เจ็ดภพหวนรัก (Markbam) จบแล้ว

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 9.1 ศิษย์สำนักหลวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,756
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    22 มิ.ย. 63

“กี๊ดดดด” เจ้ากระต่ายเขาคู่ออกมาจากที่ซ่อน มันมองร่างเล็กที่นั่งหมดเรี่ยวแรงอยู่ชั่วครู่ก่อนจะกระโดดหายไป

“กี๊ดดดด” ไม่นานมันก็คาบสมุนไพรกลับมา

“สมุนไพรห้ามเลือดขอบใจมากนะ” แบมแบมมองสมุนไพรสีแดงที่มีลักษณะคล้ายกับว่านหางจระเข้ แล้วเอ่ยขอบคุณสหายต่างเผ่าพันธุ์

“กิ๊ด กิ๊ด กิ๊ด กิ๊ด” เจ้ากระต่ายเขาคู่ไม่ได้รู้สึกยินดี เมื่อได้รับคำขอบคุณ หูของมันกลับลู่ลง และร้องสั้นๆ เบา

แบมแบมฟังไม่ออกว่าเสียงร้องของมันหมายความว่าอย่างไร แต่ดวงตาหงอยๆ ของมัน ทำให้สรุปไปเองว่า มันกำลังขอโทษที่นำความเดือดร้อนมาให้

“ไม่เป็นไรหรอก ก็เจ้าเห็นข้าเป็นที่พึ่งนี่นา ข้าเข้าใจเจ้า” เขาคลี่ยิ้มไม่ถือสาใดๆ พร้อมกับลูบหัวของมันเบาๆ

“งี๊ดดดดด” ทำเอาดวงตาของมันเปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับกำลังซาบซึ้งใจ ก่อนจะกระโดดเข้าไปในตะกร้าที่บัดนี้เสียหายจนเหลือครึ่งชิ้น มันทำผลุบๆ โผล่ๆ ออกมาแล้วเข้าไปอีก ราวกับกำลังรอให้เขาเอ่ยปากว่า...

“ไปอยู่ด้วยกันก็ได้”

“งี๊ดดดดด” พอได้ยินเช่นนั้น มันร้องเสียงอ้อน ก่อนจะม้วนตัวนอนในตะกร้า รอให้เขาพากลับบ้าน

“แต่จะทำอย่างไรกับเจ้าเสือสามตานี้ดี” แบมแบมคิดไม่ตก ที่จริงเนื้อของสัตว์อสูรก็กินได้ บางชนิดช่วยเพิ่มพลังปราณอีกต่างหาก ยิ่งตัวใดมีระดับพลังอยู่ที่ห้าจิตขึ้นไป จะมีแก่นอสูรอยู่ในร่าง แก่นนั้นนำไปเป็นส่วนผสมของยาเพิ่มพลังปราณระดับสูงได้

เจ้าเสือสามตาตัวนี้ระดับพลังไม่ถึงห้าจิต ที่มีประโยชน์คือส่วนเนื้อ แต่พอนึกถึงดวงตาแดงก่ำทั้งสามดวงจ้องมาด้วยความอาฆาต แบมแบมไม่สามารถที่จะกินมันอย่างสนิทใจได้

“ศิษย์พี่เร็วๆ เข้า เจ้าเสือสามตามันมาทางนี้ ตราบใดที่ฆ่ามันไม่ได้ ก็เท่ากับภารกิจไม่สำเร็จนะขอรับ” น้ำเสียงรีบร้อนแว่วมา ก่อนที่แบมแบมจะเห็นผู้ฝึกตนสามคนอายุราวๆสิบสามถึงสิบห้า ใช้วิชาตัวเบาแตะยอดไม้เหินมาทางนี้

“มันจะหนีไปไกลได้อย่างไร บาดเจ็บถึงเพียงนั้น” ผู้ฝึกตนที่เป็นหญิงโต้กลับออกมาอย่างหงุดหงิด

“ศิษย์น้องผิงอย่าได้ชะล่าใจไป เราก็ต้องรีบจบงานให้เสร็จ ก่อนที่มารผู้ควบคุมมัน จะใช้มันฆ่าและรวบรวมจิตของมนุษย์” คนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำในการทำภารกิจครั้งนี้พูดขึ้น ศิษย์หญิงแซ่ผิงรีบปรับสีหน้าให้อ่อนลง เห็นได้ชัดว่านางค่อนข้างเกรงใจผู้นำภารกิจ

“อ๊ะ...เจ้าเสือสามตามันตายแล้ว!” ในที่สุดศิษย์ชายที่อายุน้อยที่สุด ก็เห็นความผิดปกติที่พื้น ทำให้ทั้งสามเหินลงมา

“เด็กหญิงชาวบ้านนี้ฆ่ามัน นางมีแผลด้วย ข้าเกรงว่านางคงจะถูกสิงแล้วเจ้าค่ะศิษย์พี่หวัง” ศิษย์หญิงแซ่ผิงไม่พูดเปล่า นางชักมีดสั้นออกมาแล้วขวางใส่แบมแบมทันที

แย่แล้ว…

ร่างเล็กที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักหน่วงหมดสภาพแล้ว มันหนักอึ้งไปทั่วทั้งตัวจนไม่อาจหลบมีดสั้นได้ทัน!

“เสี่ยวกัน!!!” เสียงเสี่ยวไจ้หวีดร้องออกมา ช่วงเวลาแห่งความเป็นและความตาย เสี่ยวไจ้มีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วจนถึงขีดสุด นางพุ่งตัวเข้ามาผลักให้สหายพ้นวิถีมีดสั้น

ขลุก ขลุก

เด็กหญิงทั้งสองกอดกันกลมกลิ้งหลุนๆ ออกห่างไปหลายศอก แผ่นหลังเล็กๆ โดนเศษไม้ทิ่มตำจนเลือดซึมออกมา

“เจ้า! พวกคนชั่ว คิดจะฆ่าสหายของข้างั้นหรือ!?” เสี่ยวไจ้พลิกตัวขึ้นมาได้ก็ชี้หน้าผู้ฝึกตนทั้งสาม

“สหายของเจ้าไม่ใช่คนเดิมแล้วถอยออกมา ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าด้วย!” ศิษย์หญิงแซ่ผิงตวาดอย่างเกรี้ยวกราด

“ถ้าฆ่าข้าวิญญาณเจ้าก็แตกสลาย”

“เจ้าปกป้องมารถือว่ามีความผิด!” นางยึดมั่นว่าตนเองไม่ได้กระทำสิ่งผิด และนางมีสิทธิ์จะฆ่าเสี่ยวไจ้ด้วย หากนางไม่เลิกยุ่งเกี่ยว

“นังสารเลว ชี้ขาวเป็นดำ เห็นผิดเป็นชอบ!” เสี่ยวไจ้โกรธจัด ไม่ว่าอย่างไรนางไม่ยอมให้อีกฝ่ายฆ่าสหายตน

“เจ้า! เจ้าบังอาจลบหลู่ข้าที่เป็นถึงศิษย์สำนักหลวงเชียวหรือ!” ศิษย์หญิงแซ่ผิงโกรธจนตัวสั่น นางทระนงตัวว่าสูงส่ง ไม่คิดว่าจะมีผู้ใดชี้หน้าด่านางเช่นนี้

“ศะ...ศิษย์สำนักหลวง” เสี่ยวไจ้ชะงัก

สำนักหลวงเป็นสำนักที่องค์จักรพรรดิก่อตั้งขึ้นมา เพื่อให้สั่งสอนและชี้แนะผู้ฝึกตนโดยเฉพาะ เป็นสำนักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า ไม่ว่าผู้ใดก็อยากเข้ามาเป็นศิษย์ที่นี่ ผู้ที่จบออกมาจากสำนักล้วนประสบความสำเร็จและกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ทั้งนั้น

“ใช่ พึงสำนึกแล้วสิ ว่าเจ้ากับข้ามันต่างชั้นกัน คุกเข่าโขกหัวขอขมาข้าเสียสิ แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”

“พอได้แล้ว หากเจ้าคิดว่าตนเองเป็นผู้สูงส่งนัก ก็ควรจะมีคุณธรรม มิใช่มีใจหยาบช้า” แบมแบมทนฟังไม่ได้ พยายามยืนหยัดลุกขึ้นประจันหน้าอีกคน

“มารอย่างเจ้ามีสิทธิ์อันใดมาพูดเรื่องคุณธรรม!” ศิษย์หญิงแซ่ผิงจ้องมองมาด้วยเจตนาฆ่าฟัน

“ตาบอดหรืออย่างไร ข้ามิได้ถูกทำลายดวงจิต และไม่ได้ถูกควบคุม” แบมแบมเชิดหน้าขึ้น จ้องตาศิษย์สำนักหลวงทุกคน

“เป็นไปไม่ได้ ร่างเสือใช้การไม่ได้ มันยอมต้องหาร่างใหม่ และก็ต้องเข้าทางบาดแผล ที่ร่างก่อนสร้างไว้”

“ข้าไม่รู้ รู้แค่ว่าข้ายังเป็นข้า ไม่ได้ถูกควบคุม” แบมแบมเลือกไม่พูดว่าเสี้ยวจิตที่ควบคุมเสือพยายามจะควบคุมร่างเขาเช่นกัน เพราะมันจะทำให้เรื่องยุ่งหนักเขาไปอีก อาจต้องพิสูจน์ตนให้พ้นข้อกล่าวหาไปอีกนาน

“ถูกควบคุมบ้าบออันใดกัน เสี่ยวกันสหายของข้า ก็ยังคงเป็นสหายของข้า” เสี่ยวไจ้ที่หายตะลึงกับที่มาของทั้งสามคนแล้ว เชิดหน้าไม่หวั่นเกรง เพราะในเมื่อเสี่ยวกันกล้าเผชิญหน้า นางก็จะเคียงบ่าเคียงไหล่ไปด้วยกัน

“แต่...”

“พอเถิดศิษย์น้องผิง เด็กหญิงผู้นี้ไม่ได้ถูกควบคุม ดวงตาของนางยังคงเป็นปกติ ไม่เปลี่ยนสี” ผู้ที่ถูกเรียกว่าศิษย์ที่อาวุโสที่สุดเอ่ยปรามศิษย์น้องหญิงของตน

“ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยนะเจ้าคะ ที่เราสู้กันอย่างระวังแทบตายไม่ให้มีบาดแผลก็เพราะกลัวว่ามันจะเข้ามาควบคุมร่างของเรา แล้วนี่มันอะไรกัน แผลนางเต็มตัวเสียขนาดนี้กลับไม่โดนควบคุม”

“ศิษย์พี่หญิง ท่านเองก็น่าจะเรียนมาจากท่านอาจารย์แล้วนี่ขอรับ ว่าคนถูกควบคุมจะมีอาการเป็นเช่นไร” ศิษย์ชายที่อายุน้อยที่สุดตำหนิ

“นี่เจ้ากล้าแขวะข้าหรือ!?” นางโวยวายกิริยาไม่น่ามองจน ศิษย์ที่อาวุโสที่สุดส่ายหัว

“ศิษย์น้องผิง หากเจ้าไม่ควบคุมอารมณ์ ศิษย์พี่ผู้นี้จะรายงานท่านอาจารย์”

“ฮึ่ม! ก็ได้เจ้าค่ะ เก็บซากเสือสามตาเถอะเจ้าค่ะ เราทำภารกิจเสร็จแล้ว” นางยอมอ่อนลง แบมแบมหรี่ตามอง ดูท่าทางผู้ที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่หวังนี้จะไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

“เมื่อครู่คิดฆ่าข้า คราวนี้จะปล้นชิงด้วยหรือ?” แบมแบมถามขึ้นน้ำเสียงไม่พอใจ หากเขาไม่เกือบถูกผู้หญิงตรงหน้าฆ่า ก็คงไม่คิดเล็กคิดน้อย มอบซากเสือให้ง่ายๆ แต่มาถึงขั้นนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

“เจ้าช่างหน้าด้านยิ่ง! เจ้าเสือสามตาตัวนี้ถูกพวกเราโจมตีจนบาดเจ็บหนักอยู่แล้ว มันต้องเป็นของพวกเราสิ” ศิษย์หญิงแซ่ผิงไม่ยอมง่ายๆ

“เจ้าก็แค่ทำให้บาดเจ็บ แต่ไม่มีปัญญาฆ่า สหายของข้าต่างหากที่เป็นผู้ปลิดชีพมัน” ที่จริงเสี่ยวไจ้ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก่อนหน้า แต่นางพอจะเดาทุกอย่างได้ เลยช่วยทวงสิทธิ์ให้สหายตน

“พวกเจ้า!”

“อย่าลืมว่า ‘ห้ามปล้นชิง’ เป็นหนึ่งในสามสัญญาจิต” แบมแบมย้ำออกไปแววตาไม่ยอมลงให้ง่ายๆ ศิษย์หญิงแซ่ผิงก็จ้องมาด้วยแววตาอาฆาต

“สักวันหนึ่งเถิด ข้าบรรลุเจ็ดดาราเมื่อใดจะฆ่าพวกเจ้าให้จงได้”

“ศิษย์น้องผิง ถึงเจ็ดดาราจะทำให้ฝืนสัญญาจิตได้ แต่ใช่ว่าบ้านเมืองไม่มีกฎ ศิษย์พี่ผู้นี้จะไม่ยอมเมินเฉยง่ายๆ”

“ศิษย์พี่หวัง เห็นมันดีกว่าข้าเช่นนั้นหรือ?” นางย้อนถามด้วยความโมโห แบมแบมมองอยู่ก็ส่ายหัว หญิงผู้นี้เอาแต่ใจตนจนเมินผิดถูก คนประเภทนี้น่ารำคาญเป็นที่สุด ชอบคิดว่าโลกหมุนรอบตนเอง

“หากเจ้ากระทำสิ่งผิด ในฐานะของคนแซ่หวัง อันเป็นสายเลือดของสองในสามขุนพลแห่งองค์จักรพรรดิ จะไม่ยอมมองดูเงียบๆ เข้าใจหรือไม่ศิษย์น้องผิง” ศิษย์ที่อาวุโสที่สุดยังคงยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ทำให้นางก้มหน้าลงสงบปากสงบคำในที่สุด

“ศิษย์พี่หวัง เรื่องของศิษย์พี่หญิงเอาไว้ก่อนเถิด ตอนนี้ปัญหาตรงหน้าเราคือไม่อาจจบภารกิจได้” ศิษย์ชายที่อายุน้อยที่สุดเป็นกังวล

หากแต่แบมแบมที่มองอยู่กลับนิ่งเฉย ในเมื่อมีหญิงนิสัยเสียอยู่ในกลุ่ม เขาไม่ยกซากเสือสามตาให้ง่ายๆ หรอก

“เราคงต้องรับว่าภารกิจล้มเหลว”

“ไม่เอานะเจ้าคะ ข้าไม่อยากถูกลดแต้ม” ศิษย์หญิงแซ่ผิงโวยวาย โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองหลุดปากเรื่องแต้มออกมา เปิดช่องให้แบมแบมขูดรีดทรัพย์

“ข้าจะขายซากเสือให้พวกท่านก็ได้”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ? จะขายให้พวกข้า ทั้งๆ ที่เจ้าฆ่ามันได้ก็เพราะพวกข้าทำให้มันบาดเจ็บหนักอยู่แล้วช่างไม่ละอาย” ศิษย์หญิงแซ่ผิงหน้าตาบูดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ

“พวกเจ้าจะพูดอย่างไรก็หนีไม่พ้น ไม่มีปัญญาฆ่าอยู่ดี” เสี่ยวไจ้พูดออกมาพร้อมด้วยปรายตามองอย่างดูถูก

“เจ้า!”

“ศิษย์พี่หญิง ท่านหยุดเถิด” ศิษย์ชายที่อายุน้อยที่สุดขอร้องออกมา เพราะยิ่งศิษย์หญิงแซ่ผิงพูดมากเท่าใดสถานการณ์ยิ่งแย่ลง

“เอาเถิด ถึงเจ้าจะขายให้ แต่ข้าไม่อาจรับความดีความชอบของเจ้าได้อยู่ดี” ศิษย์พี่หวังผู้นั้นตัดบท แบมแบมรู้สึกได้ว่าชายผู้นี้มีคุณธรรมอยู่ไม่น้อย

“จะว่าไปศิษย์น้องหญิงของท่านก็พูดถูก มันบาดเจ็บหนักอยู่แล้ว ก็ถือว่าพวกท่านก็มีส่วนแบ่งในซากของมัน ข้าเพียงขายซากในส่วนของข้าให้ท่าน ไม่คิดว่านี่เป็นการจบปัญหาที่ดีหรือ?”

“เสี่ยวกันข้าว่าไม่ดี สัตว์อสูรตนนี้ไม่ใช่ระดับต่ำ มันไม่เพียงจะสร้างเงินได้มาก ยังสร้างชื่อเสียงให้เจ้าได้ด้วย” เสี่ยวไจ้พยายามคัดค้าน

“ข้าไม่ใส่ใจเรื่องนั้น และข้าเต็มใจขายให้พวกเขา”

“หากเจ้าคิดดีแล้ว ก็ตามใจเจ้า” เสี่ยวไจ้ออกอาการงอนขึ้นมา ที่สหายไม่ฟังคำพูดตน แบมแบมตัดสินใจจะง้อในภายหลัง ส่วนตอนนี้ที่สำคัญคือการเจรจา

“ว่าอย่างไร ข้าขายในส่วนของข้า นี่เป็นทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ไม่ติดค้างกัน และจบข้อพิพาททุกอย่าง พวกท่านไม่ถูกลดแต้มที่ภารกิจล้มเหลว ไม่เสียชื่อเสียงที่ไม่อาจกำจัดมันได้ จนปล่อยให้มาเจอเด็กชาวบ้านที่อ่อนแอเช่นข้า”

“ขายให้แล้วเจ้าก็ป่าวประกาศเรื่องนี้ออกไปได้อยู่ดี พวกข้าก็เสียชื่อเสียง ไม่เห็นจะคุ้มค่า หากเจ้าจริงใจก็มอบมันมาโดยไม่มีข้อแม้เสียสิ” ศิษย์หญิงแซ่ผิงขัดขึ้น

“ข้าจะไม่พูด อีกอย่างถึงจะพูดไปไม่มีหลักฐานใครจะเชื่อ ท่านจะกังวลไปไย อีกอย่างท่านเรียกร้องเอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียวไม่ละอายใจหรือ ไหนว่าเป็นถึงศิษย์ของสำนักหลวงไงเล่า?” แบมแบมย้อน ทำเอาศิษย์หญิงแซ่ผิงหายใจฟืดฟัดขุ่นเคือง

“ศิษย์พี่ ข้าว่าทำตามที่นางเสนอมาก็ดี อย่างน้อยเราก็มีส่วนทำให้มันเจ็บหนักอยู่แล้ว ไม่ถือว่าซื้อผลงานแต่อย่างใด” ศิษย์ชายที่อายุน้อยที่สุด หันไปกล่อมศิษย์พี่หวัง เพราะไม่อยากเสียแต้มภารกิจที่ได้รับ

“เรื่องนั้น...”

“ศิษย์พี่ เราชิงมันมาเลยเถอะ ท่านบรรลุระดับเจ็ดดาราแล้วไม่ใช่หรือ สัญญาจิตทำอันใดท่านไม่ได้” ศิษย์หญิงเจ้าปัญหา แทนที่จะกล่อมให้ยอมซื้อขาย กลับยุแยงให้ทำผิดแทน

เสี่ยวไจ้ที่ได้ยินเช่นนั้นจับมือกับแบมแบมแน่น มองศิษย์พี่หวังผู้นั้นอย่างระแวง เพราะระดับพลังปราณตั้งแต่ขั้นเจ็ดดาราขึ้นไปสามารถฝืนสัญญาจิตได้

 

E-BOOK วางขายแล้วค่ะ ราคาแค่ 249 บาทเท่านั้น

ตอนพิเศษ 7 ตอน

ตอนพิเศษ จากเพื่อเริ่ม

ชาติที่1 บรรดาศักดิ์ไม่อาจห้ามรัก (Y)

ชาติที่2 สิ้นโลกไม่สิ้นรัก (Y)

ชาติที่ 3 ยาใจเจ้าพ่อ (แบมหญิง)

ชาติที่4 ผูกรักยอดดวงใจต่างเผ่า (Y)

ชาติที่5 สลับตัวไม่สลับรัก (Y)

ชาติที่6 รักสยบฉาว (Y)

สนใจคลิกที่ลิ้ง หรือค้นหาใน MEB จากชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

เจ็ดภพหวนรัก

เจ็ดภพหวนรัก

Get it now

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,277 ความคิดเห็น

  1. #2266 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 19:48
    สมัยนั้นก็ไม่น่ามีปูนซีเมนต์หนิ นังศิษย์น้องสมองผักนี่ไปเอาที่ไหนมาฉาบหน้ากันนะ หนังหนายิ่ง
    #2,266
    4
    • #2266-1 amaja(จากตอนที่ 12)
      26 สิงหาคม 2563 / 20:02
      ในเนื้อเรื่องบอกว่าคลายปูนซ๊เมนต์ แต่มันคือปูนดิยค่ะ
      ที่จริงปูนมีใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วค่ะ หากอิงในไทย มีใช้มาตั้งแต่สมับทวารวดีเลยด้วยซ่ำค่ะ แต่เป็นปูนธรรมชาติ เรียกว่าปูนดิบ ปูนสด ค่ะ
      #2266-1
  2. #2254 yalaop (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 12:07
    นางคนนี้ น่าเย็บปากยิ่ง!
    #2,254
    0
  3. #557 PiiProud (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 18:08
    เกือบตายแล้วมั้ยล่ะ
    #557
    0
  4. #554 luffypokpok (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 17:56
    ว่าแล้วว่าเสี่ยวไจ้ต้องเป็นฮูหนินกลับมาเกิดแน่ๆเลย ต้องใช้แล้วแหละงานนี้
    #554
    0
  5. #36 KGXUS8683 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 01:14
    😊😊😊😊😊😊
    #36
    0
  6. #23 kotla544 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 23:45

    ดีใจที่กลับมาจ้า
    #23
    0