เสน่หาราเชนทร์

ตอนที่ 20 : ความจริงเป็นสิ่งน่าตาย (รึเปล่า) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    2 ม.ค. 60

     ความโศกเศร้าอยู่บนสีหน้าและนัยน์ตาของชาวลับแลนครทุกคน รวมถึงสมาชิกของคณะเดินทางของราเชนทร์ซึ่งถึงแม้จะดีใจกับการกลับมาอย่างปลอดภัยของชายหนุ่มแต่ก็หดหู่กับการสูญเสียพระแม่เจ้าวาดจันทน์

ให้ข้าอุ้มพระแม่เจ้าขึ้นไปตำหนักข้างบนเถิด คีรีกล่าวกับบิดาซึ่งยังกอดกระชับร่างเล็กไว้แนบอกไว้มั่นตั้งแต่กลับมาถึง แม้นจะไม่ได้ยินเสียงสะอื้นไห้แต่ดวงตาแดงก่ำก็บอกว่าคีตะเจ็บปวดมากแค่ไหน

ข้าอยากอุ้มนางขึ้นไปด้วยตัวเอง หัวใจที่เจียนสลายกลั่นคำพูดแหบห้าวผ่านลำคอที่ยังตีบตัน

แต่ท่านอุ้มนางมานานและไกลพอแล้ว ให้ข้าช่วยแบ่งเบาความเหน็ดเหนื่อยบ้างเถิด คำดึงดันเรียกอาการพยักหน้ายินยอมของผู้เป็นบิดาซึ่งพอผ่อนร่างไร้วิญญาณของพระแม่เจ้าวาดจันทน์สู่อ้อมแขนแล้วก็หันมาหาราเชนทร์

ผมเสียใจกับการจากไปของพระแม่เจ้าจริงๆ ครับ หากมีอะไรให้พวกเรารับใช้ ขอให้ท่านบอกได้ทุกขณะ

ข้าขอบใจในน้ำใจของท่านกับชาวคณะ หากราตรีนี้ข้าอยากให้ท่านพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ค่อยปรึกษาหารือเรื่องอื่น หากมีอันใดบกพร่องขอให้บอกคีรีหรือคนของสิงขร พวกเขาจักช่วยอำนวยความสะดวกในทุกสิ่งแก่พวกท่าน อดีตผู้ครองลับแลนครกล่าวด้วยสีหน้าเครียดขรึม

ท่านได้รับบาดเจ็บอะไรไหมคะ ให้ฉันตรวจดูก่อนไหม พัชราภรณ์กล่าวด้วยสัญชาตญาณของหมอ หากคำตอบคืออาการส่ายหน้า

 “บาดแผลของข้าเล็กน้อยนัก ขอบใจในความกรุณาของเจ้า ข้าขอตัวก่อน กล่าวเสร็จร่างสูงสง่าก็ก้าวตามบุตรชายที่อุ้มร่างของพระแม่เจ้าวาดจันทน์ลงจากเรือน ตรงไปหาบันไดขึ้นสู่ตำหนักเบื้องบน เหลือแต่ราเชนทร์กับชาวคณะซึ่งเพิ่งมีโอกาสได้หันมายิ้มทักทายกันอย่างยินดี

ทุกคน นี่ฐิยาดา เขาถูกขังไว้ในเขาสมิงดำ ชายหนุ่มถือโอกาสนั้นแนะนำสาวน้อยที่จับพลัดจับพลูหนีมาด้วยกัน สมาชิกแต่ละคนของคณะถูกแนะนำให้รู้จักกับผู้มาใหม่ซึ่งรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรก็ทำให้เธอคลายความกังวลก่อนหน้าลงไปได้มาก แต่ความเหนื่อยอ่อนจากการถูกกักกัน การหลบหนีและบาดแผลฟกช้ำทำให้ยืนต่อได้ไม่นานก็ร่วงลงกับพื้นแบบไม่มีใครคว้าตัวไว้ทัน

พาเข้าไปในห้องนอนของพัชรเลยค่ะ แพทย์สาวสั่งก้องเกียรติที่ช้อนร่างปวกเปียกขึ้นมาในวงแขนด้วยน้ำเสียงร้อนรนขณะที่ตนเองวิ่งเข้าไปหยิบกระเป๋ายาที่ยังอยู่ในห้องนอนของคีรีแล้วเดินอย่างเร่งรีบตามหลังเข้าไปอีก ณิชาทำท่าจะก้าวตามแต่ข้อมือของเธอถูกใครบางคนคว้าไว้เสียก่อน

อย่าค่ะ หญิงสาวอุทานอย่างตกใจเมื่อถูกรวบตัวเข้าไปกอดไว้แนบอกกว้างไว้แน่น อยากดันตัวออกแต่กลับสู้แรงของคนตัวโตไม่ไหว

พี่กลัวแทบแย่ว่าจะไม่ได้กลับมาหาผึ้งอีก ราเชนทร์พึมพำกับเรือนผมนุ่มสลวยด้วยความรู้สึกโล่งใจสุดขีด

อะแฮ่ม!!” ปรเมษฐ์กระแอมเบาๆ ในลำคอประหนึ่งจะเรียกสติเพื่อนสนิทเมื่อเห็นว่าพรานแก้ว ลุงมีและลูกหาบพากันจ้องมาตาแป๋วด้วยความงุนงงผสมอยากรู้อยากเห็น หากพอเห็นสายตาเอาเรื่องและการกอดกระชับกับร่างน้อยแน่นเข้าไปอีกของราเชนทร์ก็ตัดสินใจพูดต่อ แกเข้าไปในห้องให้คุณผึ้งช่วยทำแผลให้ดีกว่านะ ฉันเห็นฟกช้ำดำเขียวมาน่าดู

เอ่อเดี๋ยวผมดูต้นทางให้ครับ รับรองว่าไม่พลาดเหมือนคราวก่อน จอมทัพรีบป้องปากกระซิบกระซาบ ส่งผลให้ณิชาหน้าแดงก่ำ แต่ไม่ว่าเธอจะขืนตัวออกยังไง คนแข็งแรงกว่าก็ลากเธอหายเข้าไปในห้องนอนจนได้

ปล่อยค่ะ เดี๋ยวพี่พัชรมาเห็น หน้าหวานมองเขาเลิ่กลั่กเมื่อประตูห้องนอนถูกดันให้ปิดลง

พี่ไม่สน บอกแล้วไงครับว่าพี่ไม่ได้คิดอะไรกับพัชร ถ้าเขาเข้ามาเห็นพี่จะบอกความจริงทั้งหมด เราจะได้ไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ กันอย่างนี้อีก พูดพลางก็ลากร่างอ้อนแอ้นลงมานั่งบนตักหลังจากหย่อนกายลงบนเตียง

แต่ผึ้งไม่ได้คิดอะไรกับพี่เชนทร์ค่ะ เธอหันไปสบตาคมกริบและกัดฟันบอกเขาในสิ่งที่ตรงข้ามหัวใจที่สุด หากนอกจากพ่อเจ้าประคุณทูนหัวจะไม่เชื่อแล้ว ดวงตาสีสนิมยังทอประกายระยิบระยับเหมือนขบขันเต็มประดา

โกหกไม่เก่งเลยรู้ไหมครับ มือหนารวบเอวนุ่มแน่นยิ่งขึ้นจนรู้สึกถึงอกนิ่มที่เบียดชิดกับอกแกร่งของตน

ผึ้งไม่ได้โกหกนะคะ ณิชาแหวด้วยใบหน้าแดงก่ำ พยายามจะใช้สองแขนกางกั้นหากแต่มันก็ไร้ผล

พี่รอดมาได้เพราะแหวนที่ผึ้งให้ ไม่งั้นป่านนี้อาจจะถูกจับไปอีกรอบก็ได้ เสียงทุ้มพึมพำบอกหลังจากสบตากันอีกครั้งแล้วสาวเจ้าหลุบเปลือกตาลงในกิริยาเขินอาย คำบอกเล่าส่งผลให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาอีกครั้งอย่างประหลาดใจ

จริงเหรอคะ

อือฮึ ราเชนทร์ซุกหน้าลงซบกับไหล่บางด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อนแล้วเริ่มเล่าต่อ ตอนแรกพญานาคมาบอกเส้นทาง แล้วก็มีงูยักษ์มาต่อสู้กับเสือ พอพี่เจอท่านคีตะกับพระแม่เจ้าวาดจันทน์และพวกเรากำลังจะถูกรุม น้ำก็พัดมาแรงมาก แล้วงูก็รัดพวกเราไว้ด้วยกัน งูตัวนั้นบอกพี่ว่าต้องเอาแหวนไปคืนท่านอนันตะนาคราช พี่ขอโทษที่ไม่มีแหวนมาคืนผึ้งครับ

ช่างเถอะค่ะ พี่เชนทร์ปลอดภัยกลับมาก็ดีแล้ว ความห่วงหาที่ท่วมท้นทำให้หญิงสาวขยับมือข้างหนึ่งขึ้นลูบเรือนผมสีน้ำตาลเข้มของเขา ผึ้งกลัวแทบแย่ว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นกับพี่เชนทร์

ชื่นใจ ริมฝีปากอุ่นฝังลงกับซอกคอหอมกรุ่นอย่างเสน่หา คนฟังขนลุกซู่และพยายามเบี่ยงหน้าหลบ

อย่าค่ะ เสียงหวานเบาหวิวไม่ต่างจากทั้งเนื้อทั้งตัวที่หวามไหวไปกับสัมผัสปลุกเร้า

พี่รักผึ้ง ปากร้อนเลาะเล็มใบหูเล็กและกระซิบคำรัก พอคนฟังยังนั่งแข็งทื่อก็ขยับศีรษะขึ้นมาสบตาหวานไหวแล้วยิ้มใส่ตา เป็นแฟนพี่นะครับ

แต่พี่พัชร…” แค่ได้ยินชื่อของพัชราภรณ์คนฟังก็รีบปิดปากนุ่มนิ่มด้วยปากอุ่นจัดของตัวเอง บดเคล้าเรียกร้องให้เธอเปิดรับลิ้นร้อนๆ ซึ่งควานไปทั่วโพรงปากหวานล้ำอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ใช้เวลาไม่นานคนอ่อนประสบการณ์อย่างณิชาก็ตัวอ่อนปวกเปียก หยุดเสียงครางประท้วงในลำคอและยอมให้ลิ้นของเขาคลุกเคล้าหยอกเอินกับลิ้นเล็กเต็มความถวิลหา มือบางบ้างเกาะไหล่หนาไว้แน่นราวกับคนกำลังจะจมน้ำ บ้างลูบไล้ท้ายทอยเขาเพื่อระบายความรัญจวน หากทุกกิริยาก็พาให้ใจหนุ่มฮึกเหิมลำพอง เจ้าหล่อนน่ารัก อ่อนหวานและเย้ายวนชวนคลั่งไคล้จนเขาไม่อยากเสียเวลาหยุดหายใจ

พี่ถือว่าเราเป็นแฟนกันแล้วนะครับ ดวงตากรุ้มกริ่มกวาดไปทั่วดวงหน้ารูปไข่อย่างเสน่หา พอเห็นนัยน์ตาหยาดเยิ้มหรี่ปรือและปากสั่นระริกจากฤทธิ์จุมพิตก็อดใจไม่ไหวจนประกบปากฝากฝังจูบดูดดื่มลงไปอีก ณิชาตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าเมื่อมือหนาซึ่งโอบกอดเธอไว้หลวมๆ ตอนแรกเลื่อนขึ้นปลดตะขอบราด้านแล้ว แล้วไถลมาด้านหน้า สอดเข้าไปใต้เสื้อยืดเนื้อนิ่มและขยับขึ้นมากอบกุมก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นแห่งทรวงอกแผ่วเบา สัมผัสจัดเจนที่เขาปลุกเร้าแบบไม่ให้โอกาสตั้งสติพาให้อารมณ์หวามกระเจิดกระเจิงจนทำตัวไม่ถูก กว่าเขาจะยอมถอยร่นก็เมื่อประตูด้านนอกถูกเคาะ

เชนทร์!! แกให้คุณผึ้งดูแผลเสร็จหรือยัง หรือว่าแผลมันเหวอะหวะมาก ฉันจะได้เรียกคุณพัชรมาช่วยทำแผลให้อีกแรง คำพูดกวนๆ ชวนให้ถูกเตะเรียกเสียงจิ๊กจั๊กในลำคอของหนุ่มลูกครึ่ง

ไม่ต้อง เดี๋ยวเราออกไป เสียงห้าวเกือบเป็นตวาดดังขึ้นขณะที่คนบนตักดิ้นรนจนเป็นอิสระจากการกกกอดและลุกขึ้นยืนหันหลัง ลนลานยกมือขึ้นติดตะขอบราด้วยมือไม้สั่น 

ให้พี่ช่วยดีกว่านะครับ น้ำเสียงรื่นรมย์ทำให้หญิงสาวหันมาส่งค้อนให้วงใหญ่แต่ไม่ว่าจะดิ้นหนียังไง คนมือไวก็เคลื่อนไหวได้ไวกว่า ไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาก็ปล้ำติดตะขอบราให้แบบไม่สนว่าเธอจะหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก

ปล่อยผึ้งได้แล้วค่ะ เราต้องรีบออกไปข้างนอกกันนะคะ ปากสั่นบอกเมื่อเขายังสวมกอดจากด้านหลังและวนเวียนฝังจูบลงบนพวงแก้มอย่างหลงใหล

พี่จะรีบบอกพัชรเรื่องของเรา เราจะได้ไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ กันแบบนี้ คำหวานพาให้ใจคนฟังเต้นรัวแรง

แต่พี่พัชรคงจะเสียใจและรู้สึกว่าโดนผึ้งหักหลัง เธอบอกเสียงสั่น ใบหน้าฉายความกังวลจนราเชนทร์ประทับจูบปลอบโยน

เรื่องของหัวใจมันเป็นสิ่งที่ห้ามกันได้ยากนะครับ คนที่พัชรจะโกรธควรจะเป็นพี่มากกว่า พี่ไม่อยากให้ผึ้งเอาแต่โทษตัวเองจนหาความสุขไม่ได้ พัชรเป็นคนมีเหตุผลมากพอ เขาจะต้องเข้าใจเราในที่สุด เขายอมปล่อยร่างเล็กและบังคับให้เธอหันมาเผชิญหน้า ณิชาไม่ตอบแต่ยิ้มจืดเจื่อนก่อนจะรบเร้าให้เขาพาออกจากห้อง

ร่างเล็กผงะเมื่อเห็นก้องเกียรติอยู่ด้านนอก สายตาไม่วางใจของนักโบราณคดีหนุ่มทำให้หญิงสาวรีบขอตัวเข้าไปดูพัชราภรณ์ในห้องนอน ทิ้งให้หนุ่มๆ เผชิญหน้ากันเอง

ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนดีกว่า เหนียวตัวจะแย่ ราเชนทร์อ้อมแอ้มกล่าวและหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งเพื่อคว้าเสื้อผ้าชุดใหม่จากเป้ เขารู้ดีว่าก้องเกียรติคิดยังไงกับสาวน้อยของเขา แต่คิดว่าอีกฝ่ายคงจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ตนกับณิชาพร้อมๆ กับพัชราภรณ์ หากเมื่อนึกถึงจูบอ่อนหวานปานน้ำผึ้งที่เพิ่งได้รับมาเมื่อครู่ความกังวลต่างๆ ก็อันตรธานหายไป เหลือแต่ความรื่นรมย์ในใจจนผิวปากอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์

ขณะเดียวกัน ณิชายิ้มรับเมื่อสาวรุ่นพี่ขอร้องให้เธอช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฐิยาดาซึ่งนอนสงบนิ่งรับน้ำเกลืออยู่บนเตียง

เดี๋ยวพี่ขอตัวไปดูเชนทร์ก่อนนะคะ ไม่รู้ว่าเขาเจ็บตัวมากรึเปล่า น้องผึ้งคงไม่ว่าถ้าพี่จะขอให้อยู่เป็นเพื่อนฐิยาดาในนี้สักพักใช่ไหมคะ แพทย์สาวจัดอุปกรณ์ใส่กระเป๋ายาอย่างคล่องแคล่ว

ตามสบายค่ะ สาวรุ่นน้องยิ้มจืดเจื่อนและปล่อยให้อีกฝ่ายออกจากห้องนอนแต่โดยดี หัวใจของเธอหนักอึ้งเพียงแค่คิดว่าหากพัชราภรณ์รู้ความจริงจะเจ็บปวดหัวใจและจงเกลียดจงชังเธอแค่ไหน

บุตรสาวท่านทูตเคาะประตูเบาๆ จนได้ยินเสียงอนุญาตจากคนข้างในถึงได้ผลักประตูและยิ้มให้เขา

พัชรแวะมาดูแผลให้คุณค่ะ หญิงสาวยิ้มอ่อนหวานให้ราเชนทร์ที่อาบน้ำเสร็จและอยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขายาวผ้าร่มสีกรมท่า

ผมไม่เป็นไรมากหรอก แค่ฟกช้ำดำเขียวน่ะ หนุ่มลูกครึ่งยิ้มตามแบบฉบับ

ถึงงั้นก็เถอะ ขอพัชรเช็กเพื่อความสบายใจดีกว่านะคะ เธอดึงดันพลางวางกระเป๋ายาไว้ข้างกายและตรวจแผลของเขา

ผมมีเรื่องอยากคุยกับพัชร ชายหนุ่มเอ่ยทำลายความเงียบหลังจากนั่งให้เธอตรวจเนื้อตัวแต่โดยดี พอพัชราภรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาก็ตัดสินใจพูดสิ่งที่ตระเตรียมไว้ เรื่องของผมกับผึ้ง

เชนทร์กับน้องผึ้ง ศัลยแพทย์สาวแกล้งถามเสียงสูงเหมือนประหลาดใจอยู่ครามครัน แม้หัวใจขณะนี้จะเจ็บแปลบเหลือประมาณ คนฟังสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดและไขความกระจ่างอย่างหมดเปลือก

ผมรักผึ้ง สิ่งที่ได้ยินทำให้พัชราภรณ์ผงะออกอย่างตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะข้ามขั้นขนาดนั้น

ตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แววตากลมโตฉายแววเจ็บปวด หากแต่ก็พยายามข่มน้ำตาที่ทำท่าว่าจะไหลไม่ให้พรั่งพรูออกมา

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้ว่าคนที่ผมควรจะรักคือพัชร แต่ผมหยุดความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อผึ้งไม่ได้ มันเหมือนกับว่าผมเกิดมาเพื่อจะรักเขาคนเดียว มือหนาวางลงบนมือบางของพัชราภรณ์เมื่อเห็นว่าน้ำตาไหลลงมาอาบแก้มของเจ้าหล่อน

พัชรคงทำอะไรไม่ได้แล้วใช่ไหมคะ หญิงสาวชักมือกลับ ลุกขึ้นยืนและเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอของน้ำตาผู้แพ้ ราเชนทร์ลุกขึ้นเต็มความสูงและก้าวมาหยุดด้านหลัง

ทุกอย่างเป็นความผิดของผมเอง คุณเป็นผู้หญิงสวย เพอร์เฟ็กต์และก็ดีพร้อมไปทุกด้าน แต่…”

แต่ก็ยังไม่ดีพอในสายตาเชนทร์ใช่ไหมคะ พัชรเข้าใจแล้วค่ะ ไม่ต้องอธิบายอะไรมากกว่านี้แล้วก็ได้ ใบหน้านองน้ำตาเชิดขึ้นน้อยๆ เสมือนว่ายอมรับการตัดสินใจของเขาอย่างสิ้นเชิง

ผมขอโทษ ผมไม่เคยอยากให้เรื่องของเรากลายเป็นแบบนี้ แต่ที่ผมบอกพัชรเพราะผมไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นไอ้หน้าตัวเมียที่คอยหลบๆ ซ่อนๆ ทำอะไรลับหลังพัชร ผึ้งเองก็รู้สึกผิดกับเรื่องนี้มาก ผมไม่อยากเห็นพัชรกับผึ้งบาดหมางใจกัน ถ้าพัชรจะโกรธหรือเกลียดใครสักคน ขอให้คนๆ นั้นเป็นผม นักล่าสมบัติเปิดอกยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชาย วินาทีต่อมาบุตรสาวท่านทูตอังกฤษก็หันกลับมาเผชิญหน้าพร้อมกับยิ้มทั้งน้ำตา

ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พัชรจะไม่โวยวายหรือทำอะไรให้เชนทร์กับน้องผึ้งอึดอัดใจหรือรู้สึกผิด ถ้าเรื่องที่เชนทร์อยากคุยกับพัชรมีแค่นี้ พัชรขอตัวก่อนนะคะ พูดจบร่างสมส่วนก็ก้มลงหยิบกระเป๋ายา ปาดน้ำตาลวกๆ และเดินก้มหน้างุดออกจากห้องไป ทันทีที่ผลักประตูห้องนอนแล้วเห็นแววตาตื่นตระหนกของณิชาก็เชิดหน้าขึ้นอย่างไว้ตัว

พี่จะเฝ้าเขาเอง ผึ้งออกไปข้างนอกเถอะค่ะ ตาแดงๆ ที่บอกว่าเธอผ่านการร้องไห้มาพาให้คนฟังใจฝ่อ

พี่พัชรคะ ผึ้ง…”

ออกไปสิคะ!” น้ำเสียงเป็นตวาดทำให้คนฟังลนลานออกจากห้องด้วยมือไม้สั่น พัชราภรณ์รู้เรื่องแล้วและก็ท่าทางจะเกลียดเธอมากเสียด้วยตอนนี้ มันเป็นความจริงที่ชวนให้เจ็บปวด มากกว่าจะปลอดโปร่งโล่งใจอย่างที่ราเชนทร์บอกไว้


**************************************************************



************************************************

อาการก้มหน้าก้มตาและปิดปากเงียบระหว่างทานอาหารของณิชาทำให้คนที่สังเกตทุกอากัปกิริยาของเธอถอนหายใจยาว ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองสาวเพราะเห็นสาวน้อยหน้าหวานออกมาจากห้องนอนด้วยอาการตาแดงๆ เหมือนคนจะร้องไห้ และก็หลีกเลี่ยงจะพูดคุยกับเขาตั้งแต่นั้น ขณะที่พัชราภรณ์เองก็เก็บตัวเงียบอยู่กับฐิยาดา ปฏิเสธจะออกมาทานอาหารร่วมกับคนอื่นๆ ส่งผลให้บรรยากาศตึงเครียดยิ่งขึ้น และเขาเองก็รู้ว่าเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความบาดหมางนั้น

อิ่มแล้วเหรอครับ ราเชนทร์ถามคนตัวบางที่วางช้อนในมือลงหลังจากละเลียดข้าวไม่ถึงสิบคำ

ค่ะ เอ่อ ผึ้งขอตัวลงไปเดินเล่นนะคะ หญิงสาวพยายามที่จะไม่เงยหน้าขึ้นสบตาคนถาม หากทันทีที่เธอขยับจะลุก ตาก็เหลือบเห็นก้องเกียรติซึ่งทำท่าจะลุกตาม ไม่ต้องตามไปค่ะพี่ก้อง ผึ้งอยากไปคนเดียวจริงๆ

นักโบราณณคดีหนุ่มชะงักและจำใจพยักหน้ายอมรับเมื่อเธอดึงดัน แต่ทันทีที่ร่างเล็กเดินลงบันไดไปสายตาแห่งความคลางแคลงใจก็พุ่งมาหาราเชนทร์ซึ่งนั่งอยู่ตรงข้าม

เอ่อ ผมขอคุยกับคุณก้องตามลำพังสักครู่ได้ไหมครับ หนุ่มลูกครึ่งอ้อมแอ้มชวนหลังจากทนมองสายตาจับผิดต่อไม่ไหว ไหนๆ ก็ตัดสินใจสารภาพความจริงพัชราภรณ์ไปแล้ว จะเป็นไรไปถ้าจะบอกคู่แข่งหัวใจว่าเขากับณิชาคบกันอย่างเป็นทางการและก้องเกียรติก็ควรจะรับรู้ไว้ว่า Game Over!

นักโบราณคดีหนุ่มลุกตามและปิดประตูห้องนอนของฝ่ายที่นำเข้าไปทันที ปล่อยให้คนอื่นๆ

คุณเมษฐ์ว่าทุกอย่างจะลงตัวไหมครับ จอมทัพปรายตามองประตูห้องนอนด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ

ไม่รู้สิ คงไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงหรอกมั้ง

สิ้นคำตอบเสียงโครมก็ดังขึ้นในห้องนอนก่อนที่ร่างของราเชนทร์จะเซหลุนๆ ออกมาข้างนอก เสียงเอะอะของจอมทัพกับปรเมษฐ์ที่ตรงเข้าไปห้ามทัพสองหนุ่มทำให้พัชราภรณ์วิ่งออกมาด้านนอก พอเห็นเลือดไหลลงมาตามมุมปากของราเชนทร์ก็ปรี่เข้ามาหาอย่างตกใจ

นี่มันอะไรกันคะเชนทร์ แพทย์สาวแหวใส่คนที่กำลังเช็ดเลือดจากมุมปากของตัวเอง

ไม่มีอะไร ผมแค่บอกคุณก้องว่าผมกับผึ้งรักกัน และเขาควรจะเลิกตอแยกับผึ้งเพราะผมขี้หึง..ก็เท่านั้น คำพูดเต็มปากเต็มคำเรียกอาการอ้าปากเหวอของคนรอบข้าง

ผมไม่เชื่อจนกว่าจะได้ยินจากปากของผึ้ง นักโบราณคดีหนุ่มฮึดฮัดจากการเกาะกุมของจอมทัพแล้วพุ่งตัวไปหาบันได ซึ่งคนมองตามรู้ดีว่าคงไปตามหาและถามเอาความจากณิชา

เชนทร์ควรจะทำแผลนะคะ พัชราภรณ์เตือนเมื่อเห็นเลือดยังไหลออกมาตามมุมปากของเขา

ขอยาแก้ปวดสักสองเม็ดให้ผมก็พอ หนุ่มลูกครึ่งเลียมุมปากของตัวเองอย่างหงุดหงิด อยากตามก้องเกียรติลงไปหาณิชาแต่ก็ไหล่กลับถูกเพื่อนสนิทกดลงให้นั่งโดยมีจอมทัพนั่งขนาบอยู่อีกข้าง

งั้นพัชรไปเอายามาให้ตอนนี้เลยละกันค่ะ บุตรสาวท่านทูตกล่าวเสร็จก็หมุนตัวเดินหายเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง แต่สายตาเจ้ากรรมกลับหยุดลงที่เป้เดินทาง เธอยืนลังเลชั่งใจชั่วครู่ก็ก้าวไปทรุดลงข้างเป้ใบนั้นและรูดซิปเพื่อหยิบของที่ซ่อนไว้ลึกสุด ก่อนจะกลับไปหากระเป๋ายาและหยิบยาแก้ปวดกับแก้อักเสบ

ขอโทษจริงๆ ค่ะเชนทร์ ปากอิ่มรำพึงเมื่อเทน้ำใส่ขันเงินใบเล็กแล้วค่อยๆ เปิดห่อผ้าในมือแล้วหยิบดอกว่านเสน่ห์จันทร์สามดอกมาโปรยลงไป ราวปฏิหาริย์เมื่อดอกไม้สีนวลเหมือนแสงจันทร์ละลายไปกับน้ำแทบจะทันที หญิงสาวทำหน้าครุ่นคิดอยู่หลายอึดใจก่อนจะตัดสินใจถือขันน้ำกับยาออกไปหาคนข้างนอก

ยาค่ะ พัชราภรณ์บอกเสียงแปร่งพลางยื่นขันน้ำกับยาออกไป แต่ยังไม่ทันที่ราเชนทร์จะคว้าของทั้งสองอย่าง มือของใครบางคนก็แย่งออกจากมือของเธอและยกขันน้ำขึ้นดื่มหน้าตาเฉย แต่จากที่คิดว่าจะดื่มพอให้หายสะอึกเพราะยังไม่ได้ดื่มน้ำหลังทานข้าว ก็กลายเป็นดื่มจนหมดขันเพราะกลิ่นหอมชื่นใจในน้ำแก้วนั้น

นะ นี่ คุณ... คุณ!” หญิงสาวอ้าปากค้าง ตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปกับสิ่งที่เกิดขึ้นเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ปรเมษฐ์วางขันน้ำลงข้างกายและเลียปากเหมือนเพิ่งได้ดื่มของดียิ้มเผล่

โทษที... แบบว่าผมสะอึกเพราะลืมกินน้ำหลังทานข้าวเมื่อกี้ เดี๋ยวให้จอมไปตักน้ำมาให้เชนทร์กินยาใหม่ สิ่งที่โพล่งออกมาจากใบหน้าทะเล้นแทบจะทำให้คนฟังล้มทั้งยืน แต่สิ่งที่เธอทำคือวิ่งปร๋อกลับไปซ่อนตัวอยู่ในห้องโดยปล่อยให้หนุ่มๆ ข้างนอกคิดว่าโกรธกับการกระทำจาบจ้วงของเขา

ทำยังไงดี แววตาตื่นตระหนกมองประตูห้องนอนที่เพิ่งปิดลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ที่สุดก็พนมมือขึ้นแนบอกและนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ขออย่าให้ว่านนั่นออกฤทธิ์อย่างที่พระแม่เจ้าวาดจันทน์บอกเลย แล้วลูกจะไม่ขออะไรอีกชาตินี้ ลูกจะหมั่นทำความดี เลิกอิจฉาริษยา เลิกยุ่งกับเชนทร์และน้องผึ้ง



********************************************



ฉันขอตามไปดูผึ้งกับคุณก้องก่อนนะ คนหวงแฟนกล่าวยังจากชะเง้อคอมองบันไดหลายสิบรอบแต่ยังไม่เห็นณิชาหรือก้องเกียรติโผล่มาเลย

อย่าถูกชกปากกลับมาอีกล่ะ ปรเมษฐ์บ่นแต่ก็ยอมปล่อยตัวมาแต่โดยดี ร่างสูงเร่งฝีเท้าลงบันไดอย่างเร่งรีบ ใจร้อนรุ่มเมื่อไม่เห็นเงาของคนทั้งคู่อยู่บริเวณนั้น ยังไม่ทันที่จะก้าวพ้นจากรั้วด้านนอกของเรือน คีรีก็เดินสวนเข้ามา

เอ่อ ทุกอย่างเรียบร้อยดีรึเปล่าคีรี มีอะไรให้พวกเราช่วยไหม

ข้าคงไม่กล้ารบกวนอะไรพวกท่านอีก เท่าที่ผ่านมาคณะของท่านก็ช่วยเหลือพวกข้ามานักแล้ว ผู้ครองนครคนใหม่ก้มศีรษะลงเล็กน้อยตามแบบฉบับ

ฉันเสียใจเรื่องพระแม่เจ้าจริงๆ ถ้าหากว่าท่านไม่เข้าไปช่วย ฉันคง..”

อย่าได้คิดว่าท่านมีส่วนทำให้พระแม่เจ้าจากไปเลย ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามกรรม สาเหตุที่ท่านต้องเดินทางเข้าสู่หุบเขาสมิงดำก็เพื่อพระแม่เจ้า ทั้งข้า..ท่านพ่อ..แลชาวลับแลนครทุกคนล้วนซาบซึ้งในความกรุณาของท่านกับคณะทั้งสิ้น คีรีแย้มยิ้มตามวิสัย หากพอนึกอะไรได้ก็เอ่ยต่อ ท่านจักทำเยี่ยงไรกับสตรีผู้นั้น

ฉันยังไม่รู้เลย ถ้าไม่มีทางเลือกจริงๆ ก็คงต้องพาเขาเดินทางไปด้วย แววตาของราเชนทร์ฉายแววกลัดกลุ้ม แต่ร่างกายเขาอ่อนแอมาก เมื่อกี้ก็เป็นลมไปและก็ยังไม่รู้สึกตัวเลยครับ

เช่นนั้นข้ายินดีให้ท่านกับคณะพำนักอยู่ที่เรือนจนกว่าจะหาคำตอบของทุกสิ่งได้ หากขาดเหลืออะไรก็ขออย่าลังเลที่จะบอกเรา ท่านพ่อ หรือคนของเราคนใดคนหนึ่ง หนุ่มเมืองลับแลบอกอย่างเจ้าบ้านที่ดี

ขอบคุณอีกครั้งนะคีรี เอ่อ...ฉันต้องเรียกคีรีว่าท่านถึงจะถูกสินะ การเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกแบบเฉียบพลันเรียกเสียงหัวเราะขบขันของคนฟัง

โปรดเรียกข้าว่าคีรีเหมือนเก่าเถิด อืม..ท่านกำลังจะไปที่ใดกันในเพลานี้ คิ้วหนาเลิกขึ้นสูงอย่างประหลาดใจ ในขณะที่คู่สนทนายิ้มกริ่ม

ฉันว่าจะเดินตามหาผึ้งกับคุณก้อง คีรีเห็นสองคนนั่นบ้างหรือเปล่า หัวใจคนพูดเริ่มกลับมาร้อนรุ่มอีกครั้ง

ข้าไม่เห็นผู้ใดเลย จะให้ข้าสั่งคนให้ช่วยออกตามหาหรือไม่

ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันเดินตามหาเอง งั้นฉันไปก่อนนะ กล่าวเท่านั้นขายาวก็รีบก้าวไปข้างหน้า ทิ้งให้เจ้าบ้านขมวดคิ้วมองตามหลัง ชั่วครู่ร่างสูงใหญ่ของคีรีก็ก้าวขึ้นบันไดเพื่อสอบถามข่าวคราวของคนอื่นๆ และเมื่อรู้ว่าพัชราภรณ์อยู่ในห้องกับคนป่วยก็ขออนุญาตไปเคาะประตูห้อง

ใครคะ พัชราภรณ์ร้องถามเสียงสั่น

ข้าเอง...คีรี คำตอบนั่นเรียกอาการถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกของคนฟังก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตูให้เขาด้วยอาการลุกลี้ลุกลน

เจ้าเป็นอันใดหรือเปล่า ท่าทางแปลกๆ ทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะถามอย่างห่วงใย หากสิ่งที่ได้รับแทนคำตอบคืออาการสั่นหน้าจนผมกระจาย นั่นทำให้เขาเบนสายตาไปหยุดที่ร่างของคนที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงซึ่งมีสายน้ำเกลือแขวนอยู่ข้างหน้าคล้ายกับเขาวันก่อน นางเป็นอย่างไรบ้าง

อ่อนเพลีย มีไข้และก็ฟกช้ำดำเขียวหลายแห่งค่ะ คิดว่าเธอคงช็อกกับสิ่งที่ได้พบมาหลายวันด้วย

คนข้างนอกบอกเราว่าเจ้ายังไม่ทานอันใดเลย เจ้าควรดูแลตัวเองบ้าง มิใช่ห่วงแต่ผู้อื่น... หาไม่จักล้มหมอนนอนเสื่อเช่นเดียวกับนางผู้นี้ แววตาห่วงใยที่ส่งมาให้อย่างเปิดเผยทำให้บุตรสาวท่านทูตอึดอัดจนทำอะไรไม่ถูก

งะ งั้นฉันขอตัวออกไปทานข้าวก่อนนะคะ พูดจบก็ลนลานออกจากห้องนอนราวกับจะหลบลี้หนีหน้าเขาให้เร็วที่สุด คีรีถอนหายใจยาว เขาชินเสียแล้วกับท่าทางแบบนั้น สี่ห้องดวงใจของหล่อนคงมอบให้หัวหน้าคณะหนุ่มอย่างราเชนทร์จนหมด

ดวงตาคมสำรวจร่างของคนบนเตียงอีกครั้งอย่างพิจารณา เขารู้จากบิดาแค่ว่าเจ้าหล่อนชื่อฐิยาดาและก็ติดสอยห้อยตามมากับราเชนทร์จากเขาสมิงดำ แต่ที่เขาไม่รู้คือเจ้าหล่อนเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงไถูกสมิงดำจับตัวไปขังไว้ที่นั่นได้

อย่า..อย่าทำข้าเลย

ริมฝีปากแดงจัดเพราะพิษไข้ที่เริ่มขยับส่งเสียงแผ่วเบาทำให้คีรีทรุดลงไปนั่งข้างเตียง ไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร แต่อาการขยับแขนทั้งสองข้างขึ้นเหมือนจะปกป้องตัวเองจากบางสิ่งบางอย่างทำให้เขาสงสารและอยากปกป้องด้วยสัญชาตญาณของเพศแข็งแรงกว่า

ข้ากลัวแล้ว ปล่อยข้าไปเถิด ข้าไม่อยากเป็นเครื่องเซ่นสังเวย กรี๊ดดดด!! ปล่อยข้า!!” เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นกรีดร้องในตอนท้ายพร้อมกับการเตะถีบ ทำให้มือหนารีบตะครุบร่างเล็กและกดไว้กับที่นอน แต่นั่นยิ่งทำให้ฐิยาดากรีดร้องขีดข่วนมากยิ่งขึ้น

นี่เจ้า...ตื่นได้แล้ว ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงไปเรียกคนที่ยังอยู่ในฝันร้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกระคนอ่อนโยน ส่งผลให้เปลือกตาของฐิยาดาปรือขึ้นทันที และเมื่อเห็นว่าใบหน้าของคนปลุกอยู่ใกล้แค่ไหนก็ตาเบิกโพลงอย่างตกใจ  

ที่นี่คือลับแลนครของข้า จักมิมีผู้ใดมุ่งร้ายหมายขวัญเจ้า ลืมสิ่งเลวร้ายที่เขาสมิงดำเสียเถิด สีหน้าดั่งนางกวางระวังไพรภัยทำให้คีรีลดความเคร่งขรึมบนใบหน้าและส่งยิ้มอ่อนโยนให้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ยินสุ้มเสียงใดๆ จากปากคนเพิ่งตื่น เสียงฝีเท้าสองคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู

มีอะไรหรือเปล่าคะ/ครับ พัชราภรณ์กับปรเมษฐ์ถามขึ้นพร้อมกันจนหญิงสาวหันมาค้อนให้อย่างหมั่นไส้

ไม่มีอันใด นางเพียงฝันร้ายไปเท่านั้น หนุ่มเมืองลับแลพึมพำพลางส่งยิ้มขี้เล่นใส่ตาคนป่วยซึ่งบัดนี้แก้มขาวซีดเปลี่ยนเป็นแดงจัดกับการกระทำนั้น

ตื่นแล้ว...งั้นพัชรตักข้าวต้มมาให้เขาทานดีกว่า ทานข้าวเสร็จจะได้ทานยา บุตรสาวท่านทูตรำพึงอย่างยินดีเมื่อเห็นคนป่วยในความดูแลมีสีหน้าดีขึ้น

ตัวเองเพิ่งทานข้าวแค่ไม่กี่คำ อย่าห่วงฐิยาดาจนเว่อร์ดีกว่า เดี๋ยวผมจะไปตักข้าวมาให้เขาทานเอง คุณกลับไปทานข้าวต่อได้แล้ว น้ำเสียงดุๆ เช่นเดียวกับสายตาของปรเมษฐ์ทำให้คนฟังมองตาขวาง

หรือจะหาเรื่องล้มหมอนนอนเสื่อเพื่อให้เชนทร์ป้อนข้าวเช็ดตัวให้ ผมบอกไว้เลยว่าเพื่อนผมไม่ทำแบบนั้นให้คุณผึ้งเข้าใจผิดเด็ดขาด อย่างมากหมอนั่นก็คงจะโยนหน้าที่ดูแลคุณมาให้ผม ซึ่งบอกตามตรงเลยว่าผม... คิ้วหนาเลิกขึ้นสูงและแกล้งลากเสียงยาวอย่างกวนๆ

ฝันไปเถอะว่าคุณจะได้เห็นขาอ่อนของฉัน!” ศัลยแพทย์สาวแว้ดใส่อย่างเหลืออดเท่านั้นก็แจ้นออกจากห้อง  ผู้ชายบ้า!” เสียงหวานก่นด่าเขาพอให้ตัวเองได้ยินเมื่อนั่งแหมะลงข้างชามข้าวต้มอีกครั้ง แต่หลังจากนั่งกินไปบ่นไปเป็นหมีกินผึ้ง ความโกรธก็เปลี่ยนเป็นความยินดีจนเผลอยิ้มอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า

กรี๊ดดด...ยาเสน่ห์ไม่ได้ผล! สงสัยฟ้าดินเมตตาปราณีต่อเธอ หรือไม่ก็เพราะอีตานั่นไม่ใช่ราเชนทร์ซึ่งเธอตั้งใจจะให้ดื่ม สาธุ...ขอให้ปรเมษฐ์ขบกัดเธออย่างนี้ไปตลอดด้วยเถอะ อย่าให้เธอกับเขามีวันญาติดีกันเลย

คนถูกนินทาในใจซึ่งเดินมาตักข้าวต้มให้คนป่วยลอบมองดวงหน้าสวยผุดผาดซึ่งกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวก็ทำหน้าประหลาด

เป็นอะไรของคุณ ยิ้มคนเดียวอยู่ได้ หรือว่าเสียใจที่ถูกเพื่อนผมสลัดรักจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว คำเหน็บแนมด้วยใบหน้าขบขันส่งผลให้คนถูกกัดสะบัดหน้าพรืดใส่แบบที่ทำประจำพักนี้ ปรเมษฐ์ส่ายหน้าระอา เขาไม่กล่าวอะไรอีกนอกจากเร่งตักข้าวต้มและกลับเข้าไปในห้องคนป่วยอีก

ส่งชามนั่นให้ข้าเถิด คีรีซึ่งยังนั่งอยู่ข้างเตียงเอ่ยพร้อมกับขยับมือไปรับชามข้าวต้มกับช้อน

งั้นฉันขอตัวตามไปดูเชนทร์ก่อนล่ะ ความห่วงว่าเพื่อนสนิทจะเกิดเรื่องชกต่อยกับก้องเกียรติอีกรอบทำให้ปรเมษฐ์รีบขอตัว ซึ่งพอคนฟังพยักหน้าอนุญาตก็รี่ออกจากที่นั่นอย่างไม่ลังเล

 “ข้าทานเองได้ ฐิยาดารีบบอกเมื่อเจ้าของร่างสูงทำท่าว่าจะตักอาหารในชามมาป้อนเธอ ร่างบางลนลานลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าตื่นๆ

ข้าวต้มนี่ร้อนมาก เจ้าคงทานเองไม่ถนัด เขาพยักพเยิดมายังแขนซึ่งยังมีเข็มน้ำเกลืออยู่

แต่ข้า...ข้าทานเองได้จริงๆ แววตาที่บอกว่าเจ้าหล่อนกระอักกระอ่วนเรียกรอยยิ้มขบขันจากใบหน้าคมคาย

ข้ารู้ว่าเจ้าเคี้ยวแลกลืนอาหารนี่เองได้ ข้าเพียงแต่อยากช่วยป้อนใส่ปากเจ้าเท่านั้น หากเหนียมอายนักก็คิดเสียว่าเจ้าคือลูกนกสักตัว แววตาอบอุ่นระคนเอ็นดูยิ่งทำให้คนฟังหน้าแดงก่ำ ถูกต้อนให้จนมุมจนต้องยอมเปิดปากรับอาหารที่อีกฝ่ายบรรจงป้อนให้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่ชายใดจักปรนนิบัติเธออ่อนโยนเยี่ยงนี้

บุรุษผู้นี้มีหลายอย่างคล้ายคลึงกับราเชนทร์ หากจะแตกต่างกันบ้างก็คือดวงตาคู่นี้อ่อนโยน ขณะที่ดวงตาของราเชนทร์นั้นแฝงแววเฉียบขาด

หน้าข้าคงเหมือนสมิงดำสักตนกระมัง เจ้าถึงมองเยี่ยงนี้ คำล้อเลียนด้วยท่าทางเอ็นดูพาให้สาวน้อยตาเบิกกว้างก่อนจะรีบก้มหน้างุดเมื่อรู้ว่าเผลอมองเขานานเกินงาม

ปละ เปล่า ท่านหาได้ละม้ายคล้ายสมิงตนใดไม่ เจ้าของปากสีชาดสะเทิ้นอาย น่ารักจนคนมองลอบยิ้ม

เช่นนั้นเจ้าคงมิหวาดกลัวจะเล่าความเป็นมาของเจ้าให้ข้าฟังดอกกระมัง สาวน้อยหน้าหวานแย้มยิ้มและเริ่มเล่าว่าเป็นใคร มาจากไหน และเหตุใดจึงตกอยู่ในเงื้อมมือของสมิงดำให้ฟังอย่างเต็มใจ สีหน้าเศร้าสร้อยอยู่เป็นนิจทุกครั้งที่เอ่ยถึงชนเผ่าชวนให้คีรีสงสารอย่างบอกไม่ถูก

เจ้าคงมิอยากกลับไปหาบิดามารดาที่ชนเผ่านั่นอีก

ท่านแม่ของข้าสิ้นเมื่อสองปีก่อน แลท่านพ่อก็ทอดทิ้ง ไม่เคยมาสนใจใยดีข้าตั้งแต่มีหญิงใหม่มาแทนที่ท่านแม่ แม้นกลับไปวันใดก็จักถูกจับส่งกลับมาเซ่นสังเวยนางพญาสมิงดำครานั้น ศีรษะเล็กปฏิเสธที่จะทานข้าวต้มที่เหลือเนื่องจากลำคอตีบตันเต็มที

เช่นนั้นเจ้าถึงต้องเดินทางร่วมไปกับคณะของท่านราเชนทร์ คำเปรียบเปรยเสมือนรู้ว่าชะตากรรมของเธอหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรเรียกอาการพยักหน้าของสาวน้อยอีกครั้ง

ท่านราเชนทร์มีบุญคุณต่อข้านัก ฐิยาดารำพันรำพึงด้วยความซาบซึ้งใจ

เราขออวยพรให้เจ้าเดินทางไปกับคณะจนถึงอิงฟ้านครโดยไร้อุปสรรคเถิด ผู้ครองลับแลนครกล่าวอวยพรก่อนจะขอตัวออกไปเมื่อพัชราภรณ์กลับเข้ามาข้างในเพื่อตรวจและให้ยาคนป่วย

ท่านราเชนทร์ยังไม่กลับอีกหรือท่านจอมทัพ คำถามนั้นถูกส่งให้จอมทัพซึ่งยิ้มแหยและส่ายหน้า

ยังครับ ตอบพลางสายตาก็เหลือบเห็นร่างของสามหนุ่มทะยอยกันขึ้นบันไดมาอย่างร้อนรน มาโน่นแล้วครับ

ผึ้งหายไป!” หัวหน้าคณะโพล่งขึ้นด้วยสีหน้าหวาดหวั่น เป็นไปได้รึเปล่าว่าจะมีสมิงดำลอบเข้ามาเอาตัวผึ้งไป

ข้อนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะทางเข้า-ออกดินแดนของลับแลนครนั้น มีเพียงชาวลับแลนครที่สามารถเปิดม่านมนตรานั้นได้ นางคงอยู่ที่ใดที่หนึ่งในลับแลนคร คีรีกล่าวด้วยสีหน้าสุขุมเยือกเย็น

แต่พวกเราตามหาผึ้งทุกมุมแล้ว ไม่มีเงาของผึ้งจริงๆ นะครับ ก้องเกียรติเสริมด้วยสีหน้าหวั่นวิตกมิต่างจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนสดๆ ร้อนๆ ของณิชา

เช่นนั้นเราจักสั่งให้ทุกคนออกตามหา ผู้ครองนครคนใหม่หันไปสบตาสิงขรซึ่งก้มศีรษะรับคำสั่ง แต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยคำใด เสียงของคีตะซึ่งเพิ่งก้าวขึ้นบันไดก็ตรึงฝีเท้าของทุกคนไว้

นางมิได้หายไปไหน หากกำลังอาบแสงจันทร์ทรงกลดอยู่เบื้องบนนั่น คำบอกเล่าเรียกให้ทุกคนแหงนหน้าขึ้นมองบนฟ้าพร้อมกัน สิ่งที่เห็นชวนให้เลือดในกายของชาวคณะเย็นเยียบ เพราะร่างเล็กของณิชาลอยเหยียดยาวสงบนิ่งเด่นชัดกลางแสงจันทร์ทรงกลดสีแดงราวกับเลือด

 “...เกยา นคระ วินาสะ ณิวาติเป

เทวะยัง เอวินัง อิละปายัง

ราเชนะ ศิกาเล อิวาเย

นะระมะหิเต นะระมะหิเต..

ดวงตาของณิชายังปิดสนิทขณะที่ปากพร่ำสวดคาถานับร้อยบท กระทั่งเมื่อวรรคสุดท้ายจบลง แพขนตายาวงอนถึงได้เปิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ความทรงจำในอดีตชาติบัดนี้เด่นชัด ความเจ็บปวดเจียนหัวใจจักแตกสลายที่เคยพานพบ บัดนี้กลับมาหลอกหลอนหัวใจประหนึ่งว่าเพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่เพลาจนหยาดน้ำตาร่วงพรู

กลับมาสู่อ้อมแขนของข้าผู้เป็นมารดาเถิดอุมาวตี มาก่อนที่ร่างของข้าจักสลายกลายเป็นเถ้าธุลี ข้าทนทุกข์ทรมานมาหลายกัปป์กาลเพื่อรอคอยเจ้า ดวงหน้านองน้ำตาของมารดาลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า หากยามเอื้อมมือออกไป...กลับไขว่คว้าเพียงนภากาศ ว่างเปล่าชวนให้ใจหาย

ท่านแม่! รอข้าก่อน ข้ากำลังจะกลับไป..หาท่านแลบรรพบุรุษ ข้าจักกลับไปลงทัณฑ์พวกมันที่บังอาจพรากข้าจากเจ้าพี่ จากโอรสของข้า จากท่าน จากอิงฟ้านคร พวกมันจักต้องตอบแทนความชั่วช้าสามานย์ด้วยชีวิต! ดวงตาดำขลับบัดนี้วาวเรืองมิต่างจากดวงตาแห่งสมิงดำยามสะท้อนสีเลือดแห่งพระจันทร์ทรงกลด

 “ผึ้ง!! ผึ้งงงง!!” เสียงเรียกคุ้นหูส่งผลให้ร่างของณิชาหมุนคว้าง และเมื่อเห็นดวงหน้าของคนเรียกดวงตาก็เบิกโพลง

พะ พี่เชนทร์!” ริมฝีปากอิ่มเปล่งเสียงเบาหวิวได้เพียงเท่านั้นสติก็หลุดลอยและร่างก็เหมือนจะดิ่งลงสู่เบื้องล่างจนคนมองอุทานขึ้นพร้อมกันเสียงหลง

ผึ้ง!” ราเชนทร์วิ่งพรวดพราดลงบันไดและพุ่งตัวไปยังทิศทางที่ร่างเล็กกำลังร่วงลงมาราวกับหิมะหน้าหนาวร่วงลงจากกิ่งสน 

*************************************

ทันทีที่วิ่งไปถึงลานซึ่งอยู่ห่างจากหน้าเรือนของคีรีประมาณสองร้อยเมตร ราเชนทร์ก็ใจหายวาบเมื่อเห็นณิชานอนเหยียดยาวสงบนิ่งอยู่บนหินก้อนหนึ่ง รัศมีสีเงินยวงประหลาดจับไปทั่วร่างเล็ก ชายหนุ่มถลาเข้าไปช้อนร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นในวงแขนด้วยหัวใจหวาดหวั่น

ผึ้ง..ผึ้งครับ..ผึ้ง!! มือหนาตบแก้มนิ่มเบาๆ ขณะที่ดวงตากวาดมองไปทั่วทันทีที่จอมทัพส่องไฟฉายในมือลงมาเพื่อตรวจว่ามีสิ่งผิดปกติกับเธอหรือเปล่า อึดใจต่อมาแพขนตาของคนฟังก็ปรือขึ้นช้าๆ เกือบหนึ่งนาทีกว่าปากอิ่มจะขยับ

พี่เชนทร์ รอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏขึ้นเหนือดวงหน้ารูปไข่หลังจากกวาดมองใบหน้าคมคายคล้ายจะเก็บรายละเอียดทั้งหมดให้ขึ้นใจ ความทรงจำครั้งอดีตหลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิดไม่หยุดแม้แต่ในขณะนี้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด...เธอดีใจเหลือเกินที่ได้พบและอยู่ในอ้อมกอดของเขาเช่นนี้ ดีใจแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าชาติก่อนเขาหูเบาและหลงเชื่อคำพูดของพระมารดาที่ให้ร้ายเธอ แต่ความโกรธเกลียดที่ควรมีกลับถูกความรักเบียดตกขอบหัวใจไปเสียสิ้น

ราเชนทร์กดศีรษะเล็กไว้แนบอก ฝังจูบลงบนกระหม่อมโดยไม่สนสายตาของคนรอบข้าง

พระเจ้าช่วย! พี่ตกใจแทบแย่ กลัวผึ้งจะเป็นอันตราย เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับคนดี ริมฝีปากได้รูปพึมพำด้วยความโล่งอก

ไม่ค่ะ เสียงเครืองึมงำกับอกกว้างพร้อมกับกอดรัดเขาแน่นเหมือนกลัวจะหลุดลอยจากกัน ความทรงจำที่รื้อฟื้นกลับมาจะทำให้เธอรักและโหยหาอ้อมกอดของเขายิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต ขณะเดียวกันก็หวาดกลัวการสูญเสีย หวาดกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกครั้ง เธอสูญเสียเขาไปไม่ได้อีกเด็ดขาด “ผึ้งจำได้แล้วค่ะ ผึ้งจำทุกอย่างได้แล้ว พี่เชนทร์อย่าทิ้งผึ้งไปไหนอีกนะคะ

เด็กโง่... พี่จะไม่มีวันปล่อยให้เราหายไปไหนอีกแล้ว หนุ่มลูกครึ่งกระซิบกระซาบอย่างเอ็นดูระคนปลอบขวัญก่อนจะช้อนร่างแน่งน้อยขึ้นในวงแขนและหันมาหาผู้ติดตามซึ่งมองมาหน้าสลอนกับความรักแบบสายฟ้าแลบ สายตาของทุกคนทำให้ณิชารู้สึกตัวว่าเผลอแสดงความรักความคิดถึงต่อคนที่กำลังอุ้มเธออยู่ขณะนี้้เกินพอดี ยิ่งเห็นแววตาเศร้าสลดของพัชราภรณ์ ความรู้สึกผิดก็แล่นมากระทบจิตใจ

กลับกันเถอะ ค่อยคุยกันต่อที่นั่น ราเชนทร์เอ่ยปากชวนทุกคนกลับที่พัก

พี่เชนทร์คะ ณิชาแหงนหน้าขึ้นมองปลายคางเขียวครึ้มด้วยประกายตาครุ่นคิด

หืม ตาคมกริบหลุบตามองตอบด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง นาทีนี้เขาไม่สนว่าคนรอบข้างจะมองว่าหน้ามืดตามัวเพราะมีแค่เขากับณิชาเท่านั้นที่เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เพียงแค่คิดว่าร่างเล็กตกลงมาจากฟากฟ้าและแตกร้าวเหมือนแก้วคริสตัล หัวใจก็เหมือนจะแหลกละเอียดเป็นผุยผง เขารักณิชา... รักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

เราต้องออกเดินทางไปหุบเขาสมิงดำพรุ่งนี้ค่ะ ถ้าเราเดินตามลำธารที่ตัดผ่านหุบเขาสมิงดำ มันจะทะลุไปอีกฟากที่มีผาน้ำตกตกลงไปสู่แม่น้ำใหญ่ ตรงข้ามแม่น้ำจะมีเจดีย์สีทองตั้งอยู่บนยอดเขา ที่นั่นคือจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราไปถึงอิงฟ้านคร ดวงตาดำขลับเปลี่ยนประกายเป็นสีเงินยวง แม้ขณะที่ยังลืมตาอยู่อย่างนี้เธอก็ยังมองเห็นภาพของเจดีย์สีทองสุกปลั่งโดดเด่นอยู่ท่ามกลางสีเขียวขจีของแมกไม้ที่รายล้อมราวกับกำลังยืนมองอยู่บนผาน้ำตก

หุบเขาสมิงดำ นักล่าสมบัติทวนคำของเธอด้วยสีหน้าหวาดหวั่น

ค่ะ หุบเขาสมิงดำ เธอย้ำคำตอบของตัวเองอีกหน เราต้องเร่งเดินทางตอนกลางวันเพราะอันตรายน้อยที่สุด แต่ถ้าหากจำเป็นต้องเผชิญหน้ากัน ผึ้งรับมือกับสมิงดำได้ค่ะ ผึ้งจำทุกอย่างได้หมดแล้ว

มันอันตรายเกินไป พี่ไม่อยากให้ผึ้งหรือใครเสี่ยง ไม่มีเส้นทางอื่นอีกแล้วเหรอครับ ใบหน้าหล่อเหลาฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิด คนฟังส่ายหน้าเชื่องช้า

ไม่ค่ะ นั่นเป็นหนทางเดียวที่จะพาเราไปหาอิงฟ้านคร ดวงตาคนพูดสุกสกาวเมื่อนึกถึงเจดีย์สีเหลืองอร่ามและพระพุทธรูปทองคำองค์โตที่ประดิษฐานอยู่ที่นั่นซึ่งฝันถึงมานับสิบครั้งแล้ว

พี่ต้องปรึกษาเมษฐ์กับจอมก่อน ถ้าหากต้องเข้าหุบเขาสมิงดำอีกครั้ง เราจะต้องเตรียมตัวรับมือกับพวกมันมากกว่าคราวที่แล้ว หัวใจของคนพูดหนักอึ้งเมื่อนึกถึงเหตุการณ์สยองขวัญที่เพิ่งพบพานมาสดๆ ร้อนๆ

ค่ะ แต่เราจะต้องเดินทางภายในพรุ่งนี้เพราะไม่งั้นจะประตูสู่อิงฟ้านครจะปิดตลอดกาลหางเสียงของเธอสั่นเครือจนเขารับรู้

ปิดลงตลอดกาล หมายความว่ายังไงครับ?”

ท่านแม่กับบรรพบุรุษของผึ้ง เอ่อ... ของอุมาวตีกำลังจะหมดกำลังค่ะ ท่านบอกว่าสามารถยื้อเวลาได้อีกเพียงเพียงหนึ่งจันทร์เพ็ญเท่านั้น หลังจากนั้นอิงฟ้านครจะปิดตาย

เธอกลืนก้อนสะอื้นผ่านลำคอด้วยความรู้สึกใจหาย เสียงร่ำไห้ด้วยความอาลัยอาวรณ์ของมารดาแต่ชาติปางบรรพ์ยังแจ่มชัดในทุกห้วงของความรู้สึก เช่นเดียวกับหัวใจที่ยังโหยหาและรับรู้ถึงความรักของนางเต็มเปี่ยม

ท่านบอกว่ายามใดที่ข้ามฟากของแม่น้ำใหญ่ ให้เราไขปริศนาดาวหกแฉกได้ หากทำได้ม่านมนตราที่กั้นอิงฟ้านครจะเปิดออก

ปริศนาดาวหกแฉก?” อีกครั้งที่หนุ่มลูกครึ่งทวนคำเสียงสูงด้วยความงงงวย

ค่ะ ผึ้งเองก็ยังตีความไม่ออก แต่ท่านแม่บอกว่ามีเพียงผึ้งกับพี่เชนทร์เท่านั้นที่จะหาคำตอบให้ปริศนาข้อนี้ได้ปากอิ่มรำพันขณะที่ตากลอกไปมาเหมือนคนใช้ความคิดหนัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

56 ความคิดเห็น

  1. #36 fsn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 19:32
    อ้าว หนูฐิ ไม่อยู่ครองเมืองลับแลเหรอค้่า
    #36
    0
  2. #31 took1331 (@took1331) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 19:39
    สนุกมากค่ะ จิตนาการล้ำมากๆ
    #31
    0
  3. #27 Ppsirich (@Ppsirich) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 00:57
    มีความเว่อวังอลังการในงานเขียนมากค่ะ เสมือนอ่านนิยายแฟนตาซี ชอบมากกกค่าาาา ตามอ่านมาซักพักแล้ว แต่เพิ่งได้เม้น อารมเหมือนเล่นเกมส์ผ่านไปทีละด่าน เหมือนสาปพระเพ็ง หุบเขากินคน ศิราพัชร ละครแฟนซีช่อง3ทั้งหลาย แต่สนุกมากจนอยากให้ทำละคร
    #27
    0
  4. #25 po_m_pam (@po_m_pam) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 11:22
    แง่ๆ พี่พัชรอย่าโกธรน้องผึ้งเลยนะคะ
    #25
    0