ย้อนเวลาฝ่าวิกฤตวันสิ้นโลก [MARKBAM] (Y) / จบแล้ว

ตอนที่ 25 : EP20 - สถานการณ์ฝ่ายเสี่ยบี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,822
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 435 ครั้ง
    13 ก.พ. 63

ด้านอะพาร์ตเมนต์ของยองแจ ร่างสูงกำยำใช้กุญแจสำรองไขจนประตูห้องเปิดออก ประตูเป็นแบบเปิดเข้า มันจึงดันสิ่งที่กำลังขวางอยู่ให้กระเด็นล้มไปทางด้านหลัง!

“แฮ่กกก” หญิงสาวอดีตพนักงานรัฐคนหนึ่ง ที่บัดนี้กลายเป็นซอมบี้ล้มอยู่ไม่นาน เธอก็ตั้งหลักได้และพุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้ง

“โครม!” เสี่ยบีไม่รีรอที่ยันเท้าถีบให้เธอถอยหลังไป จากนั้นก็ปรากฏลูกไฟลอยอยู่ที่มือขวา เขาบังคับมันออกไปหาเธอ เมื่อเธอทำท่าจะตั้งหลักลุกขึ้น

พรึ่บบบ!

กร๊าดดด

เสียงกรีดร้องแหบๆของเธอดังขึ้น เมื่อไฟของเสี่ยบีเผาร่างของเธออย่างรวดเร็ว เพียงอึดใจเดียวความร้อนที่เหนือกว่าไฟธรรมดาก็เผาไหม้เส้นประสาท จนซอมบี้ตรงหน้าไม่สามารถควบคุมร่างกายให้เคลื่อนไหวได้อีก 

และในอึดใจต่อมา เธอก็กลายเป็นเถ้าถ่านกองเล็กๆ และเพียงเสี่ยบีย่างเท้าเข้าไปใกล้ ลมที่เกิดจากเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็พัดเถ้าถ่านนั้นหายไปจนหมด

“ดะ...ดูกี่ครั้ง เสี่ยก็สุดยอด”

“ใช่เลยเสี่ย โชคดีของพวกเราจริงๆที่มีเสี่ยอยู่ด้วย” โจ้กับเตนล์พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเหมือนเคย 

“กูโชคดีที่มีหมวยอยู่มากกว่า ถ้าไม่มีหมวย กูอาจจะไม่รอด” เสี่ยบีนึกถึงอาการพลังปะทุที่สุดแสนจะทรมาน ถ้าไม่มีน้องชายคอยดูแลป่านนี้เขาคงทำอะพาร์ตเมนต์นี้ไหม้และคงตายในกองเถ้าถ่าน หรือไม่ก็คงถูกซอมบี้กินในตอนที่อ่อนแอไปแล้ว

“พูดถึงเจ๊ ซาบซึ้งใจในความคลั่งซอมบี้ของเจ๊ก็ตอนนี้แหละ” 

“ใช่ ถ้าไม่มีเจ๊ เราคงอดตาย หรือไม่ก็ต้องออกไปผจญกับซอมบี้โดยไม่มีชุดป้องกันดีๆแบบนี้” พอพูดถึงน้องชายของเขา สองหน่อก็หันมาพูดจายกย่อง และซาบซึ้งในบุญคุณ

“อืม ถ้าไม่มีหมวยพวกเราคงตั้งหลักไม่ได้เร็วขนาดนี้ และไม่แน่ว่าคงจะสูญเสียกันมากกว่านี้ด้วย”

“เสี่ยพูดถูก เด็กอู่สิบหกคน เหลือเราแค่สองคนเอง” โจ้พูดพลางหันไปมองหน้ากับเตนล์อย่างเศร้าๆเมื่อนึกถึงเพื่อนๆที่กลายเป็นซอมบี้และถูกกำจัดไป

“อืม...ทุกคนเป็นคนดี” เสี่ยบีพูดอย่างเสียใจและเสียดาย เด็กช่วยงานในอู่ทุกคน เขาคัดเลือกสรรหามาแล้วว่ามีนิสัยที่สามารถรับได้ จึงอยู่ด้วยกันมานาน พวกนั้นจากไปก็เหมือนเขาสูญเสียคนในครอบครัว

“เสี่ย ห้องนี้ห้องสุดท้ายแล้ว ตอนนี้อะพาร์ตเมนต์เราปลอดซอมบี้แล้วครับเสี่ย” โจ้ถอนหายใจออกมา และเป็นคนดึงเสี่ยบีกับเตนล์ออกมาจากความอาลัยต่อการจากไปของเด็กอู่คนอื่นๆ

“อืม คนรอดชีวิตมีกี่คน?”

“ไม่นับพวกเราสี่คน รวมแล้วก็ยี่สิบเอ็ดคนครับเสี่ย” เตนล์เป็นคนตอบ

“อืม ให้แบ่งกลุ่มกันทำความสะอาดคราบเลือดให้เรียบร้อย จัดแบ่งเวรยามเฝ้าประตูใหญ่ด้วย แล้วก็ย้ำไปด้วยว่าไม่มีอาหารให้ฟรีสำหรับพวกคนขี้เกียจ” 

“ได้ครับเสี่ย” ทั้งสองคนรับคำ เสี่ยบีพยักหน้า ก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์แล้วกดขึ้นชั้นเจ็ด ที่อยู่อันปลอดภัยของตนและน้องชายเพียงคนเดียว ที่เขาไม่ยอมให้ลงมาเสี่ยงที่ด้านล่างด้วย

ตึ้งงงง

“เฮียยยย”

“เออ เฮียปลอดภัย” เสี่ยบีพยักหน้าให้น้องที่มายืนรอหน้าลิฟต์แบบนี้

“แล้วข้างล่างเป็นยังไงบ้างล่ะเฮีย ให้เค้าไปช่วยดูไหม?”

“ไม่ต้อง หมวยอยู่ข้างบนดีแล้ว” 

“แต่เค้าก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งนะเฮีย” ยองแจค้านออกมา แค่เสี่ยบีไม่เคยอ่อนข้อกับคำว่า ‘น้องเป็นผู้ชาย’ 

“เป็นผู้ชายแล้วยังไง? มันสำคัญที่ว่าหมวยเป็นน้องคนเดียวของเฮีย เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของเฮีย ถ้าไม่มีหมวยเฮียอยู่ไม่ได้”

“เฮีย...” ยองแจถึงขั้นพูดไม่ออก เขาเข้าใจในสิ่งที่พี่ชายกำลังจะสื่อ เพราะเขาสำคัญมากจนพี่ชายไม่ยอมให้ออกไปเสี่ยง

“ถ้าเข้าใจแล้วก็อย่าดื้อ ไปต้มมาม่าให้เฮียหน่อยไป”

“ได้ เดี๋ยวเค้าไปต้มให้ เฮียไปอาบน้ำเถอะ” 

“อืม” เสี่ยบีรับคำ ก่อนจะเข้าห้องนอนของตนเองไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า 

หลังจากเสร็จแล้วเขาก็มาหาน้องชายในห้องที่ถูกดัดแปลงเป็นห้องครัวเล็กๆ ในห้องนี้ไม่ได้มีเพียงเครื่องครัว แต่มีทั้งตู้เย็นตู้แช่แข็ง อย่างไรก็ตามมันไม่ได้อึดอัดเกินไป เพราะแต่ละชั้นมีสิบหกห้อง และชั้นนี้เป็นชั้นส่วนตัว เสบียงที่น้องชายเตรียมเอาไว้จึงถูกอัดเอาไว้ในอีกหลายๆห้อง นี่ยังไม่รวมห้องปลูกผักกับฟาร์มเลี้ยงสัตว์เล็กๆด้วย

“มาเฮีย มาม่าหม้อไฟเสร็จแล้ว” ยองแจเปิดฝากระทะไฟฟ้า ที่ด้านในมีมาม่ารสต้มยำของโปรด กับพวกหมูสามชั้นสไลด์พวกผักสดๆที่เก็บมาจากแปลงผักLED เชื้อเชิญพี่ชาย จากนั้นก็ส่งถ้วยเล็กๆพร้อมตะเกียบกับช้อนให้ ก่อนจะนั่งลงประจำที่ของตน

“เออ หมวยตอนนี้ไม่ใช่แค่ไฟดับนะ น้ำบนแท็งก์ก็หมดแล้ว” เสี่ยบีพูดเรื่องนี้ราวกับว่ามันเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศธรรมดา

“น้ำในแท็งก์หมดแล้วเหรอเฮีย?”

“อืม แต่ไม่ต้องกังวล เรามีน้ำบาดาล เฮียสับสวิตซ์แล้ว ตอนนี้คงจะเริ่มดึงน้ำจากบ่อบาดาลมาใช้แล้ว” เสี่ยบีพูดถึงบ่อบาดาลที่ขุดเจาะเอาไว้ 

“เฮีย...ขอบคุณเค้าเสียสิเฮีย” ยองแจหายเศร้าเป็นปลิดทิ้ง ก่อนจะคลี่ยิ้มหน้าทะเล้น เมื่อบ่อบาดาลที่ตนแอบจ้างญาติมาเจาะ จนทะเลาะกับพี่ชายไปยกหนึ่ง มันสร้างประโยชน์เหลือล้ำในวันนี้

“จ้า… ขอบพระคุณการมองการณ์ไกลของน้องบังเกิดเกล้า ที่ทำให้พี่ชายคนนี้อยู่ดีในวันสิ้นโลก” 

“ฮิฮิ...”

“แล้ววันนี้ได้คุยกับคุณแบมแบมบ้างไหม? ทางคุณแบมแบมเป็นยังไงบ้าง?” 

“ชิชะ...ถามถึงแบมแบม คิดอะไรหรือเปล่า?” 

“คิดอะไร ก็ตัวเองเป็นคนกรอกหูเฮียแทบจะตลอดเวลาเองไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแบมแบมเป็นผู้มีพระคุณของเรา เฮียก็ต้องมีถามถึงบ้างสิ”

“โอเค ไม่คิดก็ไม่คิด ก็คุยเมื่อช่วยบ่ายที่เฮียลงไปชั้นล่างนั่นแหละ แบมแบมบอกว่าเมื่อวานนี้คอนโดMTปิดไฟแล้ว และก็เริ่มกำจัดซอมบี้ไปบ้างแล้ว” 

“แล้วคุณแบมแบมมีการถามถึงเฮียบ้างไหม?” เสี่ยบีถามขึ้น โดยที่ยังคงคีบมาม่าใส่ถ้วยด้วยท่าทางเหมือนไม่ได้คิดลึกอะไร

“ก็ถามมานะ”

“ว่า?”

“ว่าตอนนี้เฮียใช้พลังได้นานแค่ไหน เค้าก็ตอบไปว่าไม่แน่ใจ เพราะวันนี้เฮียอาจจะพัฒนาขึ้นไปอีกก้าว” ยองแจตอบ ทำให้เสี่ยบีถอนหายใจออกมา

“เฮียขอโทษนะ วันนี้พลังของเฮียยังไม่เกินขีดจำกัดเลย” 

“เฮียอย่าพูดอย่างนั้นสิ เค้าไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น เค้าเข้าใจว่าการใช้พลังจนเกิดขีดจำกัดมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ มันทรมานเค้าเข้าใจ” ยองแจรีบพูดให้พี่ชายสบายใจขึ้น 

“เฮียอยากเก่งขึ้นเร็วๆ อยากแข็งแกร่ง อย่างน้อยก็จะได้ปกป้องหมวยได้” เสี่ยบีลูบหัวน้องชาย 

ใช่แล้ว...เพราะมียองแจอยู่ เสี่ยบีจึงกดดันตัวเอง การกำจัดซอมบี้ในอะพาร์ตเมนต์ตลอดสามสี่วันที่ผ่านมา เสี่ยบีจึงฝืนใช้พลังจนเกินขีดจำกัดไปถึงสามครั้ง ตอนนี้เสี่ยบีสามารถสร้างลูกไฟเผาซอมบี้จนกลายเป็นเถ้าถ่านได้นานสองชั่วโมงติดต่อกัน

และหากเปลี่ยนมาควบคุมไฟที่สร้างมาครั้งแรกเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องสร้างใหม่ เสี่ยบีสามารถควบคุมมันได้นานถึงสี่ชั่วโมง

ออดดดด

“สองคนนั้นคงมาแล้ว” ยองแจทำท่าจะลุกไปที่ประตูเหล็ก แต่เสี่ยบีจับข้อมือเอาไว้

“เดี๋ยวเฮียไปดูเอง” เสี่ยบีเป็นคนอาสา เขาไม่ต้องการให้น้องเป็นคนไปเปิดประตู เพราะหากไม่ใช่คนที่ไว้ใจได้บุกขึ้นมาปล้นเขากับน้อง เขาจะได้เป็นคนรับมือเอง

ปึง! ปึง! ปึง!

“เสี่ยบี เปิดประตู!” เสียงกรรโชกด้านนอก ทำให้เสี่ยบีขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาพยายามจะมองลอดผ่านตาแมว แต่มันถูกปิดจากด้านนอก

“เฮีย...” ยองแจที่ได้ยินเสียงกรรโชกตามออกมาดูด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

“หมวย เข้าห้องนอนไปซะ”

“แต่ว่า...”

“ไม่มีแต่ เดี๋ยวเฮียจัดการเรื่องนี้เอง” เสี่ยบีดันน้องให้เข้าไปในห้องนอน การเปิดประตูเหล็กไม่ใช่ทางเลือกที่ดี แต่ที่นี่เป็นอะพาร์ตเมนต์ของน้องชาย เขาไม่อาจปล่อยให้คนพวกนี้มาสร้างปัญหาได้

“ทำไมไม่เปิดวะ?” เสียงด้านนอกกรรโชกเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งมันไม่ใช่เสียงคุ้นหู ไม่ใช่โจ้กับเตนล์แน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นสองคนนั้นมันค่อนข้างรักและภักดีกับเขา เพราะมันเป็นเด็กกำพร้าเติบโตมากับหลวงพ่อ พอจบประถมก็ไม่ได้เรียนต่อ มาช่วยงานในอู่ของเขาจนมีกินมีใช้ชีวิตไม่ลำบากลำบน ไม่มีทางที่พวกมันจะคิดสร้างปัญหาให้เขา

“ต้องรีบทำให้มันเปิดประตูออกมานะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พลังมันฟื้นขึ้นมาเราจะแย่” เสียงที่สองเอ่ยขึ้น

“ใช่ๆ พวกเรารีบหาทางเข้าไปและยึดเสบียงมันเถอะ” เสียงที่สามพูดสนับสนุน ดูท่าทางแล้วยังไงก็น่าจะมีมากกว่าสามคน

“แล้วถ้าเกิดมันตามมาเอาคืนพวกเราไม่แย่เหรอวะ?”

“จะไปยากอะไร เราก็ไล่ให้มันกับน้องของมันออกไปนอกอะพาร์ตเมนต์สิ ตอนที่มันอ่อนแอแบบนี้ยังไงก็ไม่น่ารอด” 

“อืมรีบทำให้มันเปิดประตูดีว่า… เสี่ยบี! เปิดประตู ถ้าไม่เปิดไอ้สองตัวนี่ตาย!” ด้านนอกขู่ ที่แท้ที่มันกล้าขึ้นมาที่นี่ และกล้าคิดว่าเขาจะยอมเปิดประตู ก็เพราะจับโจ้กับเตนล์มาเป็นตัวประกัน ซึ่งนั่นทำให้เสี่ยบีตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 

‘เสี่ยบี...ยองแจ… จำไว้นะมนุษย์น่ากลัวกว่าซอมบี้ ถ้าเลือกได้อย่าใจดีเกินไป’

ถ้อยคำที่คุณแบมแบมเตือนระหว่างการเปิดลำโพงคุยกันก่อนที่คลื่นมือถือจะหายไป ผุดขึ้นมาในหัวเสี่ยบีอีกครั้ง

ใช่…มนุษย์เราน่ากลัว

ขนาดเขาช่วยทำให้ที่นี่ปลอดซอมบี้ หางานให้พวกมันทำแลกอาหาร พวกมันยังไม่ซึ้งใจ คิดจะยึดที่นี่ ยึดอาหาร ยึดของที่ยองแจเตรียมไว้

“อย่าอยู่เลยมึง”

เสี่ยบีสร้างลูกไฟขึ้นมาห้าลูก ลอยวนรอบกายของเขา แววตาเปล่งประกายเลือดเย็นออกมา ซอมบี้ในอะพาร์ตเมนต์นี้ฆ่ามาแล้วเกินร้อย แค่คนชั่วๆกลุ่มหนึ่งทำไมเขาจะทำไม่ได้!

แกร็ก…

เขารีบปลดกลอนประตูเหล็ก ก่อนผละถอยหลังออกมาตั้งรับอย่างรวดเร็ว

“เสี่ยบีถ้าไม่...” พวกมันชะงักเมื่อเห็นลุกไฟลอยวนรอบตัวเขา

“นะ...ไหนบอกว่ามันหมดพลังแล้วเลยขึ้นมาที่นี่ ทะ...ทำไมมันยังสร้างลูกไฟได้ล่ะ?” พวกมันหน้าถอดสี เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้หมดพลังอย่างที่พวกมันคิดเอาไว้

“พะ...พวกมึงตาย...แน่...” โจ้พูดขึ้นมาเสียงแผ่วเบา ตัวมันมีแต่รอยเลือดระหว่างที่เขากินข้าวอยู่ด้านบนกับยองแจ มันกับเตนล์ถูกเล่นงานอย่างหนัก

“เสี่ย...ฆ่ามันเลย...พวกมันปล่อย...เอาไว้ไม่ได้...” เตนล์ที่สุขุมกว่าโจ้ แข็งใจบอกให้เขาจัดการขั้นเด็ดขาด

“มึง...ถ้ามึงทำ ลูกน้องของมึงก็โดนด้วยนะ”

“ใช่ๆ กูจะกะซวกไส้ลูกน้องมึง” พวกมันขู่ โดยที่มือของพวกมันมีมีดคอยจี้คอลูกน้องของเสี่ยบีเอาไว้

“นั่นสิ...ฉันจะไปกล้าขัดขืนได้ยังไง โจ้กับเตนล์มันก็เหมือนน้องเหมือนนุ่ง” เสี่ยบีพูดพลางบังคับลูกไฟให้หรี่ลง

พวกมันถอนหายใจอย่างโล่งอกคิดว่าถือไพ่เหนือกว่า ทว่า...พวกมันโง่เขลาไม่รู้ตัวเลยว่า ลูกไฟถูกหรี่ลงจนเล็กกว่าแสงหิ่งห้อย แต่ไม่ได้ดับลง มันกลับลอยเข้าไปหาพวกคนที่กำลังจะตายอย่างไม่รู้ตัว

และทันใดนั้นเอง!

พรึ่บ!

ไฟลุกท้วมร่างของคนที่กำลังเอามีดจ่อคอโจ้กับเตนล์! ไฟของเสี่ยบีไม่ใช่ไฟธรรมดา หนึ่งอึดใจสามารถหยุดเส้นประสาททั้งหมดของร่างกายได้ และเพียงอึดใจที่สองสิ่งที่ถูกเผาไหม้กลายเป็นเถ้าถ่าน!

“ไอ้ใหญ่ ไอ้เพชร… พะ...พวกมันตายแล้ว กลายเป็นถ่านไปแล้ว...” พวกคนที่เหลืออ้าปากอ้าง สติกระเจิดกระเจิง เมื่อมองมาที่เสี่ยบี พวกมันเหมือนเห็นพญามัจจุราชกำลังแสยะยิ้มให้ จนทำให้ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว

“พวกมึงพลาดไปสองข้อ ข้อแรกยิ่งกูใช้พลังจนหมดบ่อยเท่าไหร่กูยิ่งแข็งแกร่งขึ้น ใช้พลังได้นานขึ้น และข้อสอง...” เสี่ยบีมองไปที่โจ้กับเตนล์แล้วยิ้มให้ ที่มันสองคนซื่อสัตย์ ไม่ปริปากบอกความลับออกไป ก่อนถึงเวลาอันควร 

“ข้อสอง...ไฟของเสี่ยบี ไหม้เฉพาะสิ่งที่เสี่ยอยากให้มันไหม้ไงไอ้โง่” โจ้ที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากไฟที่ไหม้ในระยะเผาขน ช่วยบอกให้พวกมันหายโง่

“พวกมึงถึงได้ไม่ห้ามเสี่ยบีเปิดประตู...” หนึ่งในพวกมันพึมพำออกมา

ถูกแล้ว... ทั้งๆที่ไม่ยอมเข้าพวก แต่สองคนนี้ก็ไม่ร้องห้ามเสี่ยบีเปิดประตูแม้แต่คำเดียว ในตอนนั้นพวกมันควรจะสงสัยในความภักดี หรือไม่ก็ควรจะสงสัยความแข็งแกร่งของเสี่ยบี แต่พวกมันกลับมองข้ามไปเพราะคิดว่าเหนือกว่า

“สายไปแล้วล่ะมึง” เตนล์เองก็ยิ้มสมเพชให้พวกโง่เช่นกัน 

และทันใดนั้นเอง!

อีกห้าคนที่เหลือก็ถูกไฟเผาจนมอดไหม้ไป!

“เฮือกกกก...” เสี่ยบีเสียหลักเพราะกำลังเข้าสู่ขีดจำกัด

“เสี่ย! รีบพาเสี่ยเข้าไปเร็ว” โจ้กับเตนล์ฝืนสังขารตัวเอง เข้ามาประกบหิ้วปีกเสี่ยบีเข้ามาด้านในและลงกลอนประตูเหล็ก กลัวว่าใครจะคิดไม่ซื่อบุกขึ้นมาเหมือนไอ้เจ็ดคนนี้

“พวกแกโอเคนะ”

“อ่วมเลยเสี่ย...แต่ยังไม่พิการ” โจ้ตอบพลางทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว 

“พวกมึงสองคนไปใช้ห้องกูแล้วกัน เดี๋ยวกูไปอยู่กับหมวยมัน เดี๋ยวให้หมวยมันเอายามาให้” เสี่ยบีสั่ง

“ได้ แล้วนี่เสียเดินไหวนะ?” 

“อืม กูไหว...หมวยเปิดประตูให้เฮีย” เสี่ยบีใช่ฝ่ามือยันผนังเดินไปหน้าห้องของน้องชาย แล้วเคาะประตูเรียก เพียงอึดใจเดียวยองแจก็รีบเปิดออกมาทันที

“เฮีย...”

“เฮียจะนอนกับหมวยนะ ยกห้องให้ไอ้สองคนนั้นน่ะ” เสี่ยบีพเยิดหน้าให้น้องหันไปมองไอ้สองหน่อที่เจ็บหนักเลือดโชก

“โจ้ เตนล์…เละขนาดนี้เลยเหรอ ไปๆ เข้าห้องไปเดี๋ยวเค้าหาหยูกหายาให้” 

“ครับเจ๊” ทั้งสองคนรับคำแล้วประคองกันตุปัดตุเป๋เข้าห้องไป ส่วนยองแจก็รีบไปหายาให้สองคนนั้น เหลือแค่เสี่ยบีที่เข้าห้องมาแล้วทิ้งตัวลงนอนกับฟูก คนที่ไว้ใจได้บาดเจ็บกันหมด เขาไม่อาจใช้พลังให้เกินขีดจำกัดได้ เพราะมันจะไม่ปลอดภัย


 

sds

 

แฟนเพจนิยายของพี่ เลือกกดติดตามกันได้เลยนะคะ จะได้ไม่พลาด เรื่องราวใหม่ๆ จากพี่ค่ะ

https://web.facebook.com/niyayAnine/

https://www.instagram.com/niyayanine/

https://twitter.com/niyayAnine

 

ส่วนE-BOOK ภายในประกอบไปด้วยเนื้อหาเริ่มต้นจนจบ

ตอนพิเศษ1 ความโดดเด่นของยองแจ

ตอนพิเศษ2 ลักพาตัว

ตอนพิเศษ3 ขุมอำนาจเก่าที่หายไป

ตอนพิเศษ4 ผู้อพยพ

ตอนพิเศษ5 ค่ายเมืองPแตกแล้ว

ตอนพิเศษ6 ทุกอย่างลงตัว

ตอนพิเศษ7 ควบคุมไปถึงทะเล

ตอนพิเศษ8 เคลียร์ป่าชายเลน

ตอนพิเศษ9 ต้องก้าวไปข้างหน้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 435 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,635 ความคิดเห็น

  1. #5609 Princesseden (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 20:26
    ตอนแรกนึกว่าหมวยเป็นผู้หญิงซะอีกอิอิ
    #5,609
    0
  2. #5272 toto (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:44

    ด้อมใหญ่ใช่เล่น555

    #5,272
    0
  3. #5258 7togi (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:10
    เราซื้ออีบุ๊คมาอ่านแล้ว สนุกมากกกก

    มีครบรส ทั้งรอยยิ้มและน้ำตา ใครซื้อเราว่าไม่ผิดหวังแน่ๆค่ะ
    #5,258
    0
  4. #1371 pulin19 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 19:11

    รอนะคะ^^
    #1,371
    0
  5. #1370 0980377131 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 19:10
    สู้ๆนะค่ะ.
    #1,370
    0
  6. #1369 Jidaa.xz (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 19:10

    เค้าจะรอน้าา~
    #1,369
    0