[Fic Harry Potter] 7th - Destiny of Dark & Fear [??xOC]

ตอนที่ 9 : Chapter VIII - Something that nearly

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,720
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    21 เม.ย. 61




“How did you come upon that sword?”

- Griphook

 

    “อา ไม่สุขใจเท่ากลับมาอยู่กับครอบครัว”

    ใช่...ตอนนี้เวเนเซียกำลังพูดจับนั่งอยู่กับเก้าอี้ข้างๆเก้าอี้อีกตัวที่ว่างอยู่ ทั้งๆที่ตำแหน่งประธานหัวโต๊ะควรมีแค่หนึ่งเดียว แต่นี้...โวลเดอมอร์ถึงขั้น

    ถึงขั้นปรับเปลี่ยนห้องประชุมเพื่อฉันเนี่ยนะ โทษเหอะ ไม่ต้องก็ได้ ไม่อยากมานั่งเสวนาฟังอะไรกับพวกชั่วร้ายทั้งหลายหรอกนะ

    ใช่แล้ว ห้องโถงใหญ่ที่ใช้เป็นห้องประชุมเหล่าสาวกระดับสูงอย่าง สเนป เบลลาทริกซ์ มัลฟอย ฯลฯ จากเดิมที่เป็นโต๊ะไม้เนื้อดียาวและเรียงรายด้วยเก้าอี้ ถูกปรับเปลี่ยนเป็นห้องยกระดับคล้ายๆกันกับห้องอาหารของโรงเรียนฮอกวอสต์ก็ว่าได้ โดยตำแหน่งประธานที่เป็นบัลลังก์สูงส่งนั้นถูกจัดตั้งเก้าอี้ไว้ด้วยกันสองตัว ซึ่งไม่ต้องถามหรือว่าเดาเลยว่าเก้าอี้ตัวหรูและมีระดับนั้นมีไว้เพื่อใคร ย่อมไม่พ้นโวลเดอมอร์กับเธอนั่นเอง

    แถมเธอยังต้องมาถูกเรียกตัวและแต่งตัวรอต้อนรับการกลับมาของเขาเหมือนกับภรรยารอสามีให้กลับบ้านมาจากการทำงาน แต่โทษนะ เธอไม่มีอารมณ์ร่วมหรืออยากจะให้ความร่วมมือแม้แต่น้อย แต่ก็...ทำไงได้ แต่ได้ฝืนใจอดทนเท่านั้นแหละ

    “อืม ชุดนี้ก็ไม่เลว ทำดีมาก...”

    แม่ของเดรโกผงกหัวเล็กน้อยเป็นการตอบรับในคำชมเชยของผู้เป็นนายด้วยความสุขุม

    เหอะ ครอบครัวงั้นเหรอ เอ็งมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของฉัน หรือว่าส่วนหนึ่งของครอบครัวฉันตั้งแต่เมื่อไรกันห่ะ?!!

    ชุดสีดำแบบเดรสที่ดูภูมิฐาน ทรงผมที่เคยทำเพียงแค่ปล่อยยาวธรรมดาถูกจับแต่งหวีเรียบร้อยและเงางาม เพราะตลอดมาเวเนเซียมักจะใส่ชุดสบายๆเคลื่อนไหวง่าย แม้แต่ผมเองก็ทำเพียงแค่หวีธรรมดากับมัดรวบเป็นหางม้าเท่านั้น จึงเหมือนกับไม่ได้ดึงความงามที่แท้จริงของเธอออกมาได้เต็มร้อยนัก ซึ่งตอนนี้ความงามของเธอที่หลบซ่อนอยู่ก็ได้เป็นที่ประจักษ์แล้ว

    ก็มีคนอื่นอยู่นะที่แอบมองเธออย่างไม่ละสายตาอยู่เหมือนกับโวลเดอมอร์ แต่ก็ได้แต่เก็บงำเอาไว้และไม่แสดงสีหน้าออกไป

    “มาเข้าเรื่องดีกว่า...ดีมั้ย?

    หลังจากโวลเดอมอร์ได้เชยชมและมองเธอจนหนำใจที่ไม่ได้เจอหน้าเธอมาซักพัก เขาก็หย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวข้างๆเธอด้วยความอารมณ์ดีและรอคอยการรายงานความคืบหน้าของหน้าที่แต่ละคนของเหล่าสาวกที่เขาได้มอบหมายให้ทำกัน

    “นายท่าน ตอนนี้ทางกระทรวงได้ถูกปรับเปลี่ยนเต็มร้อยแล้วครับ”

    “ดีมาก...”

    “ทางด้านกริงกอตส์เองก็จะเริ่มดำเนินการวางมาตรการให้หนาแน่นมากขึ้นครับ โดยตัวท่านเบลลาทริกซ์...ได้บอกว่าจะเดินทางไปยังกริงกอตส์เพื่อดูแลความปลอดภัยในวันพรุ่งนี้ครับ”

    “อือหึ...แล้ว...เรื่องโรงเรียนนั่นละ? หืม...”

    โรงเรียน...ฮอกวอตส์งั้นเหรอ?

    “ครับ ท่านเซเวอรัสยังดูแลมันได้อย่างดีและไม่มีปัญหาครับ เขาฝากบอกว่านายท่านไม่จำเป็นต้องห่วงอะไรครับ”

    เซเวอรัส...ศจ.สเนปน่ะนะ?! จะว่าไป...ก็เคยได้ข่าวมานี่นะว่าเขาขึ้นเป็นอาจารย์ใหญ่คนใหม่ เซเมส...อดทนไว้นะ เดี๋ยวพี่จะต้องไปหาน้องให้ได้

    “ดูเธอจะสนใจกับโรงเรียนมากเลยนะเวเนเซีย สีหน้าของเธอน่ะ...บอกให้ฉันรู้หมดแล้วนะ”

    ไม่คาดเลยว่าเมื่อครู่เขาจะหันมามองหน้าเธอซะได้ โวลเดอมอร์เลยมองเห็นสีหน้าที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยของเธอเสียได้

    ก็ไม่น่าแปลกเพราะคนที่เธอเป็นกังวลมากที่สุดของเธอในอังกฤษย่อมเป็นคนในครอบครัว นั้นไม่พ้นไปจากเซเมสที่เธอจำต้องทิ้งให้เขาอยู่อย่างลำพังคนเดียวในดงศัตรู แม้จะรู้ดีว่าผู้เสพความตายหรือโวลเดอมอร์ก็ไม่อาจยื่นมือเข้าไปทำร้ายหรือทำอะไรเขาได้ แต่ก็นะ....ในสายตาของเธอเซเมสก็ยังเป็นแค่น้องชายที่เธอต้องปกป้องอยู่ดี

    “อา รู้ละ เอาไว้วันไหนว่างๆ เราไปโรงเรียนของเธอกันดีกว่า ฉันเองก็อยากจะ...ย้อนความหลังนิดหน่อย”

    ความหลังของโวลเดอมอร์นั้นในความคิดของเวเนเซียย่อมไม่พ้นไปจากเขาในวัยหนุ่ม และอาจจะ...มีคุณย่าของเธอมีเอี่ยวด้วย ซึ่งอดีตของโวลเดอมอร์ที่มีต่อย่าของเธอนั้น เรียกได้ว่าไม่มีใครรู้รายละเอียดเลยนอกจากตัวต้นเรื่องอย่างทั้งสองคน

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโวลเดอมอร์ดันเกิดเห็นภาพในอดีตเหมือนกับการย้อนวันวานหรือเปล่า เขาเลยโบกมือสั่งให้ทุกคนในห้องออกไปให้หมด และแน่นอนว่าทุกคนยกเว้นเธอเท่านั้นที่ยังต้องนั่งนิ่งอยู่ข้างๆเขา

    “...มองกี่ทีๆ...ก็เหมือน...แม้จะมีจุดที่แตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็เหมือน...”

    “เหมือนอะไร?

    “เธอเหมือนกับเวโรนิก้า หลายๆอย่างเลยทีเดียว ทำให้ฉัน...นึกถึงสมัยก่อนขึ้นมา”

    “สมัยก่อน? หมายถึงที่นายอยู่กับย่าในโรงเรียน...แล้วก็เคยให้ของกันและกันงั้นสินะ”

    เวเนเซียเองก็อยากจะรู้นักว่าอดีตความสัมพันธ์ระหว่างเขากับย่าของเธอนั้นลึกซึ้งมากขนาดไหน เพราะตัวย่าของเธอก็ไม่เคยพูดถึงแม้แต่น้อย

    “เธอรู้งั้นเหรอ นั้นสินะ...ไม่น่าแปลกใจ บันทึกนั้นมีความทรงจำบางส่วนของฉันอยู่นี่นะ แน่นอน...ของขวัญที่เราทั้งสองฝ่ายเต็มใจที่จะมอบให้แก่กัน”

    “แม้ว่ามันจะหายไปแล้วงั้นเหรอ??

    เธอจำได้ดีถึงคำบอกเล่าในส่วนนี้ที่ย่าของเธอเคยบอกเมื่อหลายปีก่อน ย่าเคยบอกว่ามันหายไปแล้ว เธอเลยยกประโยคนี้ขึ้นมากวนใจของโวลเดอมอร์

    “หายงั้นเหรอ เปล่าเลย...มันไม่ได้หายไปไหน มันก็ยังคงอยู่...อยู่กับคนที่คู่ควร น่าเสียดายนะ...ที่เธอเอาไม้กายสิทธิ์ให้เจ้าเด็กพอตเตอร์นั้นไป”

    จากคำพูดแรกของโวลเดอมอร์ก็สร้างความฉงนกับเธอมากพอแล้ว เพราะเธอจำได้ว่าย่าบอกว่ามันหายไป แต่ไหงโวลเดอมอร์กลับพูดเหมือนรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนได้ยังไงกัน แต่ประเด็นข้างต้นนี้เธอไม่สนใจและอยากรู้มากเท่ากับประเด็นหลัง

    “ทำไม...หรือว่า...คว้าน้ำเหลวสิท่า นายตามหาอะไรอยู่กันแน่...โวลเดอมอร์?

    “อืม ถ้าหากเป็นเธอ...ฉันก็จะบอกทุกอย่าง แน่นอน...เธอคงรู้แค่ว่าฉันตามหาเกรโกโรวิตซ์ไปเพื่อตามหาไม้กายสิทธิ์บางอย่าง”

    “ไม่ใช่ว่าตามหาเด็กชายผมทองหรอกเหรอ?

    “...ถึงว่า เป็นเธอจริงๆสินะ แหม...รู้สึกดีแฮะที่เจ้าพอตเตอร์นั้นมันทำให้เธอเข้ามาในหัวของฉันด้วยแบบเนี่ย ถูกต้อง...และฉันก็หามันพบ เธออยากรู้มั้ยว่า...มันเป็นใคร”

    “......”

    “ฮึๆ มันคือเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ แล้วเธอก็คงรู้....ว่าไม้กายสิทธิ์น่ะถูกใครบางคนที่ปราบมันแย่งไปแล้ว ทายสิ...ว่าใคร”

    “...นี่นายจะบอกว่า...”

    “ใช่ ไม้กายสิทธิ์ที่ทรงพลังมากที่สุด และมีเพียงหนึ่งเดียวอยู่กับมัน คนที่สามารถปราบกรินเดลวัลด์ได้ พ่อมด...ที่ใครต่อใครก็ยกย่องว่าเก่งกาจและทรงพลังที่สุด”

    “ศจ....ดัมเบิลดอร์”

    “ถูกต้อง ไม้เอลเดอร์...ไม้กายสิทธิ์ที่ฉันตามหาอยู่กับตาแก่นั้น แต่ก็น่าเสียดาย...ทั้งๆที่ฉันอุตส่าห์ลดตัวลงไปเปิดสุสานของมัน...แต่กลับ....”

    ใบหน้าของโวลเดอมอร์เริ่มมีความหงุดหงิดปรากฏขึ้น ทั้งๆที่แต่ไหนแต่ไรมาโวลเดอมอร์จะไม่ทำสีหน้ากับเธอแม้แต่น้อย หากเป็นทุกทีเวเนเซียก็คงไม่สะทกสะท้านหรือว่ากลัวอะไรหรอก แต่เธอเริ่มมีความเสียวและกังวลเพราะว่า....

    ไม้กายสิทธิ์ของศจ.ดัมเบิลดอร์ มันคือไม้เอลเดอร์งั้นเหรอ ในสุสานของเขาไม่มี...มันก็ไม่น่าแปลกหรอก เพราะ...ไอ้เจ้าไม้กายสิทธิ์นั้นมันอยู่กับ...

    มือที่บดบังแหวนบนนิ้วจนมิดและไม่คิดอยากจะเผยให้เห็นนั้นบ่งบอกว่าเธอกลัวว่าจะมีใครหรือโดยเฉพาะโวลเดอมอร์นั้นล่วงรู้ถึงแหวนบนนิ้วของเธอ เพราะมันไม่ใช่แหวนธรรมดาแต่เป็นไม้เท้าที่ถูกเปลี่ยนเป็นแหวนต่างหาก และที่สำคัญกว่านั้นในสมัยปีสองเธอได้เห็นว่าไม้เท้าสามารถใช้เป็นที่เก็บไม้กายสิทธิ์ได้เหมือนกับที่ลูเซียส มัลฟอย เธอเลยเลือกที่จะเก็บไม้กายสิทธิ์ของศจ.ดัมเบิลดอร์ที่เป็นเหมือนกับของดูต่างหน้าเอาไว้ภายในตัวไม้เท้า แต่ไม่คาดคิดเลยว่า...เธอจะกลายเป็นผู้หยิบยื่นความหวังที่โวลเดอมอร์ตามหาเสียได้

    เราจะให้เขารู้ไม่ได้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดีนะ....คนที่รู้เรื่องเกี่ยวกับพินัยกรรมของศจ.จะมีก็แค่รัฐมนตรีเท่านั้น และ...คนตายก็พูดไม่ได้

    ความโชคดีของเวเนเซียคือเธอรู้ดีว่าไม่มีใครนอกจากบรรดาเพื่อนสามสหายของเธอเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ และคนนอกที่เป็นเพียงแค่คนตาย ฉะนั้นแล้ว...เธอจึงต้องทำเพียงแค่เก็บเรื่องนี้ให้เงียบที่สุดและไม่แม้แต่จะแสดงสีหน้าและความลับออกไปก็พอ

    จากมรดกที่ตกทอดมาด้วยความยินดีและน้อมรับนั้น ตอนนี้เป็นเหมือนกับเผือกร้อนที่สามารถลวกมือได้แล้ว

    หากเขาได้ไป...ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ ไม่แคล้วก็คงเริ่มเดินหน้าแผนต่อไปอย่างฆ่าแฮร์รี่แน่ๆ

    เธอได้ยินการพูดคุยกันในแวดวงของเหล่าสาวกมาบ้างหลังจากได้พักอยู่ที่นี่ เธอรู้มาว่าคนเดียวที่จะลงมือจัดการแฮร์รี่นั้นมีเพียงโวลเดอมอร์เท่านั้น ขนาดว่าเบลลาทริกซ์เสนอตัวขอรับหน้าที่นี้เขายังบอกปัดไม่ให้และยืนยันว่าจะทำด้วยตัวเอง แล้วการที่ยังไม่มีท่าทีจะออกตามหาก็คงเป็นเพราะพยายามตามหาไม้เอลเดอร์นี้อยู่แน่ๆ ฉะนั้นแล้ว...เพื่อให้แฮร์รี่ได้มีเวลายืดออกไปมากขึ้นกับการทำภารกิจตามหาและทำลายฮอกครักซ์ เธอต้องเก็บเรื่องนี้ให้มิดและเงียบที่สุด

    คิดถูกแฮะที่เราเลือกอยู่ที่นี่แล้วให้พวกนั้นหนีไป อย่างน้อย...ก็พอจะรู้ทางแล้วว่าแผนการของโวลเดอมอร์มีอะไรบ้าง

    ทางด้านของแฮร์รี่ที่หลังจากหนีรอดจากเงื้อมมือของผู้เสพความตายมาได้ แฮร์รี่ก็สัมผัสได้ว่าโวลเดอมอร์ไปยังฮอกวอตส์ ทว่าไม่ยักกะภายในโรงเรียน แต่เป็นที่ที่หนึ่งที่ห่างออกไปจากปราสาทฮอกวอตส์...สุสานของศจ.ดัมเบิลดอร์ เขาเห็นทุกอย่างและสัมผัสได้ว่าโวลเดอมอร์กำลังมีความรู้สึกเช่นไร

    บ้าคลั่ง...ปั่นป่วน...โกรธเกรี้ยว

    ราวกับโกรธและพอใจกับสิ่งที่คาดคิดว่าควรมีอะไรบางอย่าง...บางอย่างที่เขาวาดหวังว่าควรจะมี

    แล้วแฮร์รี่ก็กลับมาตั้งสติของตัวเองได้อีกครั้งและเล่าให้เพื่อนทั้งสองได้ฟัง ทฤษฏีที่เขาคิดว่าน่าจะใช่และถูกต้องทั้งหมด ปริศนาของชายหนุ่มผมสีทองคนนั้น

    “นายกำลังจะบอกว่า...ไม้กายสิทธิ์หรือไม้เอลเดอร์ที่เขาคนนั้นตามหา...ถูกใครบางคนขโมยไปจากเกรโกโรวิตซ์ และคนๆนั้นก็คือ...กรินเดลวัลด์ เขาคือ...”

    “ใช่ เท่าที่คนทำไม้กายสิทธิ์รู้กันถึงข้อจำกัดในการใช้ไม้ของคนอื่น คนๆนั้นต้องเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้ ฉันจึงเดาว่า...”

    “คนที่ปราบเขาได้คือศจ.ดัมเบิลดอร์ งั้นก็หมายความว่า...ไม้เอลเดอร์คือไม้กายสิทธิ์ของศจ.ดัมเบิลดอร์...แล้วตอนนี้มันก็อยู่กับ...”

    รอนกับเฮอร์ไมโอนี่เริ่มพูดไม่ออกและช็อกกันมากเลยทีเดียว เพราะว่าทั้งสองรู้ดีว่าไม้ของศจ.ดัมเบิลดอร์นั้นตอนนี้ได้กลายเป็นมรดกตกทอดไปยังคนๆหนึ่งในกลุ่มของพวกเขา ซึ่งเวลานี้...กำลังอยู๋ภายในดงศัตรูซึ่งเป็นคนที่กำลังตามหาและอยากได้มันมาก

    “ด๊อบบี้! ขอถุงที่เวเนเซียส่งให้กับนายหน่อย!

    ทั้งสามไม่รอช้าที่จะช่วยกัน เฮอร์ไมโอนี่ใช้คาถาคลายการเปลี่ยนรูปร่างของถุงผ้าให้กลับกลายเป็นกระเป๋าดังเดิม และไม่รอช้าที่จะสามัคคีลงเข้าไปข้างในเพื่อค้นดูว่ามรดกที่ศจ.ดัมเบิลดอร์ได้มอบให้กับเวเนเซียนั้นอยู่ในกระเป๋าหรือเปล่า?

    “เจอมั้ย?!

    “ไม่เจอเลย!

    “พวกนายพอจะเห็นหรือเปล่าว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นไม้เอลเดอร์ในมือของเวเนเซียนั้นอยู่กับตัวเธอหรือว่าในกระเป๋า”

    “ฉัน...ฉันไม่แน่ใจ เรื่องนี้เราคงจะ...จริงด้วย! พอมีอยู่คนที่น่าจะช่วยพวกเราได้ แต่...จะเรียกว่าคนหรือเปล่าฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจซักเท่าไรหรอกนะ”

    เวลานี้หากเป็นคนอื่นมาเห็นก็คงเป็นภาพที่น่าพึลึกและบ้าบอมากเลยทีเดียว เมื่อพ่อมดแม่มดทั้งสามกำลังย่อตัวลงคุดคู้ล้อมเป็นวงอยู่กับอะไรบางอย่างที่เหมือนกับต้นหญ้าอ่อนก็ว่าได้

    “คริกกี้ มีแกเท่านั้นที่รู้ว่าเธอเก็บไม้กายสิทธิ์นั้นไว้ที่ไหน แต่ก่อนอื่น...เพื่อความปลอดภัย แฮร์รี่...นายไม่ควรรู้เรื่องนี้”

    “เพราะอะไร??

    “เพราะเธออาจจะเผยความลับให้เขาได้รู้ อย่าลืมสิ...เธอไม่ได้สกัดใจได้ชำนาญและเชี่วชาญเท่าเวเนเซีย นี่ก็เพื่อ...ความปลอดภัยของเธอนะแฮร์รี่”

    “...เข้าใจแล้ว หากเธอว่าแบบนั้น”

    แฮร์รี่จำยอมต้องถอยและอยู่ให้ห่างจากเรื่องนี้ ก็เลยเหลือแค่สองคนอย่างเฮอร์ไมโอนี่กับรอนเท่านั้น สำหรับตัวเฮอร์ไมโอนี่รู้อยู่แล้วว่าคริกกี้นั้นน่าอัศจรรย์กว่าที่คิด เพราะมันรู้เรื่องและมีความวิเศษที่น่าทึ่ง ต่างจากเรื่องที่ยังไงก็ยังคงมองว่ามันเป็นแค่สัตว์ชนิดหนึ่งเท่านั้น

    “เธอแน่ใจนะเฮอร์ไมโอนี่ว่าเจ้าต้นหญ้าอ่อนนี้จะช่วยพวกเราได้น่ะ”

    “รอน...เห็นแบบเนี่ยมันก็เคยช่วยบัดบีคเอาไว้แล้วนะ ถ้าหากไม่อยากโดนบัคบีคเล่นงานก็เงียบเอาไว้เถอะ”

    แกว๊ก...

    ยังไม่ทันขาดคำเสียงร้องของฮิปโปกริฟก็ดังขึ้นอยู่ด้านหลังของรอนพร้อมกับแววตาที่จ้องมาแบบไม่วางตา แสดงตัวตนว่าพร้อมจะเป็นผู้ปกป้องคริกกี้อย่างเต็มที่หากใครหน้าไหนมาทำร้ายผู้มีพระคุณของมัน ไม่ว่าจะด้วยการใช้กำลังหรือวาจาก็ตามที

    “คริกกี้ ขอร้องละ...บอกพวกเราหน่อย ทำท่าก็ได้”

    คริก...

    คริกกี้จำเพื่อนๆของเวเนเซียได้ดี มันจึงไม่ลังเลเลยที่จะบอกทุกอย่างที่มันรู้ มันทำท่าทางขยับเขยื้อนแทนตัวเองว่าเป็นเวเนเซีย และกำลังทำอะไรกับไม้เอลเดอร์ด้ามนั้น

    “มืองั้นเหรอ...มือ หรือว่า...แหวนของเธองั้นเหรอ?! จริงสินะ ไม้เท้าก็สามารถใช้เก็บไม้กายสิทธิ์เอาไว้ได้ แบบนี้นี่เอง คาถาเปลี่ยนสิ่งของของเธอก็มีระยะเวลานานอยู่แล้วด้วย คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

    หลังจากได้เรื่องแล้วแน่นอนว่าเฮอร์ไมโอนี่กับรอนก็ไม่ได้บอกกับแฮร์รี่ว่าตอนนี้ไม้เอลเดอร์อยู่ที่ไหน แต่เธอก็บอกว่าขอให้แฮร์รี่วางใจ ซึ่งเขาเองก็วางใจอย่างที่ทั้งสองกล่าวมา คราวนี้แฮร์รี่จึงตัดสินใจจะทุ่มเทกับการตามหาฮอกครักซ์มากกว่าการตามหาไม้เอลเดอร์

    และด้วยคำใบ้ที่เวเนเซียเคยยียวนกวนประสาททางฝีปากกับเบลลาทริกซ์ บวกกับความเฉลียวฉลาดของเฮอร์ไมโอนี่ จึงไม่ยากเลยที่จะเดาว่าฮอกครักซ์ชิ้นต่อไปอยู่ในธนาคารกริงกอตส์

    “เพราะแบบนี้เหรอ เธอถึงได้ส่งนี้มาให้ด้วยน่ะ”

    ไม้กายสิทธิ์ที่เป็นสีดำชวนไม่น่ามอง อีกทั้งรูปทรงก็บิดๆเบี้ยวๆเหมือนกับนิสัยและสติของเจ้าของ ย่อมไม่พ้นไปจากไม้กายสิทธิ์ของเบลลาทริกซ์นั้นเอง

    “สมกับเป็นเวเนเซียจริงๆ คราวนี้พวกเราเป็นหนี้เธอหลายต่อหลายอย่างจริงๆ”

    “ชาตินี้ฉันยอมเป็นกระสอบทรายให้เธอแบบเต็มใจเลยทีเดียวเชียวละ”

    เพราะไม่ว่าจะเสียสละเป็นคนรั้งท้ายและเป็นโล่ให้พวกเขาหลบหนีออกมาได้

    สละไม้กายสิทธิ์ให้แฮร์รี่ได้ใช้ทั้งๆที่ตัวเองอยู่ในสถานการณ์ลำบากกว่า

    เรียกได้ว่าล้วนแล้วแต่หาหนทางให้พวกเขาเดินหน้าต่อได้อย่างปลอดภัยและสะดวกทั้งนั้น

    “แต่ยังไงเราก็ต้องเอาตัวเธอกลับมาให้ได้ ฉันไม่อยากให้เธอต้องไปอยู่กับเขา”

    “นั้นสิ ฉันเดาไม่ออก ไม่สิ ไม่อยากจะนึกเลยว่ามันต้องสยดสยองขนาดนั้นที่ต้องอยู่กับเขาคนนั้นแบบใกล้ชิดน่ะ พูดแล้วขนลุก”

    -----------------------------------------------------------------------------------

    ----------------------------------------------------------

    “...เราจะอยู่เฉยๆแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว ต้องทำอะไรซักอย่าง แต่...อะไรละ?

    ตั้งแต่เวเนเซียได้รู้ถึงความจริงว่าไม้เอลเดอร์หน้าตาเป็นอย่างไรและอยู่ที่ไหน เธอก็เริ่มก้นร้อนเป็นไฟ และอยากจะหนีไปให้ไกลจากเงื้อมมือของโวลเดอมอร์ใจจะขาด

    ตอนแรกก็คิดอยู่หรอกว่าอยู่ที่นี่น่าจะได้เบาะแสอะไรดีๆ แต่มันก็ไม่น่าจะดีขนาดนี้ อา...คราวซวยครั้งใหญ่สิเนี่ยเรา ต้องหาทางหนี พวกแฮร์รี่คงจะเดาแผนของเราออก หากใช่...พวกนั้นต้องไปธนาคารกริงกอตส์ แต่...เมื่อไรละ?!

    ตอนนี้เธอพอจะรู้ว่าไปที่ไหนดีถึงจะฉวยโอกาสหนีและกลับไปรวมกลุ่มกับแฮร์รี่ได้ แต่ปัญหามันก็อยู่ตรงที่...วันและเวลานี้สิ

    จะลองหลับแล้วพูดคุยกับแฮร์รี่มันก็เสี่ยงเกินไป โวลเดอมอร์อาจรู้ผ่านทางแฮร์รี่ได้ เอาไงดีละเรา...

    เวเนเซียเริ่มคิดแผนไปมาหลายต่อหลายตลบว่าจะใช้วิธีไหนที่ดูแนบเนียนและสามารถไปยังข้างนอกเพื่อไปยังกริงกอตส์ได้

    “เดินวนไปมาเป็นลูกตุ้มนาฬิกาเลยนะ”

    “เดร...นาย เอ่อ...”

    เดรโกที่เพิ่งเข้ามากะจะมาดูแลเธออย่างทุกที เนื่องจากที่ผ่านมาหลังจากที่เขาได้สารภาพกับเธอไปนั้น ก็ยังไม่ได้พูดคุยกันแค่สองต่อสองเลย จึงไม่แปลกที่เวเนเซียจะมีท่าทีเลิกลักและรวนขนาดนี้

    “นั่นสินะ เธอคงจะเข้าหน้าฉันไม่ติด แต่ก็นะ...ฉันปล่อยวางได้ ทุกคำตอบของเธอ จะยังไงฉันก็โอเคหมด และเพื่อความสบายใจของเธอ...ยังไม่ต้องให้คำตอบฉันตอนนี้ก็ได้ ไว้จบเรื่องทั้งหมด เธอค่อยให้คำตอบฉันก็ได้...นะ แล้ว...เธอกำลังคิดแล้วก็...เครียดอะไรอยู่งั้นเหรอ?

    เดรโกไม่อยากให้เวเนเซียต้องรู้สึกลำบากใจกับการสารภาพอย่างหมดเปลือกของเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน จึงถามไถ่ถึงเรื่องที่เธอกังวลจนต้องเดินไปมากเป็นหนูในกรงล้อขนาดนี้

    “ก็...แบบ ฉันอยากจะ...ไปธนาคารกริงกอตส์น่ะ แบบ...ฉันเองก็บอกอะไรนายเยอะไม่ได้ ฉันไม่อยากให้นายต้อง...หากฉันหนีไปได้ นายจะโดนทำอะไรหรือเปล่า?

    “อย่าห่วง ฉันรับมือแล้วก็ผ่านไปได้ แค่เธอปลอดภัยก็มากพอแล้ว กริงกอตส์งั้นเหรอ อืม...ลองใช้วิธีแยบคายอย่างที่เธอมักทำเป็นประจำดูสิ เธอมันจะตีเนียนแล้วก็มีแผนเสมอไม่ใช่เหรอ? แผนสูงมากเกินไปมันก็ไม่เนียนนะ เหมือนอย่างครั้งที่เธอเล่นงานพวกบ้านเดียวกันกับฉันสมัยปีห้าน่ะ ตอนนั้นน่ะ...เนียนใช้ได้แลย”

    “อ้อ เจ้าดอกไม้ไฟจิ๋วในกระเป๋าน่ะเอง แถจนสีข้างถลอกใช้ได้ !?...จริงด้วย...วิธีนี้น่าจะได้ผล”

    ไม่รอช้าอีกแล้วที่จะเริ่มดำเนินแผนการ

    ฮึๆ ไอ้เรื่องตีสีหน้าและคำพูดให้คุมโทนน่ะ อิฉันและเชี่ยวยิ่งนัก

    เวเนเซียตีสีหน้าและท่าทางให้ดูโอนอ่อนต่ออีกฝ่าย และด้วยการคาดการณ์ของเธอ หากเป็นฝ่ายเธอที่ร้องขอเข้าพบกับโวลเดอมอร์เพื่อพูดคุย มันก็น่าจะเปิดทางให้เธอไปกว่าครึ่งแล้ว

    และแน่นอน...ขึ้นชื่อว่าเวเนเซียเอ่ยปากเองว่าอยากจะขอพบเขา โวลเดอมอร์ก็ไม่รอช้าและลังเลเลยที่จะทิ้งงานตรงหน้าและดิ่งไปหาเธอที่กำลังรอคุยกับเขาในห้องโถง

    “มีเรื่องอะไรงั้นเหรอเวเนเซีย คิดถึงงั้นสินะ...”

    “ก็...ประมาณนั้นนิดหน่อย แล้วก็...มีเรื่องอยากจะขอร้องด้วย...ค่ะ”

    หางเสียงที่ฟังดูเหมือนต้องพยายามเค้นฝืนพูดออกมานั้นช่างคันปากของเธอเสียเหลือเกิน แต่เพื่อแผนการ...เธอต้องทำ

    “อะไรงั้นเหรอ....หืม??

    “แบบ...อยู่ที่นี่เฉยๆมันน่าเบื่อน่ะค่ะ แล้วก็...กำลังสงสัยบางอย่างระหว่างนายกับเบลลาทริกซ์นั้น”

    “เบลลาทริกซ์น่ะเหรอ หล่อนก็แค่ข้ารับใช้เท่านั้น ข้ารับใช้ที่ฉันไว้วางใจ”

    “แต่ฉันไม่...โวลเดอมอร์...หลายครั้งแล้วนะที่เธอทำร้ายฉันน่ะ แล้วแบบนี้...ฉันจะไว้ใจให้เธอดูแลนายได้ยังไง?

    คำว่าดูแลที่เวเนเซียพูดออกมานั้นฟังแล้วชวนใจเต้นเขาเสียเหลือเกิน เพราะมันฟังดูเหมือน...เธอเป็นห่วงเขาและเอาใจใส่เขาเสียเหลือเกิน

    “วางใจเถอะ เธอเป็นข้ารับใช้ฉันนานและคนแรกๆ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก...”

    “งั้น...เพื่อความสบายใจ ฉันขอถามอะไรได้มั้ย?

    “อะไรงั้นเหรอ...ทุกอย่างฉันย่อมให้เธอได้หมด”

    “เพราะอะไร...เบลลาทริกซ์ถึงได้เป็นคนเก็บของสำคัญของนาย แล้วมันคืออะไรงั้นเหรอ?

    “ก็...ฮอกครักซ์ของฉันยังไงละ”

    กะแล้ว!!!

    สมกับเป็นโวลเดอมอร์ ไม่ว่าเรื่องอะไรหรือของอะไรที่เวเนเซียปรารถนา เขาย่อมถวายให้เธอทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่เรื่องฮอกครักซ์ที่เรียกได้ว่าเป็นความลับสุดยอดขนาดนี้

    “ของสำคัญขนาดนั้น ทำไมไม่เก็บไว้กับคนสำคัญของนายกันละ...โวลเดอมอร์”

    คำพูดเรียบๆและฟังดูอ่อนหวานก็ทำให้ใจของโวลเดอมอร์อ่อนยวบไปถึงเจ็ดแปดส่วนแล้ว เห็นได้จากสีหน้าและแววตาที่เขาแสดงให้เธอได้เห็น

    “อืม...ที่เธอพูดมันก็ถูกนะ อีกอย่าง...เซฟของเธอก็คงจะ...”

    “อยู่ในชั้นที่ลึกสุด ไม่แพ้กัน ตระกูลอลาวดิอุสเก่าแก่อยู่แล้ว รู้ๆกันอยู่”

    ห้องนิรภัยของเธอนั้นเรียกได้ว่าอยู่ชั้นลึกลงไปกว่าแฮร์รี่ เนื่องด้วยเป็นห้องนิรภัยเก่าแก่ซึ่งจะมีก็แต่พวกตระกูลเก่าแก่เท่านั้นที่จะมี นอกจากนี้ยังมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดกว่า ไม่ว่าจะเป็นน้ำตกที่ป้องกันเวทมนตร์คาถาของผู้เข้ามา และมังกรที่ทำหน้าที่เป็นยามอารักขาคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับห้องนิรภัยในชั้นนั้น

    “อืม...งั้นฝากไว้กับเธอด้วยก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะ...”

    “ไม่เอา ฉันอยากทำเอง ของสำคัญของนายก็ต้องให้ฉันเป็นคนทำเองสิ แล้วไม่เอาเบลลาทริกซ์ด้วย ยัยนั่นกับฉัน...เราไม่ถูกกัน ไม่สิ ฉันไม่ชอบขี้หน้า”           

    “เข้าใจแล้ว ทุกอย่างเพื่อเธอเลย...ตามประสงค์ทุกอย่าง งั้น...เอาเป็นใครดีละ...เดรโก...”

    “ไม่ๆ เขาไม่ต้องมา คนอื่นก็ได้ เขาเป็นคนโปรดของนายไม่ใช่เหรอ อีกอย่าง...ฉันไว้ใจเขา ให้เขาอยู่กับนายและทำงานให้นายระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ยังดีซะกว่าให้เบลลาทริกซ์นั้นมายุ่มย่ามกับนาย”

    ท่าทีที่แลดูแง่งอนและไม่ค่อยชอบใจ ราวกับหญิงสาวที่หวงชายหนุ่มของตนนั้น ทำให้โวลเดอมอร์เชื่ออย่างสนิทใจว่าเธอกำลังมีใจให้กับเขา จึงไม่แม้แต่จะลังเลหรือคิดข้อเสนอแนะใหม่ให้กับเธอแม้แต่น้อย เรียกได้ว่าทูนหัวของข้า ข้านั้นย่อมศิโรราบทุกประการก็ว่าได้

    “งั้นฉันจะจัดการใครซักคนไปทำหน้าที่คุ้มครองและดูแลเธอ ซัก...กี่คนดีละ?

    “คนเดียวก็พอ มากเกินแล้วมันอึดอัด อีกอย่าง...ไม่อยากให้สายตาผู้ชายที่ไหนไม่รู้มามองหัวจรดเท้า อยากให้คนอื่นมองฉันงั้นเหรอ?

    เรียกได้ว่าเล่นเกินค่าตัวเลยทีเดียว งานนี้ต้องมอบตุ๊กตาทองคำให้กับเธอซักสี่ห้าตัวกันไปเลย

    “นั้นสินะ ไม่ว่าใครฉันก็ไม่อยากให้มันมามองความงดงามของเธอ คนที่จะสามารถมองและเชยชมได้มีเพียงฉันเท่านั้น งั้น...พรุ่งนี้เธอไปได้เลยนะเมื่อต้องการ เพราะฉันเอง...ก็ต้องไปทำงานของฉันต่อ”

    เหอะๆ ตามสบาย ตามหาไม้ที่หาไม่ได้ต่อไปเถอะนะ อยากจะเห็นสีหน้าจริงๆหากรู้ว่าไอ้ของที่ตามหาแทบพลิกแผ่นดินนั้นอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้จะรู้สึกยังไง

    แผนการของเธอนั้นเรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว เพราะไม่ว่าจะช่วยให้เดรโกรอดไปจากการถูกลงโทษหากเธอหนีไปได้ ซึ่งอย่างเดรโกก็คงยอมให้เธอหนีอย่างแน่นอน ลากผู้เสพความตายเป็นแพะรับบาปไปได้หนึ่ง เธอหนีกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆได้แถมยังได้ของแถมเป็นฮอกครักซ์ติดมือไปด้วย อีแบบนี้จะไม่ให้เป็นนกรูปแบบหมู่คณะก็ไม่ได้แล้ว

    พอเธอกลับมาอยู่ในห้องคนเดียวเท่านั้นแหละ จากท่าทีที่สุขุมและนิ่งๆก็...

    “!!!! ....!!!

    ไร้ซึ่งคำพูดที่จะบรรยายโวยวายผ่านปากเลยทีเดียว หรือต้องเรียกว่าพูดไม่ออก ทำได้แค่อ้าปากอยากจะกรี้ดออกมาเท่านั้น แต่เสียงก็ไม่มี ขนนี้ให้ลุกเกรียวยังกะคนปวดห้องน้ำสุดขีด แถมยังรู้สึก...กระดากปากตัวเองยิ่งนักที่พูดอะไรชวนออดอ้อนแบบนั้นไป ซ้ำยังกับคนที่เธอไม่คิดไม่ฝันว่าอยากจะพูดด้วยท่าทีแบบนั้นด้วย

    “ดูจะเป็นการฝืนตัวเธอสุดๆสินะ”

    เดรโกที่อ่านออกมาแต่ไหนแต่ไรแล้วหากเกี่ยวกับเวเนเซียก็ได้แต่มองและอมยิ้มในความน่ารักของเธอที่แม้ว่าจะรู้ดีว่าเป็นการฝืนใจของเธอสุดๆก็ตาม

    “ฮ่วย! บักxห่...รากเอ้ย! อา...ชาตินี้ไม่ขอทำอีกเป็นครั้งที่สอง! ไม่เอาแล้วโว้ย!

    เวเนเซียที่อยากจะระบายออกมาก็เลยเลือกใช้คำโวยวายไม่สุภาพฉบับบ้านเกิดเธอเป็นการระบายความอัดอั้นออกมา ซึ่งเธอว่าคงไม่มีใครเข้าใจความหมายมันหรอก จะมีก็แค่เดรโกคนเดียวเท่านั้น

    “แล้ว...ได้ผลสินะ เมื่อไรละ ฉันจะได้เตรียม...”

    “ไม่ งานนี้นายไม่ต้องเข้ามามีเอี่ยวด้วยเดรโก ฉันบอกกับเขาไปแล้วว่าหน้าที่นี้ให้คนอื่นทำแทนนาย เพราะงั้น...นายไม่จำเป็นต้องตามฉันไปที่กริงกอตส์”

    “เธอ...ทำไมเธอเลือกแบบนั้น?

    “ฉันไม่อยากให้นายเป็นอันตราย แบบ...ฉันเดาว่าหากฉันหนีไปได้จริงๆ...เขาต้องทำร้ายนายแน่ๆ ฉัน...ฉันไม่อยากเห็นนายเป็นสภาพแบบนั้นเหมือนเมื่อปีก่อนอีกแล้ว ตอนนั้นแค่แฮร์รี่ แต่ตอนนี้...มันไม่เหมือนกัน นายอาจจะ...ตายได้ ฉันไม่อยากให้นายตาย”

    เดรโกแอบรู้สึกใจเต้นจนแทบกระเด็นออกมาจากอก เมื่อเขาได้รู้ว่าเธอเป็นห่วงเขามากถึงขนาดว่าไม่อยากให้เขาเป็นอันตราย แม้จะยังไม่ได้รับคำตอบจากเธอเป็นการแน่ชัด ว่าเธอนั้นจะตอบรับหรือปฏิเสธเขาหรืออย่างไร แต่ตอนนี้ก็ทำเอาเขาอยากจะคว้าตัวเธอเข้ามากอดจะแย่อยู่แล้ว

    “เพราะงั้น...นายเข้าใจด้วยเถอะนะ ฉันไม่อยาก...”

    “เข้าใจแล้ว เธอไม่ต้องพูดซ้ำก็ได้ เธอพูดครั้งเดียวฉันก็เข้าใจและก็รู้เรื่องหมดแล้วละ แต่ก่อนเธอจะไป ฉันอยากให้เธอเอานี่ไปด้วย”

    เดรโกส่งไม้กายสิทธิ์ของเขาให้กับเวเนเซียอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหวงหรือว่าคิดเยอะแม้แต่น้อย

    “แต่...แต่นายจะ...นายจะใช้อะไรละ?

    “เฮ้...เห็นแบบนี้ฉันก็เป็นลูกชายตระกูลมัลฟอย แล้วก็...เป็นสาวกด้วยตอนนี้ แค่ออกไปสร้างเรื่องว่าปะทะกับพวกมือปราบแล้วอ้างว่าไม้ถูกทำลายไม่ก็ชิงไปก็น่าจะเอาตัวรอดได้ แต่เธอน่ะ...ต่างกัน อีกอย่าง...เรื่องไม้กายสิทธิ์ของเธอ กับของเขาน่ะ...มันห่ำหั่นกันไม่ได้นี่นา ใช่มั้ย?

    “นายรู้...”

    “แหง ไม่งั้นเขาจะวิ่งเต้นตามหาไม้ทำไมละ จริงมั้ย? หากไม่บอกเหตุผลกับพวกสาวกด้วยกัน เรื่องฝีมือกับคาถา ยังไงฉันก็รู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วแหละว่าเธอน่ะเก่งกาจ แล้วยิ่งรู้ว่าเธอใช้ไม้ของฉัน...ฉันก็ยิ่งวางใจ เพราะงั้น...รับไปเถอะ”

    เธอมองมือของเดรโกที่ดูใหญ่ขึ้นและต่างจากสมัยก่อน เขาไม่ได้เป็นเด็กชายที่อ่อนหัดหรือปากเก่งอีกแล้ว เขากลายเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และพร้อมจะเสียสละให้กับเธอทุกเมื่อ เมื่อเห็นและสัมผัสได้ถึงความปรารถนาแรงกล้าที่อยากจะมอบไม้กายสิทธิ์ให้กับเธอ เธอจึงไม่อาจปัดน้ำใจและความห่วงใยของเดรโกได้

    “ขอบใจนะ นายเองก็...ระวังตัวด้วยละเดรโก ฉัน...”

    ไม่คาดเลยว่าจังหวะที่เธอนั้นหยิบเอาไม้กายสิทธิ์จากในมือของเดรโก เขากลับฉวยจับมือของเธอเอาไว้มั่น และไม่มีท่าทีว่าอยากจะปล่อยมือของเธอ

    “...แปลกนะ”

    “อะ...อะไรแปลก?

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะบรรยากาศ หรือเพราะคำสารภาพของเดรโกเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้เวเนเซียในตอนนี้เริ่มมีความสั่นคลอนและเกร็งกับเดรโกขึ้นมา เมื่อเขาทำเช่นนี้กับเธอ

    “ก็...ฉันอยู่ติดตัว ไม่สิ ไม่ถึงกับตัวติดกับเธอ ทั้งๆที่เธอเองก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมายนัก แต่ไม่รู้ทำไม...พอได้มาจับมือเธอในตอนนี้แล้ว...ถึงได้รู้ว่าเธอเปลี่ยนไปมากเลยทีเดียว”

    “ยังไง?? ฉันก็ยังเป็นฉันเหมือนเดิมนะ”

    เวเนเซียหันรีหันขวางมองดูร่างกายของตัวเองทุกส่วนเป็นการเช็คตามคำพูดของเดรโกที่เขาบอกว่าเธอนั้นมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

    “ไม่ใช่ เฮ้อ...ยังไงเรื่องความซื่อของเธอก็ยังไม่ค่อยจะเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เอาเถอะ...มันก็เป็นเสน่ห์แบบหนึ่งของเธอเลยนี่นะ ฉันหมายถึง...ฉันไม่ทันสังเกตเลยว่าเธอเป็นผู้หญิงที่...บอบบางมากเลยทีเดียว”

    เดรโกที่จับข้อมือของเธอเริ่มใช้นิ้วมือที่หนาและใหญ่ตามแบบของชายหนุ่มลูบไล้ถูไถผิวที่ข้อมือของเธออย่างเคลิบเคลิ้ม

    “ข้อมือเล็ก บาง ผิวเนียนละเอียด แถมยัง...มีกลิ่นที่น่าคุ้นเคยเหมือนเดิม กุหลาบ...คิดถึงสมัยที่เจอกับเธอครั้งแรกชะมัด อีกอย่าง...พอได้จับมือของเธอแล้วก็อยู่ใกล้ๆด้วยกันแบบเนี่ย...ทำเอาคิดถึงวันที่พวกเราได้เต้นรำกันจริงๆนะ ตอนนั้นน่ะ...ฉันโคตรมีความสุขเลย”

    เดรโกร่ายทุกอย่างที่คิดในหัวตอนนี้เป็นภาษาไทย พอป้องกันไม่ให้ใครได้ยินแล้วคาบไปบอกกับโวลเดอมอร์ แต่ไอ้คนที่ฟังออกอย่างเธอน่ะ...เริ่มจะพูดไม่ออกแล้วก็ทำอะไรไม่ถูกแล้ว

    “เอ่อ เดรโก เดร...ฉัน...ฉันว่าเรา...เอ่อ...”

    “ไม่ค่อยชอบใจเลย รู้อยู่หรอกว่าเธออยู่ที่นี่ไม่ได้ มันไม่ดีกับเธอ แต่...จะว่าว่าฉันเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่ฉันไม่อยากให้เธอไปเลย หลายเดือนที่ผ่านมา...คิดถึงเธอแทบแย่ ไว้จบเรื่อง...เราค่อยมาเจอกันนะเวเนเซีย สัญญากับฉันสิ...”

    “อือ สัญญา...”

    “...งั้น ฉัน...ขอให้เธอโชคดีแล้วก็ปลอดภัยนะเวเนเซีย...”

    เดรโดตัดบทและก้าวเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ราวกับพยายามตัดใจที่จะปล่อยให้เธอห่างไปไกลจากเขาเหมือนก่อนหน้า

    “...ทำไมนายถึงได้มาบอกฉันช้าแบบนี้กันเล่า เจ้าบ้า...”

    เป็นครั้งแรกที่เธอนั้นจนมุม เธอละสามารถและให้คำตอบที่ดีแก่คนที่มาขอคำปรึกษาให้ช่วยเหลือมาแต่ไหนแต่ไร แต่นี่...พอเวลาเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับตัวเองทีไร เป็นต้องเจอทางตันและตอบไม่ได้ทุกที

    “อา...ความเคว้งไม่รู้หนทางมันย้อนกลับมาอีกแล้ว เหมือนเมื่อครั้ง Yule Ball ไม่มีผิด เดรโก...เซดริก...เฮ้อ...ให้ตายเถอะ!!

    หยุดคิดเสียเวเนเซีย เราต้องลำดับความสำคัญให้ได้ว่าอะไรควรมาก่อนและมาหลัง ตอนนี้...เราควรหาทางหนีไปจากเงื้อมมือของโวลเดอมอร์ให้ได้ก่อน แต่...กังวลแฮะว่าแฮร์รี่จะ...ไม่ๆ ต้องเชื่อใจในตัวพวกนั้นสิ ไม่ว่ายังไง...พวกนั้นก็ต้องคิดแผนเหมือนๆกับเราแน่ แต่ยังไงละฟ่ะ?!

    ตอนนี้ปัญหาหลายๆอย่างได้คลี่คลายและเดินหน้าไปได้ด้วยดีแล้ว ปัญหาที่เหลืออยู่ก็มีแค่...เธอจะรู้ได้ไงว่าวันไหนที่แฮร์รี่กับเพื่อนอีกสองคนจะรู้ว่าควรบุกเขาไปในกริงกอตส์น่ะ ไม่งั้นเธอกับพวกนั้นอาจจะคลาดสวนกันก็ได้

    “มันต้องมีวิธีอะไรบ้างสิ ถ้าเป็นเรา...จะทำยังไงงั้นเหรอเวเนเซีย แต่ไม่มีกระเป๋ามันก็ไร้ค่า กลายเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเลยที่ทิ้ง...”

    ในหัวของเธอคิดแผนออกหากต้องแยกกับเพื่อนสามสหาย แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าทางออกของปัญหาของเธอนั้นมันอยู่ในกระเป๋าทั้งหมด และเธอก็คิดว่าหากเป็นเธอจะเลือกใช้บางอย่างที่ได้รับมอบมาจากใครบางคนที่ยินดีให้เธอเป็นผู้ดูแลเมื่อหลายปีก่อน

    คริกกี้ก็ไม่อยู่ บัคบีคก็ไม่ได้ ฟอกซ์ยิ่งแล้วใหญ่ อา...หากเจ้าเดมิไกส์นั้นอยู่ละก็...จะว่าไปแล้ว ตอนที่พวกแฮร์รี่หนีกันไปนั้น...จำได้ว่ามีก๊อบลินอยู่ตัวนี่นา เจ้านั้นมัน...ต้องลองถามใครซักคนดู

    ด้วยความเป็นนายของเวเนเซียจึงไม่เป็นการยากที่เธอจะเรียกสาวกมาถามซักคนสองคนมาให้พาตัวก๊อบลินมาสอบถามได้ ก็ได้ความมาว่าก๊อบลินตัวนั้นชื่อว่ากริบฮุค ถูกเรียกตัวมาตรวจสอบว่าดาบกริฟฟินดอร์เล่มนั้นเป็นของจริงหรือเปล่า

    “แล้ว...เขากลับไปทำงานตามเดิมที่ธนาคารหรือยัง?

    “ทำไมงั้น?

    ก๊อบลินก็ยังคงเป็นก๊อบลิน ไม่ถูกกับพ่อมดแม่มด ไม่สิ ไม่ถูกและเข้ากับเผ่าพันธุ์ไหนๆเลยแม้แต่น้อย แต่...มีหรือที่อีกฝ่ายจะยอมให้ก๊อบลินพูดแบบนี้กับเธอ ทั้งๆที่เธอเองก็ยังไม่ได้จะอะไรเลยก็ตามที

    “คำพูด...สำนึกไว้ว่าแกกำลังคุยกับใครอยู่เจ้าก๊อบลิน”

    แม้ว่าโวลเดอมอร์จะไม่ได้อยู่ตรงหน้า แต่เหล่าสาวกก็รู้ไปทั่วกันว่าใครหน้าไหนก็ห้ามเสียมารยาทต่อเวเนเซีย

    “ช่างเถอะ ฉันเองก็ไม่ถือ ชินแล้วละ ก็...อยากจะรู้เหมือนกันน่ะว่าดาบเล่มนั้นเป็นของจริงหรือเปล่า เพราะยังไง...ไอ้ฉันเองก็เป็นเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ อยากรู้เป็นธรรมดา”

    “เอ่อ เรื่องนั้นเห็นว่าพรุ่งนี้กริบฮุคก็คงกลับไปทำงานแล้ว ทั้งๆที่น่าจะลางานต่อก็ยังได้”

    กลับมาทำงานทั้งๆที่เพิ่งผ่านเรื่องอันตรายมา หรือว่า...ต้องเป็นพวกแฮร์รี่แน่ๆ พวกนั้นเข้าใจแผนของเราด้วย ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆเพื่อน ค่อยคุ้มที่ฉันปลดไม้กายสิทธิ์ของเบลลาทริกซ์ให้พวกนายไปใช้

    คราวนี้ไม่ต้องพะว้าพะวงว่าจะคลาดกับพวกแฮร์รี่ เพราะเธอเองก็คิดว่าพรุ่งนี้นี่แหละจะเป็นการหลบหนีและชิงฮอกครักซ์ในคราเดียวกัน

    ฮึๆ พรุ่งนี้นายได้อกแตกตายแน่ๆโวลเดอมอร์...ฮึๆๆ

    เช้าวันรุ่งขึ้น เวเนเซียปั้นหน้าเป็นปกติ และยิ้มหวานให้กับโวลเดอมอร์เหมือนอย่างเมื่อวานที่พยายามฝืนทำ ซึ่งเธอทำไปก็เพื่อสร้างสถานการณ์ให้มันแนบเนียนว่าเธอนั้นยอมและโอนอ่อนต่อเขาอย่างหมดใจแล้ว

    ตอนนี้เธอจึงสามารถออกจากคฤหาสน์มัลฟอย และมุ่งหน้าไปยังตรอกไดแอกอนได้ด้วยความโล่งใจและโล่งอก ภายใต้กระโปรงสีดำก็มีความอุ่นใจจากไม้กายสิทธิ์ที่เดรโกมอบให้กับเธอ บวกกับมีผู้เสพความตายแค่คนเดียวที่ติดตามตัวเธออยู่ จึงไม่ต้องกลัวหรือกังวลอะไรทั้งสิ้น จะเหลือก็แค่...เวลาที่เหมาะสมเท่านั้น และ...

    “ฉันอยากจะมาเปิดตู้เซฟ”

    “คุณอลาวดิอุส ตู้นิรภัยของคุณสินะ ขอไม้กายสิทธิ์ด้วย...”

    “ไม้ของฉันมันไม่มีแล้ว มันถูกเอาไป คงไม่มีอะไรเป็นเครื่องพิสูจน์ได้”

    “แต่เราทำไปเพื่อมาตรการ...”

    ชิส์...ไหงมีมาตรการแบบนี้เพิ่มขึ้นมาด้วยละเนี่ย?! แล้วจะเข้าไปยังไงละทีนี้ อ้างงั้นเหรอ ไม่หรอก พวกก๊อบลินน่ะมันเจ้าเล่ห์และเอาแต่ตัวเอง ต่อให้อ้างว่าโวลเดอมอร์ให้มาได้ ก็คงไม่เชื่อ จะให้มาเองก็ไม่ได้ ทำไงดีละเนี่ย?!

    “มาตรการงั้นเหรอ?! แกรู้มั้ยว่าตรงหน้าของพวกแกน่ะคือใคร?!

    เสียงสูงและแหลม เจ้าของเสียงที่เป็นสีดำทั้งตัวบวกกับผมที่ดูยุ่งเหยิงเหมือนกับใบหน้าที่ดูผิดปกตินั้น ไม่มีทางที่เธอจะไม่รู้ว่าเป็นใคร...เบลลาทริกซ์ แต่...

    มาได้ไง?! ไม่ใช่ว่าห้ามแล้วไม่ใช่เหรอ โวลเดอมอร์...เอ็งขี้ฮกนี่หว่า!

    “คุณเลสแสตรงค์...มีธุระอะไร?

    “ฉันก็จะมาขอเปิดเซฟ...”

    เดี๋ยวนะ...ตอนเดินมามันแหม่งๆชอบกล คำพูดคำจามันก็แปลกๆ หรือว่า...

    “งั้น...ต้องขอการยืนยัน ไม้กายสิทธิ์ด้วย...”

    “ฮึ...พวกแกนี่นานวันชักจะกำเริบ ไม่กลัวกันบ้างเลยสินะ”

    เบลลาทริกซ์ส่งไม้กายสิทธิ์ที่ดูบิดๆเบี้ยวๆให้กับก๊อบลินที่อยู่บนตำแหน่งประธานด้วยท่าทีแลดูเหมือนรังเกียจและสูงส่ง แต่ไม่ใช่กับเวเนเซียที่เห็นเข้ากับไม้กายสิทธิ์นั้นเข้า

    เราปลดไม้ของหล่อนไปแล้ว งั้นแสดงว่า...โป๊ะเช๊ะ! พวกเธอมาแล้วสินะ...

    กลายเป็นเรื่องดีและโล่งใจนักที่โวลเดอมอร์ไม่ได้หลอกเธอ บวกกับดีใจที่รู้ว่าเพื่อนๆของเธอต่างก็รู้ถึงแผนการที่เธอวางเตรียมเอาไว้ให้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

304 ความคิดเห็น

  1. #117 MinutesZ (@amnunchanok) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 15:01
    สงสารทอม 555 แต่ก็นะ..ยังไงเดรก็นำมาแรงกว่าาา555 // พายเรือเดรสุดกำลัง! ฮึบ! ฮึบบบ ><
    #117
    0
  2. #90 MenccxvjjjjmPark (@MenccxvjjjjmPark) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 16:41
    ทำไมรู้สึกอยากให้เวเนเซียเปิดใจให้พิ้ทอมแปลกๆ พี่แกน่าสงสารอ่าเหมือนรักอยู่ฝ่ายเดียว ฮรุกก
    #90
    0
  3. #88 Carecare975 (@Carecare975) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 21:26
    รออออออออ
    #88
    0
  4. #87 Aomm_msp (@AomKazuko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 18:35
    เดรกในเรื่องนี้เหมือนพระเอกซีรี่ย์เกาหลีเลยอะ เเบบสุขุมหน่อยๆตอนเเรก เเล้วรักกัน ฟิน~~ ไรท์ให้เดรกเป็นพระเอกเถาะ เราอ่านเเล้วมีความสุขมากถ้าเดรกเป็นพระเอก pleassss~~
    #87
    0
  5. #86 Aomm_msp (@AomKazuko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 18:31
    ไรท์ขอให้ได้คะเเนนดีๆน้า ชอบมากเลยชื่นชมไรท์มากเลยคือเเบ่งเวลามาเเต่งนิยายสนุกๆเเบบนี้ได้เเล้วก้อเรียนไปด้วย สู้สู้น้าไรท์&#9996;&#127995;
    #86
    0
  6. #83 look79 (@0902252711) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 16:12
    งืมๆๆ ไรท์อยากอ่านค่อเเล้วอ่าาาา งื้ออ มาต่อเร็วๆนะ
    #83
    2
    • #83-1 WanZ-017 (@apwanza111) (จากตอนที่ 9)
      11 มีนาคม 2561 / 16:45
      จะพยายาม /// นั่งปั่นข้อสอบต่อไป
      #83-1
  7. #82 sininadsrasri (@sininadsrasri) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 19:27
    อยากอ่านต่อแล้วโอ้ยยยยญ
    #82
    1
    • #82-1 WanZ-017 (@apwanza111) (จากตอนที่ 9)
      10 มีนาคม 2561 / 21:32
      รออีกนิ้สส ไรต์ใกล้สอบเสร็จแล้ววว
      #82-1
  8. #79 aptx 4869 (@finig) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 15:39
    สงสารเดรกกก คนอารายยจะรักและทุ่มอทได้ปานน้านนน &#128546;&#128546;&#128575; อิจฉาาาอ่าาา หนูเวเนเซียเลือกเดรกเถอะะลูกกกก
    #79
    0
  9. #78 วิหกสนธยา (@01916) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:10
    ...ถึงตอนนี้แล้วจะทีมไหนมันก็ไม่สำคัญแล้วละ
    #78
    0
  10. #77 Yumimaru (@YUMECH) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:58
    อย่าใจร้ายก็ป๋าทอมขนาดน้านนนนนนน //เดี๋ยวทอมอกแตกตายพอดี
    #77
    0
  11. #76 look79 (@0902252711) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:37
    ทีมเดรโก~&#8226;~&#8226;~&#8226;~&#8226;~&#8226;~&#8226;~
    #76
    0
  12. #75 sun46 (@sun46) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:45
    แอบสงสารจอมมารอยู่เหมือนกันน้า แต่สู้ๆน้าไรท์
    #75
    0
  13. #74 larmeschonesa (@tara-sone) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:33
    เรือโวลดี้สุดใจ เดรเป็น&#8203;พระเอกหลายเรื่องแล้ว ยาอกอ่านโวลดีี้บ้าง หายากเหลือทน 555555
    #74
    0
  14. #73 Yumimaru (@YUMECH) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:10
    ฮิฮิฮิ แผนการตอแหลแถสีจนข้างางถลอกเริ่มขึ้นแล้ว//มาต่อๆๆ
    #73
    0
  15. #72 mail55 (@mail55) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:00
    รอค่ะๆ สนุกมากกกกก
    #72
    0
  16. #71 look79 (@0902252711) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:32
    เดรโก.... สู้ๆ
    #71
    0
  17. #70 larmeschonesa (@tara-sone) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:27
    อยากให้เวเนเซียเปิดใจให้ทอม
    #70
    0