เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 17.1 อาหารเรียกน้ำลาย!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,836
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    10 ก.ค. 63

 

ในความจริงแล้วเสี่ยวไจ้ไม่ใช่คนขี้ฟ้อง และไม่ใช่คนที่ชอบใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ชอบ แต่ศิษย์หญิงแซ่ผิงผู้นั้นทำเกินเหตุ โดยไม่เห็นแก่หน้าผู้ใดทั้งสิ้น สมควรได้รับการกำราบเสียบ้าง

“รองเจ้าสำนัก ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับการกระทำของลูกสาวท่าน?” หวังโหย่วเจียนถามขึ้น

“เป็นเพียงการผิดใจกันของเด็กๆ เท่านั้นขอรับ” รองเจ้าสำนักตอบ แบมแบมได้ยินเช่นนั้นก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมศิษย์หญิงผู้นี้ถึงได้ผยองจนไม่เห็นหัวใครเช่นนี้

“ต้องรอให้ดาบของลูกสาวท่านพรากชีวิตของผู้อื่นก่อนกระมัง ท่านถึงจะตระหนักได้ว่าบุตรสาวของท่านควรได้รับการสั่งสอน”

“เจ้า!” รองเจ้าสำนักหันมาถลึงตาใส่ ทำให้แบมแบมหวาดเกรงอำนาจของคนผู้นี้อยู่บ้าง แต่ก็คิดได้ว่าคนพาลย่อมเป็นคนพาล หากไม่โดนดัดนิสัย ไม่มีทางที่จะสำนึกได้เอง ศิษย์หญิงแซ่ผิงผู้นั้นเพ่งเล็งกลุ่มของพวกเขาแล้วคงไม่เลิกราง่ายๆ เขาจึงต้องช่วยสนับสนุนเสี่ยวไจ้ให้ถึงที่สุด

“ท่านไม่ต้องไปข่มขู่ศิษย์” หวังโหย่วเจียนตำหนิเสียงเข้ม อีกฝ่ายก้มหน้าลง

“ข้าไม่ได้ตำหนิขอรับ”

“เอาเถิด… หากท่านบริสุทธิ์ใจข้าก็จะปล่อยผ่านไป แล้วเรื่องบุตรสาวของท่านเล่า ตกลงท่านคิดว่าอย่างไร เท่าที่รู้มานี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางข่มขู่ผู้อื่น”

“เอ่อ...”

“เห็นกําเริบเสิบสาน” หวังโหย่วเจียนไม่ยอมให้รองเจ้าสำนักแก้ตัวแทนบุตรสาว ก็ตอกฝาโลงให้แน่นกว่าเดิม ทำเอารองเจ้าสำนักหันไปมองนางด้วยความกลัดกลุ้มใจ

“ข้าไม่ได้ทำอะไรรุนแรงเสียหน่อย ศิษย์ผู้นั้นต่างหากที่ทำข้า ท่านเห็นหรือไม่ว่าข้าได้รับบาดเจ็บ” นางยังคงไม่ยอมรับ หนำซ้ำยังมองไปทางชายหนุ่มที่แผ่กลิ่นอายสูงส่งออกมาอีกด้วย

“ศิษย์พี่อี้หลงทำไปเพราะปกป้องเสี่ยวกันที่กำลังถูกเจ้าใช้กระบี่ฟาดฟันต่างหาก ท่านเจ้าสำนัก พยานในเหตุการณ์ก็มีทั้งศิษย์พี่หวังมู่และซุนเย่ ไม่เชื่อท่านถามทั้งสองคนได้” เสี่ยวไจ้หันไปมองพยานทั้งสองคนเป็นเชิงกดดันว่าให้พูดอะไรออกมาบ้าง

“เป็นความจริงขอรับท่านเทียด”

“เป็นความจริงขอรับท่านเจ้าสำนัก” ทั้งสองคนช่วยยืนยัน ศิษย์หญิงแซ่ผิงก็แสดงสีหน้าลนลานออกมา

“ศิษย์พี่หวังมู่ ไยท่านเข้าข้างคนอื่น”

“ข้าไม่ได้เข้าข้างคนอื่น แค่อยู่ฝ่ายที่ถูกต้องเท่านั้น”

“ท่าน!”

“คนผิดก็เห็นชัดว่าผิด ไม่ต้องมาสอบสวนให้เสียเวลา เจ้าสำนักไม่มีความเด็ดขาดเลยหรือ” เป็นคนที่ยืนเงียบอยู่นานพูดขึ้น เจ้าสำนักทำราวกับว่าได้รับคำประกาศิต เจ้าตัวหันไปมองรองเจ้าสำนักกับบุตรสาวด้วยแววตาที่เด็ดขาดขึ้น

“จากนี้ไปนางจะถูกทำโทษ ถูกกักบริเวณในหอสำนึกผิดเจ็ดวัน และถูกงดรับเม็ดยาเสริมปราณเป็นเวลาหนึ่งปี” การถูกกักบริเวณอยู่ในหอสำนึกผิด อย่าคิดว่ามันเป็นโทษเบา เพราะในหอมีพลังปราณขั้นสูงกดดันอยู่ คนที่ถูกทำโทษให้อยู่ด้านใน จะรู้สึกทรมาน ราวกับมีหินหนักกดทับอยู่บนบ่า

“ตั้งเจ็ดวัน ข้าว่ามันมากไป” รองเจ้าสำนักพยายามคัดค้าน

“มันเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้ว ส่วนโทษของท่าน”

“ข้า?” รองเจ้าสำนักชี้มาที่ตนเองอย่างงุนงง คาดไม่ถึงว่าตนเองจะต้องโดนลงโทษด้วย

“ท่านรู้พฤติกรรมบุตรสาวแต่ไม่เคยห้ามปราม หนำซ้ำยังให้ท้ายว่าการกระทำของนางเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ถือว่าเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ”

“ทะ... ท่านเจ้าสำนัก เรื่องนี้มัน...” รองเจ้าสำนักทำหน้าทำตาเหมือนกำลังถูกปรักปรำ

“หรือท่านจะเถียงข้าว่าที่ข้ากล่าวไป ท่านไม่ได้ทำเลยสักนิด หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะเรียกศิษย์ในสำนักมาถามดู ว่าเคยถูกบุตรสาวของท่านรังแกหรือไม่ แล้วหลังจากถูกรังแกเคยได้รับความยุติธรรมจากท่านบ้างหรือเปล่า” หวังโหย่วเจียนพูดดักคอด้วยแววตาคมกริบ ทำเอาอีกฝ่ายอ้ำอึ้งพูดไม่ออก

“ข้า...”

“จากนี้ไปท่านย้ายไปดูแลศิษย์สายนอก”

“มะ... หมายความว่า”

“ท่านถูกปลดจากตำแหน่งรองเจ้าสำนักแล้ว”

“ท่านทำเช่นนี้ไม่ได้!” รองเจ้าสำนักส่ายหัว ไม่ยอมรับบทลงโทษ

“ท่านไม่ตระหนักเอง ว่ามีผู้อื่นพร้อมที่จะแทนตำแหน่งท่านเสมอ ท่านเลือกที่จะหลงระเริงกับอำนาจ มากกว่าจะสร้างบารมี เรื่องนี้ท่านไม่ควรโทษใคร ออกไปได้แล้ว”

“ท่านเจ้าสำนัก ให้โอกาสข้าสักครั้งเถิด” รองเจ้าสำนักพยายามอ้อนวอน หากแต่เจ้าสำนักยังคงหนักแน่นในคำตัดสินของตน

“ที่ปล่อยให้ท่านให้ท้ายบุตรสาวมาเป็นเวลานานนั้น ข้าให้โอกาสท่านทำในสิ่งที่ถูกแล้ว แต่ท่านไม่ตระหนักเอง ซุนเย่ส่งอาจารย์ผิงด้วย”

“ขอรับ... อาจารย์ผิงเชิญ” จากรองเจ้าสำนักกลายเป็นเพียงอาจารย์ผิง ทำเอาเจ้าตัวรู้สึกไม่ต่างอันใดกับท้องฟ้าถล่มลงมา จึงเดินเลื่อนลอยออกไปจากหอกลาง

“ท่านควรจะมีความเด็ดขาดตั้งนานแล้ว” ชายหนุ่มผู้มีกลิ่นอายสูงส่งพูดขึ้น หวังโหย่วเจียนจึงยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

“มิใช่ว่าข้าทำตัวตามกระแสปล่อยเลยตามเลย เพียงแต่บรรดาศิษย์ที่เคยถูกรังแกก่อนหน้า ไม่มีผู้ใดกล้ายืนยันเอาความผิดศิษย์หญิงแซ่ผิงเลยต่างหาก”

“ศิษย์พวกนั้นคงคิดว่า หากฟ้องท่านแล้ว ท่านมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ ไม่เพียงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ยังอาจถูกศิษย์หญิงแซ่ผิงผู้นั้นกับบิดาของนางเพ่งเล็งหนักกว่าเดิมเอาได้” แบมแบมพูดขึ้น ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

“เอาเถิดถือว่าเรื่องนี้จบดีก็แล้วกัน” หวังโหย่วเจียนพูดไปก็ปรายตามององค์จักรพรรดิไปด้วย เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ตำหนิหรือโต้แย้งใดๆ ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ในเมื่อจบแล้วก็ไปกินข้าวกันเถิด” เสี่ยวไจ้ชักชวน

“ท่านแม่ นี่เลยเวลามื้อเที่ยงมานานแล้ว เกรงว่าที่โรงอาหารคงจะไม่มีอาหารเหลืออยู่แล้วละขอรับ”

“อะไรนะแบบนี้ ข้าก็หิวตายน่ะสิ”

“แค่มื้อเดียวคงไม่ตายหรอกมั้งเสี่ยวไจ้”

“ไม่ได้ ข้ามีแต่ต้องเพิ่มมื้ออาหาร ไม่ใช่ลดมื้ออาหารเช่นนี้ เสี่ยวกันเจ้าไม่มีของกินเก็บไว้บ้างหรือ?” นางขยับเข้ามากอดแขน แล้วเอาหน้าถูไถอย่างออดอ้อน

“จะว่าไปยังมีเนื้อกวางอยู่ ข้าจะทำข้าวหน้าเนื้อให้เจ้ากินก็แล้วกัน” แหวนมิติมีคุณสมบัติคงสภาพของที่ใส่เข้าไป ดังนั้นเนื้อกวางยังคงสดใหม่อยู่เช่นเดิม

“ดียิ่ง ท่านเจ้าสำนัก อนุญาตให้พวกข้าใช้โรงครัวได้หรือไม่”

“ไม่มีปัญหาขอรับ เพียงพวกท่านใช้ป้ายหยกนี้ ท่านก็เข้าไปทุกที่ ยกเว้นหอเคล็ดวิชาชั้นเจ็ดถึงเก้า” หวังโหย่วเจียนไม่พูดเปล่า ส่งป้ายหยกมาให้สามชิ้น เสี่ยวไจ้รับมาและพบว่ามันคือป้ายหยกประจำตำแหน่งศิษย์สายตรงของเจ้าสำนัก จึงส่งให้สหายรัก และศิษย์พี่หื่นกามห้อยที่เอวคนละชิ้น

“เช่นนั้นเราไปที่โรงครัวกันเถิด” นางจับมือแบมแบม หมายจะฉุดให้เดินตามออกไป

แต่ทว่า…

มืออีกข้างของแบมแบมถูกอีกคนรั้งเอาไว้เสียก่อน

“ศิษย์พี่อี้หลงมีอันใดหรือเจ้าคะ?”

“เจ้าทำอาหารเผื่อพี่ด้วยได้หรือไม่?” อีกฝ่ายถามด้วยแววตาคาดหวัง และแม้ว่าอีกฝ่ายจะเคยล่วงเกินเขา แต่พอเห็นแววตาเช่นนี้ ก็ทำเอาปฏิเสธไม่ลง

“ได้สิเจ้าคะ”

“ขอบใจเจ้ามาก พี่คิดอยู่แล้วเชียว ว่าเจ้าเป็นคนมีน้ำใจ”

“หึ! เสี่ยวกัน… เจ้าใจดีไม่เข้าท่า”

“แต่อย่าลืมสิว่าศิษย์พี่อี้หลงช่วยข้าเอาไว้”

“ถึงศิษย์พี่อี้หลงไม่ช่วย ดาบปวกเปียกของศิษย์พี่ผู้นั้น ก็ไม่มีทางทำอันใดเจ้าได้หรอก” ที่นางพูดมาก็ไม่ผิด แม้เขาจะตกใจ แต่ก็สามารถหลบเลี่ยงได้ เพียงแต่ศิษย์พี่อี้หลงคว้าตัวเขาเอาไว้ และตอบโต้นางไปเสียก่อน

“เอาน่า… ไม่ว่าอย่างไร ศิษย์พี่ก็ช่วยข้าเอาไว้อยู่ดี อย่าเสียเวลาอยู่เลย เราไปโรงครัวกันดีกว่า” แบมแบมพูดพลางก้าวเท้านำก่อนใคร จนลืมคิดเล็กคิดน้อยไปว่ามือของตนนั้น ไม่เพียงจับกับเสี่ยวไจ้อยู่ อีกข้างยังจับกับศิษย์พี่อี้หลงด้วย

คนที่ไม่ได้ถูกสะบัดมือทิ้ง รู้สึกมีความสุขอย่างยิ่ง เจ้าตัวก้มมองมือและคลี่ยิ้มออกมา คาดหวังว่าในอนาคตได้จับมือเดินกลับนางตามลำพัง ไม่มีก้างขวางคออย่างเสี่ยวไจ้ ติดสอยห้อยตามเช่นยามนี้

 

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น

  1. #2216 Joyler (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 / 17:31

    รอนะคะ
    #2,216
    0
  2. #1031 TheirWINGS (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:35

    ไม่ขัดค่ะ ดีมาก พร้อมจ่าย รอe-book รักนะคะ ดูแลสุขภาพด้วยนร้าาา
    #1,031
    0