เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 14.1 กลีบบุปผาที่แห้งเหี่ยว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,648
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 129 ครั้ง
    3 ก.ค. 63

หลังจากมารดาที่เกิดใหม่หมดสติไป เจ้าสำนักหวังโหย่วเจียนก็พาไปพักฟื้นในเรือนรับรองใกล้ๆ กับเรือนพักของตน จากนั้นก็กำชับให้ทั้งศิษย์รับใช้ และเสี่ยวกันสหายรักของมารดาช่วยดูแล ก่อนจะปิดเรือนของตนพูดคุยกับบิดาตามลำพัง

“ไยท่านพ่อมาถึงเมืองเจี้ยนได้เล่า?”

“นั่นก็เพราะพ่อคิดถึงลูกอย่างไรเล่า”

“พูดความจริงเถิด” นอกจากหวังโหย่วเจียนจะไม่หลงคำพูดแล้ว ยังกลอกตาไปมาด้วยความหน่ายใจ

“เจียนเอ๋อร์ ในเมื่อเจอแม่ของเจ้าแล้ว ก็ให้อภัยพ่อเถิด”

“ก็ได้ ถือเสียว่าท่านไถ่โทษสำเร็จก็แล้วกัน”

“เช่นนั้นเจียนเอ๋อร์ช่วยพ่อเกี้ยวแม่ของเจ้า”

“ไม่มีทาง แล้วท่านก็เลิกเบี่ยงประเด็นเสียที ข้าจริงจัง... ไยท่านเดินทางมาถึงที่นี่หนำซ้ำยังมากับทหารเพียงคนเดียว”

“ถึงจะเป็นทหาร แต่อาหู่ก็เป็นทหารเอกที่มีพลังถึงสิบสองดาราเชียวนะ”

“ท่านพ่อ” พอหวังโหย่วเจียนมองมาด้วยแววตาทิ่มแทง

“ก็ได้ๆ พ่อพูดแล้ว กำแพงอาคมแจ้งเตือนว่ามีมารบุกรุกเข้ามาทางทิศนี้ พ่อก็เลยออกมาปราบมันและชิงตัวภูตนภา”

“แล้วชิงได้หรือไม่?”

“ไม่... แต่คิดว่าพระชายาต้องอยู่ทางทิศนี้แน่นอน”

“ไยท่านพ่อมั่นใจเช่นนี้”

“เพราะมารที่บุกรุกมาทางทิศนี้ มีมากเกือบพันตน”

“พันตนเลยหรือ?”

“อืม พ่อสั่งให้กำลังพลกระจายตัวกันเป็นกลุ่ม แล้วปราบพวกมันที่กระจายตัวกันเข้ามาในอาณาจักร หวังแย่งชิงภูตนภา ทว่า... ตนแล้วตนเล่า เมื่อมันเห็นว่าจะพลาดท่าก็รีบใช้ค่ายกลส่งตัวภูตนภากลับเมืองมาร หรือไม่ก็ฆ่าภูตนภาทิ้ง”

“ฆ่าภูตนภาที่ล้ำค่าเช่นนั้นทิ้งได้ แสดงว่ามันต้องมีภูตนภาอยู่ในมือหลายตน”

“บางทีมันอาจจะจับภูตนภาได้ยกเผ่าเลยก็ได้” หวังเจียเอ่อร์พูดออกมาด้วยท่าทางกลัดกลุ้มใจ 

“ถ้ามันเจอพระชายาก่อน...”

“พ่อจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องเช่นนั้น พ่อและทหารของพ่อจะปักหลักอยู่ที่เมืองเจี้ยนและเมืองใกล้เคียง จนกว่าเรื่องจะคลี่คลาย”

“เข้าใจแล้ว... แล้วเรื่องของท่านแม่เล่า ครอบครัวนางอยู่ที่ใด ไยถึงเดินทางมากับท่านได้”

“เรื่องนั้น...” หวังเจียเอ่อร์เล่าเรื่องที่เสี่ยวไจ้ประสบพบเจอให้บุตรชาย

“มันบังอาจนัก! เจ้าเมืองจิ้งเห็นทีจะเก็บเอาไว้ไม่ได้!”

“ไม่ต้องห่วง ก่อนออกจากตัวเมืองมา พ่อได้เขียนจดหมายปลดและจับมันเข้าคุกในข้อหาใช้อำนาจไปในทางที่มิชอบไปแล้ว”

“อืม ครานี้ท่านพ่อทำดี ส่วนท่านแม่ลูกจะรับนางเอาไว้เป็นศิษย์ที่สำนัก”

“อย่าลืมสหายของนางด้วย รายนั้นดูท่าทางจะมีพรสวรรค์ไม่น้อย”

“เท่าที่ลูกตรวจสอบ นางมีพลังสายเลือดธาตุแสง หนำซ้ำยังมีพลังอยู่ในระดับห้าดารา ทั้งที่เป็นเพียงหญิงสาวชาวบ้านกลับพัฒนามาได้ถึงขั้นนี้นับว่ามีพรสวรรค์ไม่น้อย ลูกจะรับนางไว้อีกคน”

“ดี... เช่นนั้นพ่อขอตัวไปหาแม่ของเจ้าก่อน”

“โปรดหยุดอยู่ตรงนั้น ชายแก่เกือบสี่ร้อยปีเช่นท่านไม่ควรเข้าไปในห้องของดรุณีน้อยวัยสิบสี่”

“เจียนเอ๋อร์...”

“ถ้าท่านดันทุรังข้าจะไล่ท่านลงเขาไป” เมื่อเห็นแววตาเด็ดขาด หวังเจียเอ่อร์ก็จำยอมนั่งอย่างสงบเสงี่ยมที่เดิม

ส่วนหวังโหย่วเจียนนั้น เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหาว่าไม่เหมาะสม เขาเข้าไปเยี่ยมเยียนมารดาพร้อมกับศิษย์รับใช้หญิงอีกสามคน

“ข้าจะรับท่านกับสหายของท่านเป็นศิษย์” หวังโหย่วเจียนพูดกับเสี่ยวไจ้ หลังจากที่นางฟื้นขึ้นมา

“เราไม่ต้องสอบเข้าหรือ?”

“ไม่ต้อง นี่เป็นกรณีพิเศษ”

“แล้วจะไม่ถูกครหาเอาหรือเจ้าคะ?” แบมแบมอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น

“เพียงเจ้ามีพลังสายเลือดธาตุแสงก็คู่ควรให้รับเข้าสำนักแล้ว” คำตอบของอีกฝ่ายทำให้แบมแบมสะดุ้ง

“ท่านรู้...”

“อย่างไรข้าก็เป็นเซียนขั้นสี่จันทรา ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ข้าจะสัมผัสถึงธาตุแสงในกายเจ้าได้ ไม่ต้องกังวลไป เจ้าเป็นสหายของนาง ข้าย่อมต้องปกป้องเจ้าด้วย” หวังโหย่วเจียนไม่เรียกท่านแม่ตรงๆ เพราะมีบ่าวรับใช้อยู่ด้วย

“เสี่ยวไจ้ ครานี้ถึงคราวที่ข้าต้องเกาะบารมีของเจ้าแล้ว”

“เจ้าก็พูดไป เรื่องอะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่แน่ว่าในภายภาคหน้าเจ้าอาจจะมีบารมีสูงส่งกว่าข้าก็ได้”

“จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า” แบมแบมส่ายหัวไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของสหายนัก

“เอาล่ะ จากนี้ไปเรือนนี้เป็นเรือนของท่านกับนาง วันนี้พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้จะมีศิษย์รับใช้นำเครื่องแบบสำนักมาให้ ส่วนเรื่องเรียน ภายในหนึ่งปีนี้ต้องเรียนขั้นพื้นฐานก่อน เมื่อท่านและนางพร้อมเมื่อใดก็บอก จะมีศิษย์รับใช้พาไปเข้าชั้นเรียน” หวังโหย่วเจียนบอกกับเสี่ยวไจ้ นางหันมามองหน้าแบมแบม ก่อนจะหันไปพยักหน้ารับคำ

“เข้าใจแล้ว”

 

เรือนหลังนี้มีสองห้องนอน ดังนั้นเมื่อยามค่ำมาเยือน แบมแบมจึงอุ้มเสี่ยวเหมียนกลับห้องของตน

“กี๊ด กี๊ด” พอมันถูกวางลงกับพื้น มันก็วิ่งสำรวจไปมาทั่วห้องอย่างตื่นเต้น

“อืมๆ เข้าใจแล้ว แค่เรือนรับรองของสำนักก็ดูดีกว่าบ้านของเรา” แม้ไม่อยากจะยอมรับนัก แต่มันคือความจริง เรือนรับรองหลังนี้ผนังเป็นอิฐสีขาว โครงสร้างหลังคา ประตู และหน้าต่าง เป็นไม้ดีที่เติบโตในป่าที่มีพลังปราณสูง เป็นไม้ที่ไม่ไหม้ไฟ ราคาของมันจึงสูงลิบลิ่ว บ้านของเขาไม่สามารถเทียบได้เลย

“กี๊ด กี๊ด” เสี่ยวเหมียนเห็นว่าสีหน้าของเขาไม่สู้ดี เพราะคิดถึงบ้าน มันก็เข้ามาออเซาะ ถูหน้าเข้ากับเท้าของเขา แบมแบมจึงอดไม่ได้ที่จะอุ้มมันขึ้นมา

“ข้าไม่เป็นไร มาเจ้านอนตรงนี้นะ” เขาปูผ้านุ่มๆ ให้เสี่ยวเหมียนนอน จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนบ้าง

เป็นเพราะเพลียจากการเดินทาง และดูแลเสี่ยวไจ้มาเกือบทั้งวัน ร่างกายจึงรู้สึกอ่อนล้า พอทิ้งตัวลงนอนไปได้สักพักก็หลับลึก และถูกดูดไปยังสถานที่ที่เดิม เมื่อเห็นเส้นสีทองยังคงงดงามดังเดิม ใจของแบมแบมรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด เขาจ้องมองมันอยู่นาน ก่อนจะเบือนสายตาไปมองกลีบเหมยกุ้ย ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา เขาแตะมันกลีบแล้วกลีบเล่าเพื่อมองดูเรื่องราวของหยางมี่กัน

“วันนี้เจ้าจะทำอะไรกันนะ” แบมแบมพึมพำ ก่อนจะแตะไปที่กลีบดอกเหมยกุ้ยตรงหน้า

วูบบบ...

สถานที่มืดเปลี่ยนเป็นสำนักที่หยางมี่กันกำลังศึกษา นางวาดลวดลายรำกระบี่ท่ามกลางแสงจันทร์อย่างงดงาม จนอาจารย์นามว่าจื่อเหยียนที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าสำนักให้ดูแลสั่งสอนนาง กล่าวชมเชยออกมา

“เก่งยิ่งนัก! สมกับเป็นศิษย์เอกของอาจารย์!”

“ท่านอาจารย์กล่าวชมเกินไปเจ้าค่ะ” หยางมี่กันที่ในยามนี้เป็นดรุณีน้อยวัยสิบสี่ ใบหน้าผิวพรรณงดงามหมดจดส่งยิ้มให้กับอาจารย์

ซึ่งหลายต่อหลายครั้งแบมแบมคิดว่านางหน้าตาเหมือนเขาในร่างของเสี่ยวกันมาก ติดตรงที่ผิวพรรณของเขาหมองและหยาบกระด้างกว่า จึงดูไร้สง่าราศี คนทั่วไปมองว่าแค่หน้าตาดี ไม่ได้งามล่มเมืองเช่นหยางมี่กัน

ส่วนจื่อเหยียนอาจารย์ของนางที่เป็นหญิงวัยร้อยกว่าปีนั้น แม้จะดูใจดีมีเมตตา แต่แบมแบมที่ผ่านมาหลายชาติภพมองออกว่าคนคนนี้ไม่ได้จริงใจกับหยางมี่กันมากนัก นางริษยาพรสวรรค์ รวมไปถึงความงามของหยางมี่กัน หลายต่อหลายครั้งเขาร้องเตือนนางให้ระวังอาจารย์ผู้นี้ให้ดี แต่ไร้ประโยชน์ไม่มีทางที่หยางมี่กันจะได้ยินเสียงของเขา

“ไม่เกินไปหรอก มาเถิดมานั่งดื่มชากับอาจารย์ก่อน”

“เจ้าค่ะ” หยางมี่กันรับคำอย่างว่าง่าย

ทว่า!

พอนางดื่มชาเข้าไป นางก็หมดเรี่ยวแรงตัวอ่อนปวกเปียก กระทั่งจะส่งเสียงออกมาจากลำคอก็ทำไม่ได้!

“อะ...อา...” หยางมี่กันพยายามส่งเสียงเรียกอาจารย์ แต่กลับถูกมองกลับมาด้วยแววตาชิงชัง

“อาจารย์... มารเจ้าเมืองบุปผาโรยรารออยู่ที่จุดนัดหมายเจ้าค่ะ” ศิษย์อีกคนที่หน้าไหว้หลังหลอกไม่ต่างกันเข้ามากระซิบบอก แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้เบาเสียจนคนที่อยู่ใกล้ๆ อย่างหยางที่กันจะไม่ได้ยิน นางมองอาจารย์ที่แสดงออกว่ารักและเอ็นดูนางหนักหนาด้วยความเศร้าเสียใจ

“อืม พานางไปส่งกันเถิด ข้าเบื่อจะเล่นบทอาจารย์ผู้เปี่ยมเมตตาเต็มที” พอพูดจบ ทั้งคู่ก็แบกหยางมี่กันขี่กระบี่ลงจากสำนัก

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 129 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น