เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 26 : ตอนที่ 17.2 อาหารเรียกน้ำลาย!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    11 ก.ค. 63

 

แบมแบมเอาข้าวออกมาจากแหวนมิติ ให้เสี่ยวไจ้ช่วยหุง ส่วนตนเองก็เอาพวกเนื้อกวางและวัตถุดิบอื่นๆ ออกมา เขาตัดสินใจทำข้าวหน้าเนื้อ เพราะมันค่อนข้างทำง่าย

“มีอันใดให้พี่ช่วยหรือไม่?” ชายเพียงคนเดียวในห้องครัว ถามขึ้นอย่างกระตือรือร้น ไม่ได้ถือเลยสักนิดว่าการทำครัวเป็นหน้าที่ของหญิง 

“ศิษย์พี่จะช่วยหรือเจ้าคะ?”

“ใช่พี่อยากจะช่วย” 

“เช่นนั้นช่วยนวดเนื้อก็แล้วกันเจ้าค่ะ” กวางตัวนี้เป็นสัตว์อสูร แม้ว่าเนื้อของมันจะเลิศรส แต่มันก็ค่อนข้างเหนียว แบมแบมเลยตัดสินใจนวดให้มันนุ่มขึ้น

“ได้สิ” คนที่ถูกมอบหมายงานให้ นวดเนื้อกวางชิ้นนั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ

แบมแบมมองแล้วอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม คิดไปคิดมาศิษย์พี่ผู้นี้อาจจะไม่ได้เป็นคนหื่นกามโดยสันดาน บางทีอาจจะขาดสติยั้งคิด หรือไม่ก็เมา หรือไม่ก็เดินทางมาเหนื่อยๆ แล้วไม่ได้สังเกตว่าเขานอนในห้องอยู่ก่อนหน้านั้น

ร่างระหงหาเหตุผลมาเข้าข้างความรู้สึกดีขึ้นที่มีต่อศิษย์พี่ผู้นี้ โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นถึงองค์จักรพรรดิ และยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ใกล้ชายารักของตนตลอดเวลา แม้กระทั่งต้องลดตัวมานวดเนื้อทำอาหาร ก็ไม่มีความรู้สึกว่าเสียศักดิ์ศรีแต่อย่างใด

ข้าวหน้าเนื้อที่แบมแบมทำนั้น มีต้นฉบับมาจากข้าวหน้าเนื้อของญี่ปุ่นในชาติที่แล้ว แม้วัตถุดิบมันจะขาดไปบ้าง แต่ด้วยความที่แบมแบมมีพรสวรรค์ในการทำอาหาร และในโลกนี้มีวัตถุดิบที่เลิศรสในตัวของมันเอง จึงสามารถทดแทนกันได้

“อร่อยๆ ที่สุดเลย!” เสี่ยวไจ้เจริญอาหารกว่าใคร พูดไปกินไปอย่างมูมมาม แบมแบมจึงอดไม่ได้ที่จะอายแทน

“เสี่ยวไจ้ ใจเย็นๆ ค่อยๆ กินก็ได้” 

“ก็มันอร่อยนี่นา ข้าจะรีบกินให้หมดแล้วจะได้รีบเติมถ้วยใหม่” 

“เสี่ยวไจ้ อายผู้คนเถิดข้าขอร้อง” แบมแบมส่งสายตาให้รู้ว่าบัดนี้ไม่ได้มีแค่พวกตนสามคนเท่านั้น ยังมีศิษย์ร่วมสำนักทยอยเดินตามเข้ามาอีกด้วย

“พวกเขามากันทำอะไรน่ะ ไม่ใช่ว่ามื้อเที่ยงจบไปตั้งนานแล้วหรือ?” เสี่ยวไจ้พูดออกมาอย่างสงสัย แต่ก็เริ่มกินอย่างสำรวมขึ้นเช่นกัน

“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน” แบมแบมส่ายหัว และในขณะนั้นเองก็มีศิษย์ชายผู้หนึ่งเดินตรงเข้ามาหา เตรียมจะนั่งลงที่ม้านั่งตัวเดียวกับร่างระหง 

ทว่า! 

พรึ่บ

องค์จักรพรรดิที่นั่งม้านั่งตัวข้างๆ ยกเท้าขึ้นวางพาดขัดขวางเอาไว้ แล้วส่งสายตาอำมหิตให้ บ่งบอกว่าถ้านั่งข้างเด็กสาวผู้นี้ เรื่องจบไม่ดีแน่

“มีธุระอันใด?” น้ำเสียงทรงอำนาจถามขึ้น ทำเอาศิษย์ชายผู้นั้นก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว

“เอ่อ พวกข้าได้กลิ่นอาหารอร่อยก็เลยตามมา” 

“แล้วอย่างไร?” 

“พวกข้าก็เลยอยากจะมาถามว่า พอจะแบ่งให้พวกข้าบ้างได้หรือไม่?”

“กวางนี่ศิษย์น้องของข้าได้มาอย่างยากลำบาก อยู่ๆ คนที่ไม่รู้จักเช่นเจ้าจะมาขอแบ่ง ไม่ง่ายไปหรือ” องค์จักรพรรดิได้ฟังเรื่องราวที่มาของเนื้อกวางนี้ ตอนอยู่ในห้องครัว ในใจเลยมีแต่แผนการที่จะชดเชยความลำบากให้นาง ถ้างั้นเรื่องที่จะขอให้นางมีน้ำใจ แบ่งของที่ได้มาอย่างเหนื่อยยาก ไปง่ายๆ ไม่มีเสียหรอก

“เป็นศิษย์ร่วมสำนักก็ควรจะมีน้ำใจแก่กันไม่ใช่หรือ?” ศิษย์หญิงผู้หนึ่งที่มาพร้อมกันพูดขึ้น

“เช่นนั้นข้าขอแก่นอสูรจากท่านสักชิ้นได้หรือไม่ ในเมื่อเราเป็นศิษย์ร่วมสำนักกัน?” แบมแบมย้อนถามออกไป ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจจะสร้างศัตรู แต่ศิษย์หญิงผู้นี้พูดออกมาง่ายๆ ไม่คำนึงว่าสิ่งที่ตนอยากได้จะมีความสำคัญกับเจ้าของหรือไม่ เพียงใช้ถ้อยคำสวยงามแล้วได้ไป เขาคิดว่ามันไม่ถูกต้อง

“เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร ขนาดแก่นอสูรหนึ่งจิตยังมีราคาตั้งหนึ่งเหรียญทองเชียวนะ”

“เนื้อกวางของข้าก็มีค่าเช่นกัน มันคือกวางทมิฬ” แบมแบมพูดจบ ทุกคนก็สะดุ้ง เพราะกวางทมิฬเป็นสัตว์อสูรธาตุมืด ใครก็ตามที่จะสู้กับมัน อย่างน้อยก็ต้องมียันต์ศักดิ์สิทธิ์ติดตัวเอาไว้ เช่นเดียวกับยามที่ศิษย์ในสำนักได้รับภารกิจออกไปปราบมาร แล้วยันต์ศักดิ์ก็ไม่ใช่ของราคาถูก ทำให้พวกเขาสำนึกได้ว่า การที่พวกเขามาของ่ายๆ เช่นนี้ เป็นการกระทำที่ไร้ยางอาย สมควรแล้วที่อีกฝ่ายจะไม่ยินดีให้

“ข้าต้องขอโทษด้วย” 

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” แบมแบมไม่ใช่คนที่จะถือโทษโกรธใครอย่างไม่มีเหตุผล เขายิ้มและให้อภัย

“ชะ… เช่นนั้นข้าขอซื้อได้หรือไม่” เป็นศิษย์หญิงคนเดิมถามขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ เพราะกำลังอายที่ตัวเองอยากกินจนน้ำลายสอ

“เอ่อ… ซื้อหรือ?” 

“ใช่” นางพยักหน้าอย่างจริงจัง บ่งบอกว่าซื้อแน่นอนหากมีการขาย แบมแบมขมวดคิ้วเข้าหากัน จะว่าไปเข้ามาเป็นศิษย์ที่นี่ เขาก็ประกอบอาชีพจริงๆ จังๆ ไม่ได้อยู่แล้ว ฉะนั้นอะไรคว้าได้ก็ควรคว้าไม่ใช่หรือ

“ก็ได้” 

“จริงนะ!” 

“อืม” 

“แต่พี่ไม่เห็นด้วย” องค์จักรพรรดิคัดค้านขึ้นมา พระองค์ไม่ต้องการให้ชายารักของตนเหนื่อยยาก ยิ่งไปกว่านั้นพระองค์ร่ำรวยที่สุดในอาณาจักรนี้ ไม่ว่านางชี้อะไร เขาย่อมเอามาให้นางได้อย่างง่ายดาย

“แต่ข้าควรทำอาชีพอะไรสักอย่าง จะได้มีทุนสำรองไว้ใช้ในยามจำเป็น” 

“เจ้ามีพี่ พี่ไม่ปล่อยให้เจ้าลำบากแน่นอน” 

“จะให้ข้างอมืองอเท้าพึ่งพาผู้อื่นอย่างเดียว ข้าก็คงไม่ต่างอันใดจากคนไร้ค่า” 

“พี่ไม่ได้คิดเช่นนั้นนะ” องค์จักรพรรดิรีบส่ายหัวปฏิเสธ

“เช่นนั้นให้ข้าทำเถิด ซุนเย่เองก็บอกก่อนหน้า ว่าถ้าไม่อยากมารบกวนโรงครัวบ่อยๆ สามารถซื้ออุปกรณ์ทำครัว ไปทำที่เรือนพักของตัวเองได้ เช่นนั้นก็ไม่ผิดอันใดนี่เจ้าคะ” 

“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้าเถิด พี่ไม่ค้านอันใดแล้ว” พอเห็นความตั้งใจของชายารัก องค์จักรพรรดิก็ใจอ่อนลงทันที นางไม่ใช่คนงอมืองอเท้า นางตระหนักในคุณค่าของตนเอง พระองค์จดจำเรื่องนี้จนขึ้นใจ เพื่อที่จะไม่ทำสิ่งใดให้นางรู้สึกว่าพระองค์ละเลยคุณค่าของนางอีก

“ขอบคุณเจ้าค่ะ เพียงแต่ศิษย์พี่ทั้งหลาย ทำอาหารต้องเตรียมวัตถุดิบ วันนี้คงไม่ทัน เอาเป็นมื้อเช้าพรุ่งนี้ดีหรือไม่?” แบมแบมเสนอออกไป 

“ก็ได้มื้อเช้าวันพรุ่งนี้ เอาเช่นเดียวกับที่เจ้ากินตอนนี้เลยนะ” 

“ได้ แต่ข้าจะทำยี่สิบถ้วยเท่านั้น มากกว่านี้ไม่ได้ เพราะข้าเองก็ต้องแบ่งเวลาร่ำเรียนฝึกฝน” แบมแบมพูดไปก็มองศิษย์ร่วมสำนักที่มายืนรอที่โรงครัวเกือบสี่สิบคนด้วยแววตาหนักใจ

“ใครมาก่อนก็ได้ก่อน” ศิษย์หญิงคนเดิมพูดจบ แทรกตัวเองมาอยู่ด้านหน้าศิษย์ชายคนแรกที่เข้ามาก่อนนาง แล้วตั้งตนเองเป็นหัวแถว

“ศิษย์น้องโม่ ศิษย์พี่มาก่อนเจ้า”

“มาก่อนแต่ท่านไม่ตั้งหัวแถวนี่” นางพูดอย่างลอยหน้าลอยตา ทำเอาทุกคนส่ายหัว แต่ก็ไม่มีใครโกรธนางจริงจัง ส่วนคนอื่นๆ พอได้ยินว่าหัวแถว ก็รีบวิ่งเข้ามาต่อทันที พอครบยี่สิบลำดับ ส่วนเกินก็ก้มหน้าผิดหวังเดินจากไป

“เราต้องตั้งราคานะ” เป็นเสี่ยวไจ้ที่เตือนขึ้น กวางทมิฬมีราคาไม่ต่ำกว่าห้าสิบเหรียญทองแน่นอน เขานิ่งคิดคำนวณน้ำหนักในใจ เนื้อที่เหลืออยู่คงทำข้าวหน้าเนื้อได้ราวๆ ร้อยถ้วย

“พวกท่านรู้ใช่หรือไม่ ราคาสูงอยู่แล้ว” แบมแบมลองหยั่งเชิงดู

“ก็พอรู้” 

“เช่นนั้นข้าขายราคาถ้วยละเจ็ดสิบเหรียญเงิน”

“ได้!” ศิษย์หญิงลำดับแรก ไม่แม้แต่จะต่อราคา นางหยิบตั๋วเงินที่มีค่าใบละสิบเหรียญเงินออกมาจ่ายทันที

“ข้าจ่ายก่อนเลย ถ้าเบี้ยวละน่าดู”

“ไม่มีปัญหา เชิญลงชื่อ” แบมแบมหยิบกระดาษและหมึกออกมาจากแหวนมิติ เขาคลายความกังวลเรื่องแหวนมิติ เพราะเห็นว่าศิษย์พี่หญิงคนนี้ก็มี

“จะได้กินอาหารที่เลิศรสบ้างเสียที ที่โรงครัวทำไม่จืดก็เค็ม ถึงจะไม่คิดเงิน แต่ถ้าเลือกได้ ข้ายอมเสียเงินกินของอร่อยดีกว่า”

“ศิษย์น้องโม่ แม่ครัวเป่ามาได้ยินเจ้าพูดเช่นนี้ นางต้องโกรธแน่ๆ แต่จะว่าไปศิษย์พี่ก็เห็นด้วยกับเจ้านะ” ศิษย์ชายที่ต่อลำดับสองพูดขึ้นและลงชื่อต่อจากนาง 

พอยี่สิบลำดับลงชื่อเสร็จ แบมแบมก็ยิ้มกริ่ม หากเขาขายได้ครบหนึ่งร้อยถ้วย ก็จะได้กำไรยี่สิบเหรียญทอง นับว่าคุ้มมาก

และนับตั้งแต่นั้นมา เขาก็ใช้วิธีนี้หาเงินมาโดยตลอด ทั้งรับซื้อวัตถุดิบจากหอการค้าในสำนักบ้าง ออกล่าเองบ้าง แต่วัตถุดิบชั้นเลิศที่นำมาทำอาหารขายในราคาสูงลิ่ว มักได้มาจากศิษย์พี่อี้หลง ที่ต่อให้เสนอเงินเท่าใดศิษย์พี่ผู้นี้ก็ไม่เคยคิดเงินแบมแบมเลย เพียงแต่ขอฝากท้องด้วยทุกครั้งที่เขาทำอาหารเท่านั้น

ในตอนแรกก็เกรงใจ ไม่อยากรับ แต่พอศิษย์พี่ทิ้งซากสัตว์อสูรให้เน่าเปื่อยข้างสำนักไปเปล่าๆ ให้ดูหนึ่งรอบ เขาก็เลิกเกรงใจไปทันที

 

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น