:::Never-Ending Love::: eric [[[Fiction-Shinhwa]]]

ตอนที่ 2 : :::Never-Ending Love::: Eric ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 พ.ย. 52

Never-Ending Love ~Eric~
ตอนที่ 2
   
เช้าวันใหม่ เสียงนกร้องข้างหน้าตา ทำให้สายตาคู่เดิมลืมตาขึ้น ทั้งๆที่ไม่อยากเปิดเปลือกตาที่ปิดสนิทอยู่
แต่จำใจ... เขาหันเหลือบไปเห็นปฏิทินข้างหัวนอนเขียนเพื่อเตือนความจำเกี่ยวกับการต้องเข้าประชุมกับหุ้นส่วนอื่นๆที่บริษัท
งานที่รัดตัวก็ไม่ได้ทำผ่อนคลายเรื่องราวภายในจิตใจ แต่ความที่เขาเป็นคนที่ชอบและรักการทำงาน
เรื่องส่วนตัวที่กำลังรบกวนจิตใจก็ไม่ได้ส่งผลกับการทำงานมากนัก

บริษัทที่มีตึกสูงเสียดฟ้า พนักงานเดินกันควักไขว้ไปมา เขาเดินไปยังลิฟต์เพื่อกดไปชั้นสิบสี่ ซึ่งมีห้องประชุมใหญ่โต เตรียมรอการประชุมครั้งนี้อยู่

“เอริค...รอด้วยๆ” เสียงวิ่งดังๆ จากชายหนุ่มร่างโปร่ง วิ่งมากดลิฟต์เพื่อให้ลิฟต์เปิดประตูอ้าขึ้นมาอีกครั้ง

“สวัสดีจองซองซู ไม่ต้องรีบก็ได้มั้ง อีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะเริ่มประชุม” เสียงนุ่มลึกคุยกับเพื่อนร่วมงานที่อยู่ภายในลิฟต์เดียวกัน

“เปล่าๆ ไม่ได้รีบสักหน่อย แต่ว่า...พอเห็นนายก็เลยรีบขึ้นมาด้วย ไปด้วยกันประหยัดไฟดีออก”
หนุ่มอารมณ์ดี เพื่อนร่วมงานของเอริคพูดพลางหัวเราะ แต่อีกคน...กลับไม่ได้เป็นแบบนั้น

“วันนี้...เห็นว่าเขาจะพูดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่รู้จะมีอะไรบ้าง” เอริคมุ่งมั่นต่องานที่กำลังจะมาถึง โดยพยายามลืมเรื่องต่างๆทิ้งไป

“อ่อ...เห็นเค้าว่าจะหาพรีเซ็นเตอร์ดังๆมาโฆษณาด้วยนะ นายรู้จักไหมอ่ะคุณคิมเจซางหน่ะ”
หลังสิ้นสุดคำพูดของเพื่อนผู้ร่วมงาน ทำเอาหน้าของเอริคเปลี่ยนสีไปในทันที ภาพหญิงสาวอันเป็นที่รักลอยมาทำให้ดวงตาคู่นั้นกลับมาเหม่อลอยอีกหนึ่งครั้ง

“เฮ้ย!!! เอริค เป็นอะไรไปหน่ะ” เสียงดังๆ ทำให้เขาหลุดพ้น และตอบด้วยเสียงอันค่อยๆ

“เหรอ...ฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย”
เอริคไม่รู้ว่าสินค้าที่กำลังทำเงินให้กับบริษัทจะต้องใช้พรีเซ็นเตอร์มาเพื่อโฆษณาให้ขายได้มากขึ้น และเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นเธอด้วยซ้ำไป

การประชุมเริ่มขึ้นทุกๆอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้เป็นอย่างดี และเรื่องในลิฟต์ก็ถูกเสนอขึ้น
คิมเจซางถูกเสนอชื่อให้เข้าคัดเลือกการเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าชื่อดังของบริษัท

“ว่ายังไงหล่ะคุณเอริค” เสียงแก่ๆที่ทรงพลังอำนาจ เจ้านายใหญ่...เป็นคนพูดคำๆนั้นออกมา

“เอ่อ...ไม่ลองเลือกคนอื่นดูบ้างเหรอครับ” เขาตอบออกไป เพราะตอนนี้ไม่รู้จะพูดอะไร สมองไม่สั่งการณ์ใดๆทั้งสิ้น

“ทำไมหล่ะ ตอนนี้เธอกำลังโด่งดังอยู่นะ เห็นโปรดิวเซอร์บอกว่าจะแสดงเป็นละครโฆษณาได้เป็นตอนๆเลยหล่ะ”
เจ้านายใหญ่พูดพลางยิ้มกับผลงานที่โปรดิวเซอร์เสนอก่อนหน้า

“ใช่ครับคุณเอริค ผมวางแผนไว้แล้วว่า จะมีทั้งหมดสี่ตอน เมื่อก่อนละครโฆษณาเป็นที่นิยมมาก
แต่ปัจจุบันห่างหายไป ผมจะพลิกตำนานละครโฆษณาขึ้นมาอีกครั้ง”
โปรดิวเซอร์ผู้มีความมุ่งมั่น ทำให้ทุกคนมั่นใจ จนทำให้เอริคไม่สามารถคัดค้านอะไรได้

หลังจากประชุมเครียด...มันเป็นการเครียดสำหรับเอริคเพียงคนเดียวเท่านั้น คนอื่นๆ
รู้สึกมีความสุขที่จะได้เจอตัวเป็นๆของนางแบบชื่อดัง และยินดีที่จะได้ร่วมงานกับเธอทั้งนั้น

“นายดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบใจเลยนะเอริค” จองยองซูเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของเอริค และพูดถึงความรู้สึกที่เห็นได้ชัด

“ไม่หรอก...ในเมื่อที่ประชุมเห็นพ้องต้องกัน ฉันก็ต้องยอมรับ” เขาก้มหน้าลงที่งานที่ค้างอยู่ต่อไป

“แปลกนะที่นายไม่ชอบนางแบบสวยๆ หรือว่านายเป็นลักเพศเหรอ” พูดเสร็จจองยองซู ก็เดินกลับไปที่โต๊ะทำงานของเขาต่อไป

ระหว่างการทำงานเขาใช้เวลาอย่างเต็มที่ จนถึงเวลาเย็น ขณะที่ทุกๆคนกำลังเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน
โทรศัพท์ของเอริคก็ดังขึ้น เขาไม่ได้เตรียมตัวกลับบ้านเหมือนกับคนอื่นๆ เพราะฉะนั้นงานก็ยังกองอยู่เต็มโต๊ะ

“ฮัลโหล...มีอะไรเหรอเฮซอง” เสียงถามเรียบๆดังขึ้น

“ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากชวนมากินข้าวหน่ะ มาหรือเปล่า” ปกติแล้วเฮซองไม่น่าจะชวนเขากินข้าวโดยที่ไม่มีธุระอะไร...

“นายมีอะไรมากกว่านั้นงั้นเหรอ” คำถามที่ดูเหมือนจะรู้ความนัยของเพื่อนถูกถามขึ้น

“ทำไม...ทำไมนายต้องคิดว่าฉันมีอะไรมากกว่าการกินข้าว โอเค ถ้านายไม่มา ฉันโทรชวนคนอื่นก็ได้”
เสียงงอนๆถูกส่งผ่านสายโทรศัพท์ออกมา ทำให้เขาต้องยอมตกลงไปกินข้าวเย็นในวันนั้น

สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย การเดินทางตอนเย็นที่เต็มไปด้วยรถหนาแน่น และฝนตกแบบนี้
ทำให้จราจรติดขัดเล็กน้อย เขามาถึงที่ร้านอาหารของเฮซองช้าไปประมาณครึ่งชั่วโมง และมองเห็นเพื่อนของเขายืนหน้าบูดบึงอยู่ตรงบาร์เก็บเงิน

“ขอโทษ...นายก็รู้ว่าฝนมันตกนี่นา...” เขาพยายามทำให้เฮซองเห็นว่าลมฟ้าอากาศมันก็ไม่ได้เป็นใจ

“ฉันรู้...แต่เมื่อนายได้รับปากแล้วน่าจะทำให้ดีกว่านี้” เฮซองยังต่อว่าเอริคอย่างไม่ขาดปาก

“ก็ฉันขอโทษแล้วไง ไหนอ่ะชวนมากิน อาหารอยู่ไหนหล่ะ” เอริคทวงถามอาหารแสนอร่อยจากเพื่อน

“อยู่ที่โต๊ะนั่นไง...” เฮซองพูดพลางชี้มือไปที่โต๊ะที่มีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่...
เอริคมอง พยายามเพ่งมอง จนพอจะรู้ว่า ผู้หญิงคนนั้นคล้ายๆกับเป็นเพื่อนสมัยตอนที่เรายังเรียน และที่สำคัญผู้หญิงคนนี้ ยังเคยเป็นคนสำคัญของเฮซองด้วย

“เธองั้นเหรอ???” เอริคพยายามถามให้แน่ใจอีกครั้ง...ว่าใช่คนที่เขารู้จักหรือเปล่า

“ใช่...ฉันพบเธออีกครั้งที่นี่ ก่อนที่ดงวานจะไปญี่ปุ่น เธอต้องการให้ดงวานถ่ายรูปเกี่ยวกับร้านเพื่อลงโฆษณา”
เฮซองพยายามอธิบายอย่างรวดเร็ว

“นายคิดจะทำอะไรงั้นเหรอ” เอริคคิดว่าเรื่องเก่าที่มันจบไปแล้ว จะมาขุดคุ้ยให้มันเสียเวลาทำไม
การกลับมาเป็นเพื่อนกัน มันก็ดีอยู่ แต่ว่า...มันจะเป็นเพื่อนกันได้อีกครั้งอย่างไร เมื่อทั้งสองคนก็ยังมีเรื่องอยู่ภายในใจมากมาย

“ฉันไม่รู้หรอกนะ...แต่ว่า เราน่าจะไปนั่งกินอะไรแล้วค่อยๆคุยกันไปนะ”
เฮซองเดินนำหน้าไปที่โต๊ะอาหารที่มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

“สวัสดี” เสียงทักทายของเขาดังขึ้นเพื่อให้เธอรู้สึกตัว...

“อ่าว...เอริค ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เป็นไงบ้างสบายดีหรือเปล่า”
ชินเฮียวเอ เจ้าของร้านหนังสือที่เคยนับพบกับคิมดงวานที่ร้านแห่งนี้เพื่อปรึกษางาน และทำให้ได้เจอกับเฮซองอีกครั้ง

“อืม...ก็เรื่อยๆหน่ะ เธอหล่ะ ไม่ได้เจอกันนาน สบายดีหรือเปล่า” เอริคส่งคำถามตอบกลับไป

“ก็ดีนะ...ได้ทำอะไรอย่างที่ตัวเองฝัน แบบนั้นมันดีไม่ใช่เหรอ” เสียงของเธอดูมีความสุขกับงานที่ทำ

“ฉันจำได้นะ เมื่อสมัยตอนที่เราเป็นนักศึกษาเธอกับเฮซองบอกอยากเป็นเจ้าของร้านและช่วยกันดูและร้านด้วยกัน ตอนนี้มันก็เป็นความจริงแล้วนี่น่า”
คำของเอริคทำให้ทั้งสองคนชงักความรู้สึก และมองจ้องตากันอีกครั้ง

“เอ่อ...กินๆกันเถอะ” เอริคเพิ่งนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อสักครู่ คงไปสะกิดต่อมความรู้สึกของคนทั้งสองเข้าให้ เลยหาวิธีตัดบทด้วยการกินอาหาร

“อืม...เฮซองจ้ะ เห็นว่าคุณคิมดงวานเนี่ยะ เป็นเพื่อนของเธองั้นเหรอ” ชินเฮียวเออยากจะสอบถามเรื่องงานของตัวเองขึ้นมา

“ใช่แล้วหล่ะ ตอนนี้มันบินไปตามความรักของมัน อีกไม่นานคงจะกลับมาและมาถ่ายรูปร้านเธอเพื่อเอาไปลงโฆษณาให้หล่ะนะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก”

“เหรอ...งั้นก็ดีแล้วหล่ะ ว่าแต่เอริคหล่ะมีแฟนหรือยัง หล่อๆแบบนายไม่น่าจะหัวใจว่างนานนะ”
เสียงคำถามที่เสียดแทงจิตใจ ทำให้บรรยากาศค่อยๆเงียบลง

“ก็มีบ้าง...ช่างเถอะ ความรักของฉันมักจะเล่นตลกกับชีวิตเสมอๆเลย พูดแล้วก็น่าขำ”
เขาพูดติดตลกเพื่อให้บรรยากาศไม่ดูตึงเครียดมากนัก เขากำลังคิดถึงงานที่กำลังรออยู่ข้างหน้า
การพบหน้ากันอีกครั้งหลังจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาจะต้องวางตัวแบบไหน
และเขาจะสามารถยืนอยู่และมองเธอกำลังทำงานได้นานสักเท่าไหร่ เอริคกำลังสับสน
ทั้งๆที่อยากจะจับมือกันไว้ตลอดเวลา บางทีการเดินจากกันไป...อาจจะทำให้อะไรดีขึ้นก็ได้

-------------------------------------------------------------------------------------------
Thank Theme : K a e K a e

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 14 พฤศจิกายน 2552 / 12:50
    เอริคกำลังสับสนอย่งรุนแรง

    แล้วจะเป็นยังไงต่อไปเนี่ย
    #2
    0