[Fic Harry Potter] 7th - Destiny of Dark & Fear [??xOC]

ตอนที่ 2 : Chapter I - Wills

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    22 ธ.ค. 60




“Maybe that’s the best reason to have it. Because of everything that’s going on.”

- Harry potter

 

    บรรยากาศที่ต่างจากที่ที่เธออยู่ เมื่อมีขาวย่อมมีดำ เมื่อสีสดใสย่อมมีมืดมน

    โต๊ะยาวที่เรียงรายไปด้วยกลุ่มพ่อมดแม่มดที่กำลังนั่งประจำตำแหน่งราวกับคณะองค์ประชุม ซึ่งหนึ่งในบรรดานั้นก็มีคนคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ไม่ใช่น้อย อย่าง...

    เดรโก มัลฟอย

    เซเวอรัส สเนป

    พวกเชากำลังหารือเกี่ยวกับข้อมูลที่ว่าเป้าหมายที่เป็นที่จับตามองอย่างสองบุคคลที่พึงเฝ้านั้นจะเดินทางจากที่พักหลบอาศัยเมื่อไร อย่าง...

    แฮร์รี่ พอตเตอร์ เด็กชายผู้ถูกเลือก

    เวเนเซีย อลาวดิอุส เด็กสาวผู้ต้องชะตา

    “...ทั้งสองทางมันช่างน่าเย้ายวนใจนัก”

    เสียงที่แห้งแต่แฝงไปด้วยอำนาจอันทรงพลังหาก้นบึ้งไม่ได้ สร้างความเงียบแก่บรรดาสาวกที่กำลังนั่งเรียงรายและมองไปยังผู้เป็นนายเป็นตาเดียว

    “ขจัดเสี้ยนหนาม...หรือว่า ครอบครองสิ่งต้องใจไว้ข้างกาย อืม...ไม่ว่าทางไหนก็ไม่มีใครย่อหย่อนกว่ากัน”

    “งะ...งานนี้ให้พวกเราจัดการเถอะครับนายท่าน”

    “ชะ ใช่ครับ ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ท่านออกไปจัดการเอง ทั้งๆที่เป็นเรื่องหยิมย่อย อย่างเด็กชายและเด็กหญิงดาษๆหรอกครับ”

    คำพูดเมื่อครู่บังเกิดบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เพียงพริบตาเดียวงูเหลือมตัวยักษ์ก็เคลื่อนกายไปแลบลิ้นส่งเสียงชี่ๆตรงหน้าคนที่พูดออกมาเมื่อครู่

    “เด็กหญิง...ดาษๆงั้นเหรอ? ดูท่าจะมีพวกตาต่ำและสมองเบาอยู่ในหมู่คนที่ใช้งานได้สินะ”

    “.......นะ นายท่าน...”

    “อืม...เรื่องที่รู้กันทั่วแต่กลับมีคนหัวช้าแบบนี้...ฉันไม่เก็บเอาไว้เป็นของที่ใช้งานได้หรอกนะ อะไรที่มันพังหรือว่าไร้ประโยชน์...”

    แฟ่!!!

    งูเหลือมง้างปากเผยให้เห็นเชี้ยวแหลมคม จากนั้นก็มีเพียงเสียงล้มลงอย่างแรงเท่านั้นที่สามารถบอกได้ว่างูตัวนั้นกำลังทำอะไรกับเป้าหมาย

    “...มันก็ไม่ควรอยู่ให้รกหูรกตา เอาละ...มาเข้าเรื่องกันต่อ เซเวอรัส...คิดว่าไง?

    “ครับ ผมคาดว่า...เขาน่าจะออกเดินทางในคืนพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นไปได้สูงเลยทีเดียวว่าจะเป็นไปตามนั้น”

    “...ค่อยน่าสนใจ แล้ว...เธอละ เวเนเซียน่ะ”

    “เรื่องนั้น...ยังไม่มีข้อมูลอะไรที่จะสามารถยืนยันได้ ราวกับว่า...เธอหายไปในกลีบเมฆ ตั้งแต่ตอนช่วงฮอกวอตส์ปิด”

    “สมกับเป็นเธอจริงๆ”

    “แต่ก็ไม่มีใครพบว่าเธอเดินทางออกนอกประเทศแม้แต่น้อย รวมไปถึงน้องชายของเธอด้วยครับ จากคำให้การของเหล่าสาวกที่กระจายตัวกันตรวจตรารอบๆสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเดินทางข้ามประเทศ”

    นับว่าเวเนเซียคาดเดาเอาไว้ได้ถูกต้องกับการที่เธอเลือกที่จะไม่เดินทางกลับไปยังประเทศไทย เพราะมันเป็นไปตามที่เธอกลัวเอาไว้จริงๆว่า อาจจะมีพวกสาวกของโวลเดอมอร์คอยดักซุ่มรอที่จะรวบตัวเธออยู่ก็เป็นได้

    “...ฉลาด และมีไหวพริบ สมกับเป็นเธอ แต่น่าเสียดายที่จะได้ตัวเธอมายากขึ้น”

    “งั้นเราจับตัวน้องชายของเธอมาเป็นเครื่องต่อรองดีมั้ยคะนายท่าน?

    “น้องชาย...นั้นสินะ แต่น่าเสียดาย...มันเป็นรางวัลที่ฉันมอบให้ใครบางคนไปแล้วว่า...ห้ามแตะเจ้าเด็กคนนั้น แม้ว่ามันจะดันมีหน้าเหมือนกับคนที่ฉันเกลียดที่สุดก็ตามที”

    โวลเดอมอร์ไม่บอกหมดทุกอย่างว่าเป็นรางวัลสำหรับใคร แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เดรโกรู้สึกโล่งใจว่าแม้เขาจะเป็นมารแต่ก็มีสัจจะ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเขายิ่งนัก

    “งั้น...เริ่มจากตัวที่อ่อนแอที่สุด อย่าง...แฮร์รี่ พอตเตอร์ ไม่ว่ายังไง...ฉันก็ต้องเป็นคนฆ่ามัน...จำเอาไว้”

    “ครับ!! (ค่ะ!!!)”

    เมื่อได้เป็นข้อสรุปแล้วว่าเป้าหมายที่ควรพุ่งเป้าเป็นใครนั้นก็ไม่จำเป็นต้องอยู่รั้งนั่งประชุมให้นานเกินไปมากกว่านี้ เพราะยังไงแม้ว่าพ่อมดแม่มดในห้องๆนี้จะเป็นพวกคลั่งในศาสตร์มืด แต่ก็ไม่ได้ถึงกับสนิทอะไรกัน เผลอๆมักจะกระแหนะกระแหน่กันซะมากกว่าหากมีโอกาสให้เห็นช่อง

    แล้วเวลาก็ผ่านไปราวกับถูกเร่งให้เร็วขึ้น วันชี้ชะตาที่แฮร์รี่จะต้องหนีนั้นก็มาถึง

    ตามแผนก็คือเหล่าภาคีที่มาช่วยให้แฮร์รี่หลบหนีนั้นจะดื่มน้ำยาสรรพรสที่ใส่เส้นผมของแฮร์รี่ลงไปนั้น สร้างความสับสนแก่พวกสาวกที่อาจจะไล่ตามล่าแฮร์รี่ และเพื่อความอลหม่านยิ่งขึ้น ยังมีเส้นผมของเวเนเซียประปรายด้วย แน่นอนว่าคนที่ดื่มต้องยกให้เป็นผู้หญิงด้วยกัน ไม่งั้นเจ้าของเส้นผมอย่างเธอได้กรี๊ดจนหูแตกไปข้างแน่ๆ

    ซึ่งมันก็ได้ผลดีมากเลย เห็นได้จาก...

    การบินที่ชุลมุนแถมไม่มีใครกล้าใช้ไม้กายสิทธิ์จู่โจมคนที่กลายร่างเป็นเวเนเซีย เพราะแต่ละคนก็ไม่แน่ใจว่านั้นเป็นตัวจริงหรือเปล่า ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นละก้...มีหวังได้หาเรื่องซวยใส่ตัวก็เป็นได้

    แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าลงมือ ทำให้เขาต้องออกโรงด้วยตัวเอง และแน่นอนว่ามาเห็นคนอื่นปลอมตัวเป็นเวเนเซียตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาย่อมไม่ชอบใจก็เลย...อาละวาดซะหนักหน่วงใช่ที

    แสดงให้เห็นถึงความหวงที่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ริอาจอย่าสะเออะยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงของเขา แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ตามที

    ทางด้านเวเนเซียที่มองออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะๆ จนกระทั่งเริ่มถี่ขึ้น

    “...หนูว่าหนูไปรออยู่ข้างนอกดีกว่า”

    “ไม่ได้ๆ หนูต้องอยู่ในบ้านนะเวเนเซีย ไม่เอาอีกแล้ว ไม่เอาเหมือนเมื่อครั้งก่อน หนูก็รู้ดีว่าออกไปในเวลานี้จะเป็นยังไง...เธอก็เคยเห็น”

    ครั้งก่อนที่แฮร์รี่ดุ่มพุ่งตัวออกไปคนเดียวเพื่อสู้กับพวกผู้เสพความตาย ทำให้จินนี่เกือบได้รับอันตรายไปแล้วครั้ง ครั้งนี้คุณนายวิลสีย์จึงไม่เห็นด้วยที่จะยอมปล่อยให้เธอไปง่ายๆ

    “แต่ว่า...”

    ปึ้งงง!!

    ความกังวลของเวเนเซียคลายลงไปหน่อยนึงเมื่อพบว่ามีหนึ่งในหลายๆคู่ที่ออกไปช่วยพาแฮร์รี่หลบหนีได้กลับมายังบ้านโพรงกระต่ายได้อย่างไม่มีอะไรบุบสลาย

    กระทั่งมาถึงคู่ของเฟร็ดกับจอร์จ ซึ่งจอร์จที่จับคู่กับลูปินนั้นบาดเจ้บหนักกลับมา เขาโดนสเนปทำร้ายเข้าที่ศีรษะ จนหูขาดไปข้างหนึ่ง

    "ถอย ตอนนี้ต้องเป็นหน้าที่ของหนูเอง”

    เราพึ่งพาพวกเขามากพอแล้ว ได้เวลาที่เราจะทำประโยชน์บ้างเสียที

    เวเนเซียหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาและเริ่มทำการรักษา เหมือนอย่างที่เธอเคยทำให้กับเดรโกเมื่อปีก่อน ซึ่งคาถานี้ถือว่าเป็นศาสตร์ที่สูงทีเดียว แต่ก็ไม่ครณามือของเธอที่จะสามารถทำได้

    ไม่นานอาการของจอร์จก็เริ่มทุเลาลงและเริ่มสงบลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้พวกครอบครัวววิสลีย์โล่งใจกันอย่างมาก

    “...ดูท่า...เธอคงจะแยกฉันกับจอร์จออกได้ง่ายๆแล้วสิแบบเนี่ย”

    เฟร็ดพยายามพูดให้ติดตลก เพื่อที่จะได้ไม่รู้สึกแย่ที่ต้องมาเห็นฝาแฝดของตนเองต้องกลายเป็นคนเสียหูไปข้างแบบนี้

    “ว่าไปนั้น ต่อให้พวกพี่เหมือนกันยังไง...ฉันก็ยังแยกออกละน่า”

    “ขอบใจนะ...”

    หลังจากที่ทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย แต่ยกเว้นแค่ศจ.มู้ดดี้เท่านั้น พวกผู้ใหญ่จึงรวมตัวกันปรึกษาหารือกันต่อ ส่วนพวกเธอก็มารวมกลุ่มในหมู่เด็กๆด้วยกันเอง

    “ซิเรียสยังปลอดภัยสินะเวเนเซีย”

    “อืม...ช่วงปิดเทอมเขามาอยู่กับฉันน่ะ”

    “ทั้งๆที่เธอกลับไปที่ไทยก็น่าจะปลอดภัยแท้ๆ”

    รอนแนะหนทางที่จะให้เวเนเซียปลอดภัยกับสถานการณ์ในช่วงนี้

    “พูดมันง่ายนะรอน นายอย่าลืมสิว่าตอนนี้พวกผู้เสพความตายออกมาจากความมืดได้มากขนาดไหน ไม่แน่พวกนั้นอาจจะมีวางกำลังอยู่แถวๆสนามบิน หรืออะไรก็ได้”

    “เป็นเหตุผลหลักๆที่ฉันเลือกที่จะอยู่ตามที่เฮอร์ไมโอนี่ว่ามา รวมทั้ง...ฉันยังมีงานที่ค้างต้องทำต่อให้สำเร็จ...การตามหาของพวกนั้น รวมถึง...หมอนั่น”

    หมอนั่นที่เวเนเซียว่าย่อมไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเดรโก เธอไม่รู้แล้วว่าตอนนี้เขาเป็นตายร้ายดียังไง แม้จะรู้ดีว่าเขากลายเป็นผู้เสพความตายไปแล้ว แต่เธอรู้มากกว่านั้น เธอรู้ใจเขาเหมือนอย่างที่เขามักจะอ่านใจเธอทันเสมอ ไม่มีทางที่คนอย่างเดรโกอยากจะเป็นแบบนั้น รวมไปถึง...ทำเรื่องที่ไม่สมควรหรือสิ่งที่เธอเองก็ไม่อยากให้เขาทำ ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกที่จะทำตามที่เธอขอทุกอย่าง

    เหมือนอย่างตอนนั้นที่เขาสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรแฮร์รี่ แม้จริงๆแล้วเขาจะไม่ถูกกับแฮร์รี่ก็ตามที

    “...ดูสิรอน เห็นมั้ยว่านายทำให้เธอต้องซึมแค่ไหน นี่เวเนเซีย เธอซัดเขาได้เลยนะ แบบ...ระบายอารมณ์น่ะ เหมือนที่เธอเคยบอกกับพวกเรา...เก็บเอาไว้มันไม่ดี สู้ระบายมันออกมาดีกว่าน่ะ”

    เฮอร์ไมโอนี่จัดแจงลากตัวรอนเข้าไปใกล้เวเนเซียและยื่นให้เหมือนกับยื่นของให้เธอยังไงยังงั้น โดยไม่ถามเอาความเห็นของรอนก่อนเลยว่าเขาเห็นดีเห็นด้วยหรือไม่

    “ไม่ถามสุขภาพฉันมั้งเลยนะเฮอร์ไมโอนี่ นี่คนนะไม่ใช่กระสอบทราย เธอชักจะมองเวเนเซียขึ้นไปทุกทีแล้วนะ ลองโดนมั้งมั้ย?

    ความตลกขบขันของสองเพื่อนที่พยายามทำให้เธอร่าเริงนั้นดูท่าจะได้ผล เธอดึงตัวเองกลับมาเป็นเวเนเซียที่มักจะยิ้มได้อีกครั้ง

    “แหม โดนฉันซ้อมเป็นกระสอบบ่อยจะตายไป น่าจะชินได้แล้วละน่า อีกอย่าง...ป่านนี้คงไม่เจ็บนักหรอก ขอซักตุ้บได้แม่ะ?

    “เธอจะหาว่าฉันหนังหนางั้นเหรอ?! เวเนเซีย?

    “นายพูดเองนะ ฉันไม่ได้ว่า...ร้อนตัวงั้นสิ?

    หลังจากตกลงและปรับความเข้าใจกันได้แล้ว ไม่มีใครต้องอยู่ในอารมณ์หม่นหมอง ซึ่งทุกคนก็เข้านอนเพื่อพักผ่อนให้หายเหนื่อยจากความเหนื่อยล้าของวันนี้กันอย่างหมดแรง

    และไม่กี่วันต่อมาก็เป็นวันมงคลที่ทำให้ใครๆก็ลืมเรื่องน่าตึงเครียดไปจนหมดสิ้น มันคืองานแต่งงานของบิลกับเฟลอร์นั่นเอง

    และช่วงเช้า ไม่แปลกใจเลยว่าที่เวเนเซียจะเป็นคนแรกที่มาอยู่ข้างล่าง และกำลังทำเรื่องปกติยามเช้าอย่างที่เธอมักจะทำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น เช็คสภาพไม้กวาด หรือให้อาหารพวกสัตว์ทุกตัวที่อยู่ในบ้าน แต่น่าเสียใจและเศร้าไม่ใช่น้อยที่เธอจะไม่ได้เจอกับแฮกวิดอีกแล้ว แฮร์รี่บอกว่ามันรับบินออกมาปกป้องเขาในระหว่างที่เดินทางมาที่นี่ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่แฮร์รี่หรือเธอที่เศร้าใจ แม้แต่พิสุทธิ์เองก็รับรู้เช่นเฉกเช่นเดียวกันกับเธอ ซึ่งมันดูหงอยกว่าทุกทีมากเลยทีเดียว

    “...อรุณสวัสดิ์ ตื่นเช้าเหมือนอย่างเคยนะ”

    “เฟร็ด...จอร์จยังหลับอยู่สินะ”

    “เขาต้องพักให้มาก...ดื่มอะไรมั้ย? กาแฟ ชา หรือว่านม?

    “ขอชาละกัน...พี่นอนไม่ค่อยหลับเหรอ?

    “ก็...ประมาณนั้น มันยังสลัดไม่หลุดนะ...ไม่รู้สิ เหมือนกับว่า...ความเจ็บของจอร์จมันก็ส่งมาที่ฉันเหมือนกันน่ะ นี่ละมั้งความพิเศษของฝาแฝดน่ะ”

    “น่า...ดีแล้วละที่เขาไม่เป็นอะไรมากกว่านี้ ว่ามั้ย?

    เวเนเซียพยายามยกข้อดีขึ้นมาเพื่อทำให้เฟร็ดไม่ต้องคิดมาก เพราะเธอเองก็เข้าใจดีกับความรู้สึกที่คนข้างตัวที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เกิดต้องเจอกับเรื่องเสี่ยงและอันตรายแบบนี้ สมแล้วที่ทั้งสองอยากจะยกให้เวเนเซียเป็นแฝดสามร่วมกันกับพวกเขา

    “...มาพูดเรื่องไกลตัวดีกว่า ร้านของพี่ปิดชั่วคราวสินะ?

    “ใช่ ช่วงนี้ที่ตรอกมันเป็นสถานที่น่ากลัวขึ้นแล้ว บวกกับอันตรายขึ้น ก็เลยต้องปิดชั่วคราว เฮ้...แต่อย่างน้อยก็ถือว่าดีนะ เราจะได้มีเวลาสร้างผลงานใหม่ๆด้วยกัน ไว้เรากลับไปเปิดอีกครั้ง คราวนี้ร้านจะเต็มไปด้วยของเล่นชิ้นใหม่ๆ ที่เจ๋งๆและดึงดูดสายตาของชายหญิง”

    “รับรองเลยว่าดังเป็นพลุแตกกว่าเดิม เชื่อสิว่าร้านของพี่จะกลายเป็นชนวนเริ่มต้นสีสันในตรอกไดแอกอน”

    เฟร็ดลุกขึ้นจากโซฟาและตรงไปยังเตาเพื่อเทน้ำร้อนใส่ถ้วยชาและนำมาส่งให้กับเวเนเซีย และเขาก็กลับมานั่งต่อพร้อมกับแก้ไขคำพูดให้กับเธอว่า...

    “ของเรา...ของพวกเรา อย่าลืมสิว่าร้านนั้นน่ะเป็นของพวกเราสามคน”

    “นั่นสินะ...สามคน”

    เวเนเซียยิ้มขึ้นที่มุมปากบ่งบอกถึงความดีใจและขอบคุณในคำพูดของเฟร็ดเสียเหลือเกินที่ไม่ว่ายังไงเขาก็ยังนับเธอเป็นหนึ่งในร้านเสมอมา ตั้งแต่ปีหนึ่งจนมาถึงทุกวันนี้

    ทั้งสองหยุดคุยกันสักครู่และเริ่มดื่มเครื่องดื่มยามเช้าของตัวเอง ซึ่งในความเงียบนี้ทำให้ทั้งสองได้เห็นกับภาพบางอย่างที่เหมือนกับภาพยนตร์เสียเหลือเกิน

    นั่นคือ...จินนี่กำลังจูบกับแฮร์รี่ที่เพิ่งลงมาจากห้องนอนข้างบน

    ซึ่งทั้งสองหน่อก็คงไม่ทันสังเกตว่ามีคนมาอยู่ที่นี่ก่อนหน้าทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว

    อะหือ...จูบกันต่อหน้าต่อตาพวกข้อยเลยนะ แถม...หนึ่งในนั้นก็ดันเป็นพี่ชายของตัวเอกเสียด้วย งานนี้ฉันไม่ช่วยนะเออ

    เวเนเซียที่เห็นว่ามันชักจะเยอะเกินก็เลยกะว่าจะส่งเสียงออกไปเป็นการบอกให้ทั้งสองรู้ว่า ดลกใบนี้ไม่ได้มีพวกเขาเพียงแค่สองคน ซึ่งมันก็ดันใจตรงและถูกจังหวะเปรียบได้ว่าเธอเป็นฝาแฝดกับเฟร็ดเสียเหลือเกิน

    “...รุณหวัด”

    การทักทายยามเช้าที่สั้นและห้วน หากแต่แฝงไปด้วยความจริงที่ว่าพวกสูเห็นซึ่งทุกสิ่ง เห็นได้จากสายตาที่แลดูระอาที่เธอทั้งสองกำลังส่งให้กับคู่รักหวานชื่นตรงหน้า

    อา...เห็นแล้วมันก็น่าอิจฉานิดๆแฮะ จูบงั้นเหรอ...พูดถึงจูบ...

    เวเนเซียหลุบสายตาและนึกภาพในอดีตที่เธอเคยมีจูบ แต่ผิดคาดที่ใบหน้าของชายที่ควรจะผุดขึ้นมานั้นกลับกลายเป็นใบหน้าของชายหนุ่มผมบลอนด์ และกำลังนิ่งขึ้งเนื่องจากความคาดฝันในวันนั้น

    นั้นคือวันที่เธอบังเอิญได้จูบกับเดรโกไป ซึ่งเธอนึกว่าเธอลืมไปหมดสิ้นแล้วแท้ๆ แต่ไม่รู้ทำไมเธอกลับนึกถึงมันขึ้นมาได้ และทำไมถึงเป็นเดรโก ทั้งๆที่มันควรจะเป็นเซดริกต่างหาก

    พั่บๆๆๆ

    เธอใช้มือไล่ปัดก้อนเมฆบนหัวในจินตนาการของเธอไป และเริ่มมีสีหน้าที่ร้อนผ่าวเพราะมันทำให้เธออดจะนึกถึงวันนั้นไม่ได้

    ใจเย็น ใจร่มๆ ตั้งสตินะเวเนเซีย มันเป็นอุบัติเหตุ เพราะหลุดจากการควบคุม เราไม่ได้ตั้งใจ เราไม่ได้หวังให้เกิดขึ้น สงบ....

    นานพอตัวเลยทีเดียวกว่าเวเนเซียจะกลับไปใจเย็นและสงบได้ ไม่นานคนอื่นๆที่นอนหลับพักผ่อนกันก็เริ่มทยอยลงมากัน นั้นจึงทำให้เธอเลิกนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นได้ กระทั่งมาจนถึงตอนเย็นนั้นเองก็มารู้ว่าวันนี้จะเป็นวันจัดงานแต่งงานของพี่ชายรอน ทำให้เวเนเซียกับแฮร์รี่ต้องลงไปร่วมงาน แต่ตอนนี้พวกเขาทั้งสี่ได้มีแขกมาเยือน และเป็นคนสำคัญที่ต้องออกไปพบด้วย

    รูฟัส สคริมเจอร์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ ได้มาเยือนพวกเขาทั้งสี่โดยเรื่องที่ต้องการมาบอกกับทั้งสี่คือ...พินัยกรรมของศจ.ดัมเบิลดอร์ ที่ได้มีชื่อของพวกเขาทั้งสี่คนอยู่

    รอนได้รับดีลูมิเนเตอร์ เฮอร์ไมโอนี่ได้รับหนังสือนิทานของกวีบีเดล แฮร์รี่ได้รับลูกสนิชที่ใช้แข่งควิดดิชในโรงเรียน และมีของสำคัญอีกอย่าง นั้นคือดาบของก๊อดดริก กริฟฟินเดอร์ ทว่ารูฟัสกลับปฏิเสธที่จะมอบให้กับแฮร์รี่เนื่องด้วยเขาอ้างว่าเป็นสมบัติอันทรงค่าทางประวัติศาสตร์ แน่นอนแหละว่าทั้งสามคนไม่ยอมและเถียงสุดใจขาดดิ้น เพราะดัมเบิลดอร์สั่งเสียในพินัยกรรมเอาไว้แท้ๆ แต่ทางกระทรวงกลับทำแบบนี้กับคำขอของดัมเบิลดอร์ได้ยังไงกัน ซึ่งมีอยู่คนหนึ่งที่นั่งนิ่งและไม่พูดตอบโต้อะไร แต่แล้วเมื่อเธอเปิดปากก็สร้างความเงียบและเย็นยะเยือกแผ่ออกมาเป็นชั้นบรรยากาศทั่วทั้งห้อง

    “...คุณรูฟัส...สินะ? พอดีหนูยังจำชื่อรัฐมนตรีคนใหม่ไม่ค่อยได้ ต้องขออภัยล่วงหน้าไว้ก่อน สิ่งที่คุณพูดมา...มันก็ถูกต้องละนะ ดาบของก๊อดดริก กริฟฟินเดอร์นั้นเป็นถึงสมบัติระดับประวัติศาสตร์จริงๆนั่นแหละ จึงไม่แปลกที่คุณจะไม่อาจมอบมันให้กับแฮร์รี่ได้”

    ทั้งสามเกลอเริ่มไม่เข้าใจแล้วว่าเวเนเซียกำลังพูดอะไรอยู่ เพราะมันฟังดูเหมือนกับว่าเวเนเซียเลือกที่จะเข้าข้างทางกระทรวง แต่ไม่ใช่พวกเขาและคำสั่งเสียสุดท้ายของศจ.ดัมเบิลดอร์

    แต่ด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ผิดแผกไปจากเดิมที่มักอยู่ด้วยกันสี่คนนั้น มีแฮร์รี่คนเดียวที่พอจะเข้าใจในเวลาต่อมาว่า เวเนเซียกำลังคิดอะไรอยู่ เขาเลยเลือกที่จะเงียบและให้เวเนเซียเป็นพูดทุกอย่างแทน แน่นอนว่าเขาเองก็ไว้ใจเธอ

    “แต่ว่า...สมบัติทางประวัติศาสตร์ย่อมมีความวิเศษและพิเศษในตัวมัน ฉะนั้น...หนูไม่อาจการันตีได้ตลอดไปหรอกนะว่ามันจะอยู่ภายในการรักษาของกระทรวงหรือเปล่า ดาบ...จะเลือกผู้ที่คู่ควรเท่านั้น ไว้เราจะรู้เองว่า...การกระทำของคุณนั้นมันจะคุ้นค่าหรือเสียเที่ยว...”

    ความหมายของเวเนเซียนั้นแฮร์รี่เข้าใจในทันที เพราะเขาเองก็รู้ถึงความพิเศษของมัน ของดาบกริฟฟินเดอร์เล่มนั้น ดาบจะเผยให้แก่ผู้ที่ควรค่าและคู่ควร มันจะยอมเป็นกำลังและเป็นพลังให้แก่ผู้ที่เป็นกริฟฟินเดอร์ขนานแท้เท่านั้น ซึ่งมันก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาต้องไปหยิบมันมาจากที่เก็บเสมอไป ไม่งั้นวันนั้นมันคงไม่โผล่ออกมาจากหมวกเก่าๆราวกับภาพมายาได้หรอก

    “ประเด็นเป็นอันจบไปนะ แต่ดูจากเนื้อความในกระดาษที่เป็นพินับกรรมนั้น...เหมือนจะยังมีเนื้อหาเหลืออยู่นะ อ่านต่อเลย...ดีมั้ย?

    ท่าทีที่ดูสุขุมและสูงส่งผิดจากรูปลักษณ์ภายนอกและอายุ ทำให้รูฟัสเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมตระกูลอลาวดิอุสจึงเป็นผู้ไม่อาจเอื้อมไปได้โดนง่าย หรือไม่เคยจางหายไปจากกระทรวงเลยแม้มันจะผ่านเป็นทศวรรษแล้วก็ตามที

    “...นะ...นั่นสินะ อืม...ในส่วนของคุณ...เวเนเซีย อลาวดิอุส คุณดัมเบิลเดอร์...มีความต้องการที่จะ...มอบสิ่งนี้ให้กับคุณ...”

    รูฟัสหยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋า มันเป็นกล่องยาวไม่ได้มีความกว้างมากมาย ซึ่งดูจากขนาดกล่องแล้วมันช่างคุ้นตาและรู้ได้ทันทีว่าภายในกล่องนั้นคืออะไร

    พร่อบบ

    กล่องที่มีผ้าสีดำปูวางไว้ข้างใต้ และมีวัตถุชิ้นเดียวที่ดูล้ำค่าและทะนุถนอม ไม้กายสิทธิ์ที่น่าคุ้นตาและดูพิเศษกว่าไม้ด้ามใดๆทั้งหมดทั้งมวล

    ไม้กายสิทธิ์ของศจ.ดัมเบิลดอร์นั่นเอง

    “...ไม้นี่...ไม่ใช่ว่าต้องอยู่ในสุสานของ...”

    “อ้อ ไม่...ตอนแรกก็ว่าจะนำมันฝังไปพร้อมกับเขา แต่ว่าด้วยพินัยกรรมฉบับนี้ จึงต้อง...นำมาเก็บเอาไว้และมามอบให้กับคุณ”

    กลายเป็นว่าเวเนเซียได้รับไม้กายสิทธิ์ของศจ.ดัมเบิลดอร์มา แน่นอนว่าทันทีที่เธอได้รับมาก็บังเกิดความคิดที่ว่าจะได้มีไม้กายสิทธิ์อันสำรองเอาไว้ใช้ ทว่าเธอต้องกลับมาคิดใหม่อีกครั้ง และเลือกที่จะเก็บมันเอาไว้แทนที่จะใช้ เพราะว่ามันเป็นถึงของดูต่างหน้าจากศจ.ดัมเบิลดอร์ เธอเลยเลือกที่จะไม่ใช้และเก็บรักษาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

    หลังจากหมดธุระระหว่างรัฐมนตรีรูฟัสไปแล้ว ตอนนี้ก็เป็นเวลาเย็นพอควรและฟ้าเองก็เริ่มจะค่อยๆมืดแล้ว บนห้องนอนของรอนมีเพื่อนเกลอสามคนก็กำลังพยายามเชียร์ให้เวเนเซียดื่มน้ำยาสรรพรสกันอยู่

    “...ต้องกินจริงๆเหรอ? ใช้ผ้าคลุมล่องหนไม่ได้เหรอ?

    เธอเคยปฏิฎาณกับตัวเองว่าจะไม่มีวันดื่มน้ำยาสพรรพรสที่ชวนอุแหวะนี้เป็นอันขาด แต่ไม่คาดเลยว่าจะมีวันที่ต้องคืนคำเสียได้

    แก้วที่มีน้ำสีชวนไม่มองที่ดูข้นคลั่ก แม้ไม่ได้เข้าใกล้แต่เธอก็ได้กลิ่นมันมาเตะจมูกอย่างไม่ได้รับเชิญและไม่คิดจะรับเชิญด้วย

    หน้าตาก็เชี่ย กลิ่นก็บัดซบ ยิ่งกว่าทุเรียนบ้านข้อยอีก มีเวทมนตร์อะไรเจ๋งๆก็ตั้งเยอะตั้งแยะ แค่คิดสูตรน้ำยาสรรพรสที่มันดูชวนน่ากินหน่อยก็ไม่ได้เนอะ?!

    “เธอนั่งจ้องยามาครึ่งชั่วโมงแล้วนะเวเนเซีย ตอนนี้เฟลอร์กำลังรอเธอด้วย”

    นี่คือสาเหตุหลักว่าทำไมเวเนเซียต้องดื่มน้ำยาสรรพรส เพราะเธอได้รับเกียรติให้เป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย

    “ทำไมต้องฉันด้วยละเนี่ย?

    “เพราะเธอเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของเฟลอร์ในอังกฤษ จริงมั้ยละ?

    “พูดงี้นายเองก็ทำได้ดิรอน นายเองก็ดูอยากจะสนิทกับเฟลอร์ไม่ใช่เหรอเมื่อปีนั้นน่ะ”

    เจอคำยอกย้อนของเวเนเซียไปดอกหนึ่งเล่นทำเอารอนเถียงไม่ออก เพราะมันก็จริงอย่างที่เธอว่า

    “เอาก็เอา...ว่าแต่ หวังว่าแก้วนี้จะไม่มี...ขนแมวนะ”

    สายตาของเวเนเซียเหล่มองไปยังเฮอร์ไมโอนี่เป็นเชิงถามเอาความชัวร์ เล่นเอาทำเฮอร์ไมโอนี่แอบฉุนและไม่รอช้าที่จะทำสิ่งที่เรียกได้ว่าโหดร้ายใช่ย่อยสำหรับเธอ

    “กินๆมันเข้าไปซะที! แล้วอย่าพูดเรื่องขนแมวในน้ำยากับฉันอีก”

    “เอ๋...ออกจะน่ารัก อุ๊ก!!

    จังหวะที่เวเนเซียกำลังพูดเห็นด้วยกับความน่ารักที่เฮอร์ไมโอนี่บังเอิญทำพลาดไปในตอนที่ปรุงน้ำยากันเองนั้น เธอก็ถูกเฮอร์ไมโอนี่งัดก้นถ้วยยาในขณะที่เธอกำลังจะกระดกขึ้นดื่ม กลายเป็นว่าจากดื่มพอสมควร คราวนี้เธอล่อเข้าไปเป็นอึกๆ ทำเอาจะอ้วกออกมาเลยทีเดียว

    “แหวะ!! เล่นงี้เลยเหรอ?! นี่ฉันชมนะ! ไหงทำโหดร้ายกับฉันแบบเนี่ย?

    “น่ารักตรงไหน น่าหัวเราะสิไม่ว่า...”

    หลังจากที่ร่างของเธอเปลี่ยนไป ก็ถึงเวลาที่ต้องออกไปร่วมงานในฐานะเพื่อนเจ้าสาว ซึ่งเธอไปยืนอยู่ข้างๆเฟลอร์เพื่อแสดงละครให้สมบทบาทและแสดงความยินดีร่วมไปด้วย และแน่นอนว่าเแม้ว่าจะต้องปลอมเป็นญาติของเฟลอร์ก็ตาม แต่เจ้าตัวก็รู้อยู่เต็มอกว่าเนื้อในที่มีรูปร่างหน้าตาทางฝรั่งเศสยุโรปจ๋านี้คือเวเนเซียที่มีความคมทางเอเชียอยู่ครึ่งหนึ่ง

    “หวังว่าเธอเองก็จะมีข่าวดีในเร็ววันนะ...เวเนเซีย น่าเสียดายนิดหน่อยที่น้องสาวของฉันมาด้วยไม่ได้ เธออยากจะมาเจอกับเซเมสมากๆเลยละ”

    “อ้อ...งั้นเหรอ แหม น้องชายฉันเนี่ยเสน่ห์แรงจริงๆเนอะ”

    “ใครว่าละ...เรื่องนี้น่ะ...มันทั้งพี่ทั้งน้องต่างหาก”

    “ห่ะ? หมายความว่าไง?

    “ฉันอาจจะบอกเธอช้าไป แต่เธอน่ะ...ดังมากเลยทีเดียวในโรงเรียนของฉัน หนุ่มๆมาขอที่อยู่เธอกันให้พรึ่บ”

    เวเนเซียเริ่มมีความรู้สึกเสียวๆและหวังในใจว่าจะได้คำตอบในสิ่งที่เธอวาดหวังเอาไว้

    “แน่นอนว่าเธอเป็นเพื่อนของฉัน ฉันไม่มีทางให้ที่อยู่ของเพื่อนไปด้วยเพราะเหตุผลง่ายๆอย่างการที่หนุ่มจะมาจีบ สีหน้าออกหมดแล้วนั่นน่ะ”

    “ฮู้ว ก็แล้วไป...แค่โรงเรียนฮอกวอตส์ฉันก็เหนื่อยจะแย่ โดนรุ่นน้องตามถ่ายรูป แม้แต่ตอนส่วนตัวยังโดนแอบถ่ายเลย ทำเอาฉันละอยากจะระเบิดกล้องนักแหล”

    “คิก...แต่ดูท่างานนี้เธอจะหนีมันไม่พ้นนะ ดูนู้นสิ”

    เฟลอร์ชี้ไปยังใครบางคนในหมู่แขกเหรือที่มาร่วมแสดงความยินดี แม้จะเห็นเพียงแค่แวบเดียว เวเนเซียก็รู้ได้ในทันทีว่าคนๆนั้นเป็นใคร

    “เธอเชิญเขามาด้วยงั้นเหรอ?

    “แน่นอน...เพื่อนร่วมการแข่งขัน ยังไงก็ต้องเชิญมา อีกอย่าง...ดูเขาจะตื่นเต้นนะที่ได้มางานนี้น่ะ ฉันยังลืมภาพในวันนั้นไม่ได้เลยนะที่เธอถูกผู้ชายที่เป็นตัวแทนจากทั้งสองโรงเรียนชวนเป็นคู่เต้นรำน่ะ เห็นแล้วน่าอิจฉามาก”

    “เหอะๆ อิจฉาเหรอ? น่าหนักใจมากกว่า แบบ...ไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของใครบางคนน่ะ”

    ทำเอาเวเนเซียหวนนึกถึงวันอันแสนปวดหัวและคิดหนักจริงๆ วันที่เธอต้องเลือกใครบางคนมาเป็นคู่เต้นรำ แต่สุดท้ายวันนั้นก็จบลงที่ว่าได้เต้นกับแต่ละคนอยู่ดี

    “แต่น่าเสียดายนะ...ที่ฉันเชิญเซดริกมาไม่ได้น่ะ”

    “อ้อ ติดงานมือปราบมารอยู่น่ะ เห็นว่าตอนนี้กำลังระวังในเขตแดนที่มีการคุ้มครองอยู่ เพราะช่วงนี้มีข่าวไม่สู้ดีซัก...เท่าไร”

    “หืม? ไม่ยักกะรู้ แล้วทำไมเธอรู้ได้ละ?

    “...ฉันลืมบอกไปสินะ ฉันคบกับเซดริกอยู่น่ะ ฉันตกลงและคบกับเขาเมื่อตอนที่...พวกเราสามโรงเรียนแยกย้ายกันกลับบ้าน”

    คำตอบนี้ทำให้เฟลอร์อดจะตะลึงและตื่นเต้นไม่ได้ แต่ก็มีอาการเสียดายผสมโรงมาด้วยหน่อยๆ

    “แหม น่าเสียดายนะ...ที่ฉันไม่ได้รู้ในวันนั้น เธอนี้ก็...ไม่รู้จักบอกกันมั้งเลย ต้องรอให้ฉันรู้เองใช่มั้ย หืม??

    “ว่าไปนั่น ขนาดเพื่อนๆฉันก็มารู้เอาตอนหลังเหมือนกันนั่นแหละ น้อยคนจะรู้เรื่องนี้ อีกอย่าง...มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องป่าวประกาศนี่นา...จริงมั้ย?

    “ก็จริงนั่นแหละ...อย่างน้อยมันก็ดีนะ จะได้ทำให้คนที่กลายเป็นสามีไม่รู้สึกเจ็บปวด...ว่าเราเคยปันใจให้ชายคนอื่นมาก่อน”

    “พูดงี้นี่หมายถึง...”

    “ว่าตรงๆนะ ตอนแรกฉันสนใจเซเมสเลยทีเดียว น้องชายของเธอน่ะ...เห็นเป็นเด็กๆแต่ว่าดูน่าเกรงขามแล้วก็มีเสน่ห์เหมือนกับรุ่นๆเดียวกับเราทีเดียว ตอนนั้นฉันเองก็เคยเผลอตัวอดชอบน้องชายเธอไม่ได้เหมือนกัน”

    ว๊อท?!! นี่พวกฉันสองพี่น้องไปแพร่เชื้อให้กับพวกเธอทุกคนงั้นเหรอ?! ไหงไม่สนเรื่องอายุกันเลยฟร่ะ? อายุอานามก็ห่างกันซะ...สาวเมืองนอกนี่ช่างใจกล้าและไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมจริงๆ

    แต่แล้วเพราะประโยคเมื่อครู่ก็ทำให้เวเนเซียอยากจะได้ความเห็นบางอย่างจากผุ้เชี่ยวชาญและชำนาญ เห็นได้จากเจ้าตัวกำลังจะกลายเป็นคู่สามีภรรยาแล้ว ก็น่าจะมีความคิดความอ่านที่เหมาะสมที่จะให้คำแนะนำกับเธอได้เป็นอย่างดี

    “นี่เฟลอร์...การที่ผู้หญิงที่มีแฟนอยู่แล้ว แต่มีใจห่วงให้กับอีกคนเนี่ย...เป็นเรื่องแปลกหรือว่าน่าเกลียดมั้ย?

    “นั่นสินะ...ฉันว่าไม่แปลกหรอก โลกนี้น่ะผู้ชายและผู้หญิงมีเป็นล้านๆ ไม่เสมอไปหรอกว่าเราจะต้องชะตาและเป็นคู่แท้กับคนๆแรกที่เขาคบ ของแบบเนี่ย...มันอยู่ที่เวลา คนเราสามารถมีรักใหม่ได้ทั้งนั้นแหละ...ไม่งั้นโลกนี้ก็คงไม่รู้จักกับคำว่าอกหักหรือโดนเทหรอกจริงมั้ย?

    สมกับเป็นสาวผู้มากประสบการณ์และเป็นผู้ใหญ่เสียจริง อืม...ไม่แปลกงั้นเหรอ เหมือนๆกันกับศจ.ดัมเบิลดอร์ในตอนนั้นเลย เรากับเซดริก...แล้วก็ เรากับ...หมอนั่น เอาเถอะ...ตอนนี้เราอาจจะแค่ห่วงก็ได้ ความวิตกกังวลย่อมส่งผลให้เราสนใจในด้านเดียว ถ้าหากหมอนั่นปลอดภัย...ไม่แน่ว่าความรู้สึกที่นึกถึงหมอนั่นอาจจะหายไปก็ได้ ใครจะรู้...

    ยังไงเวเนเซียก็ยังคงยึดหลักที่จะเป็นแฟนที่ดีตามฉบับที่ผู้ชายคนไหนๆก็อยากให้เป็นทุกคน นั้นคือต่อให้ห่างไกลก็ไม่มีวันนอกใจ ซึ่งเธอก็เชื่อว่ามันต้องเป็นแบบนั้นกับเธอจริงๆ กับความรู้สึกของเธอในตอนนั้นที่นึกแต่ภาพของเดรโก แม้ว่าข้างๆเธอจะมีเซดริกที่ไม่ได้พบกันมานานก็ตาม

    “ฉันไปก่อนนะ ต้องไปคุยกับคนอื่นๆน่ะ ส่วนเธอ...คงไม่น่าห่วงหรอกมั้ง ดูท่าจะมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนแทนฉันแล้วแหละ”

    “ห่ะ...ใครงั้นเหรอ?

    ไม่ต้องรอคำตอบจากเฟลอร์ ไอ้เจ้าคำตอบนั่นก็เดินดุ่ยๆมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว

    ชายหนุ่มที่มีลุคดิบเถื่อนและแกร่งดุจหินผา คนเดิมที่ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันวานที่เธอได้พบกับเขา...วิกเตอร์ ครัม

    “...เอ่อ”

    เวเนเซียไม่รู้ว่าควรจะเปิดเผยตัวตนจริงๆหรือไม่ก็เลยทำทีเป็นว่าไม่รู้จักกับเขาไปก่อน

    “ฉันรู้มาแล้วแหละ เวเนเซีย...”

    “อา...แบบนี้จะดื่มน้ำยาสรรพรสไปเพื่ออะไรก็ไม่รู้ ของน่าแหวะพรรค์นั้นน่ะ”

    “ฮ่ะๆๆ ก็เพื่อความปลอดภัยของเธอ...แล้วก็เพื่อนของเธอไง แฮร์รี่ พอตเตอร์นั่นน่ะ อีกอย่าง...น้องชายเธอเองก็ไม่ได้ต่างจากเธอนี่...จริงมั้ย?

    อ้อ...ตายเดี่ยวก็ไม่สู้ตายยกแก๊ง ฉันโดนอะไรพวกเธอก็ต้องมาโดนเป็นเพื่อนงั้นสิ ก็ถูกละนะ

    ทั้งสองพูดคุยตามประสาคนที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน ซึ่งนานจนมาหยุดคุยและสนใจอย่างอื่นก็เมื่อได้ยินเสียงเพลงที่เริ่มบรรเลงเป็นทำนองช้าสำหรับเต้นรำ

    วิกเตอร์ได้ยินดังนั้นก็ไม่รอช้าที่จะยื่นฝ่ามือมาตรงหน้าของเวเนเซีย เขาหมายจะเชื้อเชิญให้เธอร่วมเต้นรำกับเขา แน่นอนว่าเพื่อไม่เป็นการหักหน้าหรือเสียมารยาท เวเนเซียจึงไม่ได้ปฏิเสธ

    “...เหมือนได้ชดเชย”

    “ชดเชยอะไรงั้นเหรอ?

    “ก็...วันนั้นฉันได้เต้นรำกับเธอแค่ชั่ววูบเองนี่นา งาน Yule Ball นั่นน่ะ”

    “อ้อ...นั้นสินะ แต่วันนี้นายดู...ไม่พรอบเยอะเหมือนวันนั้นนะ”

    วันนั้นเธอจำได้ดีว่าชุดของวิกเตอร์ดูเด่นมากในห้องโถง เพราะส่วนใหญ่ผู้ชายจะสวมชุดสีดำกัน แต่มีพวกวิกเตอร์เท่านั้นแหละที่ใส่ชุดสีแดงแรงฤทธิ์และมาพร้อมกับผ้าคลุมจนเฟอร์สีน้ำตาลเข้มที่ดูฟู่ฟ่อง

    ทำเอาเธอนึกภาพอิมเมจของวิกเตอร์ไปคล้ายกันกับการ์ตูนเรื่องโปรดของเธอสมัยเด็กอย่างมาก ไม่งั้นเธอคงไม่เรียกเขาในตอนนั้นว่าเจ้าชายอสูรหรอก

    “ว่าไปนั่น เธอเองก็ไม่เหมือนวันนั้นเลยนะ ชุดนี้น่ะ...เข้ากับเธอมากเลยทีเดียว”

    เดรสราตรีสีฟ้าอ่อนราวกับน้ำแข็ง คือชุดที่เวเนเซียใส่ในวันนี้ เนื่องด้วยเป็นเพื่อนเจ้าสาว ทางเจ้าสาวมือใหม่เฟลอร์เลยทำหน้าที่เตรียมชุดเอาไว้ให้กับเธอ

    “ว่าไปนั่น...เข้าตรงไหนกัน? จะเข้าก็คงเพราะผมสีบลอนด์ๆนี้ต่างหากละ ผมสีน้ำตาลเข้มออกดำของฉันมันไม่เหมาะกับชุดสีอ่อนหรอก อีกอย่าง..ไม่ใช่ฉันคนเดียวซะหน่อยที่ใส่ชุดสีนี้น่ะ...เพื่อนเจ้าสาวเฟลอร์ยังมีอีกพรึ่บเลยนะ ดูสิ...”

    ปากของเวเนเซียบุ่ยให้เขาได้ลองมองดูรอบๆว่าไม่ใช่แค่เธอที่สวมชุดเดรสสีนี้คนเดียว แต่ยังมีอีกประมาณสามสี่คน

    แต่มีหรือที่วิกเตอร์จะสนใจและว่าตามอย่างที่เวเนเซียว่า

    “ไม่หรอก ต่อให้เธออยู่ในรูปลักษณ์ของใคร ฉันก็ยังมองว่าเธอมีผมสีน้ำตาลเข้มกับดวงตาสีน้ำตาลอยู่ดี น้ำยาสรรพรสมันมาหลอกตาฉันไม่ได้หรอกนะ”

    บรรยากาศที่แลดูหวานชื่นและอบอุ่นในสายตาของวิกเตอร์นั่นกำลังเป็นไปได้ด้วยดี แต่แล้วก็มีการถูกขัดจังหวะเกิดขึ้น และทำให้บรรยากาศของงานแต่งงานอันเป็นมงคลต้องแปรเปลี่ยนเป็นอัปมังคลไปในพริบตา

    ทางกระทรวงมาแจ้งเหตุด่วนว่าสคริมเจอร์ถูกสังหารและกระทรวงถูกยึดไปแล้วเรียบร้อย และแน่นอนว่าไม่แคล้วที่พวกผู้เสพความตายกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่

    “...ฉันต้องไปแล้ว นายต้องลืมทุกสิ่งที่พูดเมื่อครู่วิกเตอร์ เพื่อตัวนายเอง นายต้องทำเป็นไม่รู้จักฉัน ไม่ได้คุยกับฉัน นายเพิ่งคุยกับญาติของเฟลอร์ไป เข้าใจนะ!

    เวเนเซียเริ่มเคลื่อนไหวทุกอย่างเร็วขึ้นไม่ว่าจะความคิด หรือการกระทำที่จะทำในอย่างต่อไป

    “...แต่ฉัน ถ้ามันจะไม่ทำให้เธอต้องเป็นอันตราย และแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่...ฉันรับและโกหกไม่ได้ก็ตาม แต่...ฉันตกลง ขอให้เธอโชคดีและปลอดภัยนะเวเนเซีย”

    “ขอบใจ”

    ว่าแล้วก็ไม่รอช้าที่จะก้าวเท้ามุ่งหน้าไปรวมกับแฮร์รี่ เพราะเธอรู้ดีว่าเมื่อกระทรวงไม่สามารถเป็นกะลาและบาเรียคุ้มครองเธอได้อีกต่อไปแล้ว คนเดียวที่จะเป็นเป้าหมายเดียวและเดินไปในเส้นทางเดียวกันกับเธอจึงมีเพียงแฮร์รี่ที่เป็นเป้าหมายเดียวกันกับเธอ แม้ว่าจะมีจุดประสงค์ต่างกันก็ตาม

    “แฮร์รี่! ทางนี้!

    ปากตะโกนเรียกตัวแฮร์รี่ไป มือก็ฉวยหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาโบกเพื่อนำสิ่งของที่เธอเตรียมเอาไว้พร้อมล่วงหน้าหลายวันแล้วให้พุ่งเข้ามาหาเธอด้วยไปในตัว นั้นคือกระเป๋าโคตรสารพัดประโยช์นของเธอ แน่นอนว่าจะถือวิ่งไปมันก็คงเกะกะและเป็นอุปสรรค เธอเลยใช้บทเรียนที่ได้ร่ำเรียนมาจากในฮอกวอตส์อย่างคุ้มค่า นั้นคือการสอนของศจ.มักกอนนากัลที่จะเสกสิ่งของให้เปลี่ยนรูปลักษณ์นั้นเอง

    ทำให้กระเป๋าถือกลายเป็นถุงผ้าเล็กที่สามารถห้อยไว้ข้างเอวได้ ส่วนคริกกี้...เธอเองก็พามาด้วยและตอนนี้มันกำลังเกาะอยู่ที่ไหนซักแห่งในเสื้อผ้าที่ได้ผลัดเปลี่ยนไปเมื่อครู่ด้วยความเร็วแสงไปแล้ว

    แน่นอนว่าเวลานี้คนที่ควรซ่อนตัวที่สุดก็ไม่พ้นแฮร์รี่กับเวเนเซีย ทำให้ทั้งสองต้องกอดคออยู่ใต้ผ้าคลุมล่องหนไปซักระยะก่อน ส่วนเฮอร์ไมโอนี่กับรอนก็จะเป็นหูเป็นตาคอยเดินนำให้กับพวกเขาเองอยู่นอกผ้าคลุม

    “เราจะไปไหนดี?

    รอนถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่รู้จะไปทางไหนดี แน่นอนว่าเวลามันฉุกละหุกและกะทันหัน ทำให้ทุกคนหนีกันอลหม่าน ก็เลย...ไม่ทันได้นัดแนะอะไรยังไง แต่ว่า...

    “เราไปที่บ้านของซิเรียสกัน พวกเขาเองก็น่าจะไปที่นั้น”

    “ฉันเห็นด้วย เวลานี้พวกเขาเองก็คงเป็นกังวลเกี่ยวกับพวกเราแน่ๆ ถ้ายังไง...พวกนายสองคนระวังกันด้วยละ”

    เวเนเซียบอกกับเฮอร์ไมโอนี่และรอนด้วยความเป็นห่วง เพราะพวกเขาไม่ได้หลบอยู่ในผ้าคลุมล่องหนเหมือนอย่างเธอกับแฮร์รี่

    จึงไม่รอช้าที่จะมุ่งหน้าไปยังบ้านของซิเรียส แน่นอนว่าต้องเริ่มจากหายตัวไปให้ใกล้ที่สุด ทุกคนเลยรวมตัวและจับตัวเวเนเซียเอาไว้มั่น เพราะเธอเป็นคนเดียวที่มีความสามารถในการหายตัวได้อย่างช่ำชองและสมบูรณ์แบบที่สุด

    แล้วทั้งสี่ร่างก็อันตรธานหายไปจากเนินทุ่งหญ้าสีเขียว เหลือไว้เพียงสายลมและความเงียบที่น่าชวนขนหัวลุก

    ทางด้านบ้านโพรงกระต่ายนั้นเอง

    หลังจากมีข่าวประกาศอย่างเร่งด่วนว่ากระทรวงถูกโวลเดอมอร์ยึดเอาไว้ได้ ก็ไม่ผิดจากคาด เหล่าสาวกอยู่ในบริเวณที่เคยมีสีสันของงานแต่งงาน สีขาวบริสุทธ์ถูกสีดำอันมืดมนกลบมิด พวกเขายืนนิ่งและรอคอยให้ผู้เป็นนายมาถึงสถานที่อย่างใจจดใจจ่อ

    “...ไหน งานเลี้ยงเลิกแล้วงั้นเหรอ? น่าเสียดาย งานแต่งงานเสียด้วย เอาเถอะ...ไม่นานเดี๋ยวก็มีขึ้นใหม่อีกครั้ง แค่เปลี่ยนตัวบ่าวสาวนิดหน่อย แล้ว...ไหนละ แม่สาวงดงามคนนั้น”

    “นายท่าน ไม่มีใครพบร่องรอยของเธอครับ พวกเราจับได้มาบางคนและลองเค้นคอดูแล้ว ก็ไม่มีวี่แววว่าจะใครพบเห็นเลยครับ แม้แต่...พอตเตอร์คนนั้น”

    “อืม...เอาเถอะ อะไรที่ได้มายากก็มักจะเป็นสิ่งที่น่าลิ้มลอง ก็เหมือนกับการเพิ่มรสชาติ จะเร็วหรือช้ายังไงเธอก็ต้องมาอยู่ใกล้ฉันอยู่ดี ค้นหาพวกมันให้เจอ แล้วเอาตัวมาให้ฉัน...อ้อ แล้วจำเอาไว้...ห้ามให้เธอ...บาดเจ็บหรือเป็นรอยแม้แต่ปลายเส้นผม”

    “ครับ นายท่าน”

    แม้เขาจะกลายเป็นผู้ทรงอำนาจที่สุดในโลกเวทมนตร์แล้วก็ตาม สามารถทำทุกสิ่งได้แม้ว่ามันจะต้องสร้างความเจ็บปวดแก่ผู้คน แต่มีเพียงเธอเท่านั้นที่เขาจะไม่ทำรุนแรง เห้นได้จากคำสั่งที่เป็นการเฉพาะนั้นเอง ทำให้เวลานี้ และนับแต่นี้ไป เวเนเซียจึงเป็นบุคคลพึงตามหาเป็นอันดับต้นๆของโลกเวทมนตร์โดยเฉพาะ ทำให้พ่อมดแม่มดทุกคนรู้ไปทั่วทุกสารทิศว่านอกจากเด็กชายผู้ถูกเลือกและรอดชีวิตนั้นเป็นเป้าหมายของเขาแล้ว ยังมีเด็กสาวผู้ถูกเลือกพ่วงเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

305 ความคิดเห็น

  1. #269 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 18:14
    ทอมลูก ถาหนูยังหล่อเหมือนเดิม แม่จิส่งเสริมหนูกับเวเนเซียอยู่หรอก ปต่นี่มัน ฮืออออ
    #269
    0
  2. #251 MHEEPQ12 (@MHEEPQ12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 06:53
    ล้มเละเทะ5555
    #251
    0
  3. วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 16:30
    อย่าน่าาาา ไม่นะเซดริก ไม่เอานะ อย่าทิ้งเซดน่าา ฮืออออ
    #171
    0
  4. #142 yamamotoaki121 (@yamamotoaki121) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 23:22
    อย่าเทเซดริกเลยน่า~~~~TT
    #142
    0
  5. #110 MinutesZ (@amnunchanok) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 12:37
    เดรโกกก>_<
    #110
    0
  6. #37 FREINFORW (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 21:29
    ดูท่าเดรจะเป็นพระเอกเเล้วมั้ง! 
    #37
    0
  7. #35 M_May0-0 (@M_May0-0) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 09:28
    เรือจะล่มแล้ววววว&#128561;
    #35
    0
  8. #6 my fay (@paploy61244) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 03:09
    เดรโกช้านนนน
    #6
    0
  9. #5 Witchayaporn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:31
    เเหมเรือเซดริกกำลังล่มเเล้วววว

    เชียร์เรือกเดรโกสุดตัวววว

    ขอเถอะไรต์...ให้เดรโกเป็นพระเอกเถอะนะ

    สงสารน่าตาอันหล่อเหลาของเดรโกที่ไม่ค่อยได้ใช้งานเท่าไหรนัก555

    #เรือเดรโกกกก

    #สามีเเห่งชาติ
    #5
    0
  10. #3 panitin (@panitin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 20:05
    ชิปเดรกต่อไป
    #3
    0
  11. #2 powe (@01916) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 09:12
    เรือเซดริกกำลังรั่วสินะครับจะจมไหมยะอยากรู้จังเลยครับ
    #2
    0