เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 15.1 นางในอ้อมกอด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

“ไยฝ่าบาทออกมานอกตำหนักเล่าเพคะ?” หวังจินจูถามขึ้นด้วยความตกใจ องค์จักรพรรดิไม่ควรออกจากตำหนักจนกว่าจะครบห้าปี

“เจิ้นไม่อาจรอได้อีกแล้ว”

“แต่ฝ่าบาท...”

“อย่าห้ามเจิ้นเลย หากไม่มีนาง เจิ้นจะรักษาดวงจิตไปเพื่ออันใด?” องค์จักรพรรดิชิงพูดขึ้น ทำให้หวังจินจูต้องก้มหน้าลง

“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”

เมื่อไม่มีผู้ใดขัดอีกองค์จักรพรรดิก็หลับตาลง เข้าฌานทั้งที่กำลังยืนอยู่ พระองค์เห็นกลิ่นอายเทพเซียนของตนแพร่กระจายเป็นสีทองเรืองรองรอบกาย หากแต่มีเพียงเส้นเดียวเท่านั้นที่มีกลีบเหมยกุ้ยเกี่ยวพันอยู่ มันยังแห้งเหี่ยวดังเช่นก่อนหน้านี้ นั่นแสดงให้เห็นว่าชายารักของพระองค์ยังคงจมปลักอยู่กับความทุกข์ใจ

“พี่จะไปหาเจ้า” ไม่พูดเปล่า พระองค์เอากระบี่ประจำกายออกมาแล้วขี่บินไปตามทิศทางนั้นทันที!

“องค์จักรพรรดิ!” หวังจินจู พร้อมกับองครักษ์นับร้อยชีวิตก็ขี่กระบี่บินตามมา

ทว่า...

ระดับเทพเซียนก็คือระดับเทพเซียน แม้ดวงจิตจะได้รับบาดเจ็บ แต่ก็เหนือกว่าระดับเซียนอยู่ดี ยิ่งบินก็ยิ่งทิ้งห่างผู้ติดตามทั้งหมด!

“ท่านเทพธิดาพยากรณ์ เราไม่อาจตามองค์จักรพรรดิได้ทันแล้ว” องครักษ์ผู้หนึ่งพูดขึ้น เขากัดฟันบินตามจนหน้าไร้สีเลือด และไม่อาจจะฝืนได้ต่อไป

“ข้ารู้... ลงพื้นกันก่อนเถิด” แม้ไม่อยากตัดใจ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าไม่อาจตามนายเหนือหัวได้ทัน นางจึงพาองครักษ์ทุกคนลงไปพักด้านล่าง

ส่วนองค์จักรพรรดินั้นหลับตาบินตามกลิ่นอายของตนที่มีกลีบเหมยกุ้ยพันอยู่ ด้วยความเร็วสูงสุดของตน พระองค์ผ่านเมืองแล้วเมืองเล่า จนมาถึงที่หมายก่อนฟ้าสางจนได้

“สำนักศึกษาหลวง...” พระองค์ลอยตัวอยู่เหนือเรือนพักเรือนหนึ่ง ใจของพระองค์เต้นระส่ำ ชายารักของเขาอยู่ในนี้เป็นแน่แท้ พระองค์กำลังจะเข้าไป แต่ติดที่ว่า...

“อั่ก!” เลือดสีแดงสดกระอักออกมาจากปาก เพราะยังรักษาดวงจิตไม่หายดี หนำซ้ำยังฝืนทำสองอย่างในคราเดียวกัน นั่นคือหลอมฌานเข้ากับความเป็นจริง แล้วยังใช้ปราณควบคุมกระบี่บินมาถึงที่นี่ด้วยเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม ทำให้ดวงจิตที่ฟื้นฟูมาได้หกในสิบส่วนถดถอยลงไปอีก ซึ่งจิตกับร่างกายแท้จริงแล้วก็เป็นหนึ่งเดียวกัน ฉะนั้นไม่แปลกที่ร่างกายของพระองค์จะได้รับบาดเจ็บตามไปด้วย

 

ในช่วงเวลานั้นเอง หวังเจียเอ่อร์ที่พักอยู่ในสำนักก็รับรู้ได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ ก็รีบออกมา หมายจะรับหน้าผู้มาเยือน!

“ผู้ใดกัน ที่กล้าบุกรุกมาที่นี่”

“ท่านพ่อ ความกดดันนี้ไม่ธรรมดา เกรงว่าเราร่วมมือกันก็สู้ไม่ได้” หวังโหย่วเจียนที่ตามออกมาด้วยพูดด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ถึงอย่างไรก็ต้องไปดูหน้า!” หวังเจียเอ่อร์เรียกกระบี่ออกมา จากนั้นก็บินขึ้นฟ้า พุ่งไปยังทิศทางต้นกำเนิดพลังนั้น

เบื้องหน้าของเขาเป็นชายรูปร่างสง่างาม ผมสีเงินเปล่งประกายราวกับเรืองแสงได้ นัยน์ตาสีดำ ผู้ใดสบด้วยก็รู้สึกเหมือนถูกสะกด ทุกอย่างที่เป็นองค์ประกอบของชายผู้นี้เรียกได้ว่างดงามสูงส่ง จนผู้ที่ได้มองรู้สึกว่าตนเองต่ำต้อย

“อะ...องค์จักรพรรดิ”

“เจียเอ่อร์หรือ?”

“พ่ะย่ะค่ะ ยะ...ไยฝ่าบาทถึงเสด็จมาที่นี่ได้เล่าพ่ะย่ะค่ะ?”

“เจิ้นมาตามหาชายาของเจิ้น”

“ชายาของพระองค์?” หวังเจียเอ่อร์มองตามองค์จักรพรรดิ ไปยังเรือนที่สองเด็กสาวพักอยู่ ก่อนจะตาพองโตด้วยความตกใจ

“บางทีอาจเป็นเด็กสาวที่มากับท่านแม่ก็ได้” หวังโหย่วเจียนชิงพูด ก่อนที่บิดาของตนจะคิดอันใดเลยเถิด

“เสี่ยวกันงั้นหรือ?”

“เจิ้นไม่รู้ว่าชาติภพนี้นางมีชื่อว่าอันใด หลบไปเจิ้นจะเข้าไปหานาง”

“แต่ฝ่าบาทไม่ควรบุกรุกห้องของสตรีนะพ่ะย่ะค่ะ” หวังโหย่วเจียนพยายามจะเข้ามาห้าม แต่โดนองค์จักรพรรดิสะบัดมือใส่จนลอยละลิ่วออกไป

“เจียนเอ๋อร์!” หวังเจียเอ่อร์พุ่งเข้าไปรับตัวบุตรชาย ก่อนที่จะลอยไปกระแทกกับภูเขาสักลูกเสียก่อน

“ทะ... ท่านพ่อ พลังของระดับเทพเซียน ไม่ใช่สิ่งที่เราจะสามารถจินตนาการได้เลย” หวังโหย่วเจียนสั่นระริกไปด้วยความรู้สึกหวาดเกรงและเคารพ เพียงแค่สะบัดมือ เขาก็ไม่สามารถต่อต้านได้

“นี่องค์จักรพรรดิเมตตาเจ้าแล้ว ไม่เช่นนั้น พ่อคงช่วยเจ้าไม่ทันเช่นนี้หรอก”

“แต่ปล่อยให้องค์จักรพรรดิเข้าห้องเสี่ยวกันไปเช่นนี้จะดีหรือ?”

“มีอันใดไม่ดี นางเป็นชายาขององค์จักรพรรดิ ก็ย่อมต้องถวายการปรนนิบัติสิ”

“แต่นางเพิ่งจะสิบสี่ หนำซ้ำดูๆ แล้วไม่น่าจะจำอดีตชาติของตนเองได้ ประเดี๋ยวนางก็ต่อต้าน เฉกเช่นที่ท่านแม่ต่อต้านท่าน”

“เอ่อ... เรื่องนั้น... องค์จักรพรรดิน่าจะทรงรับมือได้” หวังเจียเอ่อร์พูดไม่เต็มเสียงนัก ทำเอาบุตรชายพ่นลมออกจากจมูกอย่างหน่ายใจ

“ปัดความรับผิดชอบ”

“พ่อยอมเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ ดีกว่าไปขวางองค์จักรพรรดิที่กำลังคลั่งรัก”

“ก็จริงของท่าน หากองค์จักรพรรดิทรงโกรธขึ้นมามีกี่ชีวิตก็คงไม่พอ” สองพ่อลูกพยักหน้าเห็นพ้องกัน สุดท้ายก็ทำเป็นไม่เห็นที่องค์จักรพรรดิลอบเข้าห้องดรุณีน้อยวัยสิบสี่ทางหน้าต่าง

 

“ฮึก...” ด้านองค์จักรพรรดิ ก็เห็นนางในดวงใจของตนละเมอร้องไห้คร่ำครวญ ไม่รู้ถึงการมาเยือนของพระองค์เลยแม้แต่น้อย

“แบมแบม... เสี่ยวกัน...” พระองค์ปวดใจยิ่งนัก ขานชื่อของนางทั้งสองชาติภพออกมา จากนั้นก็แตะไปที่หน้าผากของนางหมายจะช่วยให้นางหยุดฝันร้าย

หากแต่....

พระองค์ต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน เมื่อรับรู้ว่านี่ไม่ใช่ฝันร้ายธรรมดา

“นี่มันคือการผสานดวงจิต” ที่นางร้องไห้คร่ำครวญไม่ใช่เพราะฝันร้าย แต่ดวงจิตที่แตกไปเจ็ดเสี้ยวกำลังผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้นางได้รับการฟื้นฟูความทรงจำจากชาติแรกก่อนจะแตก

พระองค์ไม่อาจหยุดกระบวนการนี้ เพราะหากฝืนส่งพลังเทพเซียนของตนเข้าไปขวาง อาจทำให้ดวงจิตผสานกันไม่สมบูรณ์

“นี่คือความพิเศษของคนที่มีพลังสายเลือดธาตุแสงสินะ” องค์จักรพรรดิลูบหัวของนางไปมา ใจหนึ่งก็สงสาร ใจหนึ่งก็รู้สึกยินดี พลังสายเลือดธาตุแสงของนางเข้มข้นไม่ใช่น้อย ถึงฟื้นฟูดวงจิตตนเองได้ โดยที่ไม่ต้องมุ่งมั่นเข้าฌานบ่มเพาะเช่นพระองค์

“ฮึก... ฮือออ...” นางละเมอร้องไห้รุนแรงขึ้น องค์จักรพรรดิไม่อาจนิ่งดูดายได้อีกต่อไป จึงก้าวขึ้นเตียง และรั้งร่างของนางเข้ามาสู้อ้อมกอด

แม้นไม่อาจหยุดกระบวนการนี้ได้ แต่การปลอมประโลมนางพระองค์สามารถทำได้

ไม่ใช่แค่คิด...

พระองค์จุมพิตหน้าผากของนางเบาๆ และส่งพลังเทพเซียนสายหนึ่งเข้าไป

แบมแบมที่อยู่ในความฝัน ยังร้องไห้ไปพร้อมกับหยางมี่กันด้วยความเจ็บปวดใจ และรู้สึกว่าช่วงเวลานี้คงอยู่ชั่วกัปชั่วกัลป์ ไม่สามารถปล่อยวางและออกไปจากที่นี่ได้ มันทรมานเหลือเกิน รู้สึกเหมือนกำลังจะขาดใจครั้งแล้วครั้งเล่า

วูบบบบ...

ทันใดนั้นเอง ก็มีแสงสีทองเข้ามาปกคลุมกายของเขาเอาไว้

น่าแปลก...

ความเจ็บปวดใจค่อยๆ ทุเลาลง เหมือนกับได้รับการปลอมประโลม แม้จะอึดอัดที่เห็นสภาพของหยางมี่กันเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ได้รู้สึกเหมือนจะขาดใจตามนางเช่นเมื่อครู่

หยางมี่กันกอดศพพี่ชายร้องไห้อยู่อีกพักจนในที่สุดน้ำตาของนางก็แห้งเหือด นางลุกขึ้นหยิบดาบของพี่ชาย แล้วเดินไปทางทิศที่มารเจ้าเมืองบุปผาโรยราร่วงหล่นลงมา ดูท่าทางแล้วนางคงจะยอมสละชีพของตนเพื่อแก้แค้นเป็นแน่

นางเดินโซซัดโซเซไปสักพักก็พบกับมารเจ้าเมืองบุปผาโรยราที่มีสภาพบาดเจ็บสาหัส จึงยกดาบขึ้นหมายจะแทงอีกฝ่าย

“แฮ่ก... แฮ่ก... มนุษย์ต่ำต้อยเช่นเจ้าคิดจะฆ่าข้าหรือ?”

“ใช่”

สวบ!

พอนางตอบกลับไปก็ไม่รีรออะไรอีก แทงดาบลงไปตรงหัวใจของมารตนนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า จนมันไม่ไหวติงอีก

“ทางนี้ขอรับท่านหวังเจียเอ่อร์ มารตนนั้นถูกศรขององค์จักรพรรดิยิงร่วงมาทางนี้ขอรับ!” เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้น หากแต่หยางมี่กันไม่มีปฏิกิริยาอันใดทั้งนั้น นางทิ้งตัวลงนั่งข้างศพของมารเจ้าเมืองบุปผาอย่างเลื่อนลอย

วูบบบบ

ภาพของหยางมี่กันหายไป แบมแบมกลับมาอยู่ในความมืด ที่มีเส้นสีทองเปล่งประกายอีกครั้ง

“กลีบเหมยกุ้ยแห้งเหี่ยว...” เมื่อพบว่ามีบางอย่างผิดปกติไปจากเดิม เขาก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน หากแต่ยังไม่ทันได้ไตร่ตรองอันใด เสียงดังกรีดร้องก็ทำให้เขาสะดุ้งตื่นเสียก่อน!

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น