หลานสาวฮองเฮา (ชุด เล่ห์ ลวง รัก)

ตอนที่ 45 : ตอน ฮ่องเต้องค์จริง (ไม่ลงพุง ไม่หน้าผากกว้างนะ55)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    12 มี.ค. 62





ทักทาย

มาอัพให้ค่ะ รีดคะเรื่องนี้อดีตฮองเฮาเป็นอาของนางเอกนะคะ แต่บทแรกๆต้นเรื่องอาจอัพไว้ว่าเเป็นน้า พอดียังไม่ได้อัพแก้ไขให้เพราะช่วงนี้อัพระรัวไปข้างหน้าอย่างเดียว ยังไงเดี๋ยวว่างจะย้อนไปแก้ไขในตอนนั้นๆ ให้นะคะ


ขอบคุณค่ะ


ชิงลี่


(ว่าแต่อีเต้หรอกน้องเข้าวังมามีแผนอะไร ฮ่องเต้เรื่องนี้ร้ายกาจ555)




“ถวายบังคมเพคะ” ถึงแม้นางจะไม่เคยเข้าเฝ้าแต่คุณหนูสกุลใหญ่ย่อมเรียนรู้ธรรมเนียมในวัง เรื่องขนบธรรมเนียมจึงไม่ใช่ปัญา


จางหยูเฟยคุกเข่าอยู่หน้าแท่นประทับ นางไม่กล้าเงยหน้าขึ้น ทำเพียงก้มหน้ารอพระบัญชาให้เงยหน้าขึ้นเท่านั้น นางไม่เข้าใจเหตุใดขันทีต้องพามาที่ตำหนักส่วนพระองค์เช่นนี้ นางคิดว่าจะได้เข้าเฝ้าที่ท้องพระโรงเสียอีก


“เจ้าคือจางหยูเฟยใช่หรือไม่”


แต่ฟังจากสุรเสียง หัวใจนางก็พลันเต้นแรงด้วยความประหม่า ในห้องนี้ไม่มีใครนอกจากนางกับเจ้าของห้องที่มีตำแหน่งเป็นถึงพระหมื่นปี


จากดวงตาที่ก้มมองพื้นนางเห็นเพียงชายชุดคลุมที่เดินมาหยุดตรงหน้านาง


“เป็นหม่อมฉันเองเพคะ”


“ลุกขึ้นได้” จางหยูเฟยขมวดคิ้ว สุรเสียงที่ฟังคล้ายจะเจือแววอ่อนโยนลง


“ขอบพระทัยเพคะ” นางไม่อยากสนใจเรื่องที่คิดอีก เพราะอยู่ต่อหน้าพระพักตร์นางไม่กล้าชักช้า


ร่างบอบบางดั่งกิ่งหลิวของจางหยูเฟยกำลังค่อยๆ ลุกขึ้นยืนแต่นางต้องประหม่า เมื่อพระหัตถ์แกร่งเข้ามาประคองแขนนางให้ค่อยๆ ทรงตัว


จางหยูเฟยมองมือเรียวยาวราวแท่งเทียนที่ประคองนางแล้วรีบยอบกายทำความเคารพมือเรียวๆ ขาวๆ สะอาดสะอ้านเช่นนี้นางเคยเห็นที่ใดกัน


“หม่อมฉันทำให้ฝ่าบาทต้องลำบากแล้ว หม่อมฉันขอประทานอภัย” นางทำท่าจะก้มลงคุกเข่าแต่กลับถูกถึงเข้าปะทะอกแกร่ง


ดวงตาหวานราวพระจันทร์คืนเพ็ญเบิกกว้าง นางเห็นใบหน้าหล่อเหลาราวเทพสวรรค์ชัดๆ แล้วรีบก้มหน้าลง


ฮ่องเต้องค์จริงหรือเปล่า


เหตุใดจึงไม่อ้วนลงพุง หน้าผากกว้าง อย่างที่ท่านอาวาด แล้วภาพนั้น?


เหตุใดจึงหล่อเหลาราวเทพสวรรค์ไม่มีผิด


รู้เยี่ยงนี้ข้าถวายตัวนานแล้ว


คิดมาถึงตรงนี้จางหยูเฟยรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นไป  ถึงจะรูปงามก็ตามที อย่างไรเสียพระองค์ก็เป็นคนเกรในสายตานางวันยังค่ำ ชอบยกพวกไปหาเรื่องครอบครัวคนอื่น


นางคิดพลางใจเต้นแรง จากนั้นได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำลอยเข้าโสตประสาทการได้ยิน


“เจ้าไม่ได้ทำให้ข้าลำบากเลยแม้แต่น้อย เป็นข้าที่ทนเห็นสาวงามลำบากไม่ได้จึงต้องยื่นมือเข้าช่วยพุงเจ้า”


จางหยูเฟยยังก้มหน้าไม่กล้าสบตากับโอรสสวรรค์เพราะดวงตามังกรช่างมีแรงดึงดูดเกินไป นางไม่กล้าสบตากับนานๆ เกรงจะเป็นการไม่บังควร แล้วจะทำให้เรื่องร้ายยิ่งร้ายกว่าเดิม


แม้ภายในใจรู้สึกอยากมองให้เต็มตาเพราะรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาแต่เรื่องที่จะต้องมาจัดการวันนี้ต้องเสร็จเรียบร้อย ไม่อย่างนั้นซารังน้อยจะต้องตายในคุกหลวงอย่างแน่นอน


นางทำใจดีสู้เสือ ยอบกายทำความเคารพอีกครั้ง



“เมื่อครู่หม่อมฉันยังไม่ได้ทำความเคารพฝ่าบาทอย่างเต็มพิธีการ ขอให้หม่อมฉันได้ทำความเคารพฝ่าบาทก่อนนะเพคะ” นางว่าแล้วยอบกายคุกเข่าลงกิริยาแช่มช้อย


“หม่อมฉันจางหยูเฟย ขอถวายบังคม ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปีหมื่นปีเพคะ”


ฮั่นหลิวตี้คิดถึงนางมาหลายราตรี ไม่มีสตรีใดทำให้เขาร้อนรุ่มได้เท่านางอีกแล้ว คิดถึงริมฝีปากอิ่มนุ่มราวกับเต้าหู้ที่มีกลิ่นอายดอกบ๊วยแล้วเขาอยากดูดดึงกลีบปากนางอีกครั้ง




ในเมื่อเรียกนางเข้าวังมาก็เพื่อหาเรื่องจะลงโทษแล้ว ก็ต้องลงโทษหนักๆ ฮั่นหลิวตี้ลอบยิ้มอย่างมีแผนการ

“ไม่ต้องมากพิธี ข้ากับเจ้าไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นญาติกันทั้งนั้น”

ญาติ นับข้าเป็นญาติด้วยหรือ

จางหยูเฟยขมวดคิ้วมองคนพูดที่ทำราวกับสนิทชิดเชื้อกันมาแต่หนไหน แม้นางจะมีศักดิ์เป็นหลานสาวฮองเฮาทว่าฮ่องเต้คิดจะนับญาติกับนางด้วยหรือ ว่ากันตามจริงหากฮ่องเต้จะนับญาติกับผู้คน ตระกูลใหญ่ทุกตระกูลล้วนเป็นญาติพระองค์ทั้งสิ้น

ชิ ก็ท่านฟาดสาวงามทุกตระกูลมาเก็บไว้ที่วังหลังหมดแล้วนี่

ฮ่องเต้ญาติเยอะ

พ่อตาแม่ยายของโอรสสวรรค์คงมีนับร้อยหรือมากกว่านั้น

นางค่อยๆ ลอบมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง แล้วต้องขมวดคิ้วเมื่อพระพักตร์งดงามคมคาย ดวงพระเนตรวาวหวานนั้นดูคลับคล้ายคลับคลาว่า

เหมือน เหมือนมาก

จางหยูเฟยคิดถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา แต่นางก็ยังมองพระพักตร์ได้ไม่เต็มตานัก อีกทั้งยังไม่มีความเป็นไปได้

เสียงกึ่งสั่งกึ่งบังคับดังขึ้น “มานั่งข้างๆ ข้า”

ครั้งนี้นางได้สติคืนมาจากสุรเสียงทุ้มนุ่ม  “คิดอะไรอยู่” เขากวักมือเรียกนาง

เมื่อเห็นสายตามังกรตวัดมองมาอีกครั้งจางหยูเฟยวางหน้าไม่ถูก “เร็วเข้า” ฮั่นหลิวตี้สั่งเสียงเฉียบ

 นางจึงไม่กล้าชักช้าอีกหาทำให้พระองค์กริ้วนอกจากอาจไม่ได้พบซารังแล้ว ตัวเองอาจไม่รอด ต้องเอาชีวิตมาทิ้งในวังกันทั้งคู่ ร่างบอบบางย่างก้าวไปนั่งเก้าอี้ข้างๆ กันอย่างระมัดระวัง

“ดื่มน้ำชา หรือ สุราดีๆ สักกาดี”

จางหยูเฟยนิ่งอึ้งฮ่องเต้ชวนนางดื่มเหล้า

หรือจะประทานยาพิษ

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

575 ความคิดเห็น

  1. #355 Paku_Chan (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 11:14

    นางเอกมึนได้ใจ พระเอกก้เนียนๆ รู้สึกต่างฝ่ายต่างกาวค่ะ5555

    #355
    0
  2. #354 Maichan (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 10:07
    ทำไมตลก
    #354
    0
  3. #353 Namthip4991 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 09:22
    ทั้งพระทั้งนางมีมุมตลกทั้งคู่
    #353
    0
  4. #352 OuWate (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 08:08
    น้องหยูนี่ชาางมโนเยอะ+ฟุ้งซ่านเหมือนกันนะ อิอิ
    #352
    0
  5. #351 usaonly (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 07:45

    น้องหยูคิดอะไรลูกหลังจากเห็นหน้าฮ่องเต้ คิดว่าไม่น่าปฏิเสธในตอนนั้นใช่ไหม ฮิ ฮิ ระวังนาฮ่องเต้คิดไม่ซื่ออาจจะไม่ได้กลับไปจวนก็ได้ยิ่งอยากจับนางกด อยู่ด้วยนี่ก็อยู่กันในห้องส่วนตัว เพลินไปล่ะ

    #351
    0
  6. #349 Goody2526 (จากตอนที่ 45)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 07:30
    อิเต้อยากเคลมหลานฮองเฮา ส่วนหยูเฟยก็กลัวเต้วางยาพิษ 5555 สวนทางกันฉับๆ
    #349
    0