ท่านแม่ทัพโปรดมีลูกกับข้าเถอะ (พร้อมให้โหลดแล้ว)

ตอนที่ 33 : ตอน อดีีตที่เลือนหาย (ส่่วนที่ 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 360 ครั้ง
    21 มี.ค. 61



ทักทาย

มีรีดแอดไปทักใน IB สอบถามราคาและสั่ง พอดีตอนนี้ยังเปิดให้สั่งซื้อไม่ได้ค่ะ เนื่องจากยังไม่ทราบราคาปก สนพ กำลังเคาะราคาอยู่ค่ะ รออีกนิดนะคะสาวๆ

ขอบคุณมากค่ะ

ชิงลี่


ตอน อดีตที่เลือนหาย

 

เวลาล่วงเลยเข้าถึงยามโฉว่ร่างบอบบางลืมตาโพลงขึ้นในความมืดมิด เสียงเคาะประตูดังมาจากทางด้านหน้าเรือนทำให้รอยยิ้มที่ผุดขึ้นในความมืดกลายเป็นเส้นเหยียดตรง

“ไหนว่าจะไปหลายวันทำไมถึงเปลี่ยนใจกลับมาได้”

นางล้มตัวลงนอนต่อไม่แยแส เรียกให้แม่นมเซียงเข้ามานอนเป็นเพื่อน หากเขาเข้ามาถึงในห้องนอนเห็นว่านางนอนอยู่กับแม่นม อย่างไรเสียคงจะไม่ใจกล้าเทียมฟ้าหน้าหนาดั่งกำแพงกระทำอะไรกับนางต่อหน้าแม่นมเซียง นางยังระบมร่างกายไม่หาย ไม่สามารถสู้ศึกกับเขาได้

ผ่านไปเกือบเค่อ เสียงเคาะยังดังแว่วมาอีก ดวงตากลมโตปรายตาไปที่ข้างเตียงยังเห็นแม่นมเซียงนอนหลับส่งเสียงกรนเบาๆ แต่ยังคงไม่รู้สึกตัว เสียงเคาะนั้นเริ่มเปลี่ยนทิศทางไม่ดังมากเช่นทีแรกแต่ก็ทำให้คนหูไวอย่างนางรับรู้ได้ถึงการมาเยือนที่ย้ายมาบริเวณหน้าต่างใกล้ตัวนางมากขึ้น

“ประหลาดจริง ทำไมต้องเคาะหน้าต่าง หรือคิดจะแกล้งข้า”

สองมือเล็กแต่แข็งแรงกำขยำผ้าแพรที่ใช้ปูเตียง ดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นกระโถนขับถ่ายที่วางอยู่มุมห้อง ร่างงดงามในชุดนอนสีขาวลุกขึ้น ยามเดินนางรู้สึกปวดแปลบไปหมดจนวันนี้ต้องให้แม่นมเซียงนำกระโถนขับถ่ายมาไว้ในห้องนอน เมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาแต่สร้างความเจ็บแสบที่ทิ้งร่องรอยความเจ็บปวดเอาไว้

“ท่านคิดจะแกล้งข้าใช่หรือไม่ เห็นทีข้าต้องใช้น้ำมนต์ราดรดเรือนเพื่อเป็นมงคลแก่เรือนข้าเสียหน่อย ภูตผีปีศาจจะได้ไม่มาก่อความรำคาญใจ”

เสียงเคาะกระชั้นถี่ดังขึ้นอีก สองขาของนางเร่งก้าวไปหยุดตรงกระโถนขับถ่ายลวดลายดอกไม้ไหวมีผีเสื้อสองตัวบินตามกันจากนั้นนางอุ้มมันขึ้นมาก่อนจะผลักหน้าต่างแล้วสาดของเหลวออกไปเพื่อขับไล่ปีศาจร้าย

“เจ้าปีศาจร้าย เจ้าสมควรแล้ว”

เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจของหญิงสาวดังฝ่ามาในความมืด ดวงตากลมโตของนางเริ่มปรับสภาพให้คุ้นชิ้นในความมืดแล้วถึงกับผงะสีหน้าถอดสี เมื่อเห็นมารร้ายที่มารบกวนเรือนนางเป็นสตรี

“นั่นใครกัน!

เสียงสั่นเครือปนตกใจตอบกลับมา “ข้าเอง จูเหม่ยลี่เจ้าค่ะฮูหยิน”

จูเหม่ยลี่ยกมือกร้านเกร็งขึ้นลูบหน้าที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำกลิ่นฉุนเต้าหู้อ่อนๆ

“แย่แล้ว!” นางรีบวางโถขับถ่ายลงจากนั้นรีบขอโทษจูเหม่ยลี่หญิงม่ายขายซาลาเปา

“ข้าขอโทษข้าไม่รู้ว่าเป็นเจ้า เดี๋ยวข้าจะไปเปิดประตูให้” ไม่ถึงเค่อถัดมาจูเหม่ยลี่ก็ได้รับอนุญาตให้เข้ามาภายในเรือน “เจ้าอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนจากนั้นเราค่อยคุยกัน”

แม่นมเซียงนำเสื้อผ้าของนางมาให้หญิงม่ายขายซาลาเปาใส่สับเปลี่ยน นางนั่งอย่างสงบเสงี่ยมสีหน้าเศร้าสร้อยราวกับเพิ่งผ่านเรื่องเศร้ามาหมาดๆ

“เอาล่ะเราขอโทษเจ้าด้วยที่เข้าใจผิดและสาดฉี่ของเราใส่หน้าเจ้า”

“ข้าน้อยไม่ถือโทษโกรธฮูหยินหรอกเจ้าค่ะ ข้าน้อยผิดเองที่ไม่ได้เข้ามาอย่างถูกต้อง ข้าน้อยลักลอบเข้ามาหากถูกฮูหยินสั่งโบยสักร้อยไม้ก็ถูกต้องแล้ว”

“นั่นสิเราไม่เข้าใจเหตุใดเจ้าต้องลักลอบเข้าจวน ไม่รู้หรือที่นี่เป็นจวนแม่ทัพใหญ่ ทำแบบนี้ถ้าท่านแม่ทัพรู้เข้าเจ้าต้องถูกลงโทษหนัก”

“ทราบเจ้าค่ะ แต่ข้าน้อยมีเรื่องทุกข์ใจ ข้าน้อยชะเง้อคอรอคอยฮูหยินไปเยี่ยมชมตลาดทุกวันแต่ก็ไม่พบเสียที จนคืนนี้ข้าน้อยต้องแอบเข้ามา เพราะหากขอเข้ามาทางประตูคงไม่มีใครยอมให้ข้าน้อยมาพบฮูหยิน”

“เจ้ามีเรื่องอะไรถึงต้องการพบข้า” แต่ทว่าเสียงที่ดังเมื่อครู่ ทำให้ทหารยามวิ่งกรูกันมาที่หน้าเรือนพักของท่านแม่ทัพและฮูหยิน สีหน้าเหล่าทหารพรั่นพรึงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นกลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับฮูหยินขณะที่ท่านแม่ทัพไม่อยู่

“ฮูหยินขอรับ ท่านอยู่ข้างในเรือนหรือไม่”

เต้าเฟยลุกขึ้น พยักหน้าให้แม่นมเซียง แม่นมเซียงนั้นแม้สูงวัยแต่สติยังดีทุกประการ นางรีบลุกขึ้นเดินออกไปหน้าเรือน

“ฮูหยินกำลังพักผ่อนอยู่ พวกเจ้ามีอะไรกันเช่นนั้นหรือ”

หัวหน้ากลุ่มทหารยามก้าวเดินขึ้นมา สายตามองไปภายในห้องนอนท่านแม่ทัพและฮูหยินอย่างระมัดระวัง

“เมื่อครู่เราได้ยินเสียงดังมาจากเรือนของท่านแม่ทัพ”

แม่นมเซียงแสร้งทำหน้าซีดสลด “ข้าต้องขอโทษพวกท่านทุกคนที่ทำให้ตกใจ เป็นข้าเองที่จะนำกระโถนของเสียไปเททิ้งแต่เดินสะดุดทำตก เลยทำให้แตกตื่นทั้งจวน ต้องขออภัยอีกครั้ง”

“เป็นเช่นนั้นแน่หรือแม่นม แต่ข้าได้ยินเสียงสตรีด้วย”

“เป็นเสียงข้าเอง” ร่างงดงามที่สวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินออกมาด้วยท่วงท่าสง่างาม “ข้าดุแม่นมเซียงเอง พวกเจ้าสงสัยสิ่งใดกัน”

“ไม่มีขอรับ ต้องขออภัยฮูหยินด้วยที่ทำให้ท่านตกใจ ถ้าเช่นนั้นพวกข้าน้อยขอตัวก่อน”

เต้าเฟยพยักหน้าแทนคำตอบ เหล่าทหารไม่กล้าชักช้า เพราะรู้ว่าตำแหน่งของฮูหยินในใจท่านแม่ทัพนั้นไม่ธรรมดาอีกต่อไป ทำอะไรต้องเกรงใจฮูหยินมากเต็มสิบส่วน

เต้าเฟยกลับเข้าไปในห้อง มีแม่นมเซียงเดินตามหลัง ปิดประตูให้อย่างกังวลใจ ไม่ชอบที่จูเหม่ยลี่ลอบเข้ามาทำให้นายสาวของตนต้องตกที่นั่งลำบาก

ร่างบอบบางนั่งลงแล้ว ดวงตากลมโตหรี่มองจูเหม่ยลี่อย่างพิจารณา

“เจ้ามีอะไรจะพูดกับข้าก็ว่ามา”

จูเหม่ยลี่เงยใบหน้าที่ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาขึ้นมา พูดเสียงสั่นเครือ “ข้าน้อยมีเรื่องจะสารภาพเจ้าค่ะ”

“เจ้ามีเรื่องอะไรจะสารภาพก็ว่ามา”

เต้าเฟยรอฟัง จูเหม่ยลี่คนนี้มีอะไรที่ผิดปกติอยู่หลายส่วน ตั้งแต่แรกพบนางก็รู้สึกถึงความไม่ธรรมดา แต่ยังไม่แน่ชัดเท่านั้นว่าคืออะไร

“ถ้าข้าน้อยสารภาพไปแล้ว ฮูหยินสัญญาจะไม่ลงโทษข้าน้อยได้หรือไม่ หากไม่สัญญาแล้ว ข้าน้อยจะไม่ยอมพูด”

“นางคนชั้นต่ำเจ้าเป็นใครกันถึงกล้าต่อรองกับคุณหนูของข้า” เป็นเสียงของแม่นมเซียงที่ตวาดใส่

เต้าเฟยรีบปราม “แม่นม” แล้วหันมาทางสตรีที่นั่งร้องไห้อยู่แทบเท้า “ข้าจะสัญญาหรือไม่นั้น ขอฟังสิ่งที่เจ้าพูดก่อน หากเจ้าไม่เต็มใจก็กลับไปตอนนี้ยังทัน” เต้าเฟยพูดแล้วเบือนหน้าไปอีกทางให้จูเหม่ยลี่ตัดสินใจเอง

สตรีตาบอดตัดสินใจอยู่ครู่ก็พูดขึ้น

“ข้าจะสารภาพว่าน้องชายสามีของข้าน้อยเป็นสมาชิกกลุ่มกบฏบัวแดงเจ้าค่ะ วันก่อนเขามาหาข้าน้อยต้องการให้ข้าน้อยสืบเรื่องในจวนของฮูหยินให้แก่เขาแต่ข้าน้อยไม่ยอมช่วยเหลือ เขาจึงทำร้ายข้าน้อยและเผาบ้านข้าน้อยทิ้ง ข้าน้อยแกล้งตายจึงรอดมาได้ แต่ก่อนที่น้องชายสามีจะออกจากบ้านไป ข้าน้อยได้ยินเขาพูดว่าจะวางเพลิงงานฉลอง ข้าน้อยเห็นว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจึงต้องลอบเสี่ยงชีวิตเข้ามาพบฮูหยินเจ้าค่ะ”

“ข้าจะเชื่อที่เจ้าพูดได้อย่างไร”

“ฮูหยินไม่ต้องเชื่อที่ข้าน้อยพูดก็ได้เจ้าค่ะ แต่ข้าน้อยได้ทำในสิ่งที่ต้องทำแล้วคือได้มาบอกฮูหยิน ก็ถือว่าได้ทดแทนคุณไปส่วนหนึ่งไม่รู้สึกผิดในใจอีก”

เต้เฟยหรี่ตามอง สิ่งที่จูเหม่ยลี่พูดมาก็น่าคิด นางจะลองเชื่อดูสักครั้ง

“ข้าเชื่อเจ้าแต่ข้าต้องส่งเจ้าเข้าคุกทหาร”

จูเหม่ยลี่เบิกตากว้าง “อะไรนะเจ้าคะ”

“ข้าจะส่งเจ้าเข้าคุกทหาร รอให้ปราบกบฏบัวแดงสำเร็จแล้ว ข้าจะปล่อยเจ้าไป เหตุผลที่ข้าส่งเจ้าไปที่คุกนั้นก็เพราะเจ้านำความลับนี้มาบอกแก่ข้าหากน้องชายสามีของเจ้ารู้ เจ้าต้องไม่ปลอดภัยแน่ ดังนั้นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดก็คือคุกทหาร รอทุกอย่างเรียบร้อยข้าจะให้คนปล่อยเจ้าออกมา”

“แต่ว่า...” เต้าเฟยไม่ปล่อยให้จูเหม่ยลี่อ้ำอึ้งนาน นางออกคำสั่งกับแม่นมเซียง

“แม่นมเซียง”

“เจ้าค่ะ” แม่นมเซียงลุกขึ้น “ตามข้ามา ข้าจะพาเจ้าไปให้ทหารคุมตัว”

จูเหม่ยลี่ไม่รู้จะทำอย่างไรดีไปกว่านี้ ทางออกที่นายหญิงของจวนมอบให้แม้ไม่อยากรับก็จำต้องก้มหน้ารับ

เมื่อเปิดประตูออกมาแม่นมเซียงก็ร้องขึ้น

“ทหารยามอยู่ที่ใด มีคนบุกรุกเข้ามาในจวน มาช่วยกันจับเดี๋ยวนี้” ไม่นานก็มีทหารวิ่งกรูกันเข้ามา จูเหม่ยลี่ถูกกุมตัวไว้ในข้อหาลักทรัพย์ ถูกนำตัวไปคุกทหารเพราะฮูหยินของจวนกำชับว่าจะสอบสวนนางอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

จูเหม่ยลี่ถูกนำตัวออกไปแล้วแม่นมเซียงก็เดินสีหน้าไม่เข้าใจเข้ามาในห้อง เต้าเฟยเห็นก็เลิกคิ้วถาม

“แม่นมท่านเป็นอันใดกัน หรือสงสัยอะไร อยากถามอะไรข้าหรือไม่”

“ใช่ เจ้าค่ะ บ่าวสงสัยว่าทำไมคุณหนูถึงส่งตัวจูเหม่ยลี่ไปคุกทหาร ทั้งที่นางหวังดี”

เต้าเฟยถอนใจ “นางหวังดีหรือไม่ข้าไม่อาจแน่ใจได้ แต่การที่นางลอบเข้ามาในจวนแม่ทัพย่อมบอกได้ว่านางไม่ธรรมดา ในสถานการณ์เช่นนี้ข้ามิอาจวางใจใครได้ทังนั้น ท่านพี่ก็มีคนลอบทำร้ายหวังเอาชีวิต แล้วจูเหม่ยลี่เข้ามาหาข้าในช่วงนี้จะให้ข้าวางใจได้อย่างไร ให้นางอยู่ที่คุกทหาร รอทุกอย่างเรียบร้อย ค่อยปล่อยนางออกมาก็ไม่สาย”

แม่นมเซียงพยักหน้าคล้อยตาม คุณหนูของนางว่าดีนางก็ย่อมว่าดี

“บ่าวคิดอ่านไม่ทะลุปรุโปร่งเท่าคุณหนู บ่าวขอเชื่อฟังตามที่คุณหนูสั่งดีกว่าเจ้าค่ะ”

เต้าเฟยพยักหน้า รับคำในลำคอครั้งหนึ่ง แต่สีหน้ายังคงครุ่นคิด กว่าจะหลับได้ใหม่อีกครั้งก็เกือบตะวันขึ้น

 

เต้าเฟยรอให้ลู่เคอตัวกลับจวนมาหลายวัน พอเขากลับมาถึงจวนจริงๆนางก็รู้สึกจะยิ้มก็ยิ้มไม่ออก จะว่าไปเขาไม่อยู่ก็ดี เพราะนางได้นอนสบาย กินอิ่มเต็มที่ ไม่มีใครรบกวน ลู่เคอตัวออกลาดตระเวนไปกับทหารคนสนิทโดยไม่บอกนางสักคำ นางรู้ทีหลังเพราะถามจากพ่อบ้านหวัง

เขาไปหลายวันเพิ่งจะกลับมาวันนี้ และพ่อบ้านหวังก็ได้นำบางอย่างมามอบให้นาง

“ท่านแม่ทัพให้นำมามอบให้ฮูหยินขอรับ”

“ขอบใจท่านพ่อบ้านมาก แล้วตอนนี้ท่านพี่อยู่ที่ไหน”

“ท่านแม่ทัพอยู่ที่คอกม้าท้ายจวนขอรับ ท่านแม่ทัพบอกว่าให้ฮูหยินรีบตามไปพบด้วยขอรับ”

“ไปพบที่คอกม้าอีกแล้วเหรอ!

พ่อบ้านหวังไม่เข้าใจเหตุใดฮูหยินถึงมีใบหน้าถอดสีในเมื่อเขาก็เห็นนางชอบไปที่คอกม้านั่นออกบ่อย ดวงตากลมโตเห็นพ่อบ้านหวังมองนางอย่างสงสัยจึงรีบปรับสีหน้า

“ข้ารู้แล้ว”

พ่อบ้านหวังค้อมตัวกลับออกไป ร่างอรชรลุกขึ้นแล้วถอนหายใจ

“ทั้งจวนก็ออกกว้างขวางเหตุใดต้องนัดข้าที่คอกม้า” แก้มนวลขาวของนางแดงซ่านยิ่งกว่าลูกพลับไฟ ถึงใครไม่รู้แต่นางรู้แจ้งแก่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างที่นั่น

นางอยากรู้ว่าเขาให้คนนำอะไรมามอบให้ พอเปิดห่อผ้าดูก็พบกล่องไม้สองกล่อง กล่องหนึ่งเล็กกว่าเป็นกล่องไม้มีฝาปิดกล่องแกะสลักเป็นรูปดอกโบตั๋นอ่อนช้อยงดงามยิ่งนักข้างในมีเครื่องประดับเรียกว่าเตี้ยนจึอย่างที่นางเคยเห็นฮูหยินโจวใส่ แต่เตี้ยนจึที่อยู่ในกล่องนี้งามกว่าของฮูหยินโจวมาก ประดับประดาด้วยอัญมณีมากมาย

“งดงามยิ่งนัก ข้าไม่เคยเห็นเตี้ยนจึชิ้นไหนงามเท่าชิ้นนี้มาก่อน”

อันที่จริงนางเป็นสตรีคนหนึ่ง ลึกๆแล้วนางย่อมชอบของสวยงามและสนใจเรื่องความสวยงามไม่น้อย แต่ด้วยความเป็นอยู่ของเผ่าที่ต้องคอยระวังตัวเสมอ หากมัวแต่งสวยแต่งงามเห็นทีจะกลายเป็นเหยื่อของกลุ่มกองโจร นางจึงต้องปรับตนเองให้เหมาะกับวิถีชีวิตด้วยการหันมาสนใจในศาสตราวุธเพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันตัวและเป็นสิ่งที่นางชอบเช่นกัน

อีกกล่องใหญ่กว่าเมื่อเปิดออกมาก็เห็นเป็นชุดคลุมฉ่างอีแหวกข้างทั้งซ้ายขวาทักถอด้วยผ้าไหมสีชมพูเข้มบนผืนตัวเสื้อนั้นปักลายหรูหรานอกจากสตรีในวังหลวงแล้วนางไม่เคยเห็นสตรีนอกวังมีชุดฉ่างอีงดงามแบบนี้สวมใส่ งามเสียยิ่งกว่าที่ฮูหยินโจวคนงามชอบใส่กรีดกรายอวดคนทั่วทั้งเมือง

“ท่านพี่เอาของพวกนี้มาให้ข้าทำไม หรือว่าจะใช้ของพวกนี้มาขอโทษข้าเรื่องวันนั้น” เตาเฟยยกทั้งสองกล่องวางลงบนตั่งที่ใช้นั่งเล่นยามกลางวัน

นางเดินเร็วๆ มาที่คอกม้าเห็นเขาลูบคออาชาไนยตัวใหม่ท่าทางของมันสงบเสงี่ยมดูมันดีใจที่ผู้เป็นนายให้ความสนใจกับมัน เจ้าอาชาไนยตัวนี้เป็นตัวที่ฮ่องเต้ประทานมาให้ในครั้งก่อนแต่นางไม่เห็นว่าเขาจะนำมันออกไปใช้งาน

“ท่านพี่ให้พ่อบ้านหวังไปตามข้ามามีอะไรหรือเจ้าคะ”

“ข้ามีอะไรจะมอบให้เจ้าจึงเรียกมาพบที่นี่”

เต้าเฟยผงะแล้วถอยกรูด มือขวาของนางว่องไวคว้าด้ามมีดบิน

เขาบอกว่าจะมอบอะไรให้ คงไม่ได้หมายถึงมอบลูกให้นางในคอกม้าอีกหรอกนะ

วันนี้นางยอมตายจะไม่ยอมให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรี “ท่านพี่ ถึงข้าอยากได้ลูกชายแต่จะไม่ยินยอมให้ท่านพี่กดขี่ข่มเหงศักดิ์ศรีอีก”

ลู่เคอตัวส่ายหน้า ขบขันในใจยิ่งนัก ยิ่งเห็นท่าทางระแวดระวังดั่งแมวป่าของนางก็ยิ่งทำให้นึกอยากดึงนางเข้ามากอดแล้วทำอย่างที่นางคิดเสียจริงแต่ติดตรงที่เขาไม่ได้คิดจะทำเช่นนั้น

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 360 ครั้ง

1,721 ความคิดเห็น

  1. #1718 Alamadine (@alamadine) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 16:28
    จูเหม่ยลี่ เป็นเมียของหัวหน้ากบฏบัวแดงคนก่อนรึป่าวนะ
    #1718
    0
  2. #1698 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 19:10
    แค่ได้ยินว่าเป็นคอกม้า ก็ตกใจร้าวววว
    #1698
    0
  3. #1300 Angiemammy (@Angiemammy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 04:21
    555 นางหลอนไปเลย
    #1300
    0
  4. #1298 JubJujube (@JubJujube) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 00:47
    โอ้ย เนี่ย น้องมันระแวงไปหมดแล้วววววว
    #1298
    0
  5. #1294 Pang_happy (@Pang_happy) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 20:19
    โถถถถถถถท่านพี่หน้าท่านมันฟ้องมากเต้าเฟยเลยกลัวน่ะ
    #1294
    0
  6. #1292 sdeiei (@sdeiei) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 17:01
    ท่านพี่เปลี่ยนจากคอกม้าเป็นเตียงน้ำได้ไหมเจ้าค่ะ555555555
    #1292
    0
  7. #1290 adw213455 (@adw213455) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 14:23
    ฝังใจกับคอกม้าน่าดู5555
    #1290
    0
  8. #1287 J_JaNe_Jaa (@dora13) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 13:07
    คอกม้าอีกแล้ว 5555
    #1287
    0
  9. #1284 hongse2 (@hongse) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 12:25
    ไม่คิดอะดีแล้วขืนทำทำอีกได้เกลียดกันจนตายไปข้างหนึงเชอะ
    #1284
    1
  10. #1282 NatthayaSrichan (@NatthayaSrichan) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 12:08
    เต้าเฟยจำฝังใจมากกับคำว่า คอกม้า😅😅
    #1282
    1