[Fic Harry Potter] 7th - Destiny of Dark & Fear [??xOC]

ตอนที่ 19 : Chapter XVI - New Blood

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,156
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    24 ม.ค. 62




Ready.

- Albus Severus Potter

   

    เมื่อยืนเถียงยืนสารธยายทั้งสองฝ่ายพอใช้ได้ เดรโกก็นำทางพาเธอไปนั่งอยู่ในร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง เพื่อเป็นการสะดวกที่จะได้คุยต่อสบายๆ แน่นอนว่าเธอแทบไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากนั่งอยู่เฉยๆ เพราะว่า...

    “ชาเอิร์ลเกรย์ ไม่ใส่น้ำตาล แล้วก็...มาการองชุดหนึ่ง”

    เขารู้และเดาออกว่าเธอต้องการอะไรในรายชื่อเมนูของร้านทันทีโดยไม่ต้องถามจากเธอ

    “รู้ด้วย...”

    “ก็บอกแล้ว อะไรเกี่ยวกับเธอ ฉันใส่ใจและจำได้ไม่มีทางลืม แม้แต่ชาที่ชอบและอยากเลือกดื่มในตอนนี้”

    “รวมถึงชองอื่นๆที่นายส่งให้ฉันที่โรงเรียนทั้งปีที่ผ่านมาสินะ”

    ทำเอาเดรโกนิ่งและพูดไม่ออก เพราะมันจริงอย่างที่เธอว่า แต่ด้วยเพราะเขาเห็นเข้ากับสายตาของเธอ มันทำให้เขาพูดไม่ออกนั้นเอง

    สายตาที่ดูเหมือนจะจำผิดบางอย่าง แต่สำหรับเขานั้นรู้ดีว่าเธอไม่ได้คิดร้ายอะไร แต่เจ้ากรรมที่มันดันเป็นเรื่องเคยๆอยู่แล้วที่เขาเห็นสายตาเช่นนี้ของเธอทีไรเป็นต้องพูดไม่ออกเรื่อยมาทุกที

    “ยังทำตัวเป็นห่วงฉันเสมอมาไม่เปลี่ยน ห่วงไม่พอ...ยังปากหนักไม่พูดออกมาตรงๆแบบเนี่ย ไม่เปลี่ยนไปเลยนะตั้งแต่ปีหนึ่งน่ะ ปากอย่างแต่ใจอย่าง”

    “ฉันร้ายมันก็เรื่องของฉัน ก็แล้วแต่ว่าเธอจะตีความหรือมองฉันก็แล้วกัน”

    จนแล้วจนรอดก็ยังเป็นเดรโกคนเดิมในสายตาของเวเนเซีย ทำให้เธอค่อยโล่งใจและผ่อนคลายลงไปหลายส่วน แต่เอาเข้าจริงเธอเองก็รู้ดีเกี่ยวกับเขาไม่แพ้ที่เขารู้เกี่ยวกับเธอเช่นกัน

    “นายรู้แล้วใช่มั้ย...ที่ฉัน...”

    “อืม รู้ โจษจันไปทั่วจะตายไป เพราะเธอมีชื่อเสียงไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไม่สิ เหมือนเมื่อก่อนแหละ แค่เพิ่มขึ้นประกอบกับเป็นสายเลือดอลาวดิอุสที่ยิ่งใหญ่ ยังไงมันก็ต้องกระจายไปทั่วอยู่แล้ว”

    เรื่องลือไปทั่วย่อมไม่ใช่เรื่องอื่นอย่างความสัมพันธ์ของเธอกับเซดริกนั้นเอง เพราะเธอเป็นตำนานในช่วงเวลาสงครามเหมือนกับแฮร์รี่ ประกอบกับเซดริกเองก็เป็นมือปราบมารที่มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถมีชีวิตรอดจากสงครามได้ หรือก็คือแนวหน้าที่ฝ่าอันตรายเสี่ยงชีวิตมาได้ เรียกได้ว่าคนดังเจอคนดังแล้วยังมาคบหากัน ยังไงคนมันก็อยากจะเสพข่าวและรู้เรื่องเหมือนคนธรรมดาตามติดชีวิตดาราก็ไม่ปาน

    “นาย...ไม่เสียใจหรือว่า...”

    อา...ทำไมมันพูดยากจังนะ ทั้งๆที่...ตอนยังไม่เจอกันหรือได้พบกันอยากจะคุยตั้งหลายต่อหลายเรื่องแท้ๆ แต่ทำไมเอาเข้าจริงเรากลับ...

    เวเนเซียที่ไม่มีท่าทีจะพูดต่อแต่อยู่ในพะวงที่ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังถึงจะไปต่อได้นั้นเอง ก็ถูกเดรโกชะงักไว้เพียงคำพูดๆเดียวและเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิดเพี้ยน

    “ฉันรู้ว่าเธอจะพูดว่าอะไรกับฉัน ถามว่าฉันเศร้าหรือว่าเสียใจหรือว่าเสียดายมั้ยที่ฉันไม่ได้เธอมาเป็นของฉัน เอาเข้าจริงและตรงๆแบบไม่มีอ้อมค้อมเลยเวเนเซีย...ใช่ ฉันเป็นทุกอย่างอย่างที่เธออยากจะถามฉัน”

    เล่นพูดออกมาตรงๆแบบนี้มันก็ทำให้เธอรู้สึกผิดไม่ใช่น้อย เพราะแต่ไหนแต่ไรมาเขาก้มักจะคอยอยู่ข้างเธอและช่วยเหลือเธอทุกอย่าง ไหนจะยังเอาใจใส่และห่วงใย แต่เธอกลับ...มองไม่ออก เพราะความเด็กและไร้เสียงสาของเธอล้วนๆ เธอถึงทำให้เขา...ต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้
                “แต่ฉันก็เคยสาบานกับตัวเองเอาไว้แล้ว...ไม่ว่าจะอะไรหรือจะยากเย็นแค่ไหน ขอแค่ให้เธอมีความสุข...ฉันก็เต็มใจที่จะทำทุกวิถีทางให้เป็นเช่นนั้น เหมือนอย่างตอนนี้ แม้ว่าจะเป็นหนทางที่ยากและส่งผลเสียต่อฉันก็ตาม นั้นคือ...ฉันจะถอยออกมาและขอให้เธอมีความสุขกับหมอนั่น ไม่สิ ดิกเกอรี่นะ...เวเนเซีย”

    เดรโก คนบ้า...แม้แต่เวลานี้ก็ยัง...

    จนกว่านายจะเลิกพูดหรือว่าเรียกใครแบบนั้น ฉันจะไม่พูดกับนายแม้แต่น้อย

    ความทรงจำสมัยปีสองที่เดรโกปากร้ายเรียกคนอื่นอย่างไม่มีมารยาทประกอบกับความบึ้งตึงที่เธอมีต่อเขา และมาตอนนี้ก็บ่งบอกเลยว่าเขาเก็บรายละเอียดความทรงจำทุกอย่างที่เขามีต่อเธอจริงๆ เพราะสังเกตได้จากคำพูดที่เขากำลังเรียกเซดริกอย่างห้วนๆ แต่กลับลำเป็นเรียกอย่างสุภาพแทน

    “ยังจำได้ดีเลยนะ...”

    “แหงละ ถ้าหากมันเกี่ยวกับเธอละก็...แล้วยิ่งฉันกลายเป็นต้นหนให้เธอเสียใจเสียเองก็เสียหมาแย่”

    คำว่าเสียหมาที่เป็นคำพูดภาษาไทยเล่นทำเอาเธอหลุดอมยิ้มมาน้อยๆ เพราะเธอทึ่งที่ขนาดแฮร์รี่ รอนหรือแม้แต่เฮอร์ไมโอนี่ที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนรักของเธอยังไม่สามารถพูดหรือรู้คำศัพท์ของภาษาไทยได้มากขนาดนี้เท่าเดรโกเลยแม้แต่น้อย

    ทั้งคู่อยู่ด้วยกันอยู่พูดคุยกันหลายต่อหลายเรื่องจนไม่ทันสังเกตเลยว่าเวลาล่วงเลยผ่านไปเท่าไร และงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา และก่อนที่เธอจะแยกกับเดรโกจริงๆนั้นเอง

    “เดร...ฉันขอที่อยู่ติดต่อนายได้มั้ย? มีนายคนเดียวที่รู้ที่อยู่และติดต่อฉันได้ฝ่ายเดียวแบบเนี่ย...มันขี้โกงนะ”

    “เอาสิ เธอขอเองทั้งที ฉันจะไม่ให้ก็ไม่ดี”

    “ขอบใจ แล้วก็...ฉันมีของที่ต้องคืนให้กับนายด้วย”

    ว่าแล้วสองมือของเธอก็เอี่ยวไปยังด้านหลังคอและถอดออกมาวางไว้บนฝ่ามืออย่างทะนุถนอมพร้อมกับส่งให้เดรโกได้เห็น

    “แหวนที่ฉันให้เธอไปเมื่อตอนปีห้านี่นา”

    “อืม ก็นายเคยบอกว่าเป็นของสำคัญมาก...ของๆนายฉันก็ต้องดูแลมันให้ดี ฉันเห็นว่า...มันคงถึงเวลาที่นายต้องเอามันไปได้แล้วละ”

    แม้เธอจะไม่รู้ถึงความจริงของแหวนวงนี้ แต่ขึ้นชื่อว่าของสำคัญระดับประจำตระกูล จะให้มันมาอยู่บนคอของเธอไม่ได้เด็ดขาด

    แต่เดรโกกลับส่ายหน้าและจับมือของเธอให้หดกลับไป ราวกับปฏิเสธความตั้งใจของเธอที่ต้องการจะคืนให้กับเขา

    “...ไม่ละ อยู่กับเธอน่ะ...ดีที่สุดแล้ว”

    แม้เขาเองก็จะรู้ดีว่าคนที่ควรค่าจะถือครองต้องเป็นภายในตระกูลเดรโก หรือก็คือ...เมื่อเขาได้มีคู๋ครองและวิวาห์นั้นเอง ว่าง่ายๆคือภรรยาในอนาคตเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ในการครอบครองแหวนวงนี้ และเวเนเซียไม่รู้เรื่องนี้ด้วยเลยแม้แต่น้อย แต่คนที่รู้มีเพียงเขาและแม่ของเขาเท่านั้นที่มันมีความหมายเช่นไรและกำลังอยู่กับใครในตอนนี้

    “ฉันอยากจะให้เธอเก็บเอาไว้ ยังไงก็ขอ...เพียงชิ้นนี้ก็ยังดี ฉันอยากให้มันอยู่กับเธอมากกว่าที่ไหนๆ”

    แหวนนี่มัน...แต่เดรโกเองก็...

    เวเนเซียมีความลังเลขึ้นในหัว แต่จนแล้วจนรอดเธอก็เลือกที่จะพยักหน้าอย่างเต็มใจและสวมกลับเข้าไปบนคออีกครั้ง ตามเดิมที่มันเคยอยู่บนตัวเธอ โดยไม่นึกเซ้าซี้ที่จะอยากรู้ถึงเหคุผลที่เดรโกดึงดันและขอร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนนั้นกับเธอว่าให้เธอเก็บเอาไว้

    “ฉันจะดูแลมันอย่างดีเลย รับรองได้...ไว้นายอยากจะได้คืน...ก็มาบอกฉันทุกเมื่อได้เลยนะ”

    “ยังขี้เกรงใจไม่เปลี่ยนเลย เอาละ...นี่ก็เริ่มจะค่ำแล้วด้วย คงถึงเวลาที่พวกเราต้องแยกกันแล้วละ...หวังว่าเราจะได้กลับมาพบกันอีกนะ โกโก้”

    ไม่วายยังเรียกฉายาลับๆเพียงสองเราเป็นการทิ้งท้าย เพราะอาจจะไม่มีโอกาสได้พบเช่นนี้อีกนานแสนนานก็เป็นได้

    “แน่นอนก็เราน่ะ...เพื่อนซี้กันนี่นา เนอะ...วานิลา”

    แต่เธอก็ไม่วายที่จะเชื่อว่ายังไงเสียซักวันไม่ช้าก็เร็ว เธอต้องได้กลับมาพบกับเดรโกและเป็นเหมือนวันนี้แน่ๆ

    เส้นทางที่ไม่อาจเดินคู่กันไปได้ เมื่อเธอเลือกอีกคนที่ไม่ใช่เขา แต่เขาก็เลือกที่จะมอบความสุขนี้ให้แค่เธอ โดยที่เขาเองก็รู้ดีว่ามันจะทำให้เขาเจ็บมากแค่ไหนก็ตาม

    “สัญญานะ...ว่าถ้าหากพวกเราสองคนมีครอบครัว เด็กพวกนั้นจะไม่ต้องปิดบังและหลบซ่อนอีก เหมือนอย่างเธอ...กับฉัน”

    ความหวังและปรารถนาในอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้ เพราะอย่างน้อยเขาไม่อยากให้ในอนาคตข้างหน้าต้องมาพบกับเรื่องที่เจ็บปวดและต้องปิดบังจากภายนอกเหมือนระหว่างเขาและเธอเช่นนี้

    “พูดงี้นี้กะจะให้ลูกในอนาคตของฉันเดินตามรอยพวกเรางั้นสิ”

    เดรโกหยักยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์แต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของชายหนุ่ม

    “ก็ไม่รู้สิ...มันก็ไม่แน่ก็ได้ อนาคตยังอีกยาวไกล โชคดีนะ...เวเนเซีย”

    หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านไปจากวันเป็นเดือน เดือนเป็นปี

    หลังจากเรียนจบ ไม่ทันไรเซดริกก็ปรี่เข้ามาสู่ขอเธอแบบรู้กันไปทั่วทั้งสังคม หรือก็คือเธอได้สละโสดทันทีที่เรียนจบ แน่นอนว่าเธอเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะเธอรู้ดีว่าเขารอเวลานี้มานานแสนนานแล้ว หลังจากแต่งงานก็ใช้เงินเก็บที่เซดริกทำงานและสะสม ประกอบกับเงินของเธอเองที่มาจากกิจการร่วมหุ้นของร้านเกมกลวิสลีย์จนกลายเป็นเงินก้อนที่เพียงพอจะซื้อบ้านซักหลังสำหรับเธอและเขา

    เมื่อมีบ้านของครอบครัวตัวเองประกอบกับเรียนจบ เธอย่อมต้องหางานทำให้สมกับเป็นผู้ใหญ่แล้ว และแน่นอนว่าผลงานที่ผ่านๆมาของเธอนั้นสร้างความเป็นที่ต้องการของหลายๆหน่วยงาน ไม่ว่าจะควิดดิชระดับแนวหน้าที่มีชื่อตามหนังสือพิมพ์กีฬา กระทรวงหรือแม้แต่ในโรงเรียน ไม่ว่าที่ไหนก็ล้วนแล้วแต่อยากได้ตัวเธอมาร่วมงานด้วย และแน่นอนว่างานที่เธอเลือกเป็นหลักก็คือมือปราบมารที่เป็นงานถนัดและเชี่ยวชาญที่สุดของเธอในตอนนี้ และเพราะเธอเลือกงานนี้ มันทำให้เธอมีเวลาได้อยู่ร่วมกับแฮร์รี่และรอนหลังจากที่แยกทางกันเมื่อหนึ่งปีก่อน รวมไปถึงยังได้อยู่กับเซดริกอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการชดเชยที่เขาเรียนจบไปก่อนและไม่อาจใช้เวลาฉันท์คู่รักได้ แต่ใครว่าเธอมีแค่งานมือปราบมารให้ทำ

    “เวเนเซีย มีจดหมายจากฮอกวอตส์ให้เธอไปเป็นครูบรรยายคาบพิเศษที่โรงเรียนแน่ะ รวมถึงฉันด้วย”

    “นายคงไม่พ้นไปจากวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดแน่เลย แล้ว...ทำไมเชิญฉันไปด้วยละเนี่ย?

    เธอแปลกใจที่แฮร์รี่คนเดียวก็น่าจะเพียงพอจึงเปิดจดหมายจากฮอกวอตส์อ่านรายละเอียดดูก็พบว่าเธอได้รับเชิญจริง แต่ไม่ใช่วิชาเดียวกันกับแฮร์รี่ แต่เป็นวิชาการบินและแปลงร่างแทน เรียกได้ว่างานยุ่งจนหัวหมุนพอตัวเลยทีเดียว แต่กลับกลายเป็นว่าคลาสของเธอที่เป็นคนบรรยายกลับแออัดไปด้วยนักเรียนที่จดจ่อรอเธอเป็นการใหญ่

    แต่เพราะมีงานแบบนี้เลยทำให้เธอไม่ต้องยุ่งหัวหมุนกับงานของกระทรวง หรือก็คือมีเวลาว่างให้เธอได้ปลีกตัวไปแบบง่ายๆ และตอนนี้เธอก็กำลังนั่งคุยกันตามประสาพี่น้องอย่างน้องชายของเธอ...เซเมส ที่เลือกเส้นทางคล้ายๆกันกับเธอ นั้นคือการเลือกที่จะอยู่อังกฤษและหางานทำในอังกฤษ โดยรับหน้าที่รับช่วงต่อกิจการธุรกิจของบ้านต่อจากพ่อแม่ แต่ก็ยังอยู่ในช่วงฝึกเท่านั้นแหละ ยังไม่ได้เป็นผู้บริหารเต็มตัวซะเท่าไร

    “เสียดายจังที่พี่เลือกจะใช้นามสกุลของพี่เซดริกเขา”

    “ทำไงได้ ผู้หญิงนี่นะ แต่พี่ไม่ห่วงหรอก เพราะยังไงซะ...พี่ก็มีคนที่พอจะรับหน้าที่ที่จะสานต่อตระกูลได้ไม่มีความห่วงเลยทีเดียว”

    “งานช้างที่สุดในชีวิตของผมก็ว่าได้ ยากหรอกที่ผมจะหาผู้หญิงดีๆมาอยู่ข้างๆได้น่ะ ถ้าหากคนๆนั้นเหมือนพี่ก็ว่าไปอย่าง”

    “เอาเถอะน่า ถึงเวลามันก็จะมาเองแหละ เออ...พักนี้งานยุ่งสินะ คนที่บ้านละให้บ่นเชียวละ”

    “เพิ่งผ่านไปได้แค่เดือนเดียวเอง เริ่มงอแงแล้วงั้นเหรอ?

    “ก็...ใครใช้ให้นายตามใจหลานนักละ เอาเหอะ...เดี๋ยวพี่จะปรามๆเอง อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะได้ไปฮอกวอตส์แล้วด้วยเนี่ย”

    “ฉายแววตั้งแต่เด็กทันทีนี่นา แถมพี่ก็ไม่ยอมสอนซักเท่าไร ผมในฐานะน้ามันก็อดไม่ได้นี่นา”

    คนที่ทั้งสองกำลังพูดถึงอยู่ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนโปรดของตระกูลอลาวดิอุสที่เป็นทายาทลำดับชั้นใหม่ หรือก็คือลูกของเวเนเซียนั้นเอง เรียกได้ว่ากระชากใจและหลงความน่ารักจนโงหัวไม่ขึ้นทั้งตระกูลอลาวดิอุสเลยทีเดียว

    “แล้ว...จะพาไปซื้อของที่ตรอกไดแอกอนวันไหนละ ผมจะได้ไปด้วย จะได้ไปเจอหน้าแกให้หายคิดถึงทีเดียวเลย”

    “ก็น่าจะสองสามวันนี้แหละ ให้บอกมั้ย?

    “ไม่ละ ผมอยากจะเห็นหน้าเซอร์ไพร์สมากกว่า มันเหมือนเวลาพี่ตกใจดี...เห็นแล้วนึกถึงสมัยก่อนที่ผมยังเป็นแค่น้องชายตัวเล็กตามมองพี่ต้อยๆ”

    ก็เลยเป็นการตกลงกันตามประสาครอบครัวที่จะไปเลือกซื้ออุปกรณ์การเรียนในฮอกวอตส์ให้กับเด็กรุ่นใหม่อย่าง...เธอ

    “วาเลนเทีย...ไปเลือกไม้กายสิทธิ์ได้แล้วลูก”

    “ค่ะคุณแม่”

    เด็กหญิงวัยสิบกว่าปีที่น่ารักน่าชังเหมือนกับตุ๊กตา ผิวขาวเหมือนกับตุ๊กตากระเบื้องเนื้อเนียน ผมสีช็อกโกแลตเข้มดูเหมือนกับของหวาน ดวงตาโตกลมสีน้ำตาลเหมือนกับกวาง รอยยิ้มน่าเอ็นดูและน่ารักนั้นละลายหัวใจให้ใครๆที่ได้เห็นเป็นต้องหัวปักหัวปำ เรียกได้ว่าไม่แพ้กับคนเป็นแม่เลยทีเดียว ไม่สิ แทบจะเหมือนกันราวกับเคาะออกมาจากแม่พิมพ์ฉบับเดียวกันก็ว่าได้

    “เอาละ แม่จะรอตรงนี้นะ...”

    “ไหนว่าจะไปเลือกด้วยกันไงคะ? แล้ว...หนูจะเลือกได้ถูกไม้เหรอ?

    “ไม่หรอก ลูกไม่ได้เป็นคนเลือก แต่...ไม้นั้นแหละจะเป็นคนเลือกลูกเอง เชื่อแม่สิ”

    เด็กหญิงทำหน้าครุ่นคิดอยู่ตรงหน้าประตูร้านครู่หนึ่งและพยักหน้าพร้อมแล้วที่เข้าร้านไปอย่างที่แม่ของเธอกล่าวไว้

    “เอ่อ สวัสดี...ค่ะ”

    ทันทีที่เธอเข้าไปในร้านก็พบว่าเป็นร้านที่แปลกมากก็เพราะส่วนใหญ่แล้วร้านรวงร้านค้าโดยรอบนั้นต้องแออัดและคับคั่งไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของเช่นเดียวกันกับเธอ แต่กับร้านนี้นั้นกลับเงียบราวกับไม่มีคนอยู่ แต่ยังดีที่เธอเห็นว่ามีลูกค้ามาก่อนหน้าเธออยู่คนหนึ่งแล้วก็เลยโล่งใจว่าเธอไม่ได้เข้ามาผิดร้านหรือผิดเวลา

    จากมุมมองของเธอ เธอเห็นเพียงแค่รูปลักษณ์จากด้านหลังของเขาเท่านั้น

    เส้นผมสีบลอนด์ออกไปทางขาว ดูนิ่งและสุขุมในลักษณะชุดเนื้อดีและมาตรฐานสูง ดูก็รู้ว่าต้องเป็นบ้านมีที่ฐานะไม่ใช่เล็กๆ แต่เธอก็รู้สึกเฉยๆเพราะบ้านเธอเองก็รวย แต่ไม่แสดงออกต่อสายตาสังคมจนเกินไปก็เท่านั้นเอง

    “เอ่อ โทษนะ นายน่ะ...นายเองก็มาซื้อไม้กายสิทธิ์...ใช่มั้ย?

    “เธอก็ด้วย...เอ่อ...เหรอ”

    ทันทีที่สบตากัน ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นในหัวของทั้งสองคน คนหนึ่งมีท่าทีชะงักไปเล็กน้อย อีกคนก็นิ่งจนตาค้างไป

    โห...ตาสีเงินสวยจังเลย เข้ากันกับสีผมมากๆเลยด้วย

    “เอ่อ นี่...เธอเองก็มาเลือกซื้อไม้เหมือนกันเหรอ?

    “อ๊ะ ใช่ๆ แสดงว่านายเองก็จะไปเรียนฮอกวอตส์ในปีนี้สินะ งั้นเราก็เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันน่ะสิ”

    กลายเป็นว่าเพียงพูดไม่กี่ประโยค แต่ทันทีที่ต่างฝ่ายต่างก็รู้กันว่าอายุเท่ากันและมีจุดประสงค์ไปเรียนฮอกวอตส์ในเวลาเดียวกัน ก็เลยกลายเป็นการทำความรู้จักกันในทันทีอย่างไม่รู้ตัว

    แต่ในจังหวะนั่นเองที่กำลังคุยๆกันอยู่นั้น...

    ตึ้งงง

    เสียงบันไดไม้ที่เลื่อนไปมาซ้ายขวา จู่ๆก็โผล่มาและสร้างเสียงจนเด็กทั้งสองตกใจจนต้องหันไปมองเป็นตาเดียวกัน

    “...ช่างน่าคิดถึงนะ เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนเลย มันก็เหมือนกับเมื่อไม่กี่วันก่อนที่พ่อของเธอ และแม่ของเธอมาเลือกไม้จากที่นี่”

    ทำเอาเด็กทั้งสองมองหน้ากันอย่างงงๆเพราะไม่เข้าใจในคำพูดของคนที่น่าจะเป็นเจ้าของร้าน แต่ทั้งสองก็ทำได้เพียงเงียบๆและเก็บความสงสัยและงงงวยไว้ในใจเท่านั้น เพราะพวกเขายังเป็นแค่เด็กประกอบกับแม่ของเธอเองก็พูดอย่างมั่นใจว่าต้องมาร้านนี้และเธอต้องเข้ามาคนเดียว เธอเลยเลือกที่จะเก็บตัวสงบเสงี่ยมตามแบบฉบับการเป็นเด็กดีของเธอเอง

    หลังจากผ่านการลองไม้ไปเรื่อยหลายต่อหลายอัน จนเรียกได้ว่าขึนมากกว่านี้มีหวังร้านได้พังไปข้าง เพราะทั้งสองเลือกและลองใช้ไม้พร้อมๆกัน ร้านมันก็เลยเละเทะทั้งรอบด้านแบบครบสามร้อยหกสิบองศา พอได้ไม้ที่เหมาะสมและเป็นของตัวเอง เด็กทั้งสองก็ออกจากร้านมาอย่างไม่ติดขัดอะไร และทำการเตรียมที่จะแยกย้ายไปทางใครนั้นเอง

    “นาย...นายน่ะชื่ออะไรงั้นเหรอ? เรียกแต่นายๆ มันดูตะหงิดๆน่ะ ทั้งๆที่เราก็คุยกันหลายต่อหลายเรื่องในร้านนั้นน่ะ”

    แม้อีกฝ่ายจะดูทระนงและมีคลาส แต่กลับไม่แสดงท่าทีเมินหรือเชิด เขาหันกลับมาให้คำตอบแก่เธออย่างสุภาพและเป็นมิตรกับเธอ

    “ฉันสกอร์เปียส...สกอร์เปียส ไฮเปอเรียน มัลฟอย แล้วเธอละ?

    “ฉันวาเลนเทีย...วาเลนเทีย เวก้า ดิกเกอรี่ หวังว่าเราจะได้สนิทกันมากขึ้นนะ...สกอร์เปียส”

    และนั้น...คือการพบกันครั้งแรกและการเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ในฮอกวอตส์ ที่ไม่มีใครจะสามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในรั้วโรงเรียนเวทมนตร์ที่ดีเยี่ยมที่สุดในโลกเวทมนตร์แถบยุโรปแห่งนี้

 

-END-

&

-To Be Continues???-


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

305 ความคิดเห็น

  1. #305 FangkhaoSorndee (@FangkhaoSorndee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 22:28

    รุ่นลูกด้วยยยยยย
    #305
    0
  2. #302 เงียบเหงา-_- (@1234567891234569) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 19:22

    อยากได้ตอนพิเศษของเดรกกับเวนาเซียอ่าา

    #302
    0
  3. #301 Lyra_Selwyn (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 17:36

    ขอเถอะไรท์ แต่งรุ่นลูกให้ด้วยน้าาา
    #301
    0
  4. #300 0611375488 (@0611375488) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 17:20

    รุ่นลูกต้องมาเเล้วจังหวะนี้
    #300
    0
  5. วันที่ 25 มกราคม 2562 / 10:07

    อยากให้มีรุ่นลูกจริงๆ><

    #299
    0
  6. #298 Aum110440 (@Aum110440) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 09:05

    ภาครุ่นลูกต้องมาค่ะ!!!!
    #298
    0
  7. #296 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 05:30
    เรือรุ่นลูกต้องมา!
    #296
    0
  8. #295 klew_nj16 (@klew_nj16) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 22:46
    มีภาครุ่นลูกไหมค่ะ
    #295
    0
  9. #294 kollyloki (@kollyloki) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 21:52
    เรือกูล่มมมมมม
    #294
    0
  10. #293 ไอรัณย์ (@aumtamolwan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 07:44

    แต่งตอนพิเศษเวเนเซียกับเดรโกหน่อยยยย สงสารมากกก
    #293
    0
  11. #292 Lyra_Selwyn (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 07:33
    ถ้าคู่พ่อแม่ไม่ได้ ขอคู่ลูกเถอะนะไรท์
    #292
    0
  12. #291 Papaprincess (@Papaprincess) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 23:08
    เดรกดีมากๆเลย&#8203;แงงแอบเศร้านิดๆ&#8203; แต่เดรกคงรักมากๆเลยยอมถ้าจะให้เวเนเซียมีความสุข
    #291
    0
  13. #290 hoshijung (@fatin-creammy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 23:01
    ชิปพ่อแม่ไม่ได้ชิปลูกดีกว่า//เดี๋ยวเธอเรือเซดรอกไม่ใช่หรือไง//โดนลากกลับเรือ 555
    #290
    0