[Fic Harry Potter] 7th - Destiny of Dark & Fear [??xOC]

ตอนที่ 15 : Chapter XIII - The Final

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 110 ครั้ง
    5 ก.ค. 61


ก่อนเริ่มอ่าน...
สุดโค้ยยย!!
อยากบอกว่าคะแนนสูสีมากกกกก
ทำเอาไรต์แอบอึ้งเลยนะว่าสองเรือนี้ช่างสามัดคี
ที่จะบึ้ดจ้ำบึดได้พอๆกัน
แต่มันก็ต้องมีแพ้และชนะ...
มาเฉลยในมุมมองของไรต์ก่อน
สรุปคือ...คนเนี่ยแหละ ที่ไรต์วางแผนแต่เดิมว่าจะให้เป็นพระเอก
(ฮาๆๆๆๆ)
ไม่ต้องห่วงว่าอีกคนจะโดนเขี่ยหรือเปล่า
(โธ่ๆ ไม่หรอก ชายหนุ่มชายหล่อทั้งสอง ไรต์ย่อมไม่ทิ้งขว้างและให้ง่อยหยังกะหมาน้อยหรอก)
บอกแล้วไงว่าไรต์จะแบ่งเป็นรูท แต่ว่าตอนนี้คือตอบจบที่แท้ทรูที่ไรต์วางให้เป็นพระเอกของฟิคเรื่องนี้
ว่าแล้วก็ไปอ่านเลยเถอะ
ป.ล. คะแนนคือ 15 ต่อ 13 อ่านดูก็จะรู้เองว่าพระเอกคือใครกัน...

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




What if its allegiance was always to someone else?

- Harry Potter

 

    “ฉันถามว่า...เวเนเซียอยู่ที่ไหน?!!!!

    เสียงตะโกนกู่ร้องอย่างบ้าคลั่งราวกับแผ่นดินไหว บอกเลยว่าตอนนี้อารมณ์ของโวลเดอมอร์กำลังเดือดชนิดปุดๆ แบบที่ว่าใครหน้าไหนก็มาหยุดให้สงบลงไม่ได้ จะมีก็มีแค่เวเนเซียคนเดียวเท่านั้นแหละ

    “ดี...ทีแรกก็เจ้าสเนป มาตอนนี้ก็เป็นเวเนเซีย พวกแก...เลือกได้โง่มาก งั้น...ก็ตายๆไปให้หมดนั้นแหละ”

    นากินีเป็นตัวแรกที่ออกตัวเลื้อยพุ่งเข้าจู่โจม แต่ใครว่ามีแค่นากินีตัวเดียวที่เริ่มก่อน

    จู่ๆแฮร์รี่ที่ถูกแฮกริดอุ้มตัวอยู่ก็กลิ้งออกจากสองแขนของเขาและออกตัววิ่งพร้อมกับสาดคาถาโจมตีใส่ฝั่งสาวกอย่างไม่ปราณีและสนใจ แต่ที่น่าตกใจมากกว่าคือ...แฮร์รี่ยังไม่ตายได้ยังไงก็ในเมื่อ...เห็นๆอยู่ว่าโวลเดอมอร์เล่นประกาศออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจขนาดนั้นแล้วแบบนี้...ก็เหมือนกับทำให้เขาต้องเสียหน้าที่ไม่เป็นไปตามที่ประกาศไป

    เล่นทำเอาทั้งฝั่งของโวลเดอมอร์และฝั่งของตัวเองตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อไปตามๆกัน แต่ก็ชั่วครู่เดียวทุกคนก็กลับมาได้สติและเริ่มยกที่สองต่อจากศึกเมื่อคืนในทันที

    “ดูท่า..แฮร์รี่จะเริ่มสตาร์ทแล้ว งั้น...ตาฉันบ้างละกัน”

    เวเนเซียที่นั่งรอจังหวะอยู่บนไม้กวาดมานานก็เริ่มทำการเคลื่อนไหว เธอยังคงขี่ไม้กวาด ทว่ายังไม่ได้เคลื่อนที่ แต่สิ่งที่เธอทำคือการเริ่มเผยให้เห็นบางอย่างที่เธอนั้นเตรียมมาเป็นกระเป๋าตุง ร่องนิ้วทั้งสิบมีลูกกลมๆดูไม่ได้ดีเด่อะไร ทว่าอย่างที่รู้กันข้างนอกนั้นสุกใส แต่ข้างในน่ะ...ร้ายเหลือรับ ไม่ลังเลและไม่พลาดเป้าในการเลือกจุดที่เป็นเป้าหมายให้ลูกกลมในมือกระจายไปทั่วทิศจากฟ้าลงสู่ดิน เมื่อปล่อยแล้วก็ถึงคราวต้องขอแรงจากไม้กายสิทธิ์ที่จะโบกเสกให้มันติดชนวนพร้อมกันทุกลูก

    “...ปาร์ตี้ สตาร์ท”

    เป๊าะ!!

    เสียงดีดนิ้วราวกับเป็นตัวจุดชนวน แสงอาทิตย์ที่สาดลงมาทำให้เห็นใบหน้าของเวเนเซียเหมือนกับอยู่ในเงามืด ทว่ารอยยิ้มและเขี้ยวฟันสีขาวนั้นเผยให้เห็นชัดว่าเธอกำลังยิ้มอย่างสะใจและได้เปรียบอยู่

    ซู่...บรึ้มมม!!!

    ลูกกลมๆที่ถูกจุดชนวนเริ่มแผลงฤทธิ์ อย่างก้อนเล็กกลับเปลี่ยนร่างเป็นขนาดใหญ่โตในรูปลักษณ์ของสัตว์วิเศษเหมือนในครั้งที่เฟร็ดกับจอร์จแสดงไป ทว่านี่เป็นเวอร์ชั่นปรับปรุงและสร้างแบบฉบับของเธอ มันจึงร้ายกาจและรุนแรงกว่าที่สองแฝดเคยใช้กับอัมบริดจ์อย่างแน่นอน

    “ตอนนั้นยังแค่เบาะๆแล้วก็ไว้หน้าบ้าง แต่นี่...มันต้องเอาให้เกรียมกันไปข้าง!!

    อยู่เป็นฝูงแบบนั้นมันก็เหมือนกับการตายหมู่ละหว่า

    กองทัพทั้งสองฝ่ายแยกกันอยู่คนละด้าน ฝั่งของเธออยู่หน้าทางเข้าโรงเรียน  ส่วนฝ่ายโวลเดอมอร์ก็ยืนอยู่หน้าสะพาน มันก็เหมือนกับโยนระเบิดลงน้ำที่จะทำให้ปลาลอยขึ้นมาเป็นเบือ และไม่ผิดจากที่คาดเอาไว้ การกระทำของเวเนเซียทำให้อีกฝ่ายถูกตัดกำลังไปครึ่งหนึ่งเห็นจะได้

    “เอาละ ทีนี้ก็ได้เวลาลุยแล้ว ไม่ได้ขี่ไม้กวาดมาก็จะเกือบปี คงไม่ฝืดลงนะเรา แล้ว...ให้หนูไปส่งข้างล่างด้วยมั้ยคะ?

    ไม่วายที่เธอจะหันไปถามความสะดวกจากศจ.สเนป โดยเธอลืมไปแล้วเหรอว่าอีกฝ่ายคือศจ.สเนปผู้เหย่อหยิ่งและไม่ชอบขอความช่วยเหลือจากใคร แต่นั้นมันเมื่อก่อนแล้วที่เธอจะทำตัวเย็นชาและรังเกียจเขา เวลานี้ไม่อีกแล้ว

    “ฉันไปเองได้ขอบใจคุณมากคุณอลาวดิอุส”

    เฮ้อ ปากหนักอย่างเคย เอาเหอะ...อาจารย์แกก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่นะ จะให้มาเปลี่ยนมันก็ใช่ที่นี่นา

    “งั้น...ไว้จบเรื่องแล้ว หนูขอฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของศจ.ต่อได้มั้ยคะ? เห็นแบบเนี่ย...หนูนับถือศจ.ในด้านความสามารถมากๆเลยละค่ะ”

    “ไว้ฉันจะเก็บไว้พิจารณา ทีนี้...มีอะไรที่ต้องไปทำก้รีบไปซะ เสียเวลาของเราทั้งคู่ทั้งนั้น”

    วู่บบบ

    เมื่อสเนปว่าเธอมาดอกหนึ่ง เขาก็ก้าวเท้ากระโดดลงมาจากหอคอย โดยที่ร่างค่อยๆเปลี่ยนเป็นลำแสงไอควัน เหมือนอย่างที่เธอ มือปราบมาร หรือแม้แต่สาวกก็ทำได้ เพียงแค่ว่าของสเนปนั้นเป็นสีดำ

    “เอาเหอะ ปลงก็ปลง ได้ไม่ได้เดี๋ยวก็รู้เองแหละมั้งน่า คนที่ควรจจะเก็บเป็นรายแรกๆ เจอตัวละ!

    ฟิ้ววว!!

    ไม้กวาดที่ขี่โดยเธอนั้นเริ่มออกตัวพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วไม่แพ้กันกับที่ขี่ด้วยไฟร์โบลต์ เธอมุ่งหน้าเข้าไปในโรงเรียนโดยไม่สนใจว่าจะขี่ไม้กวาดเข้าไป เพราะยังไงเวลานี้ก็ไม่ต้องเกรงกลัวหรือเกรงใจต่อกฎระเบียบโรงเรียนอีกแล้ว ไม่นานเธอก็ไปถึงห้องโถงใหญ่ที่เคยเป็นห้องทานอาหาร และเจอเข้ากับเป้าหมายที่หมายตาเอาไว้ตั้งแต่เริ่มศึกนี้

    “...ซู่ดดด...เบลลาทริกซ์!!!

    เสียงตะโกนเรียกร้องความสนใจที่ดังแข่งกับความโกลาหล ทำให้หลายคนไม่ใช่น้อยที่ได้ยินต้องหันมามองเป็นตาเดียวกัน

    “เว...เวเนเซีย”

    “พี่เวเนเซีย...”

    เป็นภาพที่เห็นแล้วชวนกระตุ้นต่อมโมโหจริงๆที่เบลลาทริกซ์มีเซนส์แรงในการเลือกเป้าหมายที่จะฆ่าล้าง

    อ้อ เอ็งเล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับบ้านวิสลีย์เชียว งานนี้ไม่ได้ตายดีแน่ยัยเพิ้ง!

    เวเนเซียมุ่งหน้าเดินไปหาเบลลาทริกซ์ที่กำลังบ้าคลั่งหมายมั่นจะสังหารทุกคนที่อยู่ตรงหน้าของเจ้าหล่อน หรือก็คือทุกคนในบ้านวิสลีย์นั้นเอง

    “ไม่นึกเลยนะ...ว่าเธอคิดจะละเมิดสิ่งที่ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสไปครั้งในเวลาแค่...ไม่นานเลยนะ”

    “เฮอะ...แล้วไงนังเด็กบ้า แกบอกเองว่าไม่ให้ฉันฆ่า ไม่ให้ฉันทำลายจิตใจของพวกมัน แต่มันก็ยังมีวิธีอื่นอีกมากกว่าที่จะทำให้ฉัน...สนุกพอๆกันกับได้ฆ่า อีกอย่าง...ฆ่าเร็วไปมันก็หมดสนุก ไอ้ฉันน่ะ...มันชอบละเลียดทรมานอย่างช้าๆซะมากกว่า”

    “แหม...ก็ดีเหมือนกัน เพราะฉันเองก็...ชอบวิถีแบบนั้นเช่นกัน”

    ความหมายของเวเนเซียนั้นไม่ต้องอธิบายก็พอจะรู้ เมื่อพวกบ้านวิสลีย์เห็นเธอเริ่มวอร์มร่างไม่ว่าเก็บไม้กายสิทธิ์เข้ากระเป๋า หมุนข้อมือหรือแม้แต่คอ ไม่ต้องเดาหรือถามกันก็รู้ว่าเวเนเซียคิดจะใช้วิธีดั้งเดิมและเรียบง่ายแต่ร้ายกาจอย่างการอัดๆมันให้น่วมแน่ๆ แต่...

    !? คุณนายวิสลีย์”

    ไม่คาดเลยว่าคุณนายวิสลีย์จะยื่นแขนออกมาเป็นโล่ปกป้องไม่ให้เธอต้องเป็นคนลงแรงและเหนื่อยกับการรับมือกับเบลลาทริกซ์

    “หนูเหนื่อยและทำมามากพอแล้วละเวเนเซีย อีกอย่าง...นังบ้านี่มีเรื่องกับฉันเอง หนูไม่ต้องลดตัวมาจัดการมันหรอกจ๊ะ”

    คุณนายวิสลีย์ที่เป็นคนใจดีและอบอุ่นกลับใช้คำพูดที่ฟังแล้วรุนแรงไม่สมกับตัวเท่าไรออกมาแบบนี้ ทำเอาเธอแอบผงะไปไม่ใช่น้อย แต่อย่างน้อยเธอก็รับรู้ได้ว่าเบลลาทริกซ์พลาดแล้วที่มาหือกับบ้านนี้โดยสุ่มๆเอา

    “งั้น...ขอรบกวนด้วยนะค่ะคุณนายวิสลีย์ จินนี่...เธอโอเคมั้ย?

    “ค่ะ แค่...นิดหน่อยค่ะ”

    “ดี เฟร็ด จอร์จ...ฉันพอจะเข้าใจแล้วละว่ามันสนุกแค่ไหนมันสองปีก่อน น่าเสียดายแล้วก็เจ็บใจนะที่พวกพี่กันฉันไม่ให้มีเอี่ยวในเรื่องนี้น่ะ”

    เฟร็ดและจอร์จแอบอึ้งไม่ครู่ แต่ไม่นานทั้งคู่ก็ยิ้มกว้างเหมือนกับวันวานที่มีแต่บรรยากาศสนุกสนานและขำขันตามสไตส์เด็กจอมสร้างปัญหาสามสหายแห่งโรงเรียนฮอกวอตส์

    “กะแล้ว ดอกไม้ไฟ ไม่สิ...ระเบิดพวกนั้นฝีมือของเธอจริงๆด้วยสินะ”

    “อาห่ะ แค่ว่าดัดแปลงเพิ่มความเสี่ยงโดยการลอบแอบขโมยวิชาของเชมัสน่ะ ต้องบอกเลยว่าหมอนั่นมันอัจฉริยะในเรื่องระเบิดจริงๆ แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ตั้งใจก็ตามทีเหอะ ฮิๆ”

    “ทำไมเธอถึงต้องทำอะไรให้ยุ่งยากด้วยนะ”

    “นั้นสิ ก็แค่สร้างระเบิดไปเลยไม่เห็นต้องดัดแปลงจากดอกไม้ไฟของพวกเราให้เสียเวลาเป็นเท่าตัว”

    “ก็...อย่างน้อย...”

    เวเนเซียมองไปรอบๆที่ทุกคนกำลังพยายามสู้เป็นครั้งสุดท้าย

    “...อย่างน้อย ฉันก็อยากจะทำให้ทุกคนรู้ว่าพวกเราสามารถยิ้มต่อไปได้ แม้ว่าจะต้องเจอกับเรื่องร้ายๆและสูญเสียมากแค่ไหน อีกอย่าง...พวกดอกไม้ไฟพวกนั้นเป็นของจำพวกดินระเบิดสต๊อกสุดท้ายเท่าที่หาได้โรงเรียนแล้ว เอาละ...ในเมื่อเห็นว่าพวกพี่ปลอดภัย และ...ไม่ต้องห่วงว่าแม่นั่นจะทำร้ายใครได้แล้ว และ...อึ่ก!!

    จู่ๆเวเนเซียก็วู่บจนเกือบล้มไปเล็กน้อย ไม่บอกเธอก็รู้ว่าอาการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แม้มันจะชวนคลื่นเหียนนิดหน่อย แต่อย่างน้อยเธอก็คิดว่าอีกไม่นานเธอจะสามารถตัดพันธะทุกอย่างที่เธอนั้นถูกผูกและเลือกมาตั้งแต่เกิดเสียที

    “จัดการได้แล้วสินะ...เนวิลล์ สมกับเป็นนายจริงๆ ไม่เสียแรงเลยที่แฮร์รี่ฝากฝังให้นายเป็นคนจัดการ จินนี่...ดูแลทุกคนแทนฉันหน่อยนะ ฉันจะไปจบเรื่องพวกนี้ทั้งหมด แฮร์รี่เองก็คงกำลังรอฉันอยู่ก็ได้”

    เวเนเซียมุ่งหน้าสู่ภายนอกปราสาทด้วยความเร็วแม้ว่าจะเป็นลำพังแค่สองเท้าของเธอ แต่เธอก็วิ่งไปอย่างไม่ลดละหรือความเร็วตก เหมือนกับว่าพลังงานในตัวของเธอนั้นไม่มีวันหมดหรือลดลง

    “อยู่ที่ไหนกัน...”

    แม้จะพอมีวิธีที่พอจะรู้ได้ว่าโวลเดอมอร์ในตอนนี้อยู่ที่ไหน แต่เนื่องด้วยผนึกระหว่างเธอกับเขาเริ่มอ่อนลง หลังจากนากินีฮอกครักซ์ชิ้นสุดท้ายของเขาได้ถูกทำลายลงไปแล้ว เธอจึงไม่สามารถเชื่อมต่อกับโวลเดอมอร์ได้ง่ายเหมือนอย่างเมื่อก่อน ฉะนั้นแล้วเธอจึงต้องใช้วิธีกวาดสายตาและใช้สัญชาตญาณของนักล่าในตัวเธอแทน

    “...แฮร์รี่วิ่งไปทางนั้น ไม่สิ คนอย่างโวลเดอมอร์ย่อมไม่มีทางที่จะ...”

    วู่บบบ!

    ความหนาวและสะท้านไปทั่วทั้งตัวเหมือนกับมีลมเย็นๆพัดมาอยู่ด้านหลังของเธอวู่บใหญ่ แม้จะไม่ได้หันไปมองหรือแม้แต่จะเหลือบเหล่ แต่เธอก็รู้ดีว่าอะไร...มาอยู่ด้านหลังของเธอ

    “พูดปุบมาปับยักกะจุดธูปเลยนะ...โวล ไม่สิ ทอม...”

    เธอไม่แม้แต่จะกล้าขยับเพราะเกรงว่าจะกลายเป็นการเปิดช่องโอกาสให้โวลเดอมอร์ลงมือทำบางอย่างกับเธอ หรือก็คือ...สถานการณ์ในตอนนี้นั้นใครขยับก่อนคนนั้นก็คือผู้แพ้นั้นเอง

    “รู้มั้ย...ฉันให้ทุกอย่างกับเธอได้ ทุกอย่าง...แม้แต่สิ่งที่ฉันหวงแหนที่สุดและไม่แม้แต่จะให้สาวกที่วางใจได้ดูแลมัน ทำไม...ทำไมเธอถึงไม่เห็นความจริงใจของฉันละเวเนเซีย”

    “คนเราที่ใกล้ตายสินะ มักจะพูดเวิ่นเว้อกันเสียเรื่อยไป แม้แต่นายเอง...ก็กลัวงั้นเหรอ? ความตายน่ะ? ไม่ใช่ว่า...ความตายมันอยู่คู่กับนายงั้นหรอกเหรอ...ทอม ยอมรับชะตาซะเถอะ วันนี้...คือวันสุดท้ายของนายแล้ว และมันกำลังจะ...จบลงแล้ว”

    “ไม่มีวัน!!!

    ในที่สุดฝ่ายที่เริ่มขยับก่อนก็ไม่พ้นไปจากโวลเดอมอร์ อย่างว่าคนเราที่มาถึงจุดสิ้นหวังย่อมไม่ค่อยเหลือความนิ่งและสุขุมเจ้าคิดแผนการอีกแล้ว สองมือที่หมายมั่นจะจับกุมเธอกำลังวาดวงมาโอบร่างเธอเอาไว้ แต่ก่อนที่จะได้สัมผัสแม้จะเพียงแค่เศษเสี้ยวของชุดของเธอนั้นเอง

    “สตูเปฟาย!!!

    กลับมีอัศวินขี่ม้าขาวเหมือนในเทพนิยายปรากฏตัวขึ้นเพื่อปกป้องเธอ แต่มันออกจะเป็น...อัศวินที่ไม่มีใครคาดคิดก็ตามทีเถอะ

    “...เซเมส? มาที่นี่ทำไม?! เข้าไปข้างในเดี๋ยวนี้เลย นี่ไม่ใช่เรื่องที่น้องต้องมาร่วมด้วย! ตรงนี้เป็นหน้าที่ของ...”

    “ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ใช่เด็กๆ จริงอยู่ว่าผมเป็นแค่น้องชาย อายุน้อยกว่า และไม่ได้เก่งเท่าพี่ แต่...ไม่มีน้องคนไหนอยากเห็นพี่สาวของตัวเองต้องเกือบเสียท่าในสถานการณ์คับขันหรอกนะ!!

    เจ้าน้องชายบ้า...โธ่เอ๊ย เซดริกนะเซดริก ทำไมนายปล่อยให้น้องชายฉันมาง่ายๆเอาแบบนี้เนี่ย แต่ก็...เท่ไม่เบาเลยนะ โตแล้วจริงๆด้วยสิ...น้องชายของฉัน

    โวลเดอมอร์ที่ถูกเซเมสใช้คาถาไปก็ถอยร่นไปเล็กน้อย แต่มันก็เป็นจังหวะให้เธอวิ่งเข้าไปหาน้องชายของตัวเองและกอดเขาเอาไว้ด้วยความเป็นห่วงและภูมิใจในตัวของเขา

    “...ช่างน่าเกลียด น่าสะอิดสะเอียน...”

    เสียงที่ลอยมาก่อนใครแม้จะห่างไปหลายเมตร แต่มันก็สร้างความครั่นครามราวกับอยู่ใกล้เพียงแค่ไม่กี่นิ้ว น้ำเสียงอันแหบและแห้งอันเป็นเอกลักษณ์ของโวลเดอมอร์นั้นไม่มีความโอนอ่อนเหมือนอย่างที่เขาเพิ่งพูดกับเธอเลยแม้แต่น้อย เธอเลยรู้ว่านี้คือคำพูดที่เขามอบให้กับเซเมสแน่ๆ

    สองพี่น้องตั้งท่าไม้กายสิทธิ์เพื่อเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์ แม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าไม้ของเธอและไม้ของโวลเดอมอร์นั้นเป็นเหมือนพี่น้องกันจึงไม่อาจห่ำหั่นกันได้ แต่อย่างน้อย...ขอให้เธอได้ใช้ป้องกันก็ยังดี

    “แม้ว่าแกจะมีสายเลือดของเวโรนิก้า หรือเป็นน้องชายของเวเนเซีย แต่แก...ก็ดัน...ทำให้ฉันนึกถึงเจ้ามักเกิ้ลผิวเหลืองนั้นเสียได้!!!

    ผิวเหลืองย่อมหมายความถึงคนเอเชีย คนเดียวที่เธอนึกออกก็คือปู่ของเธอ ชายผู้เป็นคู่ปรับคัวฉกาจที่สุดที่ไม่อาจลบหายไปจากความแค้นของโวลเดอมอร์ได้

    “ทำไม...แม้ว่าฉันจะฆ่ามันไปแล้ว ตับลมหายใจมันไปแล้ว แต่ทำไม!! ทำไมมันยังตามมาขัดขวางฉันอยู่เรื่อยไปนัก!!

    คงเป็นเพราะเซเมสนั้นมีเค้าโครงใบหน้าไปทางปู่มากสุด บวกกับเป็นเด็กผู้ชาย จึงไม่แปลกที่โวลเดอมอร์จะนึกเห็นใบหน้าทับซ้อนของปู่ที่เซเมสขึ้นมาได้

    “ไม่เป็นไร...ต่อให้แกขึ้นมาจากหลุมได้ ฉันก็ส่งแกกลับลงไปได้!!

    แสงสีเขียวที่เธอนั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังเปล่งแสงออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์ของโวลเดอมอร์ เธอรู้โดยไม่ต้องได้ยินเสียงคาถาที่เปล่งออกมาจากปากของโวลเดอมอร์ด้วยซ้ำ แต่เธอก็รู้ว่ามันคือคำสาปพิฆาตที่ร้ายแรงและเธอเองก็เคยรู้รสของมันมาก่อน

    แต่ครั้งนี้ต่างกันก็ตรงที่...เธอไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว ฉะนั้นเธอต้องระวังตัวให้มากในการป้องกันต้านทานคาถาๆนี้ ซึ่งเธอก็รู้ดีอย่างไรเธอก็ต้องปลอดภัย เพราะว่า...

    เปรี๊ยงง!!

    แสงสีฟ้าจากปลายไม้กายสิทธิ์ของเธอพวยพุ่งออกมาคล้ายๆกันกับของโวลเดอมอร์ สองแสงสองสีปะทะกันจนเกิดเป็นเสียงเสียดสีชวนระเบิดก้องไปทั่วทั้งหัว และจบลงที่ทั้งสองฝ่ายกระเด็นไปด้านหลังพร้อมกับแสงที่หายวับไป

    เวเนเซียที่ยังอ่อนเยาว์กว่าและอึดเหมือนอย่างเคย แม้ว่าจะมีเซเมสอยู่ด้านหลังเธอก็ไม่ยั่นกลับมาตั้งหลักได้เร็วและมั่นคงอีกครั้ง

    “ทอม! นายลืมไปแล้วเหรอ...ให้ตายยังไง...นายก็ไม่มีทางชนะฉันได้ เพราะอะไรรู้มั้ย?...ไม้ของนายมันทำร้ายฉันไม่ได้ และแม้ว่าของฉันเองก็ทำร้ายนายไม่ได้ แต่...อย่างน้อยมันก็ดีกว่าที่จะให้นาย...ทำตามใจ ฉันไม่มีทาง...ยอมให้นายทำร้ายน้องฉัน เหมือนอย่างที่นายทำกับปู่เป็นอันขาด!

    “ฮึๆ งั้นก็หมายความว่า...ทั้งเธอและแฮร์รี่ ก็ทำอะไรฉันไม่ได้ยังไงละ?!

    “คิดแบบนั้นจริงๆเหรอ? ใช่มั้ย...แฮร์รี่”

    แฮร์รี่ที่ปรากฏผ่านเข้ามาร่วมด้วยจากม่านไอควันของฝุ่นที่ฟุ้งไปทั่วนั้นถือไม้กายสิทธิ์สีดำสนิทที่โวลเดอมอร์ไม่คุ้นตาเอาไว้

    “ทีนี้...มาดูกันว่าใครเป็นต่อนายกัน...ทอม นาย...หรือว่าพวกฉัน”

    สร้างความวิตกและจนมุมอย่างถึงที่สุดของจอมมารจริงๆ เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าไม้ในมือของแฮร์รี่นั้นไม่ใช่ไม้พี่น้องด้วยกันกับเขา แต่เป็นไม้ของใครไม่รู้ แต่ให้ตายยังไง...เขาก็ไม่มีวันจะมาหยุดลงตรงนี้ ราวกับมียังคงมีความลับบางอย่างแอบซ่อนเอาไว้ก็ว่าได้

    “เยี่ยม...พวกแกชนะ แต่ว่า...จะมั่นใจได้ไงว่า ไม้นั้นจะสามารถเอาชนะฉันได้ จริงมั้ย...เวเนเซีย”

    ความหมายของโวลเดอมอร์ก็คือเขานั้นมีพลังมากกว่าแฮร์รี่ แม้ว่าจะอ่อนแรงลงจากการสูญเสียฮอกครักซ์ไปทั้งหมดแล้ว แต่ด้วยความเจนจัดโลกที่ผ่านมาย่อมมีพลังสูงกว่าพวกเธอทั้งสองที่เป็นเพียงแค่ชายหญิงอายุสิบเจ็ดสิบแปดเท่านั้น แต่คิดหรือว่ามันจะเป็นแบบที่โวลเดอมอร์คาดการณ์เอาไว้ ทั้งๆที่เวเนเซียนั้นมั่นอกมั่นใจว่าอย่างไรซะวันนี้ก็จะเป็นวันที่ทุกอย่างยุติลงเสียที

    “เซเมส...พวกสาวก...”

    เซเมสที่เป็นเหมือนกับตาหลังให้กับเวเนเซียโดยเขาหลบอยู่ด้านหลังเธอนั้นทำหน้าที่สอดส่องและสังเกตโดยรอบให้

    “หายไปหมดแล้ว ไม่หนี...ก็คงถูกจัดการแล้วครับพี่”

    “เยี่ยม...พอแล้วสำหรับการเก็บเงียบและอุบเอาไว้จนจะเสียสุขภาพ”

    ไม้ตายของเวเนเซียกำลังถูกงัดออกมา สร้างความสงสัยจนโวลเดอมอร์นั้นอดจะหยุดและสังเกตไม่ได้ว่าเธอคิดจะทำอะไรถึงได้พูดอะไรแปลกๆแบบนั้นออกมา

    เธอหมุนมือหนึ่งรอบทำให้แหวนบนนิ้วกลับคืนเป็นไม้เท้าสีดำที่ดูคุ้นตาและวิจิตร แต่ทีเด็ดไม่ได้อยู่ที่ไม้เท้า แต่เป็นภายในต่างหาก

    แกร๊กกก

    ด้ามจับของไม้เท้าที่มีวัสดุจากเงินชั้นดีถูกดึงออกเหมือนกับดึงจุกคอร์กขวดไวน์ จากนั้นเธอก็เทบางอย่างออกมาจากไม้เท้า เผยให้เห็นไม้กายสิทธิ์ที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้เป็นความลับราวกับมันอันตรธานหายไปจากโลกนี้เมื่อปีที่ผ่านมา

    ไม้เอลเดอร์...ไม้กายสิทธิ์ที่ทรงพลังและมีพลานุภาพทำลายล้างสูงที่สุดในบรรดาไม้กายสิทธิ์ทั้งหมดทั้งมวล

    “เธอ...มัน...มันอยู่ที่...เธอ...”

    โวลเดอมอร์อึ้งและตกใจจนคำพูดที่กล่าวออกมานั้นสั่นและตะกุกตะกัก บ่งบอกเลยว่าเขาไม่คิดไม่ฝันและคาดไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่เขานั้นตามหามันจนแทบจะพลิกแผ่นดินนั้นเคยอยู่ใกล้แค่เอื้อมแท้ๆ เมื่อครั้งที่เขาอยู่กับเธอในคฤหาสน์มัลฟอย

    “ไม่นึกเลยละสิ น่าเสียดายนะ ความหวังอยู่ใกล้แค่เอื้อมแท้ๆ”

    เอาจริงๆตอนแรกเธอก็แอบกังวลและวิตกมากหากใครบางคนในเหล่าสาวกสืบสาวมาได้ แต่พอมาตอนนี้กลับรู้สึกโล่งใจและสะใจเหมือนได้เห็นหนูติดจั่นที่วิ่งหาสิ่งของที่ไร้เบาะแสอย่างเอาเป็นเอาตาย

    โวลเดอมอร์เกรี้ยวกราดจนไม่อาจเก็บใบหน้าแสนดีและใจดีต่อหน้าเธอได้อีกแล้ว เขาโกรธและโมโหจนขาดสติและการคิดอย่างไม่ลังเลหรือทบทวนว่าคนที่เขาสาดคำสาปไปหานั้นเป็นเวเนเซีย

    แต่นั้น...เป็นก้าวแรกของศึกสุดท้ายที่สุดของเวลานี้แล้ว ทันทีที่เขาเริ่มโจมตีออกมา

    ฝั่งเธอที่มีไม้กายสิทธิ์อย่างไม้เอลเดอร์และแฮร์รี่ที่มีไม้ของเดรโกอยู่นั้นย่อมไม่มีปัญหาที่การโจมตีในครั้งนี้จะไม่เกิดการหักล้างเนื่องด้วยเป็นไม้พี่น้องกัน การโจมตีในครั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน

    ไม้ที่พลานุภาพที่สุดในโลกเวทมนตร์ย่อมสามารถปัดป้องและทะลวงคาถาของโวลเดอมอร์ได้ ทำให้ไม้ในมือของเขาหลุดมือและกระเด็นไปด้านหลัง ส่วนแฮร์รี่ก็ฉวยจังหวะไม่ให้เสียโอกาสโดยการจัดการโวลเดอมอร์ด้วยพลังของเขาเอง

    ร่างของโวลเดอมอร์ที่โดนคาถาของแฮร์รี่นั้นดูอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด เวเนเซียเห็นว่าโวลเดอมอร์นั้นไม่มีพิษสงหรือความร้ายกาจที่จะมาทำอะไรเธอได้นั้นก็เมตตาเขาโดยการเดินเข้าไปหาเขาเป็นครั้งสุดท้าย

    ถือเสียว่าทำบุญให้กับนายก่อนจะตายก็แล้วกันนะทอม

    “ทำไม...ทำไมถึง...ไม่ใช่ว่าเธอ...เกลียด กลัวฉันหรอกเหรอ?

    “เกลียด...ใช่ กลัว...ใช่ แต่ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เพราะว่านายทำตัวของนายเองทอม ไม่คิดเหรอ...ถ้าหากนายไม่เลือกเดินเส้นทางนี้...นายจะมีชีวิตไปในทางไหน ไม่แน่...นายอาจจะไม่ต้องมาจบลงแบบนี้ก็ได้ บ้านฉันมีความเชื่อในชาติหน้า ก็...หวังว่าชาติหน้าของนาย เราจะได้เจอกันและนายก็คงจะเป็นคนดีนะ”

    โวลเดอมอร์ที่หยิ่งทะนงและไร้น้ำตา บัดนี้ดวงตาทั้งสองข้างของเขาเริ่มเอ้อล้นไปด้วยน้ำตาราวกับชดเชยน้ำตาทั้งชีวิตที่เหือดแห้งและไม่ปรากฎสู่ภายนอก ราวกับได้สำนึกและเห็นแสงสว่างอีกครั้ง เหมือนเมื่อครั้งที่เขาได้พบกับเวโรนิก้าที่เป็นดั่งแสงอาทิตย์ในความมืดมิดของเขาตั้งแต่เด็กๆ

    “...เวโรนิก้า”

    คำพูดสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมดลมหายใจและปิดตำนานชายผู้ไม่มีวันตายอยู่นั่นเอง เวเนเซียก็เริ่มรำพึงถึงย่าของเธอ ที่เป็นเหมือนกับจุดเริ่มต้นทุกสิ่งทุกอย่างในเวลานี้

    “...คุณย่า หนู...หนูทำได้แล้วนะ ปู่...คงมองหนูอยู่สินะ ปู่ไม่ต้องห่วงอีกแล้วละ เพราะว่า...”

    การเดินทางอันยาวนานที่สุดในชีวิตของเธอที่ทั้งอันตรายเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ในที่สุดก็มาถึงจุดสิ้นสุดเสียที ไม้ในมือของเธอลู่อยู่ข้างลำตัว บ่งบอกว่าเธอนั้นเหนื่อยและหมดแรงที่พยายามฝืนเค้นมาทั้งหมดแล้ว

    ----------------------------------------------------------------------------

    --------------------------------------------------

    Cedric’s

    ทว่า...

    ตุ้บ!!

    ใครจะนึกว่าโวลเดอมอร์ที่ล้มลงไปแล้วยังคงใช้ดวงตามองไปที่ร่างของเวเนเซียไม่ละสายตา ทำให้เขาเห็นทุกอย่างตั้งแต่ต้นว่าเธอที่ยืนอยู่ดีๆกลับล้มลงด้วยสีหน้าเจ็บปวดเหมือนกับไม่ทันตั้งตัว เหมือนกับครั้งที่เธอเป็นหมาป่าเมื่อหลายปีก่อน

    “...เวเนเซีย?!

    แฮร์รี่ที่ยังมีเรี่ยวแรงที่สุดเริ่มก้มตัวลงพยุงเธอขึ้นพร้อมกับเช็คอาการว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ทั้งๆที่โวลเดอมอร์นั้นก็ไร้ซึ่งพลังจะทำร้ายเธอ ไม่สิ แม้แต่จะทำร้ายเขาก็คงไม่มีวันคิดที่จะทำ

    “พี่! พี่เป็นอะไร?! พี่เป็นอะไรครับพี่แฮร์รี่?!

    “ไม่...ไม่ๆ ทำไมเธอถึงไม่หายใจละ ไม่ๆ”

    คำตอบเผยให้แฮร์รี่ได้รู้เมื่อเขาได้ยินเสียงหัวเราะแกมทรมานดังก้องขึ้นมาจากด้านหลัง

    “ฮ่ะฮะๆๆๆๆ!! สมน้ำหน้า นังเด็กครึ่ง อ่อก!! พันธุ์!! สมควรแล้ว! สาสมแล้ว!! บังอาจทำกับนายท่านแบบนี้! ยังเด็กโง่เง่า!! อึ่ก!!!

    เบลาทริกซ์ที่กำลังหัวเราะสะใจและบ้าคลั่งนั่นเป็นผู้ลงมือทำกับเวเนเซีย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าหล่อนทำอะไรกับเวเนเซีย คนไร้สติและไร้มนุษยธรรมพรรค์นั้นย่อมมีแต่ความมืดมิดทั้งจิตใจและการกระทำ

    “แกฆ่าเธอ!!

    คนอื่นๆที่เริ่มมาสมทบมาได้ยินคำพูดของแฮร์รี่ และได้เห็นเวเนเซียที่ไร้การเคลื่อนไหวในการดูแลของแฮร์รี่ บวกกับความบ้าคลั่งดีใจลิงโลดของเบลลาทริกซ์ก็เริ่มมีความโกรธและยั้งใจไม่อยู่แล้วที่จะใจเย็นไม่จัดการเบลลาทริกซ์ที่อยู่ตรงหน้า แต่...

    “ค่อก!!....”

    เบลลาทริกซ์กระอักเลือดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะล้มลงไปนอนกับพื้นราวกับทนความทรมานไม่ไหว และไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนไหวจากการหายใจแม้แต่น้อย

    ทั่วทั้งบริเวณมีเพียงแฮร์รี่และเซเมสที่ได้เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนรอบตัวของทั้งสอง

    โวลเดอมอร์ได้สลายหายไปราวกับฝุ่นผงหลงเหลือไว้เพียงเสื้อผ้าสีดำพร้อมๆกันกับจังหวะที่เวเนเซียล้มลงทว่ามันคือการล้มที่ไร้ซึ่งพลังชีวิตเหลือในตัว หรือก็คือ...ตายไปพร้อมกับโวลเดอมอร์ โดยฝีมือของเบลลาทริกซ์ที่เมื่อครู่มีเรี่ยวมีแรงมาหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและสะใจที่ได้ทำลายคนที่หล่อนนั้นจงเกลียดจงชังที่สุด ที่อาจหาญทำหลายอย่าง ไม่ว่าจะทำร้ายหล่อนด้วยฝีมือ หรือแม้แต่แย่งชิงสิ่งที่หล่อนนั้นรักและลุ่มหลงที่สุดในชีวิตนี้ มาตอนนี้หล่อนเองก็จากไปท่ามกลางความไม่เข้าใจถึงสาเหตุที่หล่อนหมดลมหายใจ

    “เกิด...เกิดอะไรขึ้น...”

    มักกอนนากัลที่อยู่ใกล้ที่สุดและมีสติมากที่สุดค่อยๆเข้าไปใกล้เบลลาทริกซ์อย่างระมัดระวังเพื่อตรวจสอบดู ก็พบว่า...มีร่องรอยแผลเป็นเป็นลวดลายราวกับถูกบรรจงสร้างขึ้น มันคือหลักฐานของการปฎิฏาณไม่คืนคำที่ได้ทำกับเวเนเซียในครั้งนั้น นี้จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมหล่อนถึงได้ตายทันทีที่เวเนเซียล้มลง

    “หล่อนตายแล้ว...เพราะผิดคำปฏิฎาณ อย่างน้อยเราก็มั่นใจว่าหล่อนไม่มีทางลุกขึ้นมาทำร้ายใครได้อีกแล้ว แต่...แฮร์รี่ ส่งเวเนเซียมาให้ฉันเถอะ...”

    “ไม่! เธอเป็นเพื่อนผม เธออยู่ข้างๆผมแท้ๆ แต่ผมกลับ...แล้วผมจะมีหน้าไปพบเซดริกได้ยังไง?

    พูดถึงก็มาทันใด เซดริกมีอาการกระหืดกระหอบ เนื่องจากวิ่งมาตลอดทาง เขาพยายามแหวกฝูงชนและเมื่อได้เห็นเวเนเซียที่นอนไร้การตอบสนองในแขนของแฮร์รี่ก็ไม่รอช้าที่จะรีบปรี่เข้าไปและเอาตัวเธอมาจากแฮร์รี่

    “ไม่ๆ อีกแล้วงั้นเหรอ? เธอจะฟื้นขึ้นมาอีกใช่มั้ย? เวเนเซีย...เหมือนครั้งนั้นไง ที่เธอฟื้นขึ้นมาได้ เธอทำได้สิ...ได้โปรดเถอะ คาดมงคลเธอ...เธอต้องมีสิ”

    เซดริกเริ่มพูดไปเรื่อยเหมือนกับคนไร้สติ น้ำเสียงเศร้าสร้อยทว่าแฝงไปด้วยความหวังที่ยังไงก็ไม่เห็นหนทางว่าจะเกิดขึ้น

    แทนที่สงครามที่ควรจะเป็นจุดสิ้นสุดและมีบรรยากาศฉลองชัยในชัยชนะ กลับกลายเป็นอึมครึมเนื่องด้วยต้องสูญเสียคนสำคัญและเป็นที่นรักของหลายๆคนไปอย่างไม่อย่างจะเหลือเชื่อ ทั้งๆที่พวกเขาทั้งหมดก็เพิ่งจะคุยกับเธอเพียงแค่หลัดๆ อีกทั้งเจ้าตัวยังสัญญาด้วยซ้ำว่าหลังจากจบเรื่อง เธอจะ...

    ไม่ว่าจะเป็นเฟร็ดกับจอร์จ เนวิลล์ หรือหลายๆคนที่เคารพและสนิทสนมกับเธอ

    และในช่วงของวันนั้นเอง ทุกคนก็ยังคงมีความโศกเศร้าภายในใจกัน เพียงแค่ไม่กล้าหรือแม้แต่อยากจะปริปากออกมา เพราะยังไม่มีใครทำใจได้ ส่วนร่างของเวเนเซียถูกพาไปยังที่ที่เธอมักชอบที่จะปลีกตัวมาพัก หนึ่งในสถานที่โปรดและสงบของเธอ...ผืนหญ้าที่เห็นได้จากหน้าต่างหอฮัฟเฟิลพัฟ โดยเซดริกเป็นคนเดียวที่ขอที่จะอยู่กับร่างไร้วิญญาณของเวเนเซียตามลำพัง

    “สวยนะ...แม้มันจะ...มีสภาพต่างจากเมื่อก่อนในทางลบ แต่ฉันยังจำได้นะ...ภาพวาดของเธอที่ให้กับฉันตอนนั้น มันทำให้ฉันนึกภาพของที่นี่ได้...ผืนหญ้าเขียวขจี แสงแดดอุ่นๆ ท้องฟ้าที่พัดสายลมมาพร้อมกับการร่ายรำของดอกแดนดิไลออน แต่จะดีกว่านี้...ถ้าหากเธอ...ถ้าหากเธอลืมตาขึ้นมามองที่นี่เหมือนกับที่ฉันกำลังมอง”

    เซดริกหลับตาและซุกใบหน้าที่กำลังนองไปด้วยน้ำตาเข้าสู่ร่างของเวเนเซียที่อยู่ในอ้อมอกของเขา ด้วยความรู้สึกที่โดดเดี่ยวและอ้างว้างเหลือเกินสำหรับเขาที่อยู่ในโลกปราศจากจากเธอ

    และเขาก็จมจ่อมมองทุกส่วนของร่างกายเธอราวกับพยายามจะนึกถึงเธอในช่วงเวลาที่ยิ้มให้เขา หัวเราะกับเขา สัมผัสไออุ่นและจูบแสนหวานที่เขานั้นนึกถึงและโหยหาทุกครั้งที่ท้อแท้

    ----------------------------------------------------------------------------

    -------------------------------------------------

    ในแสงสว่างจ้า ราวกับโลกนี้มีเพียงสีขาว กลับมีร่างสีตัดกับสถานที่แห่งนี้ยืนอยู่ มีร่างไม่สูงไม่เล็กกำลังยืนนิ่งไม่ไหวติง กระทั่งพอเริ่มมีการขยับ สายตาเป็นสิ่งแรกที่มีการเคลื่อนไหว แววตาเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ สิ่งที่เธอทำถัดมาคือการมองสถานที่แห่งนี้ไปโดยรอบราวกับพยายามหาคำตอบว่าที่นี่คือที่ไหน แล้วเหตุใดเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้

    “สงสัยอยู่สินะ น่าตกใจนะ...ที่เห็นเธอมาอยู่ที่นี่ได้น่ะ”

    “...เสียงนี่มัน”

    เสียงของชายที่อยู่ในวัยน่าจะชรา ทว่ากลับเต็มไปด้วยพลังและอบอุ่นและคุ้นเคยในหูของเธอ เธอจึงไม่รอช้าที่จะหันไปมองเขา

    “ศจ....ดัมเบิลดอร์?! ที่นี่...หรือว่าหนูจะ...หนูตายแล้วงั้นเหรอคะ?

    “นั่นสินะ...ก็เธอเล่นโดนคำสาปพิฆาตขนาดนั้น ก็ไม่แปลกหรอกที่จะเป็นอย่างที่เธอว่า...”

    “จริงเหรอ...ฮ่ะๆ ตลกนะค่ะ”

    ดัมเบิลดอร์เลิกคิ้วกับคำพูดของเวเนเซียเมื่อครู่ เพราะเขาไม่นึกเลยว่าเธอจะมีการตอบรับกลับเป็นแบบนี้

    “ตลกงั้นเหรอ? ช่วยบอกเหตุผลฉันได้มั้ย...ทำไม...เธอถึงได้คิดว่ามัน...ตลก?

    “ก็...ผจญเหตุเสี่ยงตายมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่เริ่มแล้วนี่ค่ะ ตั้งแต่หนูได้ก้าวเข้าสู่โลกเวทมนตร์แห่งนี้ ทุกปีก็เผชิญมานับไม่ถ้วน แต่กลับ...มาตายเอาตอนจบแบบนี้ อีกอย่าง...มันเหมือนกับหนูตายซ้ำตายซากเยี่ยงเกมมาริโอ้เก็บเห็ดก็ไม่ปาน โทษค่ะ ที่พูดแปลกๆ มันเป็น เอ่อ ของพวกมักเกิ้ลน่ะค่ะ”

    ดัมเบิลดอร์เปิดปากร้องอ้อแบบไม่มีเสียงและเริ่มให้เวเนเซียพูดต่ออย่างมีมารยาทของผู้ฟังที่ดี

    “ก็เลย...รู้สึกตลกกับตัวเองที่เหมือนกับมาตกม้าตายเอาตอนจบ เท่านี้ละค่ะ”

    “เธอดูไม่กลัวเลยนะที่รู้ตัวว่าตายน่ะ...”

    “...ก็คนมันเคยตายมาครั้ง อีกอย่าง...มาฟูมฟายตีอกชกลมมันก็เท่านั้น สู้ปลงและทำใจ เพื่อเอาสติและความใจเย็นมาแก้ปัญหาที่จะมาในข้างหน้าน่าจะดีกว่า”

    “และปัญหาของเธอก็คือ...”

    “คือหนูไม่เข้าใจว่า...ทำไมถึงเป็นที่นี่ ไม่สิ ไม่ใช่ว่าตายแล้วก็จะ...แบบ...ตายงั้นหรอกเหรอค่ะ หรือว่าของอังกฤษเป็นแบบนี้ แปลกนะค่ะ ทั้งๆที่โลกกลมแท้ๆ”

    ความหมายของเธอคือโลกกลมและใบเดียวกัน แต่กลับมีความเชื่อเรื่องนรกสวรรค์ต่างกัน รวมไปถึงที่นี่

    “และอีกอย่า...ศจ.หมายความว่ายังไงเหรอค่ะที่พูดว่า...ตกใจที่เห็นหนูอยู่ที่นี่ หรือว่า...ก่อนหน้าหนูจะ...”

    “ยังเฉลียวฉลาดและฉับไวไม่มีเปลี่ยนเลยนะ ถูก...ก่อนหน้าเธอมีคนเคยมาที่นี่ คนที่ผ่านความตายมาครั้งเหมือนกับเธอ...เมื่อหมาดๆ”

    ดัมเบิลดอร์ขยิบตาให้กับเธอข้างหนึ่งเป็นการใบ้ ซึ่งเธอเองก็รู้ทันทีว่าคนที่เขาพูดถึงคือใคร

    “แฮร์รี่สินะค่ะ แล้ว...ทำไมเขาถึงได้...”

    “ฮอกครักซ์...เป็นสิ่งที่พาเขามาที่นี่ ฮอกครักซ์ที่ไม่มีใครรู้ถึงการมีของมัน แม้แต่ตัวเจ้าของเอง”

    “แฮร์รี่จะไปมีฮอกครักซ์ได้ยังไงค่ะ ถ้วยถูกทำลายไปแล้ว รัดเกล้าก็ด้วย งูก็ไม่มีเอี่ยวกับแฮร์รี่ ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้หรอกค่ะ”

    “งั้นเหรอ แล้วถ้าหาก...คิดในมุมนี้ละ ความบังเอิญ...คิดว่าไง?

    ความบังเอิญ บังเอิญเหรอ การสร้างฮอกครักซ์คือการฉีกส่วนหนึ่งของวิญญาณตนเองและพร้อมกับสังเวยวิญญาณใครก็ได้เป็นการแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียม ใครก็ได้...หรือว่า!?

    เวเนเซียที่เงียบและครุ่นคิดอยู่คนเดียวนั้นเริ่มมีสีหน้าเปลี่ยนไป จากนิ่งคิดกลายเป็นตะลึงและเหลือเชื่อ ทำให้ดัมเบิลดอร์เห็นแล้วก็อดจะยิ้มไม่ได้ที่ได้เห็นว่าเธอนั้นเป็นเด็กฉลาดและสามารถพบคำตอบได้โดยที่ตัวเขานั้นไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ

    “แม่ของ...แฮร์รี่...คือวิญญาณที่ทอมใช้...”

    “น่าจะใช่ เพราะงั้นแล้ว...ทำให้แฮร์รี่กลายเป็นฮอกครักซ์แบบไม่รู้ตัว ซึ่ง...ความไม่รู้ตัวนั้นก็ทำให้เป็นฮอกครักซ์ที่ไม่ได้...ทรงพลังและยากที่จะทำลาย จึงไม่แปลกที่มันจะกลายเป็นเหมือนกับอะไรนะ บ้านของเธอน่าจะเรียกว่า...อ้อ ใช่...ตัวตายตัวแทน โดยวิธีง่ายๆที่ไม่ต้องใช้ของวิเศษอย่างดาบของกริฟฟินดอร์”

    “นั้นคือเหตุผลที่ว่าทำไมแฮร์รี่รอดกลับมาได้ แม้ว่าทอมจะเข้าใจว่าเขาตายไปแล้ว แต่หนูไม่เข้าใจอย่าง...แล้วทำไม หนูถึงมาที่นี่ละ จะบอกว่าหนูเองก็เป็นฮอกครักซ์เหรอ?

    “ไม่ถูก...และไม่เชิงซะทีเดียว”

    อะ เอาแหล่ววว ตูนี้มีความลับเยอะขิงๆ ทำไมต้องเป็นตูคนเดียวฟ่ะ?!

    “ฉันเองก็เพิ่งจะมาเข้าใจ...ก็ตอนที่เห็นเธอมาอยู่ที่นี่ ลองสำรวจตัวเองสิว่ามีอะไรเปลี่ยนไปหรือเปล่า?

    “เปลี่ยน...อืม ขอเวลาซักครู่นะค่ะ”

    เวเนเซียเริ่มสำรวจทุกซอกทุกมุมของตัวเอง ถึงขั้นเลิกคอเสื้อตัวเองเพื่อดูข้างในลำตัวโดยลืมไปเสียสนิทว่าเป็นสาวเป็นแส้แต่มาทำแบบนี้ต่อหน้าผู้ใหญ่แถมเป็นผู้ชายมันไม่เหมาะไม่ควร แต่ทำไงได้ละ...ก็เธอทำไปแล้ว

    “อืม...เอ๊ะ?! หายไป...หายไปไหนแล้วละ?

    บางอย่างบนตัวเธอหายไป แต่ยังไม่ทันจะได้ถาม ดัมเบิลดอร์ก็ชี้นิ้วผอมๆของเขาให้เธอได้เห็น เด็กชายที่กำลังประคองหินสีเขียวใสเหมือนกับมณีขนาดสองฝ่ามืออย่างทะนุถนอม ทว่าเด็กชายคนนี้ทำให้เธอนั้นระวังตัวและระแวงไม่ใช่น้อย เพราะเขาคือ...ทอม ริดเดิ้ลในวัยเด็กนั้นเอง

    “ทำไม...”

    “อย่างน้อยก็ให้เวลาเขาหน่อยเถอะ ถือเสียว่า...ให้เขาได้มีความสุขซักเล็กน้อยก็ยังดี ไปเถอะ...ไม่ต้องกลัว”

    ดัมเบิลดอร์ไม่ขยับไปไหนจากจุดเดิมเพราะเขาไม่อยากจะรบกวน จึงทำเพียงแค่อยู่กับที่และคอยเฝ้ามองเท่านั้น

    “เอ่อ ทอม...ทำไม...”

    “ร่างนี้คงเป็นร่างที่เธอน่าจะไม่กลัวฉันมากที่สุด”

    เอาร่างเด็กมาแต่หากเนื้อในเป็นแบบเดิมตูก็โกยอ้าวไปหลบหลังศจ.ดัมเบิลดอร์อยู่ดีแหละน่า แต่...ดูจากแววตาแล้วก็สีหน้าแล้ว ไม่เหมือนทุกทีแฮะ

    “...เอ่อ...นายเป็นฮอกครักซ์ที่อยู่กับฉันมาแต่เด็กสินะ”

    “ถูกต้อง...แต่เอาจากใจจริงฉันไม่ได้คิดให้เป็นแบบเดียวกันกับของชิ้นอื่นๆ”

    “หมายความว่าไง?

    “แม้ตัวไม่อยู่ แต่อย่างน้อยขอให้เศษเสี้ยวของฉันได้อยู่เคียงข้าง แม้จะไม่อาจรับรู้หรือสัมผัสได้อย่างแท้จริงก็ตาม”

    “เพราะงั้น...นายถึงได้ให้ฮอกครักซ์ฉันมาตั้งแต่เด็ก สร้อยข้อมือเส้นนั้น”

    สร้อยข้อมือสีเงินแวววาวและประดับไปด้วยหินสีเขียวและสีน้ำเงิน สีเขียว...ที่เหมือนกับหินในมือของทอมที่ยังไม่มีการเจียระไน

    “ถูก...ฉันบรรจงสร้างโดยยึดรูปลักษณ์ของเวโรนิก้าเป็นหลัก เงินที่ผสมด้วยไม้ยิว ไม้ตัวแทนของฉัน พร้อมกับ...หินนี้ ที่มีเศษเสี้ยววิญญาณของฉันอยู่”

    ทอมยกหินในมือขึ้นสูงนิดๆเพื่อแสดงให้เวเนเซียได้เห็นว่าสิ่งที่ประดับเป็นจุดๆเล็กๆน่ารักนั่นมีตนกำหนดมาจากหินก้อนเพียวๆในมือของเขา

    “สีเขียวแทนตัวนาย ส่วนสีฟ้า...แทนคุณย่า ที่อยู่บ้านเรเวนคลอสินะ”

    “ใช่...ตามนั้น ตอนแรกฉันก็กะว่าจะใช้ฮอกครักซ์ชิ้นนี้...เป็นทางออกสุดท้ายที่จะกลับไปอีกครั้ง แต่...พอได้เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตอนนั้นแล้ว...ฉันกลับโล่งใจจริงๆที่มอบฮอกครักซ์ให้เธอได้ติดตัวเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ให้เธอไว้ด้วยจุดประสงค์แบบนั้นน่ะนะ”

    ความหมายของโวลเดอมอร์ก็คือเขากะจะคืนชีพอีกครั้งโดยใช้ฮอกครักซ์ชิ้นนี้เป็นสื่อกลาง แต่เขากลับคิดใหม่เมื่อได้เห็นว่าเบลลาทริกซ์ทำอะไรกับเวเนเซียไป เขาจึงไม่รู้สึกเสียดายว่าตัวเองจะไม่สามารถคืนชีพได้แล้วก็ตาม แต่มันก็คุ้มแล้วที่แลกสิ่งนี้ให้แก่เวเนเซียไว้ได้

    เหมือนกับได้เห็นความอ่อนโยนและมุมมองให้ของเขาในสายตาของเธอ ทำให้เธออดจะพูดบางอย่างที่ไม่อาจอุบเอาไว้ได้ออกมา

    “ถ้าหากนายเป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก...ย่าก็คงจะ...ตอบรับนาย”

    “ใช่...ฉันก็คิดแบบนั้น อย่างว่าแหละ...ฉันทำไปเพราะตัวฉันเองล้วนๆ เหมือนอย่างที่เวโรนิก้าให้โอกาสฉันมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ฉันก็ไม่ฟัง...สมควรแล้วละ สาสมแล้ว...”

    และนั้นคือคำพูดสุดท้ายที่แท้จริงของโวลเดอมอร์ หรือทอม ริดเดิ้ล ที่เวเนเซียจะได้ฟัง และร่างของเขาก็สลายหายไปราวกับมีลมพัดพาไป

    “...ดูท่าเขาคงจะหมดห่วงแล้วละ ทีนี้ มาตาของเธอบ้างนะ เวเนเซีย...”

    “เอ่อ ค่ะ แล้วหนูจะ...เอ่อ....”

    “โตๆแล้ว คงไม่ต้องให้ฉันไปส่ง ใช่มั้ย? ฮึๆ มันก็คงถึงเวลาของฉันแล้วเหมือนกันละนะ โชคดี...เวเนเซีย”

    ดัมเบิลดอร์หันหลังและเดินมุ่งหน้าไปอย่างไร้จุดหมาย และค่อยๆหายลับไปราวกับกลมกลืนไปกับสีขาวของสถานที่แห่งนี้

    ส่วนเธอหันรีหันขวางมองไปยังทิศของดัมเบิลดอร์ และทิศตรงข้ามอย่างชั่งใจ จนสุดท้ายก็เหลือได้ว่าเธอเลือกที่จะเดินไปในทางตรงข้าม ด้วยความเข้าใจว่าคนเป็นและคนตายให้ตายเช่นไรก็ไม่อาจเดินไปในเส้นทางเดียวกันได้ ซึ่งผลลัพธ์ในการเลือกเส้นทางเดินทางนี้ก็คือ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 110 ครั้ง

304 ความคิดเห็น

  1. #271 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 02:01
    ทอมToT
    #271
    0
  2. #235 lGiannA (@chayanann12) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 22:50
    ทอมมม คนดีวินาทีสุดท้ายจริงๆ ;-; //.แอบโหวงๆที่เรื่องนี้จะจบแล้ว ;-;
    #235
    0
  3. #234 ท่านอากิระ ! (@kiraakira) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 22:34
    โอเคทอมพระเอก เปลี่ยนใจเร็วเกิน !! // เซดริกกกกกกก ฮืออออออออ
    #234
    0
  4. #233 岭飞 (@Potae-kamui) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 22:29
    อ้าวเฮ้ยยยยยยย
    #233
    1
    • #233-1 岭飞 (@Potae-kamui) (จากตอนที่ 15)
      5 กรกฎาคม 2561 / 22:30
      ไวเนอะ ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรก ตามอ่านทุกตอน
      #233-1
  5. #232 Ayase Mayuri (@sunmaaum2004) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 22:27

    เฮ้ย! ทอม บทเยอะเกินไปแล้วป่ะตอนนี้ รู้สึกสงสารทอมอ่ะ ยิ่งอ่านยิ่งอินยิ่งน้ำตาตกเป็นแม่น้ำคงคา

    #232
    0