:::Never-Ending Love::: eric [[[Fiction-Shinhwa]]]

ตอนที่ 10 : :::Never-Ending Love::: Eric ตอนที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 ธ.ค. 52

Never-Ending Love ~Eric~ ตอนที่ 10
   
การรอคอยที่ไร้จุดหมาย...ไม่มีสิ่งใดดีขึ้น เวลาหมุนผ่านไปอย่างช้าๆ ด้วยความเจ็บปวด ไม่เคยมีใครอยู่ข้างๆ
ทุกสิ่งยังดูว่างเปล่า แม้รอบข้างจะมีแต่เสียงรอยยิ้ม...แต่ฉัน ก็ไม่เคยจะยิ้มได้แบบนั้นอีกเลย หลังจากวันนี้

“คุณวอลคะ ขอบคุณมากๆนะคะ ที่วันนี้มางาน...” เสียงหวานๆ ที่พูดแทรกขึ้นมา ทำให้ฉันตื่นจากความคิด
วันนี้คิมเจซางสวยเหลือเกิน เธอได้ใส่ชุดสีขาวที่ดูงดงาม เหมาะสมกับเธอ พร้อมกับได้ยืนข้างๆคนที่เธอรัก

“เอ่อ...นี่ของขวัญเล็กๆน้อยๆจากฉันคะ ขอให้คุณคิมเจซางกับคุณเอริครักกันมากๆนะคะ แล้วก็มีเจ้าตัวน้อยๆเร็วๆนะคะ”
ฉันยื่นของขวัญให้กับเจ้าบ่าวและเจ้าสาวในงาน...

เวลาผ่านไปหนึ่งปี... คิมเจซางเดินออกมาจากวงการบันเทิง เธอรู้สึกว่าตั้งแต่เธอเดินเข้ามา เธอได้พบอะไรหลายๆอย่าง
จนมาพบกับเขา...และต่อไปนี้ เธอก็ไม่ได้ต้องการอะไรอีกแล้ว เธอไม่ได้อยากมีชื่อเสียงอีกแล้ว เธอแค่อยากมีครอบครัวที่มีความสุด
เธอคิดว่ามันง่ายเหลือเกิน...ถ้าเธอตกลงกับเอริคตั้งแต่ครั้งแรก เธอหวนคิดไปในครั้งที่แล้ว นั่นเป็นเพราะเธอสับสน
เธอยังห่วงอะไรหลายๆอย่าง บางทีเธอก็รู้สึกขอบคุณเหลือเกิน ที่เกิดเหตุการณ์ต่างๆมากมายขึ้น
จนมาถึงวันนี้ เธอได้รู้แล้วว่า...ชีวิตของเธอไม่ได้ต้องการอะไรมาก ขอแค่ได้มีความสุขได้อยู่กับคนที่เธอรักก็พอ

“วอลจ๋า...กินอะไรหน่อยไหม เดี๋ยวฉันจะไปเอามาให้” มุนอามาทำหน้าที่เพื่อนที่ดีอีกครั้ง
น่าอิจฉามุนอาจริงๆ เธอก็ยังยืนอยู่ข้างๆคนที่เธอรักเหมือนเดิม แม้ว่า...ครั้งหนึ่งเกือบจะต้องเดินแยกออกจากกัน แต่ก็สามารถค้นหาทางเดินกลับมาเจอกันจนได้ ฉันยิ้มให้มุนอา

“มุนอากินอะไร ก็เอามาให้ฉันด้วยแล้วกันนะ” ฉันตอบไปแบบนั้น ไม่ได้อยากกินอะไรเลย

“ทำหน้าเศร้าอีกแล้ว ฉันรู้นะว่ามันยากนะวอล...ที่เธอจะลืมใครสักคน แต่นี่ก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว ปีนึงแล้วนะ...ไม่มีทีท่าหรือร่องรอยใดๆเลย ที่คุณคิมดงวานจะกลับมา ฉันอยากให้...”
สิ้นสุดแค่นั้น ฉันก็ได้แต่มองตาของมุนอา เพื่อจะบอกให้มุนอาไม่ต้องพูดต่อ มุนอาพูดอยู่เสมอว่า อยากให้ฉันมีชีวิตใหม่สักที แต่ความจริงแล้วมันยากเหลือเกิน ที่จะต้องลืมเรื่องราวบางอย่างลงไป...

“โอเคจ้ะ...ฉันจะไม่พูดอีกนะ” มุนอาหยุดพูดลงแค่นั้น และเดินไปหยิบอาหาร

หัวข้อเรื่องในการสนทนาก็หนุ่มๆก็ยังคงมีเรื่องราวของเพื่อนคนหนึ่งที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย อยู่เสมอๆ
สิ่งที่บ่งบอกได้จากทุกคน ก็คือเสียใจ คิมดงวาน...ไม่หวนกลับมาเหมือนอย่างเอริคและคิมเจซาง
ถึงแม้ทุกคนจะเสียใจก็ตาม แต่...พวกเขาก็ยังมีความหวังอยู่ทุกๆวัน หวังให้เหมือนกับเอริคและคิมเจซาง
หวังว่าเจ้าหน้าที่ทางทะเลจะโทรศัพท์มาบอกใครคนใดคนหนึ่ง ว่าคิมดงวานกลับมาแล้ว...

“ดูคุณวอลสิ...ทำยังไงดีนะ...” จอนจินพูดขึ้นมา หลังจากเห็นคนรักของตัวเองเดินเข้าไปพูดกับวอลและเดินหน้าจ๋อยออกมา

“ทำอะไรไม่ได้หรอกน่า...อย่าไปยุ่งกับเธอเลย ถ้าเป็นนาย นายก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหล่ะ”
มินวูคอยมองอยู่ห่างๆ และคิดว่า ถ้าเป็นใครก็ต้องเป็นแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะกลับมาทำใจได้ เขาหายไร้ร่องรอย ไม่ได้ตายจากกัน...

“เธอเปลี่ยนไปมากเลยนะ จากเมื่อก่อนก็เงียบๆอยู่แล้ว ตอนนี้...ฉันรู้สึกว่าเธอจะไม่พูดกับใครเลยด้วยซ้ำ”
แอนดี้เสนอความคิดเห็นของตัวเอง แอนดี้ไม่ได้สนิทกับฮวาวอลมากนัก เคยเจอกันไม่กี่ครั้ง และทุกๆครั้งเขาก็ไม่ได้คุยกับฮวาวอลเลย
ยิ่งตอนนี้เขาก็ยิ่งไม่กล้าคุยหนักเข้าไปใหญ่ ก็เพราะรัศมีความเงียบมันน่ากลัวซะยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น

“เอาน่า...อาจจะดีขึ้นสักวันนะ” ผู้มีประสบการณ์ทางด้านความรักอีกหนึ่งคนแสดงความคิดเห็น
เฮซองเคยมีเรื่องราวประสบการณ์ความรักที่ผิดหวังมาแล้ว แต่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้หญิงกับผู้ชาย เท่าไหร่กันนะ...ถ้าเปรียบเทียบกัน

“สวัสดีครับคุณเอริค...งานของคุณ...ดูดีจริงๆ ถึงแม้จะไม่ใหญ่โต แต่ก็น่ารักมากๆเลยนะครับ”
ชายหนุ่มร่างสูงผิวเข้ม ที่อยู่ในชุดสูตรสีดำ ดูไปแล้ว...เขาน่าจะเป็นคนต่างชาติที่หัดพูดภาษาถิ่นได้ชัดเจน

“ขอบคุณมากนะครับมิสเตอร์ไกด์ ที่มางานของผม...” คุณไกด์หรือมิสเตอร์ดรายเนล
เป็นผู้ถือหุ้นรายใหม่ของบริษัทที่เอริคทำงานอยู่ เขาทำงานเป็นเจ้านายโดยตรงของเอริค ถูกเชิญให้มาในงานวันนี้ด้วย

“ผมว่าเชิญมิสเตอร์ด้านในดีกว่านะครับ...” เอริคต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี

“ใครเหรอคะเอริค...ฉันไม่เคยเห็นเลย” คิมเจซางที่ยืนอยู่ข้างๆ มองผู้ชายร่างสูงผิวเข้ม และถามออกไป

“อ๋อ...เจ้านายใหม่ผมหน่ะ เขามาจากฟิลิปปินส์ เก่งมากๆเลยนะ เขาเป็นคนใจดี เพิ่งย้ายมาเมื่อครึ่งปีที่แล้วหน่ะ
นอกเหนือเวลางานคุณไกด์หน่ะจะเฮฮาปาร์ตี้กับลูกน้องเหมือนเป็นเพื่อนกัน แต่พอถึงเวลาประชุมงาน เขาก็เด็ดขาดเหมือนเป็นคนละคน...น่านับถือจริงๆ”
เอริคเล่ายืดยาว ประหนึ่งคุณไกด์อะไรนี่ เป็นเทพเจ้าอย่างนั้น...

“แหนะ...คุณสนใจมิสเตอร์ไกด์เหรอครับเนี่ยะเจซาง” เอริคแกล้วงแหย๋เจ้าสาวของตัวเองเล่นๆ

“บ้าหน่ะสิคะ...ฉันก็เห็นคุณสนิท แถมเขายังดูเหมือนเป็นคนต่างชาติด้วย” คิมเจซางค้อนให้เอริคหนึ่งครั้ง ดูน่ารักจริงๆ...

ฮวาวอลเดินออกมาสูดอากาศปลอดโปร่งด้านนอก คนในงานเดินไปเดินมาเยอะแยะไปหมด
เธอเริ่มรู้สึกเวียนหัว...อยากจะหาที่เงียบๆนั่งพักสักหน่อย เธอเปิดกระเป๋าที่อยู่ในมือออกมา รูปเก่าๆ
ตอนไปเที่ยวกัน...ยังอยู่ในนั้นเหมือนเดิม เธอได้แต่มองจนไม่ได้ดูทาง...

“I’m sorry…” เสียงนุ่มลึก และสีหน้าที่แสดงออกถึงความจริงในในคำขอโทษ ออกจากปากชายหนุ่มร่างโปร่งผิวเข้มนั้น แววตาของเขาจ้องมองมาที่ฮวาวอล...

“ไม่เป็นไรคะ...” เขายังมองที่ริมฝีปาก...รูปหน้า ใบหน้าขาวสะอาดมีสีแต่งแต้มเพียงเล็กน้อย เหมือนดั่งมนต์สะกด

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ ที่จะชนคุณเลย คุณเจ็บหรือเปล่า” เขาตัดสินใจที่จะพูดคุยกับเธอต่อ ถ้าแค่ขอโทษและปล่อยเธอผ่านไป...เขาคิดว่าตัวเขาเอง...ต้องโง่มากๆ

“ไม่เป็นไรคะ แค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง...” ฮวาวอลกำลังจะเดินกลับหลังหันไป... เพียงแต่ได้ยินเสียงเรียกเอาไว้เท่านั้น

“คุณครับ...อันนี้น่าจะเป็นของคุณ” ชายหนุ่มมองรูปภาพในมือ เป็นรูปภาพของผู้หญิงที่เขารู้สึกหลงใหลตั้งแรกครั้งแรกที่พบ และข้างๆเป็นผู้ชายที่ไม่ต้องมีใครบอก ก็พอจะเดาออกว่าทั้งคู่คือคนรักกัน

“อ่อ...ใช่คะ ขอบคุณมากๆนะคะ” หลังจากที่ฮวาวอลรับรูปคืนไป ก็จะกลับหลังหันเพื่อเดินต่อไป

“ทำไมคุณถึงเศร้านักหล่ะครับ...” เสียงที่ดังขึ้น ทำให้ฮวาวอลต้องยืนนิ่งอยู่ครู่นึง และหันกลับมามองเจ้าของคำถาม

“ไม่มีอะไรหรอกคะ เดี๋ยวคงต้องรีบเข้าไปในงานแล้ว รู้สึกว่าพิธีในงานน่าจะเริ่มแล้ว” ฮวาวอลกำลังจะเดินต่อไป...

“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม...ผมไม่อยากเห็นคุณเศร้าเลยนะครับ”
เธอย้อนคิดถึงครั้งแรกๆ ที่เจอคิมดงวาน เขาก็เป็นคนหนึ่งที่เคยพูดคำแบบนี้...ให้กับเธอ แล้ววันนี้...ผู้ชายคนนี้ ทำไมถึงต้องพูดคำแบบนี้อีกครั้งกับเธอ

“วอลๆๆ อ่า...เอ่อ...” เสียงมุนอาดังมาแต่ไกล มุนอากำลังมาตามหาฮวาวอลให้เข้าไปร่วมพิธีได้แล้ว แต่ก็ต้องหยุดชะงักกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่

“คุณวอลอยู่นี่เองเหรอครับ ผมกับมุนอาตามหาอยู่ นึกว่าหนีกลับไปก่อนซะแล้ว” หลายครั้งที่มีงานปาร์ตี้เกิดขึ้น ฮวาวอลจะหลบออกไปเงียบๆ จนเพื่อนๆตามหาไม่เจอ

“ไม่หรอกคะ กำลังจะเข้าไปในงานพอดี” เธอกำลังจะเดินอีกครั้ง...

“คุณครับ...ผมชื่อไกด์นะครับ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ฮวาวอลได้แต่หยุดฟัง และเดินต่อไป...ไม่ได้กลับมาตอบรับอะไรกับชายหนุ่มแปลกหน้า

ภายในงาน...ที่มีแต่กลิ่นอายแห่งความรักเต็มไปหมด ทุกคนมีสีหน้าสดชื่นและยินดีกับคู่บ่าวสาว
งานใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว แขกที่ทยอยกลับไปบ้างก็มี

“วอล...หนุ่มหล่อเมื่อตะกี้ใครกันเหรอ” เสียงของมุนอาตื่นเต้นและดีใจอีกครั้ง เมื่อเห็นมีชายหนุ่มมาสนใจเพื่อนตัวเอง หลายๆครั้งเธอก็ต้องดีใจเก้อ เพราะฮวาวอลปฏิเสธผู้ชายคนนั้นอย่างไร้เยื้อใย

“ไม่รู้สิ...คงเป็นคนในงานนี้มั้ง” ฮวาวอลไม่ได้สนใจอะไรอีกครั้ง พร้อมกับตอบคำถามแบบไม่ได้รู้สึกอะไรสักนิด

“อะไรกันวอล...แหม๋ๆๆๆ หล่อๆแบบนั้นนะ เธอไม่สนใจเหรอ” มุนอาหาเรื่องเข้าหาตัวเองอีกครั้ง

“เธอก็รู้อยู่แล้ว ไม่ต้องพยายามหรอกมุนอา” ฮวาวอลทำหน้าตาจริงจัง ไม่อยากให้มุนอาพูดถึงเรื่องนี้อีก

“เอ่อ...ขอโทษนะ ฉันก็แค่เป็นห่วงเธอ ไม่อยากให้เธอเป็นแบบนี้เลย ดูสิคุณเอริคกับคุณคิมเจซางหน่ะ มีความสุขจะตาย
ฉันก็อยากจะแต่งชุดเจ้าสาวสีขาวๆแบบนั้น เธอไม่อยากเหรอ” มุนอาทำหน้าเพ้อฝันอีกครั้ง

“เมื่อก่อนก็อยาก...แต่ตอนนี้ไม่อยากแล้ว” ฮวาวอลทำหน้าตาเย็นชา คำพูดที่เย็นชากลับคืนมาอีกครั้ง

“โห...อะไรกันเนี่ยะ ฉันอยากจะโทษชะตาชีวิตจริงๆเลย” มุนอาทำหน้าโมโห ทำให้ฮวาวอลมองหน้าเพื่อนและยิ้มออกมาเล็กน้อย

หลังจากงานคืนวันนั้น...เอริคไม่ได้ลาพักร้อนเพื่อไปฮันนีมูน เขาใช้ชีวิตหลังทำงานเพื่อไปดินเนอร์ด้วยกัน
วันเสาร์และอาทิตย์ก็ไปปิกนิก และทำกิจกรรมที่ชอบ ก็คือการตกปลา แม้ว่าจะน่าเบื่อ แต่ถ้ามีคนที่รักอยู่ข้างๆ ก็ทำให้มีความสุขมากๆ

“เมื่อไหร่ปลาจะกินเหยื่อคะเอริค” คิมเจซางที่ตื่นเต้นในตอนแรก แต่นี่มันผ่านไปยี่สิบนาทีแล้ว ปลาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมากินเหยื่อที่วางเอาไว้

“อ่อ...ก็ไม่รู้สิ...ก็ต้องรอไปเรื่อยๆนะ” เอริคก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่ปลาน้อยจะมากินเหยื่อสักที

“เฮ้อ...แย่จังนะคะ ฉันรอปลากินเหยื่อแค่ยี่สิบนาทียังบ่นเลย เทียบกับคุณวอลไม่ได้เลย
คุณวอลรอเพื่อนของคุณตั้งนาน คุณคิมดงวานหน่ะคะ รอตั้งปีนึงแล้ว ก่อนหน้านั้นอีกตอนที่หายไป ก็ปีกว่าๆแล้ว ยังรอได้เลย แย่จัง”
คิมเจซางพูดลอยๆขึ้นมา เธอรู้สึกว่าตัวเองแย่จริงๆ ที่รอแค่นี้ก็ไม่ได้

“ผม...ก็ไม่รู้จะทำยังไง เหมือนเป็นความผิดของตัวเองด้วย ถ้าผมไม่ชวนดงวานไปด้วย คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้
ดงวานต่างหาก ที่น่าจะได้แต่งงานและมีความสุขกับคุณวอลไปนานแล้ว” เอริคคิดว่าเป็นความผิดของตัวเอง

“เอริคคะ ทำไมพวกเราถึงจำเรื่องทั้งหมดไม่ได้เลย เราลอยคอยในทะเลกันนานขนาดนั้นจริงๆเหรอคะ” คิมเจซางพยายามนึกถึงเรื่องราวต่างๆ

“นั่นสินะ ตอนนอน...ผมเคยฝันเหมือนกัน ฝันว่าเราเคยอยู่ในที่ไหนสักแห่ง มันสวยงาม มีแต่ดอกไม้ และผมก็เห็นดงวานด้วย แต่ก็ตกใจตื่นทุกที” เอริคเล่าถึงความฝันที่เคยฝันเรื่องเดิมแบบนี้ซ้ำๆ

“เหรอคะเอริค ฉันก็เคยฝันแบบคุณนะ ฝันเห็นคุณดงวานด้วย” คิมเจซางทำท่าตกใจที่ฝันเหมือนกับคนรักของตนเอง

“เอ๊ะ นี่คุณฝันถึงคนอื่นได้ยังไง ต้องฝันถึงผมสิ” เอริคมองหน้าทำหน้างอนๆ

“เปล่าคะๆ ฉันก็ฝันถึงคุณอยู่ที่นั่นด้วย คุณหน่ะสิ ฝันถึงแต่คุณดงวาน คุณหน่ะ...เป็นตุ๊ดหรือเปล่า” คิมเจซางก็เลยงอนกลับเข้าให้หนึ่งยก

“โธ่...อะไรกันเนี่ยะ ผมผิดเหรอไงกัน” เอริคทำท่าง้อคิมเจซาง

“อืม...แต่ว่า...คุณจำคุณไกด์ได้ไหม...เจ้านายผมหน่ะ” เอริคนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง ที่เจ้านายหรือมิสเตอร์ดรายเนล ฝากเป็นธุระให้ แต่ยังไม่มีเวลาทำให้เลย

“ทำไมเหรอคะ มีอะไรเหรอ” คิมเจซางมองหน้าเอริค เพื่อรับฟังทำตอบ

“ก็...ไม่รู้คุณไกด์หน่ะ ไปเจอคุณวอลที่ไหนหน่ะสิ ก่อนจะกลับในวันแต่งงานของเรา เขาก็เดินมาบอกผมว่า
อยากรู้จักคุณวอลช่วยแนะนำให้รู้จักหน่อย แถมตอนไปทำงาน ก็ยังมาถามอยู่ตลอดว่าเมื่อไหร่จะพาคุณวอลมาให้รู้จักสักที มันน่าคิดนะเนี่ยะ” เอริคทำหน้าคิด...

“คุณไกด์จะติดใจคุณวอลงั้นเหรอคะ” คิมเจซางมีสีหน้าดีใจเล็กน้อย...

“ไม่รู้สิ หรือว่าจะจีบให้มาทำงานด้วยหรือเปล่านะ มองไม่ออกหรอกคุณไกด์หน่ะ” เอริคไม่รู้ว่าเจ้านายกำลังคิดอะไรอยู่

“เหรอคะ...น่าแปลกจริงๆเลยนะคะ แล้วคุณจะให้คุณวอลมารู้จักกับเจ้านายคุณไหมคะ” คิมเจซางถามเอริคต่อไป

“ก็อาจจะหาเวลาเหมาะๆหน่ะ ยังไงผมก็ต้องไปด้วย คุณก็ด้วยนะ ไม่งั้นหน่ะ คุณวอลคงไม่ไปแน่ๆเลย
เพราะผมได้ยินไอ้จอนจินมันเล่าให้ฟังว่า คุณวอลอ่ะ ไม่ยอมเปิดรับใครให้เข้ามาในชีวิตอีกเลย” เอริคเล่าเรื่องที่จอนจินรู้มาจากมุนอาให้กับคิมเจซางฟัง

“แย่หน่อยนะคะ ถ้าเจ้านายคุณเกิดหลงรักคุณวอลขึ้นมาจริงๆ คุณวอลก็คงปฏิเสธเหมือนเดิม”

“อาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้นี่ครับ...ถ้าคุณไกด์เขามีไม้ตายพอ...ไม่แน่ ก็อาจจะทำให้คุณวอลดีขึ้นนะ คุณวอลไม่สมควรจะปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปแบบนี้ มันจะยิ่งแย่นะ ผมว่า...”

“อ๊ะ เอริค...ปลาติดเหยื่อแล้วคะ ทำไงดีคะ ทำไงดี...” คิมเจซางดีใจที่ปลากินเหยื่อของตัวเอง ร้องเสีงดัง

“ชู่วส์...เงียบๆสิ เดี๋ยวปลามันตกกะใจหมดนะเจซาง”

“อ่าวเหรอคะ ฉันดีใจนี่น่า นี่เป็นครั้งแรกที่ปลามันกินเหยื่อ...ดีใจจริงๆ”

การหยุดพักผ่อนสุดสัปดาห์จบลง วันนั้นได้ปลาเพียงนิดหน่อย แต่ว่าคิมเจซางรู้สึกสงสารปลาก็เลยแอบปล่อยมันไปตอนที่เอริคไม่เห็น
ทำให้เอริคงอนนิดหน่อย อุตส่าห์จะได้ปลาไปปิ้งกินที่บ้านแล้ว คิมเจซางก็เลยต้องง้อเอริคนานสักหน่อย...

---------------------------------------------------------------------------------------------

Thank Theme : K a e K a e

2 ความคิดเห็น