เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 9.2 ศิษย์สำนักหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    23 มิ.ย. 63

 

“ท่านคงไม่ทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่หรอกใช่ไหม เป็นถึงศิษย์ของสำนักหลวงที่สูงส่ง จิตใจก็ควรจะสูงส่งไปด้วย” แบมแบมเน้นคำว่าสูงส่งพร้อมกับจ้องตาศิษย์หญิงแซ่ผิงเป็นการแขวะทางอ้อมด้วย

“นั่นสิ เป็นสายเลือดเดียวกับสองในสามขุนพลเชียวนะ อย่าทำให้บรรพบุรุษผิดหวังในตัวท่านเลย” เสี่ยวไจ้พูดขึ้น ศิษย์พี่หวังผู้นั้นหันมามองนางอย่างเต็มๆ ตาก่อนดวงตาจะเบิกกว้าง

“แค่คล้าย...อะ...เอ่อ พวกเจ้าวางใจเถิด ข้าไม่กระทำการหยาบช้า ส่วนเรื่องเสือสามตาตัวนี้”

“ศิษย์พี่...ข้าไม่อยากเสียแต้ม” ศิษย์ชายที่อายุน้อยที่สุดอ้อนวอน

“รู้แล้ว...ตกลงข้าซื้อมันจากเจ้า” ในที่สุดศิษย์พี่หวังก็ยอมตกลง

“ท่านจะจ่ายเท่าใด?” แบมแบมถาม เสี่ยวไจ้ที่กลัวว่าสหายจะเสียเปรียบ รีบกระซิบบอกราคา

“สัตว์อสูรพลังระดับนี้ราคาไม่ต่ำกว่าห้าเหรียญทอง ยิ่งตัวนี้เป็นเสือแล้วด้วย ต้องเรียกอย่างน้อยสิบเหรียญทอง”

“อืม...” แบมแบมพยักหน้ารับรู้

“สิบเหรียญทองเจ้าพอใจหรือไม่?”

“ศิษย์พี่ แค่ห้าเหรียญทองก็สูงเกินไปแล้ว” ศิษย์หญิงเจ้าปัญหาคัดค้าน

“อย่าสอด” เสี่ยวไจ้ตำหนิ สายตาเหยียดหยาม

“เจ้า!”

“ศิษย์น้องผิง ปล่อยให้ศิษย์พี่เจรจาผู้เดียว ตกลงที่สิบเหรียญทองหรือไม่?” ศิษย์พี่หวังห้ามปราม ก่อนจะถามแบมแบมอีกครั้ง

“พอใจก็ได้”

“เช่นนั้นก็นี่สิบเหรียญทอง ส่วนนี่ยาทาบาดแผลของเจ้า” ไม่พูดเปล่ามอบเงินให้ครบจำนวน แล้วยังใจดีแถมยาทาบาดแผลมาด้วย

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านเอาซากเสือสามตาไปเถิด”

“อืม” ศิษย์พี่หวังยื่นมือไปทางซากเสือสามตา ก่อนหัวแหวนจะเปล่งแสงออกมา แล้วดูดซากเสือเข้าไปในแหวน

“แหวนมิติ เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก” เสี่ยวไจ้พึมพำออกมา ศิษย์พี่หวังผู้นั้นหันมามองนาง ก่อนจะตัดสินใจมอบยาทาบาดแผลให้นางอีกคน

“ข้ามอบให้เจ้า”

“แผลข้าแค่แผลถลอกเอง ไม่เป็นไรหรอก”

“ข้าให้รับไว้เถิด” ศิษย์พี่หวังยืนยัน

“ไยถึงใจดี?” เสี่ยวไจ้เอียงคอไม่เข้าใจ

“เจ้ามีใบหน้าเหมือนบรรพบุรุษข้า ย่าของย่าทวด” ผู้ถูกถามทิ้งท้าย ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาเหินพุ่งนำศิษย์น้องทั้งสองหายไป

“ย่าของย่าทวด นับๆ ดูแล้ว...เขาหมายถึงฮูหยินของท่านหวังเจียเอ่อร์หนึ่งในสามขุนพลหรือเปล่า?” เสี่ยวไจ้ขมวดคิ้วคิดตาม

“ข้าไม่รู้ ว่าแต่ฮูหยินของขุนพลผู้นั้นตายหรือยัง” ที่ถามแบบนั้นก็เพราะผู้ฝึกตนอายุจะยาวตามระดับพลัง ย่าของย่าทวดศิษย์พี่หวังผู้นั้นอาจจะยังไม่ตายก็ได้

“ตายไปเป็นร้อยปีแล้วมั้ง”

“ไม่แน่เจ้าอาจเป็นย่าของย่าทวดผู้นั้นกลับชาติมาเกิดก็ได้”

“ไร้แก่นสาร ป่ะกลับกันเถิด เจ้ากับข้าเรายังมีเรื่องต้องสะสางกัน” เสี่ยวไจ้ไม่ปักใจเชื่อ ก่อนจะออกคำสั่งให้แบมแบมตามนางกลับบ้านด้วยน้ำเสียงดุๆ

“อย่างไรข้าก็ว่าไม่คุ้มอยู่ดี เจ้าน่าจะฟังข้า ไม่ขายเสียยังจะดีกว่า เอาไปขึ้นเงินให้ทางการเอง สิบเหรียญทองได้แน่ๆ หนำซ้ำเจ้ายังได้ชื่อเสียง” เสี่ยวไจ้พร่ำบ่น ขณะที่นางพยุงร่างบาดเจ็บของเขากลับบ้าน

นางยังคงไม่หายแง่งอนที่เขาเลือกขายซากเสือสามตา แทนที่จะเก็บไปขึ้นเงินกับทางการด้วยตนเอง

“เสี่ยวไจ้ มันบาดเจ็บอยู่แล้ว ข้าจึงฆ่ามันได้ ลองมันแข็งแรงดูสิ คงเป็นข้าที่ตาย”

“แต่อย่างไรเจ้าก็เป็นคนฆ่ามันอยู่ดี เจ้าเก็บไว้เจ้าศิษย์พี่หวังอะไรนั่น ย่อมไม่หน้าหนาเอ่ยปากอันใดกับเจ้า”

“มันก็จริง”

“นั่นไง เจ้ายอมรับแล้วใช่หรือไม่ว่าเจ้าคิดผิด”

“ใครว่า?” แบมแบมส่ายหัว ก่อนจะก้าวเท้าเข้าเรือนหลัก อันเป็นเรือนที่ใช้หลับนอนของเขา เสี่ยวไจ้ก้าวตามมาก่อนจะปิดประตู

“เจ้านี่ช่างดื้อรั้นจริงๆ” นางตำหนิ แล้วเดินตรงไปที่ตู้ไม้เปิดหากล่องยา นางรู้ทุกซอกทุกมุม เพราะเป็นผู้ช่วยจัดของในบ้านหลังนี้

แบมแบมนั่งลงที่ตั่งไม้อย่างหมดเรี่ยวแรง ทั้งอ่อนเพลียทั้งเสียเลือด มันทำให้เขาอยากนอนเสียจริง

“เสี่ยวไจ้… ได้ชื่อเสียงมาแล้วอย่างไร มิใช่หาความวุ่นวายมาสู่ตนหรือ? หากชาวบ้านคิดกันไปไกลว่าข้าสยบสัตว์อสูรได้ ก็จะมารบกวนข้ายามมีสัตว์อสูรมาป้วนเปี้ยน ถ้ายอมไปปราบให้ก็ดีไป แต่ถ้าไม่ข้าไม่กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวหรือ?”

“อ่า…” งานนี้สหายตัวน้อยเสียงหายไปในลำคอ เมื่อคิดตามก็เพิ่งนึกได้ หากชาวบ้านคิดว่าเสี่ยวกันแข็งแกร่งและเห็นเป็นที่พึ่ง อันตรายย่อมตามมาไม่รู้จบ

“อีกอย่างเจ้าอย่าลืม ข้าไม่อาจสู้ได้ หากเสือสามตาไม่เจ็บหนักอยู่แล้ว ถ้าภายหลังถูกกดดันให้ไปปราบสัตว์อสูรที่แข็งแรง ข้าจะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร?”

“อืม… ข้าสำนึกได้แล้ว ว่าข้ามีความคิดตื้นเขิน เกือบชักจูงเจ้าไปในทางเสี่ยงๆ ข้าขอโทษ” เสี่ยวไจ้ก้มหน้าสำนึกผิด

“อย่าโทษตนเองเช่นนั้น ทั้งหมดก็เป็นเพราะเจ้าเห็นแก่ผลประโยชน์ของข้า” แบมแบมปลอบ

“อื้ม ขอบใจนะเสี่ยวกัน ที่ไม่ถือโทษข้า มา...ข้าจะทำแผลให้เจ้า” นางไม่พูดเปล่า เลิกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยกรงเล็บของเสือสามตาที่ข่วนเป็นแผลฉกรรจ์

“โอ๊ย… เลือดยังซึมอยู่เลย” แบมแบมโอดครวญ

“หึ! ทำมาเป็นร้อง ข้าบอกแล้วว่าอย่าเข้าป่า”

“ก็มันนานจนข้าลืมไปแล้วนี่นา”

“ลืมจนได้แผล อ้า… ยาของศิษย์พี่แซ่หวังนั่นดีจริงๆ ดูสิทาแผลนิดเดียวเลือดก็หยุดไหลแล้ว” เสี่ยวไจ้คลี่ยิ้ม เมื่อยาที่ได้รับมานั่นได้ผลดี

“อืม แต่แสบน่าดูเลย”

“ก็ธรรมดาของยา เจ้านั่งอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวข้าไปเตรียมน้ำให้เจ้าเช็ดตัว จะได้นอนพัก” เสี่ยวไจ้ใช้ผ้าพันแผลเสร็จ ก็ลุกออกไปตักน้ำมาให้เขาเช็ดเนื้อตัว

ผ่านไปราวๆ สามเค่อแบมแบมก็จัดการเช็ดเนื้อตัวเปลี่ยนผ้าและเอนกายบนเตียงของตน

“ทีนี้ก็เหลืออาหารเย็นแล้วก็ยาต้ม ไม่ต้องห่วง ถึงแม้ข้าจะทำอาหารไม่เก่งเช่นเจ้า แต่ท่านแม่ก็บอกว่าดีกว่าปากกระแทกตอ” นางพูดด้วยความภูมิใจ แต่แบมแบมกลับใจคอไม่ดีเสียอย่างนั้น

“ข้าลุกขึ้นไปทำไหว”

“นี่เจ้าไม่เชื่อใจสหายถึงเพียงนี้เลยหรือ?” เสี่ยวไจ้มองค้อน ทำให้แบมแบมทิ้งตัวลงนอนต่อ

“เช่นนั้นฝากเจ้าด้วย”

“หายห่วงได้เลย อ๊ะ...ในตะกร้านั่นมีสัตว์ด้วยนี่ มื้อนี้ข้าวต้มเนื้อก็แล้วกันนะ” เสี่ยวไจ้เอ่ยขึ้น เมื่อหันไปมองตะกร้าที่วางอยู่หน้าห้องแล้วเห็นเจ้ากระต่ายเขาคู่อยู่ในนั้น

“กี้ดดดดด!” เจ้ากระต่ายเขาคู่ ร้องเสียงแหลม กระโดดหนีเข้ามาในห้องนอน แล้วซุกหาแบมแบมอย่างขวัญเสีย

“ตัวนี้กินไม่ได้ มันเป็นสัตว์เลี้ยงของข้า”

“อ้าว… เป็นเช่นนั้นหรือ เสียดาย...เนื้อกระต่ายเขาคู่นี่อร่อยมากเชียวนะ”

“กี๊ด กี๊ด กี๊ด” เจ้ากระต่ายเขาคู่ร้องครวญคราง จนแบมแบมต้องลูบขนปลอบ

“อย่ากินมันเลย มันฉลาดมากเลยนะ ขอมาอยู่กับข้าเองด้วย”

“เจ้านี่นะ ใจดีเสมอเลย ก็ได้...ไม่กินก็ไม่กิน รอดตัวไปนะเจ้ากระต่าย” เสี่ยวไจ้ยอมถอย นางหายออกไปที่เรือนครัว

เคร้ง เคร้ง เคร้ง

เสียงทำครัวของเสี่ยวไจ้ดังมาถึงเรือนหลัก แบมแบมกลืนน้ำลายลงคอ แล้วภาวนาในใจ

“ขอให้ครัวของข้าอยู่ดี”

“มาแล้ว…” สักพักหนึ่ง เสี่ยวไจ้ก็มาพร้อมกับถ้วยข้าวต้ม แบมแบมถอนหายใจอย่างโล่งอก ทั้งหน้าตาและรสชาติไม่ถือว่าเลิศรส แต่ไม่พิสดาร กินได้เรื่อยๆ จนอิ่ม

“เอ้า... นี่ยาต้ม ดื่มเสีย” ยาต้มนี้เป็นสมุนไพรที่หาได้แถวๆ นี้ ช่วยแก้อาการอักเสบ ซึ่งอาจไม่ได้ผลเต็มที่ เพราะไม่ได้จัดร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ที่ช่วยรักษาอาการใกล้เคียง เช่นอาการไข้ที่จะมาพร้อมอาการอักเสบ และไม่ได้จัดตามสัดส่วนที่เหมาะสม เหมือนกับที่หมอจัดให้

อย่างไรก็ตามสถานที่ห่างไกลตัวเมืองเช่นนี้ ลืมเรื่องหมอไปได้เลย ตามหมอได้ยากมาก ทั้งขาไปขามาอาจกินเวลาหลายวัน หากอาการไม่หนักจนเอาไม่อยู่ ชาวบ้านนิยมหาสมุนไพรมาต้มกินเองมากกว่า

“ขอบใจมากนะ ข้าวานเจ้าช่วยเอาผลไม้ให้เจ้ากระต่ายด้วยได้ไหม”

“ได้สิ ข้าเห็นมีอยู่ในครัว คืนนี้ให้ข้าอยู่ด้วยไหม เผื่อเจ้าจะมีไข้ตอนดึก”

“อย่าเลย เจ้าเป็นหญิง พ่อแม่เจ้าคงไม่เต็มใจให้เจ้าค้างคืนที่อื่น”

“แต่เจ้าเป็นสหายข้า ท่านพ่อท่านแม่ต้องเข้าใจแน่”

“อย่าสร้างความลำบากใจเลย ข้าอยู่ได้”

“เห้อออ... เอาเช่นนั้นก็ได้ วันพรุ่งข้าจะรีบมาแต่เช้านะ”

“อืม”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เสี่ยวไจ้ห่วงนั้นเกิดเป็นจริงขึ้นมา อาการอักเสบเอาไม่อยู่ แบมแบมทั้งปวดแผลทั้งเป็นไข้ เข้าสู่วันที่ห้าแล้วก็ยังไม่หาย

“เจ้าดื้อดึง ข้าจะอยู่เฝ้าเจ้าก็ไม่ยอม” เสี่ยวไจ้บ่น เพราะแบมแบมไม่ยอมให้นางอยู่เฝ้าเลยสักคืน

“ถึงจะปวดแผลมีไข้ แต่ข้าก็ยังเดินเหินไหว ลุกขึ้นหายากินได้ เจ้าไม่ต้องห่วง”

“คนดื้อ นี่เจ้ากระต่ายหากสหายข้าอาการหนัก เจ้าไปตามข้านะ” เสี่ยวไจ้หันมากำชับกระต่ายเขาคู่ มันฉลาดมาก เพียงนางสอนให้มันไปบ้านนางเพียงครั้งเดียว มันก็จำทางได้ อีกทั้งตอนนี้เสี่ยวไจ้ทำปลอกคอให้มันด้วย มีผ้าเขียนข้อความติดอยู่ว่า “สัตว์เลี้ยงของผู้ฝึกตน” เป็นเครื่องป้องกันการถูกล่าในระดับหนึ่ง

“กี๊ด กี๊ด” เจ้ากระต่ายเขาคู่รับคำ เสี่ยวไจ้ถอนหายใจ ก่อนจะออกจากบ้านของเขาไป พร้อมปิดประตูให้เรียบร้อย 

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น

  1. #2267 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 19:56
    อยากได้ต้าวกระต่ายตัวนี้ง่าา
    #2,267
    0
  2. #552 KuenNun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 17:53
    รอต่อไปจ้าาา
    #552
    0
  3. #4 KuenNun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 12:56
    จะรอตอนต่อไปน้าาา
    #4
    0