:::Never-Ending Love::: eric [[[Fiction-Shinhwa]]]

ตอนที่ 6 : :::Never-Ending Love::: Eric ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ธ.ค. 52

Never-Ending Love ~Eric~
ตอนที่ 6
   
หลังจากการกินเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของดงวานและจอนจินเสร็จสิ้นลง ทุกๆคนแยกย้ายกันกลับบ้าน...
เอริค...กลับสู่สภาวะเดิม นอนไม่หลับกระสับกระส่าย ในหัวคิดถึงแต่เรื่องที่ผ่านๆมา...อยากจะให้มันกลับคืนมา...
แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร อยากให้มันผ่านพ้นไปมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จนเอริคต้องพึ่งยานอนหลับอีกหนึ่งครั้งในค่ำคืนนี้

เช้าวันรุ่งขึ้นที่บริษัทของลีมินวู ดงวานต้องกลับมาเคลียร์งานที่วางกองเต็มโต๊ะ
เขานึกในใจว่า...ทำไมมินวูถึงไม่ไว้ใจให้คนอื่นทำแทนไปบ้าง นี่มันมากเกินไป เดือนนี้จะทำเสร็จหมดหรือเปล่าก็ยังไม่รู้

“เป็นไงหล่ะ หายไปนานเลยนายอ่ะ งานเต็มโต๊ะเลย ฮ่าๆๆ” หลังจากพูดกับผมเสร็จ มันก็หัวเราะเยาะเย้ยผมดังลั่น

“โธ่...ก็ฉันไปตามหาความรักของฉันหน่ะสิ นายหน่ะ...ยังไม่มีความรัก ไม่เข้าใจหรอก” ผมพูดประชด

“รู้ได้ยังไงว่าฉันไม่มี ฉันมี...และฉันก็กำลังพยายามอยู่”
ผมเห็นมินวูพูดและมองไปที่โต๊ะของคุณลีซอนอิน นี่มินวูคงไม่คิดจะ...จะพยายามรักคุณลีซอนอินหรอกนะ ผมกำลังนึกตาม

“ทำไม?” เสียงมินวูดังขึ้น เหมือนจะอยากชกหน้าผมด้วย ที่ผมมองตามมันและนึกอะไรบางอย่าง

“เบาๆหน่อยได้ไหม...นึกว่าเป็นเจ้านายแล้วจะข่มลูกน้องเหรอ
เดี๋ยวฉันจะลาออกไปทำงานกับคุณฮวาวอลซะเลย...นายเนี่ยะเป็นเจ้านายที่ไม่ได้เรื่องเล้ย”
ผมพูดและไม่สนใจมินวูอีกต่อไป...

ที่บริษัท...วันนี้เอริคตัดสินใจและฝืนใจที่จะต้องไปทำงาน เค้าขาดงานมาหลายวันติดต่อกันแล้ว
เจ้านายไม่ได้โทรมาตาม แต่ว่า...ความรับผิดชอบของเขาย่อมเป็นสิ่งที่มาก่อน แม้ว่าจะไม่มีแรง
แม้ว่าจะไม่อยากทำอะไร แต่ว่า...เขาต้องรับผิดชอบงานที่กำลังดำเนินไปอยู่ หลังจากที่นั่งที่โต๊ะทำงานได้สักพัก
เลขาของเจ้านายก็มาบอกให้เขาเข้าไปพบกับเจ้านายตอนนี้ เพราะเจ้านายมีเรื่องด่วน... ดังนั้นเอริคจึงเข้าพบกับเจ้านายตอนเช้าของวันนั้น...

“เอริค...นั่งก่อนสิ...ทำไมหน้าตาของคุณถึงดูยังไม่หายดีเลย พักผ่อนบ้างหรือเปล่า อาการหนักงั้นเหรอ”
เจ้านายถามอาการ...อาการที่ว่านี้คืออาการของคนไม่สบายเป็นไข้ แต่เอริคไม่ได้เป็นไข้ในแบบที่เจ้านายคิด

“เอ่อ...ผมค่อยยังชั่วขึ้นแล้วครับ ตั้งใจจะกลับมาทำงานวันนี้”
เอริคที่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบอาการทางร่างกายกับคำที่พูดออกมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“ถ้างั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า...ผมให้คุณลาพักร้อนสัก...สักสองอาทิตย์แล้วกันนะ มีแพคเกจพิเศษด้วย
จริงๆแล้วผมให้ทุกคนแหละนะ ผมอยากจะขอบคุณทุกๆคน ที่ทำงานกันอย่างดี
ยอดขายสินค้าตัวใหม่ที่คุณคิมเจซางเป็นพรีเซ็นเตอร์หน่ะ ขายดีมากๆ ผมจะให้คุณกับทีมงานของคุณ
และคุณคิมเจซางไปพักร้อนแล้วกันนะ จะได้หายเหนื่อยกัน”
มันน่าดีใจมากมายสำหรับการได้ไปพักร้อน แต่ว่า...นั่นมันคือสิ่งที่อาจจะตอกย้ำความเจ็บปวดของเอริคเพิ่มเติมมากขึ้นไปหรือเปล่า
เขาจำใจยอมรับโบนัสพิเศษครั้งนี้

การไปเที่ยวครั้งนี้...ดงวานถูกเอริครบเร้าให้ไปด้วยเนื่องจากถ้าไปคนเดียวท่าทางจะแย่...
ซึ่งดงวานเป็นห่วงเอริคอยู่มาก การที่จะต้องไปเผชิญหน้ากับความรักที่ดูเหมือนจะแหลกละเอียดไปแล้ว
อาจจะต้องการกำลังใจจากเพื่อนๆเยอะอยู่เหมือนกัน ดงวานจึงตัดสินใจที่จะไปด้วย อย่างน้อยๆ...เขาก็ได้ไปเก็บรูปถ่ายสวยๆมาใช้ในงานด้วย
แต่น่าเสียดายที่ฮวาวอลไม่มีเวลาว่างพอที่จะไปกับเขาด้วย

พวกเราเตรียมการเดินทางกันอย่างครบถ้วน เราจะเดินทางด้วยเรือลำใหญ่ชื่อเรือสวีทเมมโมรี่ชิป
เป็นเรือสีขาว มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย เวลาเรือแล่นไปในท้องมหาสมุทรแทบจะไม่รู้เลยว่าเรือกำลังแล่นอยู่
การชมธรรมชาติบนเรือแห่งนี้คงจะทำให้อะไรดีขึ้นมาก เราจะไปลงเรือที่หมู่เกาะไมอามี่ ของประเทศสหรัฐอเมริกา

วันเดินทางมาถึง...สองอาทิตย์ที่ผมจะต้องห่างจากคุณฮวาวอล ผมคงต้องคิดถึงเธอมากแน่ๆ
วันนี้เธอมาส่งผมที่ท่าเรือด้วย แว๊บแรกที่ผมเห็นหน้าเธอ...ทำไมมันช่างดูหดหู่และใจหายเหลือเกิน
นี่...ผมจะไปไมอามี่เพียงแค่สองอาทิตย์เองนะ หลังจากนั้น...เราก็จะกลับมาพบกันนี่น่า

“เป็นอะไรไปเหรอคะดงวาน...คุณท่าทางไม่ค่อยดีเลย”
ฉันรู้สึกได้จากสีหน้าของคุณดงวานที่เปลี่ยนไป ปกติเวลาอยู่กับฉันเขาจะไม่ค่อยทำหน้าเหมือนมีกังวลอะไร

“อืม...ผมรู้สึกแปลกๆ รู้สึกกังวลใจอะไรบางอย่าง” ผมรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

“สงสัย...คุณจะ...” ฉันยิ้มออกมาเล็กๆ ฉันยังไม่ทันพูดจนจบหรอกคะ ให้คุณคิมดงวานคิดเอาเอง

“ใช่...ผมคงจะคิดถึงคุณมากๆแน่ๆเลยนะ เราติดต่อกันไม่ได้เลย...ผมอยู่บนเรือผมจะเก็บภาพมาฝากคุณเยอะๆเลยนะ” ผมยิ้มให้กับคนที่อยู่ตรงหน้าของผม...

“นี่ๆ พอได้แล้วจะหวานกันไปถึงไหน ไม่เห็นใจคนอื่นบ้าง” วันนี้มินวูก็มาส่งผมด้วย เพราะว่า...มินวูจะต้องเป็นคนพาคุณฮวาวอลกลับบ้านไปด้วย

“มินวู พาคุณฮวาวอลกลับบ้านดีๆนะ ดูแลคุณฮวาวอลตอนฉันไม่อยู่ด้วยหล่ะ” ผมพูดเหมือนจะไปอยู่ไมอามี่สักสองปีงั้นแหละ ขำตัวเองเหมือนกันจริงๆ

“อืม...ได้สิ แฟนเพื่อนก็เหมือนแฟนฉัน ฉันดูแลให้เป็นอย่างดี” มินวูพูดแหย่ผม จนบางทีมันดูไม่น่าคบเลยนะ

“เอริคขึ้นเรือไปแล้ว ตอนเจอหน้าคุณคิมเจซางเอริคดูแย่ไปเลย” ผมแอบเห็นตอนที่เอริคพบกับคุณคิมเจซาง หน้าที่หดหู่อยู่แล้ว ยิ่งเป็นมากขึ้น

“หวังว่า...ไปเที่ยวครั้งนี้กลับมาก็จะมีข่าวดีนะ นายก็ช่วยสองคนนั้นด้วยแล้วกัน” มินวูบอกความรู้สึก อย่างน้อยก็ช่วยเป็นกำลังให้เอริคกล้าทำให้สิ่งที่ควรจะทำ

เรือค่อยๆแล่นออกจากฝั่งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...ผมโบกมือให้กับคุณฮวาวอลที่อยู่บนฝั่งจนมองไม่เห็นกัน...
ผมจึงกลับเข้ามานั่งที่ห้องพักที่มีเอริคนอนอยู่บนที่นอน จนผมสงสัยว่า...การมาพักผ่อนของมัน
มันคิดที่จะนอนอยู่อย่างนี้อย่างเดียวเองเหรอ ช่วยออกไปทำอะไรให้เป็นประโยชน์กับใจตัวเองบ้างเถอะ...

“ไปเถอะเอริค นายจะนอนอยู่แบบนี้ไม่ได้นะ นายควรจะทำอะไรในสองอาทิตย์นี้บ้างหือ?” ผมพยายามทำให้เอริคได้ทบทวนสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

“เฮ้อ...ทำอะไรเหรอ ทำใจหน่ะสิ...ฉันไม่ได้อยากทำอะไร ฉันอยากพักผ่อน ตามที่เจ้านายอยากให้ฉันพักผ่อนเยอะๆ” เอริคตอบแบบลอยๆ

“แต่ไม่ใช่พักผ่อนอย่างเดียว ไปกันเถอะ” ผมตัดสินใจลากเอริคลงมาจากเตียงเพื่อไปที่ห้องอาหาร

คุณคิมเจซางนั่งทานอาหารมื้อเที่ยงอยู่ที่ห้องอาหารจริงๆตามที่ผมได้คิดเอาไว้ ผมจึงลากเอริคเข้าไปที่โต๊ะนั้นด้วย

“คุณคิมเจซางสวัสดีครับ...” ผมทักทายคุณคิมเจซางก่อน เนื่องจากเอริคมันยืนบื้ออยู่โดยไม่มีเหตุผล

“สวัสดีคะ เชิญนั่งก่อนสิคะ ไม่ได้เจอคุณคิมดงวานนานมากแล้ว เป็นยังไงบ้างคะ”
เวลาที่คุณคิมเจซางพูดกับผม ในบางครั้ง...เธอจะมองไปที่เอริคบ่อยๆ คล้ายๆกับจะอยากพูดอยากคุย และอยากจะถามอะไรอีกหลายๆเรื่อง

“ดีขึ้นแล้วหล่ะครับ ตอนนี้ผม...และคุณฮวาวอลกลับมาคบกันเหมือนเดิมแล้ว
แต่แย่หน่อยเอริคดันชวนผมให้มาเป็นเพื่อน...ผมก็เลยจำเป็นต้องมา
ความจริงแล้วสุดสัปดาห์นี้ผมอยากจะขับรถและพาคุณฮวาวอลไปเที่ยวต่างหาก” ผมพูดพลางหันหน้ามามองเอริคที่นั่งเฉย เหมือนไม่มีชีวิตจิตใจอะไรเลย

หลังจากนั้น...จึงค่อยๆมีบทสนทนาจากเอริคและคุณคิมเจซางผ่านมาบ้างเป็นครั้งคราว
ตอนนี้ผมรู้แล้วหล่ะว่าผมอาจจะต้องแกล้งเดินออกไปที่ไหนสักแห่ง คงต้องอ้างว่าไปถ่ายรูป ท่าทางจะเป็นเหตุผลที่ดีที่สุด...

“เอ่อ...เอริคคะ...ไม่นึกว่าเราจะมาเที่ยวด้วยกันอีกนะคะ”
คิมเจซางทำลายความเงียบลง หลังจากที่คิมดงวานขอตัวไปถ่ายรูปแล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดอะไรกัน จนเธอต้องทำให้ความห่างไกล ใกล้กันเข้ามาอีกสักนิด

“ครับ...ผมก็ไม่นึกว่าผมจะมาพักร้อนที่นี่”
เอริคที่มีแววตาที่อ่อนล้า กำลังมองจ้องตากับคิมเจซางที่แววตาที่เศร้า

หลังจากชีวิตของเขาทั้งคู่ต้องเดินแยกออกจากกัน เพราะเรื่องงาน เรื่องความเหมาะสม และเรื่องอื่นๆ ที่ทุกคนเห็นว่าถูก
แต่สำหรับความรักของทั้งคู่แล้ว เขายังมีกันและกันอยู่เสมอมา เพียงแต่...ตอนนี้ความรักกำลังทดสอบจิตใจของทั้งคู่ต่างหาก...
   
การเดินทางผ่านมาสองวัน เอริคและคิมเจซางได้คุยกันมากขึ้น...
บรรยากาศธรรมชาติและความใกล้ชิดผ่านเข้ามาทำให้ทั้งคู่ได้ใช้เวลาร่วมกันอีกครั้ง
และดูเอริคจะหน้าตาสดใสมากยิ่งขึ้น ส่วนคุณคิมเจซางก็ดูมีรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมมากยิ่งขึ้น
พรุ่งนี้เวลาสายๆ เรือของสวีทเมมโมรี่ชิปที่แล่นมาอย่างต่อเนื่อง จะถึงฝั่งไมอามี่
และเราจะได้เที่ยวชมธรรมชาติที่นั่นอยู่เป็นเวลาครบสองอาทิตย์จึงจะเดินทางกลับ

กลางดึกคืนวันที่สอง ในขณะเรือกำลังแล่นอยู่บนท้องน้ำที่สงบนิ่ง...
ผมกลับได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง...เป็นเสียงของลูกเรือกับกับตันเรือกำลังพูดกันอยู่
ว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ที่ไหนสักแห่ง ซึ่งผมก็ฟังไม่ชัด ที่ผมได้ยินเพราะว่าตอนนี้ผมไม่ได้หลับ
ผมเดินออกมาดูธรรมชาติและเก็บรูปถ่ายตามแบบฉบับของผมเหมือนเดิม มีลูกเรือคนหนึ่งเดินมาหาผม...

“เอ่อ...ผมคิดว่าคุณน่าจะเข้าห้องได้แล้วนะครับ” ลูกเรือคนนั้นบอกกับผมแบบนั้น

“ทำไมเหรอครับ...วันนี้ท้องฟ้าสวย...ผมอยากจะดูมันอีกสักพัก พรุ่งนี้เราจะถึงไมอามี่แล้วใช่ไหมครับ”
ผมสอบถามกับลูกเรือคนนั้น แต่รู้สึกเขากลับมีความกังวลใจอะไรสักอย่าง...

“ครับ...เราจะเข้าฝั่งกันตอนสายๆ ผมว่าคุณรีบเข้านอนเถอะครับ”
เสียงของลูกเรือดูเหมือนตื่นเต้น ปนความหวาดกลัว และพยายามให้ผมรีบเข้านอน...

เมื่อมันเป็นแบบนั้นแล้ว ผมจึงรีบเข้านอน...เพราะบางทีก็เชื่อฟังลูกเรือบ้าง ก็คงจะดี
เขาอาจจะรู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ ซึ่งผมไม่รู้ก็เป็นได้

ผมเดินผ่านห้องบังคับเรือด้านล่าง...จนทำให้ผมได้ยินลูกเรือและกัปตันเรือพูดกัน...

“จริงเหรอครับกัปตัน” ผมพยายามฟังต่อ ดูเหมือนเขาจะพูดเรื่องอะไรกันบางอย่าง...ที่ดูเหมือนจะเป็นที่วิตกกังวลกันอยู่

“ใช่...ตอนนี้เรือของเรากำลังแล่นอยู่ในเขตของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า คงจะต้องขอให้มันเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยเถอะ...”
ผมรู้สึกตกใจนิดหน่อยที่ได้ยินชื่อของเขตที่กัปตันเรือพูดออกมา แต่ผมคิดว่ามันคงไม่มีอะไร ตอนนี้ทุกอย่างดูสงบเงียบ
ทุกคนกำลังนอนหลับพร้อมกับได้กลิ่นธรรมชาติที่อยู่รอบตัว...

หลังจากผมได้ยินเรื่องนั้น...ผมก็รู้สึกว่า...ทุกสิ่งทุกอย่างคล้ายกับจะดับมืดมิดลงไป...ตอนนี้ผมไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว เหมือนกับการเคลิ้มหลับไป...

เช้าวันต่อมาที่บริษัทของลีมินวู ปกติแล้วมินวูจะไม่ค่อยสนใจข่าวสารอะไรเท่าไหร่นัก
เขาจะทำแต่งานๆๆ เพื่อให้ชีวิตของตัวเองมีความสุขอยู่กับงาน วันนี้เขาเปิดทีวี...
มีการรายงานข่าวสำคัญข่าวหนึ่งที่เกิดขึ้นในหน้าจอทำให้กาแฟที่อยู่ในมือถึงกับร่วงลง

“ขณะนี้...ยังไม่สามารถค้นพบเรือสวีทเมมโมรี่ชิปได้เลย หลังจากที่เมื่อคืนเรือลำนี้ได้วิ่งเข้าสู่เขตแดนของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า
ทางการกำลังตรวจสอบให้แน่ใจและจะมีการรายงานข่าวเป็นระยะ”

หลังจากที่มินวูได้ยินชื่อเรือแก้วกาแฟที่อยู่ในมือก็ร่วงลงที่พื้น...เขาทรุดตัวลงที่นั่ง...
นั่นคือข่าวร้ายรอบปี... เพื่อนของเขาหายไป...หายไปไหนสักแห่ง หายไปจนไม่สามารถค้นพบอะไรได้เลย เอริค...และดงวาน... หายไป

“นายสองคน...หายไปไหน... นายจะต้องไม่เป็นอะไรนะ...”
ลีมินวูพูดพราวหลับตา น้ำใสๆที่หยดออกมาจากสองตา...ทำให้บรรยากาศดูตึงเครียดไปมากกว่าเดิม...
------------------------------------------------------------------------------------------------

Thank Theme : K a e K a e

2 ความคิดเห็น