[Fic Harry Potter] 7th - Destiny of Dark & Fear [??xOC]

ตอนที่ 10 : Chapter IX - Memory and Create New

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,595
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    23 มี.ค. 61




“Good Morning? You’re Bellatrix Lestrange, not some dewey-eyed schoolgirl!”

- Griphook

 

    ซ่า!!!

    หลังจากผ่านด่านแรกของการตรวจสอบของก๊อบลิน ตอนนี้ทุกคนก็กำลังนั่งอยู่บนขบวนรถรางที่จะนำพาไปยังชั้นล่างอันเป็นตู้เซฟที่เก่าแก่ และเป็นพวกตระกูลเก่าๆทั้งนั้นที่ถือครอง และแน่นอนว่าต้องผ่านด่านของน้ำตกที่มีหน้าที่ชะล้างเวทมนตร์ทุกอย่างที่อยู่บนตัวของผู้เข้ามา ทำให้ฤทธิ์ของน้ำยาสรรพรสที่เฮอร์ไมโอนี่ดื่มเข้าไปหมดฤทธิ์ทันควัน และแน่นอนว่าเพื่อนของเธอทั้งสามก็เตรียมแผนการมาไว้แล้วว่าต้องทำยังไงในแต่ละด่านอุปสรรคของการมุ่งหน้าไปยังห้องนิรภัยที่ว่านั้น

    “เอาละ เราควบคุมเขาได้แล้ว”

    หมั่บบบ!!

    ทันทีที่ลงมาจากยานพาหนะได้ เพื่อนทั้งสามของเธอก็โถมร่างเข้ากอดเธอด้วยความเป็นห่วงและดีใจจนบรรยายไม่ถูกที่ได้มาเจอกับเธอ...อีกครั้ง

    “เรานึกว่าจะไม่ได้ตัวเธอกลับมาแล้วซะอีก”

    “วันหลังเธอห้ามทำอะไรบ้าบิ่นแล้วก็ตัดสินใจคนเดียวเชียวนะเวเนเซีย”

    “ใช่! ทั้งๆที่ตลอดมาเรามักจะทำอะไรด้วยกันตลอดแท้ๆ”

    “พวกนาย...ฉันทำให้พวกนายเป็นห่วงกันมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แอบรู้สึกผิดนิดๆแฮะที่ทำอะไรตามใจตัวเองแบบนั้น แต่ก็ต้องเข้าใจหน่อยนะว่าฉันทำไปด้วยความจำเป็นจริงๆ”

    “แต่ก็เกือบไป...ถูกมั้ย พวกเรารู้ว่าแล้วว่ามรดกของ...”

    ปั่บบ!!!

    เวเนเซียรีบพุ่งมือของตนไปเปิดปากของเฮอร์ไมโอนี่จนไม่ทันได้กะแรงดีนัก เพราะเธอเดาออกว่าเฮอร์ไมโอนี่กำลังพูดอะไรออกมา

    “อย่า...ที่นี่มันไม่เหมาะ อีกอย่าง...เราไม่ได้อยู่กันตามลำพัง อย่าลืมสิ”

    ทั้งสามมองไปยังตัวตนของบางอย่างที่มีความสูงเท่าเอวของพวกเขา ใบหน้าและแววตาที่ชวนไม่น่าไว้วางใจนั้น ทำให้เข้าใจในความหมายและการกระทำของเวเนเซียอย่างชัดเจน

    “เข้าใจแล้ว แต่มันยัง...ปลอดภัยสินะ”

    “แหง ตอนแรกที่รู้ก็แอบสยองพอกัน ฮ่วย”

    หลังจากดีใจการกลับมารวมตัวกันได้อีกครั้งอย่างพอหอมปากหอมคอแล้ว ตอนนี้พวกเธอก็ต้องไปผ่านด่านของมังกรต่อ ซึ่งวิธีนั้นก็ง่ายแสนง่ายเท่าเพียงแค่สั่นกระดิ่งเท่านั้น ไม่นานก็มาถึงหน้าห้องที่เป็นเส้นชัยของพวกเธอทั้งหมด

    “ทีนี้ เราต้องหา...ถ้วยสีทองของเฮลก้า”

    “ก็รู้นะว่าเป็นถ้วยสีทอง แต่...ปัญหาคือ...พวกเราไม่เคยเห็นถ้วยของเฮลก้ามาก่อนนะ”

    รอนพูดโพล่งออกมาอย่างถูกต้อง เพราะพวกเขาเป็นเด็กกริฟฟินดอร์ ย่อมไม่เคยเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงและหน้าค่าหน้าตาของมันเหมือนอย่างดาบกริฟฟินดอร์ที่เป็นสมบัติประจำบ้านกริฟฟินดอร์

    “ฉันว่าฉันพอจะรู้ เห็นแบบเนี่ย...ไอ้ฉันมันคนเคยบุกไปมาทุกบ้านแล้ว ยังไงก็ไม่น่าจะ...ยากนักหรอก นั้นไง เจอละ...”

    เวเนเซียชี้ให้เห็นถึงถ้วยสีทองที่อยู่ในมุมสูงและดูเหมือนกับพยายามหลบซ่อนไม่ให้ใครเห็นเอาไว้ แต่ขอโทษเหอะ...มันไม่มีทางพลาดไปจากสายตาของเธอแน่ๆ

    “คิดว่าไง...ต่อตัวมั้ย?

    “ไม่ๆ เดี๋ยวฉันจัดการเอง...”

    แฮร์รี่ขันอาสาที่จะปีนขึ้นไปหยิบเองจากที่สูงแบบนั้น ในขณะที่มือของเขาห่างจากถ้วยแค่สะกิดเดียวนั้นเงอ

    “เดี๋ยวนะ...เวรแล้วไงละ! แฮร์รี่อย่าแตะมัน!!!

    “เธอว่าไงนะ”

    ไม่ทันแล้ว เพราะจังหวะที่เขาตอบเธอกลับมานั้นในมือก็มีถ้วยสีทองเสียแล้ว

    “ความผิดฉันเอง ฉันดันลืมไปว่าคนที่จะหยิบต้องเป็นฉันเท่านั้น!

    สมพรปากเพราะมันก็เกิดขึ้นในทันทีราวกับอัตโนมัติ ถ้วยสีทองที่ควรมีเพียงใบเดียวเริ่มแตกตัวและเพิ่มจำนวนมากขึ้น จากหนึ่งเป็นสอง สองเป็นสี่ สี่เป็นแปด แปดเป็นสิบหก และเริ่มมากขึ้นจนเริ่มจะแยกไม่ออกแล้วว่าอันไหนของจริงและของปลอม

    “มันหมายความว่าไงกันเวเนเซีย?!

    พวกเธอทั้งสี่ไม่รอช้าที่จะถลาควานหาถ้วยที่แท้จริงอย่างอุตลุด โดยเฮอร์ไมโอนี่ก็ตะโกนถามเธอไปพร้อมกับขยับมือหาไปด้วย

    “เขาบอกกับฉันว่านอกจากจะ...เอ่อ ขอละไว้ที่ฐานละกันนะมันกระด้างปาก ตอนเขาสร้างฮอกครักซ์เขาได้ลงคาถากำกับเป็นกับดักเอาไว้ แต่มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เขายินยอมและอนุญาตให้ถือครองโดยไม่มีคาถาอะไรทำร้าย”

    “งั้นก็หมายความว่า...ที่เธอใส่สร้อยได้ติดต่อหลายวันแล้วก็ไม่มีปฏิกิริยาก็เป็นเพราะ....”

    “ใช่ ฉันคือคนๆนั้น และนี่ถึงเป็นสาเหตุว่าฉันควรจะเป็นคนหยิบมัน และฉันก็ดันพลาดท่าลืมอธิบายเรื่องนี้ให้พวกเธอฟัง!

    ถึงได้มากลายเป็นความชุลมุนเช่นนี้แล

    เวเนเซียพยายามควานหาอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะเธอกลัวว่ามันอาจจะไปทำให้สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นได้ทุกเมื่อ ในเมื่อมันมีปฏิกิริยาที่ไม่ควรเกิดขึ้นแท้ๆ

    ความอิบอ๊ายมาเยือนก็งวดนี้นี่แหละหว่า! อยู่ไหนของเอ็งฟร่ะ ไอ้ถ้วยเจ้าปัญหาพาความวิบัติเอ้ย!

    หมั่บ!!

    ไม่รู้ว่าเพราะโชคช่วยหรือเพราะความพยายาม หนึ่งในบรรดาถ้วยสีทองใบหนึ่งอยู่ในมือของเธอ ทำให้บรรดาถ้วยใบอื่นๆที่กำลังกระทบพื้นและถ้วยด้วยกันไปมาดังก๊องแกร๊งๆนั้นเงียบหายและอันตรธานหายไปราวกับเป็นแค่ภาพลวงตา

    “ดูท่า...จะเป็นเรื่องจริง เธอเป็นที่เขาเลือก เธอเป็นคนเดียวที่มีสิทธิและสามารถแตะต้องหรือถือครองฮอกครักซ์ได้”

    “ทีนี้...ก็ได้เวลาเปิดใช้เกียร์หมา...เจ้าก๊อบลินตัวนั้นไปไหนน่ะ?

    เพราะเธอหันหน้าออกไปยังทางเข้าห้องนิรภัยเลยจับสังเกตได้ว่ามีใครบางคนหายไปจากห้องก่อนเธอแล้ว ซึ่งไม่แคล้วไปจากที่เธอไม่วางใจจริงๆด้วย

    “หน๊อย ไอ้เจ้าบ้านั่น!!

    “ช่างมันเหอะแฮร์รี่ เดี๋ยวเราค่อยหายทางใหม่ก็ได้ อีกอย่าง...เอาเจ้าก๊อบลินที่ไม่น่าไว้ใจนั้นมาด้วยจะเป็นตัวเกะกะซะเปล่าๆ”

    “เอ่อ...เธออาจจะไม่รู้นะเวเนเซีย แต่ที่พวกเรามาที่นี่ได้และได้ความช่วยเหลือจากกริบฮุคก็เป็นเพราะ...เราแลกเปลี่ยนกับเขา ด้วย...ของน่ะ”

    “ของ...”

    เวเนเซียแอบเหล่ไปยังกระเป๋าที่เหน็บข้างตัวด้วยความระแวงและสงสัย

    “อย่าบอกนะว่าพวกเธอเอาของในกระเป๋าฉันไปแลกน่ะ เห็นงี้ฉันก็หวงของนะ โดยเฉพาะผองเพื่อนน่ะ!

    “เอ่อ คือ...ยิ่งกว่านั้นซะอีก แต่เป็น...”

    “เขามีดาบนั้น เราต้องรีบไปเอาคืนมา”

    แฮร์รี่ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าและพูดสบตากับเธอ น้ำเสียงที่พูดออกมานั้นแฝงไปด้วยความร้อนรนที่ไม่อยากจะปล่อยให้กริบฮุคหลุดมือไปได้ ซึ่งอีกสองคนที่เหลือก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยและวิ่งไปตามๆกัน ส่วนเธอน่ะเหรอ...อึ้งและตะลึงจนปากนี่แทบห้อยไปติดกับพื้นอยู่แล้ว

    “ว๊อทเดอะฟาคคคคค!!! เอ็งเอาอะไรไปแลกเปลี่ยนนะเว้ยเฮ้ย! อีนังแฮร์รี่!!!

    ไว้จบเรื่องนี้นะ แม่จะสอบให้เรียบวุธเป็นรายตัวเล้ย!!

    เวเนเซียรีบวิ่งออกไปตามๆกัน เพราะประตูห้องนิรภัยเริ่มทำท่าใกล้จะปิดแล้ว ไม่งั้นเธอได้นั่งรอใครบางคนวิ่งมารับเยี่ยงไข่ในหินถึงที่นี่เอาแหงๆ

    แต่เธอที่ดันออกตัวช้ากว่าเพื่อนก็ดันมาเห็นว่าพวกเธอทั้งหมดสี่คนกำลังติดแหงกอยู่ เพราะไหนจะมีมังกรเป็นยามเฝ้า แล้วรถรางก็ดันหายไปเหลือเพียงเสียงที่กำลังเคลื่อนออกไปไกลเรื่อยๆ

    “เยี่ยม ทีนี้เราก็ต้องมาติดอยู่ที่นี่ จะหนีกันยังไงดีละทีเนี่ย”

    “...มังกร รอน...พันธุ์นี้น่ะ...มันบินได้หรือเปล่า?

    “เดี๋ยว...เธอคงจะไม่...”

    ไม่รู้ทำไมพวกเขาทั้งสามรู้สึกเสียวส้นหลังวาบๆขึ้นมาเมื่อได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแสนกลของเวเนเซียก็ไม่รู้

    --------------------------------------------------------------------

    ------------------------------------------

    คึ่ก...คึ่กๆๆๆๆ

    จู่ๆด้านบนที่ดูหรูหราและเป็นประกายและคับคั่งไปด้วยก๊อบลินที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานตรงหน้านั้นก็เกิดเสียงสั่นสะเทือนขึ้นราวกับแผ่นดินนี้จะแยกออกจากกัน และคำตอบก็ปรากฏให้เห็นเมื่อมีสิ่งมีชีวิตร่างมหึมาสีขาวเผือกพุ่งทะยานออกมาจากข้างล่างราวกับจรวดที่ถูกปล่อยขึ้นสู่ฟากฟ้า

    มังกรที่ต้องเจ็บแค้นและเจ็บปวดจากการถูกทรมานและกีดกันอิสระ บัดนี้มันได้รับสิ่งที่เฝ้าฝันมาโดยตลอด ด้วยเพียงแค่คำโน้มน้าวของผู้หญิงคนๆเดียวเท่านั้น

    คิดเหรอว่ามังกรที่ขึ้นชื่อว่าดุจะมาสู้ได้ ไว้เอาตัวแรร์กว่านี้มาวัดสิ เดี๋ยวรู้เลย มังกร...ฉันเห็นแล้วซิ่งคู่กับมันมาแล้วย่ะ!

    “วู้ว!!!

    เสียงยินดีที่กู่ร้องที่ได้หนีออกมาจากกริงกอตส์และมุ่งหน้าไปยังฟากฟ้าอันกว้างใหญ่ แน่นอนว่าเป้าหมายของทั้งสี่คือที่ไหนก็ได้ที่อยู่ให้ห่างจากความจอแจของผู้คน เพราะในยามนี้ไม่ว่าที่ไหนที่คับคั่งไปด้วยผู้คนย่อมไม่น่าไว้วางใจเป็นที่สุด บวกกับเจ้ามังกรตัวนี้เองก็เฝ้าฝันในอิสรภาพของมันมาตลอดชีวิต จึงไม่แปลกที่มันจะโบกบินไปยังความเงียบและสงบของป่าที่ห่างไกล นับว่ามีเป้าหมายเดียวกันในการเลือกเส้นทางเลยทีเดียว

    “ขอบใจนายมากนะ...ขอให้นายมีความสุขและอยู่อย่างปลอดภัยในวันข้างหน้านะ...ลาก่อนและขอให้โชคดี”

    เวเนเซียตบๆเข้าที่คอของมังกรจากนั้นก็ปล่อยตัวให้เอียงไหลตกลงไปจากหลังของมันร่วงหล่นสู่ผืนน้ำที่กว้างและลึกพอประมาณ

    ตู้มมมมม!!!

    จ๋อม...จ๋อม...ติ๋งๆๆๆ

    แม้จะตัวเปียกปอน แม้ว่าจะแลดูซกมกและเละเทะก็ตามที ทว่า...

    “อุ๊บ...ฮะ!!! ฮ่าๆๆๆๆ!!!

    “อะฮ่ะๆๆๆ!!

    กลายเป็นว่าทั้งสี่นอนพังพาบไปด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมกัน ไม่ว่าจะหนีจากกริงกอตส์ด้วยวิธีที่บ้าบิ่นและสร้างความเสียหาย ไหนยังจะเพิ่งผ่านการว่ายน้ำเป็นเมตรๆมาหมาดๆ แต่กลับมาหัวเราะอย่างเริงร่าและสะใจอย่างบอกไม่ถูก

    “เห็นนั้นมั้ย เราขี่มังกรแหละ! ขี่มังกรเชียวนะ!!

    “ใช่มั้ยละ?! อาจจะต่างจากตอนนอร์เบิร์ต แต่ก็...รู้สึกเจ๋งไปอีกแบบ อีกอย่าง...เราสร้างตำนานแล้วนะรู้มั้ย?! ฮ่ะๆ...กริงกอตส์...ธนาคารที่ปลอดภัยที่สุดและแน่นหนาที่สุด อยากจะขำให้ตายไปข้าง เนี่ยนะปลอดภัย...โดยพ่อมดแม่มดวัยเยาว์อย่างเราๆแหกซะยับเยินไม่มีชิ้นดี แถม...ยังได้ของติดไม้ติดมือมาด้วยแบบเนี่ย”

    เวเนเซียหยิบเอาถ้วยสีทองออกมาจากกระเป๋าและหมุนเล่นไปมาอย่างอารมณ์ดีสุดๆ โดยไม่มีทีท่าและอาการที่จะเกรียวกราดอย่างตอนแฮร์รี่หรือรอนแม้แต่นิดเดียว

    “แต่เรื่องดีใจก็ส่วนเรื่องดีใจ...พวกนาย...”

    จู่ๆบรรยากาศที่กำลังหัวเราะชอบใจกันอยู่นั้นกลับอึมครึมและเย็นวาบๆ ทำเอาทั้งสามที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนด้วยความล้านั้นเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าเรียงรายกันอย่างรู้ดีว่ากำลังจะโดนอะไรต่อไปนี้ แม้จะมีแค่คำพูดสั้นๆหากแต่แฝงไปด้วยความขนหัวลุกก็ตาม

    “ไปตกลงอีท่าไหนกันถึงได้ไปถึงขั้นดาบกริฟฟินดอร์น่ะ? หืม...”

    แม้ดวงตาของเวเนเซียจะโค้ง ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นน้อยๆ ซึ่งรวมๆแล้วดูน่ารักและน่ามอง ทว่ากลับมีเค้าไอดำทะมึนขึ้นบนใบหน้าของเธอรางๆ เรียกได้ว่าเป็นรอยยิ้มและดวงตายิ้มที่ดูหนาวเย็นที่สุดในชีวิตก็ว่าได้

    “ก็...แบบว่า...พวกเรามีแผนจะบุกกริงกอตส์ แล้วอย่างที่เธอเห็น...หากไม่มีคนในช่วยก็...”

    “เอาเหอะ ฉันก็ว่าไปนั่นแหละ ให้ตายยังไง เจ้ากริบฮุกอะไรนั่นก็คงไม่ได้ถือดาบนั้นได้ตลอดหรอก ไม่สิ สภาพแบบนั้นคิดว่าหนีรอดงั้นเหรอ ฝันเหอะ...ลงไอ้ฉันที่ไปยั้นนั้นแล้วเกิดเรื่องจนฉันหนีมาได้แบบนี้ เขาไม่มีทางปล่อยเฉยแน่ นิสัยอย่างเขา...ก็ไม่พ้นไปจาก...สอบรายบุคคล ร้ายแรงก็อาจจะทิ้งขั้นทรมานก็ได้ แต่ก็นะ คิดซะว่าเป็นเยรเป็นกรรมของพวกก๊อบลินมันละกัน คิดยังไงถึงได้ทรมานมังกรที่ไร้เดียงสาได้ก็ไม่รู้”

    เวเนเซียไม่แม้แต่จะแยแสหรือว่าสงสารผลลัพธ์ของเหล่าก๊อบลินในธนาคารกริงกอตส์ต้องเผชิญในอนาคต แต่ก็นะ...เธอเลือกที่จะอยู่ข้างมังกรที่ไม่ได้ทำอะไรผิดมากกว่าพวกเจ้าเล่ห์และเพทุบายในเรื่องน่ารังเกียจอย่างก๊อบลินซะมากกว่า

    “แล้ว...เราจะเอายังไงต่อละ ดาบกริฟฟินดอร์ที่เป็นความหวังว่าจะทำลายฮอกครักซ์ได้ก็ดันมา...”

    “แฮร์รี่ รอน พวกนายความจำเป็นปลาทองหรือไงกัน? นายไม่เห็นเหรอว่าฉันไม่ได้วิ่งเต้นเป็นเจ้าเข้าซักเท่าไรที่มารู้ว่าอาวุธเดียวที่ทำลายฮอกครักซ์ได้หลุดมือไปน่ะ มันยังมีให้นายใช้เหลือเฟือตั้งสิบยี่สิบอันแน่ะ”

    แฮร์รี่กับรอนที่ถูกว่าเสียๆหายๆก็มาสนใจฟังคำพูดของเวเนเซียกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด เพราะมันก็จริงอย่างที่เธอว่า ปกติเวเนเซียจะโวยวายถึงขั้นระบายอารมณ์เอากับรอนเป็นการแก้ความหงุดหงิด แต่นี่กลับไม่ยี่หระ จะแสดงก็แค่ความรู้สึกเสียดายที่ของหายากและกว่าจะได้มาอย่างดาบกริฟฟินดอร์หลุดมือไปก็เท่านั้น

    “หลายสิบอันงั้นเหรอ?

    “นี่...ลืมเรื่องเรียนยังพอว่า แต่นี่เรื่องผจญภัยของพวกเราเชียวนะ ขนาดว่าฉันสลบไปตั้งแต่เริ่มเรื่องจนเกือบจะจบเรื่องเลยนะ”

    “...สลบ? จริงด้วย!!? ฉันลืมไปได้ยังไงกัน เธอฉลาดมากเวเนเซีย!

    “ฉันมันก็ฉลาดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นายก็รู้...แต่ดูเหมือนว่า...รอนจะยังไม่เข้าใจนะแฮร์รี่”

    รอนกับเฮฮร์ไมโอนี่ที่ยังไม่สามารถตีความนัยของเวเนเซียและแฮร์รี่ได้ ก็ได้แต่ทำหน้าสงสัยและไม่เข้าใจอยู่อย่างเดียว เห็นได้จากแววตาและคิ้วที่เลิกขึ้นข้างเดียวอันเป็นอาการที่แสดงว่าไม่เข้าใจ

    “ก็นั้นไงรอน น้องของนายก็อยู่ที่นั้นด้วย ห้องแห่ง...อะไร?

    “ห้องแห่งความลับ...จริงด้วย!! แฮร์รี่เคยบอกว่าสมุดบันทึกของ...เอ่อ เขาก็เป็นหนึ่งในฮอกครักซ์ และมันถูกทำลายด้วย...เขี้ยวของบาซิลิสก์ งั้นก็หมายความว่า...”

    “ใช่ เราไม่ต้องวิ่งเต้นหาดาบแล้ว ตอนนี้เราแค่ต้องมุ่งหน้าไปยัง...โรงเรียนก็เป็นพอ นักเรียนมันก็ต้องไปโรงเรียนนี่นา เนอะ”

    และก็เป็นอันสรุปและเข้าใจกันทั้งสี่คน เป้าหมายของพวกเขาคือ ทำยังไงก็ได้ที่จะมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนฮอกวอตส์ได้โดยไม่ถูกใครพบหรือตามร่องรอบเบาะแสได้

    ทางด้านธนาคารกริงกอตส์นั้นเอง หลังจากความวุ่นวายได้สงบลง มันก็เป็นไปตามที่เวเนเซียคาดคิดเอาไว้ ตอนนี้ก๊อบลินจำนวนหนึ่งที่ผู้เสพความตายได้ทำการสอบสวนและคัดกรองมาถูกนำตัวมานั่งคุกเข่าแทบพื้นอยู่ตรงหน้าผู้อยู่เหนือความมืดและทุกอย่างในปัจจุบัน

    “...แน่ใจนะว่าเป็นมัน...”

    “ค่ะ อย่างที่ท่านเห็น...มันมีของซุกซ่อนเอาไว้ด้วย”

    กริบฮุกที่โดนจับได้เป็นเพราะถูกพบเข้ากับดาบกริฟฟินดอร์นั้นเอง มันไม่ได้มีกระเป๋าเอาไว้หลบซ่อนเหมือนอย่างเฮอร์ไมโอนี่หรือเวเนเซีย จึงไม่น่าแปลกที่มันจะถูกค้นเจอ จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมมันถึงถูกพาตัวมาอยู่ที่นี่ บวกกับมีคนจำได้ว่ากริบฮุกนั้นทำการหลบหนีไปพร้อมกับพวกแฮร์รี่ จึงทำการวินิจฉัยว่าสาเหตุที่พวกแฮร์รี่สามารถบุกเข้าไปภายในกริงกอตส์ได้ย่อมเป็นหนึ่งในฝีมือของกริบฮุกอย่างแน่นอน

    “ตอนแรก...ฉันก็ไม่คิดจะอะไรหรอก แต่ว่า...มันน่าขัดใจ และ...หงุดหงิด ที่แกบังอาจทำให้เธอ...ถูกเจ้าเด็กนั้นลักพาตัวไปได้”

    ผิดคาดที่โวลเดอมอร์กลับไม่แม้แต่จะเอาความเวเนเซีย เพราะหากดูๆแล้วยังไงๆเวเนเซียน่ะแหละที่เป็นพยายามหนี ไม่ใช่ถูกลักพาตัว แต่ทำไงได้...โวลเดอมอร์นั้นทั้งรักและหลงเวเนเซีย เขาย่อมไม่มีทางและไม่มีวันที่จะโยนความผิดหรือความคิดผิดแผกให้กับเธอ เช่นเดียวกับในตอนนี้

    “เพราะแก...ทำให้การเดินทางของเธอ และธุระของเธอต้องเป็นเรื่องใหญ่ แก...ทำให้ข้าพรากจากเธอ...ทั้งๆที่กว่าจะได้เธอมาอยู่เคียงข้าง มันยากเย็นและนานแสนนานแค่ไหน รู้มั้ยว่ามัน...ทรมานยิ่งกว่าอะไรเสียอีก!!

    โวลเดอมอร์โกรธเกรี้ยวอย่างหนักหน่วงและรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ทำเอาเหล่าสาวกที่ยืนคุมรอบด้านเป็นต้องตะลึงเพราะพวกมันไม่แค่เห็นนายเหนือของพวกมันอารมณ์เดือดถึงขนาดนี้มาก่อน

    “และผลลัพธ์ของการกระทำอันอุกอาจของแก โทษสถานเดียวก็คือ...นากินี”

    โวลเดอมอร์ไม่แม้แต่จะขยับแขนหรือตัว แต่กลับส่งเสียงเรียกงูตัวโปรดออกมาด้วยเสียงนิ่งๆและเรียบง่ายราวกับเรียกสุนัขแสนเชื่องตัวหนึ่ง

    พรืดดด...ชี่....

    เสียงครูดกับพื้นไม้ แม้จะฟังดูเงียบและไม่ดังมากเกิน หากแต่มันช่างน่าหวาดผวาเมื่อได้เห็นขนาดร่างของมันที่กำลังเคลื่อนกายคดเคี้ยวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

    “...จัดการมันซะ”

    ไม่รอช้าที่จะทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายอย่างจงรักภักดี

    มันชูคอขึ้นสูงกว่าเหยื่อตรงหน้าและพุ่งไปด้วยความเร็วและแรง

    คมเขี้ยวของมันฉกไปตามร่างกายของเหยื่อตรงหน้า

    มันไม่ใจดีและปราณี มันฉกตรงนั้นทีตรงนี้ทีราวกับกำลังเล่นสนุกกับเหยื่อตรงหน้า

    สร้างความพึงพอใจและดับความโกรธของโวลเดอมอร์ได้เล็กน้อย

    “ตามเธอกลับมา ไม่ว่ายังไงก็ต้องพาเธอกลับมาจากเจ้าเด็กนั่น อ้อ...ต้องนุ่มนวลด้วยละ นั้นคือข้อสำคัญ...และ เบลลาทริกซ์จะรับหน้าที่ด้วย ไปบอกให้เธอได้รู้ซะ”

    “ครับ!

    “ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำสอง ไม่มีวัน...กับเวโรนิก้าฉันเคยเสียไปแล้ว แต่กับเธอ...ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นแน่ๆ เวเนเซีย”

    ว่าแล้วโวลเดอมอร์ก็หลับตาลงและพยายามรื้อฟื้นความทรงจำอันแสนสุขในกาลก่อนเพื่อมาชะล้างความเกรี้ยวกราดและโกรธา

    โรงเรียนฮอกวอตส์...สมัยที่โวลเดอมอร์ยังเป็นนักเรียนอยู่

    ณ ห้องสมุดแห่งหนึ่งที่เป็นเขตหวงห้ามจึงมีนักเรียนอยู่น้อยคนนัก

    เขา...ในช่วงสมัยที่ยังคงใช้ชื่อว่าทอม ริดเดิ้ล กำลังนั่งอ่านอะไรบางอย่างอยู่ บางอย่างที่เป็นก้าวแรกของตัวตนในปัจจุบันของเขา

    และในความเงียบและตั้งสมาธิต่อหนังสือตรงหน้านั้นเอง

    “ใครเอ่ย?

    ดวงตาที่กำลังมองกระดาษบนหนังสือถูกแทนที่ด้วยความมืดเนื่องจากมีมือบางๆเล็กๆของใครบางคนมาบดบังเอาไว้

    “เวโรนิก้า...ไม่เอาน่า ที่นี่มันห้องสมุดนะ”

    “เอ๋? งั้น...ฉันไปข้างนอกก็ได้ นายจะมามั้ย...ทอม?

    “อือ รอฉันเก็บหนังสือแปบนะเวโรนิก้า”

    ความสนิทสนมชิดเชื้อที่เรียกได้ว่ายากที่จะหาได้ง่ายๆ เมื่อเด็กบ้านสลิธีรินกับเด็กบ้านเรเวนคลอกำลังเดินเคียงคู่กันไปด้วยกันในสีหน้ายิ้มแย้มและเริงร่า

    “นี่ทอม ปีหน้าเราก็จะเรียนจบแล้ว นายคิดจะไปทางไหนต่องั้นเหรอ เห็นว่าผลสอบของนายมันเลือกไปได้หลายเส้นทางเลยนี่นา?

    “นั่นสินะ ฉันเองก็ยังไม่ทันได้ตัดสินใจเลย แต่ก็นะ...มีที่คิดๆเอาไว้ในใจแล้วแหละ เธอละ?

    “อืม...ก็คงมีสองทางเลือกนั้นแหละ ไม่สืบทอดตระกูลต่อ...ก็คงจะทำตามความฝันละมั้ง?

    “ความฝันงั้นเหรอ?

    “อืม! ฉันอยากจะรู้...มีที่ไหนอีกบ้างหรือเปล่าที่เป็นเหมือนอย่างพวกเรา ไม่ใช่ที่นี่แต่เป็นอีกซีกโลกหนึ่งอันไกลโพ้นนู้น”

    ความหมายก็คืออยากจะรู้จักวัฒนธรรมต่างๆให้มากขึ้น และแน่นอนว่ารวมไปถึงสำรวจว่ามีที่ไหนนอกจากแถบยุโรปบ้างที่มีเหล่าผู้วิเศษเช่นเธออีก

    “จากที่เรียนในคาบมักเกิ้ลศึกษามันก็มีแค่ในแถบยุโรปเท่านั้น นายไม่คิดเหรอว่าที่อื่นจะเป็นยังไง คำเรียกและคาถาที่อาจจะต่างกัน ไม่คิดเหรอว่ามันน่าค้นหาน่ะ”

    “เธอ...จะไม่อยู่ที่นี่งั้นเหรอ?

    “นี่ทอม ถึงฉันจะไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ยังไง...เราก็รู้ใจกันนี่นา ยังไงฉันก็ต้องกลับมาที่นี่แน่ๆ ก็ที่นี่น่ะ...มันบ้านเกิดของฉันนี่นา อีกอย่าง...นายเองก็อยู่ที่นี่ด้วย ไม่งั้นฉันคงเหงาแย่เลยทีเดียว”

    “งั้น...สัญญานะ เมื่อเราโตขึ้น...เราจะกลับมาเจอกันอีกครั้งน่ะ”

    ทอมเอ่ยคำสัญญาที่อยากมีร่วมกันกับเวโรนิก้าด้วยความนุ่มนวลและคาดหวังอะไรบางอย่างในใจ

    “แน่นอนสิ! ฉันต้องกลับมาแน่ๆ สัญญาเลย!

    เมื่อเรียนจบ ทั้งสองก็แยกย้ายกันไปทำตามสิ่งที่ตัวเองคิดวางแผนเอาไว้ เวโรนิก้าเลือกเดินทางไปยังอีกแถบทวีปหนึ่งเพื่อทำการสำรวจและเรียนรู้ และด้วยความอยากรู้ที่ไม่มีสิ้นสุดของเธอ ทำให้เธอใช้เวลาอยู่ที่นั้นนานเสียจนไม่อาจกลับไปได้เป็นเวลาที่ล่วงเลยเข้าไปหลายต่อหลายปี หลายปีที่ว่าเธอและเขากลายเป็นผู้ใหญ่ในช่วงวัยที่ควรสร้างครอบครัวได้เลยทีเดียว และในตอนที่เธอกลับมานั้นเอง

    “ทอม! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ทำไมนายดู...นายโอเคหรือเปล่า?

    จากชายหนุ่มที่หล่อเหลาและชวนมอง บัดนี้กลับดูมืดมนและอิดโรยราวกับมีความมืดมาปกคลุมทุกส่วนของตัวเขา

    “อา...โอเคอยู่แล้ว แค่เห็นเธอฉันก็รู้สึกดีขึ้นเลยละ แบบ...เธอไม่ได้กลับมาที่นี่ ฉันก็เลย...”

    “แหม คิดถึงกันนี่เอง ขอโทษทีนะที่ติดต่อจดหมายกับนายไม่ได้น่ะ แบบการสื่อสารมันยังไม่ค่อยจะเสถียรดีนัก อีกอย่างฉันก็ไม่ได้อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งที่นั้นด้วย”

    “ที่นั้น? เธออยู่ที่นั้นตลอดเลยจริงๆด้วยสินะ”

    “อือหึ อ้อ! จริงด้วย!! ฉันมีเรื่องจะบอกละ...ฉันน่ะ มีแฟนแล้วแน่ะ แล้วก็...”

    ทอมรู้สึกเหมือนกับถูกตบเข้าเต็มหน้า หัวใจรู้สึกเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งเมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่จากหญิงที่เขาเฝ้ารอคอยมาโดยตลอดแบบกระทันหันเช่นนั้น

    แต่เขาก็อยากจะรู้...ว่าใครกันที่บังอาจมาช่วงชิงหญิงที่เขาเฝ้าปรารถนาและรอคอยมาตลอดแบบนี้

    “เขาเป็นใครกัน?

    “เขาชื่อวสันต์ เป็นคนที่ประเทศไทย พอดีฉันรู้จักกับเขาเพราะฉันไปอาศัยบ้านของเขาน่ะ พวกเขาให้การต้อนรับดีมากเลยแล้วก็ช่วยแนะนำและบอกหลายๆเรื่องของที่นั้นด้วย นายรู้มั้ยที่นั้นน่ะนะ...”

    ในหัวของทอมแทบไม่ได้ฟังรายละเอียดที่มีชายนามว่าวสันต์เข้ามาในหัวแม้แต่น้อย เขาคิดเพียงแค่ว่าชายคนนั้นจะหน้าค่าหน้าตาเป็นเช่นไรกัน และมีดีตรงไหนถึงได้หัวใจของเธอไปแทนที่จะเป็นเขา

    “แล้วก็นะ...ฉันกลับมาที่นี่ก็เพื่อจะมาบอกกับทางบ้านด้วยตัวเองว่าฉันมีแผนจะแต่งงานกับเขา”

    คำว่าแต่งงานกลายเป็นแย่ยิ่งกว่าเดิม ทอมเริ่มเก็บสีหน้าไม่อยู่และเริ่มจะมีความโกรธเกรี้ยวออกมาเล็กน้อย เห็นได้จากดวงตาที่เริ่มเขม็งและมือที่กำแน่นเกร็งจนเห็นเส้นเลือด บ่งบอกว่าตัวเขาเองก็พยายามจะไม่แสดงอาการนี้ให้เวโรนิก้าได้เห็น

    “...แต่งงาน งั้นเหรอ? เธอ...จะแต่งงาน...”

    “อืม ฉันชอบที่นั้น ชอบอากาศอบอุ่น ความใจดีและมีน้ำใจของผู้คนที่นั้น อีกอย่าง...เขาเองก็เป็นลูกชายคนโตด้วย ฉันเลย...เอนไปทางฝั่งเขาน่ะ”

    “เธอจะบอกว่า...”

    “อืม ฉันจะแต่งเข้าบ้านของเขา ที่ไทย ก็...คงต้องฝากฝังไมดี้ดูแลพวกคุณพ่อคุณแม่ แต่ฉันก็คิดเอาไว้ว่าทุกๆซัมเมอร์จะกลับมาเยี่ยมพวกท่านทุกปี แน่นอนว่ายิ่งหากมีครอบครัวฉันยิ่งอยากจะพามาด้วยเลยละ นี่ก็ใกล้เวลาที่ฉันต้องกลับไปที่บ้านแล้ว เรื่องสำคัญต้องรีบบอกกับพวกท่านเนิ่นๆ ไว้เจอกันใหม่นะทอม ไว้ฉันจะส่งการ์ดมาให้นายด้วย”

    เวโรนิก้าบอกลาทอมด้วยความสดใสและยิ้มแย้มเหมือนทุกครั้งที่เขามักจะเห็นเธอในสมัยยังอยู่ฮอกวอตส์ ทว่าครั้งนี้ต่างออกไปเพราะเขากลับไม่มีแม้แต่สีหน้ายิ้มรับและอ่อนโยนเหมือนในสมัยก่อนแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มที่ฝืนยิ้มให้กับเธอเท่านั้น

    “...เธอเป็นของฉันเวโรนิก้า ทำไมกัน...ฉันอุตส่าห์...ฉันต้องทำยังไงถึงจะได้เธอมาครอบครองกัน”

    ทอมจมจ่อมกับความผิดหวังที่ไม่คาดคิดเลยว่าจะเกิดขึ้นได้ ทั้งๆที่เขาฝันมาตลอดว่าคนที่จะเอ่ยคำรักและขอแต่งงานควรจะเป็นเขา ทว่ามันก็สายไปเสียแล้วที่จะพูดคำนั้นออกมา เมื่อได้เห็นแววตาและสีหน้าอันเปี่ยมสุขของเธอ สุขขนาดที่ว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจขัดขวางเธอได้ แต่แล้วก็มีกระแสความคิดหนึ่งที่แล่บผ่านเข้ามา

    “ในเมื่อจะเป็นเจ้าของ ย่อมต้องเป็นผู้อยู่เหนือทุกสิ่ง จะได้เธอมาต้องเป็นผู้ทรงอำนาจที่สุด โลกต้องอยู่ศิโรราบ...เมื่อโลกอยู่ใต้อาณัติฉัน วันนั้น...เธอก็จะเป็นของฉันสินะเวโรนิก้า รออีกหน่อยนะ...ฉันจะเอาเธอมาเป็นของฉันให้ได้”

    ความผิดหวังและแตกสลายทำให้จิตใจของทอมบิดเบี้ยวและน่าสะพรึง ความคิดของเขาหมายความถึงเมื่อได้ครองโลกย่อมครองได้ทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่เวโรนิก้าที่แม้ว่าจะกลายเป็นผู้หญิงที่มีเจ้าของไปแล้ว

    นี่จึงเป็นก้าวแรกอันยิ่งใหญ่ที่จะเถลิงอำนาจมืดในวันข้างหน้า

    แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่าเป้าหมายของเขาเปลี่ยนไป จากเวโรนิก้ากลับกลายเป็นเวเนเซียแทน ซึ่งความหลังที่ทำให้เขาเปลี่ยนใจนั้นก็ไม่มีใครล่วงรู้นอกจากตัวของเขาเอง

    --------------------------------------------------------------------------

    ------------------------------------------------

    “แล้ว...เราจะไปที่โรงเรียนกันได้ยังไงกัน?

    เวลานี้ทั้งสี่ที่กำลังค่อยๆเดินทางมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนฮอกวอตส์ตามแผนที่ตกลงกันเอาไว้ รอนก็ถามออกมาด้วยความสงสัยว่าแม้จะรู้ว่าภายในโรงเรียนมีของที่สามารถใช้แทนกันได้กับดาบกริฟฟินดอร์ ทว่าการจะเข้าไปเอามันก็ต้องผ่านด่านรั้วโรงเรียนให้ได้ แต่...ยังไงเนี่ยสิ

    “นั้นสินะ เท่าที่ฉันได้ความมาจากคนที่พวกเราก็รู้ว่าใคร”

    เวเนเซ๊ยหลีกเลี่ยงเอ่ยนามของโวลเดอมอร์ เพราะมีบทเรียนจากตอนแฮร์รี่มาแล้วรอบหนึ่ง และคำเรียกนี้ก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์และรู้กันมาแต่ไหนแต่ไร

    “เขาบอกว่าตอนนี้โรงเรียนมีศจ.สเนปเป็นอาจารย์ใหญ่อยู่ แล้วอย่างที่เราเห็นที่กระทรวงเวทมนตร์ ผู้คุมวิญญาณนี้ละให้พรึ่บพรั่บเยี่ยงดวงแมงกะพรุน ฉันก็เดาว่ามันต้องเป็นยามเฝ้าอยู่ที่นั้นแน่ๆ ส่วนวิธีที่จะไป...ฉันเลือกเส้นทางอย่างฮอกส์มี้ดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”

    “ฮอกส์มี้ด? ไม่ใช่ว่าทางลับพวกนั้นถูกปิดไปบ้างแล้วงั้นเหรอ? เวเนเซีย”

    แฮร์รี่จำแผนที่ตัวกวนได้ว่ามีทางลับบางจุดถูกปิดตายไม่ก็ไม่สามารถใช้ได้ เขาเลยรู้สึกแปลกใจว่าจะมีเส้นทางอื่นงั้นเหรอที่จะสามารถนำทางให้พวกเขาลักลอบเข้าสู่ภายในโรงเรียนได้

    “ใครว่าฉันจะใช้ทางลับแบบง่ายๆพรรค์นั้นกันละ? ฉันมีผู้ช่วยที่ดีกว่านั้น”

    “ผู้ช่วย? ใครกัน?

    “ก็...ว่าไงดีละ? พวกเราก็น่าจะเคย...รู้จักกับเขาแหละ แต่กับฉันมันจะออกจะ...ลึกซึ้งมากกว่าพวกนายน่ะ”

    ทั้งสามหันหน้ามามองกันอย่างสงสัย เพราะพวกเขานึกไม่ออกเลยว่าเวเนเซ๊ยไปรู้จักมักจี่ถึงขั้นสนิทมากกับใครกันในหมู่บ้านฮอกส์มี้ดกัน

    เนื่องจากเป็นไปตามที่เวเนเซียคาดการณ์แต่ใครจะคิดกันละว่าจะมีผู้เสพความตายมาพ่วงด้วยแบบนี้ เล่นทำเอาพวกเธอหนีกันหัวซุกหัวซุน

    กับผู้คุมวิญญาณยังพอจะทำเนาแล้วก็ซัดไหวหรอกนะ แต่เล่นเอาผู้เสพความตายมาด้วยแบบเนี่ย ขืนพวกนั้นมันรู้มีหวังได้ ต้องใช้วิธีเนียนอีกแล้วสินะ

    แม้จะฟังดูเหมือนเอาตัวรอดคนเดียว แต่นี่ก็เป็นหนทางที่ชัวร์ที่สุดและปลอดภัยที่สุดในความคิดของเธอ นั้นคือร่างหมาป่านั้นเอง เธอไม่เสียเวลาให้มากเกินจำเป็น ไม่นานเธอก็สามารถวิ่งฉิวไปยังหน้าประตูร้านแห่งหนึ่งในบรรดาหลายๆหลังของหมู่บ้านฮอกส์มี้ด จากนั้นก็รัวกรงเล็บลับประตูเป็นการส่งเสียงเรียกให้คนข้างในรีบมาเปิดประตูให้กับเธอ

    “...เธอนั่นเอง รีบเข้ามา แล้วก็รีบเอาเพื่อนๆของเธอเข้ามาด้วย”

    เขารีบเปิดประตูและให้พวกเธอพุ่งเข้าไปหลบจากนั้นเขาก็สวนเดินออกไปจัดการไล่พวกผู้เสพความตายให้พ้นไปจากร้านด้วยข้ออ้างที่ยกขึ้นต่างๆนานา

    “คนที่เธอว่า...คือเขางั้นเหรอเวเนเซีย?

    เฮอร์ไมโอนี่เป็นคนแรกที่รู้ว่าคนที่มาเปิดประตูให้กับพวกเธอเป็นใคร เขาคือน้องชายของศจ.ดัมเบิลดอร์ อาเบอร์ฟอร์ธ ดัมเบิลดอร์นั้นเอง

    “อืม พอดีเราคุยอะไรกันหลายๆเรื่องแล้ว...เกิดมีความเหมือนกันน่ะ ก็เลย...กลายเป็นคนที่คุยด้วยกันแล้วถูกคอน่ะ”

    “นึกยังไงถึงได้มาในเวลาแบบนี้ห่ะเวเนเซีย?

    “ขอโทษค่ะคุณอาเบอร์ฟอร์ธ แต่เราไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้”

    “เอาเถอะ มันก็คงเกี่ยวกับเรื่องสำคัญของเธอตามเคยสินะ ชั้นสอง ห้องขวาสุด พักผ่อนก่อนแล้วค่อยมาคุยกัน”

    “ขอบคุณมากค่ะ”

    หลังจากได้รับการช่วยเหลือซ้ำยังได้ห้องพัก ทั้งสามก็เริ่มมาถามซักไซ้เธอว่าไปทำความรู้จักกับอาเบอร์ฟอร์ธได้ยังไง และตั้งแต่เมื่อไร

    เวเนเซียนอนมองเพดานห้อง โดยเพื่อนทั้งสามของเธอก็ทำเช่นกัน ทว่าตายังเปิดและหูพร้อมรับฟังในสิ่งที่เวเนเซียจะอธิบายให้พวกเขาฟัง

    “นั้นสินะ มันเริ่มจาก...ตอนขึ้นปีห้า ช่วงที่อัมบริดจ์ยังไม่ขึ้นตำแหน่งของศจ.ดัมเบิลดอร์”

    สมัยเวเนเซียปีห้า ณ หมู่บ้านฮอกส์มี้ด

    “เธอ...เธอนั่นแหละ”

    “หนูเหรอคะ?

    “ใช่ เธอ...พอดีฉันมีเรื่องอยากจะถามอะไรหน่อย”

    “เรื่อง...เรื่องอะไรงั้นเหรอคะ?

    “เธอคงไม่รู้จักฉันสินะ ฉันอาเบอร์ฟอร์ธ...”

    เวเนเซียเอียงคอหรี่ตามองราวกับพยายามเพ่งมองใบหน้าของชายแก่ตรงหน้าด้วยความสงสัยและรู้สึกคุ้นว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน และมากระจ่างก็เมื่อเขาสังเกตเห็นสีหน้าและแววตาของเวเนเซียออกก็เลยบอกต่อจนจบว่า

    “...ดัมเบิลดอร์ ฉันเป็นน้องชายของศจ.ของเธอ”

    “น้องชาย...ถึงว่าสิทำไมรู้สึกคุ้นๆหน้า แล้ว...มีเรื่องอะไรที่อยากจะถามหนูงั้นเหรอคะ?

    “คุยตรงนี้คงไม่สะดวก ถ้ายังไงเข้ามาข้างในก่อน เดี๋ยวฉันจะได้มาอะไรอุ่นๆให้เธอดื่มด้วย”

    เป็นการเอาใจใส่ที่ดีเยี่ยมและไม่มีพิษภัยอะไร เวเนเซียเลยพยักหน้ารับตามคำเชิญของเขาอย่างเต็มใจ เพราะเธอเองก็ไม่มีอะไรทำในหมู่บ้านอยู่แล้วด้วย ตอนแรกเธอก็กะแค่ว่าจะมาเดินเล่นให้หายเครียดจากความบัดซบของอัมบริดจ์เท่านั้น

    “...ฉันอยากจะถาม ตอนที่เธอตาย...เธอรู้สึกยังไง?

    พรวดดด

    ทำเอาน้ำชาลวกปากเพราะไม่นึกเลยว่าเขาจะถามอะไรที่มัน...ตรงเกินขนาดนี้

    “รู้กันหมดเลยสินะค่ะเนี่ย เรื่องที่หนูตายไปรอบในศึกชิงถ้วยไตรภาคีนั้น”

    “แน่นอน ดังไปทั่วทั้งโรงเรียนรวมมาถึงฮอกส์มี้ดด้วย แต่มันก็ไม่เท่ากับที่เธอฟื้นขึ้นมาจากความตายได้หรอก ฉันเลย...อยากจะรู้ว่าความตายมันเป็นยังไง?

    “เอาจริงๆนะค่ะ ต้องขอบคุณปู่ของหนู เขาเป็นคนช่วยหนูเอาไว้...ช่วยมาตลอด แต่...ความตายมันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด มันทำให้เราได้เจอกับคนที่เรารักอีกครั้ง เหมือนอย่างที่หนูได้เจอกับปู่ทั้งๆที่ท่านเสียไปเมื่อสมัยหนูยังเป็นเด็กอยู่”

    “คนที่เรารัก...ยังงั้นเหรอ?

    อาเบอร์ฟอร์ธมองขึ้นไปยังรูปภาพใบโตใบหนึ่งที่เป็นเด็กผู้หญิงน่ารักในชุดสีฟ้าซึ่งเธอเองก็กำลังสบตามองลงมายังอาเบอร์ฟอร์ธเช่นกัน

    “...ใครงั้นเหรอค่ะ เด็กคนเนี่ย”

    “แอรีอานนา น้องสาวของฉันเอง”

    “น้องสาว...หรือว่า...”

    เวเนเซียเริ่มจะปะติดปะต่อเองได้แล้วว่าเหตุผลที่อาเบอร์ฟอร์ธอยากจะรู้ว่าความตายเป็นยังไงจากเธอ คงไม่พ้นไปจากแอรีอานนาคนนี้ก็เป็นได้

    “ก็อย่างที่เธอคิด ฉันแค่อยากจะรู้ว่า...เธอเป็นยังไงบ้างหลังจากที่เธอตายไป ยังคงเจ็บปวดหรือเปล่า เสียใจมั้ย หรือ...โดดเดี่ยวหรือเปล่า”

    “...เอาตรงๆนะค่ะ หนูเองก็พูดได้ไม่เต็มปากหรือหาอะไรมายืนยันได้ แต่...หนูมั่นใจว่าเธอยังคงอยู่กับคุณค่ะ เหมือนอย่างที่ปู่ของหนู...อยู่และคอยดูหนูอยู่ตลอด เพราะวันนั้นท่านบอกกับหนูเองค่ะว่าท่านเฝ้ามองดูหนูมาโดยตลอด”

    “แล้ว...”

    “เพราะงั้น...เธอเองก็คงไม่อยากให้คุณเป็นทุกข์แน่ๆค่ะ ไม่มีใครในครอบครัวนะค่ะ ที่อยากจะเห็นคนที่เรารักต้องมาเศร้าและเสียใจ เพราะงั้นแล้ว...หนูว่าคุณน่าจะพยายามคิดแง่บวกและปล่อยวางก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี ไม่งั้นแล้ว...เธอก็คงจะไม่มีความสุขอย่างแน่นอน วิญญาณกับคนเป็น...ไม่อาจช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำกันได้ ทว่า...จะทำได้แค่เพียงภาวนาและเอาใจช่วยเท่านั้นค่ะ”

    “......”

    “เพราะงั้น...อย่างน้อยก็อย่าทำร้ายตัวเองโดยการทำให้ตัวเองทรุดโทรมเลยดีกว่านะค่ะ เพื่อให้เธอได้เห็นว่าแม้จะไม่มีเธอ แต่คุณก็ยังสามารถยิ้มและมีความสุขกับชีวิตต่อไปได้ คิดซะว่าใช้ชีวิตในส่วนที่เหลือแทนในส่วนของเธอก็ได้ค่ะ”

    ราวกับเป็นคำแนะนำที่ดีและชวนให้ทำตาม อาเบอร์ฟอร์ธเริ่มมีรอยยิ้มและแววตาขอบคุณให้กับเธอ

    ตั้งแต่นั้นมาเวลาที่เวเนเซียไปยังหมู่บ้านฮอกส์มี้ดแล้วว่างๆทีไรเป็นต้องไปเยี่ยมเยียนเขาเสมอๆ รวมไปถึงนำเรื่องต่างๆไปพูดคุยและมาปรึกษากับเขาด้วยในหลายๆเรื่อง จนกลายเป็นว่าเวเนเซียสนิทกับอาเบอร์ฟอร์ธตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้เหมือนกัน

    “แล้วพอมาปีนี้ฉันก็ไม่ได้ข่าวคราวเลย แต่อย่างน้อยก็มั่นใจแหละว่าเขาน่าจะปลอดภัยอยู่ที่นี่ เพราะเขาเองก็บอกว่าตัวเขาไม่ได้ติดต่อกับศจ.ดัมเบิลดอร์มานานมากแล้ว”

    “พวกเราเข้าใจแล้ว แล้วเธอจะบอกว่าเขามีทางออกสำหรับปัญหาให้กับพวกเรางั้นเหรอ?

    “รอน คุณอาเบอร์ฟอร์ธเป็นถึงน้องชายของศจ.ดัมเบิลดอร์ อายุอานามก็ไม่น่าจะต่างกันมากนัก อีกอย่าง...เขาอยู่ที่นี่มาตั้งกี่ปีต่อกี่ปี ต่อรุ่นต่อกี่รุ่นกัน เขาอาจจะ...ช่วยอะไรเราได้ก็ได้ จริงมั้ย?

    สิ้นความสงสัยและกังวลเพราะมันก็จริงอย่างที่เวเนเซียว่ามาทุกอย่าง นั้นจึงเป็นเสียงพูดสุดท้ายในค่ำคืนนี้ และทั้งสี่ก็หลับตาลงและนอนหลับเป็นตายทันที เนื่องจากวันนี้ช่างเป็นวันที่สมบุกสมบันและเหนื่อยแทบตายเสียเหลือเกิน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

303 ความคิดเห็น

  1. #124 look79 (@0902252711) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 21:59
    ไรท์ หนูคิดถึงไรท์มักๆ
    #124
    0
  2. #123 Aomm_msp (@AomKazuko) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 08:22
    รออออออ อยากให้เดรกเป็นพระเเอกรักมาก
    #123
    0
  3. #122 20116chotikan (@20116chotikan) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 22:05
    รอน้าาา
    #122
    0
  4. #121 Yumimaru (@YUMECH) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 12:40
    <p>เราชอบเดรโกนะ แต่ก็รักทอม ง่าาาาาาาา</p>
    #121
    0
  5. #118 MinutesZ (@amnunchanok) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 15:13
    ง่า... อยากอ่านต่อแล้วอ่ะค่ะ ~! เป็นกำลังใจให้นะคะ~! >_< รีบๆมาต่อน้าา ^^
    #118
    0
  6. #108 evacatus (@TaNPr) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 20:49
    <p>เวเนเซียเริ่มรู้ใจตัวเองรึยังเนี่ย แอบสงสารเซดนิดๆ แต่ยังไงเดรกก็ต้องเป็นพระเอกนะคะ //อย่าลืมมาต่อนะคะไรท์ สู้ๆ</p>
    #108
    0
  7. #107 Sisfha (@falove11) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 08:38
    ฮืออออชอบเดรกน่ะ แต่เรารักเซดมากกว่าอยากให้เซดเป็นพระเอกT^T//สนุกกกกกกกก
    #107
    0
  8. #106 kultida_kd (@kultida_kd) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 23:25
    รอตอนต่อไปอยู่นะคะ เราเพิ่งตามไม่นาน จากที่อ่านอยู่เจอคำผิดอยู่หลายคำ แล้วก็การใช้ คะ ค่ะ นะคะ ไม่มี ไม้เอกนะคะ คะ ใช้แบบคำถาม บอกให้รู้เช่น รึปล่าคะ ใช่ไหมคะ อย่างนี้นะคะ ส่วน ค่ะ เป็นคำตอบรีบ เช่น ใช่ค่ะ สวัสดีค่ะ
    #106
    1
  9. #105 ลูกหมีสีขาว (@AKAKUROJi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 15:07
    ใจหนึ่งก็เชียร์เดรโกนะ แต่อีกใจหนึ่งก็ชอบเซดดริกไปแล้ว งื่ออออ
    #105
    0
  10. #104 iceofrebellion (@iceofrebellion) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 19:33
    รอน้าาาาาาา ทีมเดรสุดฤทธิ์ เมื่อไหร่นางจะรู้ตัวววววววว
    #104
    0
  11. #101 Misaka Misaei (@misakmisaei124) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 20:29
    หวังว่าเดรจะปลอดภัย
    #101
    0
  12. #100 sun46 (@sun46) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 21:06
    ไรท์มาต่อแล้วเย้
    #100
    0
  13. #99 Carecare975 (@Carecare975) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 11:58
    มาต่ออีกน้าาาาา
    #99
    0
  14. #98 look79 (@0902252711) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 10:52
    สนุกค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #98
    0
  15. #97 Aomm_msp (@AomKazuko) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 07:55
    เดรกเป็นพระเอกน้า
    #97
    0
  16. #96 Witchayaporn (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 08:51
    ขนลุกจางงง

    มาต่อนะคะๆ

    #96
    0
  17. #95 0804359592 (@0804359592) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 07:06
    ขนลุกซู่มากมาต่อนะค่ะ
    #95
    0
  18. #94 Papaprincess (@Papaprincess) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 02:13
    ทอมคือจะบอกว่ารักก็แปลกๆอ่ะ คือเหมือนเวเนเซียเป็นตัวแทนมากกว่าแม้จะหลงมากก้เหอะ
    #94
    0
  19. #93 ท้องฟ้าราตรี (@0840850597) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 00:46
    ขนลุกยังไงชอบกล
    #93
    0
  20. #92 เซไร (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 00:28
    สงสารทอมเหมือนกันนะเนี้ย รักจริงรักมานาน ถ้าไม่เป็นจอมมารก็ดีจริงๆๆ
    #92
    0
  21. #91 岭飞 (@Potae-kamui) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 23:54
    เฮียแกรักจริงหวังแต่ง5555จริงๆเราเชียร์พี่ทอมนะคะเห็นตื้อมานาน
    ถ้าพี่ทอมไม่เป็นจอมมารก็ดี555
    #91
    0