ท่านแม่ทัพโปรดมีลูกกับข้าเถอะ ( ebok )

ตอนที่ 24 : ตอน แม้อยู่แม้ตายเจ้าเป็็นสมบัติของข้าทุกชาติไป (ส่วนที่1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 355 ครั้ง
    16 มี.ค. 61



ทักทาย  รีดที่น่ารัก

ไรท์อ่านทุกเม้นต์แล้วนะคะช่วงนี้ไม่ได้ตอบเม้นต์เพราะยุ่งนิดหน่อยแต่ว่าอ่านหมดแล้ว  เดี๋ยวว่างจะไล่ตอบ เล่มนี้ออกในงานหนังสือนะคะ เตรียมหยอดปุกไว้นะคะ จะบอกว่าแม่ทัพจะกลิ่นน้ำส้มแรงนิดนุง เพราะด้วยตัวโครงเรื่องมันเป็นเช่นฉะนี้555สาวกใต้เตียงคงต้องจิกหมอนนอนอ่านกันหน่อย

    แต่สาระก็ต้องมีข้อมูลที่ไรท์นำมาเขียนเป็นข้อมูลที่หามาแล้วคิดว่าไม่ซ้ำกับเล่มอื่นๆ แน่นวล ตามอ่านกันนะค

    ขอบคุณรีดที่น่ารักทุกท่าน


   ชิงลี่


ตอนที่ 11 แม้อยู่แม้ตายเจ้าเป็นสมบัติของข้าทุกชาติไป

 

เม็ดเหงื่อเล็กๆผุดขึ้นบนหน้าผากของฮองเฮาหนิงซูเยว่ แม้จะผ่านการคลอดโอรสและธิดามาแล้วแต่เพียงระยะเวลาไม่นานพระวรกายที่ยืดขยายเพื่อรองรับโอรสธิดาในพระครรภ์ก็กลับเข้าที่อย่างรวดเร็ว พระพักตร์งดงามเปล่งปลั่งพระฉวีขาวผ่องดั่งเดิม นางมีเคล็ดลับคือการฝึกโยคะทุกวันเริ่มตั้งแต่ยามเหมาไปถึงยามเฉิน

“ซูเยว่ ท่วงท่าทางออกกำลังกายของเจ้าล้วนแปลกตา ข้ามิเคยเห็นปรากฏแก่สายตา ท่านี้เรียกว่าท่าอะไรหรือ”

นางแหงนใบหน้างดงามขึ้นตอบ “ท่าวงล้อ หรือ ท่าสะพานโค้งเพคะ”

“โค้งจริงๆ” ดวงพระเนตรคมพร่างพราวระยิบระยับอย่างมีเลศนัยยามมองสรีระอ้อนช้อยงดงามของนางผู้กุมดวงใจ

“พระองค์ไม่มีราชกิจหรือเพคะถึงได้มายืนทอดพระเนตรหม่อมฉันออกกำลังกาย”

“ช่วงนี้บ้านเมืองเริ่มเข้าสู่ความสงบ เราไม่มีราชกิจอันใดมาก เจ้าดีใจหรือไม่เราจะได้มีเวลาให้เจ้าและลูกมากขึ้น”

          หยางจื่อทอดพระเนตรฮองเฮาที่มุ่งมั่นในการออกกำลังกาย อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีพีธีหลวงที่สำคัญคือการฉลองพระประสูติกาลพระโอรสและพระธิดาองค์น้อย ขุนนางในราชสำนัก หัวหน้าเผ่าต่างๆ ล้วนมาร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมบุญบารมีของพระโอรสและพระธิดา

นางผู้เป็นแม่ของแผ่นดินจะปล่อยเนื้อตัวให้ทรุดโทรมไม่ได้

“ซูเยว่เจ้ารู้หรือไม่เวลานี้ผลผลิตทางการเกษตรในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นหลายล้านชั่ง นั่นเป็นเพราะเจ้าด้วยส่วนหนึ่งที่เข้าไปส่งเสริมให้ความรู้เรื่องการเพาะปลูกกับชาวเมืองเหอเป่ย และมณฑลอื่นนับว่าได้ผลนัก ชาวบ้านกินดี อยู่ดี มีที่ทำกินเราเองก็พลอยนอนหลับสบายไปด้วย”

“เห็นฝ่าบาททรงพระเกษมสำราญหม่อมฉันยินดีนักเพคะ”

“เวลานี้เราคงเป็นฮ่องเต้เจ้าสำราญตัวจริง อย่างที่พวกงิ้วนอกวังชอบนำเรื่องของเราไปแสดง แต่จะสำราญกว่านี้หากวันนี้เจ้ายอม...”

“ยอมอะไรหรือเพคะ” นางแสร้งแกล้งยั่วเย้าพระสวามีทั้งที่มองออกแต่แรก

 พระวรกายที่ยังกำยำไม่แพ้บุรุษวัยคะนองบัดนี้พระโลหิตกำลังเดือดพลุ่งพล่าน ฮองเฮาเปรียบดั่งบุปผางามที่กำลังพลิ้วไหวต้องลมแล้วล่อหลอกภมรอย่างพระองค์ให้หลงเข้าไปหาน้ำหวานและในที่สุดก็ไม่พบพานทางออกอีกเลย

หนิงซูเยว่สวมชุดที่ถักทอและตัดเย็บขึ้นเองให้เหมาะสมกับการออกกำลังกาย นางอยู่ในท่าออกกำลังกายเตรียมนอนหงายอีกครั้งแล้วชันเข่า สันเท้าวางชิดสะโพก มือทั้งสองจับข้อเท้าแล้วหายใจเข้าแล้วยกสะโพกขึ้นร่างกายของนางดูราวกับสะพานโค้งที่มีความอ่อนช้อยงดงาม แต่นั่นทำให้องค์จักรพรรดิต้องยืนนิ่งอยู่ในท่าเดิมไม่เคลื่อนไหว พระทัยไหวเกร็ง

นางแสร้งมองไม่เห็นว่าองค์จักรพรรดิมองมาอย่างหลงใหลในท่าสะพานโค้งอันงดงาม ยามสะพานของนางส่ายโครงเกือบจะล้มลงเพียงแต่ว่าองค์จักรพรรดิก็รีบปราดเข้าไปโอบอุ้มรับนางไว้

“เจ้ากำลังยั่วยวนเราใช่หรือไม่ซูเยว่”

“หม่อมฉันไม่ได้ยั่วนะเพคะ ก็ทำท่านี้มานานมันก็เมื่อย” หนิงซูเยว่หัวเราะ “พระองค์กล่าวหาหม่อมฉันหรือเพคะ”

“สตรีสกุลน้าล่า สตรีสกุลหวัง  สตรีสกุลจวง  สตรีสกุลหวงและสกุลเจ้า เวลานี้เราก็ส่งไปบำเพ็ญเพียรอยู่นอกวัง จนหมดสิ้นสตรีใหม่เราก็ไม่เคยรับ นางสนมอยู่งานที่เคยทำหน้าที่ปรนนิบัติเราแต่ก่อนก็ปลดเกลี้ยงวัง จนกระทั่งเวลานี้วังหลังแทบจะเป็นวังล้าง มีแต่ตำหนักเปี่ยมสุข อุ่นใจของเจ้าที่ใหญ่โตเทียมฟ้าได้หน้าอยู่เพียงตำหนักเดียว ไยเจ้าไม่เห็นใจเราบ้าง นี่ก็หลายคืนแล้วที่เจ้า...”

ตั้งแต่นางคลอดพระโอรสพระธิดาน้อยออกมาความเป็นพระมารดาทำให้นางอยากจะเลี้ยงลูกด้วยตัวเองจนละเลยไม่ได้ปรนนิบัติพระสวามี แต่หูตาที่มีอยู่รอบตำหนักก็ทำให้รู้ว่าพระองค์ยังไม่เคยเรียกถาดที่บรรจุชื่อของนางสนมเพื่อพลิกป้ายจุดโคมไฟตำหนักใดเลย

นับวันป้ายชื่อนางสนม ก็เหลือเพียงไม่กี่ป้าย ประหยัดเบี้ยหวัดไปจำนวนมากถึงกระนั้นฮ่องเต้ก็ยังหาเรื่องปลดพวกนางสนมได้ไม่เว้นแต่ละวัน เห็นทีวันนี้นางคงจะต้องสร้างความสำราญพระทัยให้แก่พระสวามีบ้าง

“ฝ่าบาทเพคะ” เสียงหวานล้ำกว่าเคยกระซิบข้างหูพระสวามี “หม่อมฉันได้ยินว่าที่อุทยานหลวงมีดอกเหมยกำลังบานสะพรั่ง”

“เจ้าอยากไปชมดอกเหมยหรือซูเยว่เราจะสั่งคนให้เตรียมเกี้ยวเดี๋ยวนี้ เราจะไปชมดอกเหมยเป็นเพื่อนเจ้า”

“ไม่ต้องสั่งขันทีให้เตรียมเกี้ยวเพคะ หม่อมฉันมีเส้นทางใหม่ที่ลัดเลาะไปถึงอุทยานสวรรค์ได้ไวกว่าการนั่งเกี้ยวไปชม”

หยางจื่อขมวดคิ้วจากตำหนักเปี่ยมสุข อุ่นใจของนางนับว่าอยู่ห่างจากอุทยานหลวงไม่น้อยทีเดียว แต่ที่สำคัญมีเส้นทางใดกันเป็นทางลัด

“เหตุใดข้าถึงไม่รู้ว่าวังหลังมีเส้นทางลัดไปถึงอุทยานหลวงโดยไม่ต้องใช้เกี้ยว”

พระองค์ยังเสน่หานางมิเคยเสื่อมคลายยิ่งนางให้กำเนิดพระโอรสพระธิดาในคราเดียวกันหยางจื่อก็ยิ่งเอาอกเอาใจมากขึ้น

 “มีสิเพคะ แค่พระองค์ขึ้นมาบนสะพานของหม่อมฉัน เราทั้งสองก็จะได้ไปชื่นชมดอกเหมยบานสะพรั่งที่อุทยานสวรรค์ให้สำราญพระทัยกันได้แล้วเพคะ”

ดวงตาหงส์คมเฉี่ยวเปรี้ยวด้วยอายไลเนอร์สบพระเนตรคมกริบขององค์จักรพรรดิ เพียงเท่านั้นหยางจื่อก็แย้มยิ้มเข้าพระทัยในทันที

“เจ้ามันฮองเฮาตัวร้ายของข้า วันนี้ข้าจะชื่นชมสะพานโค้งของเจ้าทั้งวันทั้งคืน”

หลายชั่วยามที่องค์จักรพรรดิเฝ้าเว้าวอนชื่นชมบุปผางามในอุทยานสวรรค์เสพความหวานล้ำในเสน่หาที่ตราตรึงพระทัยไม่รู้จบกระทั่งเสียงของพระโอรสและพระธิดาองค์น้อยแผดเสียงร้องไห้จ้า แต่พระบิดาอย่างพระองค์กับแย้มยิ้มกล่าวว่าเป็นเสียงพิณสวรรค์

“ลูกเราร้องเพลงให้ฟังอีกแล้วซูเยว่เสียงกังวานใสเหลือเกิน”

“เห่อลูกเหลือเกินเพคะ”

“ตัวเจ้าเราก็ยังเห่อไม่เคยเสื่อมคลาย”

ด้วยเสียงร้องจ้าที่ดังขึ้นกว่าเดิม ฮองเฮาและฮ่องเต้ถึงได้ผละห่างออกจากกันรีบสวมฉลองพระองค์แล้วจูงมือกันไปดูลูกน้อยที่มีเหมยเอี้ยนและซูเหวินกำลังดูทั้งสองพระองค์อยู่

หนิงซูเยว่โอบอุ้มโอรสน้อยและให้นมหลังจากองค์หญิงน้อยกินนมอิ่มแล้วฮ่องเต้ก็นำองค์หญิงน้อยที่ถูกห่อด้วยผ้าแพรผืนงามสีเหลืองอร่ามที่ฮองเฮาเป็นผู้ทอไปอุ้มไว้ สลับให้องค์ชายน้อยได้กินนมจากพระมารดา

“ฝ่าบาทเพคะ งานฉลองครั้งนี้หม่อมฉันจะได้เจอเต้าเฟยแล้ว หม่อมฉันรู้สึกคิดถึงนาง ไม่รู้ว่านางกับท่านแม่ทัพลู่จะเป็นอย่างไรบ้าง ชุดนอนที่หม่อมฉันให้ไปจะได้ใส่บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้”

องค์จักรพรรดิมีข้อราชการมากมายในแต่ละวันจนพระองค์ลืมเล่าเรื่องราวน่ายินดีของแม่ทัพคู่พระทัยให้นางฟัง “ซูเยว่เราลืมบอกเจ้าว่าเวลานี้เต้าเฟยตั้งครรภ์แล้ว เชื้อสายของแม่ทัพคู่ใจเราเข้าหลอมรวมกับเผ่าเคอเอ่อร์ซินจนเป็นหนึ่ง เราจะได้วางใจว่าฮูเลกูจะไม่คิดคดทรยศต่อเรา”

พระพักตร์งามเฉี่ยวของฮองเฮาค้อนขวับพระสวามี “ฝ่าบาทเพคะ เต้าเฟยเป็นสตรีมีหัวใจ ไม่ใช่แม่พันธุ์นะเพคะ ทำไมพระองค์ตรัสเช่นนั้น”

“ซูเยว่เจ้ามองเราผิดแล้ว ก็จริงอยู่ที่เราหวังให้เชื้อสายของแม่ทัพคู่ใจไปขยายวงศ์วานว่านเครือในเผ่าเคอเอ่อร์ซินแต่สายตาเราแหลมคมในเรื่องนี้นัก มองไม่เคยพลาดสองคนนี้เหมาะสมกันดีเราเชื่อว่าลู่เคอตัวนั้นไม่ได้รังเกียจฮูหยินพระราชทานดั่งคำเล่าลือ”

“ฮูหยินลู่น่ารัก สดใส เหมือนบุปผางามกลางป่าที่กำลังแรกแย้ม หม่อมฉันไม่อยากเห็นนางเจ็บช้ำเพราะการแต่งงานกับชายที่นางไม่ได้รัก เมื่อไม่นานนี้หม่อมฉันเจอเตี้ยนเฟยพี่สาวของนางที่เกิดจากเมียเอกนางถูกส่งไปแต่งงานกับหัวหน้าเผ่าหนึ่ง ตอนหม่อมฉันเดินทางไปเยี่ยมชาวบ้านที่เหอเป่ยผ่านเผ่าเคอเอ่อร์ซินนางกลับมาเยี่ยมบ้านพอดีจึงได้พูดคุยกัน หม่อมฉันจึงได้รู้ว่าหากท่านฮูเลกูไม่ยกเต้าเฝยให้เป็นสนมของฝ่าบาทเพื่อสร้างสัมพันธไมตรี นางคงจะได้แต่งงานกับหวงซวนถานลูกชายของแม่ทัพในเผ่าที่รักชอบพอนางมาแต่วัยเยาว์”

“เราไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน”

“ถ้าเขาทั้งคู่รักกันถือว่าฝ่าบาทเป็นคนทำลายความรักของพวกเขา”

“หรือจะเป็นแบบที่เจ้าเล่ามาเต้าเฟยถึงได้กล้าตั้งข้อต่อรองกับเรา”

“ข้อต่อรองอะไรหรือเพคะ” หนิงซูเยว่เกือบลืมเรื่องนี้ไปถนัด ครั้งก่อนที่เต้าเฟยเข้าวังมาพร้อมกับลู่เคอตัวนางก็เห็นถึงความผิดสังเกตนี้ เคยขอให้หยางจื่อเล่าแต่ไม่ทันได้เล่าก็มีข้อราชกิจเข้ามาแทรกจึงไม่รู้เสียที วันนี้นางต้องรู้ให้ได้

หยางจื่อนึกถึงคำพูดต่างๆ นานาของเต้าเฟยเมื่อเขาเอ่ยจะยกนางให้เป็นฮูหยินของแม่ทัพลู่เคอตัว

“นางต่อรองกับเราว่าหากเรายกนางให้แม่ทัพลู่ และมีลูกชายได้ตามที่ใจเราปรารถนา นางขอให้เราช่วยเหลือจัดสรรเรื่องที่ทำกินให้เผ่าเคอเอ่อร์ซินของนางเพื่อที่เผ่าของนางจะไม่ต้องเร่ร่อนอีก แล้วอีกเรื่องหนึ่ง”

“เรื่องใดหรือเพคะฝ่าบาท รีบเล่าต่อสิเพคะ”

“ข้อนี้นับว่าแปลกจริง หากนางมีลูกชายกับแม่ทัพลู่ได้สมใจเราเมื่อไหร่ ขอให้นางมีสิทธิ์หย่ากับแม่ทัพลู่และขอให้นางพาลูกชายกลับไปเลี้ยงที่เผ่าเคอเอ่อร์ซินได้”

“อะไรนะเพคะ! นางทูลขอแบบนี้ คิดจะมีลูกกันเพื่อการเมืองหรืออย่างไร ฝ่าบาทไม่น่ารับปากนางเลยนะเพคะ หากนางทูลขอเยี่ยงนี้แสดงว่านางไม่ได้มีใจต่อท่านแม่ทัพลู่ แต่พระองค์ก็ยังจัดสมรสพระราชทานให้พวกเขาอีก”

หยางจื่อจับมือสตรีอันเป็นที่รักมากุม “สำหรับคู่นี้เราเชื่อว่าอยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันไปเอง นางจะหอบลูกหนีได้หรือ... คนอย่างแม่ทัพลู่ไม่มีทางยอมให้นางพาลูกไปจากจวนได้หรอกเจ้าวางใจเถอะซูเยว่ ข้าเชื่อว่าดีไม่ดีพวกเขาจะมีลูกดกเสียด้วยซ้ำ พรรค์เกลียดกันเช่นนี้แต่ลูกหัวปีท้ายปี”

หนิงซูเยว่จะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารับคำกับพระสวามีผู้สูงศักดิ์

               ++++++++++++++++++++++++++++++++

     ***ถ้ารีดตอบได้ว่าท่านแม่ทัพจะอยู่บูธไหนในงานหนังสือ วันนี้จะวนมาอัพเพิ่มอีกตอน เทสกันหน่อยว่ารักกันจริงเปล่า5555***

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 355 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,724 ความคิดเห็น

  1. #1044 JubJujube (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 22:20
    รักไรท์ค่าาาา มาฟังข่าวๆ
    #1,044
    0
  2. #1038 hongse2 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 17:44
    กำลังสนุกเลยคะมาต่อไวไวนะคะ
    #1,038
    0
  3. #1036 12-1-46 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 12:23
    ฮ้องเต้โดนแม่ทัพต้มเปื่อยเลยนะนั่น
    #1,036
    0
  4. #1035 J_JaNe_Jaa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 11:29
    เห็นชื่อตอนแล้ว ทะเลาะกันอีกแน่เลย

    จะรอดูวันที่ท่านแม่ทัพตามง้อเต้าเฟย เอาให้หนักเลยยย
    #1,035
    0
  5. #1034 C-Nice (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 11:28
    โซน C1 บูธ N49 ค่ะ
    #1,034
    0
  6. วันที่ 16 มีนาคม 2561 / 10:52
    จะบอกว่าตอนถัดๆไปเตรียมทิชชูไว้ตอนอ่านด้วย ไม่ตั้งใจจะทำให้ใครต้องจิกหมอนแต่โครงเรื่องมันพาไป555 แต่ไม่ต้องห่วงภาษาสุภาพสวยงาม
    #1,033
    0