LorD oF WeaPoN (ราชันศาสตรา)

ตอนที่ 152 : ภาค 2 มหาสงครามศาสตราครองพิภพ ตอนที่ 52 ผนึกแปดวิถีดวงดาวสามชั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,011
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    19 ก.ค. 54

ผนึกแปดวิถีดวงดาวสามชั้น


เมฆาน้อยที่ได้ฟังอาวุธมีชีวิตของตนเองกล่าวด้วยน้ำเสียงของโซโลมอนออกมาแบบนั้นก็ต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยด้วยความไม่ชอบใจสักเท่าไหร่นัก  แต่เขาก็ยังคงอยู่ในทีท่าสงบไม่วู่วามอย่างเช่นเคย  สำหรับเขาแล้วการต่อสู้กับศัตรูที่เป็นอมตะนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีเพราะถ้าเกิดต้องสู้กันจริงๆก็เปรียบเหมือนปิดประตูชนะของตัวเองลงไปแล้วหนึ่งบาน   ดังนั้นหนทางเพียงทางเดียวที่เขาจะไม่ต้องต่อสู้ให้ยืดเยื้อมากกว่านี้ก็คือการผนึก  ทว่าการผนึกสิ่งมีชีวิตที่มีพลังเทียบเท่ากับตัวเองนั้นมันหนักหนาจนเกินไปจนเป็นเรื่องที่มิอาจกระทำได้โดยง่าย  และเพราะเหตุผลนี้เองเมฆาน้อยจึงจำเป็นต้องแยกอาวุธมีชีวิตของเขาออกจากเทวะศาสตราราชันที่สองให้ได้เสียก่อนจึงสามารถกระทำได้ 

แต่ถึงจะกระทำเช่นนั้นสำเร็จก็ตามแต่พลังของอาวุธมีชีวิตก็ยังมีถึงครึ่งหนึ่งของเขาอยู่ดี  ซึ่งการผนึกสิ่งต่อต้านที่มีพลังมากแบบนั้นเอาไว้กับตัวก็ต้องยอมแลกมาด้วยพลังที่จะใช้ในการต่อต้านอย่างทัดเทียมกัน  ดังนั้นถ้าเขาผนึกอาวุธมีชีวิตไปจริงก็อาจจะทำให้ตัวเขาต้องแลกไปด้วยพลังถึงครึ่งหนึ่งในการรักษาสภาพผนึกให้ได้ตลอดเวลาจนกว่าจะทำให้อาวุธที่ต่อต้านเขาสงบลง  และเมื่อเวลานั้นมาถึงก็อาจจะทำให้เขามีพลังต่อสู้ในตัวเหลือแค่เพียงครึ่งเดียว  แน่นอนว่าด้วยพลังเพียงครึ่งเดียวนั้นก็อาจจะทำให้เขาไม่สามารถเอาชนะโซโลมอนได้ก็เป็นไปได้   ทว่าเมฆาน้อยในตอนนี้ไม่มีทางเลือกให้ขบคิดมากนัก  ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกหนทางที่คิดได้แค่เพียงทางเดียว

ฟุ่บ!

!

เมื่อตัดสินใจได้เป็นที่แน่วแน่ว่าจะทำสิ่งใดต่อไปกับอาวุธมีชีวิตของตนเองเสร็จสิ้นแล้ว  ร่างของเมฆาน้อยก็เลือนรางหายไปกับสายลมด้วยทักษะย่นระยะจนไปโผล่ที่ด้านหลังของอาวุธมีชีวิตของเขาอย่างรวดเร็วดุจภูติพราย  จากนั้นโซ่ตรวนแห่งทาร์ทารูที่ถูกใช้ด้วยพลังจิตธรรมดาทั้งสี่เส้นบนแขนซ้ายของเมฆาน้อยก็ตวัดปัดป่ายไปมาในอากาศและม้วนพันรอบเทวะศาสตราราชันที่สองเอาไว้อย่างรวดเร็ว  และการที่เมฆาน้อยชิงลงมือก่อนแบบนี้ก็เพื่อที่จะแยกเทวะศาสตราราชันที่สองออกจากอาวุธมีชีวิตของเขานั่นเอง

หมับ!!

เมฆาน้อยใช้มือซ้ายที่ว่างอยู่คว้าจับทางด้านปลายของเทวะศาสตราราชันที่สองเอาไว้แน่นและออกแรงดึงเพื่อให้หลุดจากมืออาวุธมีชีวิตของเขาทันที  แต่ทว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายมากนัก  นั่นก็เพราะเมื่ออาวุธมีชีวิตของเขาเห็นแบบนั้นก็คว้าจับไว้แน่นเช่นกัน  ทำให้ทั้งคู่ต่างก็อยู่ในสภาพที่กำลังยื้อแย่งเทวะศาสตราราชันกันอยู่  และระยะห่างระหว่างทั้งสองก็ไม่ได้ห่างมากนักจึงทำให้ทั้งคู่ต่างก็ต้องวาดหมัดขวาที่เหลือและเท้าทั้งสองข้างเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด  แน่นอนว่าหากฝ่ายใดเพี้ยงพล้ำก่อนก็จะต้องกลายเป็นฝ่ายแพ้ในการแย่งเทวะศาสตราราชันที่สองอย่างไม่ต้องสงสัย

เปรี้ยง!!

เมฆาน้อยกับอาวุธมีชีวิตกระแทกหมัดเข้าใส่กันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว  จากนั้นเมฆาน้อยก็ดึงหมัดคืนและตวัดเท้าขวาเตะออกไปอย่างสุดแรง  ซึ่งฝ่ายอาวุธมีชีวิตเองก็ตวัดเท้าขวาออกมาต้านรับจนหน้าแข้งที่กระแทกเข้าใส่กันเกิดเสียงดังหนักแน่นและอากาศที่ถูกทำให้ระเบิดออกเป็นวงกว้างและพื้นที่ทั้งคู่ยืนอยู่ก็เกิดการพังทลายและยุบตัวลงไปจนเกิดหลุมลึก

วิ้ง!!

ท่ามกลางช่วงเวลาที่หน้าแข้งของทั้งสองฝ่ายกำลังบดขยี้และประลองกำลังกันอยู่กลางอากาศนั้น  ที่รอบตัวของอาวุธมีชีวิตก็ปรากฏแสงสีดำทมิฬจากการใช้ปราณมังกรดำสะบั้นฟ้าออกมาอย่างต่อเนื่อง  จากนั้นก็เห็นพลังปราณอันรุนแรงที่ไหลทะลักออกมาหมุนเป็นเกลียวและก่อร่างเป็นรูปมังกรดำขนาดใหญ่ประสานเข้าไปยังเท้าขวาของอาวุธมีชีวิตจนเกิดเป็นพลังมหาศาลอันรุนแรงเข้ากระแทกจนเท้าของเมฆาน้อยต้องถูกดีดออก  ซึ่งเท้าขวาอันรุนแรงดุดันของอาวุธมีชีวิตก็ตวัดกลางอากาศและทะยานเข้าใส่เมฆาน้อยอีกครั้งด้วยความเร็วสูง  แน่นอนว่าเมฆาน้อยที่เห็นแบบนั้นก็หรี่ตาลงครั้งหนึ่งพร้อมกับตวัดเท้าซ้ายที่อาบไปด้วยจิตมารผสานเทพอันสว่างไสวเข้ากระแทกที่ส้นเท้าของอาวุธมีชีวิตอย่างทันท่วงทีจนพลังของทั้งคู่สาดกระจายออกไปทางด้านหลังและทำลายทุกอย่างโดยรอบจนเป็นผุยผงและส่งเสียงระเบิดดังกึกก้องจนดูน่ากลัว  ทว่าถึงจะเป็นแบบนั้นทั้งคู่ก็ไม่ได้เสียสมาธิแม้แต่น้อย  ซึ่งในช่วงเวลาต่อจากนั้นก็มีวัตถุทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าจำนวนมากลอยออกไปรอบตัวเมฆาน้อยและเข้าล้อมรอบอาวุธมีชีวิตเอาไว้อย่างรวดเร็ว  ก่อนที่จะเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าออกมาจนชวนให้แสบตา

วิ้ง!!

เส้นแสงอันสว่างเจิดจ้าพุ่งจากวัตถุทรงสี่เหลี่ยมลูกเต๋าจากลูกหนึ่งไปสู่อีกลูกหนึ่งอย่างรวดเร็วจนปรากฏเป็นเหมือนกล่องขนาดใหญ่ปกคลุมร่างของอาวุธมีชีวิตเอาไว้จนหมด  ในตอนนั้นเมฆาน้อยอาศัยจังหวะได้เปรียบกระชากเอาเทวะศาสตราราชันที่สองจนหลุดจากมือของอาวุธมีชีวิตมาถือไว้ในมือของตัวเองได้  จากนั้นแสงสว่างอันเจิดจ้าก็ดับลงจนเผยให้เห็นโลงศพทองคำที่บรรจุร่างของอาวุธมีชีวิตเอาไว้ทั้งร่างตั้งตระหง่านอยู่ที่เบื้องหน้าของเมฆาน้อย

เมื่อได้เห็นแบบนั้นเมฆาน้อยก็ไม่รอช้ารีบลงมือผนึกอาวุธมีชีวิตของตนเองทันที  ที่ฝ่ามือขวาของเขาปรากฏวงแหวนเวทย์มนต์เปล่งแสงสว่างเจิดจ้าและประทับลงไปบนฝาของโลงศพทองคำที่ตั้งตระหง่านก่อนจะทอแสงเรืองรองออกมาโดยทั่วบริเวณ 

ผนึกแปดวิถีดวงดาว!!

ผนึกอันเปล่งสว่างอันเจิดจรัสไปทั่วบริเวณนั้นทำให้โลงทองคำปิดสนิทจนไม่สามารถเปิดออกได้  แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าอาวุธมีชีวิตที่อยู่ด้านในจะไม่ต่อต้านเขา  ดังนั้นโลงศพทองคำจึงมีพลังสีดำพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับการที่สั่นตลอดเวลาจนเริ่มบิดเบี้ยวไปมาจนเมฆาน้อยต้องเบิกตามองด้วยความรู้สึกทึ่งเล็กน้อยที่อาวุธมีชีวิตของเขาสามารถดิ้นรนได้ถึงขนาดนี้

กว่าจะจับได้ก็แทบแย่  เรื่องอะไรจะปล่อยออกมาง่ายๆ

เมฆาน้อยคิดขึ้นในใจอย่างรวดเร็ว  จากนั้นเขาก็ตัดสินใจใช้วิธีผนึกซ้อนผนึกซึ่งเป็นวิธีที่เขาเคยได้ยินมาจากมังกรกระดูกว่าเป็นผนึกที่มีประสิทธิภาพมากกว่าผนึกตามปกติ  ดังนั้นเมฆาน้อยจึงตวัดแขนซ้ายของตนออกจนโซ่ตรวนแห่งทาร์ทารูที่ม้วนพันเทวะศาสตราราชันที่สองเอาไว้เริ่มคลายออกและพุ่งตรงเข้าไปรัดพันโลงศพทองคำเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง  ซึ่งตัวเขาเองก็ใช้ทักษะผนึกแปดวิถีดวงดาวออกมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว  แต่คราวนี้เขาเอาผนึกทาบลงบนสายโซ่ทั้งสี่เส้นจนปรากฏแสงสว่างวิ่งไปตามสายโซ่และปกคลุมโลงศพทองคำเอาไว้อีกชั้นหนึ่งจนมองเห็นวงแหวนเวทย์มนต์ลอยเด่นอยู่ในอากาศ

ครืด!!

ทว่าเมฆาน้อยไม่ได้หยุดมือลงแต่เพียงเท่านั้น  นั่นเพราะสิ่งสุดท้ายที่เขาทำก็คือการกระตุกสายโซ่ทั้งสี่เส้นให้ถูกดึงกลับเข้ามาอยู่ในแขนซ้าย  ซึ่งเมื่อเขาทำแบบนี้ก็ทำให้โลงศพทองคำที่ปิดผนึกอาวุธมีชีวิตของเขาเอาไว้อยู่ถูกลากเข้าไปผนึกไว้ในแขนซ้ายด้วยเช่นกัน  จากนั้นเมื่อโลงศพทองคำและโซ่ตรวนถูกลากเข้าไปในแขนซ้ายเป็นที่เรียบร้อยพร้อมแสงสว่างเริ่มจางลง  เมฆาน้อยก็ทาบมือขวาลงบนผนึกบนแขนซ้ายตัวเองอีกครั้งเพื่อเป็นการย้ำผนึกอีกรอบหนึ่ง   ก่อนที่เขาจะทรุดร่างลงคุกเข่ากับพื้นบริเวณนั้นและหอบหายใจอย่างอ่อนเพลีย

แฮ่ก  แฮ่ก

เมฆาน้อยหอบหายใจอย่างรุนแรงและจ้องมองไปที่แขนซ้ายของตัวเองที่รู้สึกชาไปทั่วทั้งแขนจนดูเหมือนกับไร้เรี่ยวแรงก็ไม่ปาน  ตัวเขาเองคาดคิดเอาไว้ก่อนว่าการผนึกสิ่งต่อต้านไว้กับตัวเองจะต้องใช้พลังที่มาก  แต่เขาก็ไม่คิดว่าจะต้องมีสภาพเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้

ในตอนนี้เมฆาน้อยสามารถใช้พลังได้แค่เพียง 20% จากที่ตัวเขามีเท่านั้น  ส่วนอีก 80%นั้นต้องเอาไปต้านพลังของอาวุธมีชีวิตที่คอยต่อต้านตัวเขาอยู่ตลอดเวลา  และเหตุผลที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเขาใช้ผนึกแปดวิถีดวงดาวซ้อนกันถึงสามชั้นนั่นเอง  แถมมันยังมียุทธภัณฑ์เทวะถูกผนึกซ้อนกันอีกหลายชิ้นทำให้ต้องสิ้นเปลืองพลังเป็นอย่างมาก  เดิมทีเขาคิดว่าแค่ใช้พลังเพียงครึ่งเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว  แต่พอมาทดลองทำจริงๆก็ปรากฏว่ามันกลับไม่เป็นไปตามที่คาดคิดจนต้องประสบกับเรื่องแบบนี้  และเมื่ออยู่ดีๆตัวเองก็เหลือพลังที่ดึงมาใช้ได้แค่เพียง 20% จึงทำให้เขาอ่อนเพลียลงอย่างเห็นได้ชัด

กรอด!!

เมฆาน้อยที่ทรุดร่างลงกับพื้นกำหมัดจนเกิดเสียงดังออกมาด้วยความรู้สึกไม่พอใจในผลที่ออกมาในขณะนี้  นั่นเพราะหากมันเป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้แต่แรก  การที่เขาเหลือพลังเพียงครึ่งหนึ่งก็ยังพอจะไปเสี่ยงสู้กับโซโลมอนจอมเจ้าเล่ห์ต่อได้  และถ้าเขาดวงดีชนะก็จะสามารถปลดลูกเล่นที่โซโลมอนทำเอาไว้กับอาวุธมีชีวิตของเขาได้  แต่พอมาเหลือพลังแค่เพียงหนึ่งในห้าก็เปรียบเหมือนปิดประตูชนะของตนเองไปโดยปริยาย  แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขารู้สึกไม่พอใจได้อย่างไรกัน  หนำซ้ำถ้าโซโลมอนยังไม่ถูกกำจัดไปลูกเล่นที่มันทำไว้ก็จะไม่มีทางได้รับการปลดออก  ดังนั้นจึงทำกับว่าตัวเขาไม่อาจใช้อาวุธมีชีวิตของตัวเองได้  และยังใช้โซ่ตรวนแห่งทาร์ทารูกับโล่แสงสวรรค์แห่งอัลคาซัสที่ใช้ผนึกอาวุธมีชีวิตไม่ได้อีกด้วย  เรียกได้ว่าพลังรบสูญเสียไปจนไม่อาจประเมินได้ก็ไม่ปาน

หลังจากปรับสภาพร่างกายให้คุ้นชินกับพลังที่เหลือเพียง 20% เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เมฆาน้อยก็ลุกขึ้นยืนตรงในท่าทางสงบนิ่งพร้อมกับหลับตาลงเพื่อให้ตัวเองอยู่ในสภาพผ่อนคลาย  จากนั้นเขาจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมาและทดลองขยับแขนซ้ายที่รู้สึกชาไปทั่วทั้งแขนไปมาอย่างพิจารณา  ซึ่งมันก็ทำให้รู้ว่าแขนของตัวเองยังขยับได้ตามปกติเช่นเคย  แต่สิ่งที่สูญเสียไปก็คือความรู้สึกจากแขนตัวเองจนอาจจะเรียกได้ว่าถึงจะมีแขนอยู่ก็รู้สึกเหมือนมันไม่มีอยู่ยังไงยังงั้น  และเมื่อเมฆาน้อยลองขยับแขนของตนเองไปมาจนพอใจแล้วจึงได้ยกเทวะศาสตราราชันที่สองเขี้ยวเทวะมังกรหาญที่ตอนนี้ถูกถือไว้ด้วยมือขวาขึ้นมาตรวจดูสถานะ  ก่อนจะเริ่มฉีกยิ้มออกมาอย่างรู้สึกชอบใจ

“ฮ่าๆๆ  แบบนี้ก็ยังพอมีทางอยู่  โซโลมอน  ฉันจะไปขยี้แกด้วยมือของตัวเองให้จงได้”

เมฆาน้อยหัวเราะและร้องตะโกนออกมาดังลั่น  จากนั้นตัวเขาก็พุ่งเข้าไปยังประตูของวิหารโซโลมอนที่ปกคลุมไปด้วยความมืดมิดอย่างรวดเร็ว  และจมหายไปในความมืดภายในวิหารโซโลมอนโดยไม่สนใจสิ่งใด

 

ห่างออกไปจากวิหารโซโลมอนเป็นระยะทางพอสมควร  ในตอนนี้กำลังเกิดเหตุการณ์โกลาหลขึ้นในใจกลางของกลุ่มผู้เล่นจำนวนนับหมื่นชีวิตที่กำลังมุ่งหน้ามายังวิหารโซโลมอนอย่างช้าๆ  แน่นอนว่ากลุ่มคนดังกล่าวก็คือกลุ่มคนที่สังกัดสหพันธ์โลหิตพิทักษ์ที่ได้รับเข้าสั่งให้เข้าปิดล้อมวิหารโซโลมอนเอาไว้นั่นเอง  ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนที่นำพากลุ่มผู้เล่นดังกล่าวและรับหน้าที่สั่งการทั้งหมดก็คือเรเฟียสที่หิมะโปรยได้พบเจอก่อนหน้านี้  และที่สำคัญที่สุดก็คือในตอนนี้เรเฟียสได้มาถึงบริเวณที่กำลังเกิดเรื่องโกลาหลขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“มันเป็นใคร มาจากสังกัดไหน สามารถตรวจสอบได้หรือเปล่า  แค่ผู้เล่นคนเดียวทำไมจัดการไม่ได้สักที”

เรเฟียสกล่าวถามบรรดาลูกน้องของตนอย่างรวดเร็ว  ซึ่งถ้าฟังจากน้ำเสียงของเขาจะรู้ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก  นั่นเพราะไม่รู้ว่ามีผู้เล่นที่ใจกล้าบ้าบิ่นคนหนึ่งโผล่ออกมาจากที่ไหนเข้าทำการเข่นฆ่าบรรดาสมาชิกสหพันธ์โลหิตพิทักษ์อย่างไม่ทราบเหตุผลด้วยฝีมือที่เหนือกว่ากันมากจนดูราวกับเทพอาชูร่าที่ชื่นชอบการต่อสู้กำลังร่ายรำอยู่กลางสมรภูมิรบที่อาบชุ่มไปด้วยเลือดและซากศพมากมายที่กองทับถมกันจนดูเหมือนเนินขนาดย่อมๆ

ในตอนแรกเรเฟียสที่ได้รับแจ้งข่าวจากแนวหน้าก็รู้สึกตกใจไม่น้อยที่นอกจากผู้เล่นเมฆาน้อยซึ่งกำลังโด่งดังในทางไม่ดีอยู่ในขณะนี้แล้วจะยังมีผู้เล่นที่ไม่กลัวฟ้าไม่เกรงดินกล้าทำแบบนี้อยู่ด้วย  เพราะการที่ทำแบบนี้ก็เหมือนกับประกาศตัวเป็นศัตรูกับสหพันธ์โลหิตพิทักษ์อย่างโจ่งแจ้งเลยก็ว่าได้

“ไม่สามารถตรวจสอบได้ครับว่าศัตรูคนดังกล่าวเป็นใคร  ดูเหมือนมันจะใช้ไอเท็มพิเศษบางอย่างของระบบที่ทางเราไม่รู้จักเพื่อป้องกันการตรวจสอบระดับสูงได้ด้วยครับ”

เสียงรายงานอย่างรวดเร็วจากลูกน้องคนหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างจากเรเฟียสมากนักกล่าวรายงานต่อเรเฟียสด้วยน้ำเสียงดังชัดเจน  ซึ่งเมื่อเรเฟียสได้ยินแบบนั้นก็ต้องรู้สึกขุ่นเคืองใจอย่างช่วยไม่ได้  นั่นเพราะศัตรูที่ไม่รู้ว่าเป็นใครแบบนี้มันดูขี้ขลาดจนเกินไปจนเขาไม่อาจรับได้  เรียกได้ว่าเป็นการกระทำแบบลอบกัดของพวกที่ไม่สมควรจะถูกเรียกว่าลูกผู้ชาย   จึงทำให้การกระทำของเมฆาน้อยที่กล้าทำกล้ารับและเปิดเผยดูดีในสายตาของเรเฟียสไปโดยปริยาย

“ต้องขวางเอาไว้ก่อนที่จะสูญเสียมากไปกว่านี้  ออกคำสั่งให้ทุกคนถอยออกมาให้หมดเดี๋ยวนี้”

เรเฟียสตะโกนสั่งบรรดาหัวหน้าที่ตนเองพามาด้วยอย่างรวดเร็วและพุ่งทะยานเข้าไปหาบุคคลลึกลับที่กำลังทำการเข่นฆ่าสมาชิกสหพันธ์โลหิตพิทักษ์อย่างมันมืออยู่ฝ่ายเดียวอย่างรวดเร็ว  เรเฟียสที่พุ่งเข้าไปขวางหน้าบุคคลลึกลับเอาไว้  ทำให้บุคคลลึกลับต้องหยุดมือลงและจ้องมองมาที่เรเฟียสด้วยสายตาเฉยเมยเหมือนกับไม่ได้ใส่ใจมากนัก

เรเฟียสที่ได้เห็นบุคคลลึกลับอย่างชัดเจนหรี่ตามองเล็กน้อยด้วยแววตาพิจารณา  นั่นก็เพราะบุคคลลึกลับที่ปรากฏตัวมาเข่นฆ่าสมาชิกสหพันธ์โลหิตพิทักษ์เป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่แต่งตัวด้วยชุดผ้าสีดำบางเบามิดชิดและปิดหน้าแบบพวกนินจาจนเผยให้เห็นแค่เพียงแววตาที่ดูดุดันกับปอยผมสีแดงเพลิงเพียงเล็กน้อยที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าคลุมศีรษะ  ที่ด้านหลังของเขามีกล่องไม้หกเหลี่ยมขนาดใหญ่สะพายเอาไว้  ส่วนในมือขวาก็ถืออาวุธที่เรเฟียสเห็นเพียงครั้งเดียวก็จำได้ทันทีว่ามันเป็นอาวุธอะไร

“มารศาสตราราชันที่เจ็ด  โศกโศกาฟ้าอาสัญ  ล่าสุดมันอยู่ที่ผู้เล่นเมฆาน้อยนี่นา  แล้วทำไม…..

เรเฟียสกล่าวออกมาอย่างเสียงดังด้วยความรู้สึกแปลกใจเป็นที่สุด  นั่นเพราะตัวเขาไม่อาจเข้าใจว่าทำไมมารศาสตราราชันที่เจ็ดถึงได้มาปรากฏอยู่ในมือบุรุษลึกลับเบื้องหน้าได้  จากข่าวที่เขาได้มาในปัจจุบันผู้เล่นเมฆาน้อยยังไม่ถูกผู้เล่นคนไหนสังหารเลยสักครั้งจึงเป็นไปไม่ได้ที่มารศาสตราราชันจะเปลี่ยนมือหรือถูกแย่งมาแบบนี้  ดังนั้นเหตุผลเดียวที่เขาคิดได้ก็คือบุรุษลึกลับที่ไม่เปิดเผยตัวที่อยู่เบื้องหน้าเขาจะต้องมีความเกี่ยวข้องกับผู้เล่นเมฆาน้อยอย่างไม่ต้องสงสัย  และบางทีบุรุษลึกลับอาจเป็นลูกน้องที่เมฆาน้อยส่งมาก็เป็นได้  ซึ่งถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงก็แสดงว่าผู้เล่นเมฆาน้อยเองก็มีกำลังคนซุกช่อนเอาไว้  หนำซ้ำยังมีฝีมือมากจนสุดหยั่งถึงอีกด้วย  ดังนั้นจึงทำให้เรเฟียสรู้สึกเป็นกังวลแทนไมดาสที่เป็นเจ้านายของตัวเองไม่ได้

ครั้งหนึ่งเรเฟียสเคยพบเมฆาน้อยที่เมืองราครายเกียร์และต้องพ่ายแพ้จนถูกสังหาร  ในครั้งนั้นเขาได้ข้อสรุปว่าเมฆาน้อยเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ต้องกำจัดทิ้งให้พ้นทางไปซะก่อนที่จะมีพลังมากไปกว่าที่เป็นอยู่  ดังนั้นเขาจึงมีความคิดเป็นอริกับเมฆาน้อยมากกว่าผู้เล่นคนไหนๆ  และเมื่อได้คิดว่าผู้เล่นเมฆาน้อยมีลูกน้องที่แข็งแกร่งขนาดนี้จึงไม่อาจปล่อยให้ผ่านเลยไปโดยไม่ยอมทำอะไรเลย

“คุณเป็นลูกน้องที่ผู้เล่นเมฆาน้อยส่งมาฆ่าพวกเราสินะ  เพราะเรื่องบ้าๆแบบนี้มีมันคนเดียวเท่านั้นแหละที่สามารถทำได้โดยไม่คิดอะไร”

เรเฟียสเอ่ยปากถามเพื่อความแน่ใจ  ซึ่งเมื่อบุรุษลึกลับได้ยินแบบนั้นก็ต้องหรี่ตามองเรเฟียสด้วยสายตาแปลกใจเล็กน้อย  จากนั้นสายตาของเขาก็ดูสั่นไหวไปครั้งหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากกล่าวออกมาอย่างช้าๆว่า

“แล้วแต่คุณจะคิด  แต่ผมเองก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้เล่นเมฆาน้อยจริงๆ  เพราะเขาเองก็เป็นคนหนึ่งที่คุยกับผมได้ถูกคอเป็นอย่างมาก”

เมื่อเรเฟียสได้ยินบุรุษลึกลับกล่าวแบบนั้นก็เข้าใจว่าบุรุษลึกลับคนดังกล่าวเป็นลูกน้องของเมฆาน้อยจึงไม่อาจยอมจบเรื่องโดยง่ายและหมายที่จะสังหารบุรุษลึกลับคนดังกล่าวให้ตายตกลงไปเพื่อแย่งมารศาสตราราชันที่เจ็ดไปมอบให้กับไมดาสผู้เป็นเจ้านาย  ดังนั้นเขาจึงได้มองไปที่บุรุษลึกลับด้วยแววตาที่เย็นชาและจิตสังหารที่ถูกปลดปล่อยออกมาจนน่าอึดอัดไปทั่วทั้งบริเวณ

“เรื่องในครั้งนี้คุณทำให้ทางเราเสียหายเป็นอย่างมาก  ดังนั้นผมคงต้องขอให้คุณจบชีวิตลงที่นี่เป็นสิ่งชดใช้แทนก็แล้วกัน”

เรเฟียสกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแฝงไปด้วยความกราดเกรี้ยว  ซึ่งเมื่อบุรุษลึกลับได้ยินแบบนั้นก็ดูเหมือนมีแววตาถูกใจครู่หนึ่ง  จากนั้นจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่หวั่นเกรงแม้แต่น้อยว่า

“ถ้าเช่นนั้นคุณก็คงต้องผิดหวังแล้ว  เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ตายของผม  จึงไม่อาจชดใช้ให้คุณได้”



***************************************************************************************************************************

โทษทีนะครับช่วงนี้ผมติวหนังสือสอบกลางภาคกับเพื่อนนะครับ  จึงไม่ค่อยมีเวลามาลงให้ 

ถ้ายังไงต้องขออภัยไว้ด้วยครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

25,182 ความคิดเห็น

  1. #24995 เงาสีแดง (@gugew15911) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 17:36
    กัลป์ แน่นอน! คมแฝกใช่ม่ะที่ใช้อยู่
    #24995
    0
  2. #24501 godzillalovely (@godzillalovely) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 20:17
    ขอบคุณครับ
    #24501
    0
  3. #24310 mag 77 (@mag77) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 22:39
    เพลิงกัลตามเมฆาน้อยมาทำไมเนี้ย คงไม่อยากได้วาวุธเทวะศาตราในวิหารโซโลมอนนะเนี่ย
    #24310
    0
  4. #23968 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 13:27
    เพลิงกัลป์ แหม่ มาได้ถูกจังหวะ ว่าแต่มาไงฟ่ะ - -

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 สิงหาคม 2558 / 13:53
    #23968
    0
  5. #23767 •นิลกาฬ• (@junkskidz) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2558 / 14:39
    เรื่องพวกนี้ ยิ่งเรื่องที่ออกแนวพวกมีวรยุทธหรือทักษะ สะท้อนมุมมองชีวิตได้เยอะเลยนะ
    ความผิดคนอื่นเท่าขุนเขา แต่ความผิดตัวเองเล็กนิดเดียว
    ใช้กำลังหมู่มากรังแกผู้น้อย แต่โดนผู้น้อยฆ่าไปจำนวนมากกลับอ้างความชอบธรรมเรียกร้องความเสียหาย
    #23767
    0
  6. #23563 tvxqluv20 (@sumittra_nuy) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 00:47
    พูดแบบนี้ริวมะใช่มั๊ย
    #23563
    0
  7. #19653 Rename (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2556 / 03:07
    สนุกมากเลยครับ ผมนั่งอาจจนตาแฉะเลย
    #19653
    0
  8. #19085 คาโก มาซากิ (@likekas) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2556 / 16:07
    ''เกลียด โซโลม่อน มากๆๆๆ'' ไม่ค่อยชอบเลย -.-
    #19085
    0
  9. #19055 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 / 21:31
    อาเฮียเพลิงกัณณ์ใช่ไหม๊ >////<
    #19055
    0
  10. #17618 ่รรตตร่ (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 23:59
    ทำไมๆม่ไปอีกมิตินึงที่เมฆาน้อยซื้อไว้แล้วปล่อยให้อวุทของมันอยู่ในนั้นสักพัวนึกอะประหยัดเเรงไปตั้งเยือเหน็ะ
    #17618
    0
  11. #17125 ♥KhunOppa♥ (@sahsipa12345) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 2 เมษายน 2556 / 03:34
    เพลิงกัลป์ อ๊ายยๆๆๆ
    #17125
    0
  12. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:10
    Thank  you
    #16729
    0
  13. #14808 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 / 02:57
    เมฆน้อย สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #14808
    0
  14. #12455 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2555 / 00:16
    สู้ๆน้าเมฆาน้อย
    #12455
    0
  15. #12411 {Shadow} (@poomthegod) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 / 20:39
     เเค่สีผมก็รู้เเล้ว!
    #12411
    0
  16. #12340 ฟหก (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2555 / 15:52
    หนุกๆ มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #12340
    0
  17. #11951 fat light (@knotnot12345) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 22:27
      
    #11951
    0
  18. #11950 fat light (@knotnot12345) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 28 เมษายน 2555 / 21:57
                              เพลิงกัล                                                                              นั่นเอง

    #11950
    0
  19. #9388 [Op]Ko_Ke (@sasipa88) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 26 กันยายน 2554 / 13:52
    สนุกมากค่ะ
    #9388
    0
  20. #8847 jsoc (@jsoc99) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2554 / 11:10
    หนุกดีแต่ขอหยุดแค่นี้ก่อน  มึน
    #8847
    0
  21. #8828 TxGazella_SLxT (@d-n-s-l) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2554 / 13:57
     เสียพลังไปเยอะ ไม่รอพักฟื้นหน่อยเหรอ ก็พอเข้าใจว่าเหงุดหงิดอ่ะนะ
    #8828
    0
  22. #8812 svn_mikel (@winnaya) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 23:10
     เมฆาน้อยจะไหวป่าวเนี่ย?

     เฮ้ออ .. สู้ๆ เค้านะ
    #8812
    0
  23. #8764 PEEHPEEH (@wt00288771) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2554 / 17:02
    555+ เล่ม 1 ปกโอเค แต่ภาพมันดูดากๆอ่ะครับ ชอบตัวอกษรกับ ฟินิกส์ดี อยากให้รูปพระเอกสวยกว่านี้จริงๆ
    #8764
    0
  24. #8760 เม่นคุง (@kitijung) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2554 / 14:00
    คนที่ไปแลกอาวุธมานั่นเอง เหอะๆ
    ว่าแต่ ทำไมไม่เอา มาร'ชิ้นที่ 1 มาใช้น้า น่าจะดี
    #8760
    0
  25. #8758 Tamil shadow (@namewasan) (จากตอนที่ 152)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2554 / 21:59
       หนุกมากครับ
    #8758
    0