ย้อนเวลาฝ่าวิกฤตวันสิ้นโลก [MARKBAM] (Y) / จบแล้ว

ตอนที่ 14 : EP9 – ให้ความหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,296
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 369 ครั้ง
    20 ม.ค. 63

คืนนี้กำลังจะเกิดดาวตก ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น ในตอนนี้แบมแบมจูงมือบีบีมมาดูรถหกล้อที่บรรจุเสบียงเอาไว้

คันที่แต่งเป็นออฟโรดด้านในตู้คอนเทนเนอร์มีอาวุธและเสบียงเก็บเอาไว้ รถหกล้อกลางเก่ากลางใหม่อีกห้าคันภายในตู้คอนเทนเนอร์มีพวกข้าวสาร แป้ง น้ำดื่ม อาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอาไว้

อีกหนึ่งคันที่เก็บไวน์ราคาแพงเอาไว้ มันไม่ใช่ของที่ช่วยให้มีชีวิตรอด แต่พวกชนชั้นสูงก็ต้องการมันเพื่อผ่อนคลาย มันเป็นของหายากและมีราคา

และอีกหนึ่งคันสุดท้ายเก็บน้ำมันสำหรับเติมรถยนต์

ที่จริงแล้วสมาชิกในคอนโดนี้สามารถจอดรถได้เพียงสามคันเท่านั้น แต่เพราะแบมแบมให้เหตุผลไปว่ารถหกล้อบรรทุกพวกนี้ลำเลียงของมาส่งเพียงชั่วคราวเท่านั้น พรุ่งนี้มันจะกลับไปยังที่ของมัน ยามรักษาความปลอดภัยจึงอะลุ่มอล่วยให้

อย่างไรก็ตามหลังจากพรุ่งนี้เช้ามาถึง ก็ไม่จำเป็นต้องสนกฎพวกนี้แล้ว เพราะโลกจะไม่มีวันเหมือนเดิม

“พี่แบมแบมเหล็กที่อยู่ตรงล้อคืออะไรเหรอครับ?”

“มันคือที่ล็อกล้อครับ เอาไว้กันขโมย” แบมแบมตอบน้อง

ใช่แล้ว…

ทุกคันล็อกล้อเอาไว้ คนที่อยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยซอมบี้ ไม่มีใครมาเสียเวลากับรถที่ล็อกล้อหรอก

“ข้างในมีอะไรเหรอครับ?”

“มีของจำเป็นสำหรับเราสองคนครับ ป่ะ...ตอนนี้เราขึ้นห้องกันเถอะ” แบมแบมตอบ ก่อนจะจูงมือน้องขึ้นไปชั้นที่สามสิบเก้า

“โอ้โหทำไมของเยอะแบบนี้ล่ะครับ?” เด็กชายตัวเล็กเห็นห้องที่เต็มไปด้วยสิ่งของมากมายก็อดตกใจไม่ได้

“ก็เพราะที่นี่มันเป็นฐานทัพของเรา ก็เลยต้องมีของเยอะเป็นธรรมดา”

“ฐานทัพ?”

“ใช่แล้วโลกเรากำลังจะเปลี่ยนไป เราเลยจำเป็นต้องมีฐานทัพ”

“เปลี่ยนไปยังไงเหรอครับ?”

“ก็คนบางคนจะเปลี่ยนไป พวกเขาสามารถกินพี่และบีบีมเป็นอาหารได้”

“เฮือก!?” เด็กชายตัวเล็กสะดุ้งโหยง สีหน้าหวาดหวั่นเหมือนกับเด็กทั่วไปที่ถูกผู้ใหญ่เล่าเรื่องผีให้ฟัง

“พี่รู้ว่ามันน่ากลัวแต่ถ้าบีบีมเชื่อฟังพี่ก็จะปลอดภัย บีบีมจะเป็นเด็กดีใช่ไหมครับ?” แบมแบมรู้ว่าเรื่องแบบนี้ร้ายแรงเกินไปสำหรับเด็ก แต่การเลี้ยงน้องให้เติบโตขึ้นไปพร้อมกับความจริงเป็นการปกป้องน้องอย่างหนึ่ง อย่างน้อยน้องก็จะรู้ว่าสิ่งใดคืออันตรายที่ต้องหลีกเลี่ยง

และเพราะมันไม่มีเรื่องใดเกิดนอกเหนือแผนการ แบมแบมกับน้องจึงเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ได้ออกไปไหนอีก

ช่วงเย็นพี่รุ้งโทรเข้ามาชวนเขากับน้องออกไปดูดาวตกด้วยกันในคืนนี้ แค่แบมแบมปฏิเสธออกไป

“พี่รุ้งไปเถอะครับ ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายเลยตั้งใจจะเข้านอนแต่หัวค่ำ”

[“ให้พี่ลงไปดูน้องบีบีมให้ไหมคะ คุณแบมแบมจะได้พักผ่อน”]

“ไม่เป็นไรครับ น้องไม่ได้กวนอะไร พี่รุ้งเที่ยวให้สนุกเถอะครับ”

“ค่ะ ถ้าอย่างนั้น พี่รุ้งจะออกไปดูดาวแล้วก็นั่งดื่มนะคะ”

“ครับ ขอให้สนุกนะครับ”

“ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ” พี่รุ้งกำลังจะวางสาย แบมแบมเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ความรู้สึกบางอย่างที่มีต่อพี่เลี้ยงคนนี้เอ่อล้นขึ้นในอก

“อย่าเพิ่งวางครับพี่รุ้ง”

“คุณแบมแบมมีอะไรหรือเปล่าคะ?”

“คือผมอยากจะบอกว่าขอบคุณครับ ขอบคุณที่ช่วยดูแลผมมาตั้งแต่เด็กๆ และก็ขอบคุณที่ช่วยดูแลบีบีมมาตั้งแต่น้องเกิด”

“พูดอะไรอย่างนั้นคะ พี่รุ้งเต็มใจ และดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ดูแลคุณแบมแบมและน้องบีบีมมาจนถึงทุกวันนี้” คำพูดของเธอทำให้ขอบตาของแบมแบมร้อนผ่าว เพียงคิดว่าพรุ่งนี้พี่เลี้ยงคนนี้จะตายแล้วกลายเป็นซอมบี้ แบมแบมก็รู้สึกเสียใจขึ้นมา ที่ไม่อาจช่วยอะไรเธอได้เลย

“พี่รุ้งครับ ผมรักพี่นะครับ รักประดุจพี่สาวแท้ๆ ของผม ขอบคุณครับ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริงๆ”

“คิกคิก...วันนี้คุณแบมแบมมาแปลกนะคะเนี่ย” พี่รุ้งหัวเราะผ่านสายมา

“อาจเป็นเพราะผมรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อย อารมณ์ก็เลยอ่อนไหวง่ายน่ะครับ แค่นี้นะครับ” แบมแบมวางสาย เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แต่มันก็สุดกลั้น เรียกได้ว่าเขาเสียใจกับเรื่องพี่รุ้งมากกว่าเรื่องที่ตัดใจทิ้งพ่อของตนเองซะอีก

“พี่แบมแบมร้องไห้ทำไมครับ?” บีบีมเข้ามาใกล้ๆ แล้วถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง แบมแบมดึงน้องเข้ามากอด แล้วส่ายหัวปฏิเสธ

“ไม่ครับ พี่ไม่ได้เป็นอะไร”

ใช่แล้ว เขาจะต้องไม่เป็นอะไร แล้วจะต้องอยู่เลี้ยงน้องชายคนเดียวให้เติบโตขึ้นจนแข็งแกร่งและพร้อมที่จะเผชิญกับโลกใบนี้

ในค่ำคืนนั้นตามบริเวณที่โล่งและไร้แสงไฟมีผู้คนเข้ามาปูเสื่อจับจองพื้นที่รอชมดาวตก บ้างก็ถึงขั้นพกกล้องดูดาวมาด้วย

พี่รุ้งเองก็มาเหมือนกัน แต่สิ่งที่เธอพกมาด้วยคือเบียร์เย็นๆ สองขวด เธอชอบดื่มเบียร์ แต่เพราะทำงานเลี้ยงและดูแลเด็กๆ จึงไม่ได้มีโอกาสได้ดื่มนัก นานๆ ได้ดื่มทีจึงรู้สึกชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก

“เสียดายที่คุณแบมแบมกับน้องบีบีมไม่ได้มาด้วย” เธอพึมพำออกมาเมื่อเห็นความสวยงามของดาวตก

ไม่ใช่เธอเพียงคนเดียวที่ตื่นตะลึงกับความงดงามนี้ ผู้คนในบริเวณใกล้ๆ ก็เช่นกัน

บนเพนท์เฮาส์ชั้นสูงสุดของคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ในเมืองหลวงนี้อาจเห็นดาวไม่ชัดเหมือนต่างจังหวัด แต่จำนวนดาวตกมันเยอะเต็มท้องฟ้า ยูคยอมเห็นมันบางส่วนจากจุดนี้

“สวยขนาดนี้น่ะเหรอ จะพาไวรัสวิปลาสนั่นมาด้วย ไร้สาระน่า”

“ยูคยอมพูดอะไรเหรอคะ? วีไม่ค่อยได้ยินเลยค่ะ”

“เปล่า... รินไวน์ให้กูอีก”

“ได้ค่ะ” สาวสวยที่อยู่กับยูคยอมในค่ำคืนนี้รินไวน์ให้ด้วยรอยยิ้มหวาน แม้ว่ายูคยอมจะชอบพูดคำพูดไม่สุภาพ แต่เขาหน้าตาหล่อเหลา อีกทั้งยังเงินหนา เธอจึงรู้สึกโชคดีที่ยูคยอมเลือกอยู่ด้วย ในค่ำคืนงดงามนี้

ทว่า…

ความงดงามนี้มาพร้อมกับไวรัสมรณะ

มันได้แพร่ไปตามอากาศอย่างรวดเร็ว และเพียงไม่นานมันจะกระจายไปรอบโลก

อีกไม่กี่ชั่วโมงวันโลกาวินาศจะมาถึง

เช้าวันต่อมา

แบมแบมลืมตาตื่นขึ้นเพราะเสียงมือถือกำลังดังลั่น

เบอร์แปลก…

แบมแบมไม่เคยเห็นมาก่อนเบอร์ที่ลงท้ายด้วยเลขเจ็ดมากถึงสี่ตัว แต่เขาก็กดรับมัน

[“ผมมาร์คต้วน”] ปลายสายแสดงตัวตนทันทีที่เขากดรับ

“ให้ผมเดา คุณโทรมา เพราะบางอย่างที่เลวร้ายมันได้เกิดขึ้นจริงๆ” แบมแบมพูด ที่จริงในตอนนี้เขาไม่รู้เหตุการณ์ภายนอก เพราะไม่เพียงกระจกจะเป็นกระจกนิรภัยที่ป้องกันกระสุนและการทุบตี มันยังหนามากพอที่จะป้องกันเสียงทั้งจากภายในและภายนอก

หนำซ้ำก่อนนอนเขายังเอาประตูเหล็กม้วนลงทุกบาน ในตอนนี้เขาไม่ต่างอะไรกับหนูที่กำลังหลบอยู่ในหลุม

[“ใช่มันเกิดขึ้นจริง”]

“แล้วยังไง?” เขาถามตอบกลับไป นึกไม่ชอบใจขึ้นมาเล็กน้อยที่คนคนนี้อาจจะกำลังขอความช่วยเหลือจากเขา

ก็เตือนไปแล้ว

ในเมื่อไม่เชื่อ เขาก็จะปล่อยให้รับผลกรรมไป

[“ห้องสามเก้าศูนย์สี่มีเสบียงอยู่ คุณสามารถเอามาใช้ได้”] คำตอบของปลายสายทำให้แบมแบมชะงัก ก่อนจะรู้สึกผิด ที่ก่อนหน้ามองอีกฝ่ายในแง่ร้ายไป

“คุณไม่ควรจะบอกผม”

[“แล้วยังไง ทำไมถึงไม่ควรบอก?”]

“ควรเก็บเอาไว้กินเอง” พอแบมแบมตอบออกไปอีกฝ่ายก็เงียบไปชั่วครู่

[“ผมอาจจะไม่ได้กลับไปใช้มันแล้ว”]

“หมายความว่าคุณไม่ได้อยู่ที่นี่งั้นเหรอ?”

[“ใช่ ผมออกมาทำธุระที่เรือบรรทุกสินค้า แล้วคนที่นี่กลายเป็นซอมบี้ มันกัดคนอื่นและคนที่ถูกกัดก็กลายเป็นซอมบี้เหมือนกัน สถานการณ์ควบคุมไม่อยู่ ผมเปิดข่าวในอินเทอร์เน็ตดู ทั่วโลกกำลังเกิดเหตุการณ์เดียวกัน ผมรู้ว่าในห้องคุณปลอดภัย คุณควรจะอยู่แต่ในนั้น อย่าออกมา”]

“ผมรู้ว่าควรจะทำตัวยังไงในสถานการณ์แบบนี้ ส่วนคุณถ้ายังไม่ถูกกัด ไม่ถูกข่วน ก็ควรจะรีบกลับมา” แบมแบมพูดกับอีกฝ่าย ในใจของเขารู้สึกอึดอัด ไม่ชอบที่จะให้มีคนตายเกิดขึ้น โดยเฉพาะกับคนที่ไม่คิดร้ายต่อเขาและน้องชาย

[“คงจะกลับไปได้ยาก หาทางออกจากเรือยังไม่ได้เลย”]

“คุณไม่ควรจะถอดใจ”

[“ผมแแค่ยอมรับในสิ่งที่มันเกิดขึ้นได้ดีเท่านั้น คุณแบมแบม… มาถึงตอนนี้แล้วผมเสียใจอยู่อย่างเดียว”] ปลายสายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เสียใจเรื่องอะไรครับ?”

[“เสียใจที่ดันทุรังฝืนความรู้สึกของตัวเอง ผมควรจะจีบคุณตั้งแต่สี่เดือนก่อน ไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านเลยมาอย่างไร้ค่าแบบนี้”]

“คุณชอบผมเหรอ?” แบมแบมถามกลับไปตรงๆ เขาผ่านความตายมาแล้ว เขาชัดเจนมากพอ ไม่มัวมาคิดเองเออเอง

[“ใช่ผมชอบคุณ น่าเสียดาย ถ้าผมไม่มัวแต่บ่ายเบี่ยง บางทีก่อนวันนี้จะมาถึงเราอาจจะได้คบกัน อาจจะได้จูงมือกัน อาจจะได้จูบกัน”] มาร์คระบายออกมา น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความรู้สึกเศร้าหมองและเสียดาย

“คุณคิดว่าผมจีบง่ายขนาดนั้น?”

[“ผมรู้ว่าไม่ง่าย แต่ผมก็คิดว่าตัวเองมีดีไม่น้อย”]

“หลงตัวเอง เอาเถอะ… ถ้าคุณรอดกลับมา ผมจะพิจารณาดูก็แล้วกัน”

[“นี่เรียกว่าให้ความหวังหรือเปล่า?”]

“ชีวิตคนเรามันเดินหน้าด้วยความหวังไม่ใช่เหรอครับ?” แบมแบมย้อนกลับไป

[“หึ จริงอย่างที่คุณพูด ตอนนี้ผมอยากจะรอดกลับไปแล้วสิ”]

“มันไม่ยากหรอก ซอมบี้ช่วงแรกมันยังไม่วิวัฒนาการ ยังไม่น่ากลัวเท่าไหร่”

[“ไม่น่ากลัว? อย่าล้อเล่นน่า มันไม่ได้เดินช้าอืดอาดอย่างในหนังนะ ความเร็วของมันไม่ต่างอะไรกับคนปกติ”] มาร์คตอบกลับมาเสียงเครียด

แบมแบมเองก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จริงอย่างที่มาร์คพูด ซอมบี้ไม่ได้ช้าอืดอาด ความเร็วของมันพอๆ กับตอนที่เป็นมนุษย์ปกติ และหากวิวัฒนาการแล้วจะยิ่งเร็วและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

“ยังไงก็ยังไม่น่ากลัว เพราะมันมองไม่เห็น แล้วก็สมองมันตายไปแล้ว ดังนั้นมันโง่มาก สิ่งที่คุณต้องทำก็คือเบี่ยงเบนมันด้วยเสียง แล้วก็เคลื่อนที่ให้เงียบที่สุด แล้วถ้าเป็นไปได้ป้องกันแขนขาของคุณให้ดี เพราะเมื่อคุณใช้แขนขาปัดป้องหรือโจมตีมัน มันจะยึดแขนขาเอาไปกัดและข่วนเป็นอวัยวะแรกๆ ถ้าเป็นไปได้หาของง่ายๆ อย่างเทปกาวพันป้องกันเอาไว้ มันช่วยได้ในระดับหนึ่ง” แบมแบมให้คำแนะนำออกไป

[“เข้าใจแล้ว ผมจะพยายามกลับไปให้ได้ ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับเรื่องที่จะพิจารณาผม”]

“กลับมาให้ได้ก่อนเถอะครับ” แบมแบมย้อนกลับไป ปลายสายส่งเสียงหัวเราะในลำคอก่อนจะกดวางสายไป

ตั้งแต่ผ่านความตายมาครั้งหนึ่ง แบมแบมใช้หัวสมองและไหวพริบในการพิจารณาคนที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

เขาไม่ได้รู้สึกแง่บวกกับมาร์คต้วนเพียงเพราะถูกสารภาพว่าชอบ แต่เป็นเพราะที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่ล้ำเส้น ไม่เกาะแกะเสียมากกว่า นั่นทำให้เขาเกิดความวางใจในระดับหนึ่ง

ก็มีคนประเภทที่ถูกจีบแล้วเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย เพราะคิดว่าพื้นที่ส่วนตัวถูกรุกล้ำ แบมแบมเป็นหนึ่งในกลุ่มคนนั้น

การที่มาร์คต้วนเข้ามาในชีวิตด้วยฐานะคนรู้จัก หยิบยื่นไมตรีให้คนรอบกายของเขาแบบไม่มากไป ไม่น้อยไป ทำให้เขาค่อยๆ ยอมรับได้มากกว่าเข้ามาจีบตรงๆ

ในยามนี้แบมแบมจึงรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา แม้จะไม่มากเท่าที่เป็นห่วงยองแจที่รู้จักในเวลาไล่เลี่ยกันก็ตาม


 

 

 

ตอนพิเศษแชท ตอนบีบีม อายุ 19

อันเป็นตอนพิเศษ หลังเล่มและ e-book สามารถติดตามได้ที่

https://www.readawrite.com/a/e2f17f5c6872654cd8217a5c90278b4d

 

ภายในประกอบไปด้วยเนื้อหาเริ่มต้นจนจบ

ตอนพิเศษ1 ความโดดเด่นของยองแจ

ตอนพิเศษ2 ลักพาตัว

ตอนพิเศษ3 ขุมอำนาจเก่าที่หายไป

ตอนพิเศษ4 ผู้อพยพ

ตอนพิเศษ5 ค่ายเมืองPแตกแล้ว

ตอนพิเศษ6 ทุกอย่างลงตัว

ตอนพิเศษ7 ควบคุมไปถึงทะเล

ตอนพิเศษ8 เคลียร์ป่าชายเลน

ตอนพิเศษ9 ต้องก้าวไปข้างหน้า

ย้อนเวลาฝ่าวิกฤตวันสิ้นโลก

Get it now

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 369 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,636 ความคิดเห็น

  1. #5482 555 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 23:20

    หมั้นไส้แบมแบม ทั้งที่รู้้ว่าพี่รุ้งไปดูดาวตกพรุ่งนั้ค้องติดเชื้อเป็นซอมบี้ ทำไมไม่รั้งพี่รุ้งอยู่ดูแลบีบีม เห็นตวามรักและความจริงใจพี่รุ้งมีต่อ 2 พี่น้องแล้วสงสาร แบมแบมนายใจร้ายมากทั้งๆที่รู้แต่ไม่ช่วยพี่รุ้ง

    #5,482
    3
    • #5482-2 amaja(จากตอนที่ 14)
      9 มิถุนายน 2563 / 06:42
      เชื้อมันกระจายในอากาศ หนีไปที่ไหนก็ไม่พ้นค่ะ ซึ่งไวรัสจะทำให้คนที่มีภูมิต้านทานต่ำกลายเป็นซอมบี้ค่ะ บางคนเหมือนร่างกายแข็งแรง แต่จริงๆแล้ว มีโรคประจำตัวแฝงอยู่ก็มีค่ะ พี่รุ้งจัดอยู่ในกลุ่มนี้ ยังไงพี่รุ้งก็ต้องกลายเป็นซอมบี้อยู่แล้วค่ะ แบมแบมไม่สามารถช่วยได้ค่ะ
      #5482-2
    • #5482-3 ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี (จากตอนที่ 14)
      14 มิถุนายน 2563 / 10:36
      อ่า มีเขียนบอกไปตั้งแต่ตอนแรกๆแล้วนะคะ ว่าพี่รุ้งภูมิต้านทานไม่แข็งแรงพอทำให้กลายเป็นซอมบี้(นั่นคือไม่ได้ถูกกัดก็เป็นซอมบี้ไปแล้ว) ถ้าเป็นคุณรู้แบบนั้นยังจะให้มาเลี้ยงน้องตัวเองอยู่เรอะ
      #5482-3
  2. #5247 toto (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:08

    พระเอกดูไม่น่ารอดกว่านายเอกอีก

    #5,247
    0
  3. #5223 Pintipee13 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 12:43
    รีไรท์ก็จามมาอ่านอีกค่ะ 555 อีบุ๊กก็ซื้อแล้วแหล่ะ
    #5,223
    0
  4. #364 sir_chad (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 23:46

    ออกไปทีเดียวเก็บกลับมาได้หมด คุ้ม!

    รอตอนต่อไปค่ะ

    #364
    0
  5. #363 KuenNun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 23:45
    เห้ออ ค่อยสบายใจหน่อย เหลือยองแจกับเจบีสินะ
    #363
    0
  6. #362 sunita120841 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 23:44

    รอตอนต่อไปนะค้า~~
    #362
    0