากจะทำอะไรซักอย่างกับเธอมากๆ แต่เขารู้ดี มันคงจะเร็วเกินไปหน่อย


“ผมไม่แน่ใจว่าที่นั่นยังเปิดอยู่หรือเปล่า” เบนลุกขึ้นยืน “แต่ถ้าคุณอยากไป ผมไม่ปฎิเสธครับคุณผู้หญิง” เบนยิ้ม ผายมือมาข้างหน้าเล็กน้อย เรย์หัวเราะกับท่าทางนั้น เธอย่อตัวลง ทำเหมือนมือกับว่าตัวเองกำลังใส่ชุดกระโปรงและจับชายผ้าขณะย่อ พร้อมกับวางมือลงบนมือของเขา

 

 

 

“ฉันไม่เคยมาที่นี่มาก่อน เชื่อหรือเปล่าคะ” เรย์ร้องว้าวในใจ ขณะนี้ที่ที่พวกเขาอยู่ก็คือ ห้องสมุดตึกเรียนรวมของมหาวิทยาลัยที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารมาก หนังสือนานาชนิดเรียงรายกันเป็นตับ พร้อมทั้งโซนสำหรับอ่านหนังสือ โซนห้ามใช้เสียง และโซนคอมพิวเตอร์


พวกเขาพบว่าห้องสมุดแห่งนี้เปิดตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับนักศึกษาที่ต้องการทำงานและใช้สมาธิ


“ห้องสมุดนี่ไกลจากคณะคุณ ไม่แปลกหรอกครับ” เบนพูด เขามองไปรอบๆห้องสมุด สำหรับเขาที่มาที่นี่ทุกวัน เห็นทุกอย่างจนชิน แต่สำหรับคนข้างตัว ราวกับเธอไม่เคยอยู่มหาลัยนี้มาก่อน เธอตื่นเต้นมากกับขนาดของมัน และจำนวนหนังสือที่เยอะเสียจนเรย์บอกว่าใช้เวลาทั้งชีวิตคงอ่านไม่หมด เรย์เป็นคนชอบหนังสือ แน่นอนว่าเห็นแบบนี้เธอจะต้องชอบเป็นธรรมดา


แล้วเบนก็พาเรย์ทำการเดินทัวร์ห้องสมุด เบนพาเธอมายังโซนนั่งเล่นที่ตอนนี้ไม่มีคน เขานอนลงบนโซฟาสีแดงที่กลางห้อง พร้อมทั้งบอกว่านี่คือโซฟาตัวโปรดของเขาและเพื่อนซี้อย่างโพ ดาเมรอน พวกเขาชอบมานอนผึ่งเวลาว่าง หรือไม่ก็เวลาที่อยากโดดเรียน เห็นดังนั้น เรย์จึงนอนทับไปบนตัวของเบน ทิ้งน้ำหนักทั้งร่างลงไป พร้อมทั้งระเบิดเสียงหัวเราะออกมา


“นอนบนตัวคุณ สบายกว่านอนบนโซฟา” เรย์ลงความเห็น ก่อนจะกดน้ำหนักลงไปอีก แต่มันก็ทำอะไรเบนไม่ได้เลย เพราะสำหรับเขา ตัวเธอนับว่าค่อนข้างเบาเลยทีเดียว


“หลับได้นะครับ” เบนว่า “ผมจะอุ้มคุณไปส่งเอง” เรย์เหลือบมองเบนนิดๆ เหมือนเขาจะพูดเล่น แต่ทำไมเธอกลับรู้สึกดีก็ไม่รู้กับแค่ประโยคนั้น


“ไม่หลับหรอกค่ะ” เรย์ลุกขึ้นยืนแก้เก้อ เธอลุกเดินไปยังบริเวณหน้าต่างบานใหญ่ ที่ตอนนี้แสงของดวงจันทร์ได้ฉายเข้ามาภายใน เรย์มองออกไปนอกหน้าต่าง มองเห็นวิวของอาคารเรียน และนักศึกษาบางคนที่อาจจะพึ่งเลิกเรียน หรือกำลังจะไปปาร์ตี้


เบนมองตามร่างบางที่ยืนใช้ความคิดตรงหน้าต่าง ภาพตรงหน้าช่างสวยงามจนเบนแทบจะอยากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้ เขาคิดว่าตัวเองเป็นบ้าไปแล้ว กับผู้หญิงที่พึ่งเจอกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้ว เขากลับรู้สึกต้องการเธอ อยากจะรู้จักเธอให้มากกว่านี้ และอยากให้เธอรู้จักเขามากกว่านี้เช่นกัน เรย์เหมือนมีแรงดึงดูด ตั้งแต่ในปาร์ตี้นั่นแล้ว เขาละความสนใจไปจากใบหน้าหวานนั่นไม่ได้เลย ไม่สิ ไม่ใช่แค่ใบหน้าที่ดึงดูดเขา แต่ทั้งน้ำเสียงนั่น สำเนียงบริติชที่เหมือนจะฟังยากแต่กลับไพเราะ ทั้งท่าทางที่ไม่ได้ประดิดประดอย ไม่เหมือนผู้หญิงหลายๆคนที่พยายามทำให้ตัวเองดูดีตลอดเวลา เธอขยับร่างกายตามใจตัวเอง และไม่สนใจว่าใครจะมองเธอยังไง การแต่งตัวที่ดูแสนจะธรรมดา แต่กลับมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ไม่ แค่นี้ยังไม่พอ เขาอยากจะอยู่กับเธอมากกว่านี้ เขาจะใช้เวลาคืนนี้ไปกับเธอ รู้จักเธอ เรียนรู้เธอ


 แค่เธอคนเดียวเท่านั้น

 



 

“มีที่อื่นไหมครับ ที่เรย์ชอบไป”

 

 

 

Writer’s talk

ตอนแรกกะจะให้ตอนเดียวจบ แต่ไม่ไหวค่ะ กลัวยาวเกิน แบ่งเป็นสองตอนแล้วกันเนอะ ชอบเพลงนี้มากเลยค่ะ ได้ยินครั้งแรกตอนเข้าห้องน้ำที่ห้างแห่งหนึ่ง เราก็จำประโยคในเพลงที่บอกว่า Maybe I’m just a kid in love แล้วก็ลองเอามาเสิร์ชหาดู โอ้ย ชอบมาก เสียงพี่ชอนช่างละมุนละไม ทำให้อยากเขียนฟิคละมุนละไมออกมา โง้ยยยยยยย

สำหรับเพลง Can’t take my eyes out of you นี่ได้ยินแต่เด็กเลยค่ะ แม่เราชอบฟังมาก ตอนเขียนๆอยู่ก็คิดว่าเอาเพลงอะไรมาใส่ดี เพลงนี้มันเข้ามาในหัวพอดีค่ะ ฮ่าๆ

พรุ่งนี้จะมาอัพครึ่งหลังให้นะคะ ขอบคุณค่า

ชอบไม่ชอบยังไงฝากคอนเม้นด้วยนะคะ :)





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

58 ความคิดเห็น

  1. #4 ploymanoy1994 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 22:30
    อู้ยยยยยย ละมุนมากๆๆๆๆ
    #4
    1
    • #4-1 arielqueenn(จากตอนที่ 1)
      1 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:59
      ฮาาาา คู่นี้ฟัดกันมานาน อยากให้ละมุนๆบ้างอะไรบ้างงงง
      #4-1
  2. #2 Roserin (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 23:42
    คุ้นเคยกันเร็วจริงเด็กๆ แล้วตอนพากันไปสวนมืดๆ คนที่กลัวโดนฆาตกรรมกลับเป็นเบนคืออะไร 5555
    #2
    1
    • #2-1 arielqueenn(จากตอนที่ 1)
      25 มกราคม 2561 / 15:13
      คุณเบนใจบางงงง55555555 น้องเรย์เราสายถึกอยู่แล้วค่ะ อิอิ
      #2-1
  3. #1 natenk18 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 23:01
    มีความไวไฟ 😂😂 รอติดตามนะคะ
    #1
    1
    • #1-1 arielqueenn(จากตอนที่ 1)
      25 มกราคม 2561 / 15:13
      ขอบคุณค่าาา 55555
      คนเขาคู่กัน เห็นกันไกลๆก็สปาร์คแล้วววว ฮา
      #1-1