LorD oF WeaPoN (ราชันศาสตรา)

ตอนที่ 194 : ภาค 2 มหาสงครามศาสตราครองพิภพ ตอนที่ 94 นัยน์ตาดวงที่ห้าตื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,075
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    7 เม.ย. 55

นัยน์ตาดวงที่ห้าตื่น

ในเวลาเดียวกันทั่วทุกหนทุกแห่งของโลกราชันศาสตราก็กำลังเอ่ยถึงเรื่องของมังกรดำไม่ขาดปาก  ข่าวสารในช่องสื่อสารมวลชนมีการลงเพิ่มแบบนาทีต่อนาที  โดยที่แหล่งข่าวสำคัญของมังกรดำโผล่ออกมาจากสองจุดใหญ่ๆ ด้วยกัน นั่นก็คือแหล่งข่าวของมังกรดำจากทวีปผู้กล้าตอนเหนือที่มีคนให้ข่าวว่าพบเห็นมังกรดำขนาดยักษ์บินผ่านท้องฟ้าเหนือเมืองไปหลายเมืองด้วยความเร็วสูงอย่างไม่รู้จุดหมาย  อีกแหล่งข่าวหนึ่งก็คือข่าวเรื่องมังกรดำที่โผล่ออกมาในอาณาเขตของเมืองบัลไฮม์และได้รับความสนใจสูงกว่า  และบรรดาผู้คนที่ติดตามข่าวอย่างกระชั้นชิดก็เข้าใจว่ามังกรดำที่ถูกเอ่ยถึงทั้งสองเรื่องเป็นตัวเดียวกันและตอนนี้ก็อยู่ที่เมืองบัลไฮม์แล้ว  ทำให้ทุกอย่างมุ่งเป้าไปที่เมืองบัลไฮม์แต่เพียงแห่งเดียว

ภายในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นปราสาททรงสูงและมีพื้นที่กว้างขวางแห่งเมืองแคร์ลาเลี่ยน  ที่นี่เป็นที่ตั้งของขุมกำลังที่เรียกได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดของโลกราชันศาสตรา  สหพันธ์เทพนักรบ  ชื่อที่แค่เพียงเอ่ยถึงก็คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จัก  เพราะเป็นสถานที่รวบรวมกลุ่มคนมีฝีมือเอาไว้มากมาย  ผลงานการสู้รบนั้นมีมากมายแทบจะทุกชั่วโมงยาม  ซึ่งแต่ละครั้งก็จะได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นทุกครั้ง  เรียกได้ว่ามิเคยพ่ายแพ้ในการทำสงครามแม้แต่ครั้งเดียว  สิ่งนี้ทำให้ชื่อเสียงของสหพันธ์เลื่องลือไปไกลและยังช่วยให้ชื่อของผู้นำสหพันธ์ฉายานามเทพอัศวินกาดิสยิ่งเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนถูกจัดให้อยู่ในสิบอันดับต้นๆของยอดฝีมือยุคใหม่

ในวันนี้สหพันธ์เทพนักรบที่ปกติจะต้องวุ่นวายเพราะสงครามจากหลายฝ่ายกลับได้พักผ่อนอย่างสงบเพราะเรื่องของมังกรดำที่อยู่ๆก็โผล่ขึ้นมาเรียกความสนใจจากทุกฝ่าย  ทำให้การสงครามที่ต้องสู้รบกันอีกกว่าสิบวันต้องหยุดชะงักลง  แต่ถึงอย่างนั้นสภาพการก็ยังอยู่ในช่วงเตรียมพร้อมและเฝ้าระวัง

ซึ่งยามนี้ผู้นำสหพันธ์อย่างกาดิสก็กำลังนั่งหน้าบึ้งอยู่บนบัลลังก์ภายในปราสาทของสหพันธ์เทพนักรบโดยที่รอบด้านมีบรรดาแกนนำของสหพันธ์เทพนักรบยืนอยู่กันเต็มไปหมด  และพวกเขาก็กำลังพูดคุยถกเถียงเรื่องแผนการและข้อตกลงกันเป็นที่วุ่นวาย  สิ่งเหล่านี้เรียกได้ว่าเป็นความน่าเบื่ออย่างแท้จริง

หลังจากจบสิ้นช่วงเวลาแห่งการถกเถียงผ่านพ้นไปแล้วกาดิสจึงได้สงบใจลงบ้าง  และเป็นเวลาเดียวกันกับที่โรมิโอได้เดินเข้ามาหาเขาพอดี  กาดิสจึงได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเหนื่อยใจมากๆว่า

“พี่เข้าใจแล้วว่าการเป็นผู้นำมันเหนื่อยมากขนาดไหน  เมื่อก่อนบรรดาแกนนำของสหพันธ์ไม่เคยออกปากออกเสียงอะไรมาก  แต่ยิ่งนานวันเข้าพวกนี้ก็ยิ่งควบคุมยากขึ้น  และยิ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์แล้วล่ะก็  จากที่พวกนี้ไม่เคยออกความเห็นอะไรก็กลับกลายเป็นสามารถถกเถียงกันได้นานข้ามวัน  สิ่งที่เรียกว่าอำนาจนี่สามารถเปลี่ยนแปลงคนได้ดีจริง”

เมื่อได้ยินแบบนั้นโรมิโอก็กล่าวเสริมออกมาว่า

“ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่คนเราก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้เพราะอำนาจกับผลประโยชน์เสมอ  พวกเราคงทำได้แค่เพียงไม่ให้ตัวเองเข้าไปหลงมัวเมาอยู่ในอำนาจพวกนี้เท่านั้น”

กาดิสที่ได้ฟังโรมิโอกล่าวออกมาแบบนั้นก็พยักหน้าคราหนึ่ง  จากนั้นก็กล่าวออกมาด้วยความรวดเร็ว

“แต่นี่มันน่าเหลือเชื่อมากเลยนะที่พวกเรามีเวลาได้พักรบแบบนี้  ไม่รู้พวกสหพันธ์วีรชนเที่ยงแท้กำลังคิดอะไรอยู่กันแน่  และยิ่งคิดว่าอีกฝ่ายคือไมดาสกับโอดินที่เคยเป็นคู่อริกันที่มาจับมือรวมกลุ่มสหพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกันก็ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ว่าพวกเขามีเหตุผลอะไรถึงต้องทำสงครามกับพวกเราแบบนี้”

โรมิโอที่ได้ฟังดังนั้นก็กล่าวออกมาตามความคิดของตน

“เพราะพวกเราเป็นขุมกำลังที่กล้าแกร่งมากในปัจจุบัน  ดังนั้นอีกฝ่ายที่คิดเพียงเรื่องผลประโยชน์ย่อมคิดกำจัดพวกเราก่อนที่จะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญอยู่แล้ว  ความคิดของพวกนักเล่นเกมอาชีพเนี่ย  พวกเราคงเข้าใจได้ยาก  แต่การที่รบกันมากว่าสิบห้าครั้งยังไม่รู้ผลก็แสดงให้เห็นว่าพวกเราเองก็ไม่ถูกโค่นได้ง่ายๆเช่นกัน  ถึงแม้อีกฝ่ายจะมีมารศาสตราราชันไว้ในครอบครองถึงสองชิ้นก็เถอะ  แต่ฝ่ายเราก็มีเทวะศาสตราราชันที่หก อัสนีบาตฟ้าบันดาล ของพี่กาดิสอยู่  จึงเรียกได้ว่าสูสีกัน”

หลังจากกาดิสได้ฟังที่โรมิโอกล่าวออกมาแบบนั้นก็นิ่งไปครู่หนึ่ง  จากนั้นจึงถอนหายใจยาวๆและกล่าวว่า

“เมื่อก่อนพี่ไม่ค่อยสนใจหรอกนะเรื่องศาสตราราชันอะไรเนี่ย  แต่พอมันถูกนำมาใช้ในสงครามก็ต้องย่อมรับจริงๆว่าความสามารถแบบวงกว้างของมันทำให้สถานการณ์ในสนามรบเปลี่ยนไปได้  นี่ถ้าฝ่ายศัตรูมีเพิ่มมากกว่าสองชิ้น  ฝ่ายเราเองคงต้องลำบาก  หนำซ้ำตอนนี้ยังมีเรื่องมังกรดำอะไรนี่อีก  แถมพวกสหพันธ์วีรชนเที่ยงแท้ที่ยอมพักรบกับพวกเราไปก็ดูจะสนใจไม่ใช่น้อย”

เมื่อได้ฟังแบบนั้นโรมิโก้มีท่าทางเหมือนกับคิดอะไรขึ้นได้และกล่าวออกมาว่า

“เมืองที่มังกรดำปรากฏตัวขึ้นก็คือเมืองบัลไฮม์นี่นา  พี่กาดิสอาจจะยุ่งเรื่องสงครามมากเกินไปจนไม่รู้ก็ได้  แต่มีข่าวลือว่าที่เมืองบัลไฮม์มีมารศาสตราราชันซุกซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆหลายชิ้นเลยนะครับ  ปกติเมืองนี้จะมีขุมกำลังแข็งแกร่งอย่างสหพันธ์สามพยัคฆ์พี่น้องปกครองจึงไม่มีใครกล้ายุ่ง  แต่ทว่าในเวลาแบบนี้บางทีพวกสหพันธ์วีรชนเที่ยงแท้ที่ยอมพักรบไปอาจจะลงมือทำอะไรก็ได้นะครับ  ทางที่ดีเดี๋ยวผมไปคอยดูลาดเลาที่เมืองบัลไฮม์หน่อยดีกว่า”

พอได้ยินแบบนั้นกาดิสก็พยักหน้าเห็นดีด้วยพร้อมกับกล่าวว่า

“ฝากด้วยนะโรมิโอ  ถ้าสถานการณ์ไม่ดีก็ติดต่อเข้ามา  ตอนนี้พี่จะไปไหนมาไหนไม่ได้อิสระเหมือนเมื่อก่อน  ไม่อย่างนั้นพี่คงไปด้วยตัวเองแล้ว  อ่อ!! ถ้าโชคดีพบเมฆาน้อยก็ฝากทักทายด้วยล่ะ”

โรมิโอที่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบรับคำกาดิสแบบสบาย  ก่อนจะเดินหายออกไปจากห้องที่กาดิสนั่งอยู่ด้วยความรวดเร็ว

กลับมาทางด้านของเมืองบัลไฮม์ หลังจากมีข่าวกระจายออกไปทางช่องสื่อสารมวลชนก็ทำให้บรรดาผู้เล่นมีฐานะทั้งหลายแห่แหนกันใช้บริการเคลื่อนย้ายสถานที่ด้วยมิติมายังเมืองบัลไฮม์จนมีผู้เล่นหนาตามากขึ้นในเวลาไม่นาน  ส่วนทางด้านของสหพันธ์สยบทั่วแดนดินของโครนอสก็อยู่ในระหว่างตรึงกำลังเพื่อรอรับสถานการณ์ไม่คาดคิด  เฉกเช่นเดียวกับทางสหพันธ์สามพยัคฆ์พี่น้องเองที่ตรึงกำลังพลเอาไว้รอรับสถานการณ์ไม่สู้ดีเช่นกัน  ทำให้เมืองบัลไฮม์ดูสับสนวุ่นวายขึ้นมาในชั่วพริบตา

และบนหลังคาของสิ่งปลูกสร้างทรงสูงหลังหนึ่งในเมืองบัลไฮม์ก็จะมองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งมองมังกรดำบนท้องฟ้าในจุดที่อยู่ห่างออกไปด้วยท่าทางสบายๆและแววตาที่เป็นประกายชอบอกชอบใจ  แน่นอนว่าด้วยใบหน้าที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็ทำให้รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ก็คือลูกปลาน้อยที่เมฆาน้อยได้นัดเอาไว้นั่นเอง

“ว้าว!!  พอมาถึงก็มีเรื่องชวนให้ตื่นเต้นเลยแฮะ  หนทางที่เมฆาน้อยไปเนี่ย ไม่เคยขาดเรื่องสนุกเลยสิท่า”

ลูกปลาน้อยที่นั่งมองมังกรดำอยู่ด้วยท่าทางสบายกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย  แต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ตื่นเต้นและพอใจมากที่เขามาทันเรื่องสนุกแบบนี้  เพราะถ้าเกิดเขากลับมาไม่ทันก็ไม่รู้ว่าจะเสียดายขนาดไหนที่ไม่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์สำคัญแบบนี้ด้วย 

ซึ่งแน่นอนว่าในความคิดของลูกปลาน้อยย่อมรู้ดีว่าอีกไม่นานเมืองบัลไฮม์จะต้องวุ่นวายมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้หลายเท่าแน่ๆ  และบางทีอาจเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้น  ดังนั้นเขาที่ไม่ชอบรอจึงได้เริ่มลุกขึ้นยืนและพุ่งทะยานไปตามหลังคาสิ่งปลูกสร้างด้วยความรวดเร็วโดยมีเป้าหมายอยู่ที่มังกรดำตัวใหญ่ยักษ์ที่กำลังแหงนหน้าร้องคำรามอยู่บนฟากฟ้า

“นายคงจะอยู่ใกล้ๆแถวนั้นแล้วสินะเมฆาน้อยเอ๋ย  รอหน่อยเถอะผมกำลังจะไปหาแล้ว”

อีกทางด้านหนึ่งในจุดที่อยู่คนละทิศกับเมืองบัลไฮม์และเป็นจุดที่อยู่ห่างออกไปเป็นระยะทางที่ไกลมากก็กำลังมีเงาร่างของโซโลมอนพุ่งผ่านป่าทึบเข้าหามังกรมารด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นเหมือนกับเส้นแสงกำลังพุ่งผ่านป่าไปด้วยความเร็วที่ยากจะมองตามได้ทัน 

ระยะทางอันไกลห่างนั้นย่นเข้ามาเรื่อยๆจนเหลือเพียงไม่มากนักโซโลมอนก็จะสามารถเข้าไปถึงส่วนที่มังกรมารลอยตัวอยู่ได้อย่างไม่ยากเย็น  แต่ทว่าในช่วงเวลาที่เป้าหมายของตนกำลังจะบรรลุนั้นกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน 

“ที่นี่เป็นเขตของสหพันธ์สามพยัคฆ์พี่น้อง  คนที่ไม่ได้รับอนุญาตไม่มีสิทธิ์ผ่านเข้าไป”

เสียงผู้ชายที่ดูจะเป็นคนหนุ่มพลันดังขึ้นจากบริเวณโดยรอบพร้อมกับมีมีดสั้นสองเล่มที่อาบด้วยพลังปราณสีเหลืองทองอันเข้มข้นพุ่งเข้าหาโซโลมอนด้วยความเร็วสูงจนโซโลมอนที่กำลังวิ่งอยู่ต้องหยุดฝีเท้าลงและหมุนตัวใช้ฝ่ามือปัดมีดสั้นทั้งสองเล่มที่พุ่งเข้าหาตนให้กระเด็นออกไปด้านข้างอย่างง่ายๆ  ก่อนจะหยุดยืนและจ้องมองไปที่เบื้องหน้าด้วยแววตาอันวาวโรจน์เหมือนกับกำลังพึงพอใจที่จะได้ต่อสู้เข่นฆ่า 

ฟู่!!

ฉับพลันกลุ่มควันสีขาวกลุ่มหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาจากจุดที่อยู่ห่างออกไปเบื้องหน้าของโซโลมอนอย่างมากมาย  ก่อนจะค่อยๆปรากฏเงาร่างของคนผู้หนึ่งขึ้นอย่างช้าๆ  และเมื่อกลุ่มควันค่อยๆจากหายไปก็จะมองเห็นชายหนุ่มอายุราวๆ 19 ปีคนหนึ่งที่สวมใส่ชุดต่อสู้แบบพวกนินจาปิดหน้าปิดตามิดชิดกำลังยืนจ้องมองโซโลมอนด้วยแววตาอันแข็งกร้าว

“ชื่อของข้าคือมังกรหมอก ชงซี อย่างที่ได้บอกไปว่าที่นี่เป็นเขตปกครองของสหพันธ์สามพยัคฆ์พี่น้องของพี่น้องเรา  ไม่รู้หรอกว่าคุณเป็นใคร  แต่คงต้องขอให้กลับไป  ถึงแม้เวลานี้จะมีเหตุการณ์มังกรดำเกิดขึ้น  ทางเราก็ไม่อนุญาตให้ใครบุกรุกเข้ามาในเขตปกครองโดยง่ายทั้งนั้น  หากฝ่าฝืนคงต้องเห็นดีกัน”

ชายหนุ่มในชุดนินจานามชงซีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงดุดันและเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร  แต่ทว่าโซโลมอนที่ได้ยินและรับรู้ได้ถึงจิตสังหารเช่นนั้นก็ไม่มีทีท่าหวาดกลัว  ตรงกันข้ามกลับฉีกยิ้มออกมาด้วยความชอบใจซะมากกว่า

“พูดอะไรไม่เห็นจะรู้เรื่อง  ในเมื่อโผล่มาแล้วก็ฆ่ากันเลยดีกว่า”

กล่าวจบโซโลมอนก็พุ่งเข้าหาชายหนุ่มชุดนินจานามชงซีด้วยความรวดเร็วทันทีพร้อมด้วยจิตสังหารอันทะลักทลาย  ซึ่งฝ่ายที่ถูกพุ่งเข้าหานั้นก็มีทีท่าตกใจไม่น้อยที่อีกฝ่ายเลือกที่จะแตกหักกันไวถึงขนาดไม่ต้องคิดไตร่ตรองก่อนแบบนี้  แต่ตัวเขาก็ใช่ว่าจะยอมให้อีกฝ่ายเข่นฆ่าได้ง่ายๆจึงต้องแสดงฝีมือเพื่อให้อีกฝ่ายล่าถอยออกไป

“ผมไม่รู้หรอกว่าคุณเป็นใคร  แต่เลือกที่จะแตกหักกันแบบนี้  ทางผมก็ไม่เกรงใจละ”

ชายหนุ่มในชุดนินจานาชงซีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นแข็งกร้าว  จากนั้นก็พุ่งเข้าไปหาโซโลมอนอย่างไม่หวาดหวั่น  ฝ่ามือของเขาวาดเป็นวงกลมไปในอากาศเป็นเส้นแสงวูบวาบก่อให้เกิดพลังปราณสีทองที่บิดเป็นเกลียวแผ่พุ่งออกถึงสามสาย

ฝ่ามือม้วนนที!!

กระบวนท่าของชายหนุ่มนามชงซีถูกใช้ออกด้วยพลังปราณที่แผ่พุ่งออกมามหาศาล  ซึ่งโซโลมอนที่เห็นแบบนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอยหนีแต่อย่างใด  หนำซ้ำมันยังวาดรังสรรค์ฟ้าอาญาเทวะที่อยู่ในมือออกด้วยพลังมหาศาล  ท่วงท่านั้นไม่มี  เป็นแค่การฟาดดาบธรรมดาเท่านั้น  แต่พลังกดดันทำให้อากาศถึงกับสั่นสะเทือนและพุ่งเข้าปะทะกับกระบวนท่าของชายหนุ่มนามชงซีอย่างแม่นยำ

“พลังร้ายกาจมาก”

ชั่วพริบตาที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกัน  ชายหนุ่มนามชงซีที่พบว่าโซโลมอนมีพลังไม่ธรรมดาก็ร้องขึ้นในใจอย่างผิดท่า  ก่อนที่พลังจะเข้าปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว

ตูม!!

พลังทั้งสองฝ่ายที่ปะทะเข้าใส่กันก่อให้เกิดลมหมุนอันรุนแรง  จากนั้นก็ตามมาด้วยประกายแสงที่สาดกระจายไปโดยรอบทำให้รัศมีห้าเมตรรอบจุดปะทะถูกทำลายจนย่อยยับ  ต้นไม้ต้นใหญ่ล้มลงดังครืนอย่างต่อเนื่อง

ภายใต้แรงปะทะนั้นชายหนุ่มนามชงซีถูกกดดันด้วยพลังที่เหนือกว่ามากจนกระเด็นถอยหลังไปไกลและปรากฏแผลเป็นยาวที่หน้าอกขวาและมีเลือดไหลออกมาเป็นทางยาว

“บ้าเอ๊ย!! เจ้านี่เป็นใครกัน  ทำไมมันทรงพลังขนาดนี้”

ชายหนุ่มนามชงซีกล่าวขึ้นในขณะที่ตนเองสามารถตั้งหลักใหม่ได้อีกครั้ง  เขาตัดสินใจส่งข้อความไปหาบรรดาพี่น้องของตนด้วยความรวดเร็วเพราะรู้ดีแล้วว่าคู่ต่อสู้ร้ายกาจมากเพียงใด

มีคนบุกรุกอาณาเขตของเรา  พลังร้ายกาจมาก

ข้อความสั้นๆถูกกดส่งออกไปด้วยความรวดเร็ว  และทันทีที่ชายหนุ่มนามชงซีกดส่งข้อความเสร็จสิ้นนั้นประกายดาบอันวาววับในมือของโซโลมอนก็พุ่งเข้ามาอยู่ในระดับสายตาของเขาแล้ว  ช่างเป็นความรวดเร็วจนเห็นเป็นเพียงเส้นแสง

วูบ!!

ชายหนุ่มนามชงซีเงยหน้าหลบการโจมตีของโซโลมอนด้วยท่าทางทุลักทุเล  ปลายดาบที่เฉียวผ่านใบหน้าไปทำให้ปรากฏแผลเป็นยาวขึ้นบนหน้าผากพร้อมกับเลือดที่หลั่งรินออกมาเต็มใบหน้า  ชั่วพริบตาที่เลือดทะลักออกมาบดบังการมองเห็นนั้นประกายแสงจากดาบของโซโลมอนได้ตวัดผ่านอีกวูบหนึ่ง  จากนั้นร่างของชายหนุ่มนามชงซีก็ล้มทรุดลงนอนบนพื้นโดยที่ศีรษะได้กลิ้งกระดอนไปอยู่อีกมุมหนึ่งที่ห่างจากร่างกายไปไกลหลายเมตร 

เป็นการตายแบบไม่รู้สึกเจ็บปวดและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ  และเบื้องหน้าร่างอันไร้วิญญาณนั้นก็คือโซโลมอนที่ตอนนี้กำลังเลียเลือดที่ติดอยู่บนดาบในมือด้วยแววตาวาวโรจน์

“แก้เบื่อได้หน่อยเดียวเอง  น่าผิดหวังชะมัด”

โซโลมอนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยือก  จากนั้นจึงสะบัดดาบไล่เลือดที่ติดอยู่คราหนึ่งและพุ่งทะยานไปในทิศทางที่มังกรมารกำลังลอยตัวอยู่ตามความตั้งใจเดิมด้วยความเร็วสูงสุด  เส้นทางที่เหลืออันแสนสั้นถูกก้าวผ่านในชั่วพริบตา  ก่อนที่โซโลมอนจะมาหยุดยืนนิ่งอยู่ในตำแหน่งที่มังกรมารขนาดใหญ่ยักษ์กำลังลอยตัวอยู่อย่างพอดิบพอดี

“เอาล่ะ  ได้เวลาส่งคืนเจ้าของแล้ว  สิ่งนี้ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป”

โซโลมอนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง  จากนั้นจึงใช้มือซ้ายแทงลงไปที่อกของตนเองและดึงเอาอะไรบางอย่างที่เปล่งแสงสว่างวูบวาบออกมามาถือเอาไว้ในมือของตน

วิ้ง!!

สิ่งที่อยู่ในมือของโซโลมอนเป็นวัตถุทรงกลมคล้ายกับลูกแก้วที่เปล่งแสงเรืองรองราวกับดวงสุริยาและปลดปล่อยพลังแห่งความชั่วร้ายออกมาอย่างท่วมท้น  ไม่ต้องบอกก็คงรู้ดีว่าสิ่งนี้ย่อมต้องเป็นลูกแก้วดวงธาตุพลังอสูร  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้มารศาสตราราชันที่หนึ่งสมบูรณ์

เดิมทีโซโลมอนดูดกลืนพลังจากลูกแก้วดวงธาตุพลังอสูรที่ทำหน้าที่ปกป้องมารศาสตราราชันที่ห้าเอาไว้จนตัวเองมีพลังเพิ่มพูนขึ้นมากจนถึงขั้นเทพอสูรระดับราชา  ทว่าในตอนนี้มันไม่จำเป็นที่จะต้องอาศัยพลังจากลูกแก้วดวงธาตุพลังอสูรเพื่อทำให้ตนเองเป็นเทพอสูรระดับราชาอีกต่อไป  เนื่องจากตัวมันเองได้กลายเป็นสัตว์อสูรกึ่งผู้เล่นไปแล้วจึงทำให้แม้ว่าจะสูญเสียลูกแก้วดวงธาตุพลังอสูรไปก็ตามที  แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับมัน  ดังนั้นมันจึงเลือกที่จะส่งคืนลูกแก้วดวงธาตุพลังอสูรให้อยู่ในที่ที่มันสมควรอยู่  และเหตุผลสำคัญที่สุดก็คือทุกครั้งที่มังกรมารแผดเสียงร้องจะทำให้มันรู้สึกทรมานแทบตาย  ฉะนั้นมันจึงรีบส่งคืนลูกแก้วดวงธาตุพลังอสูรคืนอย่างไม่มีการลังเล

วิ้ง!!

ทันทีที่โซโลมอนแบมือออก  ลุกแก้วดวงธาตุพลังอสูรบนฝ่ามือก็เปล่งประกายแสงเจิดจ้ามากกว่าปกติหลายเท่าและค่อยๆลอยเข้าไปยังร่างของมังกรมารที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของโซโลมอนด้วยความรวดเร็ว  ก่อนจะถูกดูดกลืนหายเข้าไปยังร่างของมังกรมารอย่างช้าๆพร้อมๆกับพลังอันชั่วร้ายมากกว่าเก่าที่แผ่ขยายออกมาโดยรอบ

ครืน!!

ร่างของมังกรมารที่แผดเสียงร้องอยู่ในอากาศสะบัดควงไปมาพร้อมกับคลื่นอากาศที่แผ่กระจายไปทั่ว  พลังอันชั่วร้ายย้อมให้ท้องฟ้าพลันมืดมิดแปรเปลี่ยนเป็นสีดำราวกับเวลากลางคืนในชั่วพริบตา  จากนั้นดวงตาดวงที่ห้าของมังกรมารจึงสั่นกระตุกและค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆก่อนจะกู่ร้องลั่นสั่นสะเทือนไปทั่วแม้กระทั่งพสุธา  สายฟ้าสีดำผ่าลงมาบนพื้นรอบบริเวณอย่างต่อเนื่องจนน่าหวาดกลัว

“ฮ่าๆๆๆ  ดี!! กู่ร้องเข้าสิ  กู่ร้องต่อไปจนกว่าศาสตราที่เหลือทั้งหมดจะมารวมตัวกัน  เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะได้สบายหูสักที”

โซโลมอนที่ยืนนิ่งอยู่กล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะเสียงดังก้องแข่งกับเสียงมังกรที่คำรามจนฟ้าสะเทือน


******************************************************************************************************

มาอัพแล้วครับ  ส่วนเรื่องอื่นที่ร้องขอก้ขอให้รออีกสักพักนะครับ  เพราะตอนนี้ผมมีงานส่งต้นฉบับก่อนสงกรานต์  เดี๋ยวว่างแล้วจะลงให้แน่ๆครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

25,182 ความคิดเห็น

  1. #24544 godzillalovely (@godzillalovely) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 00:09
    ขอบคุณครับ
    #24544
    0
  2. #24010 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 19:58
    โอยยย เดียวสโนวต้องมาแน่ๆ ตายแน่ๆคลาวด์
    #24010
    0
  3. #14853 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 / 17:36
    ถ้ามาครบทุกคน ลูกแก้วไม่โผล่ที่เดียวรวดเลยหรอ
    #14853
    0
  4. #14389 นางิฮิโกะ (@mial) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 13:09
    สัตว์ผู้พิทักของเมฆาน้อยยังออกมาไม่ได้ครับจนกว่าปลดเลเวลได้น่ะครับ
    #14389
    0
  5. #13330 ออมทรัพย์ (@swallofly) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2555 / 20:17
    ให้อีกคนของเมฆาน้อยออกมาเลย รับรองสู้กับมังกรดำได้สบาย
    #13330
    0
  6. #12542 teerapich (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2555 / 17:31
    เอ่อ ลืมเจ้าลิงที่ได้ไปเป็นสัตว์อสูรหรือป่าวอ่ะ ไม่เห็นเอาออกมาเลยนิ
    #12542
    0
  7. #12230 alangod (@alangod) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2555 / 09:30
    นี่หรือคือเหตุผลการกระทำของโซโลม่อน -*-
    #12230
    0
  8. #12215 ดงยุงชุม (@stonett) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2555 / 22:21
     
    #12215
    0
  9. #11764 Nova Harbinger (@agis) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 11 เมษายน 2555 / 23:04
    โซโลมอน.. กระซวกอกตัวเองเพื่อความสบายหู...
    #11764
    0
  10. #11763 ... (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 11 เมษายน 2555 / 20:52
    จากข้อความสุดท้าย เราจะเห็นได้ว่า

    โซโลม่อนก็หนวกหูไม่แพ้กันทีเดียว...
    #11763
    0
  11. #11757 mat mat (@mattayanee) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 20:29
    เป็นบ้างเนี่ย เมฆาน้อย...
    #11757
    0
  12. #11755 ZzClassiczZ (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 19:20
    สรุป พญามังกรนั่นมันเก่งกว่าโซโลมอนใช่ปะ ยังงงอยู่เลยวุ้ย
    #11755
    0
  13. #11753 ... (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 22:41
    อีกบุคลิกของเมฆาน้อยจะตื่นปล่าว
    #11753
    0
  14. #11748 Sine (@d-n-s-l) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 02:38
    นึกว่าจะใจดีที่แท้.....-*-
    #11748
    0
  15. #11742 อ่านไปเรื่อยๆ (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 22:18
    ไมเมฆาน้อยดูกากจัง -*-
    #11742
    0
  16. #11585 icon007 (@pisanua) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 18:04
    คุณ writer
    ตั้งแตเปลี่ยน font เป็นต้นมา เป็นปัญหาในการอ่านอย่างมาก ตัวอักษรเล็กนิดเดียว
    ขยายใหญ่ไม่ได้ (อ่านด้วย ipad) และติดกันเป็นพืด ย่อหน้าเสียหมด
    ไม่ทราบว่าเพื่อนๆท่านอื่นพบปัญหาเดียวกันหรือไม่ เป็นเรื่องนี้เรื่องเดียว
    #11585
    0
  17. #11549 Tamil shadow (@namewasan) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 12:31
     
    FIGHTING     FIGHTING   FIGHTING    FIGHTING     


    FIGHTING     FIGHTING    FIGHTING   FIGHTING   





    #11549
    0
  18. #11548 1 ทิวาราตรี (@violetgrey) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 02:31
     โซโลม่อน เหตุผลของการกระทำของเจ้านั้น ช่างดีเสียนี่กระไร

           
    #11548
    0
  19. #11546 นักอ่านพเนจร (@txioth) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 23:40
    เริ่มง่วงอีกแระ นอนวันละ3-4 ชม.มาทั้งอาทิตย์
    #11546
    0
  20. #11545 แฟนพันธ์อ่าน (@henrietta5) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 20:39
    ใครถือมารศาตรานี้ก็รำบากเนอะ แล้ว เทพศาตราจะเป็นด้วยไหมเนี่ย
    #11545
    0
  21. #11541 -OSH- (@martyni01) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 15:35
     เมฆาน้อยจะทำอย่างไรนิ มังกรมารเก่งเว่อร์มั๊กๆ

    สนุกมากครับ จะตั้งตารอตอนต่อไป ยังไงก็สู้ๆ ครับไรเตอร์
    #11541
    0
  22. #11540 ลมหายใจรัตติกาล (@shadow-mon) (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 15:32
     โซโลม่อน นายนี่มัน
    #11540
    0
  23. #11538 chopran (จากตอนที่ 194)
    วันที่ 7 เมษายน 2555 / 15:15
    ฮะฮะ เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า สมบัติผลัดกันชม สงสัยพระเอกไม่มีแววได้ใช้อาวุธมาร คงมีชะตาใช้ อาวุธเทพอาดูร แต่ที่แย่พระเอกคงทำสัญญารวมอาวุธสามชิ้นให้โครนอสไม่ได้ ดูวุ่นวายยังไงไม่รู้
    #11538
    0
  24. วันที่ 7 เมษายน 2555 / 14:41

    เมฆานอยดูกระจอกลงไปเลยถ้าเทียบกับพวกนี้แล้ว จากตอนแรกที่ดูเหมือนเก่ง

    #11537
    0
  25. วันที่ 8 เมษายน 2555 / 13:13
     เหตุผล ช่างจะ
    #11510
    0