:::Never-Ending Love::: eric [[[Fiction-Shinhwa]]]

ตอนที่ 8 : :::Never-Ending Love::: Eric ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ธ.ค. 52

Never-Ending Love ~Eric~ ตอนที่ 8

ระหว่างทางเดินไปที่ห้องพัก...บทสนทนาสั้นๆระหว่างมินวูและเลขาลีซอนอิน ก็เกิดขึ้น
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มินวูชวนลีซอนอินมาเที่ยวอย่างเป็นทางการ โดยไม่ใช่มาในฐานะของเลขา

“คุณคิดว่า เรามาแบบนี้ จะทำให้คุณฮวาวอลดีขึ้นหรือเปล่า”
มินวูชักไม่ค่อยแน่ใจนัก แม้ว่าจะเป็นท้องทะเลคนละที่ แต่มันก็สามารถสะกิดใจที่เจ็บปวดได้เหมือนกัน

“ฉันก็ไม่รู้นะคะ ว่าคุณฮวาวอลจะรู้สึกอย่างไร แต่ที่แน่ๆ...เขาคงยังทำใจไม่ได้แน่นอนสำหรับเรื่องของคุณคิมดงวาน
ฉันสงสัยจริงๆว่า...มันเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น”
ลีซอนอินพยายามคิดและหาเหตุผลที่เป็นไปได้อยู่หลายครั้ง...แต่กลับคิดไม่ออก

“ถ้าคิมดงวานรู้ว่าคุณฮวาวอลเศร้าและร้องไห้แค่ไหน ผมคิดว่า...ต่อให้เขาอยู่ที่ไหน เขาต้องพยายามดิ้นรนกลับมาให้ได้อย่างแน่นอน”
มินวูเดินพูดต่อมา จนสุดทางและแยกกันเข้าที่พักของตนเอง

ณ ท้องทะเลอันไกลโพ้น การดำเนินเรื่องราวของชีวิตมนุษย์ต่างๆ ถูกถ่ายทอดโดยคิมดงวาน เขาเล่าเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ในแต่ละวัน
มนุษย์ที่กำลังทำลายธรรมชาติ ทั้งที่รู้และไม่รู้ การใช้ชีวิตโดยมีปัจจัยที่ห้าคือเงิน ที่สามารถทำให้เนรมิตสิ่งต่างๆ มาอยู่ตรงหน้าได้อย่างใจ
อุปกรณ์เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่บางสิ่งบางอย่างกลับเป็นผลกระทบต่อโลกอย่างเลวร้าย เวลาที่ท้องทะเลอันไกลโพ้น ผ่านไปเพียงแค่สามชั่วโมงเท่านั้น...

“มนุษย์นี่หน๋อ...ช่างทำร้ายธรรมชาติอย่างไม่รู้ตัว เจ้าคงเหมือนกัน...” เสียงที่ดังทำให้คิมดงวานตกใจ

“ผมรู้...ผมเป็นคนๆหนึ่งที่อยู่บนโลก และทำร้ายธรรมชาติอย่างไม่รู้ตัว ตอนนี้...สิ่งที่เป็นผลกระทบต่อมนุษย์ทั้งหลาย ก็มีให้เห็นอยู่บ้างแล้วนะ ว่าแต่...ท่านอย่างรู้อะไรอีก” คิมดงวานย้อนถาม

“ข้าอยากรู้...ความดีของมนุษย์...ข้ามีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากรู้ สิ่งที่ข้าอยากพิสูจน์...มันจะมาอีกในไม่ช้า...”
ข้อพิสูจน์ที่พลังงานแสงสีขาวฯ ต้องการและอยากรู้คืออะไรกัน คิมดงวานยังคงนึกถึงสิ่งนั้นอยู่ มีหยดน้ำเล็กๆ...หล่นลงมาที่มือ...และเริ่มหยดลงมาถี่ขึ้นเรื่อยๆ

“นั่นคืออะไร?” พลังงานแสงสีขาวฯ สงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ผมไม่รู้...ทำไมถึงถามผมหล่ะ” คิมดงวานก็ไม่รู้ว่าหยดน้ำเล็กๆที่หล่นลงมาถี่ๆคืออะไร

“ก็ได้...ถ้าเจ้าเห็นภาพ อาจจะบรรยายอะไรได้มากขึ้น...”
พลังงานแสงสีขาวฯ ได้สะท้อนภาพจางๆ ให้กับคิมดงวานเห็น เขากำลังเห็น...เขากำลังเห็น...

“คุณฮวาวอล...นั่นคุณจริงๆด้วย ท่าน...นั่นคือ” เขาต้องหยุดชะงัก เพราะพลังงานแสงสีขาวฯ ได้ขัดจังหวะขึ้นมาก่อน

“หยดน้ำเล็กๆ เกิดขึ้นจากมนุษย์คนนั้น...สิ่งนั้นคืออะไร” คำถามเกิดขึ้นทันที

“นั่นคือหยดน้ำตา เกิดขึ้นจากความเสียใจ เธอคงเสียใจ...ที่ท่านจับผมมา เธอเป็นคนรัก...” คิมดงวานต้องหยุดชะงักอีกครั้ง

“ความรัก? คืออะไร” พลังงานแสงสีขาวฯ ยังคงสงสัยในความรู้สึกของมนุษย์

“เอริค...คิมเจซาง ถ้าท่านอยากรู้ว่าคืออะไร ท่านต้องพยายามหาพวกเขา”
คิมดงวานสร้างแผนเล็กๆขึ้นมาในหัว...เขาอยากรู้ว่าเพื่อนอะไรสองคนเป็นอย่างไรบ้าง

“ค้นหา...” พลังงานแสงสีขาวฯ พยายามหามนุษย์สองคนที่บ่งบอกถึงความรัก ภาพแล้วภาพเล่า... จนสุดที่ภาพของมนุษย์สองคน...

เอริคและคิมเจซาง เหมือนจะกลับมาสู่ห้วงแห่งความรักอีกครั้ง ที่นี่ไม่มีกล้อง ไม่มีแสงสีเสียง มีเพียงธรรมชาติ และสิ่งต่างๆ ที่ทำให้ทั้งคู่มีความสุข

“เราน่าจะปรับความเข้าใจกันให้เร็วกว่านะ ว่าไหมเจซาง...ผมหน่ะ ยอมรับจริงๆว่าใจร้อนเกินไป”
เอริคยิ้มกรุ่มกริ่ม มือของเขากุมมือของคิมเจซางไว้แน่น

“คะ...ฉันจะบอกกับผู้จัดการส่วนตัวซะ ให้เค้าเลิกรับงาน ฉันจะสะสางมันให้เสร็จ และฉันจะเดินออกมาจากวงการ” คำพูดทำให้เอริคนิ่งไปชั่วขณะ

“ผมไม่อยากให้คุณเลิกหรอกนะ ถ้าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่คุณชอบ ผมยอม...ที่จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ” เอริคไม่อยากจะเป็นตัวถ่วงตามที่ผู้จัดการส่วนตัวเคยพูดกับเขา

“ไม่หรอกคะ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ฉันชอบ ฉันบังเอิญได้รับโอกาส ความจริงแล้วมินวู
และคุณคิมดงวาน ก็มีส่วนที่ทำให้ฉันได้ยืนอยู่จุดนี้...บางที มันอาจจะไม่ใช่เส้นทางของฉันจริงๆ”
คิมเจซางพูดถึงครั้งแรกที่ได้ถ่ายแบบให้กับมินวู โดยตากล้องคือคิมดงวาน

“ที่นี่ไม่มีกล้อง...ไม่มีทุกอย่าง...คุณชอบไหม” เอริคยังมองไปรอบๆ เวลาผ่านไปสามชั่วโมงที่ทำให้เขาได้พูดอะไรต่ออะไรมากมาย...ผ่านความรู้สึก และรับรู้ถึงความรู้สึกของคิมเจซางด้วย

พลังงานแสงสีขาวฯ ได้รับรู้ถึงความเสียใจของความรัก และความสุขของความรัก เป็นเพราะมีสองสิ่งนี้ถึงทำให้ทุกๆคนมีความสมดุลในความรู้สึก
ถ้ามีแต่ความเสียใจทุกสิ่งทุกอย่างก็จะพินาศย่อยยับ แต่ถ้ามีแต่ความสุขทุกคนก็จะหลงระเริงอยู่แต่กับสิ่งนั้นเสมอๆ

“พอแล้วหล่ะ...เจ้าช่วยข้าได้มากจริงๆ มนุษย์สองคนนั้น เป็นคนที่เจ้ารู้จักละสิ” พลังงานแสงสีขาวฯ พอจะเดาเรื่องราวของมนุษย์ได้บ้าง

แสงสว่างวาบ...ในห้องนั้น ทำให้คิมดงวานต้องหลับตา ทันใดนั้น...ก็ปรากฏเอริคและคิมเจซางขึ้น เมื่อเพื่อนและเพื่อนได้เจอกัน...

“เอริค...นั้นนายจริงๆใช่ไหม” คิมดงวานดีใจเหลือเกินที่เอริคยังปลอดภัย และดีใจเหลือเกินที่ได้เจอกันอีกครั้ง...เขานึกว่า เขาต้องอยู่คุยกับพลังงานแสงสีขาวฯ เพียงลำพังไปตลอดชีวิตซะอีก

“ฉันดีใจนะดงวาน ที่ได้เจอนายอีก” เอริค...เขามาสวมกอดคิมดงวาน

“คุณสบายดีใช่ไหมครับคุณคิมเจซาง...” คิมดงวานยังแสดงความเป็นห่วงไปถึงแฟนของเพื่อนด้วย

“ใช่คะ...คุณทำไมมาอยู่ที่นี่ และทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วนั่นอะไร...”
คิมเจซางเริ่มรู้สึกหวาดกลัวพลังงานแสงสีขาวฯ จนต้องทำให้ต้องพาตัวเองไปติดชิดเอริค...

“ตอนนี้...เรื่องสุดท้ายที่ข้าอยากรู้” พลังงานแสงสีขาวฯ เสียงดังกึกก้องขึ้นมาอีกครั้ง

“เรื่องอะไรอีกที่ท่านอยากรู้ พอได้แล้วหล่ะท่าน ขอร้องเถอะ ปล่อยพวกเรากลับไปเถอะ ผม...อยากเจอคนที่ผมรัก ท่านไม่สมควรทำแบบนี้ ปล่อยทุกคนที่เหลือกลับไปด้วย...”
คิมดงวานโมโห...และไม่คิดที่จะทนต่อไป

“ได้...” เสียงตอบรับจากพลังงานแสงสีขาวฯ ดังก้องอีกครั้ง

“ขอบคุณมาก งั้นเอริค คุณคิมเจซาง...ไปกันเถอะ เราเสียเวลามากเกินไปแล้วนะ” คิมดงวานลุกขึ้นพร้อมกับฉุดให้เอริคลุกขึ้นด้วย

“หยุด...ข้ายังไม่อนุญาต...” พลังงานแสงสีขาวฯ เสียงดังมากยิ่งขึ้น

“จะเอายังไงอีก” คิมดงวานเริ่มไม่แน่ใจนัก

“ใจเย็นๆดงวาน แสงสีขาวๆนั่นน่ากลัวชะมัดเลยอ่ะ” เอริคเริ่มหวาดหวั่น

“สุดท้ายแล้ว...ข้าคงจะให้เจ้าไปทั้งหมดไม่ได้ ในบรรดาทุกๆคน ที่มากับเรือสวีทเมมโมรี่ชิป คงต้องมีคนรอดไปเพียงแค่สองคนเท่านั้น...และทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่จะเป็นสิ่งที่ถูกลืมเลือนไป...”
พลังงานแสงสีขาวฯ บอกถึงเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้น คนที่รอดมีเพียงสองคน...

“หมายความว่ายังไงกันเหรอครับเนี่ยะ” เอริคไม่มั่นใจนักว่า...คำว่าสองคน หมายถึงเราต้องเป็นผู้เลือก หรือท่านที่คิมดงวานเรียก จะเป็นผู้เลือก

“ให้เวลาคิดว่าใครจะกลับสู่โลกมนุษย์...” พลังงานแสงสีขาวฯ นิ่งเงียบเหมือนจะรอฟังคำตอบ

“เอายังไงกันดี...ดงวาน นายช่วยคิดหน่อยสิ...”
เอริคเริ่มร้อนใจ...ที่จำเป็นต้องเลือก ทั้งๆที่เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้เลย คิมดงวานนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ๆ...

“เอริค...คุณคิมเจซางครับ...แม้ว่าจะรู้ว่านายและคุณคิมเจซางจะขึ้นไปด้านบน
โดยที่จะจำอะไรไม่ได้เลย แต่ช่วยบอกคุณฮวาวอลด้วยนะ...ว่าฉันจะมองเขาอยู่ที่นี่...นายและคุณคิมเจซางขึ้นไปเถอะนะ”

“ดงวาน...นายพูดอะไร มันต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้แน่ๆ ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ ฉันจะเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนั้นได้ยังไงกัน”
เอริครีบพูดขึ้นทันที...เมื่อเห็นดงวานคิดจะเสียสละ

“สำหรับฉันและคุณฮวาวอล...เราคงมีความสุขได้แค่นั้น...นายไปเถอะ ก่อนที่ทุกๆอย่างจะสายไป”
คิมดงวานทรุดตัวนั่งลงกับพื้น พร้อมหลับตายอมรับความจริง

“ท่านคะ...ท่านต้องการเห็นความเดือดร้อนของมนุษย์งั้นเหรอคะ...ทำไมต้องตั้งข้อกำหนดบ้าๆนี้ขึ้นมาด้วย
คุณคิมดงวาน...กับเธอที่อยู่ที่นั่นหน่ะ รักกันมากแค่ไหน คนอย่างท่านมันไม่มีหัวใจ ไม่มีความรู้สึก
ท่านไม่รู้หรอกว่าการที่ต้องจากคนที่รักหน่ะ มันเจ็บปวดแค่ไหน...” คิมเจซางทนไม่ไหว ลุกขึ้นพูดด้วยเสียงที่เข้มแข็งแบบที่เอริคไม่เคยเห็นมาก่อน

“ในความเสียสละ...ก็ยังมีความเห็นแก่ตัวอยู่เสมอ” พลังงานแสงสีขาวฯ ออกความเห็นครั้งสุดท้าย

“ยังไงกันท่าน?” คิมดงวานยังสงสัยอยู่กับคำพูด

“ก็...เจ้าต่างเสียสละเพื่อให้อีกฝ่ายสมหวัง กับการขึ้นไปบนโลกมนุษย์อีกครั้ง แต่นั่นก็แฝงไปด้วยความเห็นแก่ตัว
เพราะว่า...ข้าให้พวกเจ้าเลือกใครก็ได้ ไม่ใช่ว่าแค่เจ้าทั้งสามคนนี่...แต่เอาเถอะ ในเมื่อต้องมีคนรอด ก็จำเป็นต้องมี...แบบนั้นอยู่เสมอ ลาก่อนมนุษย์โลก...”

เช้าวันรุ่งขึ้น...ที่ทะเล ที่พวกเราใช้เป็นสถานที่พักผ่อน เสียงเอะอะโวยวาย จากชาวบ้านละแวกนั้น ทำให้ทุกๆคน สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น...

“ท่าทางตรงนั้นจะเกิดอะไรขึ้นสักอย่างคะ...” ลีซอนอิน พยายามจะเดินให้เร็วที่สุดเพื่อไปให้ถึงที่เกิดเหตุ

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของทุกคน...เป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ ความเป็นไปไม่ได้ กลับกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ สิ่งที่ทุกๆคนกำลังมีรอยยิ้มอยู่บนหน้า...

“เอริค...นั่นนายนี่น่า” เฮซองวิ่งไปที่ร่างที่ยังไม่รู้สึกตัวของเอริค ที่ด้านข้างมีคิมเจซางนอนถูกคลื่นทะเลซัดอย่างไม่รู้สึกตัวทั้งคู่

“คุณคิมเจซางคะ...” มุนอาพยายามเรียกคิมเจซางเหมือนกัน...

ในขณะที่ทุกๆคน...กำลังตื่นเต้น ทั้งชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวอื่นๆ ก็วิ่งมาเพื่อดูเหตุการณ์
แต่สำหรับฮวาวอลแล้ว...เธอได้แต่มองหาคนอีกคน... คนอีกคนที่ไม่มีทีท่าและวี่แววว่าจะกลับมาโดยคลื่นลมที่ซัดเข้าฝั่ง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

Thank Theme : K a e K a e

2 ความคิดเห็น