LorD oF WeaPoN (ราชันศาสตรา)

ตอนที่ 105 : ภาค 2 มหาสงครามศาสตราครองพิภพ ตอนที่ 5 สู่จุดหมายที่ต้องการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41,423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    8 ก.ย. 54

สู่จุดหมายที่ต้องการ


            อืม

เสียงอุทานของเมฆาน้อยที่กำลังหยิบปีกนกนางนวลทอดกระเทียมชิ้นกรอบเข้าปากพลางเคี้ยวอย่างไม่รีบร้อน   โดยที่เบื้องหน้าของเขาคือกองไฟกองหนึ่งที่ถูกจุดเอาไว้เพื่อให้แสงสว่างและความอบอุ่นในยามที่ทะเลทรายเข้าสู่ช่วงราตรีกาลอันหนาวเหน็บ

เป็นไงบ้างครับ รสชาติใช้ได้ไหมครับ เสียงเอ่ยถามของอัคคีวาโยที่เอ่ยถามออกมาพร้อมทั้งส่งจอกใบเล็กที่มีของเหลวบรรจุอยู่เต็มจอกให้เมฆาน้อยพลางยิ้มอย่างอารมณ์ดี    ซึ่งเมฆาน้อยที่เห็นก็รับจอกที่บรรจุของเหลวดังกล่าวมาอย่างว่าง่ายและทำการดื่มของเหลวที่อยู่ในจอกดังกล่าวจนหมดในครั้งเดียวด้วยสีหน้าเหยเก

ให้ตายสิ!!  เหล้านี่แรงเป็นบ้า เมฆาน้อยกล่าวพร้อมกับคืนจอกเหล้าให้กับอัคคีวาโย ซึ่งอัคคีวาโยที่เห็นก็หัวเราะด้วยหน้าตาระรื่นพร้อมทั้งกล่าวว่า

ยามสูดดมรู้สึกหอม   ยามดื่มรู้สึกหวาน  เมื่อไหลผ่านลงลำคอจะทำให้รู้สึกเผ็ดร้อน   ที่คือคุณสมบัติของเหล้าขึ้นชื่อของที่นี่  บุพผาทะเลทรายครับ

เมฆาน้อยพยักหน้าอย่างเข้าใจจากนั้นก็หันหน้าไปมองยังหญิงสาววัยสิบหกปีที่นั่งอยู่กับอัคคีวาโย  ซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวมีรูปร่างหน้าตาดี  ผิวขาว  สูงราว 160 เซนติเมตร  ไว้ผมสีน้ำตาลทองยาวถึงกลางหลัง   แต่งกายด้วยชุดสีขาวขลิบเทาดูสะอาดตา  ข้างกายมีคทาของนักเวทอันยาวปักไว้อยู่บนพื้นข้างตัวและกล่าวออกมาว่า

ฝีมือทำอาหารของน้องพิรุณเดือนห้านี่เยี่ยมมากเลยนะครับ  พี่ขอชมจากใจจริง

เมื่อแฟนสาวของอัคคีวาโยนามพิรุณเดือนห้าได้ยินดังนั้นก็ฉีกยิ้มอย่างเขินอายและกล่าวออกมาว่า

พี่เหินลมชมเกินไปแล้ว   ฝีมือของน้องยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ

ใช่ๆพี่อย่าชมมากไปเดี๋ยวยายนี่จะเคยตัว อัคคีวาโยกล่าวเสริมออกมาซึ่งแน่นอนว่าฉากต่อมาคือฉากที่พิรุณเดือนห้าระดมหยิกอัคคีวาโยจนต้องร้องเสียงลั่น   และมันก็ทำให้เมฆาน้อยต้องขำออกมาอย่างอดไม่ได้

 

เช้าวันต่อมาเมฆาน้อย อัคคีวาโยและพิรุณเดือนห้ามาถึงทางเข้าสุสานผู้วายชนม์ซึ่งมีรูปร่างคล้ายพีรามิดของอียิปต์แบบไม่มีผิดเพี้ยน  เพียงแต่ว่าที่บริเวณโดยรอบจะมีรูปแกะสลักจำนวนมากที่เป็นรูปของสัตว์อสูรรูปร่างแปลกประหลาดกระจายอยู่รอบบริเวณ   แถมนอกจากรูปแกะสลักแล้วยังมีผู้เล่นจำนวนมากกระจายตัวอยู่โดยรอบจนแออัดเต็มพื้นที่  เรียกได้ว่าเมื่อไม่มีพวกสังกัดกิลด์ สมาพันธ์ หรือสหพันธ์มาขัดขวางก็ทำให้คลื่นมนุษย์จำนวนมากแห่กันมาที่แห่งเดียวกันด้วยเป้าหมายที่ต่างกันไป

เมฆาน้อยกวาดสายตาดูรอบบริเวณอย่างรู้สึกทึ่ง    เขาไม่รู้หรอกว่าภายในสุสานผู้วายชนม์นั้นใหญ่มากแค่ไหนแต่ดูจากจำนวนผู้เล่นที่ทยอยกันผ่านประตูทางเข้าไปได้เรื่อยๆอย่างไม่รู้จักเต็มก็ต้องยอมรับจริงๆว่าภายในจะต้องใหญ่กว่าที่มองเห็นภายนอกแน่ๆ ถึงแม้ภายนอกจะดูยิ่งใหญ่อลังการอยู่มากแล้วก็ตามที   และเมื่อเขาผ่านประตูเข้าไปด้านในโดยใช้บันไดทางลงนับร้อยขั้นกว่าจะเดินลงไปถึงก็ต้องพบกับห้องกว้างขนาดใหญ่ที่มองเห็นผนังห้องอยู่ริบๆ ถึงแม้ตัวเขาเองจะเคยหาข้อมูลของสุสานผู้วายชนม์มาบ้างแล้วแต่ก็ไม่นึกว่าแค่เพียงชั้นแรกก็กว้างใหญ่ถึงขนาดนี้    และตัวเขาก็ต้องลงไปยังชั้นที่สิบซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้ดินเพื่อไปยังวงกตราตรีนิรันดร์ซี่งอยู่สุดปลายทางของสุสานผู้วายชนม์นั่นเอง

สัตว์อสูรในสุสานผู้วายชนม์ส่วนใหญ่จะเป็นพวกโครงกระดูกเดินได้ที่ใช้อาวุธและสวมชุดเกราะแตกต่างกันออกไป   แถมสภาพพื้นที่ภายในยังยกสูงต่ำไม่สม่ำเสมอกัน  แถมบางจุดยังยกสูงกว่าจุดอื่นๆอย่างมาก  ทำให้พวกผู้เล่นที่โจมตีไกลและบรรดานักเวททั้งหลายต่างใช้เป็นประโยชน์ในการฝึกวิชาอย่างช่วยไม่ได้  พวกผู้เล่นที่กระจายกันฝึกวิชาเลื่อนระดับอยู่โดยรอบมีทั้งแบบมาเป้นกลุ่มและแบบมาคนเดียว   ในชั้นแรกนั้นส่วนมากจะเป็นผู้เล่นที่มีระดับ 30 ขึ้นไปแล้วทั้งสิ้น   ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งถ้าลงไปชั้นที่ลึกลงไปเรื่อยๆ สัตว์อสูรก็จะเก่งมากขึ้นเรื่อยๆ  ผู้เล่นที่ฝึกวิชาก็จะมีระดับสูงมากขึ้นเช่นกัน   

พี่เหินลม  พี่จะไปทำภารกิจที่ชั้นสุดท้ายใช่ไหมครับ   ถ้าอย่างนั้นผมกับแฟนคงต้องขอแยกทางตรงนี้นะพี่  เพราะชั้นลึกๆลงไปมันมีสัตว์อสูรระดับสูงๆอยู่  บางชั้นยังมีสัตว์อสูรระดับราชาเฝ้าอยู่ด้วย   พวกผมมีระดับแค่ 40 กว่าๆคงจะช่วยพี่ที่ระดับสูงแล้วไม่ได้หรอกครับ  ดีไม่ดีจะเป็นตัวถ่วงเปล่าๆ   ถ้ายังไงต้องขอโทษด้วยนะครับ  แต่ว่าผมก็ยังตกใจไม่หายเลยนะครับที่พี่บอกว่าถนัดการใช้ดาบมากกว่าธนู  ทีแรกผมนึกว่าพี่เป็นมือธนูเหมือนผมซะอีก

อัคคีวาโยกล่าวออกมาด้วยท่าทางสุภาพหลังจากเมฆาน้อยพร้อมตนและแฟนลงมาถึงชั้นที่สาม  ซึ่งเมฆาน้อยก็แกยิ้มอย่างไม่ถือสาและกล่าวออกมาว่า

ไม่เป็นไรหรอก  แค่มีเพื่อนร่วมทางให้คุยแก้เบื่อด้วยก็ดีมากแล้ว  อีกทั้งพี่คงต้องใช้เวลาหลายวันในการทำภารกิจ   จะให้น้องทั้งสองมาเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์มันก็ไม่ใช่สิ่งสมควรเท่าใดนัก  ถ้ายังไงพอพี่ทำภารกิจเสร็จแล้ว  พวกเราไปกินอาหารที่ภัตตาคารในเมืองสักมื้อ  ครั้งนี้พี่เป็นเจ้ามือเอง  ถือว่าเลี้ยงคืนมื้อเมื่อวานก็แล้วกัน

เมื่ออัคคีวาโยและพิรุณเดือนห้าได้ยินแบบนั้นก็ฉีกยิ้มอย่างยินดีก่อนจะลาเมฆาน้อยไปฝึกวิชาเลื่อนระดับคนผู้เล่นกลุ่มหนึ่งซึ่งเข้ามาชักชวน    ส่วนเมฆาน้อยที่เหลือตัวคนเดียวอีกครั้งก็รีบออกเดินทางเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางสู่อาชีพนักเวทย์ดาบที่สมบูรณ์ด้วยความตั้งใจดังเดิม

 

ในเวลาเดียวกันกับที่เมฆาน้อยกำลังมุ่งหน้าไปยังวงกตราตรีนิรันดร์   ก็มีผู้เล่นกลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งได้เข้าไปยังวงกตราตรีนิรันดร์ก่อนหน้านานแล้ว  ซึ่งผู้เล่นกลุ่มนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากบรรดาเหล่าแกนนำของกิลด์  สมาพันธ์  และสหพันธ์ใหญ่หลายแห่ง   ซึ่งแน่นอนว่าในครั้งนี้แกนนำระดับหัวหน้าจะมาเองเสียส่วนใหญ่ซึ่งแต่ละคนก็มีฝีมืออยู่ในระดับสูงด้วยกันทั้งนั้น   ถึงแม้ตอนนี้เหล่าแกนนำจากที่ต่างๆจะดูสงบนิ่งดี  แต่ทว่าต่างฝ่ายต่างก็รู้ว่าเมื่อสิ่งที่พวกตนตามหาอยู่ปรากฏออกมา  เวลานั้นจะเป็นเวลาที่การต่อสู้จะเปิดฉากขึ้นเพราะผู้ที่จะได้ครอบครองนั้นมีได้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

ผู้ที่เดินนำหน้ากลุ่มผู้เล่นดังกล่าวอยู่คือชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่ามีนามว่าอะไร  แต่ดูจากที่มีเชือกมัดอยู่รอบกายแล้วคงจะเป็นผู้เล่นที่ถูกจับเอาไว้และบังคับให้นำทางคนกลุ่มดังกล่าวมา    และบรรดาผู้ที่เดินตามชายหนุ่มที่ถูกมัดอยู่คือหัวหน้าสหพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในทวีปผู้กล้าตอนกลางทั้ง 2 สมาพันธ์นั่นคือ   หนึ่งสหพันธ์โลหิตพิทักษ์ซึ่งนำโดยไมดาสกับเรเฟียส   และสองคือสหพันธ์อสูรเงามายาซึ่งนำโดยโอดินกับเอซุส   นอกจากนี้ยังมีสหพันธ์ใหญ่ทางตอนใต้ของทวีปผู้กล้าอย่างสหพันธ์สยบทั่วแดนดินซึ่งนำโดยโครนอสซึ่งด้านหลังจะมองเห็นเฟร์เดินตามมาอยู่    สหพันธ์ใหญ่เจ้าถิ่นอย่างสหพันธ์สรวงสวรรค์ธรรมที่นำโดยเดมอสผู้ไม่มีใครเคยเห็นพลังฝีมือที่แท้จริง   และเหล่าหัวหน้าสมาพันธ์และกิลด์อีกหลายแห่งที่ติดตามมาทางด้านหลังซึ่งส่วนใหญ่จะสังกัดอยู่ในบรรดาสหพันธ์ข้างต้นที่ได้กล่าวไปแล้ว   และที่น่าจับตามองที่สุดคือสมาพันธ์คุณธรรมค้ำฟ้าที่นำโดยหัวหน้าสมาพันธ์นามไคโดซึ่งเป็นสมาพันธ์ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นได้ไม่นาน หนำซ้ำยังเป็นอิสระไม่อยู่ใต้สหพันธ์ใดๆทั้งสิ้น   และที่สำคัญคือหัวหน้าสมาพันธ์นามไคโดเป็นคนที่ยึดถือคุณธรรมและความถูกต้องอยู่เหนืออื่นใดจึงเป็นสมาพันธ์ที่ดีในสายตาของผู้เล่นโดยทั่วไป    ผิดกับสหพันธ์ใหญ่ที่มีขุมกำลังกล้าแข็งกว่าแต่เป็นพวกที่มีชื่อเสียงในทางที่ไม่ดีเสียส่วนใหญ่

ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของเหล่าแกนนำของที่ต่างๆที่ซุกซ่อนไว้ด้วยเปลวเพลิงอันร้อนระอุพร้อมที่จะแผดเผาให้ทุกสิ่งเป็นจุนได้ในพริบตานั้น  ต่างฝ่ายต่างก็พูดคุยกับคนของตนผ่านช่องสนทนาอย่างลับๆซึ่งแน่นอนว่าต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่าฝ่ายตรงข้ามคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่

เมื่อพบเป้าหมายรอดูสถานการณ์ก่อน   แล้วค่อยลงมือทีหลัง  เมื่อได้รับคำสั่งให้ลงมือสังหารไมดาสและโอดินให้ได้ก่อนข้อความที่ถูกส่งมาในช่องสนทนาของเฟร์มากกขึ้นอย่างเด่นชัด  ซึ่งแน่นอนว่าผู้ที่ออกคำสั่งย่อมต้องเป็นโครนอสอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้   และในเวลาเดียวกันก็มีข้อความจากเอซุสส่งไปถึงโอดินด้วยเช่นกัน

ลงมือก่อนเสียเปรียบ   ขอให้อดทนไว้   ระวังมือที่สามจะลงมือเก็บเกี่ยวผลประโยชน์  หลีกเลี่ยงการปะทะกับพวกของไมดาสถ้าไม่จำเป็น เพราะจะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

จากการคำนวณฝ่ายที่จะชิงลงมือก่อนคือพวกของเดมอสซึ่งพวกมันเป็นเจ้าถื่นและสามารถเรียกรวมกำลังพลได้เยอะว่า   ถ้าจำเป็นต้องฆ่าให้ลงมือสังหารเดมอสให้เร็วที่สุด แต่อย่าประมาทเพราะฝีมือของมันจัดว่าไม่ธรรมดาข้อความจากไมดาสส่งไปถึงเรเฟียส

เรียกรวมกำลังพลเข้าปิดล้อมเมืองเซาร์ทารูนอฟและสุสานผู้วายชนม์เอาไว้   อย่าให้ใครแย่งสมบัติที่สมควรเป็นของเราและหนีกลับไปได้เด็ดขาด คำสั่งของเดมอสที่ส่งผ่านช่องสหพันธ์

โดยที่สหพันธ์ใหญ่กำลังสนทนาผ่านช่องสื่อสารกับพวกของตนอยู่นั้น   ไคโดซึ่งเป็นชายหนุ่มร่างกายกำยำแข็งแรง   ใบหน้าดุดัน  สวมใส่ชุดเกราะสีทองและในมือถือกรงจักรอันใหญ่ยักษ์เอาไว้จ้องมองเหล่าหัวหน้าสหพันธ์เหล่านั้นและกล่าวในใจว่า

หากที่แห่งนี้มีอาวุธแบบที่ข่าวลือว่าอยู่จริง  คงต้องขัดขวางไม่ให้สหพันธ์เหล่านี้ได้มันไป  ไม่อย่างนั้นพวกมันจะมีกำลังที่เข้มแข้งมากขึ้นและผู้เล่นธรรมดาทั่วไปก็จะเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน   แล้วนี่เราสมควรทำเช่นไรดี

ในขณะที่ไคโดกำลังคิดอยู่นั้น  ชายหนุ่มที่ถูกจับและบังคับให้นำทางมาก็ได้มายืนอยู่เบื้องหน้าประตูบานใหญ่ยักษ์บานหนึ่งด้วยท่าทางหวาดกลัวจนร่างกายสั่นสะท้าน  เขาชี้นิ้วไปยังบานประตูดังกล่าวและเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบาว่า

สิ่งนั้น  อยู่ข้างในบานประตูนี้

คำพูดของชายหนุ่มคนดังกล่าวเรียกให้สายตาทุกคู่จ้องมองไปที่บานประตูศิลาอันใหญ่ยักษ์เบื้องหน้าที่เขียนข้อความสลักเอาไว้ว่า

หมื่นมังกรร้องคำราม

ศาสตราป่นเป็นเพียงผงธุลี

สร้างแดนมิคสัญญีให้สวรรค์

พิฆาตเหล่าทวยเทพทั่วหล้า

ความแค้นคับคลั่งเหลือคณา

สะท้านโลกาดับสูญพิภพ

สรรค์สร้างโลกในอุดมคติ

แค่เพียงข้อความที่สลักเอาไว้ก็ให้รู้สึกทรงพลังและยิ่งใหญ่จนหัวหน้าสหพันธ์ทั้งหลายต้องจ้องมองด้วยสายตาที่กระหายอยากได้เอาไว้ในครอบครอง   ซึ่งไม่นานนักบานประตูศิลาก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆพร้อมกับหัวหน้าสหพันธ์และกลุ่มแกนนำที่ติดตามมาด้านหลังได้ทยอยเดินเข้าไปด้านในกันจนครบหมดทุกคนสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเขาคือคือห้องกว้างขนาดใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา    เปลวไฟจากลาวาอันแดงฉานและร้อนระอุจากบ่อขนาดใหญ่ตรงกึ่งกลางที่กระจายออกไปตามทาง 5 สายโดยรอบทำให้มีแสงสว่างอันมืดสลัวดูน่ากลัวราวกับขุมนรก   โดยรอบถูกกองไว้ด้วยโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆทับถมกันจนนับไม่ถ้วน   แต่ทว่านอกจากสิ่งที่อยู่กึ่งกลางบ่อลาวาอันร้อนระอุแล้วก็ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจอีก   และสิ่งที่อยู่กลางบ่อลาวาก็ดาบรูปร่างแปลกประหลาดสีดำทะมึนดูน่ากลัวที่ปักไว้บนก้อนหินขนาดไม่ใหญ่มากซึ่งกำลังร้อนระอุ     รังสีแห่งความชั่วร้ายและความกระหายเข่นฆ่าสะท้านสะเทือนไปทุกอณูขุมขน    เสียงเหล่าดวงวิญญาณร้ายร้องดังระงม  ละอองวิญญาณสีขาวบินลอยวนอยู่รอบคมดาบและขยายกว้างออกไปเรื่อยๆ   ราวกับวังวนแห่งความหายนะที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้พินาศย่อยยับลงในบัดดล

            เพียงภาพที่ได้มองเห็นก็รู้แล้วว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าคือสุดยอดอาวุธที่ทรงพลานุภาพมากมายขนาดไหน   และเมื่อสิ่งที่ตามหามานานปรากฏอยู่ตรงหน้า  สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นก็คือการเข่นฆ่าเพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าของนั่นเอง

เช้ง!!!!

เสียงชักอาวุธคู่กายของเหล่าแกนนำทั้งหลายที่สังกัดยังสหพันธ์ที่แตกต่างกันดังขึ้นแทบจะพร้อมเพรียงกัน   ในเวลานั้นหัวหน้าสหพันธ์ใหญ่ทั้ง  4 แห่งต่างก็ยืนนิ่งเฉยและจ้องมองกันไปมาด้วยจิตสังหารอันครุกรุ่น  โดยต่างฝ่ายก็ต่างไม่ยอมลงมือก่อนทำให้บรรยากาศทั้งเงียบและน่าอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง  

ท่ามกลางความเงียบสงัดนั้นเสียงเหล่าดวงวิญญาณที่ล่องลอยไปในอากาศก็กีดเสียงร้องดังระงมพร้อมกับเงาดำขนาดมหึมาสูงเสียดฟ้าที่แผ่กระจายออกมาจากดาบสีดำอย่างไม่อาจหยุดยั้ง  ในตอนนั้นทุกคนที่กำลังจะเปิดศึกกันต่างจ้องมองไปที่เงาดำดังกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตะลึงเหมือนกับเห็นฝันร้าย    เสียงคำรามสะท้านสะเทือนขวัญของสัตว์ยักษ์ที่ถูกกล่าวขานว่าทรงพลังที่สุดในโลกได้ดังสะท้านสะเทือนไปทั่วบริเวณราวกับจะประกาศว่าทุกคนที่อยู่ในที่นี้จะต้องตายตกลงทั้งหมดอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

 

ในขณะที่การต่อสู้ในวงกตราตรีนิรันดร์กำลังจะเปิดฉากขึ้นนั้น  เมฆาน้อยก็ได้เดินทางมาถึงสุดปลายทางของสุสานผู้วายชนม์ในชั้นที่สิบเป็นที่เรียบร้อย    เบื้องหน้าของเขาคือทางเข้าวงกตราตรีนิรันดร์สถานที่ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่สุดของเขา   แต่ทว่าที่ทางเข้าซึ่งปรากฏแก่สายตาของเขาแล้วนั้นดันมีสัตว์อสูรระดับราชาขวางทางอยู่ถึงสามตน  แต่ละตนมีลักษณะเป็นโครงกระดูกสูงสิบเมตรที่ต่างก็ใช้อาวุธอันขนาดใหญ่ยักษ์แตกต่างกัน  และพวกมันก็ตรงเข้าหาเมหาน้อยด้วยความรวดเร็ว

ตึง!!!!!

เสียงฝีเท้าของสัตว์อสูรระดับราชาทั้งสามตนที่กระแทกลงบนพื้นถึงกับทำให้พื้นสั่นไหว   ดาบยักษ์ยาวกว่า 7 เมตรของสัตว์อสูรระดับราชาหนึ่งในนั้นฟาดฟันเข้าใส่เมฆาน้อยอย่างไม่มีการปราณี    ในยามนั้นเมฆาน้อยตวาดออกมาอย่างเสียงดัง  

อย่ามาขวางทางฉันพร้อมก็นั้นก็กระโดดออกไปด้านข้างและใช้ย่นระยะเพื่อหลบรัศมีโจมตีอย่างรวดเร็ว

ตูม!!!

เสียงดาบของสัตว์อสูรระดับราชาฟาดลงบนพื้นที่ว่างเปล่าจนพังพินาศย่อยยับ  ดูจากพลังทำลายที่แสดงอยู่บนพื้นที่พังกว่าสิบเมตรและลึกถึงสามเมตรก็รู้การดจมตีเมื่อสักครู่รุนแรงมากแค่ไหน   แถมสัตว์อสูรระดับราชาแบบเดียวกันยังไม่ได้มีเพียงตนเดียวแต่มีถึงสามตนด้วยกัน   ดังนั้นเมฆาน้อยที่เพิ่งหลบการโจมตีแรกไปได้นั้นก็รีบใช้ย่นระยะพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรระดับราชาตนแรกด้วยความรวดเร็วโดยที่ในมือซ้ายนั้นปรากฏจิตมารผสานเทพเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าห่อหุ้มเอาไว้

เปรี้ยง!!!!!

เมฆาน้อยกระโดดลอยตัวขึ้นไปซัดหมัดที่บรรจุพลังจิตพิเศษจนหนาแน่นเข้าใส่หน้าอกของสัตว์อสูรระดับราชาตนแรกจนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว    จากนั้นก็ใช้พลังจิตในการลอยตัวกลางอากาศพร้อมกับใช้ย่นระยะกลางอากาศพุ่งตัวไปซัดหมัดที่ยังคงแปล่งแสงสว่างเจิดจ้านั้นเข้าใส่สัตว์อสุรระดับราชาตัวที่สองและสามอย่างรวดเร็วดุจสายอัสนีบาตร

เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นต่อเนื่องกันอีกสองครั้งพร้อมกับร่างของเมฆาน้อยที่มาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าทางเข้าวงกตราตรีนิรันดร์     ด้านหลังของเขาเห็นเพียงสัตว์อสูรระดับราชาทั้งสามตนที่โครงกระดูทั้งร่างแตกหักจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยนอนจอมกองเลือดของตนอยู่  โดยมีคุโระที่กำลังบินวนเก็บของอย่างรู้งานก่อนจะบินตามเมฆาน้อยเข้าไปในวงกตราตรีนิรันดร์อย่างรวดเร็ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

25,182 ความคิดเห็น

  1. #24901 Zen_Darkness (@ghostbsd) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 10:49
    คุโระสุดยอดดด ชอบคุโระที่สุด
    #24901
    0
  2. #24453 godzillalovely (@godzillalovely) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2559 / 20:14
    ขอบคุณครับ
    #24453
    0
  3. #23921 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2558 / 21:27
    มีคุโระนี่โคตรมีประโยฃน์ ตามเก็บแบบชำนาญและเร็วมาก 5555
    #23921
    0
  4. #23370 AranYz (@aranyz) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 9 มีนาคม 2557 / 22:09
    หืมม นี่สรุปเมฆาน้อย ใช้พลังจิตธรรมดาได้ป่าวอ้ะ อ่านไปอ่านมาชักงง 555 
    #23370
    0
  5. #22847 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:12
    แรกๆ คิดว่าคุโระเป็นหญิง
    แต่ปรากฎว่าเป็นตัวผู้ซะงั้น 55
    #22847
    0
  6. #20634 นีน่า ธีรนุช (@snownyprincess) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2556 / 07:04
    เก็บของ คือ ความสุข ของคุโระ
    #20634
    0
  7. #18910 Pearendless (@pear-narin) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 01:32
    โห =[]=''  เดี๊ยวนี้เก่งแบบไม่ต้องถึงครึ่งตอน =w=''
    #18910
    0
  8. #17160 น้ำหมึกเหล็ก (@akamu) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 16:41
    ราชันศาสตราใน ศึกเทพศาสตราป่าวน้อ
    #17160
    0
  9. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:20
    Thank  you
    #16490
    0
  10. #14759 บังเอิญอ่าน (@rithio) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2555 / 22:53
    สุดยอดดาบฝ่ายมารซินะ
    #14759
    0
  11. #13432 Joker Mask (@gamsor) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2555 / 20:56
    มาเล่นเกมอย่างนี้แสดงว่าไม่ได้เรียนใช่มั้ยหรือว่าโดด อย่าติดเกมหละ
    #13432
    0
  12. #11283 few (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:00
    ทำไไม่ไปเรียนละ!!!!..โดนไอซ์ด่าแน่

    #11283
    0
  13. #10902 -Teety- (@teety1234) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 / 15:50
    สนุกมากครับ
    #10902
    0
  14. #9341 [Op]Ko_Ke (@sasipa88) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 26 กันยายน 2554 / 10:29
    สนุกมากค่ะ
    #9341
    0
  15. วันที่ 22 กันยายน 2554 / 13:11
    พี่แกสามารถใช้ของชั้นสูงนั้นได้แล้ว เพราะพลังพื้นฐานเต็มแล้ว แต่พระเอกเรามัวแต่มานอนแช่น้ำอยู่ได้ ตั้ง 7 วัน เดี๋ยวพวกก็คาบดาบไปก่อนหรอก
    #9212
    0
  16. #9145 tomzacool (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 13 กันยายน 2554 / 18:51
    เออ คุโระ นี้หญิงหรือชายแน่ๆ
    #9145
    0
  17. #8635 ปีกราชันย์ (@silentza) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2554 / 18:05
    คุโระโหดสูด



    เก็บเรียบ

    ฮ่าๆๆๆ
    #8635
    0
  18. #8304 BzIQ (@bziq) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 / 10:12
    สงสัยเลือดยังไม่แห้ง เลยจมกองเลือด
    #8304
    0
  19. #7171 อาณา (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 / 16:16
    โครงกระดูกมีเลือดด้วย

    ตื่นเต้นๆ

    ห้องที่เข้าไปเป็นห้องอะไรเนี่ยยย
    #7171
    0
  20. #6714 2life (@vlap) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2554 / 13:04
    เยี่ยมครับ!
    #6714
    0
  21. #5673 svn_mikel (@winnaya) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 6 เมษายน 2554 / 21:52
     ดูท่าเมฆาน้อยจะงานเข้าซะแล้ว ว


    ว่าแต่ ?  . ห้องที่ไป ใช่ห้องเดียวกับที่มีอาวุธนั่นหรือป่าว
    #5673
    0
  22. #5466 ผสมสารกันบูด (@flower-in-bunker) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 22 มีนาคม 2554 / 11:04
    แค่จะเรียนเวทย์สายความมืดนี่ต้องฝ่าสัตว์อสูรระดับราชาถึงสามตนด้วยกัน

    เวทย์ธาตุนี้คงจะแรงน่าดู
    #5466
    0
  23. #5403 พศกรณ์ (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 22:04
    อยากให้ช่วยเขียนเร็วๆได้ไมคับ สนุกมาก อ่านอ่านต่อจังคับ
    #5403
    0
  24. #5262 inasba (@nassang) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 8 มีนาคม 2554 / 20:41
    แหมเมฆาน้อยโชว์เทพแปบเดียวเองอะไม่สะใจเลย
    #5262
    0
  25. #5261 pom-mai-kub (@maikung1234) (จากตอนที่ 105)
    วันที่ 8 มีนาคม 2554 / 20:35
     มาต่อไวๆนะครับ
    #5261
    0