หลานสาวฮองเฮา (ชุด เล่ห์ ลวง รัก)

ตอนที่ 49 : ตอน ช่วยเลี้ยงเด็กให้ข้าหน่อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,464
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 221 ครั้ง
    13 มี.ค. 62




“ฝ่าบาทจะชวนหม่อมฉันทำอะไรเพคะ หยูเฟยด้อยความสามารถ โครงกลอนหม่อมฉันแต่งไม่เป็น ฝีมือการวาดภาพนับว่าเข้าขั้นย่ำแย่ หมากล้อมหม่อมฉันก็เล่นไม่เก่ง”

ฮั่นหลิวตี้นึกขำนางรีบออกตัวคงกลัวเขาเข้าขย้ำ นี่ฮ่องเต้ไม่ใช่เสือ สิงห์ ที่ไหน เหตุใดพระองค์ต้องลงแรงขนาดนั้น

“ที่เจ้าพูดมา ในวังของข้ามีคนที่เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ อยู่แล้ว”

“ถ้าเช่นนั้นฝ่าบาทจะชวนหม่อมฉันทำอะไรหรือเพคะ” จางหยูเฟยหน้าแดงก่ำนางไม่เคยเข้าใกล้บุรุษใดแล้วรู้สึกเช่นนี้มาก่อนยกเว้นคนผู้นั้น...

“ข้าให้นางกำนัลไปยกเหล้าเข้ามา ข้าอยากชวนเจ้าร่ำสุรา”

ร่ำสุรา หรือมอมเหล้า

จางหยูเฟยหาทางเลี่ยง“โอรสสวรรค์เป็นที่สรรเสริญของข้าแผ่นดินทุกคนรวมถึงหม่อมฉันด้วยเพคะ หม่อมฉันมิบังอาจจริงๆ หม่อมฉันเป็นสตรีต่ำศักดิ์ไม่คู่ควรร่ำสุราเป็นเพื่อนฝ่าบาทหรอกเพคะ”

ฮั่นหลิวตี้พยักหน้าช้าๆ นางยังไม่คลายความชิงชังเขาลงไป หญิงงามที่มีสติปัญญาเช่นนางต้องกำราบด้วยวิธีที่แยบคายมากกว่าหญิงงามทั่วไป

“เจ้าเป็นถึงหลานสาวฮองเฮา เป็นญาติของข้า ที่จริงเราเป็นญาติสนิทกันเชียวล่ะ” ฮั่นหลิวตี้รุกคืบโดยการขยับมานั่งเบียดชิดนาง เห็นนางขยับหนียิ่งคิดหมั่นไส้ ฝ่าพระหัตถ์ขาวผ่องเคลื่อนมาวางไว้บนไหล่บอบบางแล้วสัมผัสได้ถึงร่างบอบบางที่หดเกร็ง

ฮั่นหลิวตี้รู้จุดออ่อนของนาง “เรื่องของซารัง จะว่าไปข้าก็ไม่พอใจเท่าใดนัก อีกอย่างเป็นความผิดของผู้เป็นนายที่ปล่อยให้บ่าวออกไปก่อเรื่อง เจ้าดูแลบ่าวในจวนอย่างไรให้ลอบปีนเกี้ยวผู้อื่นได้ แล้วยังเป็นเกี้ยวหลวง”

คำพูดนี้จางหยูเฟยเถียงไม่ออก และยังงุนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อครู่พระหัตถ์อุ่นร้อนยังประคองไหล่นางอยู่เลย แต่ตอนนี้กลับสะบัดออกคล้ายโกรธเคืองนาง

“เป็นความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ หม่อมฉันดูแลบ่าวในจวนไม่ดี ถ้าจะลงโทษก็ลงโทษหม่อมฉัน แล้วปล่อยซารังกลับไปเถอะเพคะ”

ฮั่นหลิวตี้ลอบยิ้มแผนนี้คิดแล้วว่าต้องได้ผล คุณหนูจางผู้นี้จิตใจกล้าหาญราวขุนเขา หากเป็นสตรีอื่นคงถอยร่นกลับไปไม่กล้ารับผิดแทนเด็กคนนั้น  จางหยูเฟยและฮองเฮาจางเชี่ยนเสวี่ยมีความงามไม่แตกต่างกัน งามไปคนละแบบ ทว่าบุคลลิกลักษณะของนางเช่นนี้ช่างแตกต่างกับฮองเฮาจางเชี่ยนเสวี่ยยิ่งนัก

ครั้งนั้นทำไมคนสกุลจางไม่ส่งจางหยูเฟยเข้าวังมา คิดแล้วน่าแค้นใจยิ่งนัก ไม่ส่งเข้าวังมาเป็นฮองเฮาไม่ว่ายังตกสำรวจคัดหญิงงามเข้ามาอีก




“โทษฑัณฑ์ครั้งนี้เจ้ากล้ารับไว้แต่เพียงผู้เดียวหรือ”

จางหยูเฟยเงยหน้าขึ้นมาพูดอย่างเด็ดเดี่ยว

“หม่อมฉันพูดคำไหนคำนั้นเพคะ โปรดสั่งลงโทษหม่อมฉันแล้วปล่อยซารังบ่าวของหม่อมฉันไปเถิดเพคะ”

ฮั่นหลิวตี้ยิ้มเยือกเย็น เขาชอบจริงๆ การได้เกี้ยวพาราสีสตรีหัวแข็งเช่นนี้ พระหัตถ์ร้อนผ่าวเชยคางนางขึ้นมา

จางหยูเฟยเบือหน้าหนี แต่ถูกพระหัตถ์แข็งแรงยึดไว้แน่น

อ๊ะ! นางร้องออกมาคำหนึ่ง พระหัตถ์ร้อนแรงก็คลายความแข็งกร้าวลงนิดหน่อย

“หม่อมฉันเจ็บ”

ทว่ายามที่ได้อยู่ใกล้แค่ปลายจมูกชนกัน เหตุใดนางถึงมองเห็นโอรสสวรรค์เป็นลี่ถิงไปได้

ไม่จริง นางสะบัดหน้าหนี

“ก็บอกเองว่าจะรับโทษแทนซารังน้อย เจ้ากล้าขัดขืนข้าเช่นนั้นหรือ”

จางหยูเฟยได้สติคืนมาแล้ว นางไม่ตอบแต่ก้มหน้านิ่งนาน ไม่อยากจะคิดในแง่ร้ายนางสู้ติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อไม่ให้ผ่านการคัดเลือกเข้ามาในวัง ทว่าต้องถูกมัดมือชกอย่างนั้นหรือ เพราะสายตาของฮ่องเต้ที่จ้องนาง จางหยูเฟยไม่ใช่สตรีเบาปัญญา

จ้องหม่อมฉันขนาดนี้ จะโบยตี บนเตียงหรือไง

จางหยูเฟยก้มซ่อนหน้าแล้วผ่อนลมหายใจนางไม่อยากถูกจับความรู้สึกไม่พอใจได้ “ฝ่าบาทเมื่อครู่หม่อมฉันตกใจจึงเผลอทำเสียมารยาท ขอประทานอภัยเพคะ” นางกัดฟันตอบ หากไม่ห่วงความปลอดภัยของตัวเองกับซารังแล้วล่ะก็ นางจะไม่เอ่ยคำพูดเมื่อครู่ออกไป แถมจะฝากรอยมือไว้ที่พระปรางด้วย

“เราจะคุยกันเรื่องบ่าวของเจ้า ดูท่าเจ้าคงร้อนใจเรื่องซารังน้อยมาก หากเจ้าอยากช่วยนางก็ไม่ยาก หากเจ้าอยากช่วยนาง เจ้าต้องช่วยข้าก่อนเรื่องหนึ่งแลกกันแบบนี้ยุตธรรมดีไหม”

“ช่วยเรื่องอะไรเพคะ”

“ข้าได้ยินมาว่าอยู่ที่จวนสกุลจาง เจ้าเลี้ยงเด็กไว้มากมายทั้งลูกของบ่าวในจวนและลูกเชลยศึก ข้าคิดว่าเจ้าต้องเป็นผู้มีความสามารถมากที่ดูแลเด็กๆ เหล่านั้นได้ ข้าเลยอยากให้เจ้ามาช่วยดูแลเด็กให้ข้า”

จางหยูเฟยครุ่นคิด โอรสสวรรค์ไม่มีโอรส ธิดาแล้วให้นางดูแลเด็กที่ไหนกัน

มั่วแล้ว

ท่านอาเคยบอกฮั่นหลิวตี้เกลียดเด็ก สนมในวังลือกันจนถึงหูท่านอา

นางแสร้งไม่รู้“เด็กที่ไหนเพคะ หรือว่าพระโอรส พระธิดาของฝ่าบาท” นางเลียบๆ เคียงๆ ถาม แต่หากมีจริงก็อ อาจจะเป็นโอรสธิดานอกกฎมณเฑียรบาล อาจจะได้มาตอนที่ไปออกศึกทำสงครามหรืออย่างไร นางไม่แน่ใจ  คนผู้นี้เห็นสตรีงดงาม ไม่ว่าลูกเขา เมียใครอาจชี้เอามาเป็นของตัวก็ได้ ท่าทางร้ายกาจจะตาย

“ไม่ใช่ ข้ายังไม่มีโอรส ธิดาเพราะข้า ยังหาพระมารดาที่ถูกใจมาเป็นแม่ขององค์รัชทายาทไม่ได้ ก็เลยยังไม่มี ไม่ถึงขนาดว่าเกลียดเด็กแบบที่พวกปากเสียเอาไปล่ำลือหรอก”

ไม่รู้ทำไมจางหยูเฟยถึงหน้าแดง นางไม่กล้าตอบอะไร ก้มหน้ามองพื้น หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างไม่มีสาเหตุ

“ท่านอาของเจ้าก็หนีข้าไป หายไปอย่างไม่รู้สาเหตุ ไม่ใช่ข้าไม่ตามหานางนะ แต่นางหายไปอย่างไร้ร่องรอย ”

พอพูดมาถึงตรงนี้ทีไรจางหยูเฟยอดจะเก็บกลั้นโทสะที่มีอยู่เต็มท้องไว้ไม่ได้ “ไม่น่าเชื่อเลยเพคะ นางหายตัวไม่ได้เสียหน่อย”

“อืม ข้ารู้ แต่มันเป็นเรื่องจริง เราพักเรื่องน้าของเจ้าไว้ก่อน ข้ายังรอฟังคำตอบของเจ้าว่าจะรับดูแลเด็กให้ข้าหรือไม่”

“เรื่องงานดูแลเด็กๆ ฝ่าบาทวางพระทัยหม่อมฉันได้ แต่ถ้าไม่ใช่พระโอรส พระธิดา ถ้าเช่นนั้นเป็นเด็กที่ไหนเพคะ”

ฮั่นหลิวตี้ยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคู่คมลึกล้ำไม่ว่าใครก็อ่านไม่ออก ความคิดของโอรสวรรค์ยากที่ใครจะหยั่งถึง

“เด็กที่วังหลังของข้า พวกนางอาศัยอยู่ที่หกตำหนักหลัง ตอนนี้ไม่มีใครดูแลพวกนาง พวกนางจึงไร้ระเบียบ กฎเกณฑ์ยิ่งนัก ต้องมีคนมาดูแลพวกนาง ข้ากำลังมองหาอยู่และคิดว่าหาได้แล้ว”

จางหยูเฟยฟังแล้วคราแรกนางยังมึนงง แต่พอทบทวนอีกครั้งนางชักไม่แน่นใจแล้วว่าเด็กที่ฮ่องเต้กล่าวถึงเด็กเล็กหรือเด็กสาวกันแน่ แต่นางจะเอ่ยถามให้สิ้นความสงสัยอาจจะไม่เหมาะ

 “เอาล่ะ ถ้าเจ้าตอบตกลงก็ตามขันทีน้อยไปได้ ข้าจะให้เขาพาเจ้าไปส่งยังตำหนักเดิมของน้าเจ้า”

หากยังไม่ได้เห็นหน้าซารัง นางจะกลับไปได้อย่างไร นางเสี่ยงชีวิตมาก็เพื่อช่วยเด็กน้อยที่รักเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง

“หม่อมฉันดูแลเด็กได้เพคะ ถ้าพวกนางเป็นเด็กจริงๆ หม่อมฉันจะช่วยฝ่าบาทดูแล แต่ระยะเวลานานเท่าใดเพคะ และหม่อมฉันจะได้พบซารังเมื่อไร”

ฮั่นหลิวตี้มองใบหน้าสวยจิ้มลิ้มแล้วยิ่งพอพระทัย คิดถึงเวลาที่จะได้สยบนางให้นางสิ้นฤทธิ์อยู่ใต้ร่าง

“พวกนางเป็นเด็กอายุสิบแปดปี เป็นเหล่าสนมของข้า เจ้าคิดว่าดูแลได้หรือไม่”

ข้าว่าแล้ว ฮ่องเต้เจ้าเล่ห์

ช่างร้ายกาจนัก



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 221 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

575 ความคิดเห็น

  1. #378 usaonly (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 02:20

    เฮ้อเหนื่อยแทนหยูเฟย ต้องมาเล่นตามเกมของฮ่องเต้ ท่านฉลาดต้อนนางให้อยู่ในกำมือ โดยใช้ซารังเป็นเหยื่อ ตกลงจะได้เป็นฮองเฮารึเปล่าถึงจะมีอำนาจคุมเด็ก ๆ ในวังหลังได้ ชักจะยุ่งเหมือนกันนะ เพราะนางก็ตอบตกลงแต่งงานกับท่านทูตไปแล้ว ฮ่องเต้รู้รึยังว่าต้องชิงนางมาจากทูตคนนั้นก่อน 5555

    #378
    0