เสน่หาราเชนทร์

ตอนที่ 19 : พระจันทร์สีเลือด 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    2 ม.ค. 60

อะไรนะคะ!! ณิชากับพัชราภรณ์อุทานขึ้นพร้อมกันด้วยใบหน้าซีดเผือดเมื่อคณะที่ออกล่าสมิงดำกลับมาพร้อมกับข่าวว่าราเชนทร์ถูกลักพาตัวไป 

สายตาเหมือนคนหึงหวงของสาวรุ่นพี่ที่ตวัดมาหาเธออย่างปัจจุบันทันด่วนทำให้สาวน้อยรีบหลบและปิดปากเงียบเมื่อรู้ว่าเผลอแสดงความร้อนใจออกนอกหน้า แม้หัวใจจะร้อนรุ่มแต่ก็กัดลิ้นตัวเองทนฟังขณะที่แพทย์สาวซักฟอกถึงความเป็นไปทั้งหมด

เพราะคุณคนเดียวเชียวเชนทร์ถึงหายตัวไป ถ้าคุณไม่หลับและอยู่เป็นเพื่อน เชนทร์ก็คงไม่เคราะห์ร้ายแบบนี้ ตาวาววับที่พุ่งมาหาเขาเหมือนหอกดาบทำให้ปรเมษฐ์สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อระงับความพลุ่งพล่าน ให้ตายสิ...ทุกคนดูเหมือนจะเข้าใจเขาหมด ยกเว้นศัลยแพทย์หญิงพัชราภรณ์คนนี้

คุณพูดยังกับว่าผมถีบเพื่อนลงไปให้เสือสมิงลากไปงั้นแหละ เชนทร์ก็น่าจะรู้ว่าไม่ควรลงจากห้างล่าสัตว์ แต่หมอนั่นกลับลงไปโดยไม่สะกิดหรือปรึกษาผมสักคำ ถ้าทำได้ผมคงจะร้องบอกเสือสมิงว่าขอสลับตัวกับเพื่อน คุณจะได้ไม่ต้องพูดกระแทกแดกดันกันแบบนี้ ชายหนุ่มโต้กลับเสียงห้าว ใช่...เขาโกรธ ผิดหวังในตัวเองที่หลับลึกจนปล่อยให้เพื่อนสนิทลงไปถึงด้านล่างและตื่นขึ้นมายิงใส่เสือกลายพันธุ์นั่นในตอนท้าย

พระแม่เจ้า!! เสียงอุทานเหมือนคนตกใจสุดขีดของสิงขรทำให้ทุกคนหันขวับ พอเห็นร่างอรชรอ้อนแอ้นของสาวสวยที่เดินเคียงกับผู้ครองลับแลนครขึ้นบันไดมาก็พากันอ้าปากค้าง มีเพียงณิชาคนเดียวที่ไม่แสดงอาการตื่นตระหนก

เกิดอันใดขึ้น ท่านราเชนทร์ล่ะ คีตะกวาดสายตามองรอบๆ อย่างประหลาดใจ

ถูกสมิงดำจับตัวไปครับ ประจักษ์พยานเพียงคนเดียวรายงานด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

ท่านน่าจะบอกทางเราสักนิดว่าไอ้สมิงดำที่ว่ามันไม่ใช่เสือธรรมดาแต่เป็นเสือโคร่งสีดำซึ่งกลายร่างเป็นคนได้ ผมเห็นกับตาตัวเองและก็มั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาด น้ำเสียงเยาะนิดๆ ในตอนท้ายบ่งบอกว่าปรเมษฐ์ไม่พอใจฝ่ายตรงข้าม

ไม่ใช่ทุกตัวที่สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ ตอนนี้ราเชนทร์ยังมีชีวิตอยู่และกำลังพยายามหนีจากที่กักขัง พระแม่เจ้าวาดจันทน์ในรูปลักษณ์ใหม่เชิดหน้าขึ้นน้อยๆ

ทำไมท่านถึงกลับมาอ่อนเยาว์ได้ในเมื่อไม่มีเลือดสมิงดำ หรือว่าทุกอย่างเป็นแผนของพวกท่านที่หลอกล่อเพื่อนของผมให้ไปเขาสมิงดำ สายตาที่เปลี่ยนเป็นหวาดระแวงของชายหนุ่มทำให้คีตะยกมือขึ้นห้ามทัพ

วาดจันทน์ เจ้าเข้าไปรักษาคีรีให้ข้าเสียบัดนี้เถิด ข้าจักเป็นผู้บอกเล่าท้าวความทั้งหมดเอง คำสั่งกลายๆ และสายตาเว้าวอนทำให้นางเม้มปากและเร่งฝีเท้าเข้าไปยังห้องนอนของคีรี ปล่อยให้คีตะรับหน้าที่สารภาพเรื่องราวทั้งหมดให้แก่คณะฟัง

พวกท่านผิดสัญญา!! ปรเมษฐ์ระเบิดเสียงกร้าวใส่ด้วยความโกรธจัด ขณะที่พัชราภรณ์ก้มหน้างุด ปิดปากเงียบกับความผิดที่เธอคือต้นตอสำคัญ ไม่รู้ว่าณิชารับรู้ว่าเธอมีส่วนในการกระทำนี้หรือไม่ แต่ก็ไม่เห็นสายตาคาดคั้นเหมือนรู้ทันตั้งแต่สาวรุ่นน้องกลับมานอนตอนดึก

ข้ารู้...แลข้าจักทำทุกสิ่งให้ถูกต้อง ข้าจะเป็นผู้ไปตามหาและช่วยท่านราเชนทร์ออกจากหุบเขาสมิงดำเอง หากพาท่านราเชนทร์กลับมามิได้ ข้าขอชดใช้ด้วยเลือดเนื้อของข้าเอง

ท่านพ่อ!!/ท่านคีตะ!! เสียงอุทานอย่างตกใจของบุตรชายและพระแม่เจ้าวาดจันทน์ซึ่งเพิ่งออกจากห้องนอนเรียกรอยยิ้มขมขื่นของคีตะ

ข้าไม่ยอมให้ท่านพ่อไปที่นั่นเด็ดขาด ข้าจะเป็นผู้ออกตามหาท่านราเชนทร์เอง คีรีซึ่งบัดนี้ไม่เหลือคราบของคนป่วย ยกเว้นรอยแผลเป็น ค้านเสียงแข็งด้วยความรักที่มีต่อบิดาเต็มเปี่ยม

ข้าก็ไม่ยอมให้ท่านไปเช่นกัน พระแม่เจ้าวาดจันทน์กล่าวเสียงร้อนรน

ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเป็นห่วงข้า แต่ครานี้ข้าคือผู้ผิดปฏิญญาที่ให้ไว้แก่ท่านราเชนทร์ ใบหน้าของผู้พูดแฝงความรู้สึกผิดและมาดมั่นอยู่ในที ก่อนจะก้าวไปหยุดตรงหน้าบุตรชาย ถอดสร้อยคอสีทองซึ่งมีจี้รูปร่างเหมือนดวงอาทิตย์ออกผ่านศีรษะตัวเองแล้วบรรจงสวมให้คีรีซึ่งผงะไปก้าวหนึ่ง

ท่านพ่อ!! ผู้เข้าใจสัญลักษณ์และความหมายของสร้อยเส้นนั้นดีสบตาคมกริบของบิดาด้วยความตื่นตะลึง

นับแต่นี้ไปเจ้าคือพ่อเมือง...คือผู้ครองลับแลนคร หน้าที่ของข้าได้หมดสิ้นแล้ว หน้าที่ของเจ้านับแต่วันนี้คือนำความสุขสวัสดิ์มาสู่ผู้คนของเรา จงเป็นผู้นำที่เข้มแข็งแลปกครองด้วยความสัตย์ซื่อ ข้าเชื่อว่าเจ้าจักเป็นผู้นำที่ดีของพวกเขา คีรียืนแข็งทื่อขณะที่สิงขรก้มศีรษะนิ่งเหมือนยอมรับในการตัดสินใจของคีตะและแสดงความเคารพต่อผู้ปกครองคนใหม่ไปในตัว ในขณะที่พระแม่เจ้าวาดจันทน์ยืนสงบนิ่งเพราะทราบล่วงหน้ามาก่อนแล้ว

ข้าไม่มีทางเลือกแล้วกระมัง น้ำเสียงและแววตาขมขื่นของคีรีเรียกรอยยิ้มอ่อนโยนจากบิดาซึ่งเลื่อนมือข้างหนึ่งมาประทับบนบ่าหนาอย่างให้กำลังใจ

ข้ารู้ว่าเจ้ามิเคยปรารถนาอำนาจหรือทรัพย์ศฤงคารใดๆ แต่การเกิดมาเป็นบุตรของข้าย่อมหนีโชคชะตานี้ไม่พ้น อย่าตัดพ้อวาสนาของตนที่ต้องแบกรับภาระนี้ หากจงโกรธเกลียดข้าผู้นำพาความทุกข์นี้มาสู่เจ้าแทนเถิด ความโศกเศร้าที่โอบล้อมดวงหน้าแลซึมซาบผ่านนัยน์ตาของบิดาทำให้ความรู้สึกผิดเริ่มแล่นเข้ามาแทนที่ความอึดอัดในหัวใจของคีรี

ข้าขออภัยที่เห็นแก่ความสุขของตนจนลืมคิดว่าท่านแบกรับภาระนี้มากว่าร้อยปี ข้าจักปฏิบัติตามสิ่งที่ท่านพ่อพร่ำสอนแลปกครองลับแลนครให้รุ่งเรืองดั่งท่าน คำมั่นสัญญานั้นส่งผลให้คีตะสวมกอดร่างสูงใหญ่ไม่แพ้ตนด้วยความภาคภูมิใจ

ข้ารู้แจ้งแก่ใจเสมอว่าเจ้าเป็นผู้เปี่ยมคุณธรรม ลับแลนครจักพบพานแต่ความผาสุข รอยยิ้มแห่งความโล่งใจฉายชัดเหนือใบหน้าของอดีตผู้ครองนคร ก่อนที่จะหันมาหานางเดียวในดวงใจ

วาดจันทน์ เจ้าจงยึดมั่นในคำสัญญาที่ได้ให้ไว้แก่ข้า หากการเดินทางไปตามหาท่านราเชนทร์ที่หุบเขาสมิงดำของข้าเกิดการล้มเหลว จงช่วยคีรีดูแลความสงบสุขของลับแลนคร คำสั่งเสียเหมือนจะลาร้างเป็นครั้งสุดท้ายพาให้คนฟังใจหายวาบ อำนาจลึกลับเหนือคนธรรมดาทำให้มองเห็นกาลวิบัติที่จักเกิดแก่คีตะ

ไม่นะท่านคีตะ...ท่านจะไปหุบเขาสมิงดำไม่ได้ ที่นั่นท่านจักพบความวิบัติ คนผิดคือข้าที่หลอกล่อนางมา หาใช่ท่านไม่ ข้าคือผู้ผิด หากจักเอาผิดก็ขอให้ชำระความจากข้าเถิด พระแม่เจ้าวาดจันทน์เปิดใจยอมรับความผิด

อย่าได้กล่าวเช่นนั้นวาดจันทน์ หากจักผิดเจ้าก็ผิดด้วยรักข้าจนขาดความยั้งคิด ข้าในฐานะผู้ให้สัจปฏิญาณกับคณะของพวกเขาต่างหากที่ต้องรับผิดชอบในการหายตัวไปของท่านราเชนทร์ แววตามุ่งมั่นไม่มีแววกริ่งเกรงใดๆ ทำให้คีรีและคนอื่นๆ ก้มศีรษะยอมรับการตัดสินใจ

ผมกับจอมและพรานแก้วจะไปกับท่านด้วยครับ ปรเมษฐ์ซึ่งรับจำต้องก้าวขึ้นมาเป็นผู้ตัดสินใจของคนทั้งคณะกล่าวด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวปานกัน

ภารกิจนี้ข้าขอเป็นผู้จัดการตามลำพัง หากพระอาทิตย์ขึ้นสูงเทียมตำหนักพรุ่งนี้แล้วยังไม่เห็นข้าหรือท่านราเชนทร์กลับมา สิงขรกับนักรบของเราจะนำท่านบุกเขาสมิงดำ ใบหน้าเคร่งขรึมหันไปหาบุตรชายอีกครั้ง ข้ารู้ว่าเจ้าห่วงข้าเหนือสิ่งอื่นใด แต่เพลานี้หน้าที่ของเจ้าคือปกครองลับแลนครและดูแลแขกบ้านแขกเมืองของเราให้ดีที่สุด

ข้อนั้นข้าทราบดีแก่ใจ ท่านพ่อสบายใจได้ คีรีรับคำแม้ค่อนข้างใจหายกับการสนทนาในครั้งนี้

สัญญากับข้าอีกข้อได้ไหมว่าเจ้าจะดูแลและรักวาดจันทน์ประหนึ่งมารดาของเจ้าแม้นจะไม่มีข้าอยู่ตรงนี้

ข้ารักพระแม่เจ้าเสมอมารดา แลจักเป็นเช่นนี้ตราบสิ้นลมหายใจ ใบหน้าคมคายหันไปหาพระแม่เจ้าวาดจันทน์ก่อนจะค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อยืนยันสัญญา

พระแม่เจ้าวาดจันทน์เม้มริมฝีปากอิ่มจนเป็นเส้นตรงเมื่อสบตาของชายผู้เป็นที่รักนิ่งนาน หากมิได้กล่าวทักท้วงการติดสินใจอีกเพราะรู้ว่าหมดหนทางจะทัดทาน แม้ในเวลาปกติคีตะจะรักและยอมทำความต้องการของนางแทบทุกสิ่ง แต่เมื่อมาถึงการตัดสินใจสำคัญแล้ว หน้าที่ของนางคือก้มหน้ายอมรับคำบัญชาเหมือนคนอื่นๆ ในลับแลนคร หากสิ่งหนึ่งที่คีตะยังไม่รู้คือนางจะไม่มีวันยอมให้เขาเดินทางเข้าไปหุบเขาสมิงดำเพียงลำพัง

ฉันขอคุยกับพระแม่เจ้าตามลำพังในห้องนั่นได้ไหมคะ เสียงของพัชราภรณ์เรียกทุกคนหันไปมองใบหน้าราบเรียบด้วยประกายตาประหลาด หากชั่วครู่พระแม่เจ้าวาดจันทน์ก็พยักหน้าและเดินนำเข้าไปในห้องที่หญิงสาวหลับนอน ทันทีที่ประตูไม้ฉลุปิดลง แพทย์สาวก็หันมาส่งสายตาเย็นชาใส่ฝ่ายตรงข้าม

พระแม่เจ้าแน่ใจแค่ไหนคะว่าเชนทร์ยังปลอดภัยอย่างที่พูดจริง ความห่วงหาคนที่หายไปทำให้เธอสะกดกลั้นความพลุ่งพล่านในใจต่อไม่ไหว

หึหึ...ข้าแน่ใจ และข้าก็รู้ด้วยว่าตอนนี้ราเชนทร์ไม่ได้พยายามหนีคนเดียว หากแต่พาผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งหนีด้วย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นเหนือริมฝีปากของนาง

ผู้หญิง? ใครคะ?” ความหวาดระแวงและหึงหวงแล่นลิ่วอีกครั้งหลังจากพยายามสงบอารมณ์จากเรื่องของณิชาลงได้สักพัก

ข้ามิอาจล่วงรู้ถึงปานนั้นหรอกพัชราภรณ์ แต่ข้าไม่ลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับเจ้า มือที่กำอยู่ก่อนหน้ายื่นมาตรงหน้าของหญิงสาวก่อนจะแบออก ข้างในเป็นห่อผ้าสีทองเล็กๆ ซึ่งเมื่อคนมองเลิกคิ้วอย่างงงๆ ก็กล่าวต่อ ยามใดที่สบโอกาส จงนำดอกว่านเสน่ห์จันทร์นี้ผสมน้ำให้ราเชนทร์ดื่ม หลังจากนั้นสายตาของราเชนทร์จักเสน่หาแต่เจ้าเพียงหนึ่งเดียว เช่นเดียวกับหัวใจที่ตราบสิ้นลมหายใจจะใฝ่หาเพียงเจ้า

เอ่อ.. บุตรสาวท่านทูตลังเลเมื่อได้ฟังคำอธิบาย ฉะ ฉันไม่เคยคิดจะใส่เสน่ห์เชนทร์ค่ะ ฉันแค่ต้องการให้พระแม่เจ้าช่วยถอนคาถาหรือยาเสน่ห์ที่น้องผึ้งทำไว้ ฉันต้องการจะเอาชนะใจเชนทร์โดยที่ไม่ต้องพึ่ง...

อย่าโง่ไปหน่อยเลยพัชราภรณ์ เจ้าจักต้องทนทุกข์ทรมานอีกกี่เพลา จักเสียน้ำตาอีกกี่หนที่เห็นราเชนทร์มองหญิงอื่น หากไม่เห็นว่าเจ้ามีบุญคุณแก่ข้าแล้วล่ะก็ ข้าไม่คิดจะช่วยเหลือให้เจ้าสมหวังในรักเช่นนี้ดอก เชื่อข้าสักครั้งว่าว่านนี้จะช่วยให้เจ้ามีความสุขทุกคืนวัน คำเร่งเร้าและมือที่วางของดังกล่าวในอุ้งมือของเธอทำให้ผู้อ่อนกว่าถอนหายใจยาว

ขอบคุณค่ะ รอยยิ้มอ่อนๆ ส่งให้พระแม่เจ้าวาดจันทน์ซึ่งยิ้มพอใจ

ดวงดาวแห่งโชคชะตาของราเชนทร์นั้นแข็งกล้านัก ผิดกับดวงดาวของท่านคีตะที่หรี่แสงจนน่ากลัว ปากอิ่มรำพึงหากใบหน้าสวยสดนั้นหม่นหมองจนคนฟังรู้สึกสงสาร

พระแม่เจ้าจะปล่อยให้ท่านคีตะเดินทางไปหุบเขาสมิงดำจริงๆ เหรอคะ

ถ้าเจ้ารักใครสักคนเสมือนชีวิตของเจ้าเอง เจ้าจักยอมให้เขารอนแรมไปพบความอัปปางตามลำพังหรือไม่

ฉันคงทำทุกอย่างที่จะหยุดเขาค่ะ แต่ถ้าหยุดไม่ได้ก็คงจะดั้นด้นตามเขาไป คำตอบของพัชราภรณ์นั้นเด็ดเดี่ยวดุจดั่งดวงตาของผู้ฟังซึ่งกำลังยิ้มแปลกๆ

ความอ่อนเยาว์ ความงามของข้าจักไร้ซึ่งความหมายหากไม่มีท่านคีตะอยู่ข้างกาย ข้าจักติดตามเขาไปทุกหนแห่งแม้จุดจบของข้าจักหมายถึงความตาย คำพูดนั้นทำเอาแพทย์สาวขนลุกเกรียว แต่ไม่ทันที่จะสรรหาคำใดมาให้กำลังใจนางก็ยิ้มอบอุ่นให้และอวยพร

ลาก่อนพัชราภรณ์ ขอให้ชีวิตรักของเจ้าพรั่งพร้อมแลครองสุขกับราเชนทร์จนแก่เฒ่า พูดจบ..ร่างโปร่งระหงก็ เดินตรงไปเปิดประตูและเร่งฝีเท้ากลับไปหาคนอื่นๆ ปล่อยให้คนมองตามวุ่นวายกับการเก็บของที่ได้มาในกระเป๋าเป้ ย้ำกับตัวเองว่าจะไม่มีวันใช้ว่านเสน่ห์จันทร์เพื่อเอาชนะใจราเชนทร์อย่างเด็ดขาด

 

****************************************



อูยยย ริมฝีปากซีดเผือดของคนที่ยังหลับตานิ่งส่งเสียงครางระบายความปวดระบมที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง สำเหนียกแรกคือเขาเปียกปอนไปทั้งตัวและก็รู้สึกเหมือนกายท่อนล่างยังแช่อยู่ในน้ำ ความคิดที่ไล่เรียงย้อนกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้นและจำได้ว่าตนหนีการจองจำพร้อมกับสาวน้อยนางหนึ่งก่อนจะพลัดตกลงมาเบื้องล่างด้วยกันทำให้เขาลืมตาพร้อมกับลุกพรวดขึ้นนั่งอย่างตกใจ

โอ๊ยย!!” ความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านทำให้อุทานเสียงหลงก่อนจะค่อยๆ สำรวจแขน ขาว่ากระดูกหักหรือเปล่า ไม่มีกระดูกหัก มีแต่รอยฟกช้ำดำเขียวรวมถึงขูดข่วนจากแง่หินและกิ่งไม้ นั่นทำให้ชายหนุ่มใจมาเป็นกอง จนกระทั่งเหลือบเห็นร่างสลบไสลนอนคว่ำหน้ากับน้ำของสาวน้อยผู้ร่วมชะตากรรมซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เขานอนอยู่ร่วมสิบเมตร

คุณ!” ร่างใหญ่ผวาลุกและวิ่งเข้าไปลากร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นมานอนหงาย และใช้มือตบแก้มซีดเป็นกระดาษเบาๆ ฐิยาดา!”

“…” หัวใจของคนเรียกกระตุกเมื่อไม่มีเสียงตอบรับใดๆ แต่ร่างกายที่ยังอุ่นและชีพจรบริเวณต้นคอขาวผ่องที่ยังเต้นอย่างอ่อนแรงก็ทำให้เขาตัดสินใจขยับขึ้นนั่งคร่อม ใช้มือข้างหนึ่งบีบจมูกของเจ้าหล่อนและโน้มลงไปเป่าลมหายใจลงในช่องปากหลังจากใช้มือบีบกระพุ้งแก้ม ก่อนจะกระวีกระวาดกดฝ่ามือลงเหนือบริเวณที่ตั้งหัวใจตามวิธีของการผายปอดปั๊มหัวใจสำหรับช่วยเหลือชีวิตคนจมน้ำ

ขณะที่เขาก้มลงไปหาดวงหน้าจิ้มลิ้มหมายจะเป่าลมลงไปอีก ฐิยาดาก็ลืมตาโพลง ไอติดๆ กันและสำรอกน้ำออกมาหลายครั้ง

คุณฟื้นแล้ว หนุ่มลูกครึ่งอุทานด้วยประกายตาไหวระยับ หากแต่เจ้าหล่อนกลับมองเขาอย่างตื่นตระหนก

ทะ ท่านทำอะไรข้า ท่าทางหวาดระแวงและดวงหน้าที่เปลี่ยนเป็นแดงจัดขณะมองว่าเขายังนั่งคร่อมอยู่เหนือร่าง ทำให้ร่างสูงรีบขยับลงจากร่างอ้อนแอ้นและแก้ตัวเป็นพัลวัน

ผมเปล่าทำอะไรคุณนะ ผมเพิ่งรู้สึกตัวและเห็นคุณนอนฟุบหน้ากับน้ำ เลยช่วยผายปอด เขายิ้มแสดงน้ำใสใจจริงว่าไม่คิดทำอะไรล่วงเกิน แม้จะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มอธิบายมาแต่ฐิยาดาซึ่งพยุงกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลก็จำต้องเออออไปด้วย

นี่ข้ากับท่านอยู่ที่ไหน ตาดำขลับเริ่มกวาดสองมองสำรวจเวิ้งว้างรอบๆ เช่นเดียวกับคนฟังซึ่งหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูง

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับเพราะพอตกลงมาข้างล่างก็สลบไปเลย แต่อย่างน้อยตอนนี้เราก็อยู่ปากถ้ำแล้ว น่าจะคลำทางออกจากที่นี่ได้ไม่ยาก สายตาคมกริบเต็มไปด้วยความหวังเมื่อมองไปยังป่าเขียวชะอุ่มที่อยู่อีกฟากของลำธารตรงข้ามกับถ้ำ ไม่มีเงาของสมิงร้ายตัวใดอยู่บริเวณนั้น นั่นอาจหมายถึงเขากับฐิยาดาปลอดภัยจากการไล่ล่าแล้ว

เช่นนั้นข้าว่าเราควรไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด ข้าหวาดเกรงว่าพวกมันจะยังหาทางดมกลิ่นตามเรามา ร่างบอบบางข่มความเจ็บปวดจากรอยถลอกปอกเปิกไม่ต่างจากเขาและลุกจากที่นั่น ราเชนทร์ไม่คิดจะคัดค้านเพราะเขาเองก็ยังหวั่นใจว่าความกลัวของเธอจะเป็นจริง

ผมว่าเราควรจะเดินลุยน้ำตื้นไปเรื่อยๆ เผื่อพวกมันตามมาจริงจะได้ไม่เห็นรอยเท้า เขาเสนอทางออกหลังจากครุ่นคิดอยู่กว่าหนึ่งนาที สาวน้อยฐิยาดาได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยและปล่อยให้เขาพาเดินลุยน้ำไปออกห่างจากปากถ้ำไปเรื่อยๆ

ถ้าคุณไม่ไหวรีบบอกผมนะครับ ตาสีน้ำตาลทอดมามองเสี้ยวหน้าสวยผุดผาดด้วยความเป็นห่วงเมื่อเจ้าหล่อนได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ

เขาถือโอกาสนั้นลอบสังเกตเธอกลางแสงสว่างเต็มที่ ฐิยาดาสูงกว่าณิชานับสิบเซ็นติเมตรเลยทีเดียว แต่ก็คงจะเตี้ยกว่าพัชราภรณ์หลายเซ็น ผิวพรรณของเจ้าหล่อนที่ขมุกขมอมก่อนหน้าเมื่อถูกน้ำชะล้างเนื้อตัวและคราบไคลออกแล้วนั้นดูขาวจนเกือบเป็นซีด ผอมบางกว่าณิชาของเขาเสียอีก นั่นคงเป็นผลกระทบจากอาหารการกิน ผมดำสลวยที่ยาวถึงเอวด้านหลังที่ยังเปียกน้ำหมาดๆ นั้นคือเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ชวนมอง แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นเครื่องหน้า ทั้งดวงตากลมโตซึ่งแลดูตื่นตระหนกและหวาดระแวงแทบตลอดเวลา ทั้งคิ้วเรียวดั่งคันธนู กอปรกับจมูกโด่งสวยที่รับกับปากจิ้มลิ้มนั้นล้วนแล้วแต่ทำให้ฐิยาดาสวยอย่างหาตัวจับยาก นี่ถ้าพากลับไปถึงนครลับแลหนุ่มๆ ทั้งนครรวมทั้งคณะของเขาจะต้องมองกันตาค้างแน่ๆ

เอ๊ะ!!” อาการหน้าตื่นตาโตและหันรีหันขวางอย่างระแวดระวังของคนถูกแอบมองทำให้เขาพลอยหยุดฝีเท้าตาม

มีอะไรเหรอครับ

ขะ ข้ารู้สึกเหมือนเรากำลังถูกจ้องมอง สาวน้อยหายใจจนอกสะท้าน ความกลัวเริ่มเกาะกินใจขึ้นมาอีกระลอก

ผมว่าคุณระแวงเกินไปมากกว่านะครับ ผมไม่เห็น…”

กรร!!” เสียงคำรามกระหึ่มที่ดังอยู่เหนือตลิ่งทำให้ทั้งสองเงยหน้าขึ้นพร้อมกันอย่างตกใจ ตาเบิกโพลงเมื่อเห็นเสือโคร่งลายพาดกลอนยืนในท่าพร้อมคุกคาม วินาทีที่ฐิยาดาขยับตัว เจ้าพยัคฆ์ร้ายก็กระโจนลงมา สัญชาตญาณของเพศที่แข็งแรงกว่าทำให้มือหนาตวัดร่างเล็กเข้ามาในอ้อมแขนและพาเบี่ยงตัวหลบ

โฮกกกก!!!” เสียงของมันสนั่นหวั่นไหวแข่งกับเสียงน้ำและเสียงปะทะลงกับกับพื้น ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของราเชนทร์แทบหยุดเต้นเพราะที่มาของเสียงร้องเกิดจากการที่งูยักษ์ซึ่งกำลังกัดร่างเสือร้ายไว้แน่น การต่อสู้ติดพันอุตลุดอย่างถึงเลือดถึงเนื้อของสัตว์ทั้งสองสปีชีส์น่าขนพองสยองเกล้ากว่าทุกสิ่งที่เขาเคยเห็น

กรี๊ดดดดดด ฐิยาดากรีดร้องอย่างตกใจก่อนจะซุกหน้ากับอกของเขาและวาดมือมากอดไว้แน่น สิ่งที่เรียกสติและทำให้เขาลากถูลู่ถูกังสาวน้อยจากที่นั่นคือเสียงประหลาดที่ดังก้องไปทั้งโสต

รีบไปจากที่นี่เสียราเชนทร์ เดินตามลำธารสายนี้ไปเรื่อย แล้วเจ้าจักพบหนทางกลับลับแลนคร รีบไปก่อนที่จะสาย..อุมาวตีรอการกลับไปของเจ้าอยู่ทุกขณะจิต

แหวนพญานาคที่ห้อยอยู่กับสร้อยพระที่หน้าอกร้อนวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด หากเวลานั้นไม่ใช่เวลาที่เขาจะลังเล ชายหนุ่มหันกลับไปมองสัตว์ทั้งสองที่ต่างจมเขี้ยวเข้าหากันและกันจนน้ำทั้งบริเวณเปลี่ยนเป็นสีเลือดเป็นครั้งสุดท้ายก็รีบดึงมือของฐิยาดา

เราต้องไปจากนี่ให้เร็วที่สุดก่อนที่ตัวอื่นๆ จะตามมา คนฟังพยักหน้างกๆ เงิ่นๆ แล้วเร่งฝีเท้าตามอย่างไม่คิดชีวิต

ข้าไม่เคยเห็นอะไรที่น่าหวาดกลัวเช่นนั้นมาก่อน พญางูนั่นมาจากไหนไม่รู้ แต่เขามาช่วยข้ากับท่านไว้ราวปาฏิหาริย์ ต้องเป็นงูเจ้าแน่ เธอบอกด้วยอาการกระหืดกระหอบหากไม่มีการผ่อนฝีเท้า

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน..แต่มันเป็นเรื่องอัศจรรย์พรรค์ลึกน่าดู ราเชนทร์ตอบรับในอาการเห็นด้วยแต่เขาไม่คิดจะอธิบายเรื่องเสียงลึกลับและแหวนที่ห้อยอยู่กับสร้อยคอ สิ่งที่ทำคือขอบคุณงูยักษ์และเจ้าของเสียงนั่นในใจเงียบๆ เหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือก็พบว่าบ่ายสามโมงครึ่งแล้ว และพระอาทิตย์ก็คล้อยต่ำลงเร็วจนน่าใจหาย เขาได้แต่หวังว่าจะพบเส้นทางกลับไปเมืองลับแลอย่างที่เสียงประหลาดนั่นบอก

เวลาเดียวกันนั้น ร่างสูงใหญ่ของอดีตผู้ปกครองลับแลนครก้าวผ่านเข้ามาในดินแดนของเขาสมิงดำด้วยแววตามาดมั่น หากแต่เดินต่อได้ไม่กี่อึดใจก็ต้องหยุดชะงักและหันกลับไปด้านหลัง

ผู้ใดกันที่กล้าขัดคำสั่งของข้า จงแสดงตนออกมาเสียบัดนี้ เสียงกร้าวฉายความขุ่นใจดังก้องไปทั้งบริเวณขณะที่ตาคมปานพญาเหยี่ยวมองไม้ใหญ่หลายสิบต้นขนาดห้าคนโอบอย่างระแวดระวัง

ข้าบอกว่าให้ออกมา!!” สุ้มเสียงเปลี่ยนเป็นตวาดพร้อมกับมือที่ถือดาบในท่าเตรียมพร้อมส่งผลให้ผู้ที่ลักลอบติดตามมายอมปรากฏกาย

วาดจันทน์!!”

ท่านคีตะ ร่างเล็กถลาเข้ามาหา วาดมือเข้าโอบเอวหนาและซุกหน้ากับแผ่นอกกว้างด้วยความอาลัยรัก

เจ้าไม่ควรตามข้ามาที่นี่ ไม่พูดเปล่าแต่คีตะยังดันร่างเย้ายวนออกห่างและทำท่าจะจูงนางกลับหลัง หากพระแม่เจ้าวาดจันทน์ซึ่งตัดสินใจเด็ดเดี่ยวว่าจะตามมาปกป้องขืนกายไว้สุดตัว

ข้าไม่กลับ ข้าจักติดตามท่านไปทุกหนแห่ง ดวงดาวแห่งชีวิตของท่านหรี่แสงลงจนน่ากลัว ข้าปล่อยให้ท่านเผชิญกับภยันตรายใดๆ ไม่ได้เด็ดขาด เบ้าตาของผู้พูดเอ่อคลอด้วยน้ำตาคลอเต็มเบ้า

เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสัจธรรมของโลก แม้แต่ชาวลับแลที่มีอายุยืนยาวกว่ามนุษย์หรือสัตว์ธรรมดาก็เถิด หากดวงดาวแห่งชะตาของข้าใกล้ดับสูญ แม้เจ้าติดตามมาก็เปล่าประโยชน์ เจ้าควรจักกลับไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในลับแลนคร มิควรเลยที่จะเผชิญกับอันตรายใดๆ เยี่ยงชายชาตรี คีตะปลอบประโลมด้วยประกายตาอ่อนโยน

ทุกสิ่งเกิดจากความอยากของข้า หากข้าปลดปลงแลปล่อยให้สังขารร่วงโรยตามที่ควรจักเป็น ท่านหรือใครๆ ก็คงไม่ต้องมาข้องเกี่ยวกับสมิงดำ สีหน้าเศร้าสร้อยเจือรู้สึกผิดเรียกรอยยิ้มแห่งความสุขใจจากผู้ฟัง

ข้าดีใจที่เจ้าเห็นผิดเห็นถูก หากเพลานี้มิใช่เพลาที่ข้าและเจ้าจักสนทนาเรื่องความผิดถูก หากเจ้ายังรักข้าเฉกเช่นที่ปวารณาไว้ก็จงกลับลับแลนครตามคำขอของข้าเถิด มือของคีตะเลื่อนมาแตะต้นแขนเนียนนุ่ม

แม้นท่านจะเก่งในเชิงรบสักเพียงไหน ก็เอาชนะสมิงดำที่เปี่ยมไปด้วยเขี้ยวเล็บแลมนตร์ดำได้หรอก แต่หากมีข้าเคียงข้างทุกอย่างจักง่ายดายยิ่งขึ้น เพลานี้ข้ากลับมากร้าวแกร่งดังเดิม และก็เห็นแล้วด้วยว่าราเชนทร์กับหญิงนางนั้นอยู่ตรงไหน ดวงตาดำขลับพุ่งไปยังทิศทางหนึ่ง ตามข้ามาเร็วเข้าเถิด สมิงดำหลายตัวกำลังมุ่งหน้าไปหาพวกเขา

วาดจันทน์ คีตะรำพึงด้วยประกายตาเป็นกังวลหากก็ยอมเร่งฝีเท้าตามคู่ชีวิตไปติดๆ

หากเผชิญหน้ากับสมิงดำ ท่านอย่าได้สบสายตาของพวกมันเป็นอันขาด มิเช่นนั้นจักตกอยู่ใต้อำนาจสะกดของมัน พวกมันอาจจำแลงแปลงกายเป็นสรรพสัตว์หรือมนุษย์เพื่อหลอกล่อให้หลงกล นางกล่าวเมื่อรุดไปถึงชายฝั่งของสายธารเล็กๆ

ข้าจักจำให้ขึ้นใจ ผู้ตามก้าวตามไปบนริมตลิ่งเรื่อยๆ หุบเขาสมิงดำเริ่มมีม่านหมอกย่างกรายเข้ามาปกคลุม นั่นเป็นสัญญาณที่ไม่น่าไว้วางใจเพราะค่ำลงเมื่อใด ย่อมหมายถึงจะเสียเปรียบสมิงดำที่มองเห็นในยามค่ำคืนมิต่างจากกลางวัน หนำซ้ำพวกมันยังเจนป่าแถบนี้ทุกตารางนิ้ว

ข้าได้ยินเสียงท่องคาถาของสมิงดำ นางกับสมุนกำลังมุ่งหน้าไปหาราเชนทร์ เร็วเข้าเถิดก่อนจะไม่ทันกาล ร่างเล็กของพระแม่เจ้าวาดจันทน์เปลี่ยนเป็นเร่งฝีเท้าจนเกือบเป็นวิ่ง

ระวัง!!” มือของคีตะตวัดมารวบเอวคอดและลากกลับแทบจะไม่ทันเมื่อเหลือบเห็นบางสิ่งบางอย่าง เสียงเหมือนไม้ลั่นเอี้ยดอ้าดดังสนั่นก่อนจะปรากฏหลุมขวากเต็มไปด้วยไม้แหลมด้านหน้า

ขวากดักสมิงที่คนของเราทำไว้ หัวใจของคนพูดแทบจะหยุดเต้นเมื่อคิดว่าหากคว้าตัวไว้ไม่ทันนางคงเอาชีวิตมาทิ้งเพราะสิ่งที่ชาวลับแลทำไว้

ข้ามัวแต่พะวงหาราเชนทร์จนไม่ทันสังเกต ดวงหน้าซีดเผือดยิ้มแห้ง สุขใจทุกครั้งที่ได้รับการปกป้องจากคู่ชีวิต

อย่าประมาท ข้าไม่อยากให้เจ้าเจ็บแม้เพียงปลายก้อย เสียงทุ้มกระซิบก่อนจะยอมปล่อยมือจากกายบาง

เราต้องไปให้ถึงราเชนทร์ก่อนสมิงดำ สีหน้าร้อนรนดังขึ้นอีกครั้งหลังจากเร่งฝีเท้าเคียงกันไปได้อีกระยะข้าพยายามส่งกระแสจิตไปถึงราเชนทร์แต่นางสมิงดำตนนั้นกีดกั้นไว้ นางแข็งแกร่งเหลือเกินในเขตหุบเขาแห่งนี้

เจ้าล่วงรู้หรือไม่ว่าเพลานี้ราเชนทร์อยู่ห่างจากเรามากเพียงไหน คนอยากรู้ซักฟอกด้วยหัวใจเต้นระรัว

อีกไม่กี่อึดใจนี่แล้ว เร็วเข้าเถิด กล่าวเสร็จก็เย็นเยือกไปถึงไขสันหลังเพราะเสียงร้องโฮกของเสือนับสิบตัวดังก้องหุบเขา

กรี๊ดดดดดด!!!” เสียงร้องอย่างตกใจของผู้หญิงส่งผลให้ทั้งคู่วิ่งไปข้างหน้าสุดฝีเท้า พอไปถึงจุดเกิดเหตุก็ตาเบิกโพลงเมื่อสองฟากฝั่งของสายธารแห่งนั้นเต็มไปด้วยพยัคฆ์ร้ายที่ล้อมหน้าล้อมหลังราเชนทร์กับสาวน้อยเจ้าของเสียงกรีดร้องซึ่งยืนอยู่กลางลำธารที่มีน้ำสูงถึงเพียงแค่เข่า สิ่งที่โดดเด่นพอๆ กับสองร่างที่ตกอยู่กลางวงล้อมคือ ร่างของสาวสวยนางหนึ่งซึ่งขี่หลังเสือตัวสูงใหญ่ที่สุดซึ่งหันขวับมาหาสองผู้มาใหม่ทันทีเช่นกัน

พวกเจ้าอาจหาญบุกรุกดินแดนของข้า โทษของพวกเจ้าคือตายเช่นเดียวกับนางผู้นี้ ฆ่าพวกมันให้หมดยกเว้นราเชนทร์ นิ้วเรียวของสมิงสาวชี้มายังสองผู้บุกรุก เท่านั้นเองที่พยัคฆ์ร้ายสี่ตัวพุ่งมาหาเป้าหมาย แต่ยังไม่ทันที่ตัวใดจะกระโจนเข้าขย้ำศัตรู มือเรียวของพระแม่เจ้าวาดจันทน์ก็ขยับขึ้นเหวี่ยงบางสิ่งบางอย่างออกไปพร้อมกับปากที่โอมอ่านคาถา

สิงโตสี่ตัวที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าส่งผลให้เสือร้ายผงะ หากสุดท้ายก็กระโจนเข้ามาหาตามคำสั่งของผู้เป็นนาย เสียงคำรามของสัตว์ร้ายทั้งสองฝ่ายดังสนั่นหุบเขาจนกระทั่งฝ่ายพ่ายแพ้ถูกเขี้ยวแหลมคมฝังจมลงบนลำคอ

หึหึ หากเจ้ามิอยากให้ข้าสังหารสมิงดำทั้งหุบเขาทิ้งก็จงมอบตัวสองคนนั่นมาให้ข้าแต่โดยดีเถิด แววตาเย้ยหยันของพระแม่เจ้าวาดจันทน์ส่งให้นางสมิงสาวซึ่งมองตอบด้วยประกายตาวาวเรือง

นี่เป็นถิ่นของข้า เจ้าอย่าหวังว่าจักเอาชนะสมุนของข้าได้ง่ายๆ สิ้นคำพูดริมฝีปากแดงก็ขมุบขมิบ ลมกรรโชกรุนแรงเกิดขึ้นพร้อมๆ กับเสียงของเสือตัวที่เจ้าหล่อนกำลังขี่อยู่ที่ส่งสัญญาณเรียกสมุนตัวอื่นๆ ซึ่งนาทีต่อมาเสียงคำรามของเสือนับร้อยๆ ตัวก็ดังกลบเสียงลมอย่างน่าขนพองสยองเกล้า



**********************************

หากเจ้าอยากเอาชีวิตผู้ใด ขอให้ผู้นั้นเป็นข้าเถิด ปล่อยคนอื่นๆ ไป ร่างสูงใหญ่ของคีตะก้าวมายืนบังร่างอ้อนแอ้นของคู่ชีวิตและประกาศกร้าว ตาคมกริบจับจ้องดวงตาวาวเรืองของนางพญาสมิงสาวซึ่งหัวเราะเสียงแหลมลึกในเชิงเย้ยหยัน

ช่างอาจหาญชาญชัยเหลือเกินนะคีตะแห่งลับแลนคร ดวงตาของพยัคฆ์สาวดูจะสุกสกาวยิ่งกว่าเดิม หากหัวใจของท่านมิได้ยกให้วาดจันทน์ ข้าอาจเปลี่ยนใจกับข้อเสนอนี้ แต่เพลานี้ผู้ที่ข้าต้องการหาใช่ท่านไม่

สายตาที่พุ่งมายังเขาเสมือนจะบอกว่าคือคนที่นางต้องการ เรียกอาการนิ่งอึ้งจากราเชนทร์ซึ่งยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้างสาวน้อยฐิยาดา

หัวใจของราเชนทร์ก็หาได้ว่างเว้นไว้ให้แก่ท่านไม่ คีตะโต้กลับเสียงดังก้อง

ใจมนุษย์ห่อหุ้มด้วยกายหยาบนั้นง่ายแก่การเปลี่ยนแปลงนัก รอยยิ้มมาดหมายคล้ายจะส่งไปยังผู้ที่ถูกกล่าวถึง สมุนเป็นร้อยๆ ของข้าจะมาถึงในไม่ช้าอีก หากพวกเจ้ายังรักตัวกลัวตายก็ส่งราเชนทร์มาให้ข้าแต่โดยดี แล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้ากลับลับแลนคร

ข้าทำเช่นนั้นมิได้ ราเชนทร์เข้ามาในหุบเขาสมิงดำเพราะข้า ข้าปล่อยให้เขาเผชิญชะตากรรมโหดร้ายตามลำพังมิได้ อดีตผู้ปกครองลับแลนครท้วงเสียงห้าวกังวาล

หึหึ..เจ้าช่างดื้อด้านนัก ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิด ชั่วครู่ก็ประกาศกร้าวกลับไปอีก ด้วยที่เจ้าเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่น ข้าจะปล่อยราเชนทร์กับพวกเจ้ากลับลับแลนครก็ได้ หากเจ้าเอาชนะพยัคฆีได้ 

นางพญาสมิงสาวเอ่ยชื่อสมุนเอกฝีมือเก่งที่สุดซึ่งพอได้ยินชื่อของตน ร่างใหญ่โตของพยัคฆ์ร้ายตัวที่คุมเชิงราเชนทร์อยู่ก็กลายร่างเป็นมนุษย์ร่างสูงใหญ่กำยำ ในมือมีดาบส่องประกายวาววับรับแรงจันทร์เต็มดวงที่เพิ่งโผล่พ้นหุบเขาสมิงดำ

ท่านคีตะ..อย่า!” พระแม่เจ้าวาดจันทร์เอื้อมมือมารั้งข้อมือของคู่ชีวิตซึ่งทำท่าเหมือนจะก้าวไปข้างหน้า

นี่เป็นโอกาสเดียวที่เราจักพาราเชนทร์กลับลับแลนคร ลำพังเวทมนตร์ของเจ้าคงมิอาจต้านทานสมิงนับร้อยตัวได้ อย่าห้ามข้าอีกเลยวาดจันทร์ มือหนาวางลงบนข้อมือเล็กและดึงออกจากข้อมือของตนพลางหันมาส่งยิ้มอบอุ่นให้

แต่ว่า... นางน้ำตาคลอเบ้า ใจหายอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน

ไม่ว่าอันใดจักเกิดขึ้น ข้าอยากให้เจ้าจำไว้ให้มั่น มือของผู้พูดเลื่อนขึ้นมาประคองแก้มเนียนใสของคู่ชีวิตอย่างเสน่หา จ้องลึกเข้ามาในดวงตาเอ่อน้ำตานิ่งดั่งจะสื่อความรักลึกซึ้งผ่านดวงตาของตน จำไว้ว่าหัวใจของข้าจักอยู่กับเจ้าชั่วนิจนิรันดร์

หัวใจของข้าจักมีเพียงท่านชั่วนิรันดร์เช่นกัน พระแม่เจ้าวาดจันทร์ยิ้มตอบชายคนรักทั้งน้ำตา ลำคอตีบตันจนขับขานคำใดๆ อีกไม่ได้ ดวงตาพร่ามัวมองร่างสูงสง่าที่ก้าวไปเผชิญหน้ากับสมิงหนุ่มในร่างมนุษย์และวอนเทพไท้ทุกองค์ให้ช่วยเขา

ดวงตาอหังการ์ของพยัคฆ์หนุ่มจดจ้องมองฝ่ายตรงข้ามที่ร่างกายสูงใหญ่ไล่เลี่ยกับตนประหนึ่งกำลังจดจ้องกวางป่า ขณะกวัดแกว่งดาบในมืออย่างคล่องแคล่ว คีตะสูดลมหายใจเข้าลึก ข่มความตื่นเต้นภายใต้สีหน้าเยือกเย็น มือชื้นเหงื่อกำด้ามดาบในมือแน่น และเมื่อฝ่ายตรงข้ามเงื้อมดาบในมือ พุ่งตัวเข้ามาหาก็ตวัดดาบในมือเข้ารับคล่องแคล่วปานกัน เหล็กกระทบเหล็กก่อให้เกิดประกายไฟวูบวาบชวนให้หัวใจคนมองเต้นไม่เป็นส่ำ

สักการะ สุริยันตะ เทพะเชยะตุ สุริยะเจ้า ช่วยเขาด้วยเถิดพระแม่เจ้าวาดจันทร์ขมุบขมิบริมฝีปากสวดวิงวอนต่อเทพเจ้าด้วยหัวใจหวาดหวั่นขณะที่จับจ้องมองการโรมรันของสองนักสู้ไม่วางตา

ฝีมือและชั้นเชิงการต่อสู้ของคีตะและสมิงหนุ่มเป็นไปอย่างสูสี กระทั่งพยัคฆีตวัดดาบเข้าหาแล้วคีตะเบี่ยงตัวหลบอย่างเฉียดฉิวพร้อมกับเสยถีบเข้าที่ก้นคนเสียหลักจนถลาลงกับพื้น ดาบกระเด็นออกจากมือเสือหนุ่ม และคนได้เปรียบก็ไม่รอช้าที่จะตวัดปลายดาบในมือเข้าหาลำคอผู้แพ้ซึ่งชะงักมือที่จะคว้าดาบทันที

ข้าหวังว่าท่านจะปล่อยข้ากับทุกคนกลับลับแลนครตามสัญญา คีตะหันไปกล่าวกับนางพญาสมิงดำซึ่งเม้มปากแน่นด้วยความโกรธจัด

ปล่อยสองคนนั่น!!” สมิงสาวหันไปสั่งลูกน้องที่ยังคุมเชิงราเชนทร์กับเชลยสาวซึ่งเมื่อได้รับคำสั่งก็ถอยออกห่างอย่างว่าง่าย นั่นทำให้คีตะคลายใจจนยอมขยับมีดออกจากคอของพยัคฆี แต่นาทีที่ร่างสูงขยับออกห่าง หมุนตัวเดินก้าวไปหยุดที่ริมตลิ่ง หวังกล่าวบางอย่างกับราเชนทร์ ดวงตาก็ของพระแม่เจ้าวาดจันทน์ก็เบิกโพลงอย่างตื่นตระหนก

ท่านคีตะ!! ระวัง!!”

สมิงหนุ่มกลายร่างเป็นเสือโคร่งลายพาดกลอนสูงพอๆ กับม้าเทศ ขาหน้าของมันย่อลงในท่าเตรียมขย้ำเหยื่อ เสียงร้องทำให้คนถูกเตือนหันขวับ เช่นเดียวกับทำให้พยัคฆ์ร้ายชะงัก แต่เสี้ยววินาทีต่อมามันก็กระโจนเข้าหาเต็มกำลัง

โฮกกก!!” เสียงคำรามดังประหนึ่งเสียงฟ้าร้อง พร้อมกับกรงเล็บที่ตะปบลงบนบ่าผู้เคราะห์ร้าย แรงปะทะมหาศาลทำให้สองร่างกระเด็นลงไปยังสายธารเบื้องล่าง

วาดจันทน์!!” คีตะแผดเสียงตะโกนลั่นขณะกระโดดตามเสือหนุ่มลงไป อดีตผู้ปกครองลับแลนครกระหน่ำคมดาบในมือลงบนลำคอของเสือหนุ่มด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด นั่นส่งผลให้เสือนับร้อยตัวที่ยืนลุ้นอยู่บนตลิ่งคำรามขึ้นพร้อมกันเสียงดังกึกก้อง

ธาระคาติ เคสิติเต เทวีอะติตัง เทวะอะติตัง เทวีแห่งสายน้ำ เทวะแห่งสายน้ำ ได้โปรดช่วยพวกข้าด้วยเถิด ข้าขอถวายชีวิตเป็นเครื่องเซ่นบวงสรวง ริมฝีปากที่ยังมีเลือดสดๆ ไหลปรี่ลงมาของพระแม่เจ้าวาดจันทร์พร่ำสวดคาถาวิงวอนต่อเทพเจ้าแห่งสายน้ำก่อนจะคอพับไปทันทีเมื่อคีตะกับราเชนทร์ช่วยกันดันร่างมหึมาของพยัคฆ์หนุ่มออก

วาดจันทน์/พระแม่เจ้า!!” คีตะอุทานเสียงหลงและรวบร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นมากอดแนบอก

ฆ่าให้หมด..ยกเว้นราเชนทร์!!” เสียงสั่งจากนางพญาสมิงสาวที่ดังกึกก้องเรียกเสียงคำรามเหมือนฟ้าจะถล่มทลายจากบรรดาลูกสมุนทุกตัว แต่ก่อนที่พวกมันจะกระโจนลงมาห้ำหั่นผู้ที่อยู่เบื้องล่าง เสียงอื้ออึงบางอย่างก็ดังขึ้น เสี้ยววินาทีต่อมาสายน้ำเชี่ยวกรากก็ไหลปรี่มาเต็มกำลังและหอบเอาร่างสลบไสลของผู้ที่อยู่เบื้องล่างทั้งสี่รวมทั้งซากศพของเสือเคราะห์ร้ายตัวนั้นไปจากที่นั่นแบบไม่ให้ตั้งตัว สิ่งเดียวที่ทำให้ทั้งหมดไม่พัดกระจัดกระจายหายจากกันไปคือแรงรัดจากบางสิ่งบางอย่างที่มากับน้ำซึ่งไม่มีใครได้เห็นกระทั่งถูกพัดพามาถึงรอยต่อระหว่างลับแลนครกับหุบเขาสมิงดำและสายน้ำเชี่ยวกรากเปลี่ยนเป็นไหลเอื่อย

 “งูเจ้า!!” สาวน้อยอุทานด้วยดวงตาเบิกโพลงเมื่องูยักษ์สีดำมะเมื่อมค่อยๆ คลายตัวจากการรัดรึงออก ชั่วขณะราเชนทร์รู้สึกร้อนวาบที่บริเวณหน้าอกและเมื่อยกมือขึ้นคลำดูสร้อยที่ห้อยแหวนนาคราชไว้ก็ปรากฏว่าแหวนวงนั้นได้หายไปจากลำคอเขาเสียแล้ว

แหวนนั้นเราจำต้องนำไปคืนท่านอนันตะนาคราช ขอให้ท่านแลคณะเดินทางสู่อิงฟ้านครด้วยความสุขสวัสดิ์เถิด พญางูที่ขดตัวอยู่ตรงหน้าสบตาคมกริบของผู้ฟังหลังจากสื่อสารผ่านโทรจิตแล้วลดศีรษะลงเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ เลื้อยหายไปกับสายน้ำ ก่อนที่ราเชนทร์จะกล่าวสิ่งใดตอบ เสียงอุทานเหมือนคนกำลังจะขาดใจตายของคีตะของดังขึ้น

วาดจันทน์..เจ้าอย่าเพิ่งเป็นอันใดไป ร่างอ่อนปวกเปียกซึ่งเลือดยังซึมออกมาจากไหล่กับริมฝีปากนั้นชวนให้คนมองสะท้านใจเหลือคณา

ผมว่าเรารีบพาพระแม่เจ้ากลับลับแลนครเถอะครับ พัชรเป็นหมอ เขาจะช่วยรักษาบาดแผลให้ได้ ตอนนี้หาทางห้ามเลือดไว้ก่อนดีกว่านะครับ หนุ่มลูกครึ่งบอกเมื่อยังเห็นนางหายใจผะแผ่ว ดูเหมือนอีกฝ่ายจะโศกเศร้าจนไม่รู้จะทำอะไรเพราะปล่อยหน้าที่ห้ามเลือดให้เป็นของเขา ก่อนจะเร่งอุ้มนางข้ามเขตแดนไปยังลับแลนคร

พระจันทร์สีเลือด ฐิยาดาซึ่งปิดปากมาแทบจะตลอดเวลาระหว่างการเดินอยู่ในเขตแดนลึกลับกล่าวเมื่อแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า มันน่ากลัวจนเธอขนลุกเพราะสำหรับชนเผ่าแล้วนั่นหมายถึงลางร้ายที่จะมาเยือนผู้คน

ทำใจดีๆ ไว้นะวาดจันทน์ ข้ากำลังจะพาเจ้าไปให้พัชราภรณ์รักษา คีตะก้มลงกระซิบกับคนที่ยังหายใจรวยรินและยังไม่ฟื้นคืนสติด้วยความรู้สึกปวดร้าว น้ำตาที่กลิ้งผ่านร่องแก้ม ริมฝีปากหนา ไล่ลงมายังปลายคางแล้วหยดลงบนแก้มซีดเผือดส่งผลให้คนในอ้อมแขนปรือตาขึ้นมา

 “วาดจันทน์

ข้าดีใจที่ท่านกับทุกคนปลอดภัย ริมฝีปากซีดเซียวรำพึงเสียงเบาหวิว แม้ความเจ็บปวดจะแล่นซ่านไปทั้งร่างแต่รอยยิ้มแห่งความโล่งใจกลับฉายชัดบนดวงหน้าหวานละมุน

เพราะเจ้าที่วิงวอนต่อทวยเทพจนท่านเห็นใจ ปากสั่นๆ ของคีตะกระซิบตอบ อย่าเพิ่งพูดอันใดมากเลย เจ้าควรถนอมแรงไว้จนกว่าจะพบพัชราภรณ์

ไม่มีผู้ใดรักษาข้าได้หรอก ข้ารู้ น้ำใสๆ เริ่มไหลลงมาตามพวงแก้มของนาง ข้าถวายชีวิตเซ่นสรวงแด่เทพแห่งสายน้ำแล้ว ข้าจักตามไปเป็นผู้รับใช้แห่งพระองค์ในราตรีนี้

ไม่ พระองค์ยังมิอยากรับเจ้าเป็นข้ารับใช้ในเพลานี้ กล่าวพลางดวงตาพร่ามัวก็เบิกกว้างเมื่อร่างสวยสดของสตรีผู้เป็นที่รักเริ่มแปรเปลี่ยนไปทีละน้อย ผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งบัวแรกแย้มเริ่มมีริ้วรอย เช่นเดียวกับผมดำสลวยที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น มันหมายถึงพลังวิเศษในตัวของนางเริ่มเสื่อมถอย

ฝากบอกคีรี..ว่าข้าขอโทษ ขอโทษที่ไม่เคยตอบแทนความรักความภักดีที่คีรีมีต่อข้าเลย ภพหน้าฉันใด...ข...ข้าหวังว่าจักมีวาสนาได้เกิดเป็นมารดาที่แท้จริง

พอเถิดวาดจันทน์ อย่าเร่งเปล่งคำใดๆ ให้อ่อนแรงลงกว่านี้เลย อีกไม่กี่อึดใจเราจักพาเจ้าเข้าสู่ลับแลนครแล้ว คีตะวอนขอทั้งน้ำตาหากทว่าไร้ผล

ท่านสัญญากับข้าสักข้อจะได้ไหม พระแม่เจ้าวาดจันทน์สูดลมหายใจจนอกสะท้านเพื่อข่มความเจ็บปวดและรวบรวมความเข้มแข็ง ผู้ฟังพยักหน้ารับโดยไม่บิดพลิ้วเพราะรู้ดีว่าดึงดันไปก็ไร้ผล การอ่อนข้อแต่โดยดีเรียกรอยยิ้มอ่อนหวานจากผู้ขอ

สัญญาว่าชื่อของข้าจักจรดในใจท่านชั่วนิรันดร์ คำขอที่มิจำเป็นเลยที่นางต้องขอส่งผลให้ธารน้ำตาของคนฟังร่วงพรู

ข้าให้สัญญา ลำคอตีบตันเปล่งคำมั่นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

ชาติหน้าฉันใด ข้าหวังว่าจักมีวาสนาได้เกิดมาเป็นคู่ของท่านอีก รอยยิ้มละมุนละไมส่งให้คีตะอีกครั้งก่อนจะค่อยจางหาย คงเหลือไว้แต่ความสงบเยือกเย็นบนดวงหน้าเหี่ยวย่น 

วาดจันทน์!! วาดจันทน์!!” แขนแข็งแรงยกร่างเบาหวิวขึ้นสูงและพร่างพรมจุมพิตแห่งความอาลัยอาวรณ์ลงบนพวงแก้มที่เริ่มเย็นชืดของผู้จากไปครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะรู้อยู่แก่ใจดีว่าการเกิด แก่ เจ็บ และตาย คือสิ่งที่ทุกชีวิตหลีกเลี่ยงไม่พ้น แต่เมื่อนาทีแห่งความสูญเสียมาถึง หัวใจที่ว่ากร้าวแกร่งปานหินผากลับรู้สึกราวดวงแก้วมณีที่ถูกทุบให้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย หางตาที่เหลือบเห็นดาวตกดวงหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้าเสมือนสัญญาณที่บ่งบอกว่านั่นคือดวงดาวแห่งโชคชะตาของวาดจันทน์ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

56 ความคิดเห็น

  1. #26 fsn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 19:11
    เท่มากคะ แม่เจ้าวาดจันทร์
    #26
    0