คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #10 : Chapter 10 หวง/บังเอิญผ่านมา?
“แกจะโทรมาหาบรรพบุรุษอะไรแต่เช้าวะไอ้แด ชั้นจะเข้าออฟฟิศสายก็เพราะแกนะเนี่ย”
คนผมสีแดงบ่นกระปอดกระแปดขณะที่พยายามหอบเอกสารมากมายลงมาจากรถ แต่ดูเหมือนว่าแดซองหาได้แคร์ความลำบากของเธอไม่ เพราะเขายังกรอกเสียงยียวนมาตามสายอยู่เช่นเดิม
(ทำไมจะโทรไม่ได้ ชั้นก็โทรหาแกทุกวันนั่นแหละ)
“แต่แกก็น่าจะรู้กาลเทศะบ้างสิ อย่างวันนี้ชั้นตื่นสายแกก็น่าจะรู้ ชั้นไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการแบบแกนะจะได้ตื่นสายตะวันโด่งไปทำงานเมื่อไหร่ก็ได้น่ะ”
(แล้วไอ้ที่โทรเนี่ยชั้นยืมเงินแกมาหรือไง เลิกบ่นสักทีได้มั้ย ตอนนี้กามันจะไปฝากรอยเท้าไว้บนหน้าแกแล้ว)
คำพูดของแดซองทำให้ปาร์คเยอึนปรี๊ดแตกทันที....ล้ออะไรก็ล้อได้ แต่ขอเถอะ อย่าล้อเรื่องอายุกับความโสด มันเจ็บใจ โดยเฉพาะยิ่งถ้าคนล้อเป็นไอ้เพื่อนเวรนี่ด้วยแล้วยิ่งเจ็บใจ!
“ชั้นนี่แหละจะไปฝากรอยเท้าไว้บนหน้าแกก่อน ไอ้แดเฮงซวย!!”
คนผมแดงกระแทกเสียงลงไปก่อนจะกดตัดสายทันที หญิงสาวปิดประตูรถแรงๆด้วยความหงุดหงิด หอบแฟ้มเอกสารจำนวนมหาศาลนั้นเดินงุ่นง่านตรงไปที่ทางเข้าออฟฟิศ แต่ยังไม่ทันจะถึงประตู เธอก็ชนเข้ากับใครบางคนเสียก่อน
“โครม!”
“โอ๊ย!!”
“ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ... คุณ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า”
ปาร์คเยอึนคลำหัวตัวเองป้อยๆ อยากจะตอบกลับไปเสียจริงว่าจะไม่เป็นได้ยังไง เล่นชนมาแรงซะขนาดนี้ แถมแฟ้มยังร่วงลงมากระแทกหัวเธอซะขนาดนี้....ไม่เป็นอะไรก็ไม่ใช่คนแล้วมั้ง...
“ผมขอโทษจริงๆ เดี๋ยวผมช่วยเก็บให้นะครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ แต่คราวหลังเดินระวังๆหน่อยแล้วกันนะ คุณก็เห็นนี่ว่าชั้นมองไม่เห็นทาง ก็น่าจะช่วยหลบให้หน่อย แต่นี่....”
คำด่าของเยอึนถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเห็นหน้าของคู่กรณีชัดๆ ชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาว ท่าทางสะอาดสะอ้านในชุดสูทลำลองของเขา แถมตาเรียวเล็กคู่นั้นที่จ้องมาก็ทำเอาเธอใจเต้นไม่เป็นจังหวะ...
หล่อขนาดนี้....เดินหลงทางมาแถวนี้ได้ไงเนี่ย....
“ผมขอโทษนะครับ พอดีผมรีบไปหน่อยเลยไม่ทันเห็นคุณ”
ปาร์คยูชอนเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมกับเก็บเอกสารคืนให้เธออย่างสุภาพ แววตาสำนึกผิดแบบนั้นทำให้เยอึนรับเอกสารมาอย่างเบลอๆ....ขนาดหน้าตาหดหู่ขนาดนี้ยังหล่อเลย...คนบ้าอะไรหล่อได้ขนาดนี้เนี่ย....
“มะ....ไม่เป็นไรค่ะ”
คนผมแดงหลุดประโยคต่อมาอย่างยากเย็น ยูชอนถึงยิ้มออกมาได้ เขามองป้ายพนักงานที่ติดอยู่บนอกเสื้อของเธอแล้วถามขึ้นอย่างเป็นมิตร
“คุณเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดของที่นี่เหรอครับ”
“ช.....ใช่ค่ะ”
“ดีจังที่ผมได้รู้จักคุณก่อน ผมปาร์คยูชอนครับ เดี๋ยวเราคงได้ร่วมงานกันเร็วๆนี้นะครับ^^”
ยูชอนเอ่ยพร้อมกับยื่นมือออกมาตรงหน้า เยอึนเอื้อมมือไปเช็กแฮนด์เขาอย่างอึ้งๆ ชายหนุ่มยิ้มให้เธออีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปในบริษัท ทิ้งให้เยอึนยืนจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่คนเดียว
ปาร์คยูชอนเหรอ....
ลูกชายคุณปาร์คฮยองชอน เจ้าของบริษัทนี้ คนที่จะเข้ามาบริหารงานต่อจากพ่อน่ะเหรอ...
รวยขนาดนี้ เก่งขนาดนี้ ยังไม่วายจะหล่อ แถมนิสัยดีขนาดนี้ด้วยเหรอ....
ปาร์คเยอึนผุดยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก ตาเป็นประกายวาววับอย่างคนที่คิดอะไรออกขึ้นมากะทันหัน...
“เจอแล้วเยอึน มันต้องใช่แน่ๆ....คนนี้แหละ....เนื้อคู่!!”
*
*
*
*
“เนื้อคู่เหรอ เฮอะๆๆ เนื้องอกล่ะสิไม่ว่า”
คำบริภาษของคังแดซองทำให้คนผมแดงคว้าหมอนมาฟาดหัวเขาแรงๆ พร้อมกับชี้หน้าเพื่อนปากเสียทันที
“งอกบ้างอกบออะไร แกน่ะสิเนื้อร้าย คนนี้เค้าของจริงเว้ย หล่อ รวย นิสัยดี เพอร์เฟคท์ที่สุด แถมนามสกุลยังปาร์คเหมือนกันอีกต่างหาก เวลาแต่งงานก็ไม่ต้องเปลี่ยนนามสกุลให้ยุ่งยาก เห็นมั้ยล่ะ ไม่มีใครเหมาะสมกับชั้นมากไปกว่านี้อีกแล้ว!!”
ปาร์คเยอึนพูดพร้อมกับทำตาเป็นประกายมุ่งมั่น แดซองคว้าหมอนมาตีหัวเธอคืนบ้าง
“นี่แน่ะ ฝันกลางวันล่ะสิไม่ว่า คนเกาหลีเปลี่ยนนามสกุลที่ไหนกัน อีกอย่างนะ คนเพอร์เฟคท์ขนาดนั้นเค้าไม่มีทางสนใจคนอย่างแกหรอก!”
“ทำไม คนอย่างชั้นมันไม่ดีตรงไหน??”
เยอึนถามด้วยน้ำเสียงเอาเรื่องทันที แดซองไม่รอช้าที่จะสาธยายคุณสมบัติของเธอตามคำขอ
“แล้วแกดีตรงไหนล่ะ อ้วนก็อ้วน ซกมก สกปรก กินแต่ละทียิ่งกว่าช้างฟาดอ้อย แกคิดว่าจะเอาตรงไหนไปทำให้เค้าชอบแกห๊ะ ไอ้คนฝันเฟื่อง!!”
“ด่าได้ด่าไปเถอะ แกคอยดูแล้วกัน ชั้นจะจีบเค้าให้ได้!!”
เยอึนพูดอย่างหมายมั่นพร้อมกับลุกขึ้นเดินหนีไปช่วยงานซอนมีที่ครัว แดซองมองตามหญิงสาวไปแล้วบ่นงึมงำ
“เป็นผู้หญิงยิงเรือริจะจีบผู้ชาย ไอ้นี่....มันจะมากไปหน่อยแล้วมั้ง”
คนผมทองว่าพร้อมกับหันมาซดกาแฟแก้เครียด ตาคมกลอกไปมาอย่างครุ่นคิด....ถ้าปาร์คยูชอนเพอร์เฟคท์แบบที่เยอึนว่าจริงๆ เขาต้องแย่แน่ๆ รูปร่างหน้าตาอย่างเยอึนถ้าคิดจะจีบใครสักคนมันไม่ใช่เรื่องยากหรอก แล้วถ้าเกิดทำสำเร็จขึ้นมา.....เขาจะทำยังไงดีล่ะ??
เขาไม่ได้กลัวแค่ว่าจะต้องแก้ผ้าเต้นโนบอดี้ให้ดูหรอกนะ แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขากีดกันผู้ชายทุกคนที่เข้าหาเยอึนได้หมด ไม่ใช่เพราะเกลียดเพื่อนหรือว่าอะไร....
แต่เพราะเขา...อยากเก็บเยอึนไว้เป็นของเขาคนเดียวมากกว่า...
ก็ในเมื่อสารภาพออกไปตรงๆไม่ได้ มันก็ต้องใช้วิธีนี้... ตอนเรียนมหาลัย เขาทำทุกวิถีทางไม่ให้เยอึนมีแฟน ทั้งโทรศัพท์ไปบอกคนที่มาจีบเธอว่าเขาเป็นแฟนตัวจริงของเยอึน ทั้งใช้อิทธิพลข่มขู่ ซึ่งมันก็สำเร็จมาตลอดจนถึงตอนนี้ ความปากเสียของเขาอาจจะทำให้ทุกอย่างที่ทุ่มเทมาสูญเปล่าทั้งหมด....
แต่ก็นั่นแหละ....ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว....พยายามมาแล้วก็ต้องทำต่อไป
เขาไม่ยอมให้เยอึนเป็นของใครเด็ดขาด นอกจากเขาแค่คนเดียว!!!
*
*
*
“โซฮีไปไหนเนี่ย....”
เจ้าของร้านเบเกอรี่หนุ่มบ่นงึมงำขณะเดินหาเจ้าซาลาเปาแก้มกลมบนชั้นสองของร้าน....เห็นกลับมาจากโรงเรียนตั้งนานแล้วยังไม่ลงมาช่วยงานหน้าร้านสักที แอบอู้ไปงีบอีกหรือเปล่าเถอะ....
เสียงกุกกักจากในห้องทำให้แทยังขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองห้องที่เปิดประตูแง้มอยู่อย่างสงสัย....
“อยู่ในห้องเหรอ...”
แทยังพึมพำเบาๆ ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป อานโซฮียืนอยู่ในห้องนั้นจริงๆ ร่างบางยืนหันหลังให้ประตู แทยังอ้าปากจะดุ แต่ยังไม่ทันพูดอะไรเขาก็ต้องอึ้งเมื่อเห็นเด็กสาวเริ่มถอดเสื้อนักเรียนออกจนเห็นแผ่นหลังขาวเนียนที่มีเพียงบราสีหวานปกปิดอยู่ แทยังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น ค่อยๆ ถอยหลังจะเลี่ยงออกไป แต่เท้าเจ้ากรรมดันไปเตะประตูดังลั่น
“ซอนมีเหรอ มาก็ดีแล้ว เอาเสื้อมาให้หน่อยสิ วางอยู่ตรงนั้นน่ะ”
คนแก้มป่องว่าพร้อมกับชี้มือไปที่ผนังห้องโดยไม่หันมามองคู่สนทนา แทยังพูดไม่ออก จะถอยหลังกลับก็ทำไม่ได้ ทำได้แต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น
“ยังจะนิ่งอีก หยิบให้หน่อยซี....”
อานโซฮีสำทับด้วยน้ำเสียงเร่งร้อน ทำให้แทยังต้องตัดสินใจดึงเสื้อตัวนั้นมาถือ ชายหนุ่มค่อยๆ ยื่นส่งให้ โซฮีรับเสื้อไปใส่อย่างสบายใจ แทยังกะพริบตาถี่ๆ ถอยหลังจะเดินออกไปอีก แต่เสียงเล็กๆนั้นก็ดังขึ้นเสียก่อน
“รูดซิปข้างหลังให้ด้วยสิซอนมี ชั้นรูดไม่ถึงอ่ะ”
ดงยองเบกลืนน้ำลายลงคออีกรอบ ค่อยๆขยับเข้าไปรูดซิปเสื้อจากข้างหลังให้เธออย่างเงียบกริบ โซฮีขยับเสื้อเล็กน้อยก่อนจะหันมาขอบคุณ ‘ซอนมี’ ด้วยน้ำเสียงร่าเริง
“ขอบใจนะซอน....เฮีย!!! มะ....มาตั้งแต่เมื่อไหร่...”
“มานานแล้ว..”
แทยังตอบทั้งที่ตีสีหน้าไม่ถูก โซฮีหน้าแดงลามไปถึงใบหู
“นี่อย่าบอกนะว่าเฮีย....”
“ก็เธอบอกให้เฮียส่งเสื้อให้...แล้วก็บอกให้เฮียรูดซิปให้...”
“ชั้นไม่ได้บอกเฮียสักหน่อย ชั้นบอกซอนมีต่างหาก!!”
อานโซฮีขึ้นเสียง หน้าร้อนฉ่าเหมือนมีใครเอาน้ำร้อนมาราด ในขณะที่แทยังเองก็พลอยหน้าแดงไปด้วยเหมือนกัน
“ก็ซอนมีไม่อยู่นี่ อีกอย่างเฮียก็บังเอิญผ่านมาทางนี้....ไม่ได้ตั้งใจจะ...”
“พอๆ หยุดเลย...ชั้นไม่อยากฟังเฮียพูดแล้ว....เฮียห้ามไปเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาดเลยนะ”
คนแก้มป่องขู่ด้วยน้ำเสียงเล็กๆของเธอ แทยังเกาแก้มตัวเองเบาๆ
“ไม่บอกหรอกน่า เห็นเฮียเป็นคนแบบนั้นหรือไง...”
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงชั้นก็ต้องบอกไว้ก่อน ถ้ามีใครพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ชั้นเอาเฮียตายแน่”
อานโซฮีขู่สำทับอีกรอบพร้อมกับรีบเดินหนีไปด้วยความอาย แต่แล้วร่างบางก็หยุดกึกที่หน้าประตู หันกลับมาถามแทยังอีกรอบในสิ่งที่ยังคาใจ
“แล้ว
.เฮียเห็นอะไรบ้าง
”
“ไม่ๆ เฮียไม่เห็นอะไรเลย เห็นแค่ข้างหลังแล้วก็....”
ดงยองเบชี้ไปที่หลังประกอบพร้อมกับพูดเก้อๆ....
“เอ่อ....บรา....สีชมพู....”
“พอเลยพอ!! ไม่ต้องพูดเรื่องนี้อีกเลยนะ!!”
อานโซฮีรีบตัดบทก่อนที่เขาจะพูดจบ เด็กสาวปิดประตูดังปังก่อนจะเดินก้มหน้างุดๆลงไปชั้นล่างด้วยความอับอายแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ในขณะที่แทยังได้แต่ยืนงงอยู่คนเดียวในห้อง...
“เฮียไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ...เฮียแค่บังเอิญผ่านมาเฉยๆ....”
*
*
*
*
ร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาในตัวบ้านชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าที่โต๊ะอาหารมีใครบางคนนั่งอยู่ คิมยูบินลุกขึ้นยืนด้วยรอยยิ้มดีใจ....ก็เธอไม่คิดนี่นาว่าวันนี้เขาจะกลับมานอนที่บ้าน....
สำหรับยูบินแล้ว....อย่างน้อยแค่ได้เห็นหน้าก็ยังดี....
ชเวซึงฮยอนปรายตามองอาหารมากมายบนโต๊ะที่จัดจานเปล่าไว้สองจาน ก่อนจะตวัดสายตาขึ้นมองภรรยาทันที
“พี่ท็อปยังไม่ได้ทานอะไรใช่ไหมคะ.....”
“ไม่....”
ร่างสูงตาคมตอบเสียงเรียบ ยูบินคลายยิ้ม จะขยับเข้าครัวไปเอาจานมาเพิ่มให้เขา แต่ท็อปกลับเดินเลยขึ้นบันไดไปเสียอย่างนั้น คนผิวแทนเลยได้แต่นิ่งงัน....รู้แล้วว่าคำว่าไม่นั้นหมายถึงอะไร คิมยูบินนั่งลงบนโต๊ะช้าๆ กล้ำกลืนความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ....
ร่างสูงที่เดินขึ้นบันไดไปเหลือบมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะก้าวขาต่อ แต่ยังไม่ทันจะขึ้นไปจนถึงขั้นบนสุด เขาก็ต้องชะงักกึกกับร่างผอมบางที่เดินมาหยุดตรงหน้า....
“คุณแม่...”
ท็อปพึมพำออกมาอย่างคาดไม่ถึง ชเวอึนจองคลายยิ้มมุมปากเล็กน้อย มองลูกชายตัวดีที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิงด้วยแววตารู้ทัน
“วันนี้แม่มา....หวังว่าแกคงจะไม่ใจร้ายทิ้งแม่กับหนูยูบินกินข้าวกันแค่สองคนนะ”
*
*
*
*
ชเวซึงฮยอนยกน้ำในแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย มองผู้เป็นมารดาที่ตอนนี้นั่งทานอาหารอยู่หัวโต๊ะ แถมยังตักอาหารให้ลูกสะใภ้อย่างเอาอกเอาใจ ชายหนุ่มมองคิมยูบินแวบเดียวก่อนจะเอ่ยถามชเวอึนจองเสียงเรียบ
“ใครตามคุณแม่มาที่นี่ครับ”
คำถามของท็อปทำให้ยูบินเงยหน้าขึ้นมองเขา ตาคมคู่นั้นจ้องมาที่เธอราวกับเป็นผู้ต้องหา และมันทำให้ยูบินเจ็บแปลบไปทั้งตัว....ชเวอึนจองกระแอมเบาๆ เป็นการปราม ทำให้ลูกชายของเธอหันมามองผู้เป็นแม่ในที่สุด
“ไม่มีใครฟ้องแม่ทั้งนั้นแหละ แม่มาที่นี่ก็เพราะพฤติกรรมของตัวแกเอง”
ยูบินก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อ...เพราะรู้ดีว่าถึงท็อปจะรู้ความจริง เขาก็ไม่ได้เกลียดเธอน้อยลงหรอก...ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เขาก็คงเห็นเธอเป็นแค่ตัวถ่วงชีวิตเหมือนเดิมเท่านั้น แต่เหมือนตอนนี้ชเวอึนจองจะไม่คิดแบบเดียวกับลูกสะใภ้ เพราะยิ่งพูดอารมณ์เธอก็ยิ่งเกรี้ยวกราดขึ้นทุกที....
ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกชายของเธอถึงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้...
จากคนนิ่งๆ สุภาพอยู่เสมอ....กลายเป็นคนร้ายกาจแบบนี้ไปได้อย่างไร...
“เท่าที่จำได้ แม่ไม่เคยสั่งเคยสอนให้แกทำตัวแบบนี้นะท็อป ตลอดชีวิตของพ่อแก เค้าก็ไม่เคยทำตัวไม่เป็นสุภาพบุรุษแบบนี้ คิดอะไรอยู่ถึงได้ควงแม่นางแบบไซด์ไลน์นั่นไปงานเดียวกับหนูยูบิน คิดว่าแม่อยู่ฝรั่งเศสแล้วจะปิดหูปิดตายังไงก็ได้งั้นเหรอ แกเห็นแม่เป็นคนโง่ขนาดนั้นเลยหรือไง!!”
ยิ่งตวาดเสียงดังรุนแรงขึ้นเท่าไหร่ ก็ดูเหมือนว่าหญิงวัยกลางคนจะหายใจหอบถี่มากขึ้นเท่านั้น ยูบินรีบถลาไปประคองผู้เป็นแม่สามีให้นั่งลง ร่างบางเอ่ยกับชเวอึนจองอย่างอึดอัดใจ
“คุณแม่คะ....ไม่เป็นไรหรอกค่ะ....คือหนู....”
“ไม่เป็นไรไม่ได้!! ทำแบบนี้ไม่คิดหรือไงว่าชื่อเสียงของผู้หญิงจะป่นปี้แค่ไหน แค่รอให้ธุรกิจของครอบครัวหนูยูบินฟื้นตัวแล้วค่อยหย่ามันจะขาดใจตายใช่มั้ย หรือแกอยากเห็นแม่ตายเร็วถึงได้ทำอะไรแบบนี้!!”
ชเวอึนจองตวาดลูกชายอีกครั้งด้วยใบหน้าแดงจัด ยูบินต้องประคองให้เธอนั่งลงอีก หญิงสาวพยายามบีบมือหญิงวัยกลางคนให้อารมณ์เย็นลง แต่สายตามองไปที่ผู้เป็นสามีอย่างเป็นห่วง....ท็อปเอาแต่นิ่ง....ไม่เถียงและไม่แก้ตัวอะไรกับแม่เลยสักคำ เพราะรู้ดีว่ายิ่งเถียงไปก็จะยิ่งทำให้เรื่องมันบานปลายมากขึ้น....
แน่นอน....เขารู้ว่าเขาผิดที่ทำแบบนั้น....
แต่ถ้าไม่ทำ...เมื่อไหร่ล่ะที่เขาจะกำจัดผู้หญิงหน้าไหว้หลังหลอกคนนี้ออกไปจากชีวิตได้เสียที....
เขาทำทุกอย่างก็เพื่อแม่ เพื่อครอบครัว.....ให้พ้นจากผู้หญิงที่เก่งแต่สร้างภาพคนนี้ ทำไมแม่ไม่เคยเข้าใจเขาเลย....
“แกรู้มั้ยว่าที่นั่นนักธุรกิจเกาหลีเค้านินทาเรื่องนี้กันไปทั่ว....แกเป็นผู้ชายมันไม่เสียหายอะไรหรอก แต่ผู้หญิงอย่างหนูยูบินล่ะ คนที่เป็นเมียแกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แกเคยคิดบ้างมั้ยว่าเค้าจะเสื่อมเสียยังไง”
ชเวอึนจองพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองมารดา แล้วก็ได้เห็นสายตาเป็นห่วงของคนผิวแทนคู่นั้นที่กำลังมองมา...และมันก็ทำให้ชายหนุ่มเม้มปากแน่น
..
ขอร้องล่ะ...
หยุดสร้างภาพสักทีเถอะ!!
“ผมขอโทษครับ...”
หญิงวัยกลางคนผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยสายตาคมกริบแบบเดียวกับที่ลูกชายเคยใช้กับยูบินไม่มีผิดเพี้ยน หากแต่ตอนนี้นางใช้มันเพื่อปราบพยศลูกชายตัวดีคนนี้โดยเฉพาะ...
“วันนี้แม่จะนอนค้างที่นี่ แล้วพรุ่งนี้ถึงจะบินกลับไปเคลียร์งานต่อ....หวังว่าแม่คงจะไม่ได้บินกลับมาเคลียร์เรื่องของแกอีกรอบหรอกนะ”
*
*
*
*
มีข่าวร้ายมาบอกรีดเดอร์ค่ะ
เนื่องจากคอมไรเตอร์กำลังจะเข้าอู่ (ไวรัสแด๊ก - -) ที่แต่งเก็บไว้ก็มีไม่กี่ตอน เพราะงั้นไรเตอร์จะอัพวีคละครั้งนะคะ TT
ความคิดเห็น