หลานสาวฮองเฮา (ชุด เล่ห์ ลวง รัก)

ตอนที่ 4 : ตอน ปิ่นเจ้าปัญหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 459 ครั้ง
    8 ก.พ. 62



***เครดิตภาพจาก googel***

ทักทาย

ไรท์ติดธุระเลยไม่ได้เข้ามาหลายวัน พรุ่งนี้เช้าจะมาเช็คและประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รางวัล

ให้นะคะรีด เริ่มกลับมาอัพจีนแล้วค่ะ


เรื่องนี้เขียนสดแล้วอัพยังไม่ได้รีไรต์เดี๋ยวรีไรต์และแก้ไขคำผิดแล้วจะไล่ลงทับให้นะคะ ตัวละครมีทั้งตัวละครในยุคปัจจุบัน และตัวละครที่อยู่ในยุคอดีตผสมกันทำให้อาจมีสิ่งของในยุคปัจจุบันอยู่ในอดีตด้วย



ขอบคุณค่ะ


ชิงลี่


 

ตอนที่ 1  ปิ่นเจ้าปัญหา 

 

           เว่ยกงกงลอบมองโอรสสวรรค์ที่นั่งอยู่บนโต๊ะทรงพระอักษรด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่กล้าผลีผลามถามอะไรในเวลานี้ เว่ยกงกงจึงได้แต่ฝนหมึกไปเงียบๆ ดวงตาผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างยาวนานลอบมองสีพระพักตร์ฮ่องเต้ ฮั่นหลิวตี้ ครั้งหนึ่ง หากบอกว่าพระองค์เป็นฮ่องเต้รูปงามล้วนแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น

           ด้วยพระองค์นั้นอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ร่างกายกำยำสูง โปร่ง อกผาย ไหล่ผึ่ง เพียงแต่ยามสวมใส่อาภรณ์กลับดูซ่อนรูปไม่ได้ดูมีมัดกล้ามบึกบึนจนน่าหวั่นเกรงเฉกเช่นเหล่าขุนพลของกองทัพฮั่น

          พระพักตร์นั้นงดงามเกลี้ยงเกลาราวกับหยกขาวสลักเสลา พระเนตรมังกรที่ควรจะคมดุ น่าเกรงขามเฉกเช่นพระบิดากลับมีความคมและหวานล้ำปนกันเช่นพระมารดา หากโอรสสวรรค์ผลิยิ้มจะมองเห็นฟันขาวงดงามราวกับไข่มุกกำลังทอประกาย ยามสวมชุดฉลองพระองค์สีขาวดูงดงามสูงส่งประหนึ่งเทพเซียนบนสวรรค์ที่ลงมาเดินอวดโฉมเล่นให้มนุษย์ในแดนดินได้ยลโฉมเป็นบุญตา

           ว่ากันว่าหากพระองค์เกิดมาเป็นสตรีคงเป็นสตรีที่สวยเทียมฟ้า งดงามล่มบ้านล่มเมืองไม่แพ้พระมารดาในวัยสาวสะพรั่งซึ่งถูกยกย่องให้เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งในแผ่นดินฮั่นซ้ำยังมีกลิ่นกายหอมจนเป็นที่เลื่องลือไปทุกทิศ

          ด้วยพระพักตร์ที่งดงามเกินกว่าบุรุษ ฮั่นหลิวตี้มักจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมาทางสีพระพักตร์ พระองค์จะอยู่ในอารมณ์กรุ่นโกรธหรือยินดีสีพระพักตร์กลับถูกวางเรียบเช่นเดียวกันเสมอ

          ฮั่นหลิวตี้หรืออดีตรัชทายาทหลิวตี้ได้รับการสถาปนาให้ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบิดาเมื่ออายุยี่สิบพรรษา เวลานี้พระองค์อยู่ในวัยยี่สิบห้าพรรษา ตั้งแต่ขึ้นครองราชย์พระองค์ปรับปรุงการรบบ การเข้ารับราชการภายในราชสำนักใหม่ ปฏิรูปการปกครอง เลือกใช้ขุนนางที่มีความซื่อสัตย์ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวย่อมส่งผลอันดีต่อราษฏร

          ฮั่นหลิวตี้เป็นฮ่องเต้ที่ทรงพระปรีชาสามารถทั้งด้านการเมืองและการทหารเมื่อสองปีที่แล้วพระองค์นำทัพไปปราบพวกซยงหนูซึ่งอาศัยอยู่ทางภาคเหนือคนกลุ่มนี้มักรวมตัวกันแล้วเข้าปล้นชิงพ่อค้า นักเดินทาง บางครั้งลามมาถึงในเมือง และเมื่อต้นปีนี้พระองค์ส่งสองขุนพลใหญ่นำกองทัพหลายแสนนายบุกไปตีอาณาจักรใหญ่น้อยนำชัยชนะกลับมา

          ดวงตาคู่งามของฮั่นหลิวตี้มอง ปิ่นประดับผมโบราณชิ้นหนึ่ง ปิ่นชนิดนี้มีลักษณะหัวใหญ่ ประดับด้วยเพชรนิลจินดางดงามมากแต่สายพระเนตรปราบคมย่อมรู้ว่าเป็นเพชรแท้นิลเทียม

          ปิ่นในมือพระหัตถ์ที่ฮั่นหลิวตี้กำลังจ้องเขม็งและหมุนไปมางดงามอ่อนช้อยอัญมณีที่ประดับอยู่นั้นล้อกับแสงเทียนที่เว่ยกงกงจุดไว้ทอประกายงดงาม หลิวตี้จ้องมองอย่างสนพระทัย

          “เรื่องนี้ทำให้ข้าสนใจนัก”

พระองค์จะไม่สนใจเครื่องประดับชิ้นนี้เลยหากเมื่อคืนก่อนไม่มีคนร้ายลอบเข้ามาในตำหนักใหญ่ คนร้ายแต่งกายมิดชิดคล้ายจะเป็นผู้ชายบุกเข้ามาถึงห้องพระบรรทมมันหนีการไล่ล่าของเหล่าองครักษ์เสื้อแพรไปได้นับว่าเป็นสุดยอดฝีมือ แต่ที่น่าตลกมันทำปิ่นชิ้นนี้ตกเอาไว้

ท่าทางสูงส่งไม่แยแส แต่ในพระทัยเต็มไปด้วยความสงสัย

ใครกันลอบฆ่าพระองค์

คนร้ายเป็นใคร เกี่ยวอะไรกับปิ่นนี้

 “เว่ยกงกงเจ้าไปสั่งให้คนเตรียมม้าและเสบียงให้พร้อมข้าจะเดินทาง เรื่องการเดินทางครั้งนี้ข้าไม่ต้องการให้ใครรู้เข้าใจหรือไม่”

“แสงดว่าฝ่าบาทจะเสด็จเป็นการส่วนพระองค์หรือพะย่ะค่ะ”

“ไม่น่าถาม ข้าสั่งให้ปิดเป็นความลับ ย่อมต้องการให้การเดินทางไปครั้งนี้เงียบที่สุด ห้ามแพร่งพรายให้ผู้ใดรู้ ผู้ใดรู้เรื่องนี้ข้าจะตัดหูท่านซะเว่ยกงกง”

แม้พระพักตร์จะงดงามอ่อนหวานราวกับอิสตรีแต่เว่ยกงกงรู้ว่าโอรสสวรรค์เป็นฮ่องเต้เฉียบขาด และเหี้ยมเกรียมที่สุดพระองค์หนึ่งถ้าเอ่ยจะตัดนั่นคือตัดจริง

          เว่ยกงกงรู้สึกขนลุกเมื่อลอบเห็นมุมปากที่ผลิยิ้มงดงามปานกลีบเหมยเปื้อนเลือด

                                      ++++++++++++++++++++++

         

          แม้เป็นช่วงฤดูหนาวที่อากาศค่อนข้างเย็น เมฆหนาทึบ เสียงสวบสาบย่ำไปบนใบไม้พร้อมเสียงหัวเราะคิกคักสดใสไล่จับผีเสื้อของเด็กหญิงชายหลายคนในจวนดังขึ้น ในขณะที่ผู้รับใช้ภายในจวนต่างเร่งมือทำความสะอาดเรือน

          หนึ่งในเสียงหัวเราะนั้นคือ ซารังเด็กหญิงตัวน้อยอายุสามสี่ขวบเศษที่มีเลือดครึ่งหนึ่งเป็นชาวฮั่นและเลือดครึ่งหนึ่งสืบเชื้อสายมาจากชาวอาณาจักรโซซ็อนโบราณ เด็กหญิงงดงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบช่างพูด ช่างเจรจา น่าเอ็นดูนักเสียดายที่ต้องมากลายเป็นกำพร้ำตั้งแต่ยังเยาว์

          เด็กหญิงตัวน้อยยังไม่รู้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ดวงตาสุกใสเป็นประกายเล่งขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นคุณหนู จางหยูเฟย ธิดาคนเดียวของอดีตแม่ทัพ จางจิ้นเหอ เดินนำขบวนสาวใช้ ที่ถือถาดไม้ตามมาบนถาดของสาวใช้แต่ละคนมีเข่งไม้ไผ่สานในนั้นบรรจุหมั่นโถวร้อนๆและซาลาเปารสเลิศ

          ซารังตัวน้อยรู้ดีว่าวันนี้คงได้กินของอร่อยจนพุงกาง เด็กหญิงลอบยิ้มแอบเลียริมฝีปาก ค่อยๆ เดินเข้ามาหานายสาวแล้วยอบตัวคาราวะ

          “คาราวะคุณหนูเจ้าค่ะ”

          ตามที่มารดาเคยพร่ำสอนให้ทำตัวเป็นเด็กดีเชื่อฟังผู้ใหญ่ทุกคนในคุ้มนี้ เพราะคนที่นี่มีบุญคุณต่อพวกนางสองแม่ลูกยิ่งนัก

          “ลุกขึ้นเถอะซารัง”

          จางหยูเฟยทรุดกายอ้อนแอ้นงดงามปานเทพธิดา นิ้วเรียวขาวสะอาดลูไล่ไปตามกรอบหน้าแล้วดึงสองแก้มขาวอมชมพูราวกับซาลาเปาของซารังเบาๆ เป็นการหยอกเย้า

“ซารัง เจ้ามีซาลาเปาแล้วสองลูกข้าให้เจ้าลูกเดียวคงพอ” จางหยูเฟยส่งยิ้มอ่อนโยน

ในขณะที่เด็กๆ คนอื่นเริ่มรู้งานกรูเข้ามาต่อแถวซารัง แต่แม่หนูน้อยย่นคิ้วลอบชำเรืองซาลาเปาลูกโตรสกลมกล่อมหอมหวานที่เคยกัดกินแล้วรู้ดีว่าอร่อยลิ้นเกินห้ามใจลูกเดียวคงไม่พอ

“คุณหนูเจ้าขา” ซารังยกแขนป้อมๆ ขึ้นมากุมสองแก้มที่เนื้อสีขาวอมชมพูล้นมือราวกับเป็นซาลาเปาใบโตที่กินเท่าไหร่ก็กินไม่หมด “ นี่แก้มของซารังเจ้าค่ะ  ไม่ใช่ซาลาเปา แก้มกินไม่ได้นี่เจ้าคะ”

ถ้าเรื่องกินนั้นซารังไวนัก หนูน้อยจะหาทางพูดให้ได้กินมากกว่าคนอื่นเสมอ “ซารังตัวเล็กที่สุดในจวน คุณหนูบอกว่า ซารังต้องกินเยอะๆ จะได้โตไวๆ คุณหนูให้ซารังสามใบได้ไหมเจ้าคะ”

หยูเฟยหลุดขำพรืด “สามใบแล้วเจ้าจะกินหมดหรือ จะเอาซาลาเปาเก็บไว้ตรงไหนหมดตัวก็เล็กนิดเดียว”

          เด็กหญิงพามือน้อยๆ ไปลูบพุงกลมๆ “ซารังตัวเล็ก แต่มีพุงใหญ่ เก็บซาลาเปาได้เยอะเจ้าค่ะ สี่ใบก็ยังได้”

          หยูเฟยส่ายหน้าในความช่างคิดของซารังแล้วว่าอย่างเอ็นดู “จะรู้มากเกินไปแล้ว กินซาลาเปามากโตขึ้นเจ้าจะไม่สวย จะไม่มีคุณชายคนไหนมองเจ้ารู้ไหม” หยูเฟยเอ็นดูซารังเป็นพิเศษและเลี้ยงประดุจเครือญาติ แต่ต่อหน้าเด็กๆ ทุกคนในจวนหยูเฟตต้องแจกซาลาเปาให้เท่าเทียมกันเพื่อจะได้ไม่เกิดความน้อยเนื้อต่ำใจกัน

          “ซารังเจ้าเอาไปกินให้หมดเสียก่อน ไม่อิ่มค่อยมาเอาใหม่” หยูเฟยหยิบซาลาเปาอุ่นๆ ส่งให้ซารังแล้วสั่งให้สาวใช้ของนางแจกซาลาเปาและหมั่นโถวให้เด็กๆ ทุกคนในจวนใครกินหมดมาเอาเพิ่มได้ ให้กินจนกว่าจะอิ่ม

 เมื่อเห็นเด็กน้อยรับซาลาเปาลูกโตที่อัดแน่นไปด้วยไส้รสอร่อย หยูเฟยลอบมองซารังน้อยแล้วสงสารจับใจไม่ควรเลย เหตุใดเล่าโชคชะตานางถึงได้อาภัพนัก เปลือกตาอ่อนใสปิดลงช้าๆ พลางถอนใจนางยังไม่รู้ว่าจะบอกเด็กหญิงตัวน้อยอย่างไรดีว่า ยอนฮวา มารดาของเด็กหญิงเดินทางไปปรโลกแล้ว

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 459 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

575 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #116 noknok (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:44

    สมัยราชวงศ์ฮั่น ไม่มีโชซอล มีแต่ อาณาจักรโชซอลโบราณ ซึ่งมี โกครูยอ ชิลลา แพกเจ และตอลจัมเป็นเครื่องประดับของเชื้อพระวงศ์ในสมัยโชซอน ช่วง ศตวรรษที่ 16-17 นะคะ

    #116
    1
    • 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:11
      ขอบคุณที่ทักท้วงค่ะ เป็นอาณาจักรโซซอลโบราณค่ะแต่นี่เป็นร่างแรกที่่เขียนไว้ยังไม่ได้แก้ไข แต่คนเขียนก็หาข้อมูลในส่วนนี้มาแล้ว ส่วนตอลจัม คนเขียนใช้ผิดเอง ขอบคุณทีทักท้วงค่ะตรงนี้แก้ไขไปแล้วค่ะ
      #116-1