[Fic Harry Potter] 7th - Destiny of Dark & Fear [??xOC]

ตอนที่ 11 : Chapter X - Time to Return and get even

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    19 พ.ค. 61




“They are supposed to be out of bed you blithering idiot.”

- Minerva McGonagall

 

    “หลับสบายดีนะ?

    “ค่ะ ต้องขอบคุณแล้วก็...ลำบากคุณมากเลยละค่ะ ที่เสี่ยงช่วยหนูและเพื่อนๆจากเมื่อคืน”

    “เป็นธรรมดา...แล้ว อยากจะให้ฉันช่วยอะไรเหรอ ถึงได้...เสี่ยงมาถึงที่นี่”

    “เข้าประเด็นตรงๆ หนูอยากกลับเข้าไปในฮอกวอตส์”

    “เหตุผล...”

    คำสนทนาของทั้งคู่สร้างความตรึงเครียดแก่ผู้นั่งรอฟังอย่างทั้งสาม เพราะถึงแม้ว่าชายตรงหน้าจะเป็นถึงน้องชายสายเลือดเดียวกันกับศจ.ดัมเบิลดอร์ ทว่าเขากลับมีลักษณะที่ต่างกัน ไม่ได้ยิ้มแย้มและดูใจดี ไม่ได้ช่างพูดและเจรจา เห็นได้จากคำพูดแต่ละคำที่กล่าวออกมาอย่าง...ไม่ยินดียินร้ายที่จะให้ความร่วมมือกับการขอร้องของเวเนเซีย

    แต่เวเนเซียไม่คิดแบบนั้น เพราะเธอเข้าใจและรู้จักเขามากกว่าเพื่อนทั้งสามของเธอนัก

    “เพราะมันมีสิ่งที่จะสามารถจบเรื่องในตอนนี้ได้ ทุกอย่าง...จะกลับมาเป็นเหมือนกับเมื่อก่อน จริงอยู่ว่าเขาไม่มีจุดอ่อน แต่...คนเราย่อมต้องมีเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีผู้วิเศษคนไหนอยู่ค้ำฟ้าได้ แม้แต่ศจ.ดัมเบิลดอร์ เพราะงั้น...หนูต้องกลับเข้าไปในโรงเรียน...และต้องเร็วที่สุดด้วย”

    น้ำเสียงและแววตาที่เด็ดเดี่ยวทำให้เขาไร้ข้อกังขาหรือโต้แย้งเธอ บวกกับเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าเวเนเซียไม่ใช่เด็กที่จะเพ้อฝันและทำไปโดยไม่มีเหตุมีผล เขาจึงตอบรับและรับปากจะช่วยเหลือพวกเธอ แต่ต้องไม่ใช่ในเวลานี้

    “ต้องรอให้เป็นตอนกลางคืน ฮอกวอตส์ในตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากคุกย่อมๆ คุก...สำหรับเด็กนักเรียน”

    “ขอบคุณมากค่ะ ถ้ายังไงพวกเราจะแอบอยู่ในห้องนะค่ะ”

    “อืม...แล้วฉันจะไปตามพวกเธออีกที...เมื่อเวลามันมาถึง อ้อ ถ้ายังไง...ฉันยังมีเรื่องอยากจะคุยกับเธออีกเยอะแยะเลย เกี่ยวกับ...ความเชื่อของบ้านเกิดของเธอ”

    อาเบอร์ฟอร์ธได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวหลักธรรมและความเชื่อในบ้านเกิดของเวเนเซีย ก็รู้สึกเหมือนกับได้เยี่ยวยาจิตใจที่สูญเสีย ก็เหมือนกับรับในรสพระธรรมจนทำให้จิตใจสงบและมองโลกในแง่ดีก็ว่าได้

    วันนั้นทั้งวันทั้งสี่ก็ได้แต่อยู่อย่างเงียบๆในห้องแบบนั้น ยังดีที่ยังพอมีสถานที่ที่ทำให้พวกเขาได้ยืดเส้นยืดสายและปลดปล่อยความตรึงเครียดที่ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆและจำกัดการส่งเสียง...กระเป๋าวิเศษของเวเนเซียนั่นเอง

    “เอาจริงๆนะ ฉันว่า...ฉันชักจะเริ่มเพลินกับการอยู่ในกระเป๋าของเธอซะแล้วสิ”

    “นั้นสิ ทั้งปลอดภัย เก็บเสียง แถม...มีอะไรน่าสนุกให้ดูแล้วก็ทำเยอะแยะเลย”

    เรื่องน่าสนุกย่อมไม่พ้นไปจากการลองฝึกใช้คาถาในนี้ บวกกับได้มองเหล่าสัตว์วิเศษจำนวนนิดหน่อยที่เวเนเซียดูแลอยู่ เช่น บัคบีค ฟอกซ์ พิสุทธิ์ และคริกกี้ ยังไม่รวมบางตัวที่หาได้ยากเนื่องจากนิวท์บ้างส่งมาให้เธอรับช่วงดูแลต่อ

    “ว่าไปนั่น เออ...นี่ พวกนายคิดยังไงกันบ้างเหรอ ถ้าหาก...เราทำสำเร็จน่ะ”

    “เธอหมายถึง...”

    “ก็แบบ โลกกลับมาเป็นแบบเดิม ไม่มี...เขา พวกนายคิดจะทำอะไรกันต่อ”

    “นั่นสินะ ก็คงจะ...กลับไปเรียนต่อ”

    เวเนเซียที่ชักชวนพูดเรื่องในแง่บวก เพื่อจะได้ไม่รู้สึกเครียดเกินกับสิ่งที่พวกเธอต้องไปทำในอีกไม่ช้านี้ แต่เฮอร์ไมโอนี่กลับทำให้ทุกอย่างดรอปและร่วงฮวบไปอยู่บรรยากาศชวนหน่ายจิตหน่ายใจ

    “ถามจริง เรียนต่อเนี่ยนะ เหอะๆ แต่ก็คงจริงแหละ เพราะยังไง...พวกเราก็ยังเป็นเด็กเรียนไม่จบดีนี่เนอะ แค่ปีนี้ปีเดียวเองแท้ๆเลยเชียว ดันมาเกิดเรื่องซะได้”

    “น่าๆ มันเป็นหลักความเป็นจริงนี่นารอน แต่ถ้าปัดเรื่องนั้นทิ้งไป พวกนายเลือกหรือยังว่าจะไปในเส้นทางไหนต่อน่ะ”

    “...มือปราบมาร นั่นละเป้าหมายของฉัน ฉันจะตั้งหน้าเป็นมือปราบมารให้ได้ นายละรอน”

    แฮร์รี่ที่ตั้งปณิธานเอาไว้แน่วแน่ให้คำตอบกับพวกเธออย่างมั่นใจและฉะฉาน

    “นั่นสินะ เอาตรงๆ ฉันเทียบไม่ติดกับพวกพี่ชายฉันทุกคน ก็คง...ทำในสิ่งที่ฉันถนัดแล้วก็...ไม่ซ้ำซากเหมือนกับพวกพี่ชายละมั้ง ไม่แน่ว่า...ฉันอาจจะร่วมหัวแฮร์รี่ไปจนเป็นผู้ใหญ่เลยก็ได้”

    รอนบอกด้วยความเหนื่อยใจและแอบท้อนิดๆ เนื่องจากพวกพี่ชายของเขาล้วนแล้วแต่สร้างผลงานอันน่าทึ่งไว้ให้เขาได้เห็นและรู้สึกว่าตนเองด้อย นี่จึงเป็นเหมือนกับก้าวแรกที่เขาจะแสดงให้ครอบครัวได้รู้ว่าเขานั้นเติบโตมากขึ้นแล้ว

    “แล้วเธอละเวเนเซีย เธอคิดจะทำอะไรต่อ”

    “ก็คง...เดินทางละมั้ง”

    “เอ๋? เดินทาง...หมายถึงกลับบ้านน่ะเหรอ?

    “เปล่า ไม่ใช่ทำนองนั้น ตอนแรกฉันก็ลังเลอยู่ไม่หยอกว่าจะอยู่ทำงานที่นี่ในฐานะมือปราบมารดีมั้ย แต่ก็...พอได้มาลองเดินทางเปิดกว้างจากที่ผ่านๆมา มันคงจะสนุกน่าดู...แค่ไม่เอาแบบสถานการณ์ในตอนนี้นะที่พวกเราต้องมาหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้น่ะ”

    ทางเลือกที่ชี้นำจากการสอบเมื่อปีก่อนของเธอทำให้เธอสามารถเลือกเดินไปได้หลายเส้นทางจนเธอเองก็เริ่มจะสับสนว่าควรจะไปเส้นทางไหนดี เพราะมันก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ถนัดและชอบที่จะทำ แต่...มาตอนนี้เธอเริ่มจะรู้ตัวเองแล้วว่าควรจะเริ่มจากสิ่งไหนเป็นอย่างแรกดี

    ก๊อกๆ

    เสียงเคาะจากด้านบนทำให้ทั้งสี่หันไปมองเป็นตาเดียวกัน พวกเธอจึงรู้แล้วว่ามันสมควรแก่เวลาในการพักและสบายใจแล้ว

    อาเบอร์ฟอร์ธแนะนำเส้นทางลับให้โดยมันอยู่ด้านหลังของภาพน้องสาวของเขาเอง มันเป็นเส้นทางที่ไม่มีใครรู้นอกจากศจ.ดัมเบิลดอร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่มันยังไม่ถูกปิดตายเอาไว้ และคนที่มารับพวกเธอ...

    “เนวิลล์!! ให้ตายเหอะ โคตรคิดถึงนายเลย แต่ว่านายดู...”

    เวเนเซียที่ไม่ได้เจอนายลูกศิษย์หมายเลขหนึ่งเป็นเวลานานจนเป็นปีอดจะตกใจในสภาพที่เปลี่ยนไปของเขาไม่ได้

    ใบหน้าที่มักจะอ่อนน้อมต่อคนและดูสะอาดสะอ้าน มาตอนนี้กลับดูโชกโชนราวกับผ่านสังเวียนมานักต่อนัก เห็นได้จากหางคิ้วที่ยังคงเป็นแผลไม่หายสนิทอยู่

    “มันเกิดอะไรขึ้นกับนายเนวิลล์”

    “ฮอกวอตส์ถูกพวกผู้เสพความตายปกครอง ไม่น่าแปลกที่มันจะมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในฮอกวอตส์ ทุกคนในโรงเรียนต้องศิโรราบ แล้วเธอก็รู้ถึงนิสัยของพวกเราอย่างเด็กบ้านกริฟฟินดอร์”

    “นายก็เลย....งัดกับพวกนั้น พวกเด็กบ้านสลิธีริน”

    “ใช่ ต้องขอบใจเธอด้วยซ้ำเวเนเซีย เพราะเธอ...ฉันถึงเอาตัวรอดและป้องกันตัวได้ขนาดนี้ ไม่อยากจะนึกเลยว่าหากไม่ได้เธอมาสอนเมื่อสองปีก่อน...ฉันจะอยู่ในสภาพหนักกว่าขนาดไหนกัน”

    เนวิลล์แทบจะดีใจจนเก็บเสียงไม่อยู่ที่ได้กลับมาเจอหน้าเวเนเซียอีกครั้ง ซ้ำยังเล่าเรื่องราวและวีรกรรมต่างๆที่เขาได้เจอและรับมือในฮอกวอตส์ตลอดปีที่ผ่านมา

    “นาย...โตขึ้นมาเลยนะเนวิลล์ ทำเอาฉันจำหน้านายในสมัยปีหนึ่งไม่ออกเลยทีเดียว เด็กขี้ขลาดที่หวาดกลัว...กลายเป็นคนสู้คนเป็นซะแล้วเหรอเนี่ย”

    “เธอจะแปลกใจไม่หมดแค่นั้น...”

    ครึ่กกก

    “พวกนาย...ดูสิว่าฉันพาใครมา”

    เนสิลล์ส่งเสียงบอกแก่ใครที่อยู่สุดปลายทางของทางเดินลับนี้ ก็พบว่าเหล่าแล้วแต่เป็นเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ทั้งนั้น

    “นั้นแฮร์รี่...แล้วก็...เวเนเซียด้วย”

    “พวกเขายังปลอดภัยดีอยู่...”

    เป็นเหมือนกับความหวังที่มาเยือนยังความเงียบเหงาและซึมเศร้าของเหล่าเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ ทั้งสี่ที่เป็นที่เล่าลือและข่าวใหญ่ไปทั่วทั้งโลกเวทมนตร์ จึงไม่น่าแปลกที่พวกเธอทั้งสี่จะเปรียบเป็นเหมือนกับความหวังในสายตาของทุกๆคนได้

    แต่สายตาของเวเนเซียตามหาคนๆหนึ่งเป็นอันดับแรก ซึ่งไม่พ้นไปจากน้องชายของเธอเอง

    “พี่ครับ!

    เสียงที่คุ้นหูมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางที่เวเนเซียจะไม่รู้ว่านั้นเป็นเสียงของน้องชายตัวเอง เมื่อเธอเห็นน้องชายของตนก็ไม่รอช้าที่จะกระโดดลงจากหลังรูปภาพเพื่อเข้าไปกอดน้องชายที่เธอกังวลและห่วงมาตลอดเวลา

    “เซเมส น้องยังปลอดภัยจริงๆด้วย”

    “ฮะ ว่าแต่...พี่รู้ได้ไงว่าผมปลอดภัยดีน่ะ”

    “เรื่องนี้ค่อยอธิบายทีหลัง ขอพี่ดูหน่อยว่าน้องไม่มีแผลหรือร่องรอยอะไรแน่นะ”

    “พี่...พี่ลืมไปแล้วเหรอว่าผมเรียนมาจากครูสำนักไหนน่ะ พี่เรียนยังไงอะไร ผมย่อมตามติดพี่เป็นปาท่องโก๋ ไม่เว้นแม้แต่มาเรียนที่โรงเรียนนี่อย่างที่พี่เห็น”

    “ใช่ รู้มั้ยว่าเซเมสเองก็เป็นแนวหน้าคอยสอนการสู้และรับมือกับอีกฝ่ายเหมือนกันกับเนวิลล์เลยละ”

    หลังจากพูดคุยกันตามสัพเพเหระพอสมควรแล้ว ก็ถึงแก่เวลาที่ต้องเข้าหัวข้อหนักอย่างรายละเอียดที่ว่าทำไมพวกเธอทั้งสี่ที่เป็นที่หมายหัวโดยเฉพาะตัวเวเนเซียถึงได้กล้าบ้าบิ่นและเสี่ยงมาที่ฮอกวอตส์กัน

    แต่ยังไม่ทันจะได้เริ่มอธิบายดี ก็มีเสียงประกาศไปทั่วทั้งโรงเรียนให้ไปรวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่

    “ในเวลาแบบนี้เนี่ยนะ หรือว่า...”

    รอนเอ่ยออกมาด้วยความกังวลและคิดในใจว่าคงไม่ใช่ในสิ่งที่เข้าคิดจนแสดงออกมาให้เห็นจากสีหน้า

    “ไม่ผิดจากที่นายเดาเอาไว้ในใจหรอกรอน อาจารย์ใหญ่รู้แล้วแหละว่าพวกเรามาที่นี่แล้ว”

    เวเนเซียกลับไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีหน้าไปเป็นกังวลเช่นเดียวกันกับรอน หรือทุกคนในหอกริฟฟินดอร์ เพราะเธอนั้นเจออะไรที่มันชวนหยุดหายใจมามากพอแล้ว กะอีแค่เรื่องนี้...เธอไม่รู้สึกรู้สาหรือต้องกังวลให้เหนื่อยจิตหรอก

    “เธอมีแผนงั้นเหรอ?

    แฮร์รี่ที่มักจะเป็นร่วมคิดแผนและจับมือเดินไปพร้อมกับเธอมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะตอนปีหนึ่งที่ได้เผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์เป็นครั้งแรก ปีสองที่ไม่แคร์ว่าใครจะนึกเกลียดหรือกีดกันพวกเขา เพราะเข้าใจว่าเป็นทายาทของสลิธีริน ทั้งๆที่ไม่ใช่ ปีสามที่ช่วยกันวางแผนและแก้ไขสถานการณ์ต่างๆแม้ว่าจะเกือบจนมุมหลายต่อหลายครั้ง ปีสี่ที่เคยเผชิญหน้าและหนีตายจากเงื้อมมือของโวลเดอมอร์ ปีห้าที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขฝ่าสายตานับร้อยรับพันที่มองมาสายตานึกรังเกียจเพราะหาว่าเป็นพวกลวงโลก ปีหกที่ร่วมมือกันทำภารกิจลับที่ไม่อยากแพร่งพรายให้ใครรู้ได้ ตอนนี้แฮร์รี่วางใจและฝากฝังทุกอย่างให้เวเนเซียเป็นคนคิดแผนการทุกอย่าง เพราะเขาเชื่อว่า อย่างไรเวเนเซียย่อมมีความคิดความอ่านที่เกินจะคาดเดาได้ แม้แต่กับพวกเดียวกันเองก็ตาม

    “ใช่ และฉันก็เบื่อเต็มทนแล้วที่ต้องมาหลบๆซ่อนๆแบบนี้ ในเมื่อมันใกล้จะจบแล้ว ทำไมเราต้องกังวลและแอบซ่อนกันละ”

    จริงอย่างที่เวเนเซียว่า เท่าที่แฮร์รี่นึกออก ตอนนี้ฮอกครักซ์ของโวลเดอมอร์เหลือเพียงสามชิ้น และหนึ่งในนั้นก็อยู่ในการถือครองของพวกเขาเอง ซ้ำแล้วใต้ดินของโรงเรียนก็มีอาวุธที่สามารถใช้การแทนดาบกริฟฟินดอร์ได้ แถมยังไม่ได้มีแค่หนึ่ง แต่มีจนเรียกได้ว่าเหลือใช้ แล้วทำไม...เขาต้องกลัวด้วยกัน ในเมื่อขนาดเวเนเซียยังไม่กลัวเลย

    “ลองได้นายอยู่กับคนที่พร่ำบอกว่าเป็นแม่ยอดขมองอิ่ม คงจะเข้าใจแล้วละว่าจากกลัวและเกรง กลายเป็นนึกเกลียดแล้วฮึดขึ้นสู้ได้ไง”

    แฮร์รี่ได้ยินดังนั้นก็อดจะยิ้มและหัวเราะออกมาในความกล้าของเวเนเซียไม่ได้

    เวลาไม่คอยท่า ขืนช้าไปมากกว่านี้ หอกริฟฟินดอร์จะเป็นที่น่าสงสัย ทั้งสี่รับเสื้อคลุมกริฟฟินดอร์มาจากเด็กร่วมหอด้วยกัน เพื่อที่พวกตนจะได้แฝงกายร่วมเดินขบวนไปพร้อมกับทุกคนโดยไม่ให้เป็นจุดสังเกต

    “เอาจริงๆนะ ใจจริงอยากจะควักเอาไฟร์โบลต์ออกมาสร้างความครึกครื้นแทนที่ความอึมครึม ให้เหมือนอย่างตอนที่เฟร็ดกับจอร์จทำอยู่หรอกนะ แต่...มันจะออกแนวเสี่ยงเกินไปในเวลาแบบนี้”

    “สมกับเป็นเธอไม่มีเปลี่ยน เวลาน่าสิ่วหน้าขวานยังสามารถคิดแผนชวนอมยิ้มได้แบบเนี่ย เธอพูดแล้วเห็นภาพเลย ถ้าหากทำจริง ฉันคงเฮลั่นและร่วมสนุกไปด้วยแน่ๆเลย”

    “ใช่มั้ยละ...เห็นเงี้ย ฉันก็สร้างของเล่นอย่างดอกไม้ไฟเป็นนะเออ ต่อให้เฟร็ดกับจอร์จไม่ได้ส่งมาให้ ฉันก็ทำเล่นแก้ขัดได้ย่ะ”

    เมื่อขบวนเรียงแถวของเด็กแต่ละหอไปถึงห้องโถงใหญ่ จนครบทุกคน หอนอนไม่มีร่างของเด็กนักเรียนหลงเหลืออยู่ แม้แต่เหล่าคราจารย์เองก็ต้องลงมาร่วมด้วย

    “...ฉันรู้นะ ว่าพวกเธอซักคน...ทำการละเมิดบางอย่าง”

    อาจารย์ใหญ่คนปัจจุบันเริ่มทำการสอบสวนด้วยคำพูดที่มันจะแอบแฝงด้วยความนัยให้ผู้ฟังได้ตีความกันเอาเอง...ศจ.สเนป

    ในสายตาของแฮร์รี่ เขาคือศัตรูหมายเลขหนึ่งของเขา เพราะเขา...เป้นคนที่ทำให้ศจ.ดัมเบิลดอร์ตาย แต่ไม่ใช่กับเวเนเซีย เธอยังติดใจคิดว่าศจ.สเนป ไม่มีทางทำอะไรแบบนี้โดยไม่มีเหตุผลแน่ๆ ยิ่งบอกว่าเพราะเขาเป้นพวกของผู้เสพความตาย มันยิ่งน่าแปลกใหญ่ แต่เธอก็ได้แค่สันนิษฐานและเข้าใจในความคิดของเธอเท่านั้น

    “...จะสารภาพ หรือจะให้มีคนต้องรับโทษ ที่เกินกว่าจะคาดเดาได้”

    “......”

    เสียงเงียบราวกับไม่รู้เรื่องและไม่แม้แต่จะมีความคิดที่จะบอกทำให้สเนปจำต้องเล่นไม้แข็ง

    “หรือต้องให้ฉันลงมือจริงๆ...คิดเหรอว่าฉันจะไม่กล้าน่ะ”

    “ก็รู้อยู่หรอกว่ากล้า แต่ก็ไม่เห็นต้องมาคาดคั้นเอาในรูปแบบนี้ก็ได้นี่นา ศจ.สเนป”

    สุ้มเสียงที่ฉะฉานและไม่นึกเกรงกลัวมาพร้อมกับการปรากฎร่างออกมาจากฝูงขนนักเรียน ทำให้ทุกคนนอกจากเด็กบ้านกริฟฟินดอร์ฮือฮาในการปรากฎตัวของเธอ

    “สวัสดีค่ะศจ.สเนป”

    “...ยังมีมารยาทเหมือนเช่นเคยคุณอลาวดิอุส ไม่เหมือนกับใครบางคน...ที่ยังหดหัวซ่อนตัวเหมือนกับใส่กระโปรงผู้หญิง”

    “แหม อย่าพูดแบบนั้นสิค่ะ เรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นต้องยกพวกตีกันเป็นแก๊งก็ได้มั้ง หนึ่งต่อหนึ่งมันจะแฟร์มากกว่าการหมาหมู่นะค่ะ”

    ปากว่าไม่พอจะปรายตามองไปยังผู้เสพความตายที่ยืนอยู่ซ้ายขวาของห้องโถงด้านหน้าไปด้วย

    ทำเอาทุกคนลืมความกลัวเมื่อครู่ไปชั่วขณะที่เวเนเซียกล้าว่าพวกผู้เสพความตายว่าเป็นหมาหมู่เสียได้

    “อ๊ะ ไม่สิ หมามันดูดีเกิน เจ้าปุกปุยมันก็หมาเหมือนกัน ต้องเรียกว่า...เชื้อราอะมีบาในซอกเล็บซะมากกว่า อย่าริมาเบียดเบียนถึงจะถูกต้อง สกปรกก็อยู่ส่วนสกปรกไป ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือนโดนน้ำยาฆ่าเชื้อสาดเข้าซักโครม”

    คำพูดที่ฟังดูสุภาพและเรียบร้อย ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเชือดเฉือนและชวนโมโห ขนาดว่าอีกฝ่ายเป็นถึงผู้เสพความตายที่ได้ชื่อว่าต้องหวาดกลัวในปัจจุบัน ต้องมาพ่ายและทำอะไรไม่ได้ต่อหน้าเด็กหญิงที่เพิ่งเป็นผู้ใหญ่หมาดๆเสียได้

    เพราะขืนทำมันก็กลายๆว่ายอมรับว่าเป็นเชื้อราอะมีบาอย่างที่เวเนเซียกล่าวมาน่ะสิ

    “น่าประทับใจ ดูท่านอกจากฝีมือและความกล้าของคุณที่พัฒนาขึ้นแล้ว ฝีปากและอาวุธในการพูดของคุณก็จะพัฒนาขึ้นไม่ด้อยไปกว่าอย่างแรกเลยนะคุณลาวดิอุส”

    “ขอบคุณที่ชมค่ะ...ศจ. แล้ว...จะเอายังไงค่ะ จะจับหนูอย่างที่สั่งให้ทุกคนในโรงเรียนมารวมตัวเพื่อควานหาตัวหรือเปล่าค่ะ รู้มั้ย...มันเสียเวลาน่ะค่ะ”

    หน้าที่ของเหล่าผู้เสพความตาย เมื่อเห็นเป้าหมายของนายท่านสั่งลงมาเป็นการเฉพาะเจาะจง ย่อมต้องลงมือ แต่เวเนเซียไม่ใช่คนเดิม ไม่ใช่เด็กน้อยในโรงเรียนอีกต่อไปแล้ว ประสบการณ์และสิ่งที่ได้รับมาตลอดการเดินทางนั้นไม่ได้มาด้วยโชค แต่ได้มาโดยสองมือสองตาของเธอล้วนๆ

    สเนปเงื้อไม้กายสิทธิ์ขึ้น ทำให้พรรคพวกที่หลบอยู่ในฝูงชนนักเรียนด้วยกันต่างพากันร่วมออกมาจะเป็นพลังให้กับเวเนเซีย ทว่า...

    เพี๊ยะ!

    คาถาของสเนปกลับถูกเวเนเซียปัดออกราวกับการซัดของเวทมนตร์ด้วยกัน แต่มันน่าประหลาดก็ตรงที่เธอไม่ได้เงื้อไม้กายสิทธิ์ขึ้นสู้เลยเหมือนกับสเนปเนี่ยสิ

    “อ้อ ไม่ต้องแปลกใจ คนเรามันต้องมีพัฒนาอย่างที่ศจ.ว่าจริงๆนั้นแหละค่ะ อาวุธและไม้ตายย่อมต้องเก็บงำไม่ให้ศัตรูได้เห็น มิเช่นนั้นจะเป็นเป้าหมายให้อีกฝ่ายโค่น เพราะงั้นแล้ว...ยากหน่อยละค่ะที่ศจ.จะแย่งไม้ไปจากมือของหนูได้”

    วู่บบบ!!

    แรงกระแทกที่ถูกอัดเข้าตรงตัว ทำให้สเนปต้องจุกไม่ใช่เล่นๆ จริงอยู่ว่าอีกฝ่ายเป็นแค่เด็กนักเรียน แต่ในเมื่อมือที่จะคอยเป็นจุดสังเกตว่าเธอจะเริ่มโจมตีตอนไหนอยู่ข้างกาย มันกลายเป็นจุดแข็งที่ทำให้เขาไม่สามารถจับทางได้ว่าเวเนเซียเริ่มโจมตีมาตอนไหนและเล็งจุดไหนอยู่

    “พวกแก...อย่าคิดแม้แต่จะทำอะไรเปล่าประโยชน์เลย เลือกเอา...จะตายคาเท้าฉันหรือว่า...หนีเยี่ยงหมาจุกตูด”

    คำพูดและสีหน้าที่เหี้ยมเกรียมแพ้กันกับใบหน้าของนายเหนือหัว ทำให้ผูเสพความตายทั้งสองไม่ริอาจหาญกล้างัดฝีมือกับเวเนเซียตรงๆ เห็นได้จากสภาพของศจ.สเนปที่ลงไปกองทรุดกับพื้นอย่างที่เห็น

     ---------------------------------------------ต่อตรงนี้----------------------------------------------------------------

วู่บบบ!

    แต่มันไม่อาจทำสิ่งที่เริ่มผิดพลาดได้ พวกเขาจึงต้องเลือกหนทางที่อาจจะเสี่ยงแต่ก็ยังดีกว่าไปโดนนายเหนือลงทัณฑ์เอา ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นสายควันสีดำชวนพะอืดพะอม บ่งบอกเลยว่าไม่หนีก็เลือกที่จะพุ่งตัวมาโจมตีเธอแน่ๆ

    “เวเนเซีย!!

    “เล่นงี้ก็สวยเซ่”

    คราวนี้เธอโยกย้ายหน้าที่จับตาศจ.สเนปให้กับแฮร์รี่ ไม้กายสิทธิ์ชิ้นสำคัญถูกใช้งานอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่คาถาป้องกันหรือโจมตีใดๆ แต่เธอทำเช่นเดียวกับอีกฝ่าย ต่างก็ตรงที่สายควันของเธอเป็นสีขาวสว่างจ้าชวนแสบตาแทน

    สายควันสองสายพวยพันมะรุมมะตุมกันอย่างอุตลุต เหมือนกับถาดสีน้ำที่กำลังถูกสีขาวและดำละเลงอยู่ก็ว่าได้

    ตุ้บ! ตุ้บ!!

    เสียงตุ้บของบางอย่างที่ตกกระแทกกับพื้นหิน เป็นสัญญาณบอกว่าจบการต่อสู้ เหมือนควันจางก็พบว่าร่างชายทั้งสองกำลังถูกเวเนเซียจับกุมและทับด้วยเท้าทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ราวกับหมาจนตรอก

    “ก็บอกแล้วไง...ว่าจะตายคาตีนเอา ขอริบก็แล้วกันนะ”

    ไม่แม้แต่ต้องเปล่งคาถาปัดไม้ เพียงแค่โบกวูบเดียว ไม้ที่อยู่ห่างแค่ข้อนิ้วเดียวก็กระเด็นไปอยู่แทบเท้าของพรรคพวกของเธอ

    “...ทีนี้ มาดูสิว่าผู้เสพความตายจะกล้ามางัดข้อกับนักเรียนฮอกวอตส์มั้ย? ว่าไง...”

    ในเมื่ออีกฝ่ายไม่มีอาวุธมันก็เหมือนกับคนธรรมดาดีๆคนหนึ่งที่ไม่ต่างอะไรไปจากมักเกิ้ล สองคนมีหรือจะสู้กับนักเรียนทั้งโรงเรียน ก็เหมือนกับตั๊กแตนหนึ่งตัวที่ต้องพ่ายให้กับมดทั้งฝูง

    “บอกแล้วใช่มั้ย...ว่าเลือกเอาน่ะ ว่าจะตายคาเท้าหรือว่าหนีเป็นหมาจุกตูด”

    บทสรุปของยุคมืดของฮอกวอตส์ถูกทำลายลงด้วยการมาของพวกเวเนเซียเพียงไม่กี่ชั่วโมง ฮอกวอตส์ที่เคยเงียบและอึมครึมกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ทว่า...

    ....ฮ้า

    กึ้ก!!

    แม้จะเป็นเสียงเบาๆเหมือนกับลมหายใจ แต่เวเนเซียจำได้แม่นว่ามันเป็นเสียงของใครบางคน ใครที่เธอไม่คิดและไม่อยากจะได้ยินอีกครั้ง

    “โวลเดอมอร์...”

    ชื่อที่ใครๆต่างก็หวาดกลัวถูกพูดออกมาจากปากของเวเนเซีย เพราะเธอไม่กลัวและไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนตัวอีกแล้ว เพราะยังไง...ฝ่ายนั้นก็คงรู้แล้วละว่าเธออยู่ที่นี่

    น่าเสียใจนะที่เจ้าหนีข้าไปแบบนั้น รู้มั้ยว่า...ข้าละเป็นห่วง...

    เสียงที่ฟังดูนิ่งทว่าแฝงไปด้วยความเย็นยะเยือก ทว่าจุดที่น่าสนใจกว่าอะไรคือการที่จอมมารผู้นั้นพูดคำหวานออกมาผิดจากรูปลักษณ์

    ข้าจะไม่ถือโทษที่เจ้าทำแบบนั้นกับสาวกของข้า หรือแม้แต่...เจ้าเซเวอรัส เพราะอย่างไร...มันก็อ่อนแอสมควร ไม่สิ โชคดีนักที่ถูกเท้าของเจ้าเหยียบย้ำ ต้องเรียกว่าเป็นพระคุณเลยต่างหาก

    เข้าเรื่องกันดีกว่า...ข้า ไม่อยากจะทำอะไรพวกเจ้า เพราะมันเปลืองแรงและเสียเวลา หากยังอยากจะอยู่รอดปลอดภัยเหมือนที่ผ่านๆมา จงส่งตัว...แฮร์รี่ พอตเตอร์ และเวเนเซียมาให้ข้า แล้วข้า...จะมอบทุกอย่างให้แก่พวกเจ้า ข้าให้เวลาสามสิบนาที...หากไม่งั้นแล้ว...ก็จะพบกับจุดจบที่พวกเจ้าเองก็ไม่อยากนึกฝันว่าจะมีจริงบนโลกนี้

    คราวนี้ทุกสายตาจ้องไปยังแฮร์รี่และเวเนเซียเป็นตาเดียว แต่มีเหรอที่เธอจะยอมนิ่งและเงียบเป็นเป้าให้มองและลงมือแบบนี้

    “ฉันหนีมาก็จริง แต่ฉันไม่ได้หนีมาที่นี่เพราะไม่มีเหตุไม่มีผล คิดว่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา...พวกฉันหลบซ่อนและหนีไปเรื่อยเพราะอะไร แล้วทำไม...ฉันไม่มาหลบที่นี่ตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นแล้ว...ไอ้บ้าตัวไหนที่คิดอะไรโง่ๆอย่างเชื่อคนที่ใครๆก็รู้ว่ามันร้ายและเหี้ยมขนาดไหน กับฉัน...ที่อยู่ร่วมกับพวกเธอทุกคนมาตลอดถึงหกปีเต็ม ไม่แม้แต่จะแว้งกัดใครหรือทำร้ายใคร...หวังว่าพวกเธอคงจะ...เลือกในสิ่งที่ถูกต้อง”

    เวเนเซียถูกรวดเดียวก็เหมือนกับได้เอาทุกอย่างที่หนักอึ้งในใจของทุกคนออกไปเกลี้ยง ทำเอาทุกคนมีใจที่จะร่วมด้วยช่วยกันกับเธอ จะยกเว้นก็แค่...

    “พวกนายมัวยืนนิ่งกันทำไม?! รีบจับพวกเขาสิ! ไม่ได้ยินสิ่งที่เพิ่งได้ยินเหรอ?

    เวเนเซียไม่เกรงใจและสนใจอีกแล้วว่าใครจะเห็นว่าเธอรุนแรงหรือร้ายยังไง เธอเดินตรงไปหาเจ้าของเสียงเมื่อครู่ที่เป็นเด็กนักเรียนหญิงจากบ้านสลิธีริน จากนั้นก็ตบเข้าไปฉาดหนึ่งเต็มๆ

    เพี๊ยะ!!

    “พูดอะไร...หันเกรงใจคนที่เสียสละเพื่อฉันกับแฮร์รี่บ้าง เธอไม่รู้หรอกว่าเธอน่ะ...โชคดีแค่ไหนที่ได้มายืนพูดปาวๆอยู่แบบนี้”

    เวเนเซียนึกถึงพวกซิเรียสและคนอื่นๆในภาคีที่ทุ่มและเสียสละทุกอย่างเพื่อให้เธอกับแฮร์รี่มีชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้

    ต้องมีคนเจ็บและตายไปมากแค่ไหนแล้ว กว่าเธอจะมาถึงตรงนี้ เธอจะไม่ยอม...ให้คนที่ไม่รู้เรื่องราวความโหดร้ายนอกโรงเรียนนี้ได้เก่งแต่พูดเป็นอันขาด

    “คนอื่น บ้านอื่นฉันเข้าใจลักษณะนิสัยดี ไม่งั้นเจ้าหมวกนั้นคงไม่มีทางคัดพวกเราทุกคนได้ถูกบ้านแน่ๆ สลิธีริน...ฉันจะถามอีกครั้ง พวกนายเลือกความสงบและอิสระ หรือ...ยอมเป็นขี้ข้ารับใช้คนที่รู้ๆกันอยู่ว่าโหดร้ายมากขนาดไหน ห่ะ? อย่างน้อย...ก็มีคนหนึ่งในบ้านของพวกนายที่มีความคิดและการกระทำที่ทำให้ฉันตอบแทนทั้งชีวิตยังไงก็ไม่มีวันเท่าเทียมได้ และหวังว่าพวกนายจะเอาเยี่ยงอย่างเขาคนนั้น”

    ฝ่ายที่โดนตบนั้นเธอไม่แม้แต่จะลังเลที่จะลงมือเพราะปากที่เพิ่งพ่นออกมาก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนลึกๆแล้วก็เพราะเธอหมั่นไส้ยัยนี้มาแต่ไหนแต่ไร แฮร์รี่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเดรโก แล้วทำไมเธอจะมีบ้างไม่ได้ละ...นอกจากยัยพาร์กินสันเจ้าเก่าเจ้าเดิม

    หนังเหนียวแถมไม่หายไปไหนยังกะร้านข้าวมันไก่เจ้าเก่าบ้านฉันชะมัด ยัยนี้อยู่รอดมาได้ไงกันนะตลอดปีที่ผ่านมาแบบเนี่ย ก็คงไม่พ้นไปจากการเป็นเด็กสลิธีรินนี่เนอะ

    หลังจากโดนทั้งฝีปากและฝีมือการลงแรงของเวเนเซีย ทั้งห้องโถงก็เงียบกริบและพอจะเข้าใจถึงความลำบากของพวกเวเนเซียแล้ว จึงไม่มีใครออกมาโต้แย้งการกระทำของเวเนเซียแม้แต่น้อย

    บรรยากาศที่ทั้งโรงเรียนเคยอึมครึม บัดนี้ได้กลับมาเป็นโรงเรียนฮอกวอตส์เหมือนอย่างที่เป็นอีกครั้ง แค่มีเพียงความรู้สึกต้องระวังตัวและพร้อมทุกเมื่อกับสิ่งที่อาจจะมาได้ทุกเมื่อ ศจ.มักกอนนากัลได้จัดการให้เด็กบ้านสลิธีรินทุกคนไปอยู่ในคุกใต้ดิน เพื่อเป็นการป้องกันเอาไว้ เนื่องจากหล่อนเองก็คิดเหมือนกันกับเวเนเซีย ที่ว่าเป็นเด็กบ้านสลิธีรินและมีความคิดไปคนละด้านกับทุกคนในโรงเรียนที่ไม่มีความคิดแม้แต่น้อยที่จะทำตามสิ่งที่โวลเดอมอร์สั่งมาเมื่อครู่

    “แล้วจะให้ฉันทำยังไงบ้างอลาวดิอุส”

    นักเรียนทุกคนที่ยังเป็นแค่เด็กและไม่เชี่ยวชาญการต่อสู้เหมือนอย่างกองทัพดัมเบิลดอร์มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อหลบภัย ส่วนสมาชิกภาคีนกฟินิกซ์ที่เคยแตกตัวแตกกลุ่มกันไปวันนี้ก็ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ซึ่งแต่ละคนก็ดูอิดโรยและโทรมพอๆกันกับพวกเวเนเซียเลยทีเดียว

    และตอนนี้เหล่าผู้ใหญ่ อย่างศจ.มักกอนนากัลก็กำลังรอคำแนะนำที่อยากให้เธอกับแฮร์รี่ต้องการ

    แฮร์รี่เป็นคนบอกสิ่งที่เขาอยากให้ศจ.มักกอนนากัลป์ช่วยในการถ่วงเวลาและป้องกัน ส่วนเวเนเซียก็สั่งให้เหล่าภาคีทำหน้าที่ของตนที่เหมาะสม เพราะเธอนั้นรู้ซอกมุมของฮอกวอตส์ดี ไม่ว่าจะจากแผนที่ตัวกวน หรือคำบอกเล่าของด๊อบบี้กับคุณนิวท์

    “แล้ว...พวกนั้นละ? จะให้พวกเราจัดการยังไงดี?

    เหล่าผองเพื่อนของเวเนเซียมองไปยังผู้เสพความตายที่เวเนเซียซัดจนมุมและไร้พิษสง และพ่วงด้วยศจ.สเนปมาอีกคน

    “สองคนนั้นฉันจะให้เป็นหน้าที่ของพวกผู้ใหญ่ แต่ศจ.สเนป...ฉันจะขอเป็นการส่วนตัว”

    ว่าแล้วเวเนเซียก็ต้องมาแยกทางกับแฮร์รี่ แฮร์รี่ขันอาสาจะไปตามหาฮอกครักซ์ชิ้นถัดไป รอนกับเฮอร์ไมโอนี่จะไปเอาเขี้ยวจากงูบาซิลิสก์มาจากห้องแห่งความลับ ส่วนเวเนเซียขอเอาตัวศจ.สเนปไปพูดกันตามลำพัง โดยเธอเลือกเป็นห้องที่เธอนั้นเคยปฏิฏาณว่าจะไม่กลับมาเหยียบอีก ทว่าก็ต้องกลับมาอีกครั้ง เนื่องด้วยมันเหมาะและน้อยคนที่จะวิ่งพลุ่งพล่านกัน

    ณ ห้องทำงานของศจ.สเนป

    “เท่านี้ก็น่าจะปลอดภัย แต่ก็...กันเอาก่อนก็คงไม่เสียหลาย...”

    เวเนเซียร่ายคาถาม่านป้องกันเอาไว้ ซ้ำยังร่ายคาถาเก็บเสียงเอาไว้อีกด้วย เพราะเธอรู้ดีว่าคนอย่างศจ.สเนปนั้นจะไม่ยอมบอกความลับใดๆเป็นแน่ แต่เธอคิดเอาไว้ว่าต้องไม่ใช่กับเธอ

    “คิดจะทรมานฉันสินะ...คุณอลาวดิอุส”

    “เปล่าค่ะ หนูไม่เคยมีความคิดแบบนั้น การทรมาน...ไม่ใช่แนวทางของหนู และไม่ใช่สิ่งที่หนูชอบ ถ้าเลือกได้...ขอเลือกเป็นวิธีถึงลูกถึงคนอย่างแลกหมัดกันจะดีกว่า”

    “เหมือนอย่างที่คุณทำกับสองคนนั้น แม้จะป่าเถื่อนแต่ฉันก็ต้องขอชมเชยว่าเธอยอดเยี่ยมมากเลยทีเดียวที่เลือกใช้วิธีนั้น”

    “เข้าเรื่องเถอะค่ะ หนูอยากจะยืนยันให้แน่ใจ...”

    เวเนเซียปล่อยให้สเนปนั่งลงตรงตำแหน่งโต๊ะทำงานของเขา ส่วนเธอก็นั่งเป็นนักเรียนมาขอพบเหมือนอย่างที่เธอมักจะทำในสมัยก่อน

    “หนูรู้ค่ะว่าศจ.เป็นคนปากแข็ง และไม่แสดงออกชัดเจน แต่...หนูคิดว่าศจ.ไม่ใช่คนแบบที่ใครๆก็คิดกัน”

    “เธอต้องการจะพูดอะไร...”

    “หนูรู้นะค่ะ ว่าศจ.น่ะใจดีและห่วงรอบข้างมากขนาดไหน ยอมรับหน้าที่ที่อันตรายและเสี่ยงที่สุด อีกทั้ง...เข้มแข็งมากเลยค่ะ ที่จำต้องหักใจตัวเองเพื่อทำสิ่งนั้น ศจ.ดัมเบิลดอร์...บอกให้คุณฆ่าเขาเอง...สินะค่ะ”

    กึ้กกก

    แม้สีหน้าของสเนปจะได้ชื่อว่าแทบไม่เคยเปลี่ยนไปจากบึ้งตึง แต่เธอเห็นว่าเขาเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย แม้จะเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็ตาม

    “...ทำไมเธอคิดแบบนั้น”

    “ก็...หลายๆอย่างที่หนูลองทบทวนแล้วมาผนวกกัน ตั้งแต่...ตอนที่ศจ.พยายามปรุงยายื้ออาการของศจ.ดัมเบิลดอร์เมื่อปีก่อน คนเราใกล้ตายขนาดนั้นไม่เห็นจำเป็นต้องพยายามช่วยยื้อ ไม่จำเป็นต้องรอให้เวลานั้นมาถึงเพื่อลงมือด้วยตัวเอง นอกจากว่า...คุณทำไปเพื่อความจำเป็นในหลายๆฝ่าย”

    ราวกับมองออกทะลุปรุโปร่ง แววตาและสายตาของสเนปมองมายังเธอในแบบที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่มองด้วยสายตานึกรังเกียจเดียดชัน แต่เป็นปล่อยวางและรู้สึกเบาลงอย่างเห็นได้ชัด

    “หนูร่ายคาถาป้องกันเอาไว้แล้ว ถ้าหากศจ.อยากพูด...ก็พูดได้นะค่ะ”

    “ถูกต้อง ฉัน...ทำทุกอย่างไปก็อย่างที่เธอสันนิษฐานเอาไว้ โดยที่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น ศจ.ดัมเบิลดอร์เป็นคนคิดและวางแผนให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งของแผนการนี้ด้วย เขารู้อยู่แล้วว่าวันที่เขาจะต้องตายนั้นเมื่อไร แต่ก็ยังคงพยายามยื้อเอาไว้อย่างที่เธอว่า ก็เพื่อ...ช่วยชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องอะไรแต่ต้องมาตกอยู่ในบ่วงของวังวนพรรค์นั้น”

    “เพื่ออะไร...”

    เวเนเซียเริ่มรู้สึกดีขึ้นเมื่อเห็นว่าศจ.สเนปยอมเปิดอกพูดความจริงกับเธอ นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีและน่าพูดคุยด้วยนับแต่อยู่กับสเนปสองต่อสองแบบนี้

    “เธอคงจะรู้เรื่องการสืบทอดผู้ถือครองไม้กายสิทธิ์ดีสินะ”

    “อ้อ ค่ะ...หระ...หรือว่า...”

    “ถูกต้อง เขารู้อยู่เต็มอกว่าคนๆนั้นต้องการไม้เอลเดอร์ของเขา บวกกับรู้ด้วยว่าเด็กคนนั้นมีคำสั่งให้มาสังหารเขา แล้วเธอลองคิดสิ...หากเป็นคนอย่างชายคนนั้น เธอคิดว่าเขาจะใช้วิธีไหนในการแย่งการถือครองไม้กายสิทธิ์”

    “...คาถาที่ร้ายแรงและโหดร้ายที่สุด”

    “ถูกต้อง นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงขอร้องให้ฉันฆ่าเขาก่อนที่เด็กนั้นจะเป็นคนฆ่าเสียเอง ก็เพื่อไม่ให้ชีวิตที่ไร้เดียงสาและไม่รู้เรื่องอะไรต้องมาเผชิญอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง”

    ถ้าหากวันนั้นเดรโกเป็นคนฆ่าศจ.ดัมเบิลดอร์ ไม้ก็จะยอมรับเขาเป็นนาย และเดรโกก็จะถูก...อา เพราะงี้เองสินะ เป็นไปอย่างที่เราคิดจริงๆด้วย

    “แต่ตอนนี้ฉันก็แปลกใจเหมือนกันว่าไม้นั้นหายไปไหน นี้เป็นเรื่องที่ฉันเองก็ยังไม่รู้จากปากของอาจารย์ใหญ่ด้วย”

    “เรื่องนั้น...หนูคิดว่า หนูเองก็เป็นส่วนหนึ่งของ...แผนการของเขาค่ะ”

    วู่บบบ

    แหวนบนนิ้วของเวเนเซียแปรเปลี่ยนเป็นไม้เท้าดังเดิม และเธอก็หมุนด้ามจับไม้เท้าออก จากนั้นก็จัดการคว่ำลงเพื่อให้ของบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ภายในได้ไหลออกมา

    ไม้กายสิทธิ์ที่มีพลังและร้ายกาจที่สุดในโลก...ไม้เอลเดอร์

    “!? เพราะงี้สินะ เขาถึงได้ตามหามันที่สุสานของอาจารย์ใหญ่ไม่พบ เป็นชายที่น่าทึ่งไม่มีเปลี่ยน แล้วให้ฉันเดานะ...เธอกลายเป็นคนถือครองมันอยู่ เป็นเจ้าของที่ชอบธรรม”

    “ทำไมถึงคิดแบบนั้นละคะ? ไม่ใช่ว่าในวันนั้นเดรโกเป็นคนปัด...”

    เวเนเซียปิดปากตัวเองทันทีเพราะเธอเผลอเอ่ยชื่อของเดรโกออกมาอย่างสนิทสนมและชิดเชื้อขนาดนี้ แต่ไหนแต่ไรมาเธอมักจะเรียกเขาว่ามัลฟอยตลอด

    “ไม่จำเป็นต้องปิดหรอก ฉันรู้มาตลอด...รู้และเห็นมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วว่าคุณกับคุณมัลฟอยมีความสัมพันธ์กันอย่างไร”

    ทำเอาเวเนเซียอึ้งจนแทบจะถอยหลังครูดหนี แต่ดันติดที่ว่าเธอกำลังนั่งเก้าอี้อยู่ ไม่งั้นเธอได้หงายหลังเอาแน่

    “ตั้ง...ตั้งแต่...”

    “เมื่อไรน่ะเหรอ ไอ้ฉันก็จำไม่ได้แล้ว แต่ที่แน่ๆ...ฉันเห็นเธอเต้นรำกับคุณมัลฟอยก็มั่นใจแล้วละว่า...เธอทั้งสอง...สนิทเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด ซึ่งฉันเองก็นึกอิจฉาไม่ใช่น้อย”

    แท้จริงแล้วเงามืดที่แอบซ่อนในคืนหิมะตกราวกับความอัศจรรย์นั้นเป็นตัวสเนปนั้นเอง ไม่แปลกใจเลยที่เขาเห็นภาพของเธอและเดรโกที่อยู่ด้วยกันแล้วจะไม่พาลให้นึกถึงตัวเองขึ้นมาเสียได้อย่างไรกัน

    แม้มันจะเป็นเพียงแค่ภาพฝันและจินตนาการที่เขาหวังจะให้เกิดขึ้นก็เถอะ เด็กบ้านสลิธีรินอย่างเขา...ที่ได้กุมมือและโอบร่างของเด็กสาวที่เขาหมดหัวใจให้จากบ้านกริฟฟินดอร์

    “ซึ่งฉันเองก็ไม่มีหน้าที่ไปก้าวก่ายอะไรเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณกับคุณมัลฟอย แค่ให้รู้ว่า...อย่าทำให้เรื่องราวมันยืดเยื้อเกินเลยนัก เชื่อเถอะ...ปล่อยไว้นานมันจะไม่ดี ไม่ว่าจะอีกฝ่ายหรือว่าตัวเธอเองก็ตามคุณอลาวดิอุส เอาเป็นว่าเรื่องนั้นมันก็เป็นอีกเรื่องและไกลตัวจากสถานการณ์นี้มาก เธอได้บอกใครเกี่ยวกับเรื่องไม้เอลเดอร์อีกหรือเปล่า?

    “จะมีคนรู้ก็แค่พวกเพื่อนๆอีกสามคน ส่วนคนนอกก็จะมีก็แค่รัฐมนตรีเท่านั้น”

    “คนตายพูดไม่เป็น ถือว่าเป็นทีของฝั่งเราอยู่ แต่กลายเป็นว่า...มันก็อันตรายเมื่อฉันได้ล่วงรู้เข้าแบบนี้”

    “แต่ศจ.มีคาถาสกัดใจไม่ใช่เหรอคะ? เขาน่าจะอ่าน...”

    “คิดเหรอว่าเขาจะไม่ใช้ทุกวิถีทางที่จะเค้นคอเอาข้อมูลจากเหยื่อทุกรูปแบบ อย่าลืมสิว่าเขาเป็นถึงจอมมาร ยังไงก็กล้าที่จะลงมือกระทำสิ่งที่เธอเองก็คาดคิดไม่ถึงและไม่อาจอดทนที่จะเก็บไว้ได้”

    จะว่าไปมันก็...จริง แล้วยังไงดีละ ต้องหาที่ซ่อน...ซ่อน มันก็พอมีทางอะนะ แต่ว่า...ศจ.แกจะโอเคหรือเปล่าเนี่ยสิ คนอื่นยังพอทำเนานะ แต่กับแกเนี่ย...นึกภาพไม่ออก แต่ก็...ไม่มีทางเลือก

    “ศจ. หนูพอจะคิดแผนออก ถ้ายังไง...ศจ.ซ่อนตัว”

    “ซ่อนเหรอ? ที่ไหนในโรงเรียนก็ไม่มีที่ที่ปลอดภัยจะให้หลบซ่อนหรอก ขนาดห้องแห่งความลับที่ว่าเป็นความลับเขายังล่วงรู้”

    ก็หมอนั่นเป็นคนเปิดแล้วก็รู้อยู่แก่ใจนี่นาว่ามันอยู่ตรงไหนน่ะ!

    “ซ่อนของต้องซ่อนในที่ที่อันตรายที่สุด เพราะอีกฝ่ายจะคาดไม่ถึง อีกอย่าง...ที่นั้นเองก็ไม่มีใครรู้ นอกจากคนสนิทของหนูเท่านั้น รับรองเลยว่าจะไม่มีใครหน้าไหนเข้าถึงศจ.อย่างแน่นอนค่ะ”

    “ที่แบบนั้นมันมีในโรงเรียนด้วยงั้นเหรอ?

    จริงอยู่ว่าศจ.สเนปแอบไม่ชอบเวเนเซียก็ตรงที่ชอบสร้างและก่อเรื่องปั่นป่วนทั่วโรงเรียนพร้อมกับแฝดวิสลีย์จนเป็นที่โจษจันและขึ้นหมายหัว แต่เขาแอบเชื่ออยู่ลึกๆว่าไม่ว่าแผนใดที่เวเนเซียคิดก็มักจะมีหนทางรอดและโอกาสอยู่สูงมาก ไม่งั้นเขาคงได้หักแต้มบ้านของเธอจนไม่เหลือหรอนับห้าหกปีแล้วรึ

    สเนปจึงยอมเชื่อใจและถามถึงแผนของเธอที่กำลังคิดอยู่ในหัวอย่างไม่นึกถือตัวเหมือนอย่างทุกทีที่มักจะเห็นว่าเป็นเรื่องไร้สาระและโง่เขลา

    ----------------------------------------------------------------------------

    --------------------------------------------

    หลังจากที่เวเนเซียหายตัวไปตามลำพังกับศจ.สเนป ในที่สุดเธอก็กลับมา ทว่าเธอกลับมาเพียงแค่คนเดียว ไร้ซึ่งเงาของศจ.สเนป ทำให้เพื่อนๆและคนรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอต้องสงสัยและอดที่จะถามออกมาด้วยความใจเร็วและวุ่นวายในสถานการณ์โกลาหลเช่นนี้ไม่ได้

    “สเนปละ??

    “อย่าห่วง ฉัน...จัดการเขาแล้ว เราต้องเริ่มเดินหน้าของแผนต่อแล้ว โรงเรียนตอนนี้กำลังเป็นยังไงบ้าง ช่วงที่ฉันหายตัวไปน่ะ”

    “ศจ.มักกอนนากัลและพวกภาคีกำลังเริ่มร่ายคาถาปกป้องโรงเรียนอยู่ เหลือก็แค่พวกเราเท่านั้นแหละที่ยังไม่รู้ว่าจะไปทำอะไรต่อดี”

    เอ้า?! นังแฮร์รี่! ไหงเอ็งไม่เริ่มแผนตั้งแต่แรกว่ะ?! รอหาพระแสงหรือไร?

    เวเนเซียที่เข้าใจว่าช่วงเวลาที่เธอหายไปแฮร์รี่คงเริ่มสั่งการเพื่อนๆทุกคนไปทำหน้าที่ใครหน้าที่มันแทนส่วนของเธอไปแล้ว ที่ไหนได้กลับบอกว่ารอเธอช่วยออกความคิดด้วย

    ทำเอาอยากจะประเคนมะเหงกซักตุ้บนัก เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานยังมารอเหมือนเด็กรอให้แม่สั่งก๋วยเตี๋ยวยังไงยังงั้น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

305 ความคิดเห็น

  1. #151 T'Thippy (@satan093) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 21:23
    มาต่อเร็วๆนะคร้า รอๆๆๆๆ
    #151
    0
  2. #150 look79 (@0902252711) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 17:02
    มาเเล้ววสว สนุกมากค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ สู้ๆค่ะ
    #150
    0
  3. #149 Night Sky & Stars (@0840850597) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 11:33
    ทำไมพอไกล้ถึงฉากจบเราถึงรู้สึกว่าเวเนเซียจะต้องคู่กับเดรโกเข้าไปทุกทีTT
    #149
    0
  4. #148 alisie_amps (@AomKazuko) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 23:44
    รออออออ
    #148
    0
  5. #147 SarutaRoilap (@SarutaRoilap) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 23:25
    รออ่านอยู่น้าาาาาา (ノ゚▽゚)ノ
    #147
    0
  6. #146 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 23:09
    ขอเขกหัวแฮรรี่แรงๆสักสามที ได้ม่ะ
    #146
    0
  7. #141 SarutaRoilap (@SarutaRoilap) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 00:48
    ีรออ่านอยู่เด้อ 。^‿^。
    #141
    0
  8. #139 ArunAunairak (@ArunAunairak) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 13:38
    เดรโก!ๆๆๆๆ
    #139
    0
  9. #138 Areeya Saisingthong (@areeya_tc) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 09:27
    ได้โปรดขอให้คู่กะเซดริกเถอะ น่าาา งือออ
    #138
    0
  10. #137 Aeron Moore (@jessiejazzy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 17:15
    รอฉันรอเธออยู่~ คิดถึงเดรโกมากๆ
    #137
    0
  11. #133 UnaTomato (@UnaTomato) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 21:06
    อยากอ่านตอนเฉลยสเนปมากๆๆๆๆๆ สเนปลิลี่ เหมือน เวเนเซียเดรโก
    #133
    0
  12. #132 Aomm_msp (@AomKazuko) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 17:50
    เดรโกเป็นพระเอกเถาะน้า เค้ารู้ว่าเวเนเซียเธอรักเดรโก
    #132
    0
  13. #131 baifurn27 (@baifurn27) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 10:44
    ขอบคุณค่า
    #131
    0
  14. #130 MinutesZ (@amnunchanok) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 07:22
    ในที่สุดดด!!!! โอ้วว กางเกงในเมอร์ลินนน!!!~~ นิยายที่รอ... มันมาแล้ว!! *^* ขอบคุณไรท์ที่มาอัพต่อค่ะ! เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ<3 ชอบฉากบู๊555 &#128514;&#128514;
    #130
    0
  15. #129 cresntMoon (@falove11) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 07:15
    มาแว้ววววววว สนุกง่าาา
    #129
    0
  16. #128 Papaprincess (@Papaprincess) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 00:29
    กรี้ดดดมาแล้วววว สู้สู้นะคะไรต์
    #128
    0
  17. #127 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:25
    ใจกล้า อาจหาญ แถม เทพมาก เลยจ่ะ เวเนเชีย ยกนิ้วให้เลย
    ปล. มาต่อเร็วๆนะคะ
    #127
    0
  18. #126 pat248 (@pat248) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:15
    มาต่อเร็วๆน้า
    #126
    0
  19. #125 look79 (@0902252711) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 22:54
    งื้อ มาเเล้ว สนุกมากค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ!
    #125
    0