เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 11 สามปีต่อมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 140 ครั้ง
    25 มิ.ย. 63

ฤดูใบไม้ผลิมาเยือนอีกครั้ง แบมแบมที่ร่างกายมีอายุสิบสี่ปี เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสดใสในยามเช้า เขาเกิดในชาติภพที่เจ็ดมาได้สามกว่าปีแล้ว จะว่าไปเวลาก็ผ่านไปไวเช่นกัน

“กี๊ด กี๊ด กี๊ดดด” เจ้าเสี่ยวเหมียนกระต่ายเขาคู่ กระโดดออกจากแปลงดอกไม้หน้าเรือน แล้วเลียนแบบท่าทางมองท้องฟ้าจนเขานึกขัน

“มีอารมณ์ยืนมองท้องฟ้าเหมือนกันหรือเจ้าหมูเขาคู่” เขาเอ่ยเย้าแหย่ เจ้ากระต่ายเขาคู่ที่ดูเหมือนจะตัวอ้วนใหญ่กว่าวงศ์ตระกูลเดียวกันสะบัดหน้าไปทางอื่น ราวกับมันเข้าใจว่าเขากำลังว่ามันเป็นหมู

“คิก คิก...” แบมแบมอดหัวเราะไม่ได้ ผ่านไปชั่วครู่เขาก็หันกลับไปมองท้องฟ้าอีก

ชาติภพที่เจ็ด…

เป็นชาติภพที่เขาคิดว่ามีความสุขที่สุด เขามีบ้าน มีอาชีพ มีพลัง แม้ว่าจะมีพลังสายเลือดเรียกเคราะห์ แต่ก็ไม่ได้หนักหนาอันใด เพราะเขาอยู่ในอาณาจักรต้วน เผ่ามารมาถึงตัวได้ไม่ง่าย เพราะทันทีที่มันบุกรุกทหารก็จะมายับยั้งเหตุได้ทัน

และที่สำคัญพลังสายเลือดธาตุแสง ถือว่ามีประโยชน์มากทีเดียว มันช่วยรักษาโรคภัย รักษาคำสาป ต่อสู้กับธาตุมืด นำไปหลอมรวมกับเคล็ดวิชาต่อสู้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้การบ่มเพาะพลังก้าวหน้ารวดเร็วขึ้น จนเขาตอนนี้บรรลุห้าดาราแล้ว

นอกจากนี้เขายังโชคดีมากที่มีหยางมี่กันในฝันเป็นอาจารย์ เขาเรียนรู้เคล็ดวิชาต่างๆ มาจากนาง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใช้พลังสายเลือดธาตุแสง เคล็ดวิชากระบี่ เคล็ดวิชาย่างก้าว ค่ายกลอาคม เขียนยันต์ การปรุงยา เพียงแต่สองอย่างหลัง เขาทบทวนซ้ำไปซ้ำมาแค่ในความคิดเท่านั้น ยังไม่เคยได้ปฏิบัติจริง เพราะไม่มีเครื่องมือและวัตถุดิบ

คร้านจะสั่งซื้อจากพ่อค้าก็จะเป็นการเปิดเผยความสามารถ จะนำพามาซึ่งคำถามว่าเขาเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาได้อย่างไร ดังนั้นเขาจึงเก็บงำเอาไว้ รอคอยวันที่มีโอกาสเข้าเมืองด้วยตนเองอย่างใจเย็น

อย่างไรก็ตามด้วยระดับพลัง และความสามารถของเขาในตอนนี้ เขาสามารถที่จะเข้าร่วมคัดเลือกเข้าสำนักศึกษาหลวงได้

แต่ที่แบมแบมไม่เคยเข้าร่วมคัดเลือกทั้งที่สามารถทำได้ ก็เพราะเขามีบ้านมีที่ดินเป็นของตัวเอง และที่สำคัญ...

“เสี่ยวกันข้ามาแล้ว” เขามีสหายดีๆ อย่างเช่นเสี่ยวไจ้

“มาแต่เช้าเชียว”

“ก็ข้าตื่นเต้นนี่นา อยากเรียนกระบวนท่าต่อไปแล้ว”

“แล้วกินข้าวมาหรือยัง?” พอแบมแบมย้อนถาม เสี่ยวไจ้ก็ยิ้มร่าตาเป็นประกาย

“อย่างข้าน่ะหรือจะกินมา”

“เช่นนั้นมากินข้าวกันก่อนแล้วค่อยเริ่มฝึกซ้อมกัน”

“อืม...” เสี่ยวไจ้พยักหน้า ก่อนจะกระโดดมานั่งเก้าอี้

น่าเสียดายที่เสี่ยวไจ้ไม่สามารถปลุกพลังสายเลือดได้ การบ่มเพาะของนางจึงช้ากว่าเขา และอยู่ที่ระดับสามดาราขั้นปลาย ดังนั้นวิชาที่เขาสามารถถ่ายทอดให้นางได้ ก็คือเคล็ดวิชากระบวนการต่อสู้ต่างๆที่ผสานเข้ากับพลังปราณเท่านั้น

 

หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ทั้งคู่ก็เรียนวิชากระบี่กันเกือบชั่วยาม พอเหนื่อยล้าก็แยกย้ายกัน เสี่ยวไจ้กลับไปช่วยงานที่บ้าน ส่วนตัวแบมแบมเองก็สะพายตะกร้าหาของป่า

ที่จริงเขาไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง เพราะเขาขายซีอิ๊ว น้ำปลา ผลโลหิตหิมะที่เสี่ยวเหมียนช่วยหาตอนฤดูหนาว จนมีเงินเก็บสองร้อยเหรียญทอง สามารถใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายได้

แต่ที่ยังหาของป่า เพราะเขาคิดเสมอว่าควรขยันขันแข็งเมื่อยามมีแรง แก่ตัวไปจะได้ไม่ลำบากนั่นเอง

“วันนี้ขอเข้าป่าลึกหน่อยก็แล้วกัน แก่นอสูรที่สะสมเอาไว้จะได้ครบเสียที”

“กี๊ดดด... กี๊ดดด...” เสี่ยวเหมียนร้องโอดครวญ แม้มันจะได้กินเนื้ออสูร ปลาแสงทับทิมจนเลื่อนระดับกลายเป็นสัตว์อสูรระดับสองจิตได้ แต่มันไม่ชอบที่จะออกล่าอยู่ดี

“ถ้าเจ้าไม่อยากไป ก็กลับบ้านไปก่อนก็แล้วกัน” แบมแบมไม่ฝืนใจมัน

“กี๊ด” แต่มันกลับไม่ยอมปล่อยให้แบมแบมไปตามลำพัง สุดท้ายก็เดินตุ๊ต๊ะตามมา

เมื่อเข้ามาลึกขึ้นก็ถึงเขตป่าชั้นกลาง ซึ่งในป่าชั้นกลางนี้จะมีสัตว์อสูรระดับสามถึงห้าจิตอาศัยอยู่ ส่วนป่าชั้นในสัตว์อสูรจะอยู่ที่หกถึงแปดจิต ไม่มีระดับสูงกว่านี้ เพราะทางการคอยควบคุมอยู่ ไม่ให้ราษฎรตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย

หากจะหาสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่านี้ จะต้องเป็นเทือกเขาที่ปิดด้วยค่ายอาคม ซึ่งโดยส่วนใหญ่เทือกเขาเหล่านั้นจะอยู่ใกล้สำนักศึกษา และค่ายทหาร เพื่อให้เหล่าศิษย์ของสำนักศึกษา และเหล่าทหารได้ขัดเกลาฝีมือ

“กวางทมิฬ” แบมแบมตาเป็นประกาย เมื่อหันไปเห็นกวางทมิฬหลงฝูง แม้มันจะเป็นกวาง แต่มันร้ายกาจไม่น้อย เพราะมันใช้พลังธาตุมืดได้ ทำให้คนที่เผชิญหน้ากับมันเจอกับคำสาป

แต่นั่นไม่ส่งผลใดๆ กับแบมแบม เพราะเขามีธาตุแสง ดังนั้นมันจึงเป็นเพียงเหยื่ออันหอมหวาน

เขากระชับกระบี่ที่สั่งซื้อมาจากพ่อค้าแน่นขึ้น จากนั้นก็ใช้เคล็ดวิชาย่างก้าวหลอมรวมกับพลังสายเลือดธาตุแสง ทำให้เขาเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว ผู้ที่มีระดับบ่มเพาะต่ำกว่าจะมองเห็นเพียงแสงสีขาวสว่างวาบเท่านั้น

“มออออ” เสียงกวางขู่คำรามออกมา เมื่อมันรู้สึกว่าอันตรายกำลังมาเยือน มันจะถอยหลังหนี แต่ด้วยมันอยู่ในระดับสี่จิต ถือว่าด้อยกว่าแบมแบม ทุกอย่างมันจึงสายไป

“ฉัวะ!” คอของมันถูกฟันเป็นแผลลึกเลือดพุ่ง มันจ้องมองแบมแบมด้วยแววตาดุดันจากนั้นปล่อยแสงสีดำออกมา

แสงสีดำที่ว่าคือคำสาป แต่แบมแบมเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว ฝ่ามือของเขาสว่างวาบและตบไปที่แสงสีดำ

“เพล้ง!” แสงสีดำแตกสลายไป คำสาปไม่อาจกล้ำกราย

“ฮืดดดด” ร่างกวางทมิฬกระตุกเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะขาดใจตายไป แบมแบมถอนลมหายใจออกมา เพราะเจอสัตว์อสูรที่พลังสายเลือดของเขาข่มได้ การต่อสู้ในครั้งนี้จึงง่ายดาย

“กี๊ดดด...” เสี่ยวเหมียนออกมาจากที่หลบซ่อน แล้วช่วยลากร่างของกวางทมิฬกลับบ้าน

สำหรับเจ้าเสี่ยวเหมียน เมื่อมันเลื่อนระดับแล้ว แม้ตัวจะไม่ใหญ่ขึ้น แต่มันกลับมีพละกำลังไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ที่อยู่ระดับสองดารา นิ้วที่อุ้งเท้าหน้าของมันก็ยาวขึ้น มันสามารถจับโน่นนี่ได้อย่างสะดวก จนดูเหมือนมันมีสายเลือดของกระรอกอยู่ในตัวอย่างไรอย่างนั้น

หลังจากที่แบมแบมล่าเสร็จ มักเป็นเสี่ยวเหมียนที่ช่วยลากกลับบ้าน

“ขอบใจนะเสี่ยวเหมียน”

“กี๊ดดด” มันร้องรับ แบมแบมคลี่ยิ้มแล้วเดินตามมันไป เขาไม่ล่าต่อ เพราะเขาไม่มีกระเป๋าอาคม ไม่มีแหวนมิติ ไม่สามารถเก็บซากสัตว์ให้มิดชิดได้ ดังนั้นมันอาจส่งผลให้กลิ่นคาวเลือดเรียกสัตว์อสูรมาหลายตัว เขาไม่ต้องการจะเสี่ยง ดังนั้นจึงไม่โลภมาก ในป่าชั้นกลางเขาล่าทีละตัวก็พอ

พอกลับมาถึงบ้าน แบมแบมจัดการชำระธาตุมืดในร่างของกวางทมิฬด้วยธาตุแสง ดังนั้นมันจึงไม่มีพิษใดๆ ตกค้าง สามารถกินได้ และยังช่วยเพิ่มพลังปราณด้วย เขาจัดการผ่าตรงกลางอกของมัน แล้วจัดการดึงแก่นอสูรออกมา เขาเอาไปล้าง แล้วเอาไปใส่หีบรวมกับก้อนอื่นๆ

จากนั้นก็กลับมาแล่เนื้อกวางต่อ ทุกอย่างดูเหมือนจะปกติ จนกระทั่ง...

“แหวน” แบมแบมมองแหวนที่อยู่ในกระเพาะของกวางอย่างประหลาดใจ พอเพ่งพิจารณาดู ก็พบว่ามันเป็นแหวนมิติเหมือนกับที่หยางมี่กันในฝันใส่อยู่

“อืม...พวกสัตว์อสูรมันมักกินของที่มันสัมผัสว่ามีพลังเข้าไปอยู่แล้ว พอมันเจอแหวนวงนี้มันเลยกินเข้าไปโดยไม่รู้ว่าแหวนมันย่อยเป็นพลังไม่ได้” แบมแบมพยักหน้าหงึกหงัก หลังจากวิเคราะห์สถานการณ์เสร็จ

“ไม่รู้ว่าเจ้าของตายหรือยัง แต่ลองดูก็ไม่เสียหาย” คนอื่นจะเปิดแหวนมิติได้ ก็ต่อเมื่อเจ้าของเดิมตายไปแล้วเท่านั้น แบมแบมจึงเผื่อใจไว้บ้างแล้ว

เขาทำการหยดเลือดใส่แหวน แล้วอัดพลังปราณใส่เข้าไป

วิ้งงงง

แหวนส่องแสง แบมแบมยิ้มกว้างออกมา เจ้าของเดิมตายแล้ว ดังนั้นแหวนจึงยอมรับเจ้าของใหม่อย่างเขา

“วันนี้ได้โชคใหญ่จริงๆ” เขาเพ่งมองเข้าไปในแหวน พบว่ามีเครื่องมือและวัตถุดิบอยู่หลายอย่าง นั่นทำให้แบมแบมยิ่งเป็นสุข เขาสามารถใช้มันเขียนยันต์ปรุงยาได้ โดยที่ไม่ต้องไปซื้อในเมือง

“เสี่ยวกัน!” เสียงเสี่ยวไจ้ตะโกนเรียก ทำให้แบมแบมเก็บแหวนเข้าไปใต้อกเสื้อ ก่อนจะออกไปรับหน้า

“ข้าอยู่นี่...”

“เสี่ยวกันหนีกันเถิด” นางดูตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก แบมแบมจึงกุมมือนางแล้วลูบปลอบให้ใจเย็น

“สงบใจก่อนเถิด แล้วบอกข้ามาว่ามันเรื่องอะไร?”

“ก็เรื่องที่เราสองคนบ่มเพาะพลังได้ก้าวหน้า มันดังไปถึงหูของเจ้าเมืองแล้ว เจ้าก็น่าจะรู้คนที่เลื่อนระดับพลังได้ โดยที่ไม่ได้รับทรัพยากรดีๆ นับว่ามีแวว หากเป็นชายเมืองนั้นๆ มักจะส่งเสริม แต่หากเป็นหญิง...”

“จะถูกเรียกไปเป็นอนุของคนมีอำนาจ”

“ใช่แล้ว อยู่ที่หมู่บ้านเราอาจเป็นที่เคารพ แต่ในเมืองคนที่มีพลังก็หาได้ทั่วไป เราไม่ต่างอะไรจากมดตัวน้อย คนที่มีพลังเหนือเรามีอยู่มากมาย”

“เจ้าเมืองกล่าวถึงพวกเราอย่างไร ท่านจะเอาเราไปเป็นอนุจริงหรือ?” แม้ที่เสี่ยวไจ้พูดมาจะมีลางเป็นเช่นนั้น แต่แบมแบมยังไม่อยากตื่นตูม

“ก็เพราะเจ้าเมืองออกปากพูดแล้วน่ะสิ ถึงอยู่ไม่ได้ บุตรสิบกว่าคน มีเพียงสองคนเท่านั้นที่มีพรสวรรค์ เจ้าเมืองคงอยากเพิ่มจำนวนสร้างความมั่นคงให้วงศ์ตระกูล”

“ลูกที่กำเนิดจากหญิง ที่สามารถเลื่อนระดับได้โดยไม่มีทรัพยากรดีๆ สนับสนุน มีโอกาสจะมีพรสวรรค์สูงสินะ” แบมแบมฉุกคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้

“ถูกต้อง เสี่ยวกันข้าไม่อยากเป็นอนุ เราหนีกันเถิด”

“แล้วครอบครัวของเจ้า”

“เจ้าเมืองมีเมียสิบกว่าคนแล้ว ครอบครัวของข้าก็ไม่ยินยอมส่งข้าไปในดงอสรพิษ พวกเขาตัดสินใจให้ข้าหนี พวกเขาเองก็จะไปเช่นกัน”

“ด้วยกันกับเจ้าหรือ?”

“ไม่ หนีแยกกัน บิดาจะพาครอบครัวไปเมืองทางเหนือ ส่วนข้าจะแยกไปเมืองทางใต้” แบมแบมพยักหน้า นับว่าเสี่ยวไจ้ฉลาด ที่ไม่หนีไปกับครอบครัว เพราะครอบครัวของนางนับเป็นคนธรรมดา หนีไปด้วยกันมีแต่จะทำให้ช้าลง นางแยกหนีนอกจากจะเร็วกว่า ยังเป็นตัวล่อให้ครอบครัวหนีไปอย่างปลอดภัยด้วย

“อืม เข้าใจแล้ว รอข้าสักประเดี๋ยว ขอข้าเก็บของก่อน”

“อืม ได้” แบมแบมตกลงหนี เพราะหากถูกจับตัวได้ เจ้าเมืองจะต้องมีวิธีการบีบบังคับให้ยอมจำนน ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าเมืองมีพลังระดับเจ็ดดาราทำให้สามารถฝืนสัญญาจิตได้ กฎมันมีช่องโหว่ให้กับคนที่แข็งแกร่งเสมอ

ด้วยแหวนมิติมีพื้นที่ค่อนข้างมาก แบมแบมจึงเก็บทั้งแก่นอสูรที่สะสมเอาไว้ เสื้อผ้า เงินทอง เครื่องครัว ซีอิ๊ว น้ำปลา อาหารตากและอบแห้งใส่ลงไปด้วย

“น่าเสียดายจริงๆ เจ้าได้กวางตัวโตมา แต่กลับไม่สามารถกินมันได้” เสี่ยวไจ้มองร่างกวางทมิฬตาละห้อย

“เราเอามันไปด้วยได้”

“เจ้าจะแบกไปหรือ?”

“เปล่า เอามันใส่ไปในแหวนต่างหากเล่า” แบมแบมไม่พูดเปล่าอัดพลังปราณใส่ไปในแหวนแล้วเอาร่างกวางใส่เข้าไป

“นะ...นั่นมัน...เจ้าได้มาได้อย่างไร?” ดวงตาของเสี่ยวไจ้เบิกกว้างด้วยความตกใจ

“มันอยู่ในกระเพาะกวางตัวนั่นแหละ”

“เจ้านี่โชคดีชะมัด ว่าแต่ข้าฝากสัมภาระข้าด้วยได้หรือไม่?”

“ได้สิ”

“ขอบใจมาก แต่แหวนมิติมันสะดุดตา เจ้าอย่าสวมที่นิ้วเลย หาเชือกมาร้อยคล้องคอซ่อนไว้ในเสื้อดีกว่า” เสี่ยวไจ้แนะนำ

“ข้าก็คิดว่าจะทำเช่นนั้น” แบมแบมไม่พูดเปล่าคว้าเชือกมาร้อยกับแหวนแล้วคล้องคอเอาไว้

“เสร็จแล้วเราออกเดินทางกันเถิด”

“อืม...มาเสี่ยวเหมียน เข้ามาในตะกร้า”

“กี๊ดดด” ตาของเสี่ยวเหมียนเปล่งประกายสดใส มันดีใจที่แบมแบมพามันไปด้วย ไม่ทิ้งมันเอาไว้ที่นี่

ฟุบ...

มันกระโดดเข้าตะกร้าอย่างไม่มีอิดออด จากนั้นแบมแบมก็สะพายขึ้นหลัง

“เฮ้อออ...” ดวงตากลมโตมองบ้านที่สร้างมาจากน้ำพักน้ำแรงด้วยความอาลัย เสี่ยวไจ้จึงเข้ามาตบไหล่เบาๆ เป็นเชิงปลอบใจ

“สักวันหนึ่งเราอาจจะได้กลับมา”

“นั่นสินะ” แบมแบมยิ้มเศร้า ถึงกลับมาได้ แต่บ้านหลังนี้ก็อาจจะถูกคนอื่นเข้ามายึดครองไปแล้ว แม้เขาจะมีแก่นอสูรพอจะสร้างค่ายกลอาคมได้ แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ เพราะการเดินทางในครั้งนี้ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าจะราบรื่น แก่นอสูรอาจจะช่วยยามเดือดร้อนได้ ดังนั้นเขาจึงเลือกเก็บมันติดตัวเอาไว้

“ออกเดินทางกันเถิด”

“อืม” แบมแบมพยักหน้า ก่อนที่จะใช้เคล็ดวิชาย่างก้าวนำหน้าเสี่ยวไจ้ ออกไปจากหมู่บ้านนี้

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 140 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น

  1. #2269 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 21:50
    ไปจ้าาไปด้วยจ้าาไปซื้ออีบุ๊คแล้วจ้าาสนุกมากๆๆๆนุจะไม่ทน!
    #2,269
    0
  2. #2214 unun1a (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 15:14

    ไรท์ เล่มเค้าไม่ได้พรีอ่ะ
    #2,214
    1
    • #2214-1 amaja(จากตอนที่ 15)
      30 มิถุนายน 2563 / 10:10
      ไม่ได้เปิดพรีค่ะ
      #2214-1
  3. #664 Kgtstt24 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 06:53
    ตามตื๊อให้สำเร็จนะเจียเอ่อร์55555
    #664
    0
  4. #663 KuenNun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 06:50
    ง่าาา ครั้งนี้ท่านพี่อี้เอิ้นไม่ได้มาด้วยสินะ
    #663
    0