:::Never-Ending Love::: eric [[[Fiction-Shinhwa]]]

ตอนที่ 9 : :::Never-Ending Love::: Eric ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ธ.ค. 52

Never-Ending Love ~Eric~ ตอนที่ 9
   
เอริคและคิมเจซาง ถูกพาไปที่ห้องพักอย่างรีบร้อน และได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น น่าแปลกจริงๆ ที่การพัดหลงหายไปถึงสามเดือน เนื้อตัวของทั้งคู่
ไม่ได้ดูเหมือนกับการซัดเซพเนจรบนท้องทะเลเป็นเวลาสามเดือนเลยสักนิด

เอริคเริ่มรู้สึกตัวก่อน เขากระดุกกระดิกตัวเล็กน้อย หลังจากพบตัวของเอริคและคิมเจซาง เป็นเวลานานเหมือนกัน กว่าทั้งสองคนจะฟื้น ก็เกือบๆจะเย็นๆแล้ว...

“อือ...โอย...” เอริคเริ่มร้องโอดครวญเล็กน้อย คงจะปวดกล้ามเนื้อ ที่ต้องโดนซัดจากคลื่นทะเล...

“เอริค ฟื้นแล้วเหรอ...ฟื้นแล้วๆ” แอนดี้ดีใจที่เห็นเพื่อนฟื้นขึ้นมา...

“นายเป็นยังไงบ้างหล่ะเอริค...รู้สึกดีขึ้นไหม ตอนนี้...นายเห็นพวกเราไหม”
มินวูถามคำถามหลายคำถามเหลือเกิน...นั่นเป็นเพราะว่าเขาก็ดีใจเหมือนกันที่ได้เห็นเอริคอีกครั้งหนึ่ง

“คุณคิมเจซางก็ฟื้นแล้วคะ” ลีซอนอินพูดขึ้นมาหลังจากที่เห็นคิมเจซางกระดุกกระดิกตัวเพียงเล็กน้อย

ทุกๆคน...ต่างดีใจที่เอริคและคิมเจซาง กลับมา... ต่างผลัดกันถามคำถามชนิดคำต่อคำ... แต่มีอยู่อีกหนึ่งคน...ที่ยังยืนยิ้มด้วยความเศร้าอยู่ห่างๆ...

“เอ่อ...คุณเอริคกับคุณคิมเจซางคะ...คุณคิมดงวาน...” มุนอาหยุดพูดเพราะหันหน้ามามองฮวาวอลเพื่อนรักที่ดูเหมือนจะมีความทุกข์ใจอยู่ไม่น้อย

“เดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะคะ” หลังจากพูดเสร็จฮวาวอลก็เดินออกจากห้องไป... มุนอากำลังจะเรียกฮวาวอลเอาไว้
แต่กลับเรียกไม่ทัน...คงต้องปล่อยให้เธอทำใจสักหน่อย เธอคงต้องเสียใจเป็นธรรมดา การกลับมาของเอริคและคิมเจซางเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่คนที่เธอเฝ้ารอกลับไม่ได้กลับมาด้วย...

เอริคและคิมเจซาง จำเรื่องทั้งหมดไม่ได้จริงๆ ทั้งสองคนได้แต่มองหน้ากัน ความรู้สึกก่อนหน้านี้ก็คือ ทั้งสองคนยังไม่เข้าใจกัน

“มันเกิดอะไรขึ้นบ้างเหรอเอริค” แอนดี้อยากรู้ว่าเกิดอะไรหลังจากที่เรือแล่นไป...

“อืม...เรือสวีทแมมโมรี่ชิป แล่นไปด้วยความช้า แต่แรงขับเคลื่อนค่อนข้างเร็ว แต่อาจจะเป็นเรือที่ใหญ่นะ ฉันคิดว่าตอนนั้นเรือคงอับปาง...แล้วฉันก็จำอะไรไม่ได้แล้วหล่ะ” เอริคอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้น

“ที่ๆเรือของนายอับปางหน่ะ...เห็นนักข่าวบอกว่า คือสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้านะ คุณลีซอนอินก็หาข้อมูลมาให้ฉันอ่าน ฉันคิดว่า...”
มินวูหยุดพูดแค่นั้น เพราะรู้สึกว่าเรื่องนั้นมันเหนือความคาดหมายได้จริงๆ

“เอริค...แล้วดงวานหล่ะ ทำไมนายถูกซัดกลับเข้าฝั่งมาที่นี่กับคุณคิมเจซางกันแค่สองคน”
จอนจินรู้สึกว่า...พวกเรากำลังดีใจจนลืมคิมดงวานไปอีกคน...

หลังจากที่ซักถามกับเป็นที่พอใจ ทุกๆคนดีใจที่เอริคและคิมเจซางกลับมา เย็นนี้วันนี้ปาร์ตี้บาร์บีคิว ต้องเป็นมือที่อร่อยที่สุดแน่ๆ
เพราะทุกคนกำลังดีใจ แม้จะไม่ทั้งหมด แต่ทุกคนก็ยังมีความหวังว่า...อีกไม่นานคิมดงวานจะถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งมาเหมือนกัน

“เอริค...ทำไมนายถึงยืนห่างจากคุณคิมเจซางแบบนั้นหล่ะ” มินวูถามขึ้น เมื่อเดินมาเห็นเอริคนั่งอยู่ซะไกลกว่าที่ควรจะเป็น

“ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น...ก่อนหน้านี้...ฉันควรจะอยู่ไกลๆจากเธอไม่ใช่เหรอมินวู”
นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกว่า เอริคไม่สามารถจำเรื่องราว ณ ดินแดงอาถรรพณ์นั้นได้เลยแม้สักนิดเดียว

“ฉันว่านะเอริค...ถ้าความจริงหัวใจนายมันยังต้องการและเรียกร้อง นายก็ไม่ควรจะปล่อยให้มันเป็นไปแบบนี้นะ นายน่าจะเอาประสบการณ์ต่างๆมาคิดนะ”
มินวูได้เพียงแต่คำแนะนำ ที่ไม่รู้ว่า...เอริคจะสนใจหรือใส่ใจฟังหรือไม่

“ประสบการณ์...ของใครบ้างหล่ะ ของฉันหน่ะเหรอ ฉันเคยต้องเจ็บปวดมากกี่ครั้งแล้ว นี่ก็เป็นอีกครั้ง”
เอริคเริ่มก้มหน้าลง ที่ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามที่ใจต้องการเลยสักครั้ง

“ของทุกๆคนไงหล่ะ ดูอย่างตอนนี้สิ คุณฮวาวอลต้องคอยแต่มองไปที่ทะเลกว้าง เพื่อรอใครบางคนปรากฏตัวขึ้นมา”
มินวูชี้ให้เอริคดูฮวาวอลที่กำลังเหม่อมองออกไปไกลแสนไกล...

“จอนจินที่กลายเป็นตัวร้าย เมื่อต้องทำร้ายหัวใจตัวเองและหัวใจของคนที่รัก ดีหน่อย...ที่สามารถกลับมาได้ แต่ก็ยังไม่ปกติสุขนัก”
มินวูยังพูดต่อไป อย่างน้อย...เขาอยากทำให้เอริคคิดได้

“ใช่สินะ...ทุกคนมีปัญหา และต้องหาทางแก้ไข แต่นายคิดว่า...จะแก้ปัญหายังไง” เอริคหันมาถามเพื่อค้นคำตอบจากเพื่อน

“ไม่มีใครรู้หรอกเอริค นายใจหัวใจและความรักของนายคิดเองสิ ฉันไปหล่ะ” มินวูเดินออกไป อยากให้เอริคได้มีเวลาคิดทบทวนเรื่องต่างๆให้มากๆ

“วอล...ช่วยด้วยๆๆๆ” เสียงร้องดังของมุนอา ดังกลางวงขึ้นมา...เมื่อเห็นฮวาวอลกำลังเดินเหมือนคนไร้สติลงสู่ทะเลอันเงียบสงบ

“เดี๋ยวผมไปเอง...” จอนจินวิ่งไปเพียงไม่กี่ก้าว ก็ถึงตัวของฮวาวอลที่ดูเหมือนไร้สติและไร้การควบคุม

“ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน...ในเมื่อเอาเขาไปแล้ว ก็ปล่อยฉันลงไปสู่ใต้ทะเลบ้างสิ ให้ฉันอยู่ทำไม ปล่อยฉัน” ฮวาวอลดิ้นสุดแรงเกิด เมื่อรู้สึกว่ามีคนมาจับตัวเอาไว้

จอนจินพยายามฉุดกระชากฮวาวอลขึ้นมาจากทะเลเงียบได้สำเร็จ ทุกคนรู้สึกเห็นใจ แต่ก็พูดไม่ออก
โซมุนอาเพื่อนสนิทตอนนี้น้ำตาหนองหน้า เธอรู้สึกเสียใจไม่แพ้กันที่เห็นเพื่อนเสียใจ ส่วนลีซอนอินน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“คุณน้ำตาไหล...” มินวูมองหน้าเลขาของตนเอง พร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

“ทำไมทำแบบนี้หล่ะวอล...ทำไมเธอทำแบบนี้ เธอตั้งสติหน่อย เธอต้องมีความหวังเพื่อรอคุณคิมดงวานนะ เธอต้องรอเขาสิ ถึงจะถูก”
โซมุนอาโผ่เข้ากอดฮวาวอลที่ร้องไห้คร่ำครวญเหมือนชีวิตหมดสิ้นแล้วทุกสิ่ง เพิ่มความสลดใจให้ทุกๆคนมากขึ้น...

“เราพาคุณฮวาวอลไปด้านในกันก่อนดีไหม” ชินเฮซองเสนอความคิดที่น่าจะดีที่สุด ถ้าช้าไปกว่านี้ เธออาจจะไม่สามารถได้

ในห้องพักของฮวาวอล ซึ่งวันนี้มีโซมุนอามาคอยอยู่เป็นเพื่อน โซมุนอาไม่สามารถทิ้งให้เพื่อนรักของเธออยู่อย่างโดดเดี่ยวได้
ในตอนที่เพื่อนกำลังทุกข์ใจแสนสาหัสแบบนี้ เพียงแค่อยู่ข้างๆกัน ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆ คงจะพอปลอบใจให้ฮวาวอลดีขึ้น

“อย่าทำแบบนี้อีกเลยนะวอล...ถึงแม้เธอจะต้องเจ็บปวดสักแค่ไหน...เธอต้องหักห้ามใจเอาไว้บ้าง”
โซมุนอาพูดขึ้นในความเงียบ เธอรู้ว่าฮวาวอลยังไม่ได้หลับ

“ทำไมคนบนนั้นต้องกลั่นแกล้งฉัน...ทำให้ฉันพบกับเขา ทำให้ฉันต้องทนทรมานเจ็บปวด และทำให้เขาจากฉันไปอีก...สู้ให้ไม่พบกันตั้งแต่แรกไม่ดีกว่าเหรอ” ฮวาวอลที่ดูเหมือนน้ำเสียงยังสั่นเครือ

“หลับเถอะนะ เธอเหนื่อยมากแล้ววันนี้ พรุ่งนี้...อาจจะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นก็ได้ ฉันจะอยู่ข้างๆเธอเอง” ทั้งสองจับมือกันและหลับตาลงไป...

ทะเลที่ยังไม่เคยหลับใหล ลมโชยอ่อนๆ ปะทะร่างอันบอบบาง ที่ดูเหมือนว่า...คืนนี้ยังอีกยาวไกล เธอนอนไม่หลับ และยังยืนอยู่ที่ริมระเบียงมองออกไปไกลแสนไกล

“ยังไม่นอนเหรอครับคิมเจซาง...” เสียงนุ่มลึกดังมากจากด้านหลัง ทำให้เธอต้องเหลียวหันหลังกลับไปมอง

“คะ...ฉันแค่อยากรู้ว่า มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง...พยายามคิดอยู่หลายครั้งแต่คิดไม่ออก”
คิมเจซางหันมาพูดกับเอริคที่ดูเหมือนจะเป็นอาการเดียวกัน

“ผมก็คิดไม่ออก...นี่มันผ่านช่วงเวลามาถึงสามเดือน...แล้วระหว่างนั้นเราสองคน เอ่อ...ผมหมายถึงคุณและผม และทุกๆคน...อยู่ที่ไหนกัน คิมดงวาน...นายอยู่ที่ไหน”
เอริคก้มหน้าเหมือนจะรู้สึกว่าเป็นความผิดของตนเอง ถ้าเอริคไม่เป็นคนชวนคิมดงวานไปด้วย คิมดงวานก็คงยังอยู่ที่นี่ และตอนนี้ทุกคนก็จะต้องมีความสุขอย่างเต็มที่

“ฉันขอพรอยู่...อย่างน้อย ก็ขอให้คุณคิมดงวานได้กลับมาด้วย” คิมเจซางทำท่าอธิฐานขอพรจากอะไรสักอย่าง...

“เจซาง...” คำเรียกสรรพนามเดิมๆ ที่คุ้นเคย หลุดออกจากปากผู้ชายมาดนิ่ง ทำให้เธอตกใจ

“เอ่อ...เรียกฉันเหรอคะ” ตอนนี้คิมเจซางรู้สึกว่าเอริคจะอยู่ใกล้เธอมากขึ้น...

“ผมเสียใจด้วยจริงๆ ที่วันนั้นผมทำเรื่องแย่ๆ”
หลังจากพูดจบ เอริครู้สึกได้ว่า...เหมือนเขาได้เคยพูดคำนี้ ประโยคนี้... ทำไมเขาถึงคุ้นเหลือเกิน จนทำให้นึกไปว่า เขาอาจจะพูดคำว่าเสียใจบ่อยๆ

“วันนั้น...คือวันไหนคะ ถ้าคุณหมายถึงวันที่เป็นต้นเหตุให้เราต้องเป็นแบบนี้ ฉันต่างหากหล่ะที่ผิด ฉันต้องกลับไปนอนร้องไห้เพราะว่า...เพราะว่าไม่เข้าใจตัวเอง”
หลังจากที่คิมเจซางได้พูดจบประโยค ก็รู้สึกเช่นเดียวกัน ว่าเหมือนเคยต้องพูดประโยคนี้ออกมา เธอกำลังคิดว่า มันเป็นคำพูดที่เธอตัดสินใจจะพูดกับเอริคก็เป็นได้

“ไม่เข้าใจตัวเอง?” อีกครั้ง...

“ใช่คะ...คุณขอฉันแต่งงานด้วยความรัก นั่นเป็นสิ่งที่ฉันใฝ่ฝันที่จะให้มันเป็นไปสำหรับคนที่ฉันรัก แต่ทำไมฉันถึงปฏิเสธมันไป ฉันรู้สึกว่าตัวเองช่างแย่จริงๆ”
น้ำใสๆไหลรินออกมาจากดวงตา อีกครั้ง...

“เจซาง...คุณอย่าร้องไห้ คุณเป็นแบบนี้ผมใจจะขาด...”
เอริคดึงคิมเจซางมากอดไว้แอบอก อีกครั้ง... เราปรับความเข้าใจด้วยถอยคำง่ายๆ มันสมควรจะเป็นแบบนี้ตั้งนานมาแล้ว

“เอ่อ...เจซาง เมื่อกี้ผมรู้สึกว่า...” เอริคพยายามจะบอกอะไรบางอย่าง...

“ฉันรู้สึกเหมือนกัน คุณไม่ต้องพูดหรอกคะ เหตุการณ์ทั้งหมด เหมือนเคยเกิดขึ้นที่ไหนสักแห่ง” เจซางรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน

“ลมเริ่มแรงแล้ว เราเข้าที่พักกันเถอะ ผมจะเดินไปส่งคุณนะ...คืนนี้ผมคงนอนหลับฝันดีแน่ๆ”
เอริคที่ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ ที่ตอนนี้ความรักของเขากลับมาดีได้อย่างรวดเร็วแบบไม่ต้องคิดถึงอะไรทั้งสิ้น คิดถึงแค่ความรักของตัวเองเท่านั้นเป็นพอ

หมอกควันสีขาวๆเต็มไปหมด...ที่นี่มันที่ไหนกัน ฉันพยายามมองออกไปให้ไกลที่สุด ไม่มีใครอยู่ที่นี่เลยสินะ ฉันเหนื่อยจัง...อยากจะนั่งพัก อยากจะพักสักแห่ง...

“นั่นใครกันคะ?” ฉันส่งเสียงเมื่อเห็นเหมือนมีคนอยู่ตรงนั้น...

“ผมเอง...ผมเองไงฮวาวอล คุณเหนื่อยเหลือเกิน อย่าต้องรอผมอีกเลยนะ...” ฉันรู้สึกเหมือนเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น...

“คุณคิมดงวานใช่ไหมคะ นั่นคุณใช่ไหม... คุณอยู่ไหน ออกมาพบฉันเถอะ” ฉันยังคงร้องเรียกให้เขาออกมา และดูเหมือนว่ามันจะค่อนข้างมีหวัง

“อย่าร้องไห้เลยนะ...ผมอยู่ที่นั่น และมองคุณอยู่ เราอยู่ใกล้กันแค่สัมผัส...ผมอยู่ข้างๆคุณเสมอ” ฉันเห็นคุณคิมดงวานชัดขึ้น เขายังเหมือนเดิมทุกอย่าง

“ถ้าผมกอดคุณ คุณจะว่าอะไรผมไหม”
หลังจากสิ้นคำถาม คุณคิมดงวานก็มอบไออุ่นแห่งกอดให้กับฉัน คำถามและรอยยิ้มของเขาที่ส่งมาให้ฉัน...ยังเหมือนเดิม

“ฉันคิดถึงคุณนะ...เมื่อไหร่คุณจะกลับมา หรือคุณจะมารับฉันไปด้วยก็ได้ ในที่ๆไม่มีคุณ มันก็ไม่ได้มีความหมายอะไร” ฉันเริ่มร้องไห้หนักขึ้น

“ถ้าคุณอยากเจอผม...เพียงแค่คุณคิดถึงผม คุณจะรู้ว่าผมอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ไปไหนเลยนะ...แบบนี้ไง ใช่ไหมหล่ะ
ถ้าคุณร้องไห้ น้ำตาของคุณเหมือนน้ำกรดที่มันกำลังกร่อนใจผมให้แหลกสลายนะรู้ไหม” เขายังยิ้มให้ฉันตลอดเวลา

“พาฉันไปด้วยนะ คุณคิมดงวาน” ฉันอ้อนวอนอีกครั้ง เหมือนว่าเวลาจะสั้นเหลือเกิน

“หมดเวลาของผมแล้วหล่ะ อย่าลืมนะฮวาวอล ถ้าคุณคิดถึงผม...ผมอยู่ใกล้ๆคุณ ผมต้องไปแล้ว” เขาค่อยๆเดินจากฉันไป ทำไมนะ ฉันถึงคว้าเขาไว้ไม่ได้เลย ทำไมนะ...

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Thank Theme : K a e K a e

2 ความคิดเห็น