หลานสาวฮองเฮา (ชุด เล่ห์ ลวง รัก)

ตอนที่ 14 : ตอน สงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,226
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 246 ครั้ง
    13 ก.พ. 62



เวลาผ่านไปหลายเค่อลี่ถิงยังยืนอยู่นิ่งไม่ยอมตามคุณหนูลงน้ำ หยูเฟยใช่ว่าจะให้สาวใช้นางใดก็ได้เข้ามาปรนนิบัตินางขณะอาบน้ำ แต่นางเกิดความเห็นใจลี่ถิง เพราะสามีตายในสนามรบชีวิตเลยตกอับจึงลดตัวลงมาให้ความใกล้ชิด


          “ลี่ถิง เจ้ายังไม่ลงมาอีก” มือเรียวขยับปลายนิ้วไล่ถูหลังแต่ไปไม่ถึงกลางหลัง “มาช่วยข้าถูหลังหน่อย”


          ลี่ถิงไม่อยากเหลือบตาขึ้นมองร่างเปลือยในน้ำนานนัก


          ก็บอกแล้วไง ข้าถนัดถูไถ ไม่ได้ถนัดถูหลัง


          คุณหนูจางเจ้าช่างมีบางอย่างน่าถูกว่าหลังมาก


          ลี่ถิงยังยืนนิ่งไม่ไหวติง และไม่ยอมก้าวลงไปในธารน้ำใสที่ตกแต่งเลียนแบบธรรมชาติอย่างงดงาม “คุณหนูข้าขออภัยที่ข้าไม่สามารถถอดเสื้อผ้าลงไปปรนนิบัติคุณหนูในลำธารได้”


          โอรสสวรรค์คิดเล่นๆ ว่า ร่างอรชรอ้อนแอ้นของหยูเฟยนั้นงดงามเกือบจะทำให้ปลาหยุดหายใจหยุดว่าย ยิ่งเวลานี้คุณหนูหยูเฟยว่ายน้ำกลับมาที่ริมลำธารสองแขนของเรียวของนางกำลังเกยกับขอบลำธาร ใบหน้าแสนหวานแหงนขึ้นมามอง สบตากับลี่ถิง


          ใบหน้าของหยูเฟยปรากฏความเคลือบแครง “เจ้าเป็นสาวใช้ของข้า เหตุใดจึงไม่เชื่อฟังคำสั่ง” นางไม่ได้เคืองลี่ถิง ที่ไม่ยอมลงมาปรนนิบัติ


          ลี่ถิงย่อตัวลงคุกเข่าอยู่ริมขอบลำธารมองคุณหนูคนสวยที่หน้าระรื่นท่าทางมีความนสุขยามได้ลงเล่นน้ำ ที่จริงพระองค์ก็ชอบเล่นน้ำกับเหล่าสนมแล้วก็มักจะจบลงในน้ำบ้าง บางครั้งก็อุ้มนางสนมที่ถูกใจไปสนุกต่อที่อื่น


          “ลี่ถิงอยากปรนนิบัติคุณหนูเจ้าค่ะ เพียงแต่ลี่ถิงเคยให้คำมั่นสัญญากับสามีที่ตายไปแล้วว่าจะเปลือยกายต่อหน้าผู้ใด นอกจากสามีเพียงคนเดียว” ลี่ถิงยืนกรานอย่างหนักแน่นแล้วตีสีหน้าเศร้าสร้อย


          นั่นทำให้คุณหนูจางพูดไม่ออกพรางรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีที่ใช้ให้ลี่ถิงมาปรนนิบัติ “เป็นเช่นนี้เองหรือ ลี่ถิงเจ้าเป็นภรรยาที่ดี สามีเจ้าช่างโชคดีนัก ถึงเขาตายไปแล้วเจ้าก็ยังซื่อสัตย์ต่อเขาเพียงคนเดียว เอาล่ะถ้าเช่นนั้นข้าจะไม่บังคับให้เจ้าเปลื้องผ้าลงมาปรนนิบัติข้าในน้ำอีก”


 รอยยิ้มหวานปนน่ารักของจางหยูเฟยในวัยยี่สิบปีทำให้โอรสสวรรค์มองแล้วผลิยิ้มแกมเอ็นดู แกมหมั้นไส้ “คุณหนูวันนี้ลี่ถิงปรนนิบัติคุณหนูไม่ได้ แต่ลี่ถิงสัญญาว่าอีกไม่เกินเจ็ดราตรีข้างหน้า ลี่ถิงคนนี้จะอาบน้ำให้คุณหนู จะช่วยถู ช่วยทำความสะอาดให้ทุกซอกทุกมุมเเจ้าค่ะ” ลี่ถิงพูดพรางเก็บซ่อนหน้า


ธิดาคนงามของอดีตท่านแม่ทัพใหญ่จึงไม่เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผลิขึ้นข้างมุมปากซ้าย


“ข้าสับสนไปหมดแล้ว ตกลงยังไงกันแน่ แต่ช่างเถอะข้าไม่สนใจเจ้าแล้วเจ้าออกไปเถอะ”


ลี่ถิงพูดจาแปลกๆ แต่ความชุ่มฉ่ำของสายน้ำทำให้นางไม่อยากใส่ใจสาวใช้คนใหม่อีก “เจ้าออกไปแล้ว ไปตามหลินเอ๋อร์ให้นางรีบมาปรนนิบัติข้าด้วย”


“เจ้าค่ะ คุณหนู”


หยูเฟยสั่งแล้วก็ค่อยๆจมจ่อมร่างอ่อนนุ่มหายลงไปในสายน้ำแล้วว่ายออกจากฝั่งโดยไม่รู้ว่าสายตาคู่หนึ่งมองตามอย่างหมายมาดจางหยูเฟยอาจจะกำลังสวมหน้ากากเป็นคุณหนูผู้ใจดี อ่อนหวาน และยังต้องทำงานหนักเพื่อเลี้ยงคนทั้งบ้าน แต่จริงๆ แล้วนางอาจกำลังคิดการใหญ่อยู่ก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นจริงพระองค์จะต้องกระชากหน้ากากแสนหวานนี้ออกมา


รอยยิ้มจางๆ หายไปจากหน้าลี่ถิง พี่เลี้ยงคนใหม่ก้าวออกจากเรือนใหญ่แล้วมุ่งตรงสู่เรือนเล็กที่โอบล้อมไปด้วยสวนผัก


“คนที่สกุลจางนี้ประหยัดจริงๆ ปลูกผักกินเองทั้งผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง ปวยเล้ง ล้วนแต่งามแทบทั้งสิ้น” เมื่อเดินมาถึงเรือนพัก แม้เป็นเรือนหลังเล็กทว่าตกแต่งได้น่าอยู่ข้าวของเครื่องใช้สะอาดสะอ้าน


ทว่าทางด้านซ้ายของพระองค์เป็นดงสมุนไพรเงาดำที่แวบผ่านไปมาทำให้โอรสสวรรค์ยิ้มที่มุมปาก “เจิ้นเทียนเจ้ามาไวแบบนี้ แสดงว่าเจ้าหาคำตอบให้ข้าได้แล้วใช่หรือไม่”


เงาดำทะมึนนั้นก้าวออกมาจากความมืดกลายเป็นชายรูปร่างงดงามเขาคือ เจิ้นเทียนหัวหน้าองครักษ์พิทักษ์มังกร ซึ่งมีหน้าที่รับพระบัญชาจากฮ่องเต้โดยตรง เจิ้นเทียนยอบกายคาราวะผู้เป็นเจ้าชีวิต


“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”


“ได้ความอย่างไรบ้าง เหตุใดจางหยูเฟย ธิดาของอดีตท่านแม่ทัพเจิ้นเหอถึงไม่ได้รับการคัดเลือกเข้าวัง” หลังจากพระองค์ส่งพิราบสื่อสารไปเมื่อบ่ายนี้เจิ้นเทียนก็กลับมาพร้อมความจริงที่จะไขข้อสงสัยให้พระองค์


 “กระหม่อมได้ข้อมูลมาแล้วพะย่ะค่ะเหตุที่คุณหนูสกุลจางไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าวัง มีบันทึกเอาไว้ในรายงานของขันทีผู้คัดเลือกหญิงงามเข้าวังเพราะเอ่อ...”


พอเห็นองครักษหนุ่มชะงักไปโอรสสวรรค์ก็ยิ่งสงสัย


“เจิ้นเทียน เจ้าเงียบด้วยเหตุใด ข้ารอฟังอยู่”


“เพราะคุณหนูเอวไม่งาม สะดือก็ยังนูนทะลัก จึงไม่ผ่านการคัดเลือกพะย่ะค่ะ”


ฮั่นหลิวตี้กำพระหัตถุ์เข้าด้วยกัน “ใครเป็นผู้คัดเลือกสาวงามเมื่อปีที่ผ่านมาข้าควักลูกตามันให้หมด พวกมันใช้อะไรมอง คงไม่ได้ใช้ตามอง” วันนี้พระองค์เห็นแล้วด้วยตาว่าเอวของนางนั้นช่างคอดคอดบาง เวลาย่างกายแต่ละครั้งราวกับบุปผากำลังลอยพลิ้วปลิวไปตามสายลืม สะดือของนางตอนที่แช่อยู่ในน้ำพระองค์ก็เห็นแล้วว่างดงามชวนเข้าไปหยอกเอิน ไม่ได้นูนทะลักเป็นที่ขัดเคืองตาแบบที่ขันทีบันทึกเอาไว้


“ข้ากลับเข้าวังเมื่อไหร่ จะต้องเรียกสอบขันทีเหล่านั้นแน่” หลังจากหมอข้อสงสัยว่าเหตุใดนางจึงไม่ได้เข้าไปอวดโฉมในวังให้พระองค์ได้ยลโฉมฮั่นหลิวตี้ก็มีงานชิ้นใหม่ใช้ให้เจิ้นเทียนออกสืบ


“เจ้าจงไปสืบมาว่า หญิงจากอาณาจักรโซซ็อนโบราณที่อดีตท่านแม่ทัพพากลับมาเลี้ยงดูในจวนสกุลจางนางเป็นใครกันแน่ เวลานี้นางหายตัวไปจากจวนทิ้งลูกสาวเอาไว้ชื่อซารัง ข้าต้องการรู้เรื่องเกี่ยวกับนางทุกเรื่อง เพราะข้าสงสัยว่าหญิงผู้นี้และคุณหนูจางหยูเฟยนอกจากจะหันไปค้าขายกับต่างชาติ นางกำลังคิดขายชาติด้วยหรือไม่” ถึงบิดาและพี่ชายของนางได้ชื่อว่ารับราชการอย่างเถรตรงแต่หากถูกสตรีใช้มารายุแยงก็อาจหลงเชื่อนักเพราะสำหรับพระองค์นั้น...


สตรีดูยากกว่าศัตรู


และสตรีมีพิษร้ายกว่าศัตรู


แม้พระองค์จะมีหญิงงามอยู่เต็มวังให้เลือกมาสร้างความสำราญอยู่ทุกค่ำคืน แต่ฮั่นหลิวตี้กลับไม่เคยหลงเสน่ห์พวกนาง มีเพียงคำหวานที่โปรยใส่ไปตามวิสัยบุรุษ เหตุด้วยพระบิดาของพระองค์สิ้นพระชนม์ก็เพราะแผนของสตรีที่ใช้มารยาหลอกล่อ


เจิ้นเทียนไม่คิดว่าโอรสสวรรค์จะตั้งขอหาใหญ่ให้สกุลจางถึงขนาดนี้“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ ขายชาติ เป็นคดีใหญ่มีโทษประหารถึงเจ็ดชั่วโคตรเชียวนะพ่ะย่ะค่ะ”


“ข้าถึงได้ไม่กล้าทำอะไรผลีผลามเพราะคนสกุลจางทำความดีไว้มาก ข้าไม่อยากให้รุ่นลูกรุ่นหลานของพวกเขาสร้างความอัปยศให้ตระกูลหากพวกเขายังไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงต่อแผ่นดินข้ายังพอช่วยได้บ้าง แต่หากพวกเขาคิดร้ายต่อข้า และคิดคดขายชาติข้าก็เลี้ยงคนสกุลจางไว้บนแผ่นดินไม่ได้เช่นกัน”


 เจิ้นเทียนเป็นคนสนิทที่พระองค์ไว้ใจที่สุด และทำงานได้อย่างถูกพระทัย เพียงแต่เจิ้นเทียนคือหัวหน้าองค์รักษ์ที่ต้องปิดบังอำพรางใบหน้าทำให้การลอบมาสืบความเป็นไปในตระกูลจางครั้งนี้พระองค์ต้องเลือกเว่ยกงกงมาเป็นผู้ติดตามแทน เว่ยกงกงแม้จะเชื่องช้าไปบ้าง แต่ก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์ไว้ใจได้

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

         

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 246 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

575 ความคิดเห็น

  1. #146 usaonly (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:51

    ฮ่องเต้โชคดี ออกนอกวังคราวนี้ได้พบกับหยูเฟย นับว่าเป็นบุพเพสันนิวาส แถมได้ใกล้ชิดขนาดเห็นหมดทุกส่วน-ของนาง คราวนี้คงได้ถูกเรียกเข้าวังเป็นแน่ แต่ดูเหมือนพี่เต้แกจะค่อนข้างขี้ระแวง ยังไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ คงต้องรอดูกันต่อไป ขอบคุณค่ะ

    #146
    1
  2. #145 Tiemchan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:08
    ชักไม่ชอบอิเต้แล้ว
    #145
    0