เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 14.2 กลีบบุปผาที่แห้งเหี่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    4 ก.ค. 63

 

พวกนางคิดว่าจะราบรื่น ทว่า... ตระกูลหยางรักหยางมี่กันยิ่ง ดังนั้นแม้นางจะอยู่ในสำนัก ก็มีองครักษ์แฝงตัวคอยปกป้องนางอยู่

“พวกท่านกำลังทำอันใดอยู่!?” มีชายคนหนึ่งกระโดดมาขวาง

“เจ้า... เจ้าขี่กระบี่ได้อย่างนั้นหรือ เจ้าเป็นศิษย์ของฝ่ายใดกัน?” จื่อเหยียนมองคนตรงหน้าด้วยความตกใจ จะขี่กระบี่ได้ ต้องมีพลังอย่างน้อยระดับสิบดารา ซึ่งในสำนักที่มีเจ้าสำนักเป็นเซียนขั้นต้นเพียงคนเดียว ถือว่าระดับสิบดาราเป็นเพชรที่เปล่งประกาย น่าแปลกที่นางไม่รู้จักศิษย์ผู้นี้

“ท่านจะพานางไปที่ใด?”

“ออกไปทำภารกิจ”

“ไปทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่น่ะหรือ?” ชายคนเดิมถามด้วยท่าทางจับผิด

“นางดื่มจนไม่ได้สติ แต่ภารกิจรับเอาไว้แล้วจะเลื่อนไปมิได้” จื่อเหยียนตอบ

“น่าแปลก... ทางสำนักปล่อยให้ผู้มีพลังสายเลือดธาตุแสงทำภารกิจด้วยหรือ?”

“เจ้ารู้!”

“อาจารย์มันรู้มากเช่นนี้ ย่อมมิใช่ศิษย์ธรรมดาเป็นแน่” อาจารย์และศิษย์ชั่วเริ่มระแวงผู้มาใหม่ทันที

“ส่งนางมาให้ข้า!” และแน่นอนว่าชายคนนั้นไม่พูดพร่ำต่อ เขาโจมตีพวกนางด้วยผงบางอย่างทันที!

“แค่ก แค่ก นี่มันผงสลายปราณ!”

“ใช่แล้ว ครานี้ถึงข้าจะมีขั้นพลังน้อยกว่าเจ้าก็ไม่ใช่ปัญหา!” ชายคนนั้นพุ่งเข้ามาพร้อมมีดสั้น จื่อเหยียนกับศิษย์ขอนางเริ่มอ่อนพลัง รับมือไม่ค่อยได้ จนในที่สุดก็พลาดท่าโดนแทงไปคนละแผลร่วงหล่นจากกระบี่บินที่ขี่อยู่ไปพร้อมกับหยางมี่กันที่ช่วยตนเองมิได้

ฟิ้ว! หมับ!

โชคดีที่ชายคนนี้บังคับกระบี่บินลงไปรับตัวนางเอาไว้ทัน ผิดกับอาจารย์และศิษย์ชั่วคู่นั้น ที่หล่นลงมากระแทกหินบาดเจ็บสาหัส!

“ขะ... ข้าเป็นอาจารย์ในสำนัก เจ้า... จะ... อึก... ปล่อยให้ข้าตายหรือ?” จื่อเหยียนถามด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น หากแต่ชายคนเดิมไม่ชายตามองนางสักนิด เขาตรวจชีพจรของหยางมี่กันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“นี่มันยาพิษตรึงพลังสายเลือดธาตุแสง... โชคดีนักที่ท่านพ่อเตรียมการล่วงหน้าเอาไว้เสมอ” หลังจากทราบสาเหตุ เจ้าตัวก็รีบเอายาถอนพิษออกมาจากแหวนมิติใส่ปากของหยางมี่กันทันที

“พี่สาม...” ที่แท้ชายผู้นี้คือพี่ชายคนที่สามของหยางมี่กันนามว่าหยางหลิงฉี แบมแบมที่มองเหตุการณ์อย่างไร้ตัวตน ค่อนข้างแปลกใจ เพราะใบหน้าของชายผู้นี้ไม่เหมือนกับหยางหลิงฉีที่เขาเคยเห็นเลย

‘บางทีนี่อาจจะเป็นวิชาพันหน้าที่ประมุขหยางเคยกำชับให้ลูกๆ ทุกคนฝึก’

พอฉุกคิดขึ้นได้เช่นนั้น แบมแบมก็รู้สึกรักตระกูลหยางมากขึ้น เพื่อที่จะให้หยางมี่กันมีชีวิตรอดจากมือมาร คนในตระกูลล้วนทุ่มเท ไม่เคยคิดจะทอดทิ้งนางเลยสักนิด

“เกิดอันใดขึ้น ไยพวกนางทำกับเจ้าเช่นนี้?”

“พวกนางจะส่งตัวข้าให้มารเจ้าเมืองบุปผาโรยราเจ้าค่ะ”

“ช่างกล้า! ทำเช่นนี้ไม่ต่างอันใดกับการทรยศสำนัก ทรยศแคว้น นางสมควรตาย!” หยางหลิงฉีไม่พูดเปล่าปามีดใส่ศิษย์ที่ติดตามจื่อเหยียนขาดใจตายทันที! จากนั้นก็หันไปมองจื่อเหยียนด้วยแววตาอาฆาต

“มะ... มี่กัน... ข้าเป็นอาจารย์ของเจ้า”

“ยามจะส่งน้องข้าให้ไปตาย เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่านางก็เป็นศิษย์ของเจ้า!”

“มี่กัน... ได้โปรด...” พอถูกอ้อนวอน หยางมี่กันที่อายุเพียงสิบสี่อ่อนต่อโลกก็เกิดความสงสารขึ้นมา

“พี่สาม ข้าไม่อยากให้อาจารย์ตาย”

“แต่นางอาจจะนำภัยมาให้เจ้า ให้ตระกูลของเรา หากเจ้าสงสารทนดูไม่ได้ก็หลับตาเสีย”

“พี่สาม...” ไม่ทันที่หยางมี่กันจะพูดอ้อนวอนต่อ พี่ชายที่แสนจะเด็ดขาดของนางก็ขว้างมีดสั้นใส่จื่อเหยียนที่บาดเจ็บสาหัสอย่างไร้เมตตา!

ฉึก!

จื่อเหยียนสิ้นใจ สภาพของนางทั้งน่าเวทนาและน่ากลัวตรงที่นางตายทั้งที่ดวงตาของนางยังเบิกกว้าง

“พี่สาม นางเป็นอาจารย์ของข้า”

“นางแค่เดรัจฉานในคราบของอาจารย์เท่านั้น ไป... พวกเรากลับบ้านกันเถิด ในสำนักไม่ใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเจ้าแล้ว” หยางหลิงฉีดึงน้องสาวขึ้นกระบี่ จากนั้นก็บินกลับตระกูลหยาง

สองพี่น้องใช้เวลาสามวันสามคืนกว่าจะมาถึงที่หมาย ประมุขและฮูหยินตระกูลหยางได้ฟังคำบอกเล่าจากบุตรชายก็หน้าถอดสี

“เราอยู่แคว้นนี้ไม่ได้เสียแล้ว”

“ท่านพ่อ เช่นนั้นเสียสละข้าดีหรือไม่ ถ้ามอบข้าให้พวกมารไป ทุกคนก็ไม่ต้องมาเสี่ยงเพราะข้า” หยางมี่กันเสนอขึ้นมา แม้นางจะกลัวแต่นางไม่อยากให้คนรอบข้างเดือดร้อน

“น้องสี่ ถ้าเจ้ายังเห็นพวกพี่เป็นพี่ อย่าได้พูดให้เราสละเจ้าอีก!” หยางเฉิง พี่ชายคนโตตวาดออกมา ทำให้นางต้องก้มหน้าสำนึกผิด

“เจ้าใหญ่พูดถูก มี่กัน... ลูกเป็นดั่งดวงใจของพ่อแม่ ของพี่ๆ เจ้า เราไม่มีทางยอมสละเจ้าเด็ดขาด”

“ท่านพี่ เราจะรอช้าไม่ได้ บางทีมารเจ้าเมืองบุปผาโรยราอาจจะตามมาแล้ว” ฮูหยินรีบเร่งสามี ทำให้เกิดการเรียกประชุมคนในตระกูลขึ้นมาอย่างเร่งด่วน ผู้ใดไม่สมัครใจจะติดตามก็ให้เงินไปตั้งต้นชีวิตใหม่

จากนั้นครอบครัวตระกูลหยางกว่าสามสิบชีวิตก็เดินทางมุ่งหน้าสู่อาณาจักรต้วน เพราะพวกเขาเป็นตระกูลใหญ่ และร่ำรวย หนำซ้ำยังเป็นเสมือนหน้าด่านรับมือกับมารที่มาจากเมืองบุปผาโรยรา การย้ายไปออกไปไม่ต่างอันใดกับการทอดทิ้งแคว้น จึงถูกตราหน้าจากทางการว่าทรยศ ต้องเดินทางอย่างหลบๆ ซ่อนๆ 

“อีกเพียงสามวัน เราก็จะเข้าไปในอาณาจักรต้วนได้แล้ว จากนั้นเราก็จะปลอดภัย” ฮูหยินหยางลูบหัวบุตรสาวแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

ทว่า!

ตูม!

ไฟสีดำลอยเข้ามาตรงกลางวงที่พวกเขากำลังนั่งล้อมรอบกันอยู่!

“มาร! พวกมารบุกแล้ว!” ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก พวกมารไม่แม้แต่จะเจรจา คนตระกูลหยางคนแล้วคนเล่าได้ตายลง

“เจ้าสามพาน้องหนีไป!” พี่ชายคนรองนามว่าหยางซีหยุนตะโกนสั่ง และพยายามขวางเอาไว้ หากแต่ขวางได้ไม่นานก็ถูกมารวามตนรุมแทงจนตาย

“พี่รอง!” หยางมี่กันที่พยายามร่วมต่อสู้ หันมาเห็นเข้าก็หวีดร้องออกมา ทำให้ฮูหยินหยางหันมามองตามเสียงและได้เห็นภาพบาดใจ

“เจ้ารองลูกแม่!”

ฉึก!

เพราะนางเสียสมาธิ นางจึงถูกง้าวของมารอีกตนฟาดมาที่ลำคอ เลือดของนางพุ่งกระฉูด ประมุขหยางตาเบิกกว้าง ใจสลายที่ภรรยาสิ้นใจร่วงลงกับพื้นดิน!

“น้องหญิง!” ประมุขหยางต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง หยางมี่กันมองภาพความสูญเสียทั้งน้ำตา

“น้องสี่หนีเร็ว!” หยางหลิงฉีจับมือนางเอาไว้ข้าง อีกข้างก็สู้กับมารพยายามเปิดทางพาน้องหนี

“เจ้าสามพาน้องไปเร็ว พี่จะเปิดทางให้” หยางเฉิงกระโจนเข้ามารับมือมารแทน หยางหลิงฉีจึงฉุดกระชากให้หยางมี่กันหนีตามกันออกไปได้

“พี่สาม ท่านแม่... พี่รอง... ไม่อยู่แล้ว ฮึก...” หยางมี่กันที่ถูกพี่ชายพาขี่กระบี่บินร้องไห้มาตลอดทาง นางเสียใจกับความสูญเสีย แบมแบมที่มองอยู่อย่างไร้ตัวตนก็เช่นกัน การจากไปของทั้งสองคนมันทำให้ใจของเขาเจ็บปวด ราวกับสูญเสียคนในครอบครัวไปด้วย

“พี่รู้”

“พี่สาม... ท่านพ่อกับพี่ใหญ่เล่า ฮึก... ฮือออ...” หยางมี่กันร้องไห้จนตัวโยน นางหวาดกลัวว่าจะสูญเสียอีกสองคน

“พี่ไม่รู้... รู้เพียงแค่ว่าจากนี้คนที่จะปกป้องเจ้าได้ มีเพียงพี่คนเดียว” หยางหลิงฉีพูดเสียงนิ่ง แต่ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาพร้อมจะไหลออกมาทุกเมื่อ

“ฮ่ะฮ่าฮ่า! เจ้าคิดว่าจะหนีจากข้ารอดหรือ?” ชายที่มีผิวเป็นเกล็ดงูสีดำ ดวงตาแดงดั่งเลือด บินเข้ามาขวางทางเอาไว้

หยางมี่กันจ้องมองเบื้องหน้าด้วยดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ ในมือของชายผู้นี้ถือหัวของบิดาและพี่ชายคนโตของนางเอาไว้!

“ท่านพ่อ! พี่ใหญ่!” นางหวีดร้องออกมา ใจของนางแทบสลาย

ส่วนแบมแบมที่เฝ้ามองอยู่เจ็บปวดใจไม่แพ้กัน เขาเฝ้ามองตระกูลนี้มาตลอดสามปี เห็นรอยยิ้ม เห็นความรัก เห็นความอบอุ่นที่ทุกคนมีให้กัน ฉะนั้นเขาไม่อาจห้ามตนเองได้ จึงร้องไห้แทบขาดใจเช่นเดียวกับหยางมี่กัน

“เจ้าเมืองบุปผาโรยรา เจ้าต้องทำถึงเพียงนี้เลยหรือ เจ้าฆ่าพวกเราไม่ต่างจากผักปลาเช่นนี้เลยหรือ!” หยางหลิงฉีเองเจ็บแค้นยิ่งนัก แต่ก็พยายามหักห้ามใจตน ไม่พุ่งเข้าไปฆ่าอีกฝ่าย เพราะนอกจากจะสู้ไม่ได้ ยังทำให้น้องสาวตกอยู่ในอันตรายไปด้วย

“มนุษย์ก็ไม่ต่างอันใดกับสัตว์ชั้นต่ำ ฆ่าแล้วอย่างไร ไม่ฆ่าแล้วอย่างไร พวกเจ้าไม่มีค่าพอให้ใส่ใจด้วยซ้ำไป”

“เจ้า!”

“แต่ถ้าเจ้าอยากรอด ข้าก็จะให้เจ้า ส่งตัวนางมาให้ข้า แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไป!”

“ไม่มีทาง! ข้าไม่มอบน้องของข้าให้เจ้าเด็ดขาด!” หยางหลิงฉีไม่พูดเปล่า พยายามบังคับกระบี่ที่ขี่อยู่บินหนีให้เร็วที่สุด!

“ชิ! หนูสกปรกคิดว่าจะหนีจากข้าได้หรือ!” มารเจ้าเมืองบุปผาโรยราปล่อยแสงสีดำออกมาจากนิ้วมือ ยิงเข้าที่หลังทะลุอกด้านหน้าของหยางหลิงฉี!

“พี่สาม!” หยามมี่กันพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้พลังรักษาพี่ชาย แต่ทว่าแสงสีดำคือพลังสายเลือดธาตุมืดของเหล่ามาร นอกจากจะรักษาไม่ง่ายแล้ว พลังของมารเจ้าเมืองบุปผายังแข็งแกร่งกว่าหยางมี่กันหลายขั้น ดังนั้นใช้พลังสายเลือดธาตุแสงรักษาไปเท่าไหร่ก็ทำได้แค่ยับยั้งเท่านั้น

“อั่ก! จะต้องเข้าไปในอาณาจักรต้วนให้ได้” แม้จะเจ็บหนัก แต่หยางหลิงฉีก็ยังฝืนพาน้องบินหนี

“ฮึก... พี่สาม... ฮือออ...” หยางมี่กันรักษาไปร้องไห้ไป ในขณะที่มารเจ้าเมืองบุปผาโรยราก็ตามมาอย่างไม่ลดละ

“จะรีบไปไหนเล่า! หัวพี่ชายเจ้าไม่เอาหรือ หัวบิดาเจ้าด้วย ไม่เอาไปทำสุสานกราบไหว้ เท่ากับเป็นลูกอกตัญญูนะ” มันตะโกนประโยคถ้อยคำทำร้ายจิตใจตามหลังมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“อั่ก!” หยางหลิงฉีกระอักเลือดออกมา ทั้งบาดเจ็บ ทั้งเจ็บแค้น จึงอาการหนักกว่าเดิม

“พี่สาม!”

“ฮ่ะฮ่าฮ่า ถึงขีดจำกัดแล้วล่ะสิ ข้าจะช่วยให้เจ้าไม่ต้องเหนื่อยก็แล้วกัน!” มารเจ้าเมืองบุปผาโรยราพุ่งมาหมายจะปลิดชีพหยางหลิงฉี

แต่!

ฟ้าววว! ฉึก!

ศรสีทองพุ่งเข้ามาปักเข้ากลางอกของมารเจ้าเมืองบุปผาโรยราเสียก่อน!

“ศะ... ศรนี้เป็นของเซียนระ... ระดับสูง...” มันตกใจเป็นอย่างยิ่ง ที่อยู่ๆ มีเซียนระดับสูงเข้ามาขวางการเข่นฆ่าของมัน หนำซ้ำยังทำให้มันเจ็บหนัก จนไม่สามารถพยุงตัวให้บินกลางอากาศได้อีก

“อ๊ากกก!” มันร้องออกมาอย่างโหยหวน เมื่อพลังเซียนระดับสูงในศรนี้เริ่มแผลงฤทธิ์ข่มธาตุมืดของมัน จนพลังของมันเหือดหายไป และร่วงลงพื้นดิน

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ไม่ใช่ว่าโชคจะเข้าข้างหยางมี่กัน พี่ชายของนางหายใจติดๆ ขัดๆ ฝืนต่อไปไม่ไหว ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าเช่นกัน!

“พี่สาม!”

“ไม่... ต้อง... กลัว...” หยางหลิงฉียิ้มให้น้องสาว ก่อนจะกอดนางเอาไว้แน่น

ผลั่ก!

เมื่อกระทบพื้น เป็นร่างของหยางหลิงฉีที่กระแทกพื้น ตัวน้องสาวที่อยู่ให้อ้อมกอดปลอดภัย

“พี่สาม...” หยางมี่กันส่งเสียงเรียก แต่อีกฝ่ายยังคงนิ่ง ไม่ส่งเสียง ไม่ขยับ นางจึงค่อยๆ ยื่นนิ้วไปแตะปลายจมูกโด่ง

ไร้ซึ่งลมหายใจ!

“กรี๊ดดดด ไม่! ไม่! อย่าทิ้งข้าเอาไว้คนเดียววว!” นางกอดพี่ชายส่งเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังลั่นป่า

แบมแบมที่ล่องลอยมองเหตุการณ์ก็ร้องไห้แทบขาดใจเช่นกัน

เจ็บปวด...

เจ็บจนอยากจะตายตามทุกคนไปไม่ต่างจากหยางมี่กัน...

 

ในขณะเดียวกัน

องค์จักรพรรดิที่กำลังนั่งสมาธิรักษาดวงจิตก็ใจกระตุก เมื่อเห็นกลีบเหมยกุ้ยที่เคยแดงสดใสค่อยๆ แห้งเหี่ยว ไร้ซึ่งสีสัน

“แบมแบม... เกิดอันใดขึ้นกับเจ้ากันแน่” พระองค์ใช้ร่างที่สร้างขึ้นมาในห้วงสมาธิ แตะไปที่กลีบดอกเหมยกุ้ย

ทันใดนั้นเอง!

ความเศร้า ความเจ็บปวด ความรู้สึกที่เรียกร้องหาความตายก็พุ่งเข้ามาในใจ!

“แบมแบม!” พระองค์ลืมตาขึ้นทันที! แม้การรักษาดวงจิตจะมาได้เพียงหกในสิบส่วน แต่พระองค์ไม่อาจรั้งรอได้อีกแล้ว!

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น