เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 18.2 สนับสนุน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    13 ก.ค. 63

พอมาถึงโลกที่สวยงามเพราะความรักของพระองค์ก็พังทลายลงทันที!

เหตุใดชายารักจึงมีทั้งชายทั้งหญิงล้อมหน้าล้อมหลังเช่นนี้!

แมลงน่ารังเกียจพวกนี้ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!

“พวกเจ้ากำลังทำอันใดกันอยู่?” น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้น เหล่าคนที่กำลังห้อมล้อมร่างระหงอยู่สะดุ้งโหยง พอหันกลับไปสบตามองเจ้าของเสียงก็มีความรู้สึกหวาดกลัวเข้าครอบงำทันที

“ศะ... ศิษย์พี่อี้หลง”

“ข้าถามไยไม่ตอบ?”

“เอ่อ... พวกเรากำลังขอให้ศิษย์น้องเสี่ยวกันช่วยชี้แนะเรื่องการปรุงยาวันนี้เจ้าค่ะ”

ผู้หญิงที่ดูงดงามที่สุดในกลุ่ม เป็นผู้ตอบ หากแต่องค์จักรพรรดิปรายตามองนางด้วยความไม่ชอบใจ ไม่มีเศษเสี้ยวของความรู้สึกตื่นตะลึงในความงามของนางเลยสักนิด

“ขอคำชี้แนะ หึ! ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าเป็นศิษย์พี่ของนางหรอกหรือ?” 

“เอ่อ...” นางอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก และรู้สึกอับอายขึ้นมาทันที

“ศิษย์พี่อย่างพวกเราโง่เขลานัก จึงต้องขอคำชี้แนะจากศิษย์น้องเสี่ยวกัน” คราวนี้เป็นศิษย์ชายผู้หนึ่งพูดขึ้น และยอมรับว่าตัวเองโง่เขลาอย่างกล้าหาญ โดยไม่สนสีหน้าของผู้ที่มาพร้อมตน

“หลังปรุงยา ทั้งพลังปราณและจิตวิญญาณย่อมอ่อนล้า พวกเจ้ากลับไม่ให้นางพักผ่อน พากันมารุมล้อมอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ ทำเช่นนี้ถือว่าใช้ได้หรือ?” องค์จักรพรรดิย้อนถาม ครานี้หลายๆ คนต่างก้มหน้า รู้สึกละอายใจที่เสียมารยาท 

“พวกเราขอโทษขอรับศิษย์พี่” 

“คนที่ควรได้รับคำขอโทษ เป็นข้างั้นหรือ?” 

“เอ่อ… ศิษย์น้องเสี่ยวกันพวกเราขอโทษ” 

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เพียงแต่วันนี้ข้าก็เพิ่งปรุงยาเป็นครั้งแรก ไม่ได้รู้อันใดมากนัก คงตอบคำถามศิษย์พี่ไม่ได้ อย่างไรก็ตามข้าคิดว่าศิษย์พี่ขอคำชี้แนะจากอาจารย์จะดีกว่า” แบมแบมไม่ได้พูดโกหก 

แม้ในแหวนมิติที่ได้มา จะมีวัตถุดิบมากมายหลากหลาย แต่เขากลับพบว่า วัตถุดิบเหล่านั้นเป็นของระดับสูง อย่างสมุนไพรจันทร์กระจ่างที่ใช้ปรุงยารักษาดวงจิต อย่างน้อยก็ต้องอยู่ในระดับเซียนขั้นหนึ่ง จึงจะปรุงได้ ไม่เช่นนั้นวัตถุดิบก็จะไหม้และสูญเปล่า กระทั่งวัตถุดิบในการเขียนยันต์ก็ไม่ต่างกัน ระดับพลังของเขาในยามนี้ ไม่สามารถที่จะใช้มันได้เลย

“พวกเราเข้าใจแล้ว เช่นนั้นศิษย์น้องเสี่ยวกันพักผ่อนเถิด พวกเราไม่กวนแล้ว” ในที่สุดบรรดาศิษย์พี่ที่เรียนปรุงยาร่วมกันในวันนี้ ก็พากันสลายตัวไป

“เฮ้อออ… ข้าเกร็งไปหมด” เสี่ยวไจ้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ที่บรรดาศิษย์พี่ยอมจากไปเสียที

“ไปนั่งที่ม้านั่งก่อนเถิด” แบมแบมถูกศิษย์พี่แตะหลังคล้ายกับการโอบแล้วพาเดินไปยังม้านั่งข้างเรือนพัก

“ข้าไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นหรอกเจ้าค่ะ” 

“ต่อหน้าพี่ เจ้าไม่ต้องทำเป็นเก่ง พี่เห็นนะ ว่าปากของเจ้าซีดลงกว่าเดิม” อีกฝ่ายไม่พูดเปล่า ใช้เรียวนิ้วแตะมาที่ริมฝีปากเบาๆ ด้วย ทำเอาแบมแบมสะดุ้ง ก่อนจะรู้สึกว่าใบหน้ามันร้อนผ่าวขึ้นมา

“ข้าก็เห็นว่าริมฝีปากของเสี่ยวกัน ยังคงแดงสดเช่นเดิม” เสี่ยวไจ้ที่นั่งเป็นก้างขวางคอพูดขัดขึ้น 

“เจ้าเองยังรู้สึกเหนื่อยล้า แล้วเสี่ยวกันจะไม่รู้สึกได้อย่างไร” 

“จะว่าไปข้าก็รู้สึกเหนื่อยล้าจริงๆ ด้วย” พอนางถูกทักเช่นนั้นก็พิจารณาตนเองดูแล้วก็รู้สึกว่าเหนื่อยล้าจริงๆ 

“เช่นนั้นเจ้าก็ไปพักเถิด” 

“ไม่ ข้ารอไปพร้อมเสี่ยวกันดีกว่า” 

“ไปเถิด ประเดี๋ยวข้าส่งเสี่ยวกันเข้าเรือนเอง” คราวนี้ดวงตาของผู้พูดเรืองแสงสีทองขึ้นชั่ววูบ โดยที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น จากนั้นเสี่ยวไจ้ก็ลุกขึ้นยืนและเข้าเรือนไปทันที กระทั่งหวังเจียเอ่อร์เดินยิ้มร่าเข้ามา ก็ไม่แม้แต่จะหยุดทักทาย

“ศิษย์พี่ วันนี้ทำอะไรกับนางใช่หรือไม่?” แบมแบมรู้สึกตะขิดตะขวงใจกับท่าทางของเพื่อน จึงหันมาถามคนตรงหน้า อย่างจับผิด

“นางเป็นถึงฮูหยินของท่านขุนพลกลับชาติมาเกิด พี่จะกล้าทำอันใดนางได้อย่างไร?” อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยแววตาซื่อๆ สุดท้ายแล้วเพื่อตัดความสงสัย แบมแบมเลยสรุปว่าสหายรักน่าจะเหนื่อยจนอยากกลับเข้าเรือนไปเอง

ส่วนคนที่เพิ่งจะมาถึงอย่างหวังเจียเอ่อร์รู้ดีว่านายเหนือหัวของตนใช้วิชาสะกดจิตเสี่ยวไจ้ เจ้าตัวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น กลัวว่าองค์จักรพรรดิจะหมดความอดทนเมียรักที่ชอบทำตัวเป็นก้างขวางคอเข้าสักวัน เห็นทีจากนี้ไปเขาต้องคอยมาดึงตัวนางออกไปบ่อยๆ เสียแล้ว นางจะได้ไม่ไปเกิดใหม่อีกครา

“ท่านขุนพลเห็นทีวันนี้จะมาเสียเที่ยวแล้ว” แบมแบมหันไปพูดกับหวังเจียเอ่อร์

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าค่อยมาใหม่” พอพูดจบก็รีบจากไปทันที ทำเอาแบมแบมขมวดคิ้วกับท่าทางของอีกฝ่าย 

“น่าแปลก...” 

“มีอันใดแปลกหรือ?” 

“ก็ท่านขุนพลนะสิ ไม่ยอมเข้ามาพูดคุยกับเรา” 

“เขาก็อาจจะมีธุระก็ได้” 

“ลองมาหาเสี่ยวไจ้ได้ ก็แสดงว่าไม่น่าจะมีธุระอันใด ทำเหมือนกับว่ากำลังเกรงใจเราอยู่อย่างนั้นแหละ อีกฝ่ายเป็นถึงบิดาของเจ้าสำนัก ส่วนเราเป็นเพียงศิษย์ มีอันใดให้น่าเกรงใจกัน” แบมแบมส่ายหัว

“พวกขุนพลก็สติไม่ดีเช่นนี้แหละ เจ้าอย่าใส่ใจไปเลย” 

“ศิษย์พี่! พูดถึงขุนพลเช่นนั้นได้อย่างไร ประเดี๋ยวก็ถูกลงโทษหรอก” 

“ใครมันจะกล้า” พออีกฝ่ายทำเหมือนไม่กลัวอะไร แบมแบมก็โมโหขึ้นมา จนต้องหยิกหลังมืออีกฝ่ายเพื่อเตือนสติ

“เจ็บหรือไม่?” 

“เจ้ากล้าหยิกพี่?” อีกฝ่ายตอบไม่ตรงคำถาม หนำซ้ำยังมองมาด้วยแววตาตื่นๆ ด้วย

“ใช่สิข้ากล้า และข้าเชื่อด้วยว่าหากมีผู้อื่นมาได้ยินที่ศิษย์พี่พูดถึงบรรดาขุนพลเช่นนั้น พวกเขาก็ต้องกล้าลงโทษศิษย์พี่ หรือไม่ก็ไปฟ้องอาจารย์แน่นอน ฉะนั้นศิษย์พี่ห้ามพูดถึงขุนพลเช่นนั้นอีก” แบมแบมพูดให้อีกฝ่ายรู้จักเกรง จะได้ไม่ทำอะไรขาดการยั้งคิดอีก 

หากแต่!

“เจ้าเป็นคนแรกเลยที่หยิกพี่” อีกฝ่ายไม่สำนึก! หนำซ้ำยังดูปลื้มอกปลื้มใจกับรอยหยิกบนหลังมือด้วย

“ศิษย์พี่เป็นพวกรักความรุนแรงหรืออย่างไร” แบมแบมกลอกตาไปมาอย่างเหนื่อยใจ

“พี่ไม่ได้ชมชอบความรุนแรง แต่หากเป็นเจ้ามอบให้ด้วยความห่วงใยเช่นนี้ ล้วนมีความหมาย” 

“ข้าเหนื่อยที่จะคุยกับท่านแล้ว ขอตัวก่อน” 

“รอเดี๋ยวสิ พี่มีของให้เจ้า” อีกฝ่ายจับมือรั้งเอาไว้ ก่อนจะยื่นขวดยาที่ทำมาจากหยกให้ 

“นี่คือ...” 

“เม็ดยาเสริมปราณ เจ้านำไปใช้เถิด ระดับพลังจะได้ก้าวหน้าขึ้น” 

“ไม่ใช่ว่าทางสำนักแจกจ่ายพรุ่งนี้หรือ?” แบมแบมแปลกใจเล็กน้อย ที่ศิษย์พี่เอามาให้ตนก่อนเวลา

“ของเหล่านั้นจะสู้ของที่พี่ให้ได้อย่างไร” 

“แสดงว่ายาที่อยู่ในขวดนี้ ไม่ใช่ของสำนัก” 

“เจ้ากล่าวได้ถูกแล้ว” 

“ข้ารับเอาไว้ไม่ได้หรอก” 

“พี่เอามาให้เจ้า ด้วยใจที่หวังดี เจ้าจะทำร้ายจิตใจพี่ ไม่ยอมรับมันหรือ?” พออีกฝ่ายแสดงแววตาเศร้าหมองออกมา แบมแบมก็ใจอ่อนลงทันที ไม่รู้เป็นอันใด เขามักยอมอ่อนข้อให้ศิษย์พี่ผู้นี้เสมอ

“ก็ได้ ข้ารับเอาไว้ก็ได้ หยุดทำหน้าตาเช่นนี้เสียที” 

“ถ้าหมดแล้วก็บอกพี่ พี่จะเอามาให้เจ้าอีก” 

“เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” แบมแบมรับปากไปเช่นนั้นแหละ เมื่อหมดแล้วเขาไม่มีทางกล้าบอกหรอก 

ส่วนองค์จักรพรรดิก็มองชายารักเข้าเรือนไป แล้วก็มองรอยหยิกบนหลังมือด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“จักรพรรดิ รอยหยิกนั้นมีอันใดให้น่าประทับใจหรือพ่ะย่ะค่ะ?” หวังเจียเอ่อร์ถามขึ้น อันที่จริงเจ้าตัวไม่ได้ไปไหนไกล เพราะรับหน้าที่เป็นตัวแทนเหล่าขุนพลในการเฝ้าอารักขาองค์จักรพรรดิ จึงรับรู้เรื่องราวทั้งหมด

“นางเป็นคนแรกในชีวิต ที่กล้าหยิกเจิ้น ช่างขวัญกล้าได้น่าเอ็นดูยิ่ง” 

“พ่ะย่ะค่ะ พระชายาน่าเอ็นดูยิ่งนัก” หวังเจียเอ่อร์ตั้งสติกับความคิดของนายเหนือหัวได้ ก็เลยพูดเยินยอออกไป เขาไม่กล้าคิดต่าง นายเหนือหัวว่าดีเขาก็ว่าดี นายเหนือหัวว่าน่าเอ็นดูเขาก็ว่าน่าเอ็นดู  

 

 

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น

  1. #2271 Vivien (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 09:51

    เอาจริงๆ ชอบคู่ท่านแม่ทัพกับเสี่ยวใจและลูกๆของนาง 5555 อยากให้มีตอนรวมตระกูลจริงคงซึ้งมากๆ ท่านแม่ ท่านย่า ท่านทวด อะไรๆงี้นะ เอ็นดู เอ็นดูความเกี้ยวของท่านแม่ทัพด้วย xD

    งื้อออ อยากอ่านตอนแยกจริงๆ ส่วนคู่หลักก็น่ารักอยู่แล้ว แลไม่มีอุปสรรคขัดขวาง ยังไงก็ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องสนุกๆมาให้อ่านนะคะ นี่ตามไปซื้อมาเรื่องนึงแล้ว คงมีตามไปอีกแน่เลย

    #2,271
    0
  2. #2219 jantip2 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 05:32
    555ยิ่งกว่าหลง😁😁✌✌
    #2,219
    0
  3. #2217 Joyler (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 22:07

    หลงน้องหนักมากก
    #2,217
    0
  4. #1127 ♡imsni♡ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:21
    เสี่ยวไจ้หนูหายใจเข้าลึกๆนะลูก เดียวเปงลมมมม
    #1,127
    0
  5. #1126 Chiracc (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:21
    เสี่ยวไจ้รู้ความจริงแล้ว แต่ไปคงต้องสนับสนุนละนะ
    #1,126
    0
  6. #1125 KuenNun (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:19
    เสี่ยวไจ้คงจะขวางน้อยลงแล้วมั้งแบบนี้55
    #1,125
    0