[GOT7] ทรราชล่ารัก : ท่านต้วนผู้นั้นกำลังล่ารัก

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 20 สร้างความมั่นคงและอำนาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 294 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

ช่วงบ่ายแก่ๆแดดเริ่มอ่อนลง มือเรียวเนียนประดุจหยกมันแพะ วางถ้วยชาลงแล้วหันไปมองเสี่ยวลี่ เขาสังเกตเห็นว่านางชำเลืองมองตลับแป้งอัดแข็งหลายครั้งหลายครา

“เจ้ามีอันใดกับแป้งทาหน้าของข้างั้นหรือ?”

“ปะ...เปล่าเจ้าค่ะ!”เสี่ยวลี่ลนลาน เดี๋ยวนี้นางไม่กล้าสบตาเขา คงเป็นเพราะปีหลังมานี้เขาใช้สายตาราวกับว่ารู้ทันและสมเพชมองนาง นางจึงจิตตกหวาดกลัวไปเองโดยที่เขาไม่ต้องทำอะไร คิดๆแล้วก็สะใจดี ที่นางไม่มีความสุขเลยสักวัน ที่ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง

“งั้นหรือ... เสี่ยวลี่ไยเจ้าหลบตาข้าเล่า ข้าไม่ชอบที่เจ้าพูดคุยกับข้าแล้วไม่ยอมมองตา”แบมแบมกดดัน เสี่ยวลี่สะดุ้งแล้วจำยอมมองหน้า

“สะ...เสี่ยวลี่มองนะ...หน้า...ท่าน”เพียงวูบเดียวที่ตาสบกัน แบมแบมก็ใช้วิชากลืนใจกับนางทันที

“เอาล่ะ ทีนี้บอกข้ามาได้แล้วว่าเจ้ามีอันใดกับแป้งของข้า”

“คุณหนูลู่เซียนให้สลับเนื้อแป้งเจ้าค่ะ”

“ลู่เซียนนางสั่งเองงั้นหรือ?”

“เจ้าค่ะ”เสี่ยวลี่รับคำเลื่อนลอย แบมแบมกระตุกยิ้มที่มุมปาก ที่เคยคิดไว้ว่านางใสไม่จริงนั้นหาได้ผิดไม่ ช่วงปีหลังๆมานี้นางเผลอมองเขาด้วยความชิงชังหลายครั้งหลายครา

“ข้างในเนื้อแป้งมีสิ่งใดอยู่”

“พิษเจ้าค่ะ ใช้ทุกวันจะทำให้ใบหน้าแห้งเป็นขุย”คำตอบทำให้แบมแบมเลิกคิ้วขึ้น หันไปมองกระจก ใบหน้าของเขาในยามนี้ขาวอมชมพู เนียนละเอียดชุ่มฉ่ำไม่แห้งกร้าน เป็นเพราะเขาทำครีมทาผิวจากน้ำมันธรรมชาติ ผสมขี้ผึ้งละลายกับน้ำไว้ทาหลังอาบน้ำทุกวัน ส่วนริมฝีปากก็ทำสีผึ้ง เอาไว้ทาบำรุงจนมันชุ่มชื่นอิ่มเอบแดงอย่างธรรมชาติ ขนตาและเส้นผมบำรุงด้วยน้ำมันปีมั้วทำให้ดำเงางาม นอกจากนี้ยังหลอมโอสถบำรุงผิวพรรณไว้กินทุกวัน ต้องขอบคุณอาชีพนักแสดงที่เคยเป็น ทำให้เขาได้รู้ว่า หน้าตาและบุคลิกภาพก็เป็นบันไดสู่ความสำเร็จได้อย่างหนึ่ง

“ไม่คิดว่านางจะกล้าออกหน้าใช้งานเจ้า หึ...แล้วอนุมี่เหรินเล่า นางว่าอย่างไรบ้าง ที่บุตรีของนางละเลงโคลนตมด้วยตนเองเช่นนี้?”

“อนุมี่เหรินยุ่งอยู่กับการรักษาใบหน้าเจ้าค่ะ”พอได้ยินเช่นนั้นแบมแบมก็ยกชาขึ้นมาดื่ม ริมฝีปากอิ่มยิ้มที่มุมปาก

ปีหลังๆมานี้ พลังปราณของเขาแข็งแกร่งขึ้น จึงใช้วิชากลืนใจแบบมีเงื่อนได้อย่างต่อเนื่อง ยามเสี่ยวลี่มีความตั้งใจจะวางยาพิษเขา เงื่อนไขจะทำงาน นางจะหันไปวางยาอนุมี่เหรินแทน โดยที่เขาไม่ต้องคอยสั่งทุกครั้ง พอวางยาเสร็จนางจะหลุดจากวิชากลืนใจได้เอง เป็นแบบนี้ทุกวันไป ทำให้ไม่มีใครสงสัยในพฤติกรรมของนาง

ฉะนั้นอนุมี่เหรินให้เขาเท่าไหร่ นางรับกลับคืนไปเท่านั้น ไม่มีขาดไม่มีเกิน ตอนนี้หน้าตาผิวพรรณของอนุมี่เหรินดำคล้ำเหี่ยวย่น ไม่ต่างจากหญิงวัยทอง ทั้งที่นางอายุแค่ยี่สิบปลายๆ

“ข้ารึอุตส่าห์ปล่อยนาง ไม่คิดเหมารวมกับมารดาของนาง สุดท้ายก็ไม่ต่าง เอาเถิดแป้งอันนี้สลับกลับไปให้นางแล้วกัน ถือเสียว่ามันล้ำค่าเกินกว่าข้าจะรับ ให้นางใช้เองแล้วกัน”

“เจ้าค่ะ”เสี่ยวลี่รับคำก่อนจะนำตลับแป้งออกไปจากห้อง แบมแบมมองตามหลังแล้วแสยะยิ้ม มือหนึ่งลูบไล้ใบหน้าของตนเบาๆ ลู่เซียนช่างไม่รู้อะไรเสียบ้างเลย แป้งตลับนั้นเอาไว้ใช้ยามต้องแต่งหน้าเพิ่มสีสันออกงานหรูหราเท่านั้น สภาพเบ้าหน้าที่เห็นงามหยดย้อยจนชินตานี่คือหน้าสด

“ข้าอยากจะรู้นักลู่เซียน ระหว่างข้ากับเจ้า ผู้ใดจะใช้แป้งบ่อยกว่ากัน”แบมแบมแทบอดใจรอเวลาไม่ไหวเลยทีเดียว อยากรู้นักว่าลู่เซียนจะเป็นเช่นไร หากรู้ตัวว่าให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

พอในห้องไร้แววผู้อื่นแบมแบมก็ตรงไปลงกลอนประตูห้อง ยามนี้โดยส่วนมากเขาจะอ่านหนังสือ จึงไม่มีผู้คนมารบกวน เสี่ยวลี่เองก็เช่นกัน

“พี่น้องสกุลหลิน...”แบมแบมพึมพำขึ้นเมื่อนึกถึงใบหน้าของผู้ที่จะไปพบเจอในวันนี้ ปีหลังมานี้เขาจงใจไม่ไปพบทั้งสอง เพื่อให้ระยะห่างพิสูจน์ใจ ดังนั้นผลสรุปวันนี้ ไม่รู้ทั้งคู่จะมาตามนัดหรือไม่

 

ร่างอรชรในชุดบุรุษใช้วิชากลืนร่างมาโผล่ที่บ้านร้างหลังเดิม ที่เคยใช้เป็นสถานที่นัดพบ

“เก้าอี้ โต๊ะพวกนี้มาจากไหน?”

“พวกเราจัดเตรียมไว้เองขอรับ”เสียงดังจากด้านหลังเฉลยความข้องใจ

“ไจ้ฟ่าน หรงไจ้”

“บ่าวทั้งสองคำนับคุณชาย”ทั้งคู่คุกเขาลงกับพื้น ทำเอาแบมแบมตกใจไม่น้อย

“ไยพวกเจ้าทำเช่นนี้อีกแล้ว?”

“คุณชายวันนี้เป็นวันที่เราสองพี่น้องรอมานาน วันที่เราทั้งสองจะได้รับใช้ท่านอย่างจริงจัง ได้โปรดรับการคำนับจากเราด้วยเถิดขอรับ”ไจ้ฟ่านเอ่ย แบมแบมมองแววตาจริงจังของทั้งคู่แล้วยอมอ่อนลง

“เข้าใจแล้ว”ร่างเล็กนั่งลงที่เก้าอี้ที่สองพี่น้องจัดเตรียมไว้ให้

“จากนี้ไปบ่าวทั้งสองขอติดตามคุณชายไปจนวันตายเจ้าค่ะ”หรงไจ้ให้คำมั่น จากนั้นทั้งคู่ก็ยกน้ำชาให้

“อืม จากนี้ไปเจ้าทั้งสองจะเป็นคนที่ข้าเชื่อใจ”ในเมื่อทั้งคู่ให้ความเคารพเขาสูงสุด ถึงขั้นคำนับและยกน้ำชา เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ความจงรักภักดีของทั้งคู่หลุดลอยไป

“เป็นวาสนาของเราทั้งสองขอรับ”

“เอาล่ะ ลุกขึ้นเถิด”

“ขอบคุณขอรับ” / “ขอบคุณเจ้าค่ะ”ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนศรีษะก้มลงเล็กน้อย แสดงถึงความนอบน้อม แบมแบมมองแล้วก็รู้สึกพอใจยิ่งขึ้น

“ในเมื่อพวกเจ้ากลายเป็นคนของข้าอย่างสมบูรณ์แล้ว ข้าจะบอกตัวตนให้พวกเจ้ารู้”

“ตัวตน...”

“อืม จะว่าไปเราทั้งสองทราบอยู่แล้วว่า ท่านคือท่านหญิงหงกันหนี่ว์เจ้าค่ะ”หรงไจ้มองหน้าพี่ชาย ก่อนจะหันมาบอกอย่างนอบน้อม

“พวกเจ้ารู้อยู่แล้ว?”แบมแบมค่อนข้างแปลกใจ จ้องสองพี่น้องตาไม่กระพริบ

“เจ้าค่ะ เมื่อปีที่แล้วท่านโตขึ้น เริ่มมีความแตกต่างของชายหญิงให้เห็น เราทั้งสองจึงรู้ว่าท่านเป็นหญิง”

“อืม นับว่าช่างสังเกต ไม่โง่เขลาเกินไป แล้วอย่างไรอีกรู้ได้อย่างไรว่าข้าคือหงกันหนี่ว์”ในโลกนี้เขาแต่งตัวเป็นชายออกไปนอกบ้านผู้คนต่างไม่สงสัย ช่างเหมือนกับซีรีส์จีนยามนางเอกปลอมตัวเป็นชายไม่มีผิด มายามนี้สองพี่น้องบอกว่ามองออก จึงอดชื่นชมทั้งคู่ไม่ได้

“เรียนท่านหญิง ในจวนสกุลหงมีคุณหนูสองคนที่รุ่นราวคราวเดียวกับนายของเรา นั่นคือท่านหญิงหงกันหนี่ว์ กับหงลู่เซียนเจ้าค่ะ”

“ที่เราทั้งสองมั่นใจว่าท่านคือท่านหญิงหงกันหนี่ว์เพราะ คุณหนูหงลู่เซียนเป็นบุตรอนุ ไม่มีทางที่จะส่งพวกเราเรียนในสำนักศึกษาเทียมนภาได้ อีกทั้งเราได้กลิ่นหอมดอกท้ออ่อนๆจากกายท่านด้วยขอรับ”

“คนรู้กันทั้งเมืองว่าคู่หมั้นของชินอ๋อง ท่านหญิงหงกันหนี่ว์นั้นมีกลิ่นกายกลิ่นดอกท้อ”สองพี่น้องผลัดกันอธิบาย โดยมีร่างอรชรพยักหน้าเข้าใจเรื่อยๆ

“อืม ในเมื่อเจ้าทั้งสองรู้แล้วคงไม่ต้องแนะนำสิ่งใดกันอีก”

“แล้วเราทั้งสองจะได้เข้าไปรับใช้ท่านหญิงเมื่อใดเจ้าคะ?”หรงไจ้เอ่ยถาม แบมแบมส่ายหัว สองคนนี่บางเรื่องก็ฉลาดบางเรื่องก็เขลาเสียเหลือเกิน

“เจ้าคิดว่าข้าสูญเสียเงินทองมากมาย ส่งพวกเจ้าไปเรียนเพื่อมาเป็นบ่าวรับใช้ในเรือนงั้นหรือ?”

“แต่พวกเราต้องการรับใช้ท่านหญิงนะขอรับ”ไจ้ฟ่านยืนยันความตั้งมั่นของตนเอง

“ข้าให้เจ้ารับใช้แน่ แต่ไม่ใช่ในฐานะบ่าว”

“ท่านหญิงหมายความว่าอย่างไรขอรับ?”สองพี่น้องมองหน้ากัน ไม่เข้าใจว่าไม่เป็นบ่าวแล้วจะรับใช้กันอย่างไร

“ข้าต้องการให้เจ้าทั้งสองสร้างความมั่นคงให้กับข้า คนหนึ่งดูแลกิจการ อีกคนสั่งสมอำนาจหนุนหลังข้า”

“อ่า...ท่านเป็นถึงบุตรีรองเสนาบดี เป็นคู่หมั้นของชินอ๋อง เป็นพระสหายขององค์หญิงลี่ซือ ความมั่นคงและอำนาจล้วนมีอยู่แล้ว”

“ใช่ แต่นั่นเรียกว่ามั่นคงแล้วหรือ? สมมติว่าวันหนึ่งเกิดเรื่องไม่ดีกับข้า ข้ากลายเป็นหญิงอื้อฉาว รองเสนาบดียังอยากนับพ่อลูกกับข้าหรือไม่ ตำแหน่งคู่หมั้นชินอ๋องข้าจะยึดไว้ได้หรือไม่ ตำแหน่งพระสหายคงมิต้องคิดถึง ไม่มีทางที่ข้าจะรั้งเอาไว้ได้ ทุกอย่างที่ข้าไม่สามารถกำมันไว้ในกำมือของข้า ไม่สามารถชี้เป็นชี้ตายล้วนไม่มั่นคง”แบมแบมพูดแล้วยื่นมือของตนออกมากำแล้วปล่อย

สองพี่น้องมองตาม แล้วอึ้งกับความคิดของนายตน ไม่มีหญิงคนใดวางแผนสร้างความมั่นคงและอำนาจด้วยตนเองเช่นนาง โดยส่วนใหญ่ก็ใช้ความมั่นคงและอำนาจของครอบครัวกันทั้งนั้น

“ท่านหญิงต้องการให้เราทำสิ่งใดได้โปรดบอกกล่าว”ไจ้ฟ่านตั้งสติได้ก่อนเอ่ยขึ้น

“ไจ้ฟ่าน เจ้าจบทั้งด้านวรยุทธ์กับการปกครองได้ภายในสามปี คาดว่าคงเนื้อหอมไม่เบา”

“หลายกรมทาบทามบ่าวขอรับ”

“แล้วสำนักตรวจราชการแผ่นดินเล่า ทาบทามเจ้าหรือไม่?”สำนักงานตรวจราชการ ทำหน้าที่แยกจากทุกกรม คอยตรวจตราการทำงานของเหล่าขุนนางทุกระดับขึ้นตรงกับฮ่องเต้ เพียงขึ้นเป็นขุนนางระดับสี่ หากทำงานให้กับสำนักงานนี้ บรรดาขุนนางที่มียศสูงกว่าย่อมไว้หน้าส่วนหนึ่ง

“ทาบทามขอรับ”

“เช่นนั้น เข้าร่วมกับสำนักงานตรวจการราชการแผ่นดิน สั่งสมมิตร อำนาจให้ได้มากที่สุด นี่ค่าใช้จ่ายของเจ้า”แบมแบมเอามือล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ จากนั้นก็หยิบถุงเงินจากมิติเก็บของออกมาส่งให้ไจ้ฟ่าน

“มะ...มากขนาดนี้เลยหรือขอรับ?”

“บางครั้งการเข้าหาผู้ใหญ่ มิตรสหายก็จำเป็นต้องมีของกำนัล”เงินที่ให้ไจ้ฟ่านไปราวๆสามร้อยตำลึงทอง

“บ่าวเข้าใจแล้วขอรับ”ไจ้ฟ่านตั้งมั่นจะก้าวหน้าให้เร็วที่สุด ให้สมกับที่เจ้านายส่งเสริมถึงเพียงนี้

“ส่วนหรงไจ้ ในเมื่อจบค้าขายมา ข้าก็จะให้เจ้าค้าขาย จากนี้ให้ใช้แซ่ว่าชุ่ยแทนหลิน”

“ชุ่ยหรือเจ้าคะ? ไยต้องเปลี่ยนด้วยเจ้าคะ?”

“แค่เปลี่ยนบังหน้า เจ้าอาจไม่ชอบใจ แต่เพื่อไม่ให้ผู้คนรู้ถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือดของพวกเจ้า แยกไจ้ฟ่านออกไป ยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด จะได้ไม่ลากกันลงเหวทั้งหมด อีกทั้งหากผู้ใดมารังแก ไจ้ฟ่านจะได้เป็นอีกหนึ่งเสียง ออกหน้าช่วยพวกเราได้ โดยที่ผู้คนไม่มองตราหน้าไจ้ฟ่านว่าลำเอียงเข้าข้างพวกพ้อง น้ำหนักมีมากกว่าพวกพ้องออกหน้าช่วยกัน”

“ประมาณว่าช่วยเพราะเห็นแก่คุณธรรมใช่หรือไม่ขอรับ?”

“ใช่แล้ว สมมติว่ามีเรื่องกับคู่กรณี การที่เจ้าเป็นบุคคลที่สามเข้ามาตัดสินหรือเป็นพยาน หากผู้อื่นรู้ถึงสายสัมพันธ์อาจมองว่าเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายพวกพ้อง ในทางกลับกันหากไม่เกี่ยวข้อง แม้เจ้าจะช่วยเอื้อผลประโยชน์ให้ แทนที่ผู้อื่นจะมองว่าไม่ยุติธรรม กลับมองว่าเจ้าเห็นความถูกผิดอะไรบางอย่างจึงช่วย จากไม่ยุติธรรมจะกลายเป็นยุติธรรม จากดำจะกลายเป็นขาว”

“ท่านหญิงมีความคิดลึกซึ้งยิ่งนัก บ่าวยินดีใช้แซ่ชุ่ยบังหน้าเจ้าค่ะ”หรงไจ้ชื่นชม แววตาของนางเต็มไปด้วยความเทิดทูนบูชา

“อืม ขอบใจเจ้ามากที่เข้าใจข้า”

“แล้วท่านหญิงจะให้บ่าวค้าขายสิ่งใดเจ้าคะ?”

“ความสุข”

“ห๊ะ?”หรงไจ้ค่อนข้างตกใจ ก่อนจะหน้าซีด ความสุขจะเป็นสิ่งใดไปได้นอกจาก...

“หึหึ... อย่าคิดอันใดที่น่ากลัว ข้าไม่ได้ให้เจ้าขายตัวหรือขายหญิงผู้อื่นหรอกน่า”แบมแบมยิ้มขำ มองออกว่าหรงไจ้คงคิดไปในทางที่ไม่ดี

“เช่นนั้นความสุขที่ว่าจะขายอย่างไรเจ้าคะ?”

“ข้าจะทำโรงละคร”

“โรงละคร...สิ่งใดกันเจ้าคะ?”

“คล้ายคลึงงิ้ว แต่ไม่ใช่...ละครที่ข้ากล่าวถึงนั้นไม่จำเป็นต้องเขียนหน้า การแต่งกายของตัวละครเห็นได้ในชีวิตจริง การบอกเล่าเรื่องบนเวทีจะเข้าใจง่ายกว่างิ้ว เสมือนการเล่านิทานด้วยการแสดงออกมาให้เห็น เน้นบทพูดโต้ตอบเป็นหลัก บทร้องอาจมีบ้าง แต่จะไม่เยอะ”แบมแบมเห็นว่าโลกนี้แทบจะไม่มีกิจกรรมสร้างความสุขใดๆ นอกจากงิ้ว และการบรรเลงเพลงจากหญิงสาวตามหอโคมแดง จึงคิดสร้างโรงละครขึ้นมา เป็นกิจการที่ไม่ต้องมีสินค้า ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเอาสินค้านั้นย้อนกลับมาเป็นเครื่องมือใส่ร้ายป้ายสี

“อืม บ่าวพอเข้าใจ แต่ยังไม่ชัดแจ้ง”

“เอาเป็นว่า เจ้านำเงินนี้ไปหาทำเลดีๆ สร้างตึกตามนี้ก่อน”แบมแบมล้วงเข้าไปในแขนเสื้ออีกครั้ง หยิบภาพร่างโรงละครออกมาให้พร้อมเงินอีกสามร้อยตำลึงทอง

“เงินขนาดนี้เลยหรือเจ้าคะ บ่าวว่ามันเยอะเกินไป”

“ไม่เยอะเกินไป ข้าต้องการให้เจ้าซื้อตัวหญิงที่ร่ายรำได้ เล่นดนตรีได้จากหอโคมแดง เอาที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น เลือกงามๆมาสองสามคน ส่วนที่เหลือสิบคนไม่จำเป็นต้องเน้นหน้าตามากจนเกินไป ที่สำคัญต้องเป็นคนที่อยากมีชีวิตใหม่ด้วยการทำงาน มิใช่ขายเรือนร่าง”

“เจ้าค่ะ หญิงหอโคมแดงที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น โดยส่วนมากจะถูกเลี้ยงไว้ใช้งานปัดกวาดเช็ดถู ฝึกงานศิลป์รอเวลาถึงวัยปักปิ่น ค่อยขึ้นเป็นนางโลม ราคาจึงยังไม่แพงมากนัก คนหนึ่งไม่เกินสามพันตำลึงเจ้าค่ะ”

“หมื่นตำลึงเท่ากับหนึ่งตำลึงทอง ค่าของคนๆหนึ่งช่างต่ำยิ่งนัก”ครอบครัวประชาชนทั่วไปที่มีสมาชิกสี่ถึงแปดคน ใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่หนึ่งตำลึงทอง ชีวิตของหญิงหอนางโลมผู้หนึ่งมีค่าเพียงค่าใช้จ่ายไม่ถึงครึ่งปี น่าเศร้าใจนัก

“ส่วนใหญ่เด็กพวกนี้ถูกพ่อแม่ขายมาแค่ไม่กี่ร้อยตำลึงเองเจ้าค่ะ หรือไม่ก็ถูกโจรจับจากบ้านนอกมาขาย น่าเวทนานัก นี่ถ้าบ่าวไม่มีพี่ชายคอยคุ้มครองอาจถูกจับไปขายเช่นกันเจ้าค่ะ”

“อืม จะว่าไปข้าไม่เคยเห็นขอทานเด็กหญิงในเมืองเลย ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง”

“เจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านหญิงต้องการแค่หญิงสาวใช่ไหมเจ้าคะ?”

“อืม...เอาชายจากหอโคมเขียวมาด้วยแล้วกัน เหมือนกับหญิงหอโคมแดง เลือกหน้าตางดงามมาสองสามคน ที่เหลือไม่เน้น”ในเมื่องิ้วที่โลกนี้ ผสมชายหญิงได้ ละครก็เช่นกัน ไม่ผิดที่แบมแบมจะเอาชายหญิงมาแสดงร่วมกัน จึงให้ซื้อชายที่ขายตัวให้หอโคมเขียวมาด้วย

“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

“ดี...เช่นนั้นแยกย้าย หรงไจ้สามารถติดต่อข้าได้โดยตรงที่จวนสกุลหง ข้าจะออกหน้ากับกิจการนี้”

“บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ”อย่างที่บอกโลกนี้ไม่มีสิ่งบันเทิงใจมากนัก มีโรงละครเกิดขึ้นมาจะต้องได้รับความนิยมแน่นอน อีกทั้งผู้ที่มีศักดิ์เป็นท่านหญิงอันดับสามเปิดกิจการโรงละคร ที่ค่าตั๋วเข้าชมอยู่ในราคาที่ผู้คนทั่วไปสามารถจ่ายไหว ใครบ้างจะไม่อยากเข้ามาสัมผัส

 

 

มีอีบุควางขายใน MEB ค่ะ

ทรราชล่ารัก เล่ม 1

ทรราชล่ารัก เล่ม 1

Get it now


เล่มหนึ่งประกอบไปด้วยเนื้อหาตอนที่ 1-31

ตอนพิเศษ สาเหตุที่ไม่เคยสงสัย (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ ยอมรับหัวใจตัวเอง (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ กับผู้ที่ชอบลอบกัดไม่จำเป็นต้องสู้ซึ่งๆหน้า (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ วันพักผ่อนกับคู่หมั้นตัวน้อย (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ ฐานะที่แตกต่าง (โหย่วเจียน)
ตอนพิเศษ คนในความทรงจำ (ท่านหมอหวัง)
 

ทรราชล่ารัก เล่ม 2 (เล่มจบ)

ทรราชล่ารัก เล่ม 2 (เล่มจบ)

Get it now

เนื้อหาประกอบไปด้วยตอนที่ 32 - จบ
ตอนพิเศษ กาลกิณี (จินจู)
ตอนพิเศษ อดีตที่หวนคืน (หรงไจ้)
ตอนพิเศษ ในที่สุดก็ลงเอย (หรงไจ้)
ตอนพิเศษ ความรู้สึกของเจ้า (ไจ้ฟ่าน)
ตอนพิเศษ ง้อชินอ๋อง (แบมแบม)
ตอนพิเศษ กำเนิดพยานรักตัวน้อยๆ (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ บัลลังก์มังกรกับผู้ที่คู่ควร (ชินอ๋อง)
ตอนพิเศษ ชีวิตคู่หลังสละบัลลังก์ (แบมแบม)

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 294 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,900 ความคิดเห็น

  1. #13790 1988yongsi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:08
    ตุ๊กตาทองยุคโบเริ่มกำเนิดแล้ว
    #13,790
    0
  2. #13732 Kunppp (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มกราคม 2564 / 14:52
    ฉลาดมากกก
    #13,732
    0
  3. #13455 onea (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 07:30
    เก่งมาเลยน้องงงง
    #13,455
    0
  4. #13454 PMNP (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 22:14
    น้องฉลาดมากกกก
    #13,454
    0
  5. #13452 ginaphongsavhas (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 18:53

    รอนะคะ

    #13,452
    0
  6. #13451 MTBB_COLD_Tim (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 18:35

    รอ รอ รอ เจ้าคร่าาา
    #13,451
    0
  7. #12311 oil_sutinee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 18:28
    ใครกล้ามายุ่งกับเเบมนี่จุดจบไม่สวยหรูเเน่นอน
    #12,311
    0
  8. #12310 Kamonnet223 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:53
    น้องแบมเก๊งงงเก่งง
    #12,310
    0
  9. #12309 แป้งเกียว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:28
    เก่งสุดๆๆๆ
    #12,309
    0
  10. #12308 In_In2549 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:28

    สนุกมากกกกก
    #12,308
    0
  11. #12307 Onjung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:27
    กิจการอยอะแยะ ต่อไปรวยกว่าท่านอ๋องแน่ งานหนักแล้วท่านอ๋องเอ้น
    #12,307
    0
  12. #12306 ไปวิ่งสดุดมดมา (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 17:25
    ฉลาดมากค่ะ
    #12,306
    0
  13. #1395 oleyyy2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 06:28
    สงสารชินอ๋อง รอวันที่หนี่เอ๋อร์จะช่วยชินอ๋องด้วยความเต็มมใจ
    #1,395
    0
  14. #1394 Ahe215 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 06:21
     ขอบคุณค่ะ
    #1,394
    0
  15. #1393 Kimon_nice (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 06:14
    แบมแบมช่วยชินอ๋องด้วย เรารู้ว่าเธอเริ่มใจอ่อนแล้ว
    #1,393
    0
  16. #1392 Nammo1234 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 06:12
    คู่หมั้นตัวน้อยเริ่มใจอ่อนแล้ว
    #1,392
    0
  17. #1391 prawwy_blue (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 06:11
    ท่านอ๋องจะเป็นไรไหมน้อ
    #1,391
    0
  18. #1390 Kanokwan Uttaviwek (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 06:02
    ไรท์แต่งเก่งมาก.....อ่านรวดเดียวเลย...สนุก...น่าติดตามมากค่ะ....หวังว่าชินอ๋องจะไม่เป็นไร
    #1,390
    0