หลานสาวฮองเฮา (ชุด เล่ห์ ลวง รัก)

ตอนที่ 46 : ตอน ไม่ต้องมายกยอข้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 188 ครั้ง
    12 มี.ค. 62



ฮั่นหลิวตี้คิดถึงนางมาหลายราตรี ไม่มีสตรีใดทำให้เขาร้อนรุ่มได้เท่านางอีกแล้ว คิดถึงริมฝีปากอิ่มนุ่มราวกับเต้าหู้ที่มีกลิ่นอายดอกบ๊วยแล้วเขาอยากดูดดึงกลีบปากนางอีกครั้ง

ในเมื่อเรียกนางเข้าวังมาก็เพื่อหาเรื่องจะลงโทษแล้ว ก็ต้องลงโทษหนักๆ ฮั่นหลิวตี้ลอบยิ้มอย่างมีแผนการ

“ไม่ต้องมากพิธี ข้ากับเจ้าไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นญาติกันทั้งนั้น”

ญาติ นับข้าเป็นญาติด้วยหรือ

จางหยูเฟยขมวดคิ้วมองคนพูดที่ทำราวกับสนิทชิดเชื้อกันมาแต่หนไหน แม้นางจะมีศักดิ์เป็นหลานสาวฮองเฮาทว่าฮ่องเต้คิดจะนับญาติกับนางด้วยหรือ ว่ากันตามจริงหากฮ่องเต้จะนับญาติกับผู้คน ตระกูลใหญ่ทุกตระกูลล้วนเป็นญาติพระองค์ทั้งสิ้น

ชิ ก็ท่านฟาดสาวงามทุกตระกูลมาเก็บไว้ที่วังหลังหมดแล้วนี่

ฮ่องเต้ญาติเยอะ

พ่อตาแม่ยายของโอรสสวรรค์คงมีนับร้อยหรือมากกว่านั้น

นางค่อยๆ ลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง แล้วต้องขมวดคิ้วเมื่อพระพักตร์งดงามคมคาย ดวงพระเนตรวาวหวานนั้นดูคลับคล้ายคลับคลาว่า

เหมือน เหมือนมาก

จางหยูเฟยคิดถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา แต่นางก็ยังมองพระพักตร์ได้ไม่เต็มตานัก อีกทั้งยังไม่มีความเป็นไปได้

เสียงกึ่งสั่งกึ่งบังคับดังขึ้น “มานั่งข้างๆ ข้า”

ครั้งนี้นางได้สติคืนมาจากสุรเสียงทุ้มนุ่ม  “คิดอะไรอยู่” เขากวักมือเรียกนาง

เมื่อเห็นสายตามังกรตวัดมองมาอีกครั้งจางหยูเฟยวางหน้าไม่ถูก “เร็วเข้า” ฮั่นหลิวตี้สั่งเสียงเฉียบ

 นางจึงไม่กล้าชักช้าอีกหาทำให้พระองค์กริ้วนอกจากอาจไม่ได้พบซารังแล้ว ตัวเองอาจไม่รอด ต้องเอาชีวิตมาทิ้งในวังกันทั้งคู่ ร่างบอบบางย่างก้าวไปนั่งเก้าอี้ข้างๆ กันอย่างระมัดระวัง






“ดื่มน้ำชา หรือ สุราดีๆ สักกาดี”

จางหยูเฟยนิ่งอึ้งฮ่องเต้ชวนนางดื่มเหล้า

หรือจะประทานยาพิษ

สมัยท่านพ่อยังอยู่ตอนนางเป็นเด็กท่านพ่อเคยเล่าให้นางฟังว่าหากฮ่องเต้ไม่พอพระทัยผู้ใด บางครั้งจะประทานความตายด้วยการมอบสุราพิษ นางดูแลเด็กไม่ดีมีโทษถึงตายเชียวหรือ

ฮั่นหลิวตี้เห็นหน้าคนงามที่ก้มเก็บซ่อนหน้าด้วยท่าทางคิดหนัก

ฮั่นหลิวตี้หันไปสั่งนางกำนัล “เจ้าไปนำเล่าเบญจมาศมา”

“เพคะฝ่าบาท” นางกำนัลคนงามรีบน้อมรับพระบัญชา

“หม่อมฉันไม่กล้าบังอาจเพคะ หม่อมฉันไม่ดื่มสุรา” นางก้มหน้าตอบ

“ถ้าข้าสั่งให้ดื่มก็ต้องดื่ม” ฮั่นหลิวนตี้กล่าวเสียงเฉียบลอบมองสตรีที่ก้มหน้าหงุด

หัวใจนางสั่นไหวรุนแรง เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งใกล้ชิดกับเจ้าเหนือหัวของทุกผู้คนในดินแดนฮั่น การได้นั่งใกล้ชิดแบบนี้มีแต่ไทเฮาและฮองเฮาเท่านั้น แต่เป็นการนั่งใกล้ชิดครั้งแรกและครั้งสุดท้ายก่อนความตายจะมาเยี่ยมเยือน

ระหว่างที่นางกำนัลไปนำสุราเบญจมาศมาถวาย ฮั่นหลิวตี้ทรุดพระวรกายลงแล้วลอบมองจางหยูเฟยเห็นนางมีเหงื่อผุดมาเรื่อยๆ ทำให้นึกสนุก

“ระหว่างรอสุรา ดื่มชากับข้าหน่อยไหม”

“…”

“ข้าสั่ง ทำไมถึงเพิกเฉย เจ้าคิดจะให้ข้านั่งดื่มชาคนเดียวแล้วปล่อยให้หญิงงามนั่งมองเฉยๆ เช่นนั้นหรือ ฮ่องเต้อย่างข้าทำไม่ลงหรอก”

นางเริ่มลังเลไม่รู้ฮ่องเต้มากเล่ห์จะมาไม้ไหน ทั้งยังมีคำพูดเจ้าชู้กรุ้มกริ่มที่หลุดมาเรื่อยๆ ทำให้จางหยูเฟยลอบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มิน่าถึงมีสนมเป็นร้อยแบบที่ผู้คนเล่าลือกัน

ฮั่นหลิวตี้เห็นนางเพิกเฉยไม่ยากาน้ำชารินให้ จึงตัดสินใจรินน้ำชาดื่มเอง จะว่าไปถ้ารับนางเข้าวังกี่ปีกี่ชาติกว่านางจะไต่เต้าขึ้นเองได้ ฝีมือในการปรนนิบัติเอาอกเอาใจของคุณหนูจางผู้นี้ไม่มีเลย ปล่อยให้ฮ่องเต้อย่างพระองค์ต้องยกกาเทชาดื่มเอง

“เจ้าไม่คิดจะดื่มชาบ้างหรือ ข้ารินให้ก็แล้วกัน”

นางลังเลระหว่างปฏิเสธกับน้อมรับ

“ขอบพระทัยเพคะ”

นางเริ่มไม่ชอบใจท่าทางเกี้ยวพาเช่นนี้แล้ว แต่ต้องฝืนยิ้มหวานเพราะอยากมีชีวิตพาซารังน้อยกลับออกไป “ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันจะถือว่าเป็นพระกรุณาเพคะ” นางว่าแล้วเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาที่โอรสสวรรค์เพิ่งรินให้มาดื่ม

ฮั่นหลิวตี้รู้สึกประหลาดนักเหตุใดพระองค์ต้องมารินชาให้นางดื่ม เป็นสนมคนโปรดที่ต้องคอยประคบประหงมก็ไม่ใช่ หรือแม้แต่เป็นสนมคนโปรดโอรสสวรรค์ก็ไม่เคยรินน้ำชาให้

“เจ้าต้องให้ข้าป้อนชาให้เจ้าไหม”

จางหยูเฟยตอบไปด้วยความประหม่า“ขอบพระทัยเพคะ” สิ้นเสียงจางหยูเฟยได้สติอยากตีปากตัวเองนัก “ไม่เพคะ”

เหมือนจะสายไปแล้วเมื่อถ้วยน้ำชางดงามถูกจ่อมาที่ริมฝีปาก สัมผัสแรกที่ได้ชิมก็ทำให้นางประหลาดใจ จนเผลอประสานสายตากับผู้เป็นเจ้าเหนือทุกชีวิตในแผ่นดินฮั่น

ท่าทางประหลาดใจนั้นไม่พ้นสายตาของฮั่นหลิวตี้ เขาหรี่ตาแคบๆ ลงมอง แต่จางหยูเฟยก็ไม่กล้าพูดอะไรว่าเหมือนคุ้นเคยกับรสชาแบบนี้ เพราะนางรีบหลุบตาลงต่ำ

“ชามีปัญหาอะไรหรือเปล่า เจ้าทำสีหน้าตกใจ หรือไม่ชอบให้ป้อนด้วยถ้วย ข้าจะได้ป้อนด้วย...”

ฟังแล้วยิ่งประหลาดใจรู้สึกเหมือนถูกจู่โจม

“ไม่มีเพคะ หม่อมฉันแค่รู้สึกว่าชารสเลิศเหลือเกิน ถ้าจะหาชิมชาเช่นนี้คงลำบาก ชาดีเช่นนี้คงมีแต่ในวัง”

ฮั่นหลิวตี้อมยิ้ม อยากเชยคางนางขึ้นแล้วกดจูบลงไป แต่ต้องฝืนความต้องการไว้อย่างยากเย็น

“ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดเสมอไป บางทีข้าก็มอบเป็นของกำนัลให้กับขุนนางที่ทำความดีความชอบไปดื่ม ชาดีสมควรแบ่งปันมิใช่หรือ”

“ฝ่าบาทตรัสได้ถูกต้องเพคะ แต่ว่าที่หม่อมฉันมาวันนี้หม่อมฉันมีเรื่องขอร้องให้ฝ่าบาทช่วยเหลือเพคะ หม่อมฉันอยากขอร้องให้ฝ่าบาทประทานความยุติธรรมให้เพคะ”

จางหยูเฟยพูดจบก็ลุกลงไปนั่งคุกเข่าทันที ส่งสายตาอ้อนวอนไปที่โอรสสวรรค์ มีแต่หนทางนี้เท่านั้นที่นางจะช่วยซารังน้อยได้ ยามต้องอ่อนนางก็จำต้องอ่อน

ฮั่นหลิวตี้มองนาง ปกติคนอย่างนางไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ คงจะเป็นห่วงซารังน้อยมาก

“เจ้าทำอะไร ลุกขึ้นมานั่งคุยกับข้าดีๆ ก่อนเถอะคุณหนูจาง เรื่องร้อนใจของเจ้า คงเป็นเรื่องเด็กซารังที่เจ้าต้องการช่วยเหลือ จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต”

ดวงตาหวานราวดอกท้อเหลือบมองคนพูดอย่างมีความหวัง หรือนางคิดมาเกินไป ฮ่องเต้อาจไม่ได้ทรงกริ้วหนักอย่างที่นางคาดเดา  นางเริ่มมีความหวังขึ้นมารำไร แม้คราแรกคิดว่าคงจะช่วยซารังกลับไปได้ยาก เพราะชื่อเสียงความเฉียบขาดดุดันของโอรสสวรรค์นั้นขจรขจายไปไกลว่าเหี้ยมโหดมาก ซ้ำยักเกลียดเด็ก พระสนมนับร้อยถึงได้ไม่มีพระโอรสพระธิดาสักองค์เดียว

 ซารังเป็นบ่าวในจวนหม่อมฉัน นางยังเด็กไม่รู้ประสาจึงทำเรื่องไม่บังควรเข้า นางซุกซนเพราะหม่อมฉันไม่อบรมให้ดี คนผิดคือหม่อมฉัน ฝ่าบาทเป็นเทพสวรรค์ที่จุติลงมา ทรงไม่ถือสาหาความผิดกับเด็กเล็กใช่ไหมเพคะ โปรดละเว้นโทษของซารัง ถือเป็นการสร้างบุญครั้งใหญ่ด้วยนะเพคะ”

ฮั่นหลิวตี้อมยิ้ม นางยกแม่น้ำทั้งแปดสายมายกยอเขา ทั้งที่ตอนอยู่นอกจวนนางเคยด่าเขาอย่างสาดเสียเทเสีย สตรีเช่นนี้เขาชอบยิ่งนักนางช่างมีสีสัน

“เจ้าไม่ต้องยกยอข้าให้มากหรอกจางหยูเฟย บางทีเจ้าอาจจะต้องการเปลี่ยนคำพูดก็ได้”

 

                                  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 188 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

575 ความคิดเห็น