เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 15.2 นางในอ้อมกอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

 

“กรี๊ดดดด เสี่ยวกันตื่นเร็วเข้า! โจรเด็ดบุปผาจะลักหลับเจ้า!”

“ลักหลับ?” เพราะแสงสว่างยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาในห้องแล้ว แบมแบมที่ลืมตาตื่นขึ้นจึงเห็นแผงอกของชายผู้หนึ่งอย่างชัดเจน!

“เฮ้ย!” เขาร้องด้วยความตกใจ พยายามจะถีบ จะผลักอีกฝ่ายออก แต่มันไม่ต่างอะไรกับเอาแรงมดตัวน้อยไปงัดกับพยัคฆ์ตัวใหญ่ นอกจากโจรชั่วจะไม่สะทกสะท้านอันใด ยังยิ้มให้เขาอีกด้วย!

“เจ้าโจรชั่ว! ปล่อยข้านะ!”

“พี่ไม่ใช่โจรชั่ว พี่เป็น...”

“ไหนโจรอยู่ที่ไหน!” เป็นหวังเจียเอ่อร์ที่ผลุนผลันเข้ามาขัดจังหวะ ก่อนที่ชายบนเตียงจะพูดอะไรไปมากกว่านั้น เสี่ยวไจ้ชี้เป้าทันที

“นั่นไงเจ้าคะ มันกินเต้าหู้เสี่ยวกันอยู่ ท่านรีบจัดการมันเร็วเข้า!” หวังเจียเอ่อร์มองตามแล้วก็ชะงัก ไม่กล้าขยับตัวเข้าไปจัดการตามที่นางบอก

“เอ่อ...”

“เป็นอันใดไปเล่าเจ้าคะ รีบช่วยเสี่ยวกันเร็วเข้าเถิด”

“ท่านแม่... ชายคนนี้ไม่ใช่โจรเด็ดบุปผาหรอก อย่าตื่นกลัวไปเลย” หวังโหย่วเจียนที่ตามเข้ามาพูดไกล่เกลี่ยขึ้น

“ถ้าไม่ใช่โจรแล้วชายผู้นี้เป็นใครเล่า”

“เอ่อ...” เจ้าตัวชะงักไปกวาดสายตามองบิดา มารดา องค์จักรพรรดิและเสี่ยวกัน ก่อนจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้

“ว่าอย่างไรถ้าไม่ใช่โจรแล้วเป็นใคร?”

“เป็นศิษย์ของข้าเอง”

“ห๊าาา!” ไม่ใช่แค่เด็กสาวทั้งสองคนที่ตกใจ หวังเจียเอ่อร์เองก็ไม่ต่างกัน 

‘เจ้าลูกชาย เจ้าคิดริอ่านจะเป็นอาจารย์ขององค์จักรพรรดิเลยหรือ?’ 

เขาคร่ำครวญในใจ

“ได้ยินไม่ผิดหรอก ชายคนนี้เป็นศิษย์ของข้าเอง ไม่ได้อยู่ประจำที่สำนัก ยามใดที่มาที่นี่ก็มักจะนอนที่เรือนนี้” หวังโหย่วเจียนอธิบาย

“หากเป็นเช่นนั้นก็คงไม่จำเป็นต้องกอดเสี่ยวกันเช่นนั้น” เสี่ยวไจ้จับผิด ทำเอาแบมแบมที่ยังคงถูกนอนกอดบนเตียง เริ่มดีดดิ้นต่อต้านอีกครั้ง

“ปล่อยข้า!” 

“อี้หลง เลิกนอนละเมอได้แล้ว” หวังโหย่วเจียนสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้า เข้าไปสะกิดองค์จักรพรรดิ 

“...” ผู้ที่มีอำนาจสูงส่งเทียมฟ้า ไม่พูดอันใด ทำเพียงมองตาขวางกลับมา หวังโหย่วเจียนใจสั่นระรัวหวาดกลัวแต่ก็ทำเป็นใจกล้า

“หากเจ้าไม่อยากให้นางเกลียด จงเชื่อฟัง ลุกขึ้นแล้วตามข้ามา” พอพูดออกไปเช่นนี้ องค์จักรพรรดิก็มีสีหน้าครุ่นคิด ก้มสบตาคนในอ้อมกอด เห็นแววตาหวาดระแวง ท่าทางต่อต้าน ก็เห็นว่าคำพูดของอีกฝ่ายท่าทางจะมีมูลจึงค่อยๆ คลายอ้อมกอดแล้วลุกขึ้นแต่โดยดี

พอชายทั้งสามคนออกไป เสี่ยวไจ้ก็รีบเข้ามากอดปลอบสหาย

“เสี่ยวกัน เจ้าปลอดภัยแล้ว” 

“อืม ขอบใจเจ้ามาก” 

“ว่าแต่เจ้าไม่รู้ตัวเลยหรือ ว่ามีผู้บุกรุกเข้ามานอนกอดเจ้าเช่นนี้” 

“ไม่รู้เลย” แบมแบมส่ายหน้า อาจเป็นเพราะเขามัวแต่จดจ่อกับเหตุการณ์ที่หยางมี่กันกำลังเผชิญอยู่ก็เป็นได้

“แล้วพอยามเจ้าตื่นแล้ว ไยไม่อัดมันให้เดี้ยงไปเลยเล่า?” 

“ข้าก็พยายามทำแล้ว ทั้งพยายามถีบ พยายามเตะ ด้วยพลังสูงสุดที่ข้ามี แต่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ราวกับว่าเขาเป็นหินผา ส่วนการโจมตีของข้าเป็นเพียงปุยนุ่น”

“อืม… จะว่าไปศิษย์ของเจ้าสำนักก็ไม่น่าจะใช่คนธรรมดา ข้าขอโทษด้วยที่เมื่อครู่พูดไปยังไม่ทันคิด” 

“ไม่เป็นไร” 

“กี๊ด กี๊ด” เจ้าเสี่ยวเหมียน กระต่ายเขาคู่ออกมาจากตะกร้าแล้วส่งเสียงร้องเรียกความสนใจ เสี่ยวไจ้หันไปมองแล้วเบะปากใส่

“เจ้าก็ตัวดี มีผู้บุกรุกเข้ามาแต่กลับขี้ขลาดมุดตะกร้าซ่อนตัว ปล่อยให้นายของเจ้าถูกกินเต้าหู้จนไม่เหลือหลอ” 

“เสี่ยวไจ้ เจ้าก็พูดแรงไป ข้ายังพอมีเหลืออยู่บ้าง” แบมแบมพูดอย่างไม่เต็มเสียงนัก เขารู้เพียงว่ายังไม่ทันได้เสียตัว แต่เรื่องกอดจูบลูบคลำ ก็ไม่รู้ว่าโดนไปเท่าไหร่

“เอาเถิด จากนี้ไปก็ต้องคอยระวังเจ้าอี้หลงนั่นให้ดี ถึงเจ้าสำนักจะพูดว่ามันนอนละเมอ แต่ข้าไม่ปักใจเชื่อ เห็นชัดๆ ว่ามันตั้งใจ ชายมือไวจิตอกุศลอยู่ใกล้ไม่ดี” 

“อืม ถึงเจ้าไม่บอกข้าก็ไม่เข้าใกล้อยู่แล้ว” แบมแบมรับปากสหายอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ

ส่วนองค์จักรพรรดิที่ถูกพากลับมาในเรือนของหวังโหย่วเจียน ก็เดินวนไปวนมา ด้วยความกังวล

“แววตาของนางระแวงเจิ้นมาก” 

“ก็ธรรมดา อยู่ๆ มีชายใดก็ไม่รู้บุกเข้ามาลวนลาม ก็ย่อมต้องกลัวต้องหวาดระแวง” 

“นางจะเกลียดเจิ้นหรือไม่?” 

“ก็ไม่แน่พ่ะย่ะค่ะ” 

“เจียนเอ๋อร์ อย่าพูดแรงเช่นนั้น” หวังเจียเอ่อร์ปรามบุตรชาย ที่พูดไม่รักษาน้ำใจองค์จักรพรรดิ

“ท่านพ่อ องค์จักรพรรดิควรรับรู้และยอมรับในสิ่งที่มันเกิดขึ้นแล้ว จะได้หาหนทางแก้ไขได้ถูก” 

“เจ้ามีความคิดดีๆ หรือ?” องค์จักรพรรดิหันมาจ้องมองหวังโหย่วเจียน ทำเอาผู้ถูกมองก้มหน้าลงทันที เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกกดดันจากพลังที่เหนือกว่า

“กระหม่อมกรุยทางไว้ให้พระองค์บ้างแล้ว” 

“ที่บอกว่าองค์จักรพรรดิเป็นศิษย์ของเจ้าน่ะหรือ ไม่ได้! พระองค์สูงส่งนักจะมาเป็นศิษย์ของเจ้าได้อย่างไร” 

“นี่คือแผนการและข้อแก้ตัวที่ดีที่สุดแล้ว ไม่เช่นนั้นจะบอกกับนางว่าอย่างไร บอกว่าเป็นพระสวามีเมื่อชาติที่แล้วหรือ นั่นเท่ากับว่าส่งเสริมให้องค์จักรพรรดิทำเรื่องสิ้นคิดเหมือนท่านพ่อน่ะสิ” 

“สิ้นคิด?” หวังเจียเอ่อร์ รู้สึกเหมือนถูกทำร้ายจิตใจอย่างแสนสาหัส 

“ใช่ อย่างที่ท่านปฏิบัติกับท่านแม่เรียกว่าสิ้นคิด นางมาเกิดใหม่จำอันใดไม่ได้ หนำซ้ำยังอายุเพียงสิบสี่ ท่านประกาศปาวๆ ว่าตนเป็นสามี และนางเป็นภรรยา ไม่เพียงนางจะกลัวท่าน ยังแอบด่าท่านในใจว่าวิปริตชมชอบเด็กและหื่นกาม” 

“เรื่องนั้น...” 

“ท่านไม่ต้องแก้ตัว ตอนนี้นางรู้ว่าท่านเป็นหนึ่งในสามขุนพลแล้วอย่างไร นางกระโจนเข้าหาท่านหรือไม่ มีแต่จะหวาดกลัวอำนาจชายแก่สี่ร้อยปีเช่นท่าน” 

“อึก!” หวังเจียเอ่อร์พูดไม่ออก ก้มหน้างุดอย่างคนสูญเสียความมั่นใจ

“เก่งแต่รบจริงๆ” หวังโหย่วเจียนส่ายหัวกับบิดาที่ไม่รู้จักคิด

“ดูท่าทางแล้ว เจ้าน่าจะพึ่งพาได้มากกว่าบิดาของเจ้าสินะ”

“โธ่... ฝ่าบาท...” หวังเจียเอ่อร์โอดครวญ แต่พระองค์เมินเฉย และสนใจหวังโหย่วเจียนมากกว่า

“ไหน เจ้าลองเสนอความคิดของเจ้ามาสิ ว่าเจิ้นต้องทำอย่างไรบ้าง?”

“ไม่ยากเลยพ่ะย่ะค่ะ จากนี้ไปฝ่าบาทก็แค่เป็นศิษย์พี่ของนาง คอยดูแลนาง ให้ความช่วยเหลือนาง ความใกล้ชิดจะทำให้ความสัมพันธ์ของฝ่าบาทกับนางดีขึ้นเอง”

“ไม่เท่ากับเป็นการหลอกลวงนางหรือ?”

“ก็ไม่เชิงหลอกลวง พระองค์แค่มีเหตุจำเป็นให้เปิดเผยตัวตนมิได้เท่านั้น”

“ไม่เลวๆ” องค์จักรพรรดิ พยักหน้าคล้อยตาม จะมีก็แต่หวังเจียเอ่อร์ที่ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้

“ฝ่าบาท ไยเสด็จมาที่นี่ได้เล่าพ่ะย่ะค่ะ ที่จริงในยามนี้พระองค์ต้องเข้าฌานรักษาดวงจิตมิใช่หรือ?” 

“เรื่องนั้นเป็นเพราะเจิ้นสัมผัสได้ว่า ชายารักของเจิ้นกำลังทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัส เจิ้นเลยเดินทางมาที่นี่” คำตอบขององค์จักรพรรดิ 

“เสี่ยวกัน ดูนางสบายดีทุกอย่าง ไม่เห็นว่าจะทุกข์ทรมานใจเลยสักนิด” 

“ทรมานใจ เพราะบัดนี้ดวงจิตของนางที่เคยแตกออกเป็นเจ็ดส่วน กำลังผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำให้ความทรงจำชาติแรกของนางค่อยๆ คืนกลับมาด้วย คาดว่าอดีตของนางไม่ได้งดงามสักเท่าไหร่นัก” 

“อืม… เท่าที่จำได้ ก่อนที่ดวงจิตของนางจะแตกออก นางมีนามว่าหยางมี่กัน ครอบครัวของนางถูกฆ่าตายหมด เพราะมารเจ้าเมืองบุปผาโรยรา ต้องการชิงตัวนางที่มีพลังสายเลือดธาตุแสงเอาไปบูชายัญ” 

“อืม… เช่นนั้นก็สมเหตุสมผลแล้วที่ฝ่าบาทเสด็จมาหานางด้วยพระองค์เอง” หวังโหย่วเจียนนึกชื่นชม หลายๆ คนอาจมองว่าเรื่องเพียงแค่นี้ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดเช่นองค์จักรพรรดิไม่จำเป็นต้องเสด็จมาเอง แต่เขาผู้ซึ่งเคยสูญเสียมารดาจากการกระทำล่าช้าของบิดา กลับคิดไปอีกอย่าง หากคนที่รักต้องทุกข์ทรมาน แต่ตนเองกลับห่วงเกียรติยศอำนาจและพลังมากกว่า จะเรียกว่ารักกันได้อย่างไร ควรเรียกว่าเห็นแก่ตัวมากกว่า

“อาจจะสมเหตุสมผล แต่เรื่องอาการของฝ่าบาท ไม่ใช่เรื่องที่จะละเลยได้ ฝ่าบาทเสด็จกลับไปรักษาดวงจิตก่อนดีหรือไม่ ทางนี้กระหม่อมกับเจียนเอ๋อร์จะช่วยดูแลให้เอง” หวังเจียเอ่อร์เสนอขึ้น

“ไม่ เจิ้นไม่อยากอยู่ห่างนางอีกแล้ว เจิ้นจะทำตามความคิดของหวังโหย่วเจียน เจิ้นจะเป็นศิษย์พี่ของนาง อยู่ดูแลนาง และค่อยๆ เอาชนะใจนาง” องค์จักรพรรดิไม่ฟังคำขอของหวังเจียเอ่อร์

“ถึงองค์จักรพรรดิจะไม่ได้เสด็จกลับ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพระองค์จะละเลยเรื่องดวงจิต อยู่ที่นี่ก็รักษาได้ อาจจะช้ากว่าที่ตำหนักในวังหลวงที่ที่สร้างจากแก่นอสูร แต่พระองค์ก็ย่อมสบายและสุขพระทัยกว่า” คำพูดของบุตรชาย ทำให้หวังเจียเอ่อร์คิดตาม หากเป็นตนต้องจากเสี่ยวไจ้ไปยามนี้ ก็คงร้อนใจไม่เป็นอันทำอะไรเช่นกัน

“อืม… เข้าใจแล้ว เช่นนั้นพ่อจะส่งสารไปบอกท่านอ๋องกับอาของเจ้า” 

“ขอรับ ทางนั้นจะได้ไม่เป็นห่วง และทางที่ดีก็ขอให้ส่งแท่นบรรทมที่หลอมมาจากแก่นอสูรมาด้วย จะได้ช่วยส่งเสริมยามองค์จักรพรรดิเข้าฌานรักษาดวงจิต” 

“อืม” หวังเจียเอ่อร์พยักหน้ารับคำก่อนจะล้วงยันต์ส่งสารออกมาจากอกเสื้อ อัดพลังปราณใส่ไป จนยันต์เรืองแสงขึ้น เขาก็พูดถ่ายทอดข้อความ พอพูดจบก็ตบท้ายด้วยคำว่า ‘ส่งสาร’ ยันต์ก็มีไฟลุกไหม้และสลายไป มันจะไปปรากฏขึ้นที่ผู้รับอีกที 

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น

  1. #2270 linwa51 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 21:51
    วิธีส่งจดหมายเลิศมาก
    #2,270
    0
  2. #905 ngor1503 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:46
    อร้ายยยยยย ออก e-book เลยได้ไหม อยากอ่านมาก ๆ เลยค่ะ
    #905
    0