LorD oF WeaPoN (ราชันศาสตรา)

ตอนที่ 145 : ภาค 2 มหาสงครามศาสตราครองพิถพ ตอนที่ 45 ปราสาทสลายบัลลังก์คงอยู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    11 มิ.ย. 54

ปราสาทสลายบัลลังก์คงอยู่

                “พูดอะไรกันครับ  จะยึดปราสาทได้อย่างไรในเมื่อมันไม่มีปราสาทเหลือให้ยึดอีกต่อไปแล้ว”

                เมฆาน้อยเอ่ยปากกล่าวถามลูกปลาน้อยออกไปด้วยความไม่เข้าใจ  นั่นเพราะไม่ว่าเขาจะมองดูยังไงมันก็ไม่มีปราสาทให้เขายึดอยู่ดี   ซึ่งพรรคพวกของเมฆาน้อยตลอดจนสมาชิกกิลด์มังกรสงบเองก็มีสีหน้าไม่เข้าใจที่ลูกปลาน้อยกล่าวออกมาเช่นกัน  ดังนั้นทุกคนจึงจ้องมองไปที่ลูกปลาน้อยเป็นตาเดียวกันอย่างต้องการคำตอบ

                ลูกปลาน้อยฉีกยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัยและกวาดสายตามองทุกคนด้วยสีหน้าพอใจครู่หนึ่ง  จากนั้นจึงได้เอ่ยปากกล่าวออกมา  ทว่าว่าสิ่งที่เขากล่าวดูเหมือนจะไม่ใช่คำตอบ  แต่เป็นคำถามที่กล่าวถามทุกคนที่ยืนอยู่รอบบริเวณแทน

                “ก่อนที่ปราสาทวิหคอัคคีจะพังทลายลงจนหมด  ทุกคนคิดว่าใครที่หนีออกมาช้าที่สุดล่ะครับ”

                เมื่อสิ้นเสียงของลูกปลาน้อยที่เอ่ยถาม  ทุกคนที่อยู่รอบบริเวณก็หันหน้ามองกันไปมาอย่างรวดเร็ว  ก่อนที่สายตาของทุกคนจะหยุดอยู่ที่ลูกปลาน้อยเป็นจุดเดียวกันอย่างน่าประหลาด  ซึ่งเมื่อเมฆาน้อยเห็นแบบนั้นก็ชักจะใจไม่ดีแล้วเพราะดูท่าลูกปลาน้อยจะเล่นตุกติกอะไรบางอย่างเอาไว้อย่างแน่นอน   แต่ทว่าเขาก็ยังทำใจให้สงบเยือกเย็นเอาไว้   และหลังจากนั้นลูกปลาน้อยก็กล่าวออกมาอีกว่า

                “ใช่แล้ว!! เป็นผมเองที่ออกมาเป็นคนสุดท้าย  และทุกคนรู้มั้ยว่าทำไมผมถึงออกมาเป็นคนสุดท้าย”

                ทุกคนที่ได้ฟังลูกปลาน้อยกล่าวถามแบบนั้นก็รู้สึกหงุดหงิดมากที่ลูกปลาน้อยไม่ยอมเข้าเรื่องสักที  เอาแต่พูดวกวนไปมาอยู่ได้  ดังนั้นไทรเดนท์ที่รู้สึกรำคาญจึงเอ่ยปากออกมาว่า

                “อย่าตอบคำถามด้วยคำถาม  เข้าเรื่องได้แล้ว”

                เมื่อลูกปลาน้อยได้ฟังไทรเดนท์พูดแบบนั้นก็ส่ายหน้าคราหนึ่งอย่างรู้สึกขัดใจ  จากนั้นจึงได้กล่าวเข้าเรื่องไปในทันทีว่า

                “ก่อนที่ปราสาทวิหคอัคคีจะพังทลายจนหมดลง  ในช่วงเวลาสุดท้ายผมได้ใช้พลังจิตยกบัลลังก์ขึ้นจากพื้นและซัดให้บัลลังก์ลอยทะลุผนังปราสาทด้านหนึ่งออกไปตกใส่บึงน้ำบริเวณใกล้เคียง  ดังนั้นตอนนี้บัลลังก์ยังคงปลอดภัยอยู่  และเมื่อคุณเมฆาน้อยนั่งลงไปบนบัลลังก์นั้นก็จะทำให้คุณกลายเป็นผู้ปกครองปราสาทวิหคอัคคีไปในทันที”

                คำตอบของลูกปลาน้อยเล่นเอาทุกคนที่ได้ฟังถึงกับแตกตื่นตกใจไปในทันทีเพราะคงไม่มีใครคิดจะทำอะไรบ้าๆแบบที่เขาทำอยู่เป็นแน่  และคนที่ตกใจสุดๆแต่ไม่แสดงออกมาก็คือเมฆาน้อยที่แสร้งดีใจจนฉีกยิ้มกว้างถึงรูหูทั้งๆที่ในใจนึกชมเชยในความสามารถของลูกปลาน้อยเสียเหลือเกินที่อุตส่าห์ลงทุนทำถึงขนาดนั้นเพื่อให้เขาเสียค่าอาหารโดยเฉพาะ

                “ตามผมมาสิ”

                ลูกปลาน้อยกล่าวออกมาอีกครั้งพร้อมกับพุ่งทะยานไปทางบึงน้ำใกล้ๆกับที่ราบแอ่งกระทะอย่างรวดเร็วโดยมีบรรดาสมาชิกกิลด์มังกรสงบและพรรคพวกของเมฆาน้อยพุ่งทะยานติดตามไปอย่างรวดเร็ว  และเหลือไว้เพียงเมฆาน้อยที่ยืนนิ่งอยู่พร้อมกับหิมะโปรยและสายแร่ทองคำที่ต่างก็จ้องมองไปที่เมฆาน้อยเป็นตาเดียวกัน

                “แบบนี้เห็นทีผมคงจะจนปัญญาที่จะช่วยได้แล้วล่ะครับ”

                สายแร่ทองคำกล่าวพลางสายหน้าอย่างรู้สึกจนปัญญา  ซึ่งเมฆาน้อยเองที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเช่นกัน  นั่นเพราะตัวเขาเองยังไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้  ส่วนหิมะโปรยที่ยืนอยู่ใกล้ๆก็มองมาด้วยแววตาทอประกายของความเห็นใจ   จากนั้นพวกเขาก็พุ่งทะยานติดตามพรรคพวกคนอื่นไปอย่างรวดเร็วโดยมีเป้าหมายคือบึงน้ำที่อยู่ใกล้ๆที่ราบแอ่งกระทะ

                ทุกคนรุดหน้าไปถึงบริเวณรอบๆบึงน้ำอย่างรวดเร็ว  จากนั้นลูกปลาน้อยก็ปล่อยพลังจิตออกมาเป็นแสงสีเขียวสว่างเจิดจ้าพุ่งลงไปในทะเลทราบ  ก่อนที่น้ำในทะเลทราบจะกระเพื่อมไปมาเป็นระลอกคลื่นพร้อมกับการปรากฏออกมาของบัลลังก์ที่เคยตั้งอยู่ในปราสาทวิหคอัคคี   ซึ่งเมฆาน้อยที่เห็นแบบนั้นก็มีสีหน้าปั้นยากออกมาทันทีเพราะไม่รู้ว่าปราสาทที่เหลือแต่บัลลังก์แบบนี้จะทำให้ทางระบบหาเรื่องเก็บเงินอะไรจากเขาอีกได้บ้าง  

                กึก!!

                บัลลังก์ของปราสาทวิหคอัคคีลอยมาวางตรงหน้าของเมฆาน้อยอย่างช้าๆ  พร้อมกับทุกคนที่ส่งสายตามองมาเป็นสายตาเดียวกันเหมือนจะบอกให้เขานั่งลงไปจะได้จบเรื่องทุกอย่างซะที   ซึ่งลูกปลาน้อยก็เดินมาอยู่ที่เบื้องหน้าของเขาและกล่าวออกมาว่า

                “เชิญนั่งได้เลยครับ  แล้วคุณจะได้เป็นเจ้าของปราสาทวิหคอัคคีอย่างถูกต้องเสียที  ส่วนเรื่องปราสาทเดี๋ยวทางระบบก็สร้างให้ใหม่เองแหละครับ  เพราะมันถูกเทพอสูรทำให้พังนี่นา  ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย”

                เมฆาน้อยที่ได้ฟังลูกปลาน้อยกล่าวออกมาแบบนั้นก็พยายามจะยิ้มอย่างอารมณ์ดีโดยที่ในใจกำลังคิดว่าทางระบบจะใจดีสร้างให้ใหม่จริงหรือ  เพราะแท้จริงแล้วเทพอสูรที่พังปราสาทก่อนหน้านี้มันได้กลายเป็นอสูรพิทักษ์ของเขาไปแล้วในตอนนี้  ซึ่งแน่นอนว่าพรรคพวกทุกคนไม่รู้ในความจริงข้อนี้ถึงได้เอ่ยออกมาแบบนี้ได้  ทว่าตัวเขาจะไปปฏิเสธความหวังดีของทุกคนก็คงจะทำไม่ได้เหมือนกัน   เมื่อเป็นแบบนี้เมฆาน้อยจึงคิดรักษาน้ำใจเอาไว้มากกว่าเงินในกระเป๋าของตนเอง  เพราะการประมูลก็กำลังจะจบลงในอีก 20 วันข้างหน้า   และเมื่อถึงตอนนั้นปัญหาเรื่องเงินของเขาก็คงจะถูกคลี่คลายสักที   แต่ตอนนี้คงจำเป็นที่จะต้องยอมเป็นหนี้รอไปก่อน  

                เมฆาน้อยก้าวเดินเข้าหาบัลลังก์อย่างช้าๆด้วยใบหน้าเรียบเฉย   จากนั้นจึงหันหลังและค่อยๆนั่งลงบนบัลลังก์พร้อมกับบัลลังก์ที่เปล่งแสงสว่างและเปลวไฟอันร้อนแรงออกมาอย่างต่อเนื่อง   ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นแสงสว่างเจิดจ้าก็เข้าปกคลุมไปทั้งร่างของเมฆาน้อยอย่างรวดเร็ว

                “ผู้เล่นเมฆาน้อย  ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการชิงปราสาทครบถ้วน  ได้ครอบครองปราสาทวิหคอัคคี”

                “ปราสาทวิหคอัคคีกลายเป็นสมบัติของกิลด์ภูติมายา”

                เสียงจากระบบดังขึ้นในศีรษะของเมฆาน้อยเพื่อแจ้งให้ทราบอย่างรวดเร็ว   จากนั้นตัวของเมฆาน้อยก็เปล่งแสงสว่างมากขึ้นพร้อมกับแสงวูบวาบขึ้นหลายครั้งก่อนที่เมฆาน้อยและบัลลังก์จะหายไปพร้อมๆกัน  และแน่นอนว่าทุกคนที่ยืนมองดูอยู่ต่างก็มีสีหน้าไม่เข้าใจไปตามๆกัน

                “พี่เมฆหายไปไหนค่ะเนี่ย”

                ดารินกล่าวถามออกมาด้วยเสียงอันดัง  ซึ่งทุกคนเองก็ต่างมองหน้ากันไปมา  ก่อนจะตัดสินใจรอเมฆาน้อยอยู่ในที่เดิม  เพราะไม่รู้เช่นกันว่าเมฆาน้อยหายตัวไปที่แห่งใดแล้ว

               

                เมฆาน้อยที่หายตัวไปหลังจากนั่งลงบนบัลลังก์นั้น  บัดนี้เขาได้มาปรากฏตัวขึ้นในสถานที่อันคุ้นตาซึ่งสภาพโดยรอบมีหิมะตกอยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่อง   และไม่ต้องสงสัยเลยว่าสถานที่อันคุ้นตานี้ย่อมต้องเป็นมิติพิเศษสำหรับอาชีพนักเวทย์ดาบที่เขาซื้อเอาไว้นั่นเอง   แถมในเวลานี้ที่เบื้องหน้าของเมฆาน้อยก็มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางหิมะสีขาว  ซึ่งเมื่อเมฆาน้อยเห็นหน้าผู้ชายคนดังกล่าวก็มีสีหน้าปั้นยากขึ้นมาทันที

                “เจอกันทีไรต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้นทุกที”

                เมฆาน้อยกล่าวออกมาพร้อมกับจ้องมองไปที่ชายคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกยากจะบรรยายเพราะเขาเจอกับชายคนดังกล่าวทีไรเป็นต้องเสียเงินมากขึ้นทุกที   และทุกครั้งผู้ชายคนดังกล่าวก็จะทำให้เขาเป็นหนี้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

                ใช่แล้ว!!  ชายคนดังกล่าวก็คือรันฟา  ชายคนเดียวที่เสนอขายมิติพิเศษให้เขาและเป็นคนดูแลการประมูลไอเท็มระดับ 10 ดาวของเมฆาน้อยอยู่ด้วย  แน่นอนว่าเมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเมฆาน้อยมาถึงพร้อมกับนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ไร้ซึ่งปราสาทก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี   แต่สำหรับเมฆาน้อยแล้วมันกับเหมือนรอยยิ้มเยาะของปีศาจกระหายเงินไม่มีผิดเพี้ยน

                “สวัสดีครับ คุณเมฆาน้อย  ก่อนอื่นคงต้องขอแสดงความดีใจด้วยนะครับที่กิลด์ภูติมายาสามารถครอบครองปราสาทวิหคอัคคีได้  เป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ”

                รันฟากล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแฝงแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อย  ส่วนเมฆาน้อยที่ได้ฟังแบบนั้นก็ฉีกยิ้มและกล่าวออกมาอย่างไม่มีการเกรงใจว่า

                “ผมเองก็ยินดีนะครับที่ได้พบคุณรันฟาอีกครั้ง   แต่ดูท่าวันนี้คุณรันฟาจะมีเรื่องมาให้ผมเป็นหนี้เพิ่มเสียมากกว่าล่ะมั้งครับ”

                เมื่อรันฟาได้ยินเมฆาน้อยกล่าวออกมาตรงๆแบบนั้นก็มีสีหน้าตกใจเล็กน้อย   จากนั้นก็ตั้งสติอย่างรวดเร็วและหัวเราะกลบเกลื่อนพร้อมกับกล่าวออกมาทันทีว่า

                “แหะๆๆ คุณเมฆาน้อยนี่ช่างมีอารมณ์ขันนะครับ  แต่ผมคงจะเป็นเหตุให้คุณเสียเงินไม่ได้หรอกครับ  เพราะเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เล่นนะครับ   ดังนั้นถ้าคุณไม่ยอมซะอย่างผมจะไปรีดเงินออกจากกระเป๋าคุณได้อย่างไรกัน”

                เมฆาน้อยที่นั่งอยู่บนบัลลังก์กลางหิมะที่ตกปรอยๆ จ้องมองไปที่รันฟาวูบหนึ่งจากนั้นก็หรี่ตาลงอย่างใช้ความคิดและกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วอีกว่า

                “คุณรันฟาพูดแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องมารีดเงินผมอีกสินะครับ  เข้าเรื่องดีกว่าไหม”

                เมื่อรันฟาได้ยินเมฆาน้อยกล่าวออกมาแบบนั้นก็ฉีกยิ้มออกมาด้วยความพอใจและกล่าวออกมาอย่างอารมณ์ดีเป็นที่สุดว่า

                “ผมบอกแล้วนะครับว่าขึ้นอยู่กับความสมัครใจของตัวคุณเอง  ส่วนเรื่องที่ผมจะคุยกับคุณก็คือเรื่องปราสาทวิหคอัคคีที่ตอนนี้เหลือบัลลังก์อยู่แค่เพียงตัวเดียวของคุณเมฆาน้อยนั่นแหละครับ”

                เมฆาน้อยที่ได้ฟังแบบนั้นก็เงยหน้าที่ก้มต่ำขึ้นจ้องมองไปที่รันฟาเขม็ง   จากนั้นก็กล่าวถามออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบทันทีว่า

                “แล้วทางระบบคิดจะทำเช่นไรครับ”

                แน่นอนว่าเมฆาน้อยคิดว่าจะต้องได้คำตอบที่สามารถผลาญเงินในกระเป๋าได้อยู่แล้ว  ดังนั้นจึงเตรียมตัวรับมือเต็มที่   ส่วนรันฟาเมื่อถูกเมฆาน้อยกล่าวถามออกมาแบบนั้นก็เปิดปากกล่าวออกมาทันทีเช่นกัน

                “ทางระบบจะสร้างปราสาทหลังใหม่ให้คุณเมฆาน้อยครับ  แต่เพราะต้นเหตุที่ทำให้ปราสาทวิหคอัคคีพังมาจากอสุรพิทักษ์ทั้งสองตนของคุณ  ดังนั้นทางระบบจะออกค่าใช้จ่ายแค่ 80% ส่วนอีก 20% ที่เหลือคุณเมฆาน้อยจำเป็นจะต้องออกเองนะครับ”

                เมฆาน้อยที่ได้ยินแบบนั้นก็นึกในใจว่าเขาคิดเอาไว้ไม่มีผิด  นั่นคือทางระบบหาข้ออ้างมารีดเงินของเขาอีกจนได้   แถมตัวต้นเหตุที่เป็นอสูรพิทักษ์ของเขายังรับไม่ได้แบบสุดๆ  นั่นเพราะถ้าหากเป็นซีซาร์เขายังพอรับได้บ้าง   แต่นี่ดันพ่วงอู้ต้าคงเข้าไปด้วยโดยที่อสูรพิทักษ์ของเขาตัวนี้จะว่าไปแล้วก็ได้มาแบบงงๆ เพราะนอกจากตอนได้มาจะไม่สามารถปฏิเสธได้แล้ว   หลังจากนั้นยังปล่อยมันไปไม่ได้อีกด้วย   และเพราะแบบนี้เองทำให้เมฆาน้อยกำลังคิดว่าทางระบบกำลังเล่นตลกเพื่อรีดเงินของเขาอยู่   ซึ่งถ้ามันเป็นความจริงเขาก็คงต้องนึกนับถือคนคิดแผนนี้หน่อยแล้ว  เพราะมันได้ผลดีเสียเหลือเกิน

                ทว่าถึงจะเป็นอย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นนั้นเมฆาน้อยก็ยังคงมีใบหน้าเรียบเฉยไม่แตกตื่นให้ฝ่ายตรงข้ามฉวยโอกาส  เขาพยายามตั้งสติและค้นเอาเครื่องดื่มรสชาติเผ็ดร้อนในช่องเก็บอุปกรณ์ออกมาดื่มเพื่อบรรเทาความหนาวเย็นจากหิมะที่กำลังพัดมาเอื่อยๆ พร้อมกล่าวถามออกไปว่า

                “แล้วราคา 20% นี่มันเป็นเงินในเกมสักเท่าไหร่ล่ะครับ”

                เมื่อเมฆาน้อยกล่าวจบ  รันฟาก็ชูขึ้นมาสองนิ้ว  จากนั้นเขาก็กล่าวออกมาด้วยหน้าตาระรื่นว่า

                “ไม่มากครับแค่สองเท่านั้นเอง”

                เมฆาน้อยที่ได้ยินแบบนั้นก็ครุ่นคิดครู่หนึ่ง  จากนั้นก็กล่าวออกมาตามความคิดของตนเองว่า

                20 ล้านเหรียญทองหรอครับ”

                รันฟาที่ได้ฟังเมฆาน้อยกล่าวออกมาแบบนั้นก็ฉีกยิ้มออกมากว้างราวกับจะบอกว่าที่เมฆาน้อยคิดออกมาน่ะมันถูกต้องแล้ว   ทว่าในความจริงนั้นมันไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย

                “ไม่ใช่หรอกครับ ราคามัน  200 ล้านเหรียญทองน่ะครับ”

                รันฟากล่าวออกมาด้วยท่าทางเรียบเฉยราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาแต่เมฆาน้อยที่กำลังกระดกเครื่องดื่มเข้าปากพร้อมกับรับฟังไปด้วยนั้นถึงกับพ่นของที่ดื่มอยู่ออกมาด้วยความตกใจทันที

                พรวด!!

                “คุณรันฟาว่าอย่างไรนะครับ”

                เมฆาน้อยพ่นเครื่องดื่มใส่เต็มหน้าของรันฟาทันทีที่ได้ยินรันฟาพูดจบพร้อมกับเอ่ยถามออกมาด้วยความไม่มั่นใจ  เพราะหูของเขาอาจจะได้ยินผิดไปก็เป็นได้

                รันฟาที่ถูกเมฆาน้อยพ่นเครื่องดื่มใส่ก็ยังคงมีใบหน้าปกติ  จากนั้นเขาก็ล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดใบหน้าที่เลอะของตนพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยท่าทางนิ่งๆว่า

                  “คุณเมฆาน้อยได้ยินไม่ผิดหรอกครับ  ราคาของมันคือ 200 ล้านเหรียญทองครับ  ซึ่งทางระบบลดให้คุณแบบสุดๆแล้วนะครับ”

                เมฆาน้อยที่ได้ยินว่าตนเองคิดไม่ผิดก็มีสีหน้าปั้นยากไปในทันทีเพราะเงิน 200 ล้านเหรียญทองมันเท่ากับเงิน 20 ล้านในโลกของความเป็นจริงเลยนะ  แล้วแบบนี้ตัวเขาจะบ้าพอที่จะจ่ายออกไปมากขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ

                “คุณรันฟาจะบอกว่าปราสาทหลังหนึ่งราคา 1,000 ล้านเหรียญทองหรอครับ”

                เมื่อรันฟาได้ยินเมฆาน้อยเอ่ยถามแบบนั้นก็แกยิ้มอย่างอารมณ์ดีและกล่าวออกมาว่า

                “คุณเมฆาน้อยเข้าใจถูกต้องแล้วครับเพราะขนาดบ้านหลังหนึ่งราคาต่ำสุดยัง 100 ล้านเหรียญทองเลยนะครับ  แล้วปราสาทจะไม่แพงกว่าได้อย่างไร   แต่ถ้าคุณเมฆาน้อยไม่อยากเสียเงินก็ไม่เป็นไรนะครับสามารถทำได้   แต่ถ้าคุณคิดเปลี่ยนใจมาสร้างปราสาททีหลังต้องจ่ายเต็มจำนวนเงินนะครับ”

                เมฆาน้อยที่ได้ฟังรันฟากล่าวแบบนั้นก็คิ้วกระตุกด้วยอาการยากจะบรรยายได้ทันทีเพราะการที่ฝ่ายตรงข้ามกล่าวออกมาแบบนี้มันก็เท่ากับการมัดมือชกกันชัดๆ  แล้วแบบนี้เขาจะไปปฏิเสธได้อย่างไร  แถมกิลด์หนึ่งสามารถมีปราสาทเอาไว้ในครอบครองได้แค่หลังเดียวเท่านั้น  ดังนั้นถ้าเขาไม่ยอมตกลงไปตอนนี้  ตอนหลังเกิดต้องการสร้างปราสาทขึ้นมาก็ต้องจ่ายเต็มราคา  ซึ่งเขาก็คงไม่บ้าพอที่จะจ่ายเต็มราคาแน่จึงต้องจำใจเป็นหนี้เพิ่มเติมด้วยความไม่เต็มใจเท่าใดนัก

                “รวมของเดิมก็เป็นยอดเงิน  230 ล้านเหรียญทองนะครับ  ส่วนสถานที่ก็ใช้เป็นที่มิติพิเศษนี้เลยนะครับเพราะมันเป็นที่ดินเพียงแห่งเดียวที่คุณมีอยู่  แต่ว่าคุณเมฆาน้อยไม่คิดปรับแต่งมิติเพิ่มเติมบ้างหรอครับเดี๋ยวผมลดให้เป็นพิเศษเลยครับ”

                เมฆาน้อยที่ได้ยินรันฟากล่าวให้เขาเริ่มเสียเงินเพิ่มอีกแล้วก็รีบปฏิเสธออกมาทันที  เพราะเท่านี้เขาก็เป็นหนี้ท่วมหัวจนจะแย่อยู่แล้ว

“ไม่ล่ะครับ  เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่าครับ”


****************************************************************************************************************************
มาแล้วครับสำหรับตอนใหม่ โทษทีนะครับที่เมื่อวานไม่ได้ลง ความผิดผมเอง  ส่วนวันนี้ก็แค่นี้ก่อนครับเพราะต้องไปงานเลี้ยง

รับน้องครับนะจะดึกอยู่   ขอบคุณครับที่ติดตาม  ส่วนเรื่องภาพปกของหนังสือเล่มแรกก็พอเห็นแบบคร่าวๆมาบ้างแล้ว  ผมเอง

ก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน  เอาไว้สมบูรณ์แล้วจะเอามาให้ดูครับ  แต่คนเลือกภาพเป็นทางสำนักพิมพ์นะครับผมยุ่งไม่ค่อยได้

เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

25,182 ความคิดเห็น

  1. #24713 nooznooz0 (@nooznooz0) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 13:15
    ผมว่าพระเอกไม่น่าจะต้องมีปัญหาเรื่องเงิน เพราะเอาของระดับ 10 ขาย จะได้500 ล้าน+ คือเห็นได้ระสิบอีกตั้งเยอะหรือไม่ก็ไปหาล่าใหม่ก็ได้ ขายแบบเร้วหน่อยก็ 100-200ก็ได้แล้ว งงว่าจะมีปัญหาตรงไหน ล่าสุดแค่ฆ่ามังกร30ตัวเอาของมาขายยังได้ 4ล้าน ถ้าตั้งใจไปล่าได้เป็น100ล้านก็ไม่น่าแปลก เลยทำให้งงว่าจะต้องมีปัญหาเรื่องเงินยังไง
    #24713
    1
    • #24713-1 เงาสีแดง (@gugew15911) (จากตอนที่ 145)
      17 พฤษภาคม 2561 / 20:33
      มันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดไง หากคุณได้เงินมา 100,000 บาท จะใช้ให้หมดในวันสองวันเลยหรอ?
      #24713-1
  2. #24494 godzillalovely (@godzillalovely) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 18:44
    ขอบคุณครับ
    #24494
    0
  3. #23961 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 12:48
    น่าจะพ่นน้ำใส่หน้ารันฟาเยอะๆนะ 5555 ตัวดูดเงินดูดทองชัดๆ
    #23961
    0
  4. #23560 tvxqluv20 (@sumittra_nuy) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2557 / 22:43
    เกลียดอีฟารันมากเลย นายธนาคารหน้าเลือด คิดแต่จะเอาเงินเมฆาน้อยอย่างเดียว ฆ่ามันมีความผิดมั๊ยเนี่ย
    ล่อไป230ล้านแล้วยังไม่ผ๋อนซักแดงอีกไม่นานยอดคงแตะพันล้าน อ๊ากกกกกก หนี้สินท่วมหัวเอาตัวไม่รอด
    #23560
    0
  5. #23469 numumu (@numim291) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 16:00
    สับสนค่ะ ตกลงลูกปลาน้อยนี่คือชไรเดอร์เหรอคะ ทำไมถึงเปลี่ยนนิสัยเหมือนคนละคน หรือเพิ่งเผยธาตุแท้ ไอเรื่องผูกใจเจ็บกะเรื่องไม่เป็นเรื่องนี่ก็ด้วย ตัวเองทำตัวเองแท้ๆยังอยากให้เพื่อนเดือดร้อนเหมือนตัวเองอีก แล้วคาแรกเตอร์แต่ละตัวละครไม่ค่อยเด่นชัดเท่าไหร่นะคะ เปลี่ยนไปมา แถมเหมือนบางทีก็อ่านๆไปก็สับสนอ่ะค่ะ ถึงจะเขียนเอาสนุกตัวเองไม่เอาดังแต่ก็คงอยากเขียนให้คนอื่นสนุกด้วยใช่มั้ยคะ คือบอกตรงๆว่าอ่านเรื่องนี้4รอบแล้ว แต่ไม่เคยอ่านถึงตอนล่าสุดเลยซักรอบ อ่านถึงตอนนี้นี่คือมาไกลที่สุดแล้ว เหมือนเรื่องนี้จะเน้นแค่ฉากต่อสู้อลังการ สู้อย่างเดียวเลย แทบไม่มีเนื้อเรื่องอย่างอื่น ขนาดอีกภาคของตัวละครเมฆาน้อยยังปูมาแบบที่อ่านๆไปก็ลืมๆไปบ้างอ่ะค่ะ ตกลงพล็อตหลักเรื่องนี้คือพระเอกเข้าเกมมา ฝึก สู้ เก็บคอลเล็กชั่นอาวุธ จบ มันเหมือนยังไม่ไหลลื่นเท่าไหร่น่ะค่ะ อ่านๆไปก็สะดุดบ่อยๆ แต่ก็พยายามอ่านต่อ พอเจอบ่อยๆเข้าก็เลยมาคอมเม้นต์นิดนึง 555 ปล.ยอมรับค่ะว่าไม่เคยเขียนนิยาย และคงเขียนได้ไม่เท่าไรเตอร์ แต่บอกในฐานะคนอ่านน่ะค่ะ ว่ารู้สึกยังไง เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้างน่ะค่ะ
    #23469
    0
  6. วันที่ 9 เมษายน 2557 / 17:44
    น่าสงสารแหะ โดนหนี้จากสัตว์อสูรที่ไม่ได้เป็นเจ้าของมายอมรับเอาง่ายๆแบบนี้! เสริมไปด้วย
    #23430
    0
  7. #19423 ธันวา (@pitiwatkab) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 16:27
    เขาว่ากันว่าหากได้ลองเป็นหนี้สักครั้งมันจะไม่หมดไปง่ายๆ ถ้าจะจริงแห๊ะ
    #19423
    0
  8. #19048 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 / 20:31
    =[]='  หนี้เก่ายังไม่ทันหาย หนี้ใหม่ที่ไม่มีทีท่าว่าจะใช้หมดก็ถล่มลงมาทับอีก -0-''
    #19048
    0
  9. #18615 ลมกลางคืน (@maynotza) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2556 / 18:11
    เมฆา เอ๋ย ทำใจเหอะ ^^
    #18615
    0
  10. #18010 หลุมมืด (@black_hole) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2556 / 15:52
    ถ้าเป็นกรู คงอาละวาดไปแล้วสันดานแต่ละคนเหรี่ยมาก คอยทำให้เสียตังค์อย่างเีดียว (ขออภัยที่แรง อินไปหน่อยเพราะเราเป็นคนเกลียดคนที่ชอบเสรือกแถมยังเอาเรื่องเดือดร้อนมาให้)
    #18010
    0
  11. #17763 น้ำหมึกเหล็ก (@akamu) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2556 / 14:19
    แต่ละอย่าง ถ้าไม่อยากได้ก้ไม่น่ามาตีปาสาศเลย ได้มาแล้วไม่อยากจ่ายตังค่าปราสาศก้บอกไปสิว่าลิงอะได้มาหลังจากปราสาศมันแหกแล้ววววจะไปจ่ายทำมายยยเสียดายตัง
    #17763
    0
  12. #17338 Silent_M (@mai-silent) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 20 เมษายน 2556 / 22:37
    แบบนี้ต้องหักเงินกิลด์ป่ะเนี่ย?? เพราะลูกปลาน้อยคนเดียวเลย แง่มๆๆ
    #17338
    0
  13. #17249 ยุงลำบาก (@djfbifmf) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 14 เมษายน 2556 / 23:06
    กลั่นแกล้งกันเกินไปม้าง เหตุผลจะดูดียังไงก็ช่างเถอะ มันดูจะเอาเปรียบกันเกินไปรึป่าว เพราะถ้าแค่ข้อมูลอาชีพที่ได้มาฟรีๆบวกกับมิติพิเศษ(ที่ต้องเสียเงินไปกว่า60ล้านไม่ได้ได้มาฟรีๆซะหน่อย) ดันมาอ้างว่าเมฆาเอาเปรียบคนอื่นนั้น มันควรจะเปนความรับผิดชอบของบริษัทเกมสิ ก็ตกลงประชุมสรุปแล้วว่าต้องเปนแบบนี้เอง แล้วจะมาหัวหมอขูดเลือดกันเกินไปอ่ะป่าว แล้วว่าแต่ตูเปนไรเนี่ย อินไปป่าวหว่า -*-
    #17249
    0
  14. #16924 MeDiaAI (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 4 มีนาคม 2556 / 09:58
    ง่ะไหนบอกบ้านราคาต่ำสุด 20 ล้านเหรียญทองไง ตอนนี้ขึ้นราคา หรอ กลาย เปน 100 ล้าน แล้วโห้ *0*
    #16924
    0
  15. #16732 Mr.Bermuda (@pakxza) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:49
    ไปเอามาทำบ้าอะไร  ไม่รับซะก็จบ 20ล้านโลกจริงแพงแบบกะขูดเลือด หักกระดูกเลยนี่หว่า
    #16732
    0
  16. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 15:28
    Thank  you
    #16722
    0
  17. #16682 Art (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2556 / 19:29
    ปฎิเสธไปก่สิ้นเรื่อง บอกเพื่อนไปคงไม่มีใครยอมซื้อ อีกอย่าง ทำพังหลังเปนเจ้าของอสูรยังไงระบบก่ต้องออกให้นะ
    #16682
    0
  18. #15965 เงารัติกาล (@spooknick) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 27 มกราคม 2556 / 21:52
    พูดตามตรงนะออกให้ตั้ง 80% นั้นเยอะมากเลยนะเพราะเหตุผลคืออสูรในปกครองของเมฆาน้อยทำพังเองระบบเกี่ยวไรด้วย ถ้าจะหักของลิงจ๋ออกก็ไม่น่าถึง 80% อยู่ดี 
    อีกเรื่องหนึ่งที่สงสัย ทำไมไม่สร้างปราสาทบนที่ดินเดิม ทำไมต้องสร้างบนที่ดินใหม่ปราสาทที่ยึดได้เนี่ยได้แค่ปราสาทหรอไม่ได้ที่ดินด้วยว่างั้น ต้องจ่ายค่าที่ดินให้ระบบด้วยประมาณนี้หรือ? ไม่สมเหตุสมผลเลย

    ป.ล.พระเอกก็ยังเป็นเหมือนเดิม เฮ้อ!
    #15965
    0
  19. #15247 สายฝนเย็นชื่นใจ (@saifone) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2555 / 13:22
    ที่พระเอก มีทั้งดีและร้าย เดี๋ยวเก่งเดี๋ยวอ่อน เพราะว่า มี 3 บุคคลิก
     
    ดาร์กไลท์ อีกบุคคลิกของพระเอกนั้นจะเก่งการต่อสู้หมดทุกแขนง

    สไวด์ อีกบุคคลิกนึง จะฉลาด เพราะไอคิวสูงกว่าคนปกติ

    ส่วนตัว คลาวด์นั้น เนื่องด้วยความจำเสื่อมและไม่ได้ฝึกวิชาในโลกจริง

    ก็เลยไม่รู้วิชาการต่อสู้ แต่ที่เห็นเก่ง  ก็เก่งจากการพัฒนาในเกมขึ้นไปเรื่อยๆ

    ซึ่งในเรื่องนี้พระเอกจะค่อยๆพัฒนาไปเรื่อยๆ จนสุด ก็คือ การเป็นราชันศาสตรา นั่นแหละ
    #15247
    0
  20. #15141 141212 (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2555 / 20:02
    อ่านมาดุพระเอกมันโง่หรืออ่อน หรือปะเนี่ย โปรยๆต้นๆดูซะแตพ ทั้งฝีมือและไอคิว แต่ดูๆงั้นๆ ดูไม่ลื่นไหลทะไหร่นะ ผมว่าขัดเกลาสักหน่อยให้คงเส้นคงวาจะดูดีมากกว่านี้ ดีกว่าหัวมังกรแต่หางสุนัข ดูง่ายๆไม่เขี้ยวโดนลบเหลี่ยมหลายช็อดแล้ว คิดช้าไม่ทันเกมส์ประมาณนี้ ถ้าจะให้แตพก็ให้สุดๆเลย เหมือนบางเรื่อง(ไม่ได้เปรียบเทียบนัครับแค่เทียบเคียงเพื่อการพัฒนา) ที่คาแร็คเตอร์ชัดเจน คนอ่านรับได้แนวนี้ก็ตามอ่านเอง ทั้งๆที่เนื้อเรื่องและรายละเอียด บทหรือการพรรณาของเรื่องถือว่าต่ำกว่ามาตราฐานที่ควรจะเป็น แต่ยังติดอันดับ เพราะมันมีเอกลักษณ์ ชัดเจนและซื่อสัตย์ต่อแนวทาง(คำโปรย)ที่บอกคนอ่าน ...........................ไม่เด่วดีเด่วร้าย เด่วโง่เด่วฉลาด เด่วเก่งเด่วอ่อน เด่วชายเหนือชาย เด่วหูดำ บลาๆๆ
    #15141
    0
  21. #14801 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 / 02:20
    เค็มมมมมมมมมมมมมม
    #14801
    0
  22. #12448 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 / 23:37

    สูบเลือดสูบเนื้อชัดๆ

    #12448
    0
  23. #12372 markbull (@dokiboom) (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 / 02:13
    ค่ายเกมนี้กะสูบเมฆอย่างเดียวอยู่ได้เลยมั่ง
    #12372
    0
  24. #12021 JAO (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 30 เมษายน 2555 / 22:20
    ทำมัยเมฆาน้อย ไม่ตอบไปละว่าไม่เอาปราสาท ขอ แค่ บัลลังตัวเดียวพอ ได้ไม่เสียตัง
    #12021
    0
  25. #11587 ,yolN (จากตอนที่ 145)
    วันที่ 26 มีนาคม 2555 / 17:05
    เพื่อในอนาคตไงครับ คห.11419
    #11587
    0