LorD oF WeaPoN (ราชันศาสตรา)

ตอนที่ 182 : ภาค 2 มหาสงครามศาสตราครองพิภพ ตอนที่ 82 มารศาสตราราชันที่เก้า เทวทูตสลักวิญญาณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    19 ก.พ. 55

มารศาสตราราชันที่เก้า เทวทูตสลักวิญญาณ

“ใช่!! ใช่แล้ว  เจ้าตัวนี้แหละที่เคยออกมาอาละวาดอยู่นอกวังมัจฉา”

โครนอสที่กำลังใช้กล้องส่องทางไกลเพื่อมองดูเมฆาน้อยที่เข้าไปยังวังมัจฉาได้แล้ว  และเห็นว่ามีมังกรน้ำตัวขนาดใหญ่ยักษ์ที่ตนเคยเห็นมาก่อนปรากฏตัวขึ้นก็กล่าวออกมาอย่างเสียงดัง  ส่วนเฟรย์  บอบอน และเฟกอลก็กำลังใช้กล้องส่องทางไกลเพื่อมองดูอยู่เช่นกัน  แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา

ส่วนทางด้านของเมฆาน้อยที่ยืนเผชิญหน้ากับมังกรน้ำขนาดใหญ่ยักษ์อยู่นั้นก็ได้ขยับเคลื่อนร่างด้วยทักษะย่นระยะด้วยความเร็วสูงสุดขึ้นไปยืนอยู่บนยอดของวังมัจฉาที่เป็นส่วนที่สูงที่สุดและปล่อยจิตสังหารออกมาคุกคามมังกรน้ำที่กำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาดุจอสูรร้าย  มองดูไปแล้วไม่รู้ใครกันแน่ที่ควรคู่กับคำว่าอสูรที่แท้จริง

“ตัวใหญ่ดีจังเลยนะ  แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีเนี่ย  ไม่มีคนคอยช่วยถ่วงเวลาให้หาโอกาสใช้ทักษะผนึกซะด้วยสิ”

เมฆาน้อยกล่าวออกมาและจ้องมองไปที่มังกรยักษ์เบื้องหน้าด้วยสายตาพิจารนา  จากนั้นเขาก็ดึงดาบประกายแสงที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกจากฝักดาบอย่างช้าๆ  และสะบัดควงไปมาอยู่ครู่หนึ่งก็ถือมันไว้ขนานกับลำตัว

กรร!!

มังกรน้ำเบื้องหน้าคำรามออกมาดังลั่นเพื่อข่มขู่เมฆาน้อย  ละอองน้ำที่พ่นออกมาพร้อมกับเสียงคำรามทำให้เมฆาน้อยต้องรู้สึกเย็นวาบ  และยามที่มันขยับกายก็จะทำให้มีหยดน้ำจำนวนมากมายพร่างพรหมลงมาราวกับหยาดฟัน  ประกายตาที่ดูดุร้ายคล้ายมังกรคลั่งและแดงฉานดุจอสูรมองมาที่เมฆาน้อยเขม็ง  จากนั้นมังกรน้ำก็อ้าปากกว้างจนเผยให้เห็นเขี้ยวสีใสอันคมกริบดุจแก้วผลึกและพุ่งเข้ามาเพื่อจะจับเมฆาน้อยที่ยืดอยู่บนยอดของวังมัจฉาด้วยความเร็วสูง

วูม!!

เสียงพุ่งแหวกอากาศนั้นดังลั่นเกิดเป็นคลื่นอากาศกดดันเข้าหาเมหาน้อยพร้อมกับหยดน้ำมากมายที่สาดกระจายเป็นละอองไปในอากาศ  ถึงแม้จะดูสวยงามในสายตา  ทว่ามันกลับอันตรายถึงขนาดสามารถส่งผู้เล่นหลายคนไปเกิดใหม่ได้อย่างสบาย

ย่นระยะ!!

ทักษะของเมฆาน้อยถูกใช้ออกในชั่วเสี้ยววินาที  ตัวเขาดีดออกจากยอดของวังมัจฉาและลอยตัวค้างอยู่ในอากาศด้วยพลังจิต  และใช้ย่นระยะจากกลางอากาศอีกสองครั้งก็มาลอยคว้างอยู่เหนือศีรษะของมังกรน้ำพร้อมกับดาบประกายแสงที่ชี้ขึ้นไปบนฟ้าและปรากฏคลื่นแสงสีดำมากมายไหลมารวมตัวกันอยู่ในจุดเดียวจนท้องฟ้าที่สดใสถึงกับมืดมิดลง

ครืน!!

มังกรน้ำร่างยักษ์พุ่งเข้างับยอดของวังมัจฉาด้วยเขี้ยวผนึกจนเกิดเสียงพังทลายๆและเสียงชนดังอื้ออึง  จากนั้นร่างทั้งร่างที่ยาวคล้ายกับงูยักษ์ชองมันก็ม้วนสะบัดพร้อมกับปากที่อ้าเปลี่ยนทิศทางเข้าหาเมฆาน้อยด้วยความรวดเร็ว  ซึ่งในตอนนั้นเมฆาน้อยก็ฟาดดาบประกายแสงที่รวมพลังแสงสีดำจนเสร็จสิ้นแล้วในมือเข้าใส่มังกรน้ำที่กำลังอ้าปากพุ่งเข้าหาตนในทันที

พายุคลื่นทมิฬทลายฟ้า!!

เมื่อทักษะโจมตีอันทรงพลังถูกใช้ออกก็เกิดคลื่นสีดำที่บิดเป็นเกลียวพุ่งออกมาจากดาบประกายแสงที่ฟาดฟันออกไปและทะลวงเข้าไปในปากของมังกรน้ำและบิดม้วนโจมตีไปจนสุดปลายหางของมังกรน้ำร่างยักษ์  ม้วนน้ำหนักหลายตันที่มารวมกันจนเกิดเป็นร่างของมังกรน้ำระเบิดกระจายออกเป็นละอองฝนตกลงบนวังมัจฉาและโดยรอบและหวนกลับคืนสู่ทะเลสาบเบื้องล่าง

มารศาสตราราชันที่มีรูปร่างเป็นเคียวยักษ์สีฟ้าครามที่ไร้ร่างมังกรน้ำคอยคุ้มกันสะบัดหมุนควงไปมาอยู่กลางอากาศราวกับกงจักรที่ไร้การควบคุม  เมื่อเมฆาน้อยเห็นแบบนั้นก็ใช้ย่นระยะจากกลางอากาศเพื่อพุ่งเข้าไปหามารศาสตราราชันชิ้นดังกล่าว มือซ้ายของเขาคว้าออกไปเบื้องหน้าเพื่อที่จะรับมารศาสตราราชันชิ้นดังกล่าเอาไว้  ทว่าทุกอย่างมันมิได้จบลงโดยง่ายดาย

ซูม!!

ชั่วพริบตาที่เมฆาน้อยจะคว้าจับมารศาสตราราชันชิ้นดังกล่าวนั้นก็พลันมีสายน้ำนับร้อยเส้นบิดเป็นเกลียวพุ่งขึ้นมาจากทะเลสาบราวกับพายุและเข้าห้อมล้อมมารศาสตราราชันชิ้นดังกล่าวไว้ทุกทิศทาง  จากนั้นเมฆาน้อยก็รู้สึกเหมือนถูกอะไรบางอย่างฟาดเข้าใส่ที่เอวและมันก็แทรกเข้าไปภายในร่างกายของเขาพร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบและสายเลือดสีแดงฉานที่สาดกระจาย

“อะไร!!

เมฆาน้อยที่ถูกจู่โจมใส่โดยไม่รู้สึกตัวสักนิดกวาดตามองสิ่งที่เสียบอยู่ที่เอวของเขาด้วยสายตาเบิกกว้าง  แขนซ้ายของเขาที่ว่างอยู่คว้าไปที่วัตถุมีคมนั้นและกดเอาไว้แน่น  จากนั้นเขาก็เห็นว่าวัตถุมีคมนั้นก็คือคมของเคียวสีฟ้าครามที่เป็นมารศาสตราราชัน  แต่ว่าทำไมมันถึงสามารถโจมตีเขาได้ด้วยตัวเอง  เรื่องนี้สร้างความแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งความสงสัยของเมฆาน้อยก็หมดลงไปในทันทีเมื่อได้มองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนตัวอยู่ภายได้มวลน้ำมหาศาลที่กำลังหมุนวนอยู่ที่เบื้องหน้าและสาดกระจายออกราวกับหยาดฝน

พรึ่บ!!

ภายใต้มวลน้ำที่หมุนวนอยู่กลางอากาศนั้นมีผ้าคลุมสีฟ้าครามกำลังโบกสะบัดไปมากับสายลมเย็นที่พัดผ่าน  ผู้ที่ซุกซ่อนตัวอยู่ภายใต้ผ้าคุลมสีฟ้าครามนั้นไม่ใช่มนุษย์  แต่มีลักษณะเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์  เป็นเพียงมวลน้ำก้อนหนึ่งที่ก่อรูปร่างเป็นคนมันโปร่งใสดุจแก้วและถูกคลุมทับด้วยผ้าคลุมทั้งตัวจนเผยให้เห็นเพียงแววตาสีแดงฉานที่เรืองแสงออกมาเป็นประกาย  และในสิ่งที่อาจจะเรียกได้ว่ามือของมวลน้ำรูปมนุษย์ภายใต้ผ้าคลุมนั้นก็คือมารศาสตราราชันที่เป็นเคียวยักษ์สีฟ้าคราม  ที่ตอนนี้กำลังทิ่มแทงที่เอวของเมฆาน้อยเรียกเลือดให้สาดกระจายเป็นละอองราวกับฝนโลหิต

“มีอะไรแปลกๆโผล่ออกมาอีกแล้ว”

เมฆาน้อยที่เห็นแบบนั้นก็กัดฟันทนกล้ำกลืนความเจ็บปวดเอาไว้และกล่าวออกมาเสียงดังลั่น  แววตาของเขาจ้องไปที่มวลน้ำรูปคนภายใต้ผ้าคลุมสีฟ้าครามนั้นด้วยแววตาที่แข็งกร้าว  จากนั้นก็ใช้มือซ้ายดึงคมของมารศาสตราราชันที่ฝังอยู่ในเอวของเขาให้หลุดออกไปพร้อมกับบาดแผลที่เปิดกว้างก็มีเลือดฉีดพุ่งออกมามากขึ้นมากกว่าเป็นเท่าทวี

ในช่วงเวลานั้นมวลน้ำรูปคนที่ถือมารศาสตราราชันที่เป็นเคียวยักษ์เอาไว้ในมือก็เริ่มขยับกาย  ทว่าถึงแม้รูปร่างของมันจะดูเหมือนมนุษย์  แต่ความจริงแล้วเป็นแค่มวลน้ำก้อนหนึ่ง  ดังนั้นการเคลื่อนไหวของมันย่อมไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว  ร่างของมันสั่นสะท้านและม้วนเป็นวงกลมอย่างน่าอัศจรรย์  จากนั้นส่วนหนึ่งที่ดูเป็นเหมือนเท้าของมันก็ยืดออกและฟาดเข้าใส่เมฆาน้อยด้วยความเร็วสูง

ซึ่งเมฆาน้อยที่เพิ่งจะดึงคมของเคียวให้หลุดพ้นจากเอวและเห็นเช่นนั้นก็เหวี่ยงดาบประกายแสงในมือเข้าต้านทาน  ทว่ามันกลับกลายเป็นสิ่งที่คิดผิด  นั่นเพราะคมดาบมิอาจขวางกั้นมวลน้ำที่เป็นเท้านั้นเอาไว้ได้  และมวลน้ำรูปเท้านั้นก็กระแทกลงบนหน้าอกของเมฆาน้อยอย่างแม่นยำส่งเสียงโจมตีอันหนักหน่วงออกมาดูน่าสะพรึงกลัว

เปรี้ยง!!

ร่างของเมฆาน้อยที่ลอยอยู่กลางอากาศและถูกการโจมตีครั้งนี้เข้าไปก็บิดงอคล้ายกุ้งและพุ่งตกลงมาจากที่สูงในสภาพหมุนควงไปมาจนยากจะควบคุม  ดาบประกายแสงในมือของเขาหลุดลอยไปจากมือและหมุนควงแบบเดียวกันกับเจ้าของติดตามมาทีหลังด้วยความเร็วไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน  จากนั้นร่างของเมฆาน้อยก็พุ่งเข้ากระแทกกับส่วนหนึ่งของวังมัจฉาจนพังถล่มลงมา

ครืน!!

ร่างของเมฆาน้อยลอยทะลุสิ่งปลูกสร้างเข้าไปด้านใน  จากนั้นหินสีสันสวยงามที่ใช้สร้างเป็นวังมัจฉาก็พังทลายลงมาทับร่างของเมฆาน้อยเอาไว้  และในเวลาเดียวกันดาบประกายแสงที่หมุนวนติดตามเมฆาน้อยมาก็ทิ่มแทงลงบนก้อนหินใกล้ๆและปักคาอยู่เช่นนั้น

ตูม!!

เมฆาน้อยที่เพิ่งจะได้รับบาดเจ็บเป็นครั้งแรกหลังจากเข้าเกมมาก็ได้ใช้พลังของตนระเบิดหินที่ทับร่างอยู่จนแตกกระจายออก  จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปดึงดาบประกายแสงที่เสียบอยู่บนหินใกล้ๆขึ้นมาถือไว้ด้วยมือขวาและจ้องมองไปที่มวลน้ำรูปมนุษย์ภายใต้ผ้าคลุมสีฟ้าครามที่กำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศอย่างไม่วางตา

“ถ้าสู้กับตัวประหลาดนี่ต่อไปต้องเสียเวลามากแน่ๆ  ทางที่ดีรีบหาทางผนึกมันไปเลยดีกว่า  แต่คงต้องเรียกเจ้าอสูรโลหิตให้มาช่วยสู้ถ่วงเวลาสักหน่อยจะได้หาโอกาสลงมือผนึกได้”

พลังฟื้นชีพ!!

เมื่อกล่าวจบเมฆาน้อยก็ใช้ทักษะในการรักษาสภาพร่างกายออกมาในทันที  และเมื่อทักษะเริ่มทำงานก็ปรากฏแสงจากพลังหลากสีสาดกระจายออกมารอบตัวของเมหาน้อยจนสว่างไสวและบาดแผลขนาดใหญ่ที่เอวก็เริ่มสมานตัวเองและหายสนิทเป็นปลิดทิ้งในชั่วพริบตา

เมฆาน้อยที่กลับมาหายสนิทดีอีกครั้งก็เหลือบมองไปที่เจ้าอสูรโลหิตที่ยืนนิ่งเงียบอยู่บนฝั่งและใช้วิธีติดต่อสื่อสารผ่านทางจิตทันที

อสูรโลหิตมาที่นี่สิ เดี่ยวจะให้คุโระไปรับ

เมื่อได้ยินเมฆาน้อยติดต่อผ่านทางจิตมาแบบนี้  เจ้าอสูรโลหิตที่ยืนหลับตาเงียบๆอยู่บนฝั่งก็ลืมตาขึ้นและจ้องมองตรงไปยังวังมัจฉาที่เมฆาน้อยกำลังต่อสู้อยู่ด้วยแววตาเป็นประกาย  จากนั้นก็เห็นเงาดำสายหนึ่งพุ่งตัดพื้นน้ำของทะเลสาบจากจุดที่เมหาน้อยอยู่เข้ามาที่ฝั่งด้วยความรวดเร็วจนไม่อาจมองเห็นว่าคืออะไรกันแน่

ฝ่ายพวกของโครนอสที่เห็นแบบนั้นก็รีบกระโดดหลบออกจากบริเวณที่เจ้าอสูรโลหิตยืนอยู่ในทันทีด้วยความระมัดระวังและไม่เข้าใจว่ามีอะไรพุ่งมากันแน่  และเงาดำดังกล่าวนั้นก็วิ่งวนรอบกายของเจ้าอสูรโลหิตได้รอบหนึ่งก็ทำให้เจ้าอสูรโลหิตหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย  จากนั้นเงาดำดังกล่าวก็พุ่งตัดพื้นทะเลสาบกลับไปหาเมฆาน้อยด้วยความเร็วสูงสุด  ที่สำคัญคือไม่มีอะไรสามารถมาขัดขวางเงาดำนั้นได้

ส่วนทางด้านของมวลน้ำรูปมนุษย์ภายใต้ผ้าคลุมสีฟ้าครามที่เมฆาน้อยเรียกหาว่าตัวประหลาดนั้นก็ได้ถือมารศาสตราราชันที่เป็นเคียวยักษ์ไว้ในมือนิ่งและค่อยๆลอยลงยืนอยู่บนพื้นห่างจากจุดที่เมฆาน้อยยืนอยู่ไม่มากนัก  จากนั้นมันยิ่งทำอะไรที่ดูแปลกประหลาดสมชื่อตัวประหลาดที่เมฆาน้อยใช้เรียกหาอีกรอบ

วิ้ง!!

นัยน์ตาสีแดงฉานของมวลน้ำรูปมนุษย์สว่างวาบออกมาทีหนึ่ง  จากนั้นมันในสภาพยืนก็ก้มหน้าลงต่ำจนอยู่ในสภาพคลานสีเท้าคล้ายคลึงกับสัตว์ป่า  มารศาสตราราชันที่เป็นเคียวยักษ์สีฟ้าครามถูกลากถูจนคมของปลายเคียวจมลึกลงไปบนพื้นและถูกลากไปตามการขยับเดินของมวลน้ำรูปมนุษย์จนพื้นที่บริเวณด้านหน้าของวังมัจฉาถูกกรีดเป็นทางยาวพังยับ  ต่อจากนั้นมวลน้ำรูปมนุษย์ภายใต้ผ้าคลุมสีฟ้าครามที่แปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ป่าก็ถลึงตาจ้องมองเมฆาน้อยด้วยแววตาวาวโรจน์และกระโดดวนไปมาซ้ายขวาอยู่สองสามครั้ง  จนในที่สุดมันก็ดีดตัวพุ่งเข้าหาเมฆาน้อยที่ยื่นนิ่งอยู่ด้วยเร็วดุจกระสุนแสง  เคียวยักษ์สีฟ้าครามที่ลากตัดไปบนพื้นทำให้พื้นที่ด้านหลังที่มันเคลื่อนตัวผ่านพังพินาศย่อยยับและเสียงพังทลายที่ดังอื้ออึงจนแสบแก้วหู

เมฆาน้อยที่เห็นแบบนั้นหรี่ตาลงอย่างเยือกเย็นและตวัดดาบประกายแสงในมือขึ้นมาอยู่ที่ด้านหน้าของตนเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ  และเมื่อมวลน้ำรูปมนุษย์ในชุดคลุมสีฟ้าครามเข้ามาถึงระยะโจมตีก็ได้โดดลอยตัวขึ้นและหมุนตัวส่งเคียวยักษ์ที่ถูกกระชากออกมาจากพื้นเข้าใส่เมหาน้อยด้วยพลังมหาศาล  ซึ่งเมฆาน้อยก็เตรียมที่จะเข้าปะทะด้วย  ทว่าในชั่วเสียววินาทีนั้นเงาดำที่วิ่งตัดพื้นทะเลสาบเข้าหาเมฆาน้อยก็ได้กลับมาถึงและพุ่งเข้ามาขวางอยู่ตรงกลางระหว่างเมฆาน้อยและมวลน้ำรูปมนุษย์ภายใต้ชุดคลุมสีฟ้าครามพอดี

รูปลักษณ์อันคุ้นตาบ่งบอกว่าเงาดำดังกล่าวก็คือเจ้าคุโระที่เมฆาน้อยส่งไปรับเจ้าอสูรโลหิต  และถึงแม้จะบอกว่าเป็นการไปรับ  แต่ความจริงแล้วคือการไปเก็บเจ้าอสูรโลหิตที่เป็นไอเทมคืนมามากกว่า  นั่นเพราะถ้าหากเมฆาน้อยต้องการให้เจ้าอสูรโลหิตมาช่วยสู้ถ่วงเวลาก็จำเป็นต้องให้เจ้าอสูรดลหิตมาอยู่ในจุดเดียวกับที่ตัวเองอยู่  ซึ่งการที่จะผ่านด่านฟองอากาศเข้ามายังวังมัจฉานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย  ดังนั้นเมฆาน้อยจึงคิดวิธีลัดขึ้น  และมันก็คือการให้เจ้าอสูรโลหิตถูกเก็บโดยเจ้าคุโระและโผล่ออกมาจากช่องเก็บอุปกรณ์ของเขานั่นเอง  ทว่าทุกอย่างจะต้องแนบเนียนจะได้ไม่เป็นที่สงสัยของพวกโครนอสและคนที่คอยจับตาดูอยู่

เมื่อเจ้าคุโระพุ่งเข้ามาขวางระหว่างการปะทะเอาไว้  เมฆาน้อยก็หยุดมือลงและฉีกยิ้มออกมาเล็กน้อย  ส่วนเตียวยักษ์สีฟ้าครามก็ยังคงพุ่งเข้ามาโจมตีโดยไม่ได้ลดแรงลงแม้แต่นิดเดียว  ทว่าในขณะที่เคียวยักษ์จะสัมผัสร่างของเจ้าคุโระที่อยู่ตรงกึ่งกลางนั้นก็เกิดรอยร้าวขึ้นกลางอากาศพร้อมกับภาพอันบิดเบี้ยวไม่คงรูป

เปรี๊ยะ!!

มือข้างหนึ่งซึ่งห่อหุ้มไว้ด้วยเปลวไฟสีฟ้าครามพุ่งออกมาจากรอยแตกร้าวกลางอากาศอันบิดเบี้ยวนั้นและรับการโจมตีจากเคียวยักษ์สีฟ้าครามเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที  เสียงปะทะนั้นดังกึกก้องสั่นสะเทือนไปทั้งอากาศ  จากนั้นมวลน้ำรูปมนุษย์ในชุดคลุมสีขาวก็พลิกตัวกลางอากาศและกระโดดถอยออกไปด้านหลัง  ส่วนรอยร้าวกลางอากาศนั้นก็ขยายกว้างมากขึ้นจนเจ้าอสูรโลหิตโผล่ออกมายืนอยู่เบื้องหน้าของเจ้าคุโระด้วยสายตาที่จ้องมองไปยังมวลน้ำรูปมนุษย์อย่างนิ่งเงียบ

“เอาล่ะ  มาจบการต่อสู้ไร้สาระนี่ได้แล้ว  เพราะยังมีมารศาสตราราชันอีกสองชิ้นที่ต้องไปผนึก”

เมฆาน้อยที่เห็นว่าเจ้าอสูรโลหิตมาถึงแล้วก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและจ้องมองไปที่มวลน้ำรูปมนุษย์ที่กำลังถลึงตาจ้องมองเขาอย่างไม่หวาดหวั่น  ซึ่งเจ้าอสูรโลหิตนั้นก็ไม่ได้หวั่นเกรงอีกฝ่ายเฉกเช่นเดียวกัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของพวกโครนอสและเงาร่างทั้งสามคนที่มองดูอยู่อย่างไม่กระพริบตา

“เมื่อกี้มันอะไร  ทำไมอสูรโลหิตถึงได้ไปอยู่ในจุดเดียวกับเจ้าเหินลมนั่นได้  หรือว่าพวกมันมีทักษะที่ใช้ข้ามมิติไปหากันได้ด้วย”

โครนอสกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกตื่นตะลึง  และในวันนี้ตัวเขาก็รู้สึกตื่นตะลึงแทบจะทุกเวลาจนต้องยกให้เป็นวันแห่งความตื่นตะลึงไปแล้ว  ซึ่งบรรดาคนรอบข้างของเขาอย่างเฟรย์ บาบอน และเฟกอลก็คงจะรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก  และมันก็ช่วยตอกย้ำให้โครนอสยิ่งรู้ว่าเมฆาน้อยเป็นบุคคลอันตรายหมายเลขหนึ่งที่ถ้ากำจัดทิ้งได้ต้องรีบกำจัดเสียแต่เนิ่นๆ

ส่วนเงาร่างปริศนาทั้งสามที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆกับจุดที่โครนอสอยู่และก็สังเกตการณ์กระทำของเมฆาน้อยมาโดยตลอดนั้นก็รู้สึกตื่นตะลึงในความสามารถอันแปลกประหลาดและไม่เหมือนใครของเมฆาน้อยเป็นอย่างมาก

“เมื่อกี้มันอะไร  ทักษะข้ามมิติงั้นเหรอ”

หนึ่งในเงาร่างร้องขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ  จากนั้นอีกเงาร่างหนึ่งซึ่งเป็นเสียงของผู้หญิงก็ได้ดังขึ้น

“คงเป็นทักษะที่พวกเราไม่รู้จักหรืออาจจะเป็นการใช้ไอเทมบางอย่างเข้าช่วยก็เป็นได้”

และเมื่อเงาร่างที่มีเสียงเป็นผู้หญิงกล่าวจบลง  เงาร่างที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเงาร่างทั้งสองก็กล่าวขึ้นบ้างว่า

“ชู่!!  เงียบกันหน่อยสิ  เดี่ยวโครนอสมันก็รู้ตัวหรอกว่าพวกเราแอบอยู่ที่นี่  ตอนนี้ให้สังเกตการณ์อย่างเดียว  เรื่องอื่นเอาไว้คุยกันทีหลัง”

หลังจากเงาร่างที่อยู่ตรงกลางกล่าวจบลง  เงาร่างอีกสองคนที่อยู่ข้างๆก็ได้เงียบเสียงลงในทันที  และการที่พวกเขาต้องลดเสียงพูดคุยแบบนี้ก็เพราะว่าพวกเขาได้ออกจากที่ซ่อนเดิมและเขยิบมาซ่อนตัวในจุดที่ใกล้กับโครนอสอยู่มากขึ้น  จึงทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน  แต่ถึงกระนั้นเงาร่างหนึ่งก็กล่าวถามออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา

“ว่าแต่มารศาสตราราชันที่เป็นเคียวนั่นคือมารศาสตราราชันชิ้นไหนในตำนานของโลกราชันศาสตรางั้นเหรอ”

เมื่อได้ยินคำถามที่เงาร่างข้างๆกล่าวออกมาแบบนั้น  เงาร่างที่ยืนอยู่ตรงกลางก็หรี่ตาลงเล็กน้อย  จากนั้นจึงกล่าวตอบออกมาด้วยความเสียงที่แผ่วเบาดุจเดียวกันว่า

“ถ้าตามตำนานของโลกราชันศาสตราที่กำลังเป็นที่สนใจอยู่ในตอนนี้แล้วละก็  มารศาสตราราชันที่มีรูปลักษณ์เป็นเคียวมีแค่เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น  บางทีมารศาสตราที่ชายที่ชื่อเหินลมกำลังเผชิญหน้าด้วยนั้นคงจะเป็นมารศาสตราราชันที่เก้า เทวทูตสลักวิญญาณ”



******************************************************************************************************

ง่วงเหลือเกินทุกท่านเอ๋ย  ข้าน้อยขอราตรีสวัสดิ์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

25,182 ความคิดเห็น

  1. #24532 godzillalovely (@godzillalovely) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 15:56
    ขอบคุณครับ
    #24532
    0
  2. #23998 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 17:40
    ชื่อน่าใช้มากเลย 55555
    #23998
    0
  3. #23250 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2557 / 23:20
    ขอบคุณค่ะ
    #23250
    0
  4. #21710 วายุจัง (@inu47) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 7 มกราคม 2557 / 08:14
    คุโระเทพสุดละ หึๆ
    #21710
    0
  5. #14841 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 / 15:47
    สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #14841
    0
  6. #13762 TiwticAmp_90 (@winnaya) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2555 / 09:27
    สู้ๆนะ เจ้าอสูรโลหิต^^
    #13762
    0
  7. #11434 สามแย้กปากหวาน (@godgigodgi) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 18 มีนาคม 2555 / 09:35
    ฆ่ามานเยยเมฆาน้อยเอ้ย!เหินลม555
    #11434
    0
  8. #11367 North (@grayhound) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 8 มีนาคม 2555 / 14:43
    หนุกหนานๆๆ อัพเยอะๆๆ
    #11367
    0
  9. #11321 fan (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 2 มีนาคม 2555 / 14:34
    สนุกมากๆ ลุ้นตลอกเวลา
    #11321
    0
  10. #11259 Sai (@d-n-s-l) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2555 / 00:13
    มีวิญญาณเหรอ?
    #11259
    0
  11. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 / 20:41
    อยากให้ เมฆาน้อย เทพกว่านี้อีก อิอิ
    #11125
    0
  12. #11114 คณิตสาด (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:12
    สู้ๆคับ
    #11114
    0
  13. #11088 rookies_jr (@rookies_jr) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:59
    ^_^ หนุกดี..รอตอนต่อไปครับ
    #11088
    0
  14. #11087 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:09
    มาต่อเร้วๆน้า
    #11087
    0
  15. #11084 Magicbest (@boombest) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:35
    สนุกมากครับ ไวด้วย แบบนี้ชอบครับ
    #11084
    0
  16. #11083 Zturk (@lnwtuck001) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:12
    อื้ม ชิ้นที่9ดูๆไปร้ายกาจกว่าที่7อีกนะ
    #11083
    0
  17. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 14:08
    ใกล้จะได้อาวุธมาอีกชิ้นแล้ว
    #11082
    0
  18. #11080 อ่านการ์ตูน (@khimkhimza32) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:51
    ถ้าคิดลงมือกัยเมฆาน้อยมีอีกกี่ชีวิตก็ไม่พอ

    #11080
    0
  19. #11079 ลมหายใจรัตติกาล (@shadow-mon) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:43
    ไรเตอร์อย่าลืมลงยะโอนะคัฟ เรื่องนี้ก็สนุกสุดๆ
    #11079
    0
  20. #11078 [~ZanLighT~]! (@kitijung) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 12:14
    เอาชิ้นนี้แหล่ะเมฆาน้อย
    เดียวที่เหลือค่อยไปตามเก็บนอกเหนือข้อตกลงเอา อุอุ
    #11078
    0
  21. #11077 davil_will_cry (@davil-will-cry) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 11:58
    พระเอกเก่งจริงๆ ชอบๆ
    #11077
    0
  22. #11076 เอวบางร่างน้อย (@karockung) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 11:53
    สนุกมาก รอ ต่อนะครับ
    #11076
    0
  23. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 11:40
     อยากไห้พระเอกใช้เคียวจัง
    #11075
    0
  24. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 10:52
     เป็นเคียวที่จัดการยากจริงๆนะเออ
    #11073
    0
  25. #11072 ßlueDoll (@amscale) (จากตอนที่ 182)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2555 / 10:29
     ติดตามๆๆ
    #11072
    0