:::Never-Ending Love::: eric [[[Fiction-Shinhwa]]]

ตอนที่ 5 : :::Never-Ending Love::: Eric ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 78
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 พ.ย. 52

Never-Ending Love ~Eric~
ตอนที่ 5
   
ที่สนามบินนานาชาติ เครื่องร่อนลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย จอนจินและโซมุนอาเดินนำออกมาก่อน
ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของจอนจินเหมือนได้กลับบ้านสักที เขาชอบธรรมชาติของญี่ปุ่นก็จริงแต่ถ้าจะให้อยู่เลยคงไม่มีทาง
พูดกันก็ลำบาก ระยะเวลาที่ผ่านมาเขาต้องใช้ภาษามือค่อนข้างบ่อย เหนื่อยหน่อย
แต่ว่า...ยังไงก็ได้หัวใจของโซมุนอากลับมา ถึงแม้ว่า...จะไม่กลับมาอย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องสู้ๆกันอีกสักตั้ง
   
ชายหนุ่มสองคนยืนรอนั่งรอเพื่อนที่ส่งข่าวว่าจะกลับมาในวันนี้
ท่าทางเครื่องอาจจะดีเลย์นิดหน่อยทำให้ทั้งคนต้องยืนรอนาน รอไปบ่นไปตามประสาคนรอนาน
ก็แน่หล่ะ...ไม่ได้ยืนรอสาวเหมือนตอนนัดเดทนี่น่า...

“เฮ้อ...เมื่อไหร่ดงวานกับจอนจินมันจะมาสักทีเนี่ยะ ยืนรอจนเมื่อยไปหมดแล้ว
ส่วนสูงฉันยิ่งน้อยๆอยู่ ยืนมากๆ ฉันเคยอ่านหนังสือว่ามันจะทำให้กระดูกกร่อนตอนแก่นะเนี่ยะ เฮ้อๆๆๆ”
อีมินวูบ่นเหมือนคนแก่เลยทั้งๆที่ยังไม่แก่ จนแอนดี้ต้องแอบยิ้ม

“โธ่...มินวู รอหน่อยสิ...เครื่องมันก็อาจจะดีเลย์ก็ได้ สมมติว่ากำลังรอเดทกับสาวอยู่สิ”
แอนดี้พูดไปยิ้มไป มองเห็นมินวูที่เดินไปเดินมาแล้วแอบขำ

“ความจริงแล้วไม่ได้อยากมารับมันสองคนหรอกนะ ก็แค่อยากรู้ว่า ความรักที่มันไปตามหากันหน่ะ
เป็นยังไงแล้วบ้าง สำเร็จหรือเปล่า มันไม่คิดเลยที่จะบอก” มินวูยังบ่นต่อไปอย่างต่อเนื่อง

“นั่นไงมาแล้ว” แอนดี้มองเห็นจอนจินและโซมุนอาก่อน และค่อยจึงมองต่อไป...ทำให้เห็นดงวานและฮวาวอลด้วย

“ฉันคิดว่า...นายสบายใจเถอะนะมินวู ทั้งสองคู่นั่นหน่ะ...เรียบร้อยดีแล้ว เหลือแต่ก็ไอ้ที่อยู่ที่นี่แหละ” แอนดี้หมายถึงเอริค ซึ่งนับวันยิ่งจะแย่ลงๆเรื่อยๆ

“ดีใจจังเลยที่พวกนายมารับฉัน คิดถึงฉันใช่ไหมหล่ะ” จอนจินยิ้มแป้นที่เห็นหน้ามินวูและแอนดี้

“เปล่าสักหน่อย...” มินวูยิ้มกว้างตาหยี พร้อมกับเข้าสวมกอดเพื่อนรักเพื่อแสดงความคิดถึง และกำลังจะหันไปกอดคนข้างๆด้วย

“เฮ้ยๆๆ ตลกแล้ว...คนนี้ไม่ต้องกอด เดี๋ยวฉันกอดแทนเอง ฮ่าๆๆๆ” พูดไปก็ยิ้มไป จอนจินขี้เล่นเหมือนกันนะ ตั้งแต่ดูมีความสุขกลับคืนมา

“อะไรกันคะจิน...คุณยังไม่พ้นโทษนะคะ...” หน้างอนๆของโซมุนอาน่ารักยิ่งกว่าอะไรซะอีก ทำให้จอนจินยิ่งยิ้มกว้างมากกว่าเดิม

“ทำไมดงวานกับคุณฮวาวอลถึงเดินช้าจังเลย หรือว่าของเยอะกัน”
แอนดี้สงสัยอยู่นานแล้ว เพราะว่าจอนจินถึงที่นัดหมายเร็วกว่า ดูจากสัมภาระที่ติดกลับมาก็ไม่น่าจะเยอะขนาดที่ต้องเข็นรถช้าๆ

“เฮ้อ...อย่าไปใส่ใจเลย โลกของสองคนนั้นเป็นสีชมพูไปหมด พวกนายทุกคนเป็นยังไงกันบ้างหล่ะ”
จอนจินพูดแขวะดงวานและฮวาวอล พร้อมถึงถามไถ่ทุกข์สุขของเพื่อนๆทั้งหมด

“ก็ไม่มีอะไรหรอก แต่งานของดงวานอ่ะเพียบเลย ก่อนมันไปมันรับงานเอาไว้ แล้วก็หนีไป
ฉันหล่ะเบื่อมันจริงๆ ต้องตัดเงินเดือน ตัดๆๆๆ” มินวูพูดพรางมองคนที่กำลังจะชะลอรถเข็นข้างๆ

“จะตัดอะไรกันมินวู หือ??? นายนี่...ฉันไปตั้งหลายวัน ไม่คิดจะคิดถึงกันบ้างเลยหรือไง”
ผมพูดล้อมินวูที่กำลังจะตัดเงินเดือนของผม ผมรู้นะว่าเขาจะไม่ทำอย่างนั้นเป็นอันขาดเลย

“คิดถึงซี ~~~ ฉันคิดว่าจะตัดเงินเดือนเดือนนี้นายเท่าไหร่ งานก็ไม่ทำ รับมาตั้งเยอะแยะ ชิ”
สรุปแล้ว...อีมินวูเนี่ยะงอนคิมดงวานเหมือนเป็นคู่รักกันเลย...

“ฉันคิดว่า พวกเราน่าจะไปเก็บของให้เรียบร้อย และไปที่ห้องเอริคกันเถอะนะ”
แอนดี้ชวนทุกๆคนไปหาเอริค ที่กำลังหมกตัวอยู่ในห้องไม่ค่อยยอมพบกับใคร

“เอริคเป็นอะไรงั้นเหรอ” ผมไม่รู้ต้นสายปลายเหตุอะไรเลย ผมจำได้ว่า ก่อนที่ผมจะไป...เอริคก็ยังดีๆอยู่ ตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่

“ไปกันเถอะ...แล้วจะเล่าให้ฟัง” มินวูพูดพลางเดินนำหน้าไป...

คิมดงวานและฮวาวอลนั่งแท็กซี่เพื่อตรงไปเก็บของที่ห้องของฮวาวอลก่อน
และรอที่จะกลับมาเก็บของที่ห้องคิมดงวาน และจะตรงไปที่ห้องของเอริคพร้อมกัน
จอนจินและโซมุนอาก็ใช้วิธีการเดียวกัน ส่วนแอนดี้และมินวู โทรนัดเพื่อนๆอีกทั้งหมด เพื่อไปเซอร์ไพร์เอริคที่ห้อง

“ฉันว่าเอริคมันต้องตกใจมากๆแน่ๆ ที่เราหิ้วของมากันเยอะแยะ เพื่อมาปาร์ตี้บ้านมันเนี่ยะ”
เฮซองที่ได้รับโทรศัพท์โทรชวนจากแอนดี้และมินวู ตรงมาที่ห้องของเอริคทันที

“นี่มันยังไม่คลี่คลายปัญหาความรักมันอีกเหรอเนี่ยะ แย่จังเลยนะ” มินวูยืนอยู่หน้าห้องของเอริคและกำลังจะเคาะประตู

“ทำไมนานจัง...ไม่ยอมเปิด” แอนดี้เริ่มสงสัย...

ประตูค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง...ซึ่งทำเอาเพื่อนอีกสามคนตกใจเป็นอย่างมาก...

“เฮ้ย!!!!!” เฮซอง มินวู และแอนดี้ตะโกนขึ้นพร้อมๆกัน สภาพของเอริคตอนนี้...ดูไม่ได้เลยจริงๆ

“ทำไมนายดูแย่แบบนี้อ่ะเอริค นายเป็นอะไรไป” เฮซองถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก

“พวกนายมาหาฉันงั้นเหรอ...” เอริคถามด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง เหมือนว่ามันนอนอยู่บนเตียงเฉยๆ
ไม่ยอมกินน้ำ ไม่ยอมกินข้าว หน้าตาไม่ล้าง หนวดไม่ได้โกน สภาพร่างกายก็ดูทรุดโทรม
นี่เขาหมกตัวอยู่ในห้องนี้นานกี่วันกันนะ ถึงเป็นสภาพได้ถึงขนาดนี้

“ฉันว่า...เราเข้าไปด้านในกันเถอะ”
เฮซองเบี่ยงตัวเองเพื่อเข้าไปด้านในห้อง พบว่า สภาพห้องดูไม่ได้
ผ้าที่กองเอาไว้เป็นกองโต ข้าวของที่ดูระเกะระกะ เหมือนไม่มีคนจับต้องมันมานาน
ที่นอนที่เริ่มมีกลิ่นเหม็นอับ ยานอนหลับที่วางไว้บนหัวเตียงนั่นเป็นที่น่าสงสัยสำหรับเฮซองมากยิ่งขึ้น

“นายเอายานอนหลับมาไว้ข้างๆตัวทำไมกันเอริค”
เฮซองถามด้วยความสงสัยปนกับโกรธ เอริคไม่สมควรจะกินยานอนหลับทุกวัน
เพราะมันจะทำให้เป็นผลร้ายกับร่างกาย และติดเป็นนิสัย

“ฉันนอนไม่หลับ เวลาหลับตา...ฉันก็จะรู้สึกว่ามันเจ็บปวด” เอริคแสดงสีหน้าการเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด

“นายก็เลยตัดสินปัญหาด้วยการกินยานอนหลับเพื่อให้หายเจ็บปวดงั้นเหรอ นาย...ไม่เป็นห่วงชีวิตตัวเองเลยนะ”
มินวูเริ่มเกิดอาการโมโหขึ้นมาเหมือนกัน

“ให้ฉันทำยังไง...พวกนายไม่เป็นฉัน พวกนายไม่รู้หรอก ว่ามันทรมานมากแค่ไหน”
เอริคทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้โซฟาอย่างหมดอาลัยตายอยาก

“อีกครึ่งชั่วโมง ดงวานและจอนจินจะมาถึง เราจะต้องเปลี่ยนสภาพห้องซะใหม่นะเอริค
เพราะว่าคุณฮวาวอลและคุณโซมุนอาก็จะมาด้วย ถ้าพวกเธอเห็นเข้า มันจะดูแย่นะ”
แอนดี้พูดพลางเริ่มลงมือกับการจัดห้องให้ดูดีขึ้น

ทุกคนลงมือทำงาน แอนดี้เปลี่ยนผ้าปูที่นอน ถึงแม้ว่าห้องนอนจะถูกแยกออกไปอีกห้องนึงก็ตาม
แต่มันก็คงไม่ดีนักถ้าจะให้คนอื่นเห็นในสภาพที่ดูน่ารังเกียจ เฮซองนำผ้าทั้งหมดที่ยังไม่ถูกซักใส่ตะกร้าเอาไว้ทั้งหมดและนำไปไว้ในห้องน้ำในห้องนอน
อย่างน้อยคงไม่มีใครใช้ห้องน้ำนี้ ส่วนมินวูก็จัดการเก็บข้าวของและปัดกวาดซะใหม่
เอริค...นั่งมองเพื่อนของเขาอย่างตาละห้อย ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร
เขาไม่ได้กินข้าวมาสามวัน...หลังจากเสร็จสิ้นงานถ่ายแบบวันนั้น...

ครึ่งชั่วโมงต่อมา...คิมดงวาน จอนจิน ฮวาวอลและโซมุนอาก็มาถึงห้องเอริค
ที่ถูกจัดการโดยเพื่อนๆที่สามคนให้เข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้ว
ห้องของเอริคกว้างพอที่จะจัดงานปาร์ตี้ได้อย่างสนุกสนาน
ห้องพักรับแขกอีกห้องที่ปิดไว้เพื่อวันใดวันหนึ่งจะถูกเปิดออกเพื่อเพื่อนๆอีกห้าคนจะมาพักผ่อนหลับนอนยามที่เมาจนหาทางกลับบ้านไม่ถูก

“เอริค...เป็นไงบ้าง...” เสียงของผมดังมาแต่ไกล สภาพของเอริคดูแปลกไป เหมือนจะไร้เรี่ยวแรง เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ผมไปญี่ปุ่นกันนะ

“กลับมาแล้วเหรอดงวาน...นายดูหน้าตาสดชื่นดีนะ พาคุณฮวาวอลมาด้วยเหรอ” เสียงแหบๆของเอริคถูกเปล่งออกมาอย่างไร้เรียวแรง ดูเหมือนฝืนมากกว่า

“นายไม่สบายเหรอเอริค” ผมยังถามขึ้นอีกครั้ง เอริคคงจะไม่สบายจริงๆ

“ไม่หรอก...แค่ปวดหัวนิดหน่อย...ช่วงนี้เค้าเป็นไข้หวัด 2009 กัน ฉันก็เลยอย่าอินเทรนหน่ะ”
ความจริงแล้วไอ้ไข้หวัดอะไรที่พูดถึงนั่นหน่ะ เอริคไม่ได้เป็นสักหน่อย เอริคเป็นไข้ใจต่างหาก

“ฮวาวอล...เราเอาของมาฝากทุกคนกันเถอะ” ผมบอกฮวาวอลที่กำลังนั่งหันไปหันมามองรอบๆห้องของเอริคอยู่

“หือ...อ่อ ได้คะๆ อันนี้ของคุณมินวูนะคะ ของคุณแอนดี้คะ ของคุณเฮซองคะ อันนี้คะ สองอันคะดงวาน” ฉันยื่นของฝากอีกสองชิ้นให้กับคิมดงวาน

“อันนี้เค้าเรียกว่า โอมาโมริ (Omamori) เป็นเครื่องรางของคนญี่ปุ่น ซื้อมาฝากทุกคนเลย
แต่สำหรับของนายอ่ะ สีชมพู ก็นายกำลังมีความรักอยู่ใช่ไหมหล่ะ” หลังจากที่สิ้นสุดคำพูดของผม ดูเอริคทำหน้าแปลกๆ

“อ่าเอ่อ...ดงวาน...คุณฮวาวอลครับ ขอบคุณมากๆนะครับ สำหรับเครื่องราง เดี๋ยวเราเปิดปาร์ตี้กันเลยดีกว่า”
หลังจากที่ดูสถานการณ์แย่ๆ เฮซองก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อน ก่อนที่อะไรๆจะดูแย่ไปกว่านี้

“เฮ้ย...ไปแอบซื้อกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่ได้ด้วยเนี่ยะ”
จอนจินโวยวายเพราะเขาคนเดียวที่ไม่ได้เครื่องรางที่ฮวาวอลและดงวานตั้งใจเอามาให้เพื่อนๆทุกๆคน

“อ่อ...ขอโทษจริงๆนะคะคุณจอนจิน สำหรับคุณและมุนอาคะ ฉันลืมให้ไป
พอดีว่าเมื่อวานที่สนามบินระหว่างรอเครื่องดีเลย์ ฉันกับดงวานเดินเล่นๆ แล้วไปเจอร้าน
ก็เลยซื้อมาเป็นของฝากสำหรับทุกๆคนคะ” ฉันยื่นของให้กับจอนจินและโซมุนอาเพื่อนรัก

“ขอบใจนะวอล...ดีใจจัง” มุนอายิ้มดีใจและรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนรักไม่ลืมตนเองอย่างแน่นอน

“อากาศด้านนอกท่าทางจะเย็นดี มุนอาเราไปนั่งด้านนอกรับลมชมวิวกันดีกว่า ปล่อยให้หนุ่มๆเขาสังสรรค์กันต่อเถอะนะ”
ฉันชวนมุนอาไปรับลมข้างนอก ก็เพียงเพื่อจะเปิดโอกาสให้เพื่อนๆเขาได้คุยกันอย่างเต็มที่มากกว่า
เพราะว่าเราสองคน...ยังไม่รู้จักทุกๆคนพอที่จะร่วมวงคุยกับพวกเขาได้อย่างราบรื่น

หลังจากที่ฮวาวอลและโซมุนอาเดินไปรับลมที่ระเบียงเรียบร้อยแล้ว
พวกเราก็กินดื่มกันไปอย่างเพลิดเพลิน แต่คนที่ดูไม่ดีเอาซะเลยกลับเป็นเอริค

“ดงวาน...จอนจิน... เอริคมันกำลังอกหักหน่ะ”
มินวูค่อยๆกระซิบให้ผมและจอนจินฟัง ผมรู้สึกตกใจมาก อะไรกัน ทำไมอะไรๆถึงเปลี่ยนไปได้รวดเร็วถึงขนาดนี้

“จริงเหรอเนี่ยะ เฮ้ย...มันไม่น่าเป็นไปได้เลยนี่น่า ฉันเห็นว่า...ก่อนไปก็ยังดีๆอยู่ เป็นเพราะอะไร”
ผมกระซิบถามกลับ โดยลืมมองสายตาเอริคที่กำลังจ้องมา และดูเหมือนจะรู้ว่าเราพูดเรื่องอะไรกัน

“ไม่มีอะไรหรอกดงวาน... กาลเวลาของความรักมักมีขึ้นมีลงอยู่เสมอ
นี่คงเป็นขาลงของฉันหล่ะ ฉันยอมที่จะทิ้งความรักของฉันไปเองต่างหาก”
หลังจากพูดจบเอริคก็กระดกแก้วเหล้าเข้าปากจนหมดแก้ว

ผมรู้สึกเป็นห่วงเอริคด้วยใจจริง ผมรู้ว่าความรักที่เจ็บปวดทำร้ายเราได้มากมายแค่ไหน
ผมผ่านช่วงนั้นมาพอสมควร ผมไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเอริคบ้าง เอริคบอกว่าเขาทิ้งความรักของเขาไปเอง
แต่ผมคิดว่าคนอย่างเอริคไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอน ทุกอย่างต้องมีต้นสายปลายเหตุ
อะไรกันนะที่ทำให้เพื่อนของผมเป็นถึงขนาดนี้ จำได้ตอนที่มันเริ่มมีความรักและมันมาปรึกษาผม
อย่างน้อยก็ขอให้พระเจ้าช่วยให้เขาผ่านพ้นเรื่องต่างๆไปได้อย่างรวดเร็วด้วยเถอะ...

---------------------------------------------------------------------------------------

Thank Theme : K a e K a e


2 ความคิดเห็น