ท่านแม่ทัพโปรดมีลูกกับข้าเถอะ (พร้อมให้โหลดแล้ว)

ตอนที่ 47 : ตอน พันเอกลู่ฟู่เฉิง (ส่วนที่ 6)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 273 ครั้ง
    29 มี.ค. 61




ทักทาย

งานสัปดาห์หนังสือเริ่มแล้ว ฝากไปตามเก็บนะคะ ที่บูธ สนพ ไลต์ ออฟ เลิฟ


ขอบคุณค่ะ

ชิงลี่


องค์จักรพรรดิหยางจื่อทราบข่าวการลอบวางเพลิงภายในเมืองหลวง จึงมีราชโองการให้ขันทีคนสนิทนำมามอบให้แก่ลู่เคอตัว

ภายในกรมอาญา ลู่เคอตัวก้มหน้ารับราชโองการที่มีใจความสำคัญให้รีบจับตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ภายในหนึ่งเดือน มิเช่นนั้นจะถูกลงพระอาญา ลดขั้นจากแม่ทัพใหญ่ ริบสมบัติพระราชทานทุกอย่างกลับคืนให้เป็นของหลวง

ใบหน้าหล่อเหลาคล้ำเครียด ฮ่องเต้อยากจะทำอะไรกับเขาก็เชิญ แต่ทำไมต้องยึดของพระราชทานคืนด้วย และของที่จะยึดคืนเป็นของหลวง นั่นหมายถึงฮูหยินของเขาด้วยหรือไม่ ลู่เคอตัวหายใจไม่ออก มองหน้าเจ้ากรมอาญาที่เคร่งเครียดไม่แพ้กัน ทว่าของเจ้ากรมอาญานั้นแม้มีพระราชโองการคาดโทษไว้แต่ไม่รุนแรงเท่า เพียงแต่จะถูกลงโทษหนัก แต่ไม่ยึดทรัพย์กลับคืนหลวง

“ท่านแม่ทัพลู่ เราทรมานให้พวกมันสารภาพดีหรือไม่”

“คงต้องเป็นเช่นนั้น”

ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเย็นวันนี้เขายังไม่ได้กลับจวน เพราะเร่งไปดูจุดเกิดเหตุที่ถูกเผาวอดวาย ราษฎรได้รับบาดเจ็บ ทหารถูกลอบสังหารไปเกือบพันนายจากอาวุธลับอาบยาพิษ การลอบจู่โจมครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นอย่างมาก ไม่แปลกใจที่องค์จักรพรรดิจะพิโรธหนัก เร่งให้จับตัวคนผิดมารับโทษ

“ถ้าเช่นนั้นเราไปที่คุกหลวงกันเถิด” เจ้ากรมอาญาที่มีชะตาชีวิตแขวนไว้บนเส้นด้ายเช่นเดียวกับแม่ทัพใหญ่พยักหน้า ผายมือเชิญ

ลู่เคอตัวลุกขึ้น เดินด้วยท่วงท่าองอาจตามไปที่คุกหลวง พอไปถึงเจ้ากรมอาญาก็ให้เบิกตัวนักโทษออกมา เจ้ากรมอาญานั่งอยู่บนเก้าอี้ ข้างๆ กันก็เป็นท่านแม่ทัพใหญ่ และที่เพิ่งตามมาคือผู้ตรวจการเมืองหลวง

ชายฉกรรจ์จำนวนสิบคนที่อยู่ในชุดนักโทษถูกผลักให้นั่งคุกเข่า พวกมันก้มหน้าไม่ยอมพูด ลู่เคอตัวไม่อยากเสียเวลาอีกจึงเดินไปตรงหน้าพวกมัน

“ลุ่ยหาน เอาของเข้ามา” ทหารคนสนิทนำขวดน้ำเล็กๆ เข้ามา

ลู่เคอตัวรับมาแล้วก็จับคนร้ายคนที่หนึ่งบีบคางให้มันเงยหน้าขึ้นมา จากนั้นก็กรอกสิ่งที่อยู่ในขวดลงไป แล้วเขาก็ทำกับคนที่เหลือ

พวกมันต่างตกใจกับสิ่งที่กลืนลงไป พยายามอาเจียนน้ำเหลวๆ ที่กินเข้าไปออกมาแต่ไม่ทันแล้ว

“เจ้าให้ข้ากินอะไร” พวกมันต่างร้องถามคำถามเดียวกัน

“ยาพิษ” ลู่เคอตัวตอบง่ายๆ สั้นๆ ให้เข้าใจในครั้งเดียว

หะ[U1] !” ทุกคนในที่นั้นตกตะลึงไม่เว้นแม้แต่เจ้ากรมอาญาและผู้ตรวจการเมืองหลวง

ทันทีที่พวกโจรร้ายรู้ว่ามันกินอะไรเข้าไป พวกมันต่างร่ำร้องออกมาทันที

“โหดเหี้ยม อำมหิต พวกข้าไม่กลัวตาย ยังไงก็ต้องล้มชิงกู้หมิงกลับคืนมา พวกเจ้ามันป่าเถื่อนโหดร้ายต้องไม่ตายดี จักรพรรดิของพวกเจ้าต้องถูกสับเป็นชิ้นๆ”

“ที่แท้แล้วพวกเจ้าคือพวกกบฏบัวแดงนี่เอง”

“ใช่ เราคือสมาชิกกลุ่มกบฏบัวแดง” หนึ่งในนั้นโพล่งออกมาด้วยความโกรธ

“ถ้าเจ้าอยากรอด จงบอกที่ซ่อนตัวของพวกเจ้ามา แล้วข้าจะให้ยาถอนพิษ หากไม่เช่นนั้นแล้วพวกเจ้าจงนั่งรอความตายอย่างทรมานอยู่ที่นี่”

ระหว่างที่ลู่เคอตัวสอบสวน เจ้ากรมอาญาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ไม่คาดคิดมาก่อนว่าแม่ทัพใหญ่จะโหดเหี้ยมดุดันถึงเพียงนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นพวกโจรร้ายคงไม่ยอมสารภาพ เทียบกับความผิดของพวกมันที่ลอบวางเพลิง ทำร้ายคนบริสุทธิ์ สังหารทหารไปนับพันเท่านี้ก็นับว่าสมควรแล้ว

“ข้ายอมตาย” หนึ่งในสิบคนนั้นพูด “แต่ข้าจะไม่ยอมทรยศต่อเพื่อนร่วมอุดมการณ์เดียวกัน”

“อือ ดีมาก” ลู่เคอตัวตอบกลับทันควัน “ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะได้ตายสมใจ อีกไม่ถึงอึดใจ เจ้าจะหายใจไม่ออก หัวใจบีบเกร็งต้องการอากาศเพื่อหายใจแต่ก็ทำไม่ได้ จากนั้นมือเท้าเจ้าจะชา เลือดไหลออกจากทวารทั้งห้าแล้วค่อยๆ สิ้นลมไปอย่างทรมาน”

พวกมันฟังแล้วขนหัวลุก เจ้าคนแรกที่กินไปก่อน เริ่มมีอาการออกมาให้เห็น ร่างของมันกระตุกเกร็ง ดวงตาเบิกโพลง อ้าปากค้าง ดูทรมานอย่างยิ่งยวด ราวกับปลาขาดน้ำ มันดิ้นรนบิดไปมา จะร้องก็ร้องไม่ออก

คนที่เหลือทั้งเก้าคนมองด้วยสีหน้าพรั่นพรึง อาการดิ้นทุรนทุรายยังไม่จบลง แต่มีเลือดไหลออกจากดวงตา ปาก จมูก ใบหน้าเป็นสีเทาเข้มเหมือนตายมาแล้วสามวันดูน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ จนพวกมันมองต่ออีกไม่ไหว

“ข้าขอยาถอนพิษ”

“เจ้ากล้าทรยศต่อท่านหัวหน้ากลุ่มหรือ” ชายคนหนึ่งตวาดใส่แต่คนที่ร้องขอยาถอนพิษไม่สนใจ

“ข้าขอยาถอนพิษ”

ลู่เคอตัวยิ้มเย็น พยักหน้าให้เกาลุ่ยหาน อีกฝ่ายจึงเดินไปกรอกยาถอนพิษให้มันเป็นคนแรก ลู่เคอตัวคาดการณ์ไว้แล้วว่าหนึ่งในสิบต้องมีคนที่ยอมเปิดปาก แต่คนที่เหลือไม่ยอมเปิดปากก็ไม่มีความจำเป็นแล้ว

“พวกเจ้าที่เหลือยินดีตาย ก็จงรอรับความตายไปอย่างทรมาน ข้าจะบอกเป็นครั้งสุดท้ายว่าหากพวกเจ้าไม่ได้รับยาถอนพิษภายในตอนนี้ พวกเจ้าก็จับมือกันไปปรโลกได้เลย”

เจ้าคนที่ร้องขอยาถอนพิษได้กินยาถอนพิษไปแล้ว หน้าที่ซีดขาวเกือบดำเมื่อครู่พลันมีสีเลือด ทำให้โจรที่เหลือต่างมองแล้วสบถด่า แต่สุดท้ายก็ร้องออกมาเพราะไม่อยากเป็นเหมือนคนแรกที่เพิ่งขาดใจตายไป

“ข้าขอยาถอนพิษด้วย ข้ายอมสารภาพแล้ว ที่ซ่อนของพวกข้าอยู่ที่เผ่าเคอเอ่อร์ซิน พวกข้าได้รับความช่วยเหลือจากคนที่นั่น”

ดวงตาดุดันของลู่เคอตัวหรี่มอง ใจพลันดิ่งลงสู่ก้นเหวที่ลึกที่สุด พวกมันพูดว่าอะไรนะ เขาเหมือนได้ยินไม่ชัด

++++++++++

ลู่เคอตัวกลับจวนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มาถึงเขาก็ตรงไปที่ห้องนอนทันที ร่างบอบบางหันมาด้วยความตกใจที่ประตูถูกเปิดออกอย่างเสียมารยาท

“แม่นมเซียงออกไปก่อน”

“เจ้าค่ะ”

เต้าเฟยสังเกตเห็นสีหน้าของเขาที่รีบเร่งเข้ามาก็รู้ว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่จะใช่เรื่องที่นางคิดหรือไม่ก็ต้องรอฟังเขาพูด

“ท่านพี่กลับมาเหนื่อยๆ นั่งพักก่อนเถอะเจ้าค่ะ” เต้าเฟยรินน้ำชาแล้วส่งให้เขา ลู่เคอตัวรับมาแต่วางไว้อย่างเดิม เท่านี้เต้าเฟยก็รู้แล้วว่าเขาเครียดมาก

นางลุกขึ้นไปบีบนวดไหล่ให้เขาอย่างเอาใจ พลางเอียงหน้าลงมาถาม ทำให้ใบหน้าของเขาและนางอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกชนกัน

“เฟยเอ๋อร์ มานั่งข้างๆ ข้าเถอะ ข้าไม่อยากให้เจ้าเหนื่อย”

เต้าเฟยทรุดกายนั่งตามแรงมือของเขา “ตกลงคนร้ายที่ท่านพี่จับได้ ใช่กลุ่มกบฏบัวแดงหรือไม่เจ้าคะ”

ลู่เคอตัวพยักหน้าช้าๆ “ใช่ พวกมันสารภาพหมดแล้ว ไม่มีอะไรต้องกังวลไปหรอก”

“พวกมันสารภาพว่ามีที่ซ่อนที่เผ่าเคอร์เอ่อร์ซินใช่หรือไม่เจ้าคะ”

ลู่เคอตัวเผลอหันไปถาม “เจ้ารู้ได้อย่างไร ใครบอกเจ้า”

เต้าเฟยจ้องดวงตาคมกริบของลู่เคอตัวอย่างคนที่เข้าใจทุกอย่างดี “คนของกรมอาญาเดินทางมาบอกข้าก่อนที่ท่านพี่จะกลับ เขามาสอบถามถึงพื้นที่ที่คนร้ายอ้างถึง ข้าเลยรู้”

“เจ้ากรมอาญา ทำไมท่านถึงไม่ปรึกษาข้าก่อน” ลู่เคอตัวกัดฟันกรอด ลุกพรวดขึ้น แต่เต้าเฟยดึงมือเขาไว้ก่อน

“ท่านพี่จะไปไหน”

“ข้าจะไปถามเจ้ากรมอาญาว่าทำแบบนี้ต้องการอะไร” คนพวกนั้นไม่ไว้ใจเมียเขาหรือไง

“ท่านพี่อย่าไปเลยเจ้าค่ะ” น้ำเสียงหวานใสพูดขึ้น ลู่เคอตัวมองมือขาวผ่องที่จับมือเขาไว้แล้วถอนหายใจออกมา

เต้าเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่ นางตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าต้องทำแบบนี้เท่านั้นจึงจะเป็นการดี นางพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

“ท่านพี่อย่าไปเลยเจ้าค่ะ แต่ข้าจะเป็นฝ่ายไปที่กรมอาญาเอง ข้าจะไปถามว่าเขายังต้องการข้อมูลอะไรจากข้าอีกหรือไม่ ข้ายินดีที่จะช่วย”

“ไม่ใช่เรื่องของสตรี ห้ามเจ้าเข้าไปยุ่ง”

          เต้าเฟยส่ายหน้า “แต่มีชื่อของเผ่าข้าเขาไปเกี่ยว เห็นทีข้าจะไม่ยุ่งไม่ได้ ท่านพี่อย่าห้ามข้าเลยเจ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นท่านก็ทำหนังสือหย่ากับข้าซะ”

“เฟยเอ๋อร์ อย่าท้าทายข้า”

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 273 ครั้ง

1,721 ความคิดเห็น

  1. #1612 Kan_hola (@Kan_hola) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 11:35
    พวกกลุ่มกบฏบัวแดงที่ต้องการกอบกู้หมิงเหมือน
    ช่วงจักรพรรดิคังซีเลยอ่ะ ยุคนั้นพวกกอบกู้หมิง มีการต่อสู้ของพวกชาวฮั่นที่ต้องการกอบกู้หมิง ราชวงศ์ก่อนราชวงศ์ชิงหรือราชวงศ์แมนจู ช่วงคังซีตรงกับขุนหลวงนารายณ์ของไทย
    #1612
    0
  2. #1531 dreammo52 (@dreammo52) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 00:17
    ไปงานหนังสือมาแล้วท่านแม่ทัพยังไม่เข้าบูทเลยเซ็งอ่ะค่ะ
    #1531
    1
  3. วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 22:11
    เหตุใดท่านพูดเช่นนี้
    #1530
    0