[Fic Harry Potter] 7th - Destiny of Dark & Fear [??xOC]

ตอนที่ 7 : Chapter VI - It's gonna be Okay

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,710
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 89 ครั้ง
    27 ม.ค. 61




That sword is meant to be in my vault at Gringotts, how did you get it? Did you and your friends take it from my vault?

- Bellatrix Lestrange

 

    ทั้งๆที่ต้องเป็นฝ่ายจนมุม

    ทั้งๆที่ต้องเป็นฝ่ายสั่นกลัว

    ทั้งๆที่ต้องเป็นฝ่ายก้มหัวขอร้องอ้อนวอนให้เมตตา

    แต่ทำไม...

    ทำไมมันกลับตาลปัตรได้กัน?!!

    จากผู้มีอำนาจและความมืดผงาดง้ำโลกเวทมนตร์ทุกย่อมหญ้า ไม่ว่าใครเห็นเข้าต้องพากันอกสั่นขวัญแขวน

    แต่จะม็เพียงคนเดียวเท่านั้นที่กลับไม่แยแสหรือสนใจแม้แต่น้อยว่าตนกำลังอยู่ในฐานะผู้ถูกไล่ล่าอยู่

    ทั้งๆที่ควรจะเป็นแบบนั้นแท้ๆ

    ถ้าหากไม่เป็นเพราะสถานะของหล่อนที่มีความสูงส่งผิดจากรูปลักษณ์ละก็

    เด็กสาววัยรุ่นที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วัยเติบโต ทั้งๆที่ดูยังไงๆก็ไม่น่าจะมีอำนาจหรือพลังอะไรมาสร้างความครั่นครามกับพวกเธอที่เป็นถึงสาวกแห่งความมืดแท้ๆ แต่เบื้องลึกเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่ภายในของเธอนั้นช่างยากหยั่งจะเอื้อมไปถึงได้

    เด็กสาวผู้เป็นดวงใจและผู้เคียงข้างจอมมารในเวลาปัจจุบันนี้

    จึงไม่มีใครที่กล้าจะทำอะไรแก่ตัวเธอ แม้แต่ปลายเส้นผมก็ไม่คิดอยากจะกระทำ แต่เวลานี้...มันยิ่งกว่าเส้นผม หรือรอยขีดข่วน เพราะเป็นถึงขนาดรอยมือแดงบนใบหน้าที่ชาวผ่อง ที่ดูยังไงๆมันก็คือการทำร้ายโดยตรง หรือที่ว่าตบนั่นเอง

    และตามหลักแล้วคนที่เป็นคนตบต้องสะใจหรือยิ้มกระหย่องพอใจในการกระทำ และคนโดนตบต้องตะลึงและเจ็บปวดจนสีหน้าบิดเบี้ยว

    แต่นี้มันดันกลับกัน ราวกับว่าคนโดนตบคือคนตบ ส่วนคนตบคือคนโดนตบซะได้

    “อึ้งไปเลยนะ...ดูท่าเธอจะยังไม่พัฒนาเรื่องสติสตังซักเท่าไรนะในหลายเดือนที่ผ่านมาเนี่ยน่ะ? เอาเถอะ...มันก็ตรงรูปลักษณ์ของเธอดีนั่นแหละเบลลาทริกซ์ ไม่ว่าจะนิสัย หรือว่า...รูปลักษณ์ของเธอตั้งแต่หัวจรดตรีนส์ โอ๊ะ...โทษที เท้าสินะ แหม เห็นสภาพเธอแล้วใช้ภาษาที่เหมาะสำหรับคนที่ดูเป็นผู้เป็นคนแล้วมันไม่ค่อยจะเข้ากับเธอน่ะ ก็เลยเลือกใช้คำนี้”

    ราวกับโดนด่าแบบผู้ดี แต่แฝงไปด้วยความเจ็บแสบยิ่งกว่าโดนตีแสกหน้า เบลลาทริกซ์รู้สึกคันมือยุบยิบ แต่ก็ไม่อาจทำได้ หล่อนทำได้เพียงแค่เต้นเร่าๆไม่พอใจที่ไม่อาจทำได้ดั่งใจหวังหรือที่มักทำเสมอมาได้

    โชคดีที่มีคนเข้ามาคั่นกลางสงบศึกฝีปากให้ ไม่งั้นละก็มีหวังเบลลาทริกซ์ได้เต้นเร่ามากกว่าเดิมจนได้กลายเป็นเบรกแดนซ์เอาแทนแน่ๆ

    “เอ่อ ท่านครับ ถ้ายังไง เราแจ้งให้กับนายท่านได้ทราบก่อน...”

    “ยัง! ฉันจะยังไม่แจ้งให้นายท่านมาแล้วต้องเสียเวลาเปล่า เพราะเรื่องของนังเด็ก...นังเด็กเวรนี่คนเดียวแน่ๆ เอาเจ้าสองหนุ่มนั่นไปขังไว้ใต้ดินซะ แล้วก็...ตามเจ้าหนูนั่นให้ไปดูหน้าของเจ้าสองตัวนี้ว่าใช่หรือไม่ใช่หรือเปล่า”

    “เอ่อ...แล้ว ทางเด็ก เอ่อ หมายถึงท่านเวเนเซียกับ...เด็กนี้ละครับ?

    “ไม่น่าถาม...ฉันก็จะจัดการเค้นคอมันเองยังไงละ ไปได้แล้วพวกแก!

    ทั้งสี่ถูกจัดแยกกัน แฮร์รี่กับรอนถูกพาตัวไปขังยังคุกใต้ดิน ส่วนเธอกับเฮอร์ไมโอนี่ยังคงต้องเผชิญหน้ากับเบลลาทริกซ์เหมือนอย่างเมื่อครู่

    “น่าแปลก...ฉันมีเรื่องอะไรให้เธอมาเค้นคองั้นเหรอ? ทั้งๆที่...เธอเองก็ไม่ค่อยอยากจะเสวนารู้เรื่องอะไรจากฉันแท้ๆ จริงมั้ย?

    “ไม่ต้องพูด ฉันเองก็รังเกียจที่จะต่อปากต่อคำกับแกนัก แก...ไปเอานี่มาได้ยังไง?

    ดาบสีเงินเล่มยาวถูกดึงมาโชว์ตรงหน้าของเธอและเฮอร์ไมโอนี่ สงสัยจะถูกเจอเข้าในจังหวะที่เธอกับพรรคพวกกำลังถูกจับอยู่แน่ๆ

    “...ไม่รู้ มันมาเอง”

    “ฉันจะถาม...ดีๆแค่ครั้งเดียว และเป็นครั้งสุดท้าย...แกไปเอามาได้ยังไง? แกเข้าไปในตู้เซฟของฉันได้ยังไง?!!

    ตู้เซฟ...งั้นเองเหรอ ที่แท้ก็ถูกเก็บอยู่ที่กริงกอตส์น่ะเอง แต่ว่า...ใครกันละที่เก่งขนาดบุกเข้าห้องนิรภัยของเบลลาทริกซ์ได้กัน ไม่สิ ถึงขั้นเข้าไปในกริงกอตส์แล้วขโมยออกมาโดยไม่มีก๊อบลินตัวไหนรู้ได้ยังไงกัน?

    “ฉันถามว่าแกเข้าไปทำอะไรในตู้เซฟของฉัน?!!

    เบลลาทริกซ์เริ่มออกอาการปรี๊ดแตกเพราะเวเนเซียเล่นเงียบไปซะดื้อๆ เพราะเธอกำลังใช้ความคิดอยู่คนเดียว แต่สำหรับหล่อนแล้ว ท่าทีของเวเนเซียมันคือการปากแข็ง หรือไม่ยอมสารภาพนั่นเอง

    “...ฉันไม่ได้เข้าไป ทำไม...กลัวว่าฉันจะเข้าไปเอาอะไรงั้นเหรอ?

    “!? กล้าดี...ฉันเป็นคนถามแก ไม่ใช่ให้แกมาย้อนถามฉัน!

    “กล้าตบก็มาเลย ไอ้ฉันมันทนทายาดอยู่แล้ว ฝ่ามือตบของหล่อนน่ะ...สู้ไม่ได้เท่าหมัดมวยที่ฉันโดนซัดน๊อคสมัยเด็กหรอก!

    ท่าทีเมื่อกี้...เบลลาทริกซ์ต้องมีอะไรแอบซ่อนเอาไว้แน่ๆ แทนที่จะถามแค่ว่าไปเอาดาบมาได้ยังไง กลับถามว่าเราเข้าไปทำอะไรมากเกินกว่าเอาดาบกริฟฟินดอร์มา หรือว่า...ในนั้นจะมีอะไรที่เป็นของสำคัญงั้นสินะ

    ในจังหวะที่เบลลาทริกซ์กำลังเงียบและสั่นระริกด้วยความลำบากที่ไม่อาจทำได้ดั่งใจก็เหมือนเป็นการเปิดช่องให้เวเนเซียได้ลองขบคิดในชั่วระยะเวลาสั้นหลังจากได้ข้อมูลที่มีความนัยมา

    จะมีก็แค่เบลลาทริกซ์ แล้วก็...ผู้เสพความตายสองคน ไม่น่าจะไหวแฮะ จริงอยู่ว่าไม้กายสิทธิ์ของเราถูกซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี แต่...เฮอร์ไมโอนี่อาจจะได้รับอันตรายก็ได้ รอดูเชิงก่อนจะผลีผลามดีกว่า

    หากเป็นทุกทีหรือว่าอยู่คนเดียว เวเนเซียคงเลือกจะบู๊แหลกและตั้งรับสู้แล้ว เพราะเธอเองก็มั่นใจในฝีมือของตัวเองว่าเก่งพอๆกันกับเบลลาทริกซ์ที่เรียกได้ว่าต่อกรหนึ่งต่อสามหรือสี่ก็ยังไหว แต่ด้วยความห่วงเพื่อนอย่างเฮอร์ไมโอนี่ ความคิดทางเลือกเช่นนี้เป็นต้องพับทิ้งไปก่อน และเลือกที่จะอยู่นิ่งๆไม่แสดงท่าทีว่าจะต่อต้านขึ้นสู้น่าจะดีกว่า

    เอาเถอะ สู้ด้วยเวทมนตร์ไม่ได้ก็ขอสู้ด้วยฝีปากไปก่อนละกัน น่าจะแก้ขัดกันไปได้

    “ฮึ...ฮึๆ แกไม่บอก ฉันทำอะไรแกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะฉัน...ก็คิดเผื่อเอาไว้แล้ว”

    หมั่บบบ

    เบลลาทริกซ์กระชากร่างของเฮอร์ไมโอนี่ที่ยืนอยู่ข้างๆไปแนบไว้กับตัว จากนั้นก็จี้ไม้กายสิทธิ์เข้าที่ตัวของเธอ เสมือนว่าเป็นตัวประกันที่จะเค้นเอาความจริงมาจากเธอ

    “คิดจะทำอะไร? ปล่อยเธอนะ เธอไม่รู้เรื่องหรือให้คำตอบอะไรกับเธอได้!

    “โกหก!!! พวกแกมันก็โกหกกันนั่นแหละ คิดเหรอว่าฉันไม่รู้ทันแก! ในเมื่อแกเอาดาบนี่มาได้ แล้วทำไมแกจะเข้าไปไม่ได้กัน?! บอกมา...แกเข้าไปในตู้เซฟของฉันได้ยังไง แล้วเข้าไปทำอะไร?!

    “ก็บอกแล้วไงว่าไม่รู้เรื่องน่ะ! คิดว่าพวกฉันจะเดินดุ่ยๆเข้าไปหาปากจระเข้อย่างพวกเธอให้งับกลืนลงคอหรือไง?!

    “พูดอย่างกับว่าไม่เคย...ก่อนหน้านี้พวกแกก็เคยบุกเข้าไปในกระทรวงมาแล้วไม่ใช่เหรอ? คิดยังกับว่าพวกฉันจะไม่รู้...ในเมื่อกระทรวงที่เต็มไปด้วยผู้เสพความตายแกยังกล้า แล้วทำไมอย่างกริงกอตส์พวกแกจะไม่กล้ากัน?! ตอบมา!!

    “...ถ้าหากบอกว่าไม่รู้ แกก็คงไม่เชื่ออยู่ดี จะให้ฉันโกหกเอามั้ยละ? ถึงจะได้คำตอบที่แกพอใจน่ะเบลลาทริกซ์! อีกอย่าง! แน่ใจเหรอว่านั้นน่ะ...เป็นของจริง?!

    เจอเข้าแบบนี้เบลลาทริกซ์ก็กลับมานิ่งและสงบอีกครั้ง และมาฉุกขึ้นในคำพูดสุดท้ายของเวเนเซีย

    “...งั้นเองเหรอ พวกแกนี่มัน...น่าฆ่าให้ตายนัก กล้าดียังไงมาปั่นหัวฉัน!

    “ไม่ได้ปั่นซักหน่อย เธอคิดเองเออเองต่างหากละ เอาเพื่อนของฉันคืนมา”

    ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ได้คำตอบในเชิงความสงสัยพอใจกันแล้ว เวเนเซียจึงเรียกร้องขอเพื่อนรักของเธอคืนมาจากการจับกุมของนังผีบ้า เพราะเธอไม่อยากให้เฮอร์ไมโอนี่ติดเชื้อบ้ามาจากยัยเพิ้งนี้มากเกินกว่านี้ซักวินาทีเดียว

    “...ฉันเองก็ไม่อยากจะแตะต้องเลือกโสโครกของนังเด็กเลือดสีโคลนนักหรอก น่ารังเกียจ...กล้ามากที่แฝงตัวมาอยู่ในหมู่ชั้นสูงอย่างพ่อมดแม่มดที่มีสายเลือดแท้ งั้น...ต้องป้องกันไม่ให้คนอื่นต้องโสมมเพราะตัวแก...”

    จี๊ดดดด!!

    “กรี๊ดดดดดด!!!

    เสียงกรีดร้องของเฮอร์ไมโอนี่ดังไปทั่ว เพราะการกระทำของเบลลาทริกซ์นั้นคือการใช้ไม้กายสิทธิ์ทำร้ายเฮอร์ไมโอนี่ แม้เธอจะไม่รู้ว่าหล่อนร่ายคาถาอะไร แต่มีภาพให้เห็นคือที่แขนของเฮอร์ไมโอนี่คือมีรอยถูกกรีดเป็นข้อความ เหมือนที่เธอเคยโดยเมื่อสมัยปีห้า ทว่านี่ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะปากกาเสงเครงนั่น แต่เป็นฝีมือของเวทมนตร์จากเบลลาทริกซ์ล้วนๆ และมันถูกเขียนขึ้นเป็นคำว่า...

    ‘MudBlood’

    “ในเมื่อเธอไม่มีประโยชน์อะไรกับแกแล้ว ก็ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้!

    “ก็ใครใช้ให้ฉันทำอะไรแกไม่ได้ละ คิดเหรอว่าฉันจะหาที่ลงไม่ได้น่ะ ฮึๆๆ”

    เสียงหัวเราะกลั้วลำคอบ่งบอกว่าเธอนั้นช่างพออกพอใจยิ่งที่ได้ทำอะไรบางอย่างเป็นการแก้เผ็ดและระบายอารมณ์ จริงอยู่ว่าทำกับเวเนเซียไม่ได้ แต่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดหรือเจ็บใจก็เป็นความบันเทิงที่พอแก้ขัดได้นิดหน่อย

    “ไปตามเจ้ากริบฮุกนั่นมา ฉันอยากให้เจ้านั่นเช็คให้แน่ใจว่า...นี่เป็นของปลอมอย่างที่ว่ามา”

    ด้วยเวลาไม่นานกริบฮุกที่เบลลาทริกซ์ว่าก็มาถึง ซึ่งเวเนเซียได้เห็นแล้วว่ากริบฮุกที่ว่าเป็นก๊อบลิน ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งในโลกเวทมนตร์ที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้เหมือนอย่างพ่อมดแม่มด แต่ที่เธอกำลังวิตกไม่ใช่เรื่องนั้น หากแต่เป็นเพราะว่าเขาเป็นก๊อบลินเนี่ยสิ

    ดาบกริฟฟินดอร์ถูกสร้างด้วยฝีมือของก๊อบลิน พวกนั้นต้องดูออกแน่ๆว่ามันเป็นของจริง แล้วถ้าหาก...มันบอกไปตามนั้นละก็...มีหวังเฮอร์ไมโอนี่ได้...

    เวเนเซียเริ่มเห็นภาพข้างหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้น หากมันสามารถยืนยันให้คำตอบแก่เบลลาทริกซ์ไปว่าเป็นของจริง นั้นก็หมายความว่าเธอต้องกลับไปอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นอีก ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่จะโดนทำร้ายเป็นการเค้นคอเธอ

    แต่ผิดคาดที่คำตอบกลับ...

    “...มันเป็นของปลอม ก๊อบลินคือผู้สร้างดาบกริฟฟินดอร์จริงๆ ไม่มีทางที่ฉันจะไม่รู้ว่ามันเป็นของจริงหรือของปลอม”

    ห๊ะ?! ของปลอม บ้า..ก็มันทำลายฮอกครักซ์ได้นะ มันต้องเป็นของจริงสิ หรือว่า...แฮร์รี่สินะ ตกลงกันได้อีท่าไหนกันละเนี่ย? ขอซูฮกเลยเพื่อนยาก ทำอีท่าไหนกันถึงได้ซื้อใจก๊อบลินที่ไม่ควรเข้าคบหาได้ด้วยแบบเนี่ย?

    แต่ความโล่งใจของเธอก็ต้องมาดับวูบเหมือนกับเปลงไฟบนเทียนไข เมื่อเบลลาทริกซ์ใช้ไม้กายสิทธิ์จิ้มเข้าไปยังตรามารที่อยู่บนแขน ซึ่งเธอเข้าใจในทันทีว่าการกระทำนั้นจะเกิดอะไรขึ้น

    ไม่นะ! ขืนเขามาละก็...อยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว!!

    จังหวะที่เวเนเซียกะว่าต้องใช้ทางเลือกสุดท้ายที่ตอนแรกไม่คิดจะใช้นั้นเอง ก็ไม่คาดเลยว่าจะมีพรรคพวกมาสมทบเข้าเสียได้ แฮร์รี่ รอนนั่นเอง ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะหนีออกมาจากคุกใต้ดินที่เพิ่งถูกพาตัวไปได้

    “แก...”

    เบลลาทริกซ์เองก็เห็นเข้า จึงกะว่าจะใช้เฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังนอนพังพาบไร้สติสัมปชัญญะมาเป็นตัวประกัน แต่งานนี้ใครใกล้กว่าคนนั้นได้เปรียบ

    ไม้กายสิทธิ์ที่แอบซ่อนเป็นอย่างดีมาตลอดถูกหยิบขึ้นมาอย่างรู้เวลา มือหนึ่งก็ดึงตัวเฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังหมดสภาพ อีกมือก็จับไม้และพร้อมจะโจมตีใส่เบลลาทริกซ์ทุกเมื่อที่คิดจะทำอะไรตุกติก

    “ดูท่าจะคิดผิดแล้วละเบลลาทริกซ์...ที่เลือกที่จะโยนเฮอร์ไมโอนี่เหมือนกับคนไร้ค่าแบบนี้...แฮร์รี่ นายหนีมาได้ยังไง?

    “...ด๊อบบี้ ด๊อบบี้มาช่วยพวกเรา”

    ด๊อบบี้ที่ว่าพูดถึงก็ปรากฏกายให้เห็นในทันทีราวกับทำตามคำสั่ง ทั้งๆที่ด๊อบบี้ไม่ใช่เอลฟ์ที่ต้องรับใช้แท้ๆ แต่หากเป็นคำพูดจากปากของแฮร์รี่ หรือเวเนเซีย มีหรือที่ด๊อบบี้จะไม่ทำสมคำขอให้กับทั้งสองคน

    “เวเนเซียรีบมาทางนี้ เราต้องหนีแล้ว!

    “เข้าใจแล้ว!!

    จังหวะที่เวเนเซียกำลังจะถอยหนีนั้นเอง ไม่คาดเลยว่าเบลลาทริกซ์เลือกทางเสี่ยงที่อาจจะทำให้เวเนเซียเจ็บตัวนั้นคือการทำลายโคมไฟเพดานที่เป็นเชนเดอเลียให้ร่วงลงมาทันเธอ ไม่สิ กะว่าเอาให้แค่เป็นอุปสรรคในการหนีก็พอ

    “ซวยละ!

    เธอจะโดดหนีมันก็ได้อยู่หรอกนะ แต่ว่าเฮอร์ไมโอนี่อยู่ในมือด้วย แถมยังมีโอกาสให้ใช้ไม้กายสิทธิ์แค่ครั้งเดียวเท่านั้น

    หมายความว่าเธอมีทางเลือกให้ใช้เวทมนตร์เพียงครั้งเดียว โดยมีทางเลือกเพียงสองทางคือ ทำลายโคมไฟเพดาน หรือว่าไม้กายสิทธิ์ในมือของเบลลาทริกซ์ที่กำลังจะขยับไปโจมตีใส่พวกกลุ่มของแฮร์รี่ในจังหวะที่กำลังชุลมุนอยู่ดี

    ซึ่งเธอเลือก...

    “ฮึ่ยย!!

    เวเนเซียโยนร่างของเฮอร์ไมโอนี่ส่งไปด้านหลัง ซึ่งเธอคาดเอาไว้ว่าต้องมีซักคนไม่รอนก็แฮร์รี่ที่จะรับร่างของเฮอร์ไมโอนี่เอาไว้ได้ทัน ส่วนไม้กายสิทธิ์ของเธอ...เธอเลือกที่จะจัดการปลดไม้ในมือของเบลลาทริกซ์ซะ

    ตอนนี้เป็นปัญหาแล้ว เพราะโวลเดอมอร์กำลังใกล้เข้ามา เธอกับพรรคพวกก็มีโคมไฟอันเบิ้มขวางกั้นระหว่างเอาไว้ และจะหายตัวก็คงไม่ได้ เพราะมีการวางเขตไม่ให้มีการหายตัวหากไม่ใช่คนที่ได้รับอนุญาต

    “...แฮร์รี่! พวกนายหนีไปซะ! ฉันจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้!

    “ว่าไงนะ?!! แต่ว่า...อ๊ะ!!

    แผลบนหน้าผากของแฮร์รี่เริ่มรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่างไม่มีสาเหตุ ไม่ต้องถามก็รู้ว่ามันเพราะอะไร มันคือสัญญาณบอกว่าเขากำลังใกล้เข้ามาแล้ว...ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้เอง

    “...คริกกี้ ขอโทษด้วยนะ แต่แกต้องไป...”

    เป็นครั้งแรกที่เหมือนกับการหักใจและทำในสิ่งที่ไม่คิดจะทำซักครั้ง เวเนเซียจัดการยัดคริกกี้เข้าไปในถุงผ้าซึ่งเป็นกระเป๋าที่เธอสร้างขึ้น จากนั้นก็ยัดเอาไม้กายสิทธิ์ของเบลลาทริกซ์ที่แย่งมาได้ รวมไปถึงของเธอด้วยลงไป จากนั้นก็ไม่คิดให้มากความหรือว่าลังเล เธอขว้างไปหาพรรคพวกของเธอด้วยความแม่นยำ ซึ่งคนที่เห็นและรับเอาไว้ได้คือด๊อบบี้ที่ยังคงว่างมือในการรับมัน

    “ฉันฝากด้วยนะ หวังว่ามันจะทำประโยชน์ให้กับพวกนาย รีบพาเพื่อนๆฉันหนีไปซะกด๊อบบี้ ก่อนที่จะไม่มีโอกาส”

    “...มะ...ไม่นะ ไม่...ไม่เวเนเซีย!!!

    เพี๊ยะ!!!

    แม้จะมีเสียงกู่ร้องไม่ยอมต่อแผนการ แต่ด้วยเสียงดีดนิ้วเพียงแค่ครั้งเดียว ก็ทำให้ร่างของทั้งสี่หายไปราวกับหายวับไปในอากาศ

    “...ดีนะที่ด๊อบบี้ยังสามารถหายตัวได้ ฝากด้วยนะแฮร์รี่ หวังว่าไม้กายสิทธิ์ของฉันจะเป็นประโยชน์กับนาย...”

    จริงอยู่ว่าเธอส่งของทุกอย่างในตัวเธอให้กับแฮร์รี่ไปหมด ทว่า...มันยังคงมีอยู่ชิ้นหนึ่งที่ยังคงติดตัวเธอ ในจุดที่ไม่มีคาดคิดหรือว่าล่วงรู้แม้แต่น้อย ซึ่งเธอเลือกที่จะเก็บเงียบต่อไป และไม่คิดจะหยิบมันขึ้นมาใช้หรือให้ใครเห็น แม้แต่กับเพื่อนสามสหายของเธอก็ตาม

     “ต่อจากนี้...มันจะเป็นศึกของฉันคนเดียว แฮร์รี่ ฝากภารกิจส่วนที่เหลือของฉันไว้กันนายแล้ว”

    แม้จะไม่มีอาวุธที่พอจะใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวในการป้องกันหรือโจมตีอย่างไม้กายสิทธิ์ แต่เธอก็คิดในแง่บวกคือคนเรามีมือมีเท้าก็ต้องใช้ให้มันคุ้มค่าที่มันเกิดมาจนทำให้เธอครบสามสิบสอง

    เวทมนตร์ไม่ได้ ก็เล่นมันด้วยกำลังมันเนี่ยแหละ!!

    ครื้นนน

    เสียงราวกับลมพายุหมุนระดับรุนแรงส่งเสียงโครมครามไปทั่วทั้งห้อง ทั้งๆที่เธอเองก็รู้ว่ามันเป็นเพียงการใช้คาถาหายตัวเท่านั้น แต่เธอกลับรับรู้ได้ว่าการมาของบุคคลๆนี้ไม่ใช่มาในรูปแบบธรรมดา เพราะเขาย่อมมาพร้อมกับพลังที่แก่กล้าและแฝงไปด้วยความเย็นยะเยือก ราวกับความมืดที่ไม่ได้ก้นบึ้ง

    “...มาแล้วงั้นเหรอ โวลเดอมอร์”

    “สุดท้าย...ก็มาจนได้ เวเนเซีย...”

    สองร่างเล็กและสูงโปร่งกำลังยืนประจันหน้ากันอย่างไม่ลดละ ต่างจากเหล่าลูกกระจ๊อก เหล่าผู้เสพความตายที่กำลังอยู่ในห้องๆเดียวกัน ไม่มีใครกล้ายืนเชิดหน้าเหมือนอย่างเวเนเซีย ราวกับรู้ว่าพวกตนไม่มีค่าควรหรือคำอนุญาตให้จ้องมองใบหน้าของผู้เป็นใหญ่อย่างจอมมารที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขา

    “น่าแปลกนะ ปกติกว่าจะได้เธอมานั้นช่างยากเย็นแสนเข็ญ แต่ฉันก็ไม่ถือสา เพราะมันทำให้ความรักระหว่างเราดูมีรสชาติที่...แปลกใหม่และคุ้มค่าดี”

    “งั้นให้ฉันหนีไปจะได้มั้ยละ? นายจะได้ดื่มด่ำรสอย่างที่นายว่ามาน่ะ โวลเดอมอร์?

    “ไม่เอาสิ รู้ทั้งรู้ว่าเธอน่ะ...ก็เหมือนกับนกน้อย นกก็สมควรอยู่ในกรง เพราะจะได้เชยชมอย่างใกล้ชิด ซึ่งสำหรับเธอ...มันต้องเป็นกรงพิเศษ เหมือนกับ...กรงทอง”

    ปากพูดเปรียบเปรยเธอกับสิ่งงดงาม คำหวานของเขาย่อมไม่ได้อยู่นิ่งเพียงเท่านี้ เขายังสืบเท้าเข้ามาใกล้เธอ และเริ่มสัมผัสทีละเล็กละน้อย เส้นผม ไหล่ แม้จะผิวเผินและไม่ได้ละลาบละล้วงอะไร แต่เวเนเซียก็รู้สึกได้ว่าเพียงสัมผัสด้วยปลายนิ้วของโวลเดอมอร์ก็สามารถสร้างความสยิวและสยองแบบไม่อาจต้านทานได้

    “หืม...ดูท่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับเธอสินะ...ใครหน้าไหน...มันทำเธอ?

    ในจังหวะที่โวลเดอมอร์ใช้ปลายนิ้วปัดเส้นผมของเธอ จึงเผยให้เห็นใบหน้าที่เคยมีเส้นผมปิดบังด้วยไว้อย่างชัดเจน ด้วยใบหน้าที่เป็นสีขาวนวลอยู่แล้ว ยิ่งมาเห็นรอยบาดเจ็บที่เป็นสีแดง แม้ว่าจะจางๆลงไปบ้างเล็กน้อย ก็ไม่อาจเล็ดรอดสายตาไปจากเขาได้ ทำให้น้ำเสียงที่ถามเมื่อครู่ แม้ว่ามันจะยังคุมโทนเป็นโทนเดียวและไม่มีเสียงควาด แต่มันกลับแฝงไปด้วยความโกรธาที่ไม่มีใครอยากจะรู้ว่าโกรธมากระดับไหน

    แน่นอนว่าเวเนเซียเองก็ไม่ใช่คนขี้ฟ้องอะไร แล้วยิ่งกับคนที่เธอเองก็ไม่ค่อยอยากจะได้ความใจใส่อย่างโวลเดอมอร์ เธอเลยไม่พูดไปตามตรง แต่พูดเป็นนัยยะให้อีกฝ่ายไปคิดเอาเองแทน

    “แล้วคิดว่าใครละ...ที่กล้าทำน่ะ ลองคิดเอาเองก็แล้วกันนะ”

    หากเป็นผู้ชายคนอื่นที่ได้ยินแบบนี้ย่อมไม่รู้ชอบใจหรือหงุดหงิด แต่กับโวลเดอมอร์ เขาไม่สนใจหรือจะเอาความ เขามีแต่จะยอมให้กับเธอทุกอย่าง แม้ว่าจะเป็นเหมือนกับการขัดอำนาจของเขาก็ตามที

    “...ใคร สารภาพมาซะ ก่อนที่ฉัน...จะจัดการมันซะให้หมดในรวดเดียว”

    ความหมายของโวลเดอมอร์คือหากไม่มีใครยอมรับ ก็จะจัดการทั้งหมดในห้องนี้ โดยไม่สนใจว่าคนๆนั้นไม่ได้เป็นคนทำก็ตามที

    “นายท่าน...คือ....”

    “เป็น...เป็นท่าน...ท่านเบลลาทริกซ์ครับ”

    “พวกแก!

    แม้จะรู้ดีว่าเบลลาทริกซ์ที่ได้ชื่อว่าเป็นมือขวาของจอมมารย่อมน่ากลัวและไม่ควรที่จะล่วงเกิน แต่หากให้เลือกระหว่างสองผู้บัญชาการ อย่างไรเสียโวลเดอมอร์ที่เป็นผู้เหนือทุกคนย่อมน่ากลัวกว่า จึงไม่ลังเลเลยที่จะพร้อมใจกันชี้ตัวคนกระทำผิด แม้ว่าจะต้องถูกเบลลาทริกซ์หมายหัวก็ตามที

    ระหว่างมารกับมารร้าย ยังไงก็เลือกอยู่ในร่มเงาของมารร้ายอย่างท่านจอมมารน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า นั้นคือความคิดที่เป็นเสียงเดียวกันของผู้เสพความตายทุกคนในห้องๆนี้

    “งั้นเองเหรอ...น่าเสียดาย เธอทำให้ฉันผิดหวังมากเบลลาทริกซ์...ฉันเคยบอกกับเธอ บอกกับเธอยิ่งกว่าหน้าไหนๆ เพราะฉันไว้ใจเธอ ถึงได้บอกมาโดยตลอด...แต่เธอ...กลับทำลายความไว้วางใจที่ข้ามอบให้เสียได้ น่าเสียดาย...”

    “นะ นายท่าน..ได้โปรดเถอะค่ะ ให้โอกาส...ให้โอกาสให้ฉันได้...แก้ไข ฉันจะปรับปรุงตัวค่ะ ฉันสาบาน!

    “สาบานไปก็เท่านั้น...ต่อหน้าเธอก็อีกอย่าง ลับหลังก็อีกอย่าง ไม่ใช่ว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรก แล้วข้า...จะไว้ใจได้อย่างไร...หืม เบลลาทริกซ์ หากจะอ้อนวอน...ก็ไปร้องขอ...ต่อคนที่ควรจะร้องขอความเมตตาต่อคนที่เจ้าควรขอเสีย”

    โวลเดอมอร์พูดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่ตนเอง ย่อมไม่พ้นไปจากคนเดียว นั้นคือเวเนเซีย ผู้กุมบังเหียนและอำนาจทัดเทียมเช่นเดียวกันกับจอมมาร

    “...คึ่ก”

    ราวกับถ่มน้ำลายรดฟ้า การกระทำทุกอย่างที่ทำไปเพื่อความสะใจและทรมานเพื่อความบันเทิงของตน กลายเป็นศรย้อนกลับมาทำร้ายอย่างไม่มีทางหลบเลี่ยงเสียแล้ว

    เบลลาทริกซ์ค่อยๆก้าวเดินมายังเธอช้าๆ พร้อมทั้งมาในลักษณะมีอาการสั่นระริกที่ร่างกาย ราวกับพยายามต่อต้านในการกระทำนี้ แต่ด้วยเหตุที่ว่าเพื่อโวลเดอมอร์ที่ตนรักและเทิดทูน เธอจึงต้องฝืนทำอย่างช่วยไม่ได้และไม่มีทางเลือก

    “ทะ...ท่าน...ท่านเวเน...”

    “....หยุดแค่นั้นก่อนเลย ฉันไม่อยากได้คำขอโทษจากเธอ แค่คำพูด...มันไม่เพียงพอ”

    กลายเป็นการหยุดฉากละครที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะเวเนเซียเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าการขอโทษของเบลลาทริกซ์นั้นไม่ได้มาจากใจจริง หล่อนทำไปก็แค่ทำเอาหน้าและแสดงละครให้โวลเดอมอร์ดูเท่านั้น

    แต่เธอก็จะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้ลอยไปอย่างเสียโอกาสแน่ๆ

    “ดูท่าจะมีความคิดอย่างอื่นสินะ เอาเลยเวเนเซีย ฉันเปิดโอกาสให้เธอทุกอย่าง เบลลาทริกซ์เป็นลูกน้อง เป็นมือเป็นเท้าของฉัน ฉะนั้นแล้ว...หล่อนก็เป็นของเธอด้วย”

    “...งั้นเหรอ”

    เรียกได้ว่าป๊าทุ่มไม่อั้น อยากได้อะไรข้าเปย์ให้เสมอ งั้น...จะไม่ให้เธอคิดอะไรที่แยบยลและได้หลายต่อจากการกระทำนี้ซะละ

    “ฉันได้ยินมาว่า...มันมีการทำปฏิฏาณไม่คืนคำ อยากจะลอง...ได้มั้ย?

    ปฏิฏาณไม่คืนคำคือพิธีกรรมอย่างหนึ่ง ซึ่งเบลลาทริกซ์รู้ผลดีว่าหากฝ่าฝืนผลของมันจะเป็นเช่นไร เพราะเธอ...เคยเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมมาแล้ว เมื่อปีที่แล้วนี่เอง ปฏิฏาณระหว่างแม่ของเดรโกและศจ.สเนป

    เวเนเซียไม่รอให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธหรือไม่ยอมรับคำเสนอนี้ เธอยื่นแขนออกไปและรอให้เบลลาทริกซ์ได้จับแขนของเธอ

    “...เลือกเอาเองนะ จบตอนนี้หรือว่าจะอยู่ข้างเขาต่อไป อันไหนมันคุ้มกว่ากัน...อยู่ที่การตัดสินใจของเธอ”

    “ฮึ่ย...”

    เบลลาทริกซ์ย่อมเลือกที่จะได้อยู่เคียงข้างและรับใช้ตามคำต้องการของโวลเดอมอร์ เพราะเธอนั้นรักและเทิดทูนเขา และหลงใหลทุกอย่าง จนขนาดที่ว่าอยากจะอยู่ตรงจุดๆนั้น จุดที่เวเนเซียได้ถือครองอยู่

    “เบลลาทริกซ์...นี่คือคำปฏิฏาณที่เธอต้องทำตาม หากมีการละเมิด...”

    วู่บบบ

    แสงที่กำลังคดเคี้ยวเลื้อยขึ้นมาจนข้อมือนั้นเป็นสัญญาณว่าพิธีกรรมกำลังเริ่มขึ้น แน่นอนว่าข้อแลกเปลี่ยนในการทำสัญญาย่อมมีความเจ็บปวดและรอยแผล แต่เวเนเซียคิดว่า...นี่ละเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เธอจึงไม่แยแสว่าตนเองจะเจ็บมากขนาดไหนก็ตาม

    “ก็ขอให้ฝ่ายผิดสัญญาจงดับดิ้น เบลลาทริกซ์ นับแต่นี้...ห้ามเธอสังหารหรือทำลายจิตใจของพวกเขา เหล่าบุคคลที่ฉันรัก และห่วงใย และเฝ้าหวังให้ปลอดภัย มิฉะนั้น...ฉันขอให้ผลพ่วงแห่งการกระทำเหล่านี้เป็นการชดใช้ในสิ่งที่เธอทำ”

    วู่บบบบ!!!

    แสงบนแขนของทั้งสองดับวูบ เหลือเพียงรอยคดเคี้ยวสีแดงบนแขนเท่านั้น จึงไม่จำเป็นอีกแล้วที่สองคนที่เกลียดขี้หน้ากันต้องมาอยู่ใกล้และจับมือกันต่อ

    เออ ดี...ฉันเองก็รังเกียจหล่อนพอกันนั่นแหละ เท่านี้...ก็ไม่ต้องห่วงแล้วว่าจะมีใครถูกเบลลาทริกซ์ทำร้ายเหมือนอย่างที่เฮอร์ไมโอนี่โดน

    ทันทีที่เบลลาทริกซ์ถูกลงโทษตามความต้องการของเวเนเซีย เจ้าหล่อนก็รีบหันทิศโผเข้าหาโวลเดมอร์เพื่อแสดงให้เห็นถึงว่าตนนั้นรับโทษเป็นที่เรียบร้อย และหวังว่านายท่านของเธอจะให้อภัย ทว่า...

    “ดีมาก แต่...ฉันยังไม่ได้ลงโทษในส่วนของฉัน เพราะมันจะ...เป็นการไม่ดีหากตัวนายไม่ลงโทษบ่าว”

    “นะ นายท่าน...”

    “อืม...ฉันจำได้ว่าฮอกครักซ์ของฉันถูกทำลายไปแล้วสินะ ใช่...เพราะงั้นเราถึงได้เจอกันนี่นะ เวเนเซีย”

    “.....”

    “แหม ยังขี้อายไม่เปลี่ยน เอาเถอะ เดี๋ยวเธอก็ชินเอง เบลลาทริกซ์...ของที่ฉันฝากให้เจ้าดูแล...”

    “คะ ค่ะ ยัง...ยังอยู่ดีค่ะ ไม่มีใคร...เข้าไปใกล้มันได้แน่นอนค่ะ”

    “แน่ใจนะ...”

    “เอ่อ หลังจากที่ฉันทำหน้าที่ไล่ล่าได้ซักระยะ ฉันจะไปคุมระวังที่นั้นด้วยตัวเองค่ะ”

    “ยอดเยี่ยม ข้าฝากเจ้าด้วยละ...เบลลาทริกซ์ เพราะมันเป็นของสำคัญของข้า ไม่งั้น...คงไม่ได้เจ้าหรอกที่จะเป็นคนดูแลและเก็บมันเอาไว้”

    เก็บงั้นเหรอ? หรือว่า...จะเป็นจริง การสันนิษฐานของเรา เฮอร์ไมโอนี่ หวังว่าเธอคงจะมีความคิดเหมือนกับฉันนะ ขอให้พวกนายเดาใจฉันได้ด้วยเถอะ

    ในขณะที่เวเนเซียกำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเองอยู่นั้น เธอไม่ทันได้ตั้งตัวเลยว่าโวลเดอมอร์ได้ผละจากเบลลาทริกซ์และกลับมาอยู่ข้างกายเธอ หนำซ้ำคราวนี้เขาไม่ได้ทำเพียงแค่สัมผัสเธออย่างระวังเหมือนกับเครื่องกระเบื้องอันบอบบาง แต่เขากลับอุกอาจถึงขนาดรวบตัวเธอเข้าสู่อ้อมกอด ทำให้เธอถูกผ้าคลุมสีดำนั้นคลุมกายจนโผล่ให้เห็นเพียงส่วนหัวเท่านั้น

    “อืม...ช่างสมแก่การรอคอย กลิ่นของเธอเนี่ย...มีเสน่ห์และมีเอกลักษณ์จริงๆ”

    เชี่ย!!! ขนลุกโว้ยยยย!!! ยังกะโดนซากศพกอดงั้นแหละ ไม่ต้องมามองเลยเบลลาทริกซ์! ตูเองก็ไม่ได้อยากอยู่ตรงนี้นักหรอกนะ ถ้าแลกที่กันได้มาแลกเลยตูเต็มจ้ายยย!!

    “ห้องนี้มันดูจะเละเทะเกินจะใช้ต้อนรับ อีกอย่าง...ดูจากลักษณะแล้ว...ท่าทางจะไม่ได้อยู่อย่างสะดวกสบายสินะ ไปพักผ่อนซะหน่อยจะเป็นยังไง? อาบน้ำให้สดชื่น นอนให้เต็มอิ่ม แล้วค่อยมาทานอาหารเย็นด้วยกัน”

    นอกจะต้อนรับแล้วยังปฏิบัติกับเธออย่างเอาใจใส่ ถึงขั้นพาเธอเดินไปยังห้องนอนห้องหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะเตรียมมาให้กับเธอโดยเฉพาะ ไม่ใช่เมื่อครู่ แต่เป็นนานมาแล้วต่างหาก

    “ฉันเลือกห้องและหาของที่น่าจะเหมาะกับเธอมา วิวข้างนอก ฉันจำได้ว่าเธอชอบวิวท้องฟ้า แล้วก็...ดื่มชาสินะ ข้างล่างนั้นก็เป็นสวน เธอจะไปเดินเล่นเพื่อดื่มชาที่นั้นก็ได้ แล้วก็...ชุดพวกนี้...ฉันก็เตรียมให้กับเธอ หวังว่าครั้งนี้...เธอคงจะไม่พลาดที่จะได้ลองใส่มันนะเวเนเซีย ฉันรู้ว่าครั้งนั้นมันยังเร็วเกินไปที่จะให้เธอใส่ชุดแต่งงาน ฉันก็ลืมเสียได้ว่าเธอยังอายุไม่ถึงกำหนดดี แต่...แค่ไม่นานนักหรอก จริงมั้ย? ตอนนี้ฉันจะให้เธอได้พักผ่อนคลายความล้าไปก่อน ส่วนฉัน...ขอตัวไปทำงานก่อน เป็นเด็กดีแล้วรอฉันละ ไม่นานนักหรอก...”

    ยังไม่ทันไรโวลเดอมอร์ก็เริ่มทำตัวเหมือนกับเป็นสามีของเธอเสียได้ ทั้งเตรียมห้อง ข้างของเครื่องใช้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำเอาเธอขนลุกจนเหมือนกับเป็นน้ำแข็งเลยทีเดียวที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้

    ยิ่งกว่าเจอเข้ากับอากาศหนาวในป่าซะอีก! ขนาดว่าอยู่ในคฤหาสน์นะเนี่ย ว่าแต่...คฤหาสน์นี่มัน....ดูยังไงๆมันก็บ้านของเดรโกชัดๆ แล้ว...หมอนั่นอยู่ที่ไหนของคฤหาสน์หลังนี้กัน? ไม่สิ...หมอนั่น...จะอยู่ที่นี่หรือเปล่าเนี่ย?

    ระหว่างที่เวเนเซียกำลังครุ่นคิดอยู่ในห้องอยู่นั่นเอง จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นทำให้เธอหันไปมองต้นเสียงและกลับมาตั้งกำแพงขวางกั้นไม่ยอมให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

    “ใคร...อย่าเข้ามาเชียว! ฉันอยากจะอยู่คนเดียว ไปให้พ้น!

    คนเคาะจากด้านนอกไม่สนใจกับคำทัดทานของเธอแม้แต่น้อย เขาถือวิสาสะเปิดเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ ราวกับรู้ว่าการเข้าไปของเขาจะไม่มีทางทำให้เวเนเซียไม่พอใจหรือโวยวายอย่างแน่นอน

    “แล้วถ้าหากเป็นฉันละ...ดูเหมือนเธอจะสบายดีนะ ก่อนหน้านี้ฉันได้เห็นเธอแค่แวบเดียว มาตอนนี้...ค่อยดีขึ้นหน่อย แม้ว่าจะไม่ใช่สถานการณ์ที่ถูกต้องก็ตามน่ะนะ”

    “ดะ...เดร...เดรโก? ไอ้บ้า!! นายอยู่ก็รู้จักมาให้ไวกว่านี้ไม่ได้หรือไง? รู้มั้ยว่าฉันน่ะ...ฉันน่ะ...โฮ!!!

    ความอดทนและหน้ากากที่ตีสีหน้าเข้มแข็งถูกทำลายในพริบตาที่เธอได้พบเข้ากับชายหนุ่มวัยเดียวกันกับเธอที่มีผมสีบลอนด์ และคุ้นหน้ามาตลอดหลายปี

    “ไม่เอาน่า กว่าฉันจะช่วยพวกเธอซักคนได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะ”

    “....นี่นาย นายงั้นเหรอที่...”

    “อ่า ห้องใต้ดิน พวกพอตเตอร์อยู่ข้างล่างนั้น เพราะงั้นเลยถ่วงเวลาเอาไว้ได้ซักพักน่ะ ไม่งั้นป่านนี้พวกเธอคงถูกแจ้งไปนานแล้วละว่านั้นคือแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่เขากำลังตามหาตัวกันให้ควั่กน่ะ”

    ที่แม้ในระหว่างที่เธอถูกจับแยกกับแฮร์รี่ สาเหตุที่ไม่มีใช่มาแจ้งว่านั้นคือแฮร์รี่ พอตเตอร์ตัวจริงก็เป็นเพราะความไม่แน่ใจของเดรโกนั้นเอง ทำให้ด๊อบบี้ใช้โอกาสนี้ลอบเข้ามาในคฤหาสน์และช่วยพาหนีไปได้

    “แล้วเธอละ...ทำอีท่าไหนกันถึงได้ถูกจับตัวได้กัน? ทั้งๆที่...เธอมักจะหนีไปตลอดนี่นา”

    “พอดี...มันฉุกละหุกน่ะ ก็เลย...นะ อย่างที่เห็น กลายเป็นนักโทษกลายๆแล้วละ”

    “เอาเข้าจริงเขาก็ไม่ได้ปฏิบัติกับเธอแบบนั้นซักหน่อย ดูจะ...เอาใจใส่จะตาย”

    “ขอเหอะ ถ้าให้เลือกระหว่างอยู่ในห้องนี้ ฉันขอไปอยู่ในห้องใต้ดินเหมือนอย่างที่แฮร์รี่โดนไปซะจะดีกว่า”

    เพราะได้เจอหน้ากันและเธอเองก็รู้สึกโล่งใจที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้โดดเดี่ยวและต้องแสร้งทำเหมือนกับแข็งแกร่งตลอดเวลา เพราะเธอมีเดรโก เดรโกที่เธอวางใจและไว้ใจได้ แน่นอนว่าในช่วงเวลาที่ทั้งสองอยู่ด้วยกันในห้องนี้ เธอถามทุกอย่างที่เธอเก็บมาตลอดตั้งแต่ตอนที่เธอกับเขาแยกจากกันที่ฮอกวอตส์

    สาเหตุที่เขาจำเป็นต้องฆ่าดัมเบิลดอร์ ซึ่งไม่ผิดจากที่เธอคาดเอาไว้ เขาทำไปเพราะความจำเป็นล้วนๆ อีกอย่าง...เธอเองก็ไม่คาดเลยว่าเป็นเดรโกนี้เองที่เป็นสาเหตุที่เซเมส น้องชายของเธอไม่ต้องโดนไล่ล่าและจับตัวมาอยู่ที่นี่เหมือนกันกับเธอ

    ซึ่งเธอรู้สึกขอบคุณเขาเป็นการมาก มากจนไม่รู้ว่าจะหาอะไรมาทดแทนดี แต่ก็สไตส์เดิมอย่างเดรโก เขาย่อมทำไปโดยไม่หวังอะไรตอบแทนจากเวเนเซียอยู่แล้ว

    ส่วนความสงสัยสุดท้ายที่เธอสงสัยมาตลอด

    “แล้ว..ทำไมนายได้มาอยู่ที่นี่กันละ? ไม่ใช่ว่าต้องไปทำหน้าที่เหมือนกับเจ้าพวก...ผู้เสพความตายงั้นเหรอ?

    “ตอนแรกก็เกือบอยู่ แต่เพราะได้ยินมาว่าหน้าที่นี้ถูกย้ายมาเป็นฉันแทน ไม่สิ ต่อให้ถามฉันก็จะเสนอตัวเอง”

    “แล้ว...ตอนแรกใครงั้นเหรอที่จะมาคุมเข้มเฝ้าฉันน่ะ?

    “เบลลาทริกซ์...”

    “โอเค ดีแล้วที่เป็นนายน่ะเดรโก ยัยนั่น...ให้ตายก็ไม่อยากอยู่ใกล้หรือหายใจในห้องเดียวกัน”

    “...โดนทำร้ายมาอีกแล้วสิท่า มา...ฉันรักษาให้”

    “ขอบใจ พอดีว่าไม้กายสิทธิ์ฉันไม่อยู่แล้วน่ะ”

    เดรโกใช้ไม้กายสิทธิ์รักษารอยช้ำบนใบหน้าให้กับเธอไป และเลิกคิ้วสงสัยว่าไม้กายสิทธิ์ของเธอไปอยู่ที่ไหน

    “...มันหักงั้นเหรอ? หรือว่า...ถูกยึดไปแล้ว”

    “เปล่า...ฉันส่งมันให้กับแฮร์รี่ไปน่ะ เวลานี้หมอนั่นสมควรจะใช้มากที่สุด อยู่กับฉันไป...ก็ถูกพวกนั้นยึดไปเก็บอยู่ดี”

    นี่จึงเหตุผลที่ว่าทำไมเวเนเซียยอมทิ้งอาวุธสำคัญที่สุดในการเอาตัวรอดให้กับแฮร์รี่ไปอย่างไม่ลังเล

    “ยังใจเด็ดแล้วก็วางแผนได้รวดเร็วอย่างเคย เอาละ...ดีขึ้นแล้ว ฉันดีใจนะ...ที่เธอยังไม่เป็นอะไรมาก รู้มั้ยว่าฉันน่ะ...”

    ก๊อกๆ

    “เดรโก...นี่แม่นะ เด็กคนนั้น...อยู่ข้างในใช่มั้ย?

    “ครับ มีอะไรครับแม่”

    “คือ...นายท่านให้แม่มาดูแลเด็กคนนี้น่ะ ในการที่แบบ...เกี่ยวกับผู้หญิงน่ะ”

    “อ้อ ครับ งั้น...ผมรออยู่ข้างนอกละกัน ไปนะ...”

    “อืม...”

    ปึ่งงง

    เสียงปิดประตูเป็นเสียงสุดท้ายที่ทำให้เวเนเซียรู้สึกวางใจ มาตอนนี้ทั้งห้องเหลือเพียงเธอและแม่ของเดรโก และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบหน้าของแม่เดรโก เธอเลยรู้เลยว่า...ความอ่อนโยนและใจดีที่เดรโกมีให้กับเธอนั้นได้มาจากใคร

    “ดูเธอจะสนิทกับลูกชายฉันมากเลยนะ...”

    “เอ่อ...ต้องขอโทษ...”

    “ไม่ๆ ดีเสียอีก ฉันไม่ได้เห็นเขาดูดีขึ้นมาตั้งนานแล้ว...มาเถอะ เดี๋ยวฉันจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับเธอ ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะ เพราะมันเป็นคำสั่งน่ะ”

    “ค่ะ หนูเองก็...ไม่อยากให้คุณต้องเจอกับอะไรที่...ร้ายๆเหมือนกัน”

    เพราะไม่วางใจหรืออาจจะเป็นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเธอก็ไม่รู้ โวลเดอมอร์จึงส่งตัวเดรโกมาคอยเป็นเหมือนกับบอดี้การ์ดให้กับเธอ คือๆกันกับคนจับตามองป้องกันว่าเธอจะหนี ส่วนแม่ของเดรโกเองก็เช่นกัน แต่จะรับหน้าที่เฉพาะในกรณีที่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของผู้หญิงจริงๆ เช่น เรื่องห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นต้น

    และตอนนี้เวเนเซียกำลังเปลี่ยนชุดอยู่ ทำให้เผยให้เห็นทุกอย่างที่อยู่ใต้สายเสื้อของเธอ สิ่งที่เด่นชัดและสะท้อนแสงวิบวับบนคอของเธอ

    “สร้อยนั่น...ใช่ของ...”

    สร้อยเงินที่มีแหวนสีเงินแวววาวดูมีราคาและเก่าแก่กำลังสะท้อนอยู่ในดวงตาแม่ของเดรโก

    “เอ่อ เดรโกเขาฝากเอาไว้น่ะค่ะ คือ...ถ้าหากไม่ดีหนูก็จะคืน...”

    “ไม่ๆ ไม่ต้อง...เขาฝากไว้กับเธอเองงั้นเหรอ”

    “เอ่อ...ใช่ค่ะ เขาบอกว่า...อยากให้หนูช่วยดูแลเอาไว้ แต่ก็...ไม่นึกเลยว่ามันจะอยู่มานานจนหนูเองก็ชินไม่รู้ตัวไปเลยว่าสวมสร้อยของเขาเอาไว้อยู่”

    “งั้นเหรอ...เข้าใจแล้วละ แบบนี้เองงั้นเหรอ...”

    “คะ??

    “เปล่า ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะ”

    ไม่รู้ว่าเวเนเซียคิดไปเองหรือเปล่า จู่ๆแม่ของเดรโกก็ดูจะ..อ่อนต่อเธอลง แบบ...เหมือนกับอ่อนโยนขึ้นจากตอนแรกที่เพิ่งได้พบกัน แต่...เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร

    และตอนนี้จากชุดเดิมที่เป็นชุดลำลองอย่างเสื้อคอเต่ากับเสื้อนอกยีนส์กับกางเกงลำลองสำหรับความคล่องแคล่วและคล่องตัว ถูกเปลี่ยนเป็นชุดเดรสสีดำดูสง่าและคงความสุขุมในวัยของเธอ ไหนจะผมเผ้าอีก จากเดิมที่หวีลวกๆและมัดลวกๆเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอกับเพื่อนๆต้องย้ายที่พักแรมไปเรื่อยในป่าตลอด มาตอนนี้มันถูกหวีจนผมดูสลวยและเป็นประกาย ราวกับเจ้าหญิงที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

    “เอ่อ คือ...”

    “นายท่านกำลังรอทานอาหารเย็นอยู่ข้างใน ไม่ต้องห่วง...เขาไม่ทำอะไรเธอหรอก เธอน่ะ...เป็นคนสำคัญของเขา ไม่มีทางหรอกที่เขาจะทำร้ายเธอ แต่ฉันแนะนะ...อย่าให้เขาโกรธขึ้นมาเด็ดขาด ไม่งั้น...มันมักจะมีเรื่องเลวร้ายตามมาเสมอ”

    “ขะ เข้าใจแล้วละค่ะ ขอบคุณนะค่ะที่แนะนำน่ะค่ะ เอ่อ คุณนาย...”

    “ไม่ๆ เรียกฉันว่าแม่ก็ได้ มันจะได้ดู...เป็นกันเองน่ะ”

    “เอ่อ ค่ะ...คุณแม่”

    หลังจากได้รับคำแนะนำเพื่อป้องกันเรื่องเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น และได้รู้ว่าอย่างน้อยในวงศัตรูก็ยังมีคนไว้วางใจและเป็นแรงช่วยเหลือให้กับเธอได้อย่างเดรโก ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เธอต้องเผชิญหน้าตัวต่อตัวกับบอสใหญ่ที่เธอนั้นพยายามหนีให้ห่างมาตลอดหกปี

    ดูท่าจะหาทางเลี่ยงไม่ได้แล้วเวเนเซีย เอาเป็นว่า...สาธุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นพระอะไรก็ตาม พระพุทธ พระบุตร พระจิต พระอัลเลาะห์หรืออะไรก็ตาม ขอร้องละค่ะ...ช่วยปกปักษ์รักษาหนูด้วย

    ทำเอาเวลานี้เธอนั้นร้องอ้อนวอนขอพลังจากศาสนาทุกศาสนา ในเมื่อเอาด้วยแรงด้วยเองไม่ได้ ก็ขอพึ่งพิงแรงศรัทธาที่ไม่อาจจับต้องแทนได้ละกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 89 ครั้ง

303 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 19:14
    ดูคุณแม่เปิดทางง ม่ายยย เรือเซดตูวววว
    #172
    0
  2. #115 MinutesZ (@amnunchanok) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 14:34
    รูสึกสยิวกิ้วแทนหนูเว อี๊ยยยย =___=
    #115
    0
  3. #56 mail55 (@mail55) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:49
    รอตอนต่อปายยย~
    #56
    0
  4. #55 11ght :;ll_ch (@Pinpw) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 20:46
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดด มันค้างงงงงงงงง
    #55
    0
  5. #54 look79 (@0902252711) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 08:46
    เรือเดร
    #54
    0
  6. #53 pp-poppy (@pp-poppy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 03:26
    โอ้ยอิจฉาเวเนเซียยย จับทอมให้ยุหมัดนะลุก ถ้าได้นี้สบายทั้งชาติชอบทอมมากกกดูเป็นสามีที่ดี
    #53
    0
  7. วันที่ 27 มกราคม 2561 / 23:52
    มองเห็นอนาคตที่เบลลาทริกซ์ที่จะเจ็บปวดกับผลของคำปฏิญาณไม่คืนคำได้เลย ก็นางจะฆ่า.....นี่นะ
    #52
    0
  8. #51 mikazu (@mikazu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 23:24
    ขอโมเม้นฟินๆกับทอมหน่อยสิ ช่วยหวั่นไหวกับทอมซักนิดก็ยังดีนะเวเนเซีย...
    #51
    0
  9. #50 Ayase Mayuri (@sunmaaum2004) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 22:28
    ถึงขั้นขอพรจะเวอร์อะไรขนาดนั้นนน //เรือเดรโก
    #50
    0
  10. #49 FREINFORW (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 15:37
    ตายเเน่เบลล่า รอฉากจอมมารเห็นหน้าที่โดนตบของเวเนเซีย
    #49
    0
  11. #48 0804359592 (@0804359592) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 09:33
    รอออ่านต่อนะค่ะ
    #48
    0
  12. #47 M_May0-0 (@M_May0-0) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 00:12
    ลุ้นกานต่อปาย~~~
    #47
    0
  13. #46 pp-poppy (@pp-poppy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 23:11
    โอ้ยยยเวเนเซียสามีมาเเล้วลูกกกก 😍😍😍😍😍
    #46
    0
  14. #45 usaw_vl (@Delphi) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 22:26
    อยากให้เวเนเซียคู่กะทอมจังเลย
    #45
    0
  15. #44 mana_ai (@mana_ai) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 22:12
    ไม้กายสิทธิ์ของดัมบี้ป่าวหว่า?
    ความจริงอยากให้เวเนสได้กะจอมมารนะ แล้วแบบมีฉากงอนจอมมาร อยากรู้ว่าฟิลลิ่งฉากโวลดี้จะง้อสาวยังไงทั้งๆที่หน้าเปนงูๆแบบนั้น 555
    #44
    1
    • #44-1 FREINFORW (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 7)
      27 มกราคม 2561 / 23:41
      สยองงงงงง ขอตอนหน้าดีเหรือไม่ก็มีผมกับจมูกเหอะ
      #44-1
  16. #42 mail55 (@mail55) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 21:55
    แหวนประจำตระกูลรึป่าวที่เวเนเซียเก็บไว้กับตัว??
    โอ้ย! ลุ้นค่ะ. รอเจอทอมค่าาา
    #42
    0
  17. #41 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 21:49
    ในที่สุดดดด เวเนสจังจะได้เป็นของจอมมารสะที 
    มาต่อวันี้อีกได้ไมค่ะ วันพ.น.ก็ไก้
    #41
    0
  18. #40 kiritsutaru (@kiritsutaru) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 21:47
    มาคนแรก!!!!!!!!!!!!....เอ่อ...มั้งนะ
    #40
    0
  19. #39 kiritsutaru (@kiritsutaru) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 21:47
    มาคนแรก!!!!!!!!!!!!....เอ่อ...มั้งนะ
    #39
    0