เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 2 ดวงจิตเจ็ดเสี้ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 717 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

หากถามว่าผู้ใดอยู่จุดสูงสุดในปฐพีนี้ คงตอบได้เป็นเสียงเดียวกันว่า คนผู้นั้นคือองค์จักรพรรดิต้วนอี้เอิน

ก่อนหน้านั้นจักรพรรดิเป็นเพียงองค์ชายไร้ขุมกำลังผู้หนึ่ง แต่ทว่าด้วยพรสวรรค์อันโดดเด่น พระองค์บรรลุเก้าดาราด้วยวัยเพียงสิบปีเท่านั้น

พระองค์เที่ยวทดลองวิชาปราบสัตว์อสูรมากมายจนไพร่ฟ้าปวงประชาเทิดทูน ฮ่องเต้ในตอนนั้นจึงตัดสินใจยกบัลลังก์ให้

ผู้ใดอยากได้กัน…

มันช่างไร้ค่า พระองค์ไม่ต้องการมันสักนิด สิ่งที่ท้าทายพระองค์ในวัยสิบสามปีคือการกำจัดเผ่ามาร มิใช่ต้องการผดุงคุณธรรมแต่อย่างใด ก็แค่ต้องการบางสิ่งบางอย่างที่มีค่าแก่การลงมือเท่านั้น เขาละทิ้งการปกครองบ้านเมืองอย่างไม่ไยดี แต่ทว่า...แทนที่จะได้รับคำครหา เขากลับได้รับคำยกย่องแทน

การปราบมารนำมาซึ่งความสงบสุขอันใหญ่หลวง เรื่องการปกครองหาคนมาทำแทนได้

ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเช่นนั้น ดังนั้นพระองค์จึงชี้เลือกคนมาแบบส่งเดชสามคนด้วยกัน

คนแรกต้วนไจ้ฟ่านอนุชาต่างมารดา คนผู้นี้สร้างความแปลกใจให้เขาเล็กน้อย ไม่เคยริษยา หนำซ้ำยังจ้องมองมาด้วยแววตาเทิดทูนเหนือชีวิต

“เสด็จพี่เคยช่วยมารดาของกระหม่อมจากการถูกวางยาพิษ”

นั่นคือสิ่งที่ต้วนไจ้ฟ่านตอบมา

จะว่าไปคุ้นๆ ว่าตอนอายุเจ็ดปี พระองค์ต้องการหาผู้มาทดลองการรักษาด้วยพลังปราณ ดูเหมือนว่าหนูทดลองตัวนั้นจะเป็นมารดาของต้วนไจ้ฟ่าน พระองค์ไม่ได้ตั้งใจช่วยใคร ก็แค่อยากลองวิชา แต่ในเมื่อต้วนไจ้ฟ่านยอมถวายความภักดี พระองค์ก็ไม่ขัดข้อง แต่งตั้งให้เป็นอ๋องหนึ่งเดียวของอาณาจักร

คนที่สองคือหวังเจียเอ่อร์

คนที่สามคือหวังจินจู นางเป็นน้องสาวของหวังเจียเอ่อร์

ทั้งสามคนนอกจากจะมีใจภักดีแล้ว ยังเก่งกาจไม่น้อย ไม่ใช่เฉพาะการฝึกตนคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว การบริหารแผ่นดินก็ยอดเยี่ยม พอมารู้ตัวอีกทีแคว้นเล็กๆ ก็กลายเป็นอาณาจักรใหญ่โต จากตอนแรกพระองค์เป็นฮ่องเต้ กลับถูกเรียกขานใหม่ว่าองค์จักรพรรดิ

หากแต่ทุกอย่างช่างไร้ค่าในสายตาของพระองค์ ไม่มีสิ่งใดทำให้พระองค์รู้สึกว่าเป็นสิ่งมีค่าเลยสักนิด ยิ่งฝึกตนบรรลุขั้นสิบสามดารากลายเป็นเซียนอายุยืนยาว ไม่แก่ชรา

พระองค์กลับรู้สึกว่าทุกอย่างว่างเปล่า…

“ปีนี้ครบรอบสามร้อยปีแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ต้วนไจ้ฟ่านเอ่ยขึ้น องค์จักรพรรดิลืมตาขึ้นยุติการบ่มเพาะพลังปราณ

“อายุยืนยาว แต่ทุกอย่างในชีวิตช่างไร้ค่า เจิ้น[1]ควรละสังขาร”

“องค์จักรพรรดิ!” ขุนพลทั้งสามร้องเสียงหลง ทุกคนหน้าซีดเผือด

“ได้โปรดอย่าตรัสเช่นนั้นเลยพ่ะย่ะค่ะ ทุกสิ่งอย่างของพระองค์หาได้ไร้ค่าไม่” ต้วนไจ้ฟ่านตั้งสติได้ก่อนใคร พยายามเอ่ยคัดค้าน แต่องค์จักรพรรดิกลับปิดเปลือกตาลง

“ไร้ค่า...ทุกอย่างไร้ค่า กระทั่งการบ่มเพาะเพียรขั้นสูงของเซียน เจิ้นก็ผ่านแล้ว หนำซ้ำยังผ่านมาอย่างง่ายดายและไร้ค่า” องค์จักรพรรดิเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์

“พระองค์ผ่านขั้นสูงสุดของเซียนแล้ว... นั่นมิใช่ว่าตอนนี้พระองค์เป็นเทพเซียนหรือพ่ะย่ะค่ะ?” เป็นหวังเจียเอ่อร์ที่เอ่ยถามย้ำขึ้นด้วยแววตาตื่นเต้น

“ใช่แล้ว มันช่างง่ายดายเหลือเกิน ง่ายดายจนไร้ค่า” แววตาขององค์จักรพรรดิว่างเปล่า

สามขุนพลมองหน้ากัน ที่จริงทุกคนบรรลุขั้นเซียนแล้ว แต่พวกเขาไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อีก มันหยุดอยู่กับที่ ผิดกับองค์จักรพรรดิ ที่รุดหน้าได้อย่างรวดเร็วไม่มีหยุดยั้ง หากแต่พระองค์กลับมองว่าสิ่งที่ได้มานั้นไร้ค่าเสียเหลือเกิน

“มีสิ่งหนึ่งที่พระองค์ไม่เคยลิ้มลอง และมันอาจไม่ไร้ค่าสำหรับพระองค์เพคะ” หวังจินจูคิดได้ก่อนใคร อาจเป็นเพราะนางมีพลังวิเศษเห็นอนาคตก็เป็นได้

“เจ้าเห็นสิ่งใดหรือ?” องค์จักรพรรดิเอ่ยถาม พลังของหวังจินจูไม่ใช่สิ่งที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะอนาคตจำเพาะบุคคล บางครั้งก็เห็น บางครั้งก็ไม่

“เห็นแววตาของพระองค์มีคลื่นอารมณ์ไม่ชอบพระทัย เพราะบางสิ่งบางอย่างพระองค์ไม่สามารถรับมือได้” 

“มีด้วยหรือ?” องค์จักรพรรดิถามเสียงเรียบนิ่ง ยังมีสิ่งใดที่รับมือไม่ได้อีกหรือ?

“มีเพคะ ขอเพียงยกเรื่องนี้ให้หม่อมฉันจัดการเพคะ"

“เช่นนั้นเจ้าก็จัดการเถิด"

เมื่อองค์จักรพรรดิยอมมอบหมายหน้าที่ให้ หวังจินจูก็ป่าวประกาศให้หญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงาน ไม่มีพันธะหมั้นหมายเข้าร่วมคัดเลือกเป็นสนมขององค์จักรพรรดิ

ข่าวนี้ดังไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เพราะองค์จักรพรรดิไม่เคยรับสนม หญิงสาวทุกคนที่ไร้ซึ่งพันธะ ต่างตื่นเต้นยินดี ไม่เว้นแม้กระทั่งคู่หมั้นขององค์ชายหานเฟิงอาณาจักรหาน นางหลบหนีออกจากอาณาจักรตนมาเข้าคัดเลือกด้วย และสามารถฝ่าฟันมาจนถึงรอบสุดท้าย

ในรอบสุดท้ายนี้มีหญิงงามที่มากความสามารถผ่านมาได้สามร้อยคน ทุกคนจะต้องให้องค์จักรพรรดิยลโฉม และชี้เลือก ทว่า...ผ่านไปร้อยคนแล้วองค์จักรพรรดิยังคงนั่งนิ่ง แววตาที่มองพวกนางราวกับจ้องมองเศษดิน ประกายในแววตาของพระองค์ไม่ไหววูบเลยสักนิด…

“ต้วนอี้เอิน! เจ้าบังอาจแย่งชิงคู่หมั้นของข้า!” เสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้น! ทุกคนตกใจมื่องเห็นองค์ชายหานเฟิง! 

“องค์ชาย…” โดยเฉพาะซูลี่ผู้เป็นคู่หมั้นขององค์ชาย นางอยากจะหลบหน้า แต่ทว่า...ขานางแข็งเกินกว่าจะก้าว

“บังอาจ! กล้าเรียกพระนามขององค์จักรพรรดิตรงๆ เช่นนี้ เท่ากับหมิ่นพระเกียรติ สิบหัวก็ไม่พอให้ตัด!” ต้วนไจ้ฟ่านตวาดลั่น หากแต่องค์ชายหานเฟิงหาได้หวาดกลัว

“หึ! เจ้ายกย่องมันเป็นองค์จักรพรรดิเพราะเป็นเซียนเช่นนั้นก็ยกย่องข้าด้วยสิ ตอนนี้ข้าก็เป็นเซียนเช่นกัน” 

“องค์ชาย เป็นเพราะท่านบรรลุขั้นเซียนได้ จึงอวดเบ่งงั้นหรือ?” หวังเจียเอ่อร์ถามแววตาเย้ยหยัน นั่นทำให้องค์ชายหานเฟิงโกรธจนหน้าแดงก่ำ

“ข้ามาที่นี่ไม่ได้มาเจรจาความกับสุนัขรับใช้ ต้วนอี้เอินออกมาประลองกัน ผู้ใดชนะได้น้องซูลี่ไป”

“ไร้ค่า จะลี่ไหนเจิ้นก็ไม่อยากได้” องค์จักรพรรดิพูดด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ องค์ชายหานเฟิงกัดฟันจนกรามขึ้น ก่อนจะปรับสีหน้าเหยียดหยามผู้ที่นั่งบนบัลลังก์มังกรทอง

“เจ้ากลัวดาบสังหารเซียนของข้าจนหัวหดเลยงั้นหรือต้วนอี้เอิน”

“ดาบสังหารเซียน...” องค์จักรพรรดิที่กำลังจะปิดเปลือกตาลืมตาขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อดาบ

“ใช่แล้ว ดาบนี้หากผู้เสียเลือดให้มัน ดวงจิตจะแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปประสบเคราะห์กรรมในชาติภพต่างๆ อย่างแสนสาหัส” องค์ชายหานเฟิงเชิดหน้าขึ้น ในขณะที่องค์จักรพรรดิผู้ที่ได้ทุกอย่างมาอย่างง่ายดาย สนใจคำว่าเคราะห์กรรมแสนสาหัสยิ่งนัก จะเป็นเช่นไรหากทุกอย่างมันไม่เป็นดั่งใจหมาย เพียงแค่คิดก็ได้กลิ่นหอมหวานตรงหน้า

“ได้ เรามาประลองกัน” องค์จักรพรรดิลงจากบัลลังก์ ทุกคนถอยหลบจนเหลือพื้นที่กลางลานกว้าง

องค์ชายหานเฟิงลอบโจมตีก่อน องค์จักรพรรดิเคลื่อนไหวหลบไปเรื่อยๆ ตั้งใจว่าสักร้อยกระบวนท่าจะเอาตนไปรับดาบสังหารเซียน

ท่ามกลางเสียงหวีดร้องหวาดเสียว องค์ชายหานเฟิงเอาดาบที่ซ่อนอีกเล่มออกมาขว้างใส่องค์จักรพรรดิ แน่นอนว่าการโจมตีนี้เป็นการโจมตีแบบลอบกัด ยิ่งไปกว่านั้นดาบที่เพิ่งขว้างเหมือนกับดาบสังหารเซียนทุกระเบียบนิ้ว องค์ชายหานเฟิงใช้ดาบปลอมมาโดยตลอด ส่วนดาบที่เอาไว้ใช้ลอบกัดเป็นของจริง และมันต้องได้เลือดองค์จักรพรรดิแน่ๆ ซึ่งองค์จักรพรรดิก็ไม่คิดจะเลี่ยง

ฉึก…

ผู้ที่ทำให้ดาบได้ลิ้มรสเลือดกลับไม่ใช่องค์จักรพรรดิ!

เป็นหญิงสาวนางหนึ่งที่ผ่านการคัดเลือกมาในรอบสามร้อยคนสุดท้าย หวังจินจูหลับตาลง แม้รู้อยู่แล้วก็ไม่ขัดขวาง เพียงใจอยากให้องค์จักรพรรดิได้ลิ้มรสเหตุการณ์ ที่พระองค์ไม่อาจรับมือได้

“เจ้า! บ้าจริง ผู้ใดให้เจ้ามาขวาง!” องค์ชายหานเฟิงหัวเสีย ที่มีหญิงไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามารับดาบแทน จะลอบสังหารอีกคราก็ทำไม่ได้ เพราะเมื่อครู่ตนเองใช้กลโกงจนโดนต้วนไจ้ฟ่านจับกุม ขยับเพียงนิดหัวจะต้องหลุดจากบ่า

“โง่งม” องค์จักรพรรดิตำหนิ ดวงตายังว่างเปล่า ราวกับการกระทำของนางไม่มีค่าอันใด

“หม่อม... ฉัน... รู้เพคะ” นางพูดเสียงกระท่อนกระแท่น

“แล้วไยยังทำ?” 

“สิบห้าปีก่อน… หม่อมฉันสูญเสียทุกอย่าง…และกระโดดน้ำตาย… มีชายผู้หนึ่ง... ไม่รู้ว่ามาจากที่ใด... ใช้เบ็ดตกปลาเกี่ยวหม่อมฉันขึ้นมา…และ... เอ่ยขึ้นว่า…อย่าไร้ค่า…” นางใช้มือสั่นเทาของตนเองล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบสายเบ็ดที่ทำจากทองคำขึ้นมา แววตาของนางบ่งบอกว่าชายผู้นั้นคือองค์จักรพรรดิ

“สายเบ็ดของเจิ้น” องค์จักรพรรดิยอมรับ นางคลี่ยิ้มแววตาเป็นประกายมีความสุข

“ในภายหลัง... จึงรู้ว่าเป็นพระองค์… หม่อมฉันพยายามมาโดยตลอดที่จะไม่...ไร้ค่า... จนได้เป็นหนึ่งในตัวเลือก... ของพระองค์... หม่อม... ฉันมิได้... แค่ก แค่ก หวังสูง… แค่ได้เห็นพระพักตร์อีกสักครั้งก็เพียง...พอ…”

“แล้วไยเจ้าเอาตัวมาขวางดาบ เคราะห์กรรมหนักรอเจ้าอยู่รู้หรือไม่?” 

“รู้... เพ... คะ”

“แล้วยังทำ?” 

“เป็นหม่อม... ฉันย่อมดีกว่า… ให้พระองค์แปดเปื้อน…  เพียงเท่านี้... หม่อมฉันคิดว่าตนมี... ค่าแล้ว… ” นางคลี่ยิ้ม ในสายตาขององค์จักรพรรดิ รอยยิ้มของนางโง่งม แต่พระองค์กลับมิอาจละสายตา

“เสด็จพี่...” ต้วนไจ้ฟ่านส่งเสียงเรียกสติ องค์จักรพรรดิจึงย่อกายลงโอบอุ้มร่างเล็กที่บัดนี้ไร้สติลมหายใจแผ่วเบาขึ้นมา

“เลือกได้แล้ว นางจะเป็นชายาของเจิ้น”

“ฮ่ะฮ่าฮ่า องค์จักรพรรดิวิปลาสแล้ว เลือกหญิงกำลังจะตายเป็นชายา” องค์ชายหานเฟิงพูดจาเย้ยหยัน ส่งผลให้องค์จักรพรรดิชะงักเท้า

“เจียเอ่อร์” 

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“เจิ้นต้องการอาณาจักรหาน เอามันมาให้เจิ้น” สิ้นเสียงองค์จักรพรรดิ คนทุกผู้ต่างแตกตื่น เป็นครั้งแรกที่องค์จักรพรรดิประกาศเช่นนี้ต่อเมืองมนุษย์ด้วยกัน และเท่ากับว่าสงครามกำลังจะเกิด

“เจ้า! เจ้าคิดประกาศสงคราม” องค์ชายหานเฟิงร้องขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด

“แล้วอย่างไร ขยี้อาณาจักรไร้ค่าทิ้ง ผู้อื่นจะได้ไม่คิดอาจหาญเช่นเจ้าอีก” องค์จักรพรรดิตอบเสียงเรียบนิ่งไร้ความปรานี องค์ชายหานเฟิงได้รู้ตัวตอนนี้เองว่า ตนเองยุ่งกับคนที่ไม่สมควรยุ่งด้วยเข้าเสียแล้ว

“องค์จักรพรรดิจะให้กระหม่อมประหารองค์ชายเลยหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” หวังเจียเอ่อร์ถามขึ้น

“เลี้ยงเอาไว้ก่อน ชายผู้นี้ต้องตายด้วยดาบสังหารเซียน” พอตอบเสร็จพระองค์ก็อุ้มร่างที่ยังคงหายใจรวยริน เหาะเหินกลับตำหนักตน

องค์จักรพรรดิพยายามใช้พลังของตนรักษาหญิงสาวที่รับเป็นชายา ทว่า...ยามนี้องค์จักรพรรดิรู้แล้วว่า พระองค์มิได้เกิดมาเพื่อชนะตลอดกาล

ดวงจิตของนางที่รั้งเอาไว้ด้วยพลังถึงเจ็ดวันเจ็ดคืนแตกออกเป็นเจ็ดเสี่ยง พระองค์จับจิตสุดท้ายขังไว้ในร่างของนางได้ แต่อีกหกล่องลอยและกำลังจะหายไป

เป็นครั้งแรกที่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างใจหมาย พระองค์คว้าอีกหกเสี่ยงไม่ทัน ได้แต่แบ่งดวงจิตของตนให้เร่งตามไป…

“เป็นอย่างที่เจ้าคาดการณ์ไว้หรือไม่?” ต้วนไจ้ฟ่านถามหวังจินจู ดวงตาคมมองไปยังกลางตำหนัก ร่างองค์จักรพรรดิที่ดวงจิตไม่ครบดวงหลับตาใช้พลังรักษาเสี้ยวจิตสุดท้ายของพระชายาเอาไว้

“ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่รู้มาก่อน ว่าองค์จักรพรรดิจะถึงขั้นแบ่งจิตตามนางไป” 

“แม้จะต้องแตกสลาย แต่นางกลับยิ้มเจิดจ้ามิหวั่นเกรง นางมีค่าพอให้องค์จักรพรรดิตามนางไป” หวังเจียเอ่อร์กล่าวขึ้น ผู้ที่เหลือพยักหน้า ก่อนที่หวังจินจูจะเห็นนิมิตอีกครั้ง

“ปิดผนึกตำหนัก ในตอนนี้เราทำได้เพียงแค่รอ และปกป้องร่างของทั้งสองเอาไว้เท่านั้น” 

“เข้าใจแล้ว” ชายทั้งสองพยักหน้ายอมรับข้อเสนอแนะของหวังจินจู

ตำหนักขององค์จักรพรรดิถูกปิด ขุนพลทั้งสามทำหน้าที่แทนองค์จักรพรรดิอย่างแข็งขัน

 

ในขณะเดียวกันจิตขององค์จักรพรรดิที่ตามชายาไป ไม่อาจฝืนเคราะห์กรรมของนางได้ ทำได้เพียงมองอย่างเจ็บใจ ที่ตนไร้กำลังจะฝืนมัน จวบจนลมหายใจสุดท้ายของนาง สิ่งเดียวที่ทำให้คือเก็บรวบรวมดวงจิตของนาง ยามนางตายมาหลอมรวมในชาติภพใหม่ให้นาง

ในแต่ละชาติภพ แม้นเคราะห์กรรมจะหนักสักเพียงใด นางไม่เคยให้ความมืดกัดกินใจนาง ดวงจิตองค์จักรพรรดิได้เห็นตลอด ทำให้พระองค์ค่อยๆ รักนางทีละน้อย จนในที่สุดจบชาติภพที่หกดวงจิตองค์จักรพรรดิพาดวงจิตของชายาที่เกือบจะเต็มดวงกลับมาได้สำเร็จ

ดวงตาคมมองดวงไฟสีทับทิมสว่างจ้าด้วยความหวงแหน นางกลับมาแล้ว…

พระองค์ค่อยๆ ประคองดวงจิตใส่ร่างเดิม ทว่า...ความเพียรพยายามกลับไร้ความหมาย! 

ดวงจิตของนางไม่เพียงไม่เข้าร่างยังหายวับไปกับตาโดยที่องค์จักรพรรดิไม่อาจคว้าทัน

“เป็นเพราะรู้ค่าเมื่อสายไปใช่หรือไม่ อาการเหมือนใจสลายนี่ สวรรค์กำลังลงโทษเจิ้น” น้ำใสๆ เอ่อคลอดวงตาคม องค์จักรพรรดิรู้สึกเหมือนใจกำลังจะขาด ทุกชาติภพของนาง พระองค์เฝ้าฝันถึงวันกอดปลอบรับขวัญ เอ่ยถ้อยคำขอโทษ และร้องขอความรักจากนาง

ทว่า…

ทุกอย่างมันสายไป และไม่มีวันหวนคืน…

“มีวันหวนคืนเพคะ” หวังจินจูที่เข้ามาในตำหนักเอ่ยขึ้น นางมององค์จักรพรรดิที่ร้อยปีมานี้ไม่มีโอกาสได้เห็นด้วยแววตาจงรักไม่เสื่อมคลาย

“เจ้าหมายความว่าอย่างไร ในเมื่อเจิ้นใส่ดวงจิตนางกลับร่างไม่ได้”

“ที่ใส่ไม่ได้เพราะร่างของนางสลายไปแล้ว ที่ยังอยู่ในตอนนี้เพราะพลังของพระองค์รั้งเอาไว้เท่านั้นเพคะ ดวงจิตจึงต้องหาร่างใหม่”

“แล้วเจิ้นควรทำอย่างไร”

“ปล่อยร่างนี้ไป ให้ดวงจิตเล็กที่ยังเหลืออยู่ในร่างตามดวงจิตใหญ่ไป นางต้องการดวงจิตส่วนนี้ในการใช้ชีวิตภพนี้เพคะ”

“เจิ้นจะหานางพบหรือไม่” องค์จักรพรรดิมองร่างตรงหน้าด้วยแววตาอาวรณ์ เป็นครั้งแรกตั้งแต่จำความได้ที่รู้สึกกลัว

“นางเป็นชายาของพระองค์ ด้ายแดงผูกแล้วไม่มีวันตัดขาดเพคะ” เมื่อสิ้นคำตอบของหวังจินจู องค์จักรพรรดิก็อุ้มร่างของหญิงสาวที่รักออกมานอกตำหนัก ข้าหลวงทุกคนได้เห็นองค์จักรพรรดิในรอบร้อยปีต่างคุกเข่าลง ทว่าองค์จักรพรรดิสนใจเพียงร่างของยอดดวงใจที่กำลังแตกสลายเท่านั้น

ร่างของนางค่อยๆ กลายเป็นกลีบเหมยกุ้ย[2]สีแดงสด ปลิวว่อนออกไปตามสายลม องค์จักรพรรดิพยายามจะแบ่งดวงจิตตามนางไป 

ทว่า!

พรวด!

พระองค์กระอักเลือดออกมา ต้วนไจ้ฟ่านรีบเข้ามาพยุงทันที

“เสด็จพี่...” 

“เหตุใดเจิ้นจึงใช้พลังไม่ได้!” องค์จักรพรรดิร้องขึ้นมาอย่างเกรี้ยวกราด อีกสองขุนพลที่เหลือรีบคุกเข่าลงตรงหน้า

“ฝ่าบาท...เป็นเพราะการแบ่งดวงจิตของพระองค์ติดตามนางไปถึงหกชาติภพ ทำให้ดวงจิตของฝ่าบาทเสียหายอย่างหนักเพคะ” 

“เจียเอ่อร์ รีบตามดวงจิตของนางไป!” เมื่อตนเองไม่สามารถตามได้ จึงออกคำสั่งกับหวังเจียเอ่อร์

“พ่ะย่ะค่ะ” หวังเจียเอ่อร์รับคำ ร่างเลือนหายไปกับสายลม ก่อนจะปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ใกล้เคียงกับกลีบเหมยกุ้ยเสี้ยวดวงจิต

แต่สวรรค์ที่กำลังลิขิตให้องค์จักรพรรดิพบเจอกับความยากลำบาก มีหรือจะยอมให้พระองค์ตามเจอจอมใจได้ง่ายเพียงนั้น

พรึ่บ!

กลีบเหมยกุ้ยเสี้ยวดวงจิตหายไปกับอากาศ ราวกับมันไม่เคยปรากฏมาก่อน 

หวังเจียเอ่อร์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ หันกลับไปมององค์จักรพรรดิที่อยู่ห่างออกไป

ผู้ที่ตกใจยิ่งกว่าตัวเขา ก็คือองค์จักรพรรดิ! 

ดวงตาของพระองค์จ้องไปจุดที่กลีบเหมยกุ้ยเสี้ยวดวงจิตเคยปรากฏอยู่ แล้วน้ำตาไหลออกมา...

ได้แต่มองของรักจากไป ไม่อาจยื้อ ไม่อาจตาม ไม่ต่างอันใดกับใจกำลังถูกบีบขยี้ 

พอสักทีเถิดสวรรค์...

ต้วนอี้เอินผู้นี้สำนึกแล้ว...

ได้โปรดหยุดลิขิตให้พบเจอแต่ชะตาพลัดพรากเสียที

“จินจู...เจ้าเห็นอันใดบางหรือไม่!?” หวังเจียเอ่อร์กลับมายังจุดที่ทุกคนอยู่ แล้วถามด้วยใจร้อนรน ได้แต่หวังว่าเทพธิดาพยากรณ์จะมองเห็นอนาคตที่ดีต่อองค์จักรพรรดิ

“ไม่เห็น...” เมื่อนางส่ายหัว เข่าของชายที่อยู่เหนือผู้ใดในใต้หล้าก็ทรุดลงทันที

“แต่เจ้าบอกว่านางเป็นด้ายแดงขององค์จักรพรรดิ”

“ไม่ผิด...นางหวนคืนมาจริง แต่ก่อนหน้านั้นข้าไม่อาจมองเห็นว่าเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง ไม่อาจรู้ว่าองค์จักรพรรดิจะพบเจอนางเมื่อใด มันอาจจะหนึ่งวัน หนึ่งปี สิบปี หรืออาจเป็นร้อยปีกว่าจะได้พบพาน...” 

“เช่นนั้นเราออกตามหานางจะได้หรือไม่?” ต้วนไจ้ฟ่านรีบมองหาทางออกอื่น

“ท่านอ๋อง...มันไม่ง่ายเช่นนั้น ร่างใหม่ของนางเราไม่อาจรู้ว่าหน้าตาเป็นเยี่ยงไร” 

“เจ้าก็มองไม่เห็นหรือ?” 

“ไม่เพคะ ใบหน้าของนางเหมือนมีหมอกหนาบดบังอยู่ ข้ามิอาจเห็น เพียงแค่รู้ว่าเป็นนางจากที่องค์จักรพรรดิบอกในนิมิตเท่านั้น” คำตอบของหวังจินจูทำให้ทุกคนรู้สึกผิดละอายใจ ที่ไม่อาจทำให้ความต้องการขององค์จักรพรรดิเป็นจริงได้

“หน้าก็ไม่เห็น ก็วาดรูปของนางไม่ได้ เช่นนั้น...” 

“ผู้ที่จะตามหานางเจอโดยที่ไม่รู้จักนาม ไม่รู้จักหน้าตาของนาง ก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นเจ้าค่ะพี่ใหญ่” นางตอบหวังเจียเอ่อร์ก่อนจะหันมามองนายเหนือหัวของตน

“เจิ้นเพียงผู้เดียว...” องค์จักรพรรดิแข็งใจลุกขึ้น

ทว่า...

พรวด!

พระองค์กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง เหล่าขุนพลก้มหน้าลง แม้แต่องค์จักรพรรดิในยามนี้ก็ไม่อาจติดตามไปได้

“พระองค์ต้องทำการฟื้นฟูดวงจิตของพระองค์ก่อนเพคะ”

“กลับเข้าตำหนักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ต้วนไจ้ฟ่านที่ได้ยินดังนั้น ก็พยายามกล่อมให้ผู้เป็นพี่เข้าไปในตำหนัก เพราะสถานที่นี้สร้างมาจากแก่นอสูร ระดับจ้าวอสูรและเทพอสูรทั้งตำหนัก เหมาะแก่การบ่มเพาะพลังฟื้นฟูดวงจิต

“นานเพียงใด กว่าเจิ้นจะแข็งแกร่งดังเดิม?” คำถามนั้นทำให้หวังจินจูก้มหน้าลงไม่ยอมสบตา

“จินจูทูลองค์จักรพรรดิไป” หวังเจียเอ่อร์เร่งให้น้องสาวตอบ

“ต้องบ่มเพาะอย่างน้อยห้าปีเพคะ” 

“ห้าปีเช่นนั้นหรือ... เพียงห้าลมหายใจก็ยาวนานสำหรับเจิ้นแล้ว” เล็บของพระองค์จิกลงที่หัวใจ ภายนอกไม่รู้สึกรู้สาอันใด เพราะภายในมันร้าวราวกับถูกมีดที่มีนามว่า “รอคอย” กรีดซ้ำๆ 

ตามหกชาติภพอื่นว่าทรมาน การได้อยู่ในชาติภพเดียวกันแต่ไม่อาจคว้าเอาไว้ในอ้อมอกได้มันทรมานยิ่งกว่า...

“แบมแบม...รอพี่ก่อน... รักษาตัวแล้ว พี่จะหาเจ้าให้เจอ” องค์จักรพรรดิให้คำมั่นกับนางด้วยนามในชาติภพล่าสุด

ก่อนจะหลับตาลง...

แล้วยอมตามสามขุนพลกลับเข้าตำหนัก


 

[1] เจิ้นเป็นคำแทนตัวของฮ่องเต้ / จักรพรรดิ

[2] เหมยกุ้ย คือ ดอกกุหลาบ

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 717 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น

  1. #2257 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2563 / 22:19
    ไงล่ะเนี่ยลำบากสมใจเลยทีนี้พี่ต้วนเอ้ยชั้นจะร้อง สู้ๆนะพี่นะ
    #2,257
    0
  2. #2043 Nuthathai Por (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 19:35

    เป็นแบบนี้นี่เอง ก็สมแล้วที่พระองค์จะรักแบม

    #2,043
    0
  3. #1348 PhimpinTT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 06:07
    โห เรื่องมันเศร้าเลยนะ แอบน้ำตาคลอตาพี่ ฮื้อ
    #1,348
    0
  4. #1283 FrontHyuk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 18:05
    นับถือองค์จักรพรรดิมากค่ะ อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวก็เจอกันแล้ว สู้ๆ
    #1,283
    0
  5. #983 JKEve_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:47
    รีบตามหานะองค์จักรพรรดิ
    #983
    0
  6. #885 Amanokawa3169 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:36

    ที่จำได้ในแต่ละชาติก็เพราะพลังขององค์จักพรรดิ์นี่เอง สักวันต้องได้เจอกันแน่นอน

    #885
    0
  7. #652 N_udaen_G (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มกราคม 2563 / 19:59
    ตามน้องไปทุกชาติแล้วอะ ภพนี้รอน้องอีกหน่อยนะคะ ฮืออออ
    #652
    0
  8. #604 TATAR20505 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 11:23
    อ๋ออ อันนี้คือสาเหตุที่แบมแบมเกิดมา7ภพ ละ6ภพที่ผ่านมายากลำบากสินะ
    #604
    0
  9. #592 Ducki Says (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 18:55
    รักทรหดมาก
    #592
    0
  10. #488 A Turtle (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 19:37
    ทรมาณแทนน้อง 7 ชาติเลยอ่ะ
    #488
    0
  11. #480 PrincessDark (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 18:10
    เสี่ยวกันรอองค์จักรพรรดิก่อนนะ
    #480
    0
  12. #476 ๛ข้าวโพดน้อย๛ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 18:29
    ชอบนะคะ ติดตามนิยายจีนของพี่ทุกเรื่องเลย มาอัพบ่อยๆนะคะ เป็นกำลังใจ
    #476
    0
  13. #463 คิสต้วน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 23:37

    ชอบเรื่องนี้มากๆ

    #463
    0
  14. #462 fahadda (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 00:32
    แต่งให่จบน้าาา รอเรื่องนี้อยู่
    #462
    0
  15. #461 Ployzai1010 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 23:03
    ไรท์กลับมาแต่งต่อแล้วววววว รอตอนต่อไปค่ะ
    #461
    0
  16. #460 sandarkhinekim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 22:10
    ฮืออออออออไรท์เค้าคอดถึงเรี่องนี้จนจะร้องไห้แล้วฮือออออออออออมาต่อไห้จบนะค่ะรอเสมอ
    #460
    0
  17. #457 aeayzii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 13:11

    กลับมาแล้วหายไปนานเลยนะค่ะรอคอยทุกวันเลยค่ะ

    #457
    0
  18. #456 ktrt-m (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 12:57
    เย้ๆๆๆ กลับมาเรื่องนี้แล้ว เราเป็นแฟนคลับไรท์เลยนะคะ ติดตามทุกเรื่อง เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #456
    0
  19. #455 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 11:02
    ระหว่ารออีบุ๊ก ฝ่า ก็อ่านวนไปจร้าาา
    #455
    0
  20. #452 kulyasalin2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 21:10
    ดีใจจัง นึกว่าตาฝาด อัพแล้วๆ รอมานานนนนนนนนน
    #452
    0
  21. #451 ไอเวอร์เซียร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 20:58
    รอออออออ
    #451
    0
  22. #449 neweee2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 08:52

    ในที่สุดดดด
    #449
    0
  23. #448 yanfan20 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 07:33
    กรี๊ดในที่สุด
    #448
    0
  24. #446 rjisubb (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 03:43
    เรารอเรื่องนี้มานานขนาดไหนเนี่ยนานพอๆกับจักรพรรดิ์รอพระชายาเลย555รอจะครบ7ภพแล้วจะได้เจอแล้ว
    #446
    0
  25. #445 KallayaBuate (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 03:13
    เราอยากบอกว่า รออีบู๊คเลยค่ะ อิอิ
    #445
    0
  26. #373 phutookei (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 16:43
    หมัดปลาร้าด้วยเลยปะไร 😆😆😆
    #373
    0
  27. #271 N_udaen_G (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 10:05
    แบมลูกกกกก

    เก่งมากๆ เลยลูกกก แบบเอ็นดูเสี่ยวไจ้ด้วย
    #271
    0