LorD oF WeaPoN (ราชันศาสตรา)

ตอนที่ 187 : ภาค 2 มหาสงครามศาสตราครองพิภพ ตอนที่ 87 เบาะแสแสนล้ำค่าของบุคคลหายสาบสูญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    27 ก.พ. 55

เบาะแสแสนล้ำค่าของบุคคลหายสาบสูญ

ชื่อที่ชายหนุ่มนามอาเนลกล่าวออกมาทำให้ไอซ์และราฟิสที่ได้ยินต้องมีสีหน้างุนงง  จากนั้นจึงเป็นไอซ์ที่หันไปมองราฟิสบิดาของตนด้วยแววตาที่เหมือนจะสอบถามว่ารู้หรือไม่  แต่ราฟิสก็ส่ายหน้าเป็นพัลวันนั่นเพราะตัวเขาเองก็ไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเช่นกัน  หรือบางทีมันอาจจะเป็นเรื่องอะไรที่อาเคยาร์เจ้านายของเขาไม่เคยพูดถึง  เขาจึงไม่รู้เรื่องก็เป็นได้

ส่วนไอซ์ที่เห็นบิดาของตนไม่รู้เรื่องแบบนั้นก็หันไปพูดกับชายหนุ่มนามอาเนลว่า

“ขอโทษนะคะ  ดูเหมือนทางเราจะไม่รู้จักชื่อนี้มาก่อน  แต่นอกจากชื่อนี้  ยังมีอะไรที่ดูแปลกอีกบ้างมั้ยคะ  เพื่อเราจะทราบข้อมูลและอาจตอบคุณได้บ้าง”

เมื่อชายหนุ่มนามอาเนลได้ยินที่ไอซ์กล่าวออกมาแบบนั้นก็พยักหน้าเป็นเชิงรับทราบและกล่าวออกมาอีกว่า

“อ่อ  ไม่มีแล้วละครับ  แต่ความจริงผมก็ไม่ได้ติดใจเท่าไหร่  เพราะก็มีหลายครั้งเหมือนกันที่ชื่อบนพัสดุอาจจะเขียนผิด  หรือไม่ผมก็จำผิดไปเองก็ได้   ถ้าอย่างนั้นก็เชิญพวกคุณตามสบายเลยนะ  เดี๋ยวผมจะไปหาน้ำมาให้ดื่มตามมารยาทสักหน่อย  ส่วนพวกคุณจะเอาเครื่อง T.A.R.O.G.ไปยังไงก็แล้วแต่สะดวกเลยครับ”

กล่าวจบชายหนุ่มนามอาเนลก็หันหลังเดินออกไปจากห้องเก็บของด้วยความรวดเร็วและทิ้งให้สองพ่อลูกไอซ์กับราฟิสยืนมองเครื่อง T.A.R.O.G. อยู่ตามลำพัง  จากนั้นไอซ์ที่พอมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้วก็กล่าวถามราฟิสบิดาของตนด้วยสายตาเป็นประกาย

“แล้วเราจะทำยังไงต่อคะคุณพ่อ  จะขนเครื่องนี่ไปยังไงดี”

เมื่อได้ฟังที่ลูกสาวซึ่งยังไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการทำงานดีกล่าวถามแบบนั้น  ราฟิสก็ฉีกยิ้มขึ้นและกล่าวออกมาว่า

“คงต้องติดต่อให้คนของเรามานำไปศึกษาและวิเคราะห์ดูว่าเจ้าเครื่องนี่ใช้งานยังไงและเอาไว้ทำอะไร  แต่คงต้องทำอย่างระมัดระวังหน่อยหนึ่ง  ส่วนพวกเราคงต้องกลับไปรายงานให้บอสทราบก่อน  เพราะพวกเราก็ออกมาทำงานได้นานมากแล้ว  แถมเห็นว่าบอสรับคนเข้ามาเพิ่มคนหนึ่ง  รู้สึกว่าจะให้ไปทำงานกับนายน้อยคลาวด์หรือไงเนี่ยแหละ  ดังนั้นพ่อจึงอยากเห็นหน้าเอาไว้ก่อน”

พอไอซ์ได้ฟังที่ราฟิสบิดาของตนกล่าวบอกออกมาแบบนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความประหลาดใจและกล่าวถามออกมาทันทีว่า

“ใครกันคะ  แล้วยังให้ไปทำงานกับคลาวด์  จะไม่เป็นไรหรอค่ะ  ไว้ใจได้หรือเปล่า”

คำถามของไอซ์ทำให้ราฟิสผู้เป็นพ่อต้องส่ายหน้าหลายครั้งพร้อมกับกล่าวออกมาว่า

“พ่อเองก็ไม่รู้เหมือนกัน  เพราะบอสเป็นคนรับเข้ามาด้วยตนเองในระหว่างที่พ่อและลูกกำลังออกตามหาตัวเป้าหมายอยู่  พ่อถึงได้บอกไงว่าจะไปดูหน้าเอาไว้สักหน่อย  เพราะอาจจะต้องทำงานร่วมกันก็เป็นได้”

เมื่อไอซ์ได้ฟังแบบนั้นก็ยิ่งมีสีหน้าเป็นกังวลขึ้นไปอีกและกล่าวออกมาทันทีว่า

“ถ้าอย่างงั้นคุณพ่อก็รีบติดต่อให้คนของพวกเรามารับเอาเครื่อง T.A.R.O.G. ไปตรวจสอบเร็วๆเข้าเถอะคะ  เพราะหนูเองก็อยากจะเห็นหน้าคนที่จะไปทำงานกับคลาวด์เหมือนกัน  แถมลางสังหรณ์ของหนูยังบอกว่าคนๆนี้ไว้ใจไม่ได้อย่างไงก็ไม่รู้”

“ลูกคิดมากและกังวลไปเองหรือเปล่า  บอสรับมาเองนี่นา  ไม่น่าจะมีปัญหามั้ง”

ราฟิสกล่าวออกมาด้วยท่าทางดูไม่ค่อยทุกข์ร้อนหรือกังวลอะไรมากนัก  แต่ถึงแม้ไอซ์จะได้ยินแบบนั้นก็ยังไม่ได้คลายความกังวลลงไปแต่อย่างใด  และยังคงคิดด้วยท่าทางเป็นกังวลเช่นเดิม  ความรู้สึกของเธอบอกว่าจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่เป็นแน่

หลังจากนั้นราฟิสก็ติดต่อไปหาคนของตนและนักวิจัยที่ทำงานให้กับตระกูลคุชิโนดาร์เพื่อแจ้งเรื่องเกี่ยวกับเครื่อง T.A.R.O.G. ให้ทราบและนั่งรอเวลาให้คนของตนมาถึงโดยมีไอซ์ที่ยังคงรู้สึกกังวลไม่น้อยนั่งอยู่ใกล้ๆอย่างเงียบๆ  ซึ่งการรอคอยนั้นก็ใช้เวลาไปกว่าสามชั่วโมงเต็มกว่าที่คนของเขาจะมาถึงพร้อมกับบรรดานักวิจัยและรถสำหรับขนย้ายเครื่อง T.A.R.O.G.

การขนย้ายเครื่อง T.A.R.O.G. ต่อจากนั้นเป็นไปด้วยความราบรื่นสะดวกโยธิน ไม่มีใครมาคอยขัดขวาง  และหลังจากเสร็จสิ้นลงทางของราฟิสก็ได้ให้เช็คเงินสดเป็นสินน้ำใจกับชายหนุ่มนามอาเนลไปใบหนึ่ง  ก่อนจะจากไปด้วยความรวดเร็ว

ภารกิจในการตามหาตัวดร.โนอาร์แลนด์ จี เครเกอร์ในครั้งนี้ของราฟิสและไอซ์ถือได้ว่าไม่ประสบผลสำเร็จ  แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีสิ่งคืบหน้าและได้เรื่องอะไรกลับมาบ้าง  ดังนั้นหลังจากจัดการกับเครื่อง T.A.R.O.G. ที่ขนย้ายมาเรียบร้อยแล้ว  ทางราฟิสและไอซ์ก็ได้ออกเดินทางขึ้นเครื่องบินไปยังประเทศฝรั่งเศสซึ่งในปัจจุบันเป็นสถานที่ที่ครอบครัวคุชิโนดาร์ย้ายมาอยู่เป็นการชั่วคราว

 บ้านพักในประเทศฝรั่งเศสของตระกูลคุชิโนดาร์มีพื้นที่เพียงหนึ่งในสามของบ้านจริงๆในกรุงเจโรมเท่านั้น   จุดประสงค์หลักคือสร้างเอาไว้เพื่อการพักผ่อนระหว่างมาทำธุระกิจโดยเฉพาะ  แต่ทว่าเวลานี้สภาพบ้านทรงยุโรปที่เป็นบ้านของตระกูลคุชิโนดาร์กับเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากมาย  ทั้งบรรดาลูกน้องของอาเคยาร์ที่เห็นยืนคุ้มกันอยู่รอบบ้านและจุดต่างๆอย่างเนื่องแน่น  ทั้งบรรดาแม่บ้านพ่อบ้านที่เดินกันอย่างขวักไขว่  และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือตัวของเจ้าของบ้านเองที่ตอนนี้กำลังนั่งนิ่งอยู่ในห้องรับแขกภายในบ้านอย่างเงียบงัน  ซึ่งห่างออกไปเพียงเล็กน้อยจะเห็นฟ้าครามผู้เป็นลูกสาวกำลังเปิดทีวีดูอยู่ด้วยท่าทางเงียบเหงา  ส่วนภรรยาของอาเคยาร์นั้นไม่ได้อยู่ด้วยเพราะต้องไปคุยเรื่องงานต่างๆอยู่อีกประเทศหนึ่ง

ท่ามกลางความสงบเงียบของห้องรับแขกที่มีเพียงร่างของอาเคยาร์และฟ้าครามและเสียงเบาๆจากทีวีแล้วก็ปราศจากสิ่งใดอีก  ซึ่งภายใต้ความเงียบงันและบรรยากาศที่ดูอึมครึมนั้นก็ได้มีร่างของราฟิสและไอซ์เดินเข้าไปด้านในอย่างสังเกตเห็นได้ชัดแต่ไกล  และเมื่ออาเคยาร์เห็นว่าราฟิสที่เป็นมือขวาของตนกลับมาแล้วก็มีนัยน์ตากระจ่างวูบเหมือนกับกำลังเฝ้ารอเวลาที่อีกฝ่ายจะกลับมาอย่างไรอย่างนั้น

“ผมกลับมาแล้วครับบอส”

ราฟิสที่เพิ่งมาถึงภายในห้องรับแขกได้หมาดๆเปิดปากทักทายอาเคยาร์ผู้เป็นเจ้านายทันที  ส่วนไอซ์ที่เดินตามราฟิสมาทางด้านหลังก็กวาดสายตาไปทั่วๆเหมือนกับว่าจะต้องการมองหาอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พบ  ซึ่งในขณะที่ไอซ์กำลังกวาดสายตามองอยู่นั้นเอง  ฟ้าครามที่นั่งดูทีวีอย่างเงียบเหงามานานก็วิ่งเข้ามาที่ด้านหน้าและกล่าวถามขึ้นมาทันที

“พี่ไอซ์มาที่นี่  แล้วพี่คลาวด์มาด้วยหรือเปล่าคะ”

พอมาถึงปุ๊บก็เจอน้องสาวตัวดีของคลาวด์ถามถึงพี่ชายของตนทันที  ดังนั้นไอซ์ที่ถูกถามแบบนั้นจึงฉีกยิ้มขึ้นและกล่าวออกมาว่า

“คลาวด์ไม่ได้มาด้วยหรอกน้องฟ้า  ตอนนี้เขายังอยู่ที่บ้านที่เจโรมอยู่เลย”

เมื่อได้ยินแบบนั้นฟ้าครามก็มีสีหน้าห่อเหี่ยวเพราะผิดหวังและเดินกลับไปนั่งดูทีวีตามเดิมทันที  ส่วนไอซ์ก็ได้เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ที่ด้านหลังราฟิสผู้เป็นพ่อของตนอย่างเงียบๆ  และดูเหมือนตอนนี้ทั้งพ่อของเธอและพ่อของคลาวด์กำลังพูดคุยกันด้วยท่าทางเครียดๆ

“เป็นไงบ้างราฟิส  ได้เรื่องอะไรบ้างไหม  พบตัวดร.โนอาร์แลนด์ จี เครเกอร์หรือเปล่า”

อาเคยาร์ที่เฝ้ารอการกลับมาของราฟิสมานานนับอาทิตย์เอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าแสดงถึงความอยากรู้และเปี่ยมไปด้วยความหวัง  ในใจของเขาคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะต้องช่วยคลาวด์เอาไว้ให้ได้  เขาจะไม่ยอมให้สายเลือดคุชิโนดาร์ต้องหยุดลงในยุคของเขาแน่ๆ  และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือการเยียวยารักษาหัวใจของตัวเองที่ตอนนี้รู้สึกผิดกับเรื่องในอดีตมากจนแทบจะแตกสลาย  ตัวเขาเฝ้าคิดว่าถ้าในอดีตเขาไม่ทำเรื่องโง่ๆแบบนั้นลงไป สิ่งเลวร้ายทั้งหลายแหล่ก็คงจะไม่เกิดขึ้น  บางทีคลาวด์ลูกชายของตนอาจจะไม่ต้องมีชะตากรรมที่ต้องสิ้นสูญไปแบบนี้ก็เป็นได้

ซึ่งเมื่อราฟิสได้ยินอาเคยาร์เอ่ยถามออกมาด้วยท่าทางมีความหวังแบบนั้นก็รู้สึกว่าไม่อยากบอกความจริงออกไปเพื่อทำลายความหวังของผู้เป็นนายของตนเลย  แต่ด้วยความที่มันเป็นหน้าที่จึงต้องกล่าวบอกทุกอย่างออกไปตามความเป็นจริง  โดยที่เขาก็เริ่มเล่าตั้งแต่เรื่องของการสืบหาที่อยู่ของครอบครัวดร.โนอาร์แลนด์ จี เครเกอร์จนเสียเวลาไปนาน  จนถึงเรื่องการพบเจอกับลูกชายของเป้าหมายที่ชื่ออาเนลรวมไปถึงเรื่องของเครื่อง T.A.R.O.G. ที่ตอนนี้ถูกขนย้ายไปให้พวกนักวิจัยทางด้านเทคโนโลยีทำการตรวจสอบอยู่  แน่นอนว่าเมื่ออาเคยาร์ได้ฟังเรื่องทั้งหมดก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่สามารถหาตัวดร.โนอาร์แลนด์ จี เครเกอร์ที่ตนต้องการเจอตัวได้พบ  แต่อย่างน้อยก็ยังได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง  และความหวังทั้งหมดก็อยู่ที่การตรวจสอบเครื่อง T.A.R.O.G. ดังนั้นอาเคยาร์จึงรู้สึกเบาใจจากความกังวลและความผิดลงไปได้เล็กน้อย

“นอกจากเรื่องพวกนี้แล้วยังพอมีเบาะแสอะไรอีกบ้างไหม”

อาเคยาร์ที่ได้ฟังราฟิสกล่าวรายงานจบจึงเริ่มเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งทันที  ซึ่งราฟิสที่ได้ยินแบบนั้นก็มีสีหน้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง  จากนั้นจึงได้กล่าวออกมาอีกว่า

“ความจริงก็พอมีเรื่องที่น่าสนใจบางอย่างอยู่ครับบอส  แต่มันขึ้นอยู่กับคำตอบของบอสเองด้วยครับ  ว่าสิ่งที่ผมพูดออกมาจะพอเป็นเบาะแสได้หรือเปล่า”

คำพูดของราฟิสทำให้อาเคยาร์ที่ได้ยินแบบนั้นต้องหรี่ตาลงมองเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ  นั่นเพราะตัวเขายังไม่เข้าใจว่าคำตอบของตนเองจะไปเป็นเบาะแสได้ยังไง  ดังนั้นจึงได้ถามราฟิสกลับไปในทันทีว่า

“มีเรื่องอะไรน่าสนใจงั้นเหรอ   เล่ามาให้ฟังก่อนสิ”

เมื่อราฟิสได้ยินอาเคยาร์ผู้เป็นเจ้านายเอ่ยถามแบบนั้นก็ได้เปิดปากเล่าเรื่องออกมาทันทีว่า

“พอดีว่าลูกชายของเป้าหมายหรือก็คือชายหนุ่มที่ชื่ออาเนล เครเกอร์เคยบอกกับผมและลูกว่ามีพัสดุที่แปลกประหลาดส่งมาถึงเขา  มันเป็นพัสดุที่ไม่มีชื่อที่อยู่ของผู้ส่ง  บนชื่อผู้รับของกล่องพัสดุดังกล่าวเป็นชื่อของเขา  แต่พอแกะกล่องออกก็พบว่าภายในซ่อนพัสดุอีกกล่องหนึ่งเอาไว้  ซึ่งกล่องพัสดุนั้นจ่าหน้าผู้รับเป็นคนในตระกุลคุชิโนดาร์  เพียงแต่ว่าชื่อที่เขาบอกมานั้นเป็นชื่อที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน”

พออาเคยาร์ได้ยินสิ่งที่ราฟิสเล่าออกมาถึงตอนนี้ก็ขมวดคิ้วสองข้างเข้าหากันด้วยความประหลาดใจเป็นเท่าทวีและกล่าวออกมาว่า

“มีเรื่องที่แปลกแบบนี้ด้วย  ว่าแต่ชื่อของคนในตระกุลคุชิโนดาร์ที่เขียนอยู่บนกล่องล่ะ  ชื่ออะไรงั้นเหรอ  ทำไมขนาดนายที่ทำงานกับฉันมานานมากที่สุดถึงไม่รู้จัก”

คำถามของอาเคยาร์ทำให้ราฟิสต้องตัดสินใจอยู่นานว่าจะบอกออกไปดีหรือไม่ดี  เพราะบางทีมันอาจจะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดไปเองของชายหนุ่มที่ชื่ออาเนลก็เป็นได้  แต่สุดท้ายเพื่อความรอบคอบจึงทำให้ราฟิสต้องบอกออกไปตามที่ตนได้ยินมา  เพราะบางทีมันอาจจะเป็นเบาะแสสำคัญเลยก็เป็นได้

“ชื่อที่เขียนไว้ในช่องผู้รับคือ ชูเออเรียร์….ชูเออเรียร์  คุชิโนดาร์”

ทันทีที่อาเคยาร์ได้ยินสิ่งที่ราฟิสบอกออกมาจบก็ทำให้เขาที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาต้องเบิกตาออกกว้างด้วยท่าทางตื่นตระหนก  จากนั้นอาเคยาร์ก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นรัวที่แสดงถึงความดีใจในอะไรบางอย่าง

“ว่าไงนะราฟิส  ชื่ออะไรพูดอีกครั้งสิ”

คำถามที่ดูสั่นรัวคล้ายคนที่กำลังดีใจและตื่นตระหนกของอาเคยาร์ทำให้ราฟิสที่ได้ยินและได้เห็นต้องชะงักค้างไปครู่หนึ่ง  จากนั้นเขาจึงตั้งสติและกล่าวย้ำออกมาอีกครั้ง

“ชูเออเรียร์ครับ  ชูเออเรียร์  คุชิโนดาร์”

เมื่ออาเคยาร์ได้ฟังคำตอบที่ย้ำเป็นคำรบสองของราฟิสอย่างชัดเจนด้วยสองหูของตนเองก็ถึงกับนั่งหลับตาลงนิ่งด้วยรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสร้างความประหลาดใจให้กับราฟิสและไอซ์ที่กำลังยืนมองดูอยู่เป็นอย่างมาก  จากนั้นอาเคยาร์ก็ได้ลืมตาขึ้นพร้อมกับฉีกยิ้มเล็กน้อยและกล่าวออกมาว่า

“กล่องนั่นอยู่ที่ไหนแล้ว”

คำถามของอาเคยาร์ทำให้ราฟิสถึงกับสะดุ้ง  จากนั้นราฟิสจึงรีบตอบออกไปในทันที

“กล่องนั่นถูกชายหนุ่มนามอาเนลส่งไปตามที่อยู่ผู้รับบนกล่องพัสดุถึงคนชื่อ ชูเออเรียร์ คุชิโนดาร์เรียบร้อยแล้วครับ  ซึ่งมันเกิดขึ้นก่อนที่ผมจะไปถึงบ้านของเขา”

เมื่ออาเคยาร์ได้ยินที่ราฟิสกล่าวบอกออกมาแบบนั้นก็หรี่ตาลงเล็กน้อยและกล่าวออกมาด้วยเสียงเรียบว่า

“ไปเก็บกล่องพัสดุนั่นมาก่อนที่จะไปถึงบ้านคุชิโนดาร์ในเจโรม  ในนั้นต้องมีบางอย่างที่สำคัญมากอยู่แน่ๆ”

คำสั่งของอาเคยาร์ที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและมั่นใจในเรื่องอะไรบางอย่างทำให้ราฟิสและไอซ์ที่ได้ฟังต้องขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความสังสัยเป็นอย่างมาก  จากนั้นราฟิสก็ต้องเอ่ยถามออกมาด้วยความไม่เข้าใจ

“เรื่องเก็บกล่องพัสดุไม่มีปัญหาหรอกครับ  เพราะไอซ์ลูกสาวผมกำลังจะกลับไปที่เจโรม  ให้เธอไปคอยเก็บกลับมาก็เป็นอันใช้ได้  แต่ที่ผมไม่เข้าใจเลยก็คือเรื่องที่ทำไมบอสถึงได้ดูมั่นใจนักว่ากล่องพัสดุดังกล่าวต้องมีของสำคัญอยู่  หรือมันจะเกี่ยวกับชื่อชูเออเรียร์ที่ผมพูดออกไป  เขาเป็นใครหรอครับ”

ไม่เพียงแค่ราฟิส  แม้แต่ไอซ์ที่ยืนฟังอยู่อย่างเงียบๆก็มีท่าทางอยากรู้เช่นกัน  ทว่าอาเคยาร์ที่ได้ยินแบบนั้นกลับไม่ยอมบอก  แต่ดันพูดเรื่องอื่นออกมาแทน  และมันเป็นเรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่า

“เรื่องชูเออเรียร์คือใครไม่สำคัญ  ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือในโลกนี้มีคนที่รู้จักชื่อชูเออเรียร์ คุชิโนดาร์อยู่เพียงสามคนเท่านั้น  คนแรกคือฉัน  คนที่สองคือพ่อของฉันที่เป็นบอสรุ่นก่อนและเสียชีวิตไปแล้ว  ส่วนคนสุดท้ายก็คือดร.โนอาร์แลนด์ จี เครเกอร์  ทีนี้เข้าใจหรือยังว่ามันหมายความว่ายังไง”

สิ่งที่อาเคยาร์ได้พูดบอกออกมาทำให้ราฟิสและไอซ์ที่ได้ฟังอยู่ต้องเบิกตาออกกว้างด้วยนัยน์ตาที่กระจ่างวูบเหมือนกับนึกอะไรขึ้นมาได้ในทันทีที่ได้ฟังจบ  แน่นอนว่าไอซ์มีสีหน้าดีขึ้นกว่าแต่ก่อนราวกับเป็นคนละคน  ส่วนราฟิสที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมาก

“บอสอย่าบอกนะครับว่าคนที่ส่งกล่องพัสดุนั่นมาจะเป็นเป้าหมายในการค้นหาของผม  ทำไมเขาต้องทำอะไรที่มันดูซับซ้อนชวนสงสัยแบบนี้ด้วยละครับ  และถ้ามันเป็นแบบที่บอสคิดจริงก็แสดงว่าเขายังไม่ได้ตายหรือว่าหายสาบสูญงั้นเหรอ”

คำพูดของราฟิสทำให้อาเคยาร์ต้องฉีกยิ้มขึ้นด้วยความรู้สึกพึงพอใจ  จากนั้นจึงได้กล่าวออกมาอีกว่า

“เรื่องนี้ไม่ผิดหรอก  เพราะฉันคงไม่เล่นตลกอะไรแบบนั้นให้เสียเวลา  ดังนั้นจึงเหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะทำอะไรแบบนี้ได้  และโดยส่วนตัวแล้วเขาเป็นคนที่ชอบเล่นสนุกเอามากๆ  จึงไม่แปลกอะไรที่จะเกิดเรื่องแบบนี้”

อาเคยาร์กล่าวถึงตรงนี้ก็หยุดชะงักลงพร้อมกับนั่งครุ่นคิดด้วยท่าทางจริงจังเหมือนกับจะหาคำตอบให้กับตัวเองจากนั้นจึงกล่าวออกมาอีกครั้งว่า

“แต่นี่มันน่าเหลือเชื่อมากเลยนะ  ทำไมคนที่หายสาบสูญไปแล้วแบบเขาถึงเลือกเล่นอะไรแบบนี้  แถมยังเป็นในเวลาเดียวกันกับที่คลาวด์ใกล้จะจิตใจล้มสลายพอดีเลยด้วย  มันประจวบเหมาะมากเกินไปหรือเปล่า  กล่องพัสดุนั่นมันก็จงใจทิ้งเบาะแสให้พวกเราชัดๆ  มันเหมือนกับว่าเขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคลาวด์และเฝ้ามองดูพวกเราอยู่ตลอดเวลาเลยนะ”

“ไม่มีทางหรอกครับบอส  บางทีมันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ได้  แต่ถ้ามีคนที่ทำแบบนั้นได้จริงๆก็น่ากลัวไม่น้อย  ผมจะรีบสืบดูก็แล้วกัน”

ราฟิสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  จากนั้นอาเคยาร์ก็หันไปทางไอซ์และกล่าวออกมาว่า

“หนูไอซ์จะกลับไปที่เจโรมใช่มั้ย  ถ้ายังไงอาก็ฝากให้หนูช่วยดูแลคลาวด์ด้วยนะ  แต่หนูต้องระวังอารมณ์ขึ้นๆลงๆของคลาวด์สักหน่อยนึง  อะไรยอมได้ก็ยอมไป  แต่หนูอย่าได้เป็นกังวล  เพราะคราวนี้อาหาคนที่จะช่วยหยุดคลาวด์ในยามที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ไว้รับมือแล้ว  และเขาจะกลับไปเจโรมพร้อมหนูด้วย  หน้าที่ของเขาคือการอยู่ข้างกายคลาวด์ตลอดเวลา นี่เป็นงานที่สำคัญมาก  แต่ก็ใช้ว่าคนที่อารับมาจะไม่มีอันตราย  ดังนั้นฝากหนูไอซ์คอยดูและควบคุมพฤติกรรมไว้ด้วย”

เมื่อไอซ์ได้ฟังที่อาเคยาร์บอกออกมาแบบนี้ก็ตอบกลับออกไปด้วยความรวดเร็วทันที

“ค่ะ!! หนูจะทำให้ดีที่สุด”

ซึ่งเมื่อไอซ์กล่าวจบลงไปเรียบร้อยแล้ว  ราฟิสที่ยืนฟังอยู่ก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งว่า

“บอสครับ  ว่าแต่คนที่บอสรับมาใหม่และกล่าวถึงนี่เป็นใครหรอครับ”

คำถามของราฟิสทำให้อาเคยาร์ต้องฉีกยิ้มขึ้นอีกครั้งและกล่าวออกมาทันทีว่า

“เป็นชายหนุ่มฝีมือดีมาก  เดี๋ยวจะเรียกให้มาเจอหน้าและรู้จักกันเอาไว้”

กล่าวจบอาเคยาร์ก็ตะโกนสั่งให้ลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านนอกห้องรับแขกให้ไปตามชายหนุ่มคนหนึ่งมาพบเขา  และจากนั้นไม่นานชายหนุ่มวัย 18 ปีเศษที่มีหน้าตาหล่อเหลา  ผิวขาวราวกับหยกผ่านการเจียระไน  มีผมสีดำขลับถักเป็นเปียสามเส้นรับกับใบหน้า  และมีร่างกายผอมบางแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังในชุดสูทสีดำสนิทก็ปรากฏตัวขึ้น  ที่ข้างเอวของเขาแขวนดาบคาตานะไว้เล่มหนึ่ง  ซึ่งมันไม่ใช่ของเล่น  แต่มันคือของจริงที่สามารถใช้ฆ่าคนได้  แต่ทำไมคนที่อาเคยาร์รับมาทำงานถึงไม่พกปืนเหมือนลูกน้องคนอื่นๆล่ะ  เรื่องนี้สร้างความแปลกใจให้กับราฟิสและไอซ์เป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะไอซ์ที่รู้สึกคุ้นหน้าชายหนุ่มคนดังกล่าวแบบประหลาด  แต่ไม่อาจนึกออก

“ขออนุญาตแนะนำตัว  ผม ยูริ  ปิโอเลโน  ยินดีที่ได้รู้จัก”


******************************************************************************************************

ตอนนึงช่างแสนสั้น  แต่ไรเตอร์กลับใช้วลาพิมพ์อันแสนยาวนาน  ทำไมมันขัดแย้งกันแบบนี้ฟะ 
ทีแรกกะว่าจะทำสถิติอัพสามเรื่องวันเดียวกันเป็นปฐมฤกษ์  แต่ยะโอดูท่าจะไม่ทันคงหลับซะก่อน
เฮ้อ!! เหนื่อยจริง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

25,174 ความคิดเห็น

  1. #25106 kaew0123456789 (@kaew0123456789) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 17:48
    เราว่าไม่มีนางเอกนิยายก็สนุกได้ปกติก็ไม่ค่อยมีบทอยู่แล้วออกมาทีก็ไม่ได้น่าชื่นชมเท่าไรเอาออกเถอะ
    #25106
    0
  2. #24537 godzillalovely (@godzillalovely) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 17:12
    ขอบคุณครับ
    #24537
    0
  3. #24003 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 19:18
    มันจะมาปลุกดาร์กไลท์ให้คลาวด์แย่มากกว่านะบอส - -
    #24003
    0
  4. #23577 tvxqluv20 (@sumittra_nuy) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 20:15
    นี่มันตัวร้ายอันดับหนึ่ง คลาวด์แย่แน่ๆ
    นึกให้ออกสิโปรยหิมะ รีบนึกให้ออกว่าหมอนี่คือริวมะ นักดาบอันดับหนึ่ง
    #23577
    0
  5. #23261 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:02
    ยูริ แค่อยากประลองกับดาร์ค
    หรือต้องการฆ่า
    #23261
    0
  6. #14846 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 / 16:41
    มาแบบหวังร้ายซินะ
    #14846
    0
  7. #13765 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 09:59
    เนื้อหาเข้ทข้นแล้วก็เครียดมากขึ้นทุกทีๆ


    เอาใจช่วยคลาวด์นะ
    #13765
    0
  8. #12224 เซียนเกมส์รัก (@istee123) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 11:04
    มืตร หรือศตรู
    #12224
    0
  9. #12011 MeeZy (@sirisak3) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 16:55
    ขอบคุณครับ
    #12011
    0
  10. #11625 alangod (@alangod) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 14:02
    ชูออเรียร์คือใครอยากรู้จริงๆ
    #11625
    0
  11. วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 16:23
    ปริศนา ใกล้กระจ่างแล้ว
    #11485
    0
  12. #11371 North (@grayhound) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 8 มีนาคม 2555 / 14:44
    มาถึงตรงนี้เนื่อเริ่มเข้มข้นขึ้น และรู้สึกว่าเริ่มเครียดมากขึ้น
    #11371
    0
  13. #11362 ayaya (@harofan) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 17:31
     ผมเห็นด้วยนะไรท์เตอร์รู้สุกว่าการรอมันนานแต่การอ่านแป๊บเดียวเอง
    #11362
    0
  14. #11302 WildFang (@korn704) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:53
     เด็กคนนี้ คิดจะมาดวลดาบกับคลาวด์ (ดาร์กโหมด) นี่เอง

    เขาเคยขอดวลดาบกับเมฆาน้อยในโลกราชันศาสตรามาแล้วครั้งหนึ่ง

    ซึ่งเขาไม่ใช่คนเลวร้าย แต่อาจจะบังคับให้คลาวด์ต่อสู้ในสภาพที่ไม่พร้อมที่สุด นี่อาจเป็นสิ่งที่อาเคย่ากำลังกลัวอยู่
    #11302
    0
  15. #11298 Sai (@d-n-s-l) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 01:08
     มาช่วย หรือมาซ้ำกันล่ะนั้น
    #11298
    0
  16. #11296 {[Mascara]} (@suphakrit13) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:37
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกก
    #11296
    0
  17. #11295 {[Mascara]} (@suphakrit13) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:36
    สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกก
    #11295
    0
  18. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 13:34
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดด โคตรื้นเต้น อยากจะบ้าตาย อัพไวๆนะ ค่ะ ค้างมาก><
    #11294
    0
  19. #11293 PrcblemChllcl(有希) (@youyoupopc) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:41
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก ยูริ อ่ะ นักดาบนั้น!!!!
    #11293
    0
  20. #11289 นักอ่านพเนจร (@txioth) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:24
    ขอยะโอด้วย เหอๆ เอาทุกเรื่องเลยโลภ เหอๆ
    #11289
    0
  21. #11288 LightAndDarKness (@pondog1234) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:31
     ชูเออเรียร์ นี่มันชื่อเก่าของคลาวรึป่าว ก่อนจะแยกเป็น3คนอ่ะ
    #11288
    0
  22. #11287 nuttawut2555 (@nuttawut2555) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:26
    ตัวร้ายออกมาแล้วววว!!!!!! (เหอะๆ...)
    #11287
    0
  23. #11286 [~ZanLighT~]! (@kitijung) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:26
    เเหอะๆ ริวมะมาตามทืบพระเอกถึงที่เลยนะ
    อยากเห็นตอนบักแสงดับ ทืบริวมะจริง
    #11286
    0
  24. #11285 MaLaiPoR (@potcharapols) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:11
    ริวมะ นักดาบอันดับ1แน่นอน
    #11285
    0
  25. #11284 ✱Θάνατος (@francois) (จากตอนที่ 187)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:01
    ขอบคุณครับ ช่างซับซ้อนมากเลย และค้างมากมายด้วยนะครับ
    #11284
    0